Share

ทำได้

last update Petsa ng paglalathala: 2026-09-06 13:24:11

“แล้วฝูเอ๋อร์เล่า? ฝูเอ๋อร์... เจ้าไม่อยากอยู่กับแม่แล้วหรือ? รีบบอกเสด็จพ่อเร็วเข้าว่าเจ้าอยากอยู่กับแม่”

“ฝูเอ๋อร์... ลูก...” เด็กหญิงตัวน้อยอึกอัก

จวินเหิงรีบกวักมือเรียกน้องสาว

“รีบมาเร็ว ที่ตำหนักเสด็จน้ามีนกหลิวหลีร้องเพลงได้ ขนมก็อร่อยกว่าผลไม้เชื่อมของเสด็จแม่ตั้งเยอะ”

“จริงหรือเพคะพี่ชาย” ดวงตาของเจียงฝูเหรินเปล่งประกายความต้องการ นางหันไปกราบทูลฮ่องเต้โดยไม่มองหน้ามารดาแท้ๆ ที่นอนน้ำตานองหน้า

“เสด็จพ่อ... ลูกก็ชอบเสด็จน้ากุ้ยเฟยเหมือนกัน อยากไปอยู่ตำหนักเสด็จน้าเพคะ”

“ดี ถ้าเช่นนั้นเหิงเอ๋อร์กับฝูเอ๋อร์... ข้าขอฝากให้กุ้ยเฟยช่วยดูแลชั่วคราว” ฮ่องเต้สะบัดพระหัตถ์สั่งอย่างเฉียบขาด ก่อนจะหันไปมองคนบนเตียงด้วยสายตาเย็นชา

“เหมยหรง... เจ้าจงพักรักษาตัวให้ดี อย่าได้กังวลเรื่องอื่นอีก”

“หม่อมฉันรับพระบัญชา จะไม่ทำให้ฝ่าบาทผิดหวังเพคะ” เจียงกุ้ยเฟยยิ้มพราย ก่อนส่งสายตาเยาะหยันให้หวังเหมยหรง

“ฝ่าบาท หม่อมฉันทูลลาเพคะ จะพาเด็กๆ กลับไปจัดที่พัก”

“ไปเถิด” ฮ่องเต้กำชับ ก่อนจะเสด็จผละจากไป โดยไม่หันกลับมามองฮองเฮาคู่ทุกข์คู่ยากอีกเลย...

“ฝ่าบาท ฝ่าบาท... อั๊ก แคกๆ” หวังเหมยหรงกรีดร้องสุดเสียง ก่อนจะกระอักเลือดลิ่มโตออกมาเต็มที่นอน ท่ามกลางเสียงหวีดร้องวุ่นวายของนางกำนัล

หลีอินลุกขึ้นยืนช้าๆ ทอดสายตามองภาพความพินาศตรงหน้าด้วยสายตาเยือกเย็นดั่งปีศาจ...

‘หวังเหมยหรง... การต้องทนดูลูกที่ตนรักยิ่งกว่าชีวิต ถูกศัตรูคู่อาฆาตแย่งชิงไปต่อหน้าต่อตาอย่างง่ายดาย รสชาติมันเป็นเช่นไรเล่า? เจ็บปวดจนอยากตายเลยใช่ไหม? แต่ทั้งหมดนี้... มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น’

“ปิดประตูตำหนักเฟิ่งซี”

หลีอินสั่ง ก่อนจะก้าวเดินจากไปพร้อมรอยยิ้มเย็น

เมื่อกลับถึงตำหนักเจี้ยงเสี่ย

หลีอินถอดกำไลหินโมราแดงที่ได้รับประทานมาจากฮองเฮาวางลงบนโต๊ะ นัยน์ตาคมหรี่ลง ก่อนส่งสายตาเด็ดขาดให้ซิงซิน

“ซิงซิน... นำสิ่งนี้ไปพบหมอหลวงหลิวอย่างลับๆ บอกเขาว่านี่คือรางวัลที่ข้ากำนัลให้ และให้เขาช่วยตรวจดูอย่างละเอียดว่าคุณภาพเป็นเช่นไร มีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่... จำไว้ ไม่ว่าได้ยินหรือพบเห็นอะไร จงมารายงานข้าทุกคำพูด”

“เพคะท่านหญิง” ซิงซินรับคำสั่งอย่างรวดเร็วและนอบน้อม

ผ่านไปไม่ถึงชั่วยาม

ซิงซินก็รีบวิ่งกลับเข้ามาในห้องบรรทม ใบหน้าตื่นตระหนกจนซีดขาว

“ท่านหญิงเพคะ หมอหลวงหลิวแอบกระซิบบอกบ่าวว่า กำไลหินโมราแดงนี้แท้จริงแล้วคือ ลูกประคำชะมดเช็ดชุบน้ำมันชะมดสูตรลับและยาฤทธิ์เย็นจัดหลายชนิด หากสตรีใดสวมใส่นานเข้า จะทำให้เส้นลมปราณอุดตัน เลือดลมพร่องหนัก ชั่วชีวิตนี้ยากจะมีบุตรเพคะ”

“ยากจะมีบุตร...” หวังหลีอินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแฝงความแค้นล้ำลึกจนคนฟังยังสั่นสะท้าน

‘หวังเหมยหรง... เจ้าไม่คิดจะเหลือทางรอดให้ข้าเลยจริงๆ’

หลีอินตวัดสายตามองชิวหนิงและซิงซิน

“พวกเจ้าสองคน ไม่ว่าจะใช้วิธีใด จงสั่งให้คนนอกวังทำกำไลที่รูปร่างและน้ำหนักเหมือนสิ่งนี้ทุกประการมาให้ข้า”

“บ่าวรับบัญชาเพคะ”

หลีอินหยิบกำไลพิษขึ้นมา แสงในแววตาฉายเยียบเย็น...

‘ของขวัญชิ้นใหญ่ที่เจ้ามอบให้ ข้าขอน้อมรับไว้... สักวันหนึ่ง พิษร้ายในกำไลชิ้นนี้จะต้องกลายเป็นคมมีดสนองคืน กลับไปปลิดชีพตัวเจ้าเอง’

นางวางกำไลลง ก่อนหันไปสบตานางกำนัลทั้งสองด้วยสายตาที่อ่อนโยนลงทว่าทรงอำนาจ

“ชิวหนิง... ข้าจัดการให้น้องชายของเจ้าแยกเรือนอยู่อย่างสุขสบายเรียบร้อยแล้ว ส่วนซิงซิน... อาการป่วยของแม่เจ้า ข้าส่งหมอที่ดีที่สุดไปคอยดูแลรักษาแล้วเช่นกัน”

นางกำนัลทั้งสองได้ยินดังนั้นก็น้ำตาไหลพราก ทรุดตัวลงกราบแทบเท้าหลีอินด้วยความซาบซึ้งใจ

“ขอเพียงพวกเจ้ารับใช้ข้าอย่างซื่อสัตย์ สิ่งใดที่ควรจัดการ ข้าย่อมจัดการให้อย่างดีที่สุด”

“บ่าวขอถวายชีวิตรับใช้อินกุ้ยเหรินตราบจนตัวตายเพคะ” สองนางกำนัลประกาศสัจจะพร้อมกันในตำหนักที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งการแก้แค้น

ทางด้านตำหนักเฟิ่งซี เสียงกรีดร้องด้วยโทสะของหวังเหมยหรงดังก้องระงมเมื่อไร้ผู้คน

“เหอะ เจียงจินโหรว ยัยแม่ไก่ไข่ไม่เป็น ตัวเองไม่มีปัญญาตั้งครรภ์ ยังกล้ายื่นมือมายุ่งกับฝูเอ๋อร์และเหิงเอ๋อร์ของข้า แล้วยังมีหวังหลีอิน นางน้องแพศยาอกตัญญูนั่นอีก... ข้าให้นางเข้าวังมาเพื่อผูกใจฮ่องเต้และช่วยดูแลลูก แต่กลับร่วมมือกับเจียงจินโหรวมาแย่งอำนาจข้า”

นางกำนัลอาวุโสคนสนิทรีบก้าวเข้ามาประคอง

“ฮองเฮาโปรดระงับโทสะเพคะ... เรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับหวังหลีอินแน่นอน นางเพิ่งเข้าวังกลับรีบร้อนตั้งครรภ์มังกรตัดหน้า เห็นได้ชัดว่ามีแผนการของตัวเองมานานแล้ว ไม่เห็นตระกูลหวังอยู่ในสายตาเลยเพคะ”

“หวังหลีอินมันร้ายนัก” หวังเหมยหรงกัดฟันกรอด

“ข้าจัดการกุ้ยเฟยไม่ได้ แต่คิดหรือว่าจะจัดการลูกอนุชั้นต่ำคนหนึ่งไม่ได้? นางเพิ่งประกาศตั้งครรภ์ใช่ไหม... เช่นนั้นข้าจะเติมไฟให้อีกแรง ข้าจะทำให้สายเลือดในท้องนางกลายเป็นลูกชู้ที่ผู้คนรุมถ่มน้ำลายใส่ ตรึงนางไว้บนเสาแห่งความอัปยศชั่วกัปชั่วกัลป์ ไปเรียกชิวเยว่มาพบข้าเดี๋ยวนี้” หวังเหมยหรงแค่นยิ้มสยดสยองในความมืด...

‘หึ หวังหลีอิน ข้าจะทำให้เจ้ารู้ไว้ว่า ข้ายกเจ้าขึ้นสูงได้ ข้าก็เหยียบเจ้าลงดินได้เช่นกัน’

ชิวเยว่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ ก่อนจะยื่นกล่องขนมงดงามให้หลีอิน มือไม้ของนางสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก

“ท่านหญิง นี่คือสิ่งที่ฮองเฮาให้บ่าวนำมามอบให้ บอกว่าเป็นของพระราชทานจากฝ่าบาท กำชับว่าท่านหญิงต้องเสวยให้ได้เพคะ แต่บ่าวแอบตรวจดูแล้ว พบว่าด้านในผสมยาต้องห้ามอย่างชุนเฟิงตู้ บ่าวไม่กล้าปิดบัง สิ่งนี้แตะต้องไม่ได้นะเพคะ มิเช่นนั้นก็อ้างว่าประชวรกะทันหันเสวยไม่ลง บ่าวจะนำไปเททิ้งเดี๋ยวนี้”

ชุนเฟิงตู้...คือยากระตุ้นกำหนัดรุนแรงที่ทำให้ผู้รับยาเกิดมัวเมาในราคะจนขาดสติ หากสตรีฝ่ายในใช้ ย่อมถูกตราหน้าว่าเป็นนางแพศยาไร้ยางอาย

และหากหลีอินกินเข้าไปในคืนที่ฝ่าบาทมิได้เสด็จมา นางย่อมทุรนทุรายเผยท่าทีอัปยศต่อหน้าข้าราชบริพาร... นับเป็นแผนการชั่วร้ายที่หวังทำลายนางให้ย่อยยับ

“หึ! เททิ้งหรือ?” หวังหลีอินไล้ปลายนิ้วผ่านกล่องขนมฉลุลายทองอย่างแช่มช้า นัยน์ตาลึกล้ำยากแท้หยั่งถึง มุมปากหยักลึกเป็นรอยยิ้มหยัน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   ตอนจบ

    หลายเดือนต่อมา... หลังจากพิธีพระบรมศพอันยิ่งใหญ่ตระการตาระดับแผ่นดินเสร็จสิ้นลง ราชสำนักที่เคยตึงเครียดด้วยกระแสลมทางการเมืองเริ่มกลับคืนสู่ความสงบเงียบหยาดน้ำตาแห่งความอาลัยเริ่มเหือดแห้งไปตามกาลเวลา ทว่าความทรงจำเกี่ยวกับพระนางยังคงอบอวลอยู่ทุกตารางนิ้วในวังหลวงแห่งนี้ เจียงเหยียนฮ่องเต้ในชุดไว้ทุกข์สีขาวบริสุทธิ์ทอด้วยผ้ากระสอบหยาบตามโบราณราชประเพณี เดินก้าวเข้ามาในอุทยานหลวงส่วนพระองค์อย่างเงียบเชียบท่ามกลางหมู่ตึกฉลุลายและระเบียงที่ทอดยาว พระองค์ทรงปฏิเสธการติดตามของเหล่าขันทีและองครักษ์เสื้อแพร ทรงต้องการเพียงความเงียบสงบเพื่อเยียวยาบาดแผลในใจที่ยังคงสูญเสียผู้หญิงที่พระองค์รักมากที่สุดพระองค์ทรงหยุดยืนอยู่หน้าต้นโบตั๋นโบราณที่กำลังผลิดอกสีแดงสะพรั่ง ดอกไม้ชนิดนี้เป็นดอกไม้ที่เสด็จแม่ทรงโปรดปรานที่สุดในยามมีชีวิต ยามเมื่อสายลมวสันตฤดูพัดโบกเบาๆ หอบเอาไอความเย็นจางๆ และกลิ่นอายของผืนดินหลังสายฝนมาปะทะใบไม้สีเขียวชอุ่มและกลีบดอกหนานุ่มต่างพากันสั่นไหวราวกับกำลังกระซิบกระซาบเรื่องราวในอดีตที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้ ในพระหัตถ์ของฮ่องเต้ มีกล่องไม้แกะสลักเก่าแก่กล่องหนึ่งซึ่งพระองค์ท

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   จารึก

    ทว่าในวินาทีสุดท้ายนี้ เมื่อมองย้อนกลับไป นางจึงได้ตระหนักรู้แจ้งในใจตนเองแล้วว่า นางมิได้เพียงแค่หลอกลวงพระองค์...ในส่วนลึกของหัวใจอันมืดมิดและบิดเบี้ยวของหวังหลีอิน นางก็รักชายผู้นั้นเช่นกันความรักของนางมิใช่ความรักอันบริสุทธิ์ดั่งเช่นหญิงสาวชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นความรักที่หล่อหลอมขึ้นมาจากความเข้าใจในความโดดเดี่ยวของกันและกันเจียงเฉินหรงเป็นจักรพรรดิผู้โดดเดี่ยวบนบัลลังก์มังกร ส่วนนางคือบุตรอนุผู้โดดเดี่ยวที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในตระกูลหวัง และวังหลังอันโสมม พวกเขาต่างเป็นจิตวิญญาณที่เว้าแหว่งและบอบช้ำ สองร่างที่กอดก่ายกันเพื่อหาไออุ่นในค่ำคืนอันหนาวเหน็บของวังหลวง‘เฉินหรง... อ้อมกอดของพระองค์ในวันนั้น มันช่างหวานชื่นและอบอุ่นเหลือเกิน ข้าขอโทษที่ต้องเร่งเวลาของพระองค์ ข้าขอโทษที่ต้องกลายเป็นนางพญามาร แต่ทุกสิ่งที่ข้าทำลงไป ก็เพื่อเจียงเหยียน... ลูกของเรา เพื่อมิให้เขาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโดดเดี่ยวและโหดร้ายเหมือนดั่งที่พวกเราเคยเป็น’ความทรงจำเกี่ยวกับความหวานชื่นในอดีตเริ่มฉายชัดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับดอกบัวดำกลางกองเพลิงที่กำลังเบ่งบานเป็นครั้งสุดท้ายภาพยามที่พระองค์ทรงจูงมือน

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   ลมหายใจเฮือกสุดท้าย

    ระฆังล้อลมที่แขวนอยู่ชายคาดังกรุ๊งกริ๊งแผ่วเบา คล้ายจะดึงจิตวิญญาณของนางให้ลอยล่องกลับไปสู่อดีตกาลอันไกลโพ้น... กาลเวลาที่นางเคยคิดว่าตนเองเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานงิ้วอันโหดเหี้ยม‘ข้ากำลังจะตายแล้วสินะ’ หลีอินคิดในใจอย่างเยือกเย็น นางมิได้มีความหวาดกลัวต่อความตายแม้แต่น้อยสำหรับสตรีที่ผ่านการนองเลือดและซากศพมาทั้งชีวิต ความตายเป็นเพียงการพักผ่อนอันยาวนานเท่านั้น ทว่าในช่วงเวลาที่ลมหายใจสุดท้ายกำลังจะหลุดลอยสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในใจของพญาหงส์ทมิฬผู้โดดเดี่ยว กลับมิใช่ภาพความสะใจยามที่ศัตรูถูกประหารมิใช่ภาพกองทองคำล้ำค่า หรือเสียงสรรเสริญพันปี พันปี ของเหล่าขุนนางที่เคยคุกเข่าแทบเท้า... หากแต่เป็นภาพใบหน้าของชายผู้หนึ่งชายผู้เป็นสวามี จักรพรรดิผู้เดียวดายและขี้ระแวงเจียงเฉินหรง ในความทรงจำอันพร่าเลือน...ภาพวันวานยามที่นางเพิ่งให้กำเนิดเจียงเหยียนน้อยในเดือนสามปีจิ่งไท่ที่สิบแปดลอยเด่นขึ้นมา ราวกับเรื่องราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้...หลังจากค่ำคืนอันยาวนานที่นางต้องทนทุกข์ทรมานกับการคลอดบุตร ร่างกายจวนเจียนจะแตกดับ แสงสว่างแรกของยามเช้าได้สาดส่องเข้ามาในตำหนัก พร้อมกับการปรากฏ

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   นางพญาหงส์

    เหล่าขุนนางที่เหลือพากันตัวสั่นงันงก ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบกริบปานป่าช้า ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากท้าทายอำนาจของสองแม่ลูกคู่นี้อีกต่อไปยามนี้ทุกคนต่างตระหนักแจ่มแจ้งแล้วว่า หวังไทเฮาผู้นี้ โหดเหี้ยมและลึกล้ำยิ่งกว่าอดีตจักรพรรดิเจียงเฉินหรงหลายเท่าตัวนักยามค่ำคืนพัดผ่านเข้ามาอีกครั้ง หลีอินประทับยืนอยู่บนหอคอยหลวงที่สูงที่สุดของพระราชวัง ทอดสายตามองดูแสงไฟจากบ้านเรือนของราษฎรนับหมื่นนับแสนในเมืองหลวงอันกว้างใหญ่ เจียงเหยียนน้อยเดินก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ชายฉลองพระองค์มังกรสะบัดพลิ้วตามลม พระองค์คุกเข่าลงเบื้องหลังมารดา“เสด็จแม่... ลูกจัดการเสนาบดีกู้ตามความประสงค์ของเสด็จแม่เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”หลีอินค่อยๆ หันกลับมามองลูกชาย นางย่อกายลงคุกเข่าตรงหน้าเด็กน้อย ดึงร่างของเขาเข้ามาโอบกอดไว้แน่น ความอ่อนโยนแผ่ออกมาอย่างอบอุ่นเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน“เหยียนเอ๋อร์ของแม่... เจ้าทำได้ดีมาก”นางลูบพระเกศาของลูกชายเบาๆ“เจ้าอย่าได้โกรธแค้นแม่เลยนะลูก ที่แม่ต้องทำเยี่ยงนี้ ก็เพื่อปกป้องเจ้าและบัลลังก์นี้ไว้ให้เจ้าปูหนทางเดินอย่างราบรื่น ในวังหลวงแห่งนี้ หากเจ้าไม่ฆ่าพวกเขา พวกเขาก็จะหันมาแว้ง

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   ใส่ร้าย?

    เมื่อบิดาจากไป ซิงซินก็ก้าวเข้ามาประคองหลีอินไปที่หน้าต่างหลวงท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือนครหลวงช่างกว้างใหญ่ทว่าเงียบสงัด หลีอินทอดสายตามองออกไปไกลแสนไกล ลมหนาวพัดโบกผ้าคลุมหงส์พัดปลิว“ซิงซิน เจ้าดูสิ... วังหลวงแห่งนี้ช่างแปลกประหลาดนัก ยามข้าไร้อำนาจ ทุกย่างก้าวคือขวากหนาม คืนข้ามปีคือฝันร้าย” หลีอินพึมพำแผ่ว“ทว่าในยามที่ข้าเหยียบย่ำทุกคนขึ้นมาอยู่เหนือหัว โลกทั้งใบกลับสงบนิ่งและยอมสยบแทบเท้าข้าอย่างง่ายดายปานนี้”“เป็นเพราะความปรีชาสามารถและจิตใจที่เด็ดเดี่ยวของไทเฮาต่างหากเพคะ” ซิงซินเอ่ยอย่างภักดี“จากนี้ไป จะไม่มีใครสามารถทำร้ายหรือบังคับพระองค์ได้อีกแล้วเพคะ” หลีอินคลี่ยิ้มลึกล้ำ รอยยิ้มของดอกบัวขาวที่บัดนี้อาบไปด้วยพิษร้ายและโลหิต“ใช่แล้ว... จากนี้ไป แผ่นดินต้าฉีนี้ จะต้องจารึกนามของข้าหวังหลีอินไปตลอดกาล”กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปอีก ด้วยความสงบสุข...ราชสำนักต้าฉีภายใต้การปกครองหลังม่านของหวังไทเฮารุ่งเรืองและมั่นคงอย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าในความสงบนั้น กลับซ่อนเพลิงริษยาระลอกใหม่ไว้ใต้คลื่นน้ำยามนี้เจียงเหยียนฮ่องเต้องค์น้อยเจริญพระชนมพรรษาขึ้นเป็นสิบชันษา พระองค์ทรงเฉลียวฉลาด ดวงตาถ

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   โอรสแห่งข้า

    “ฮองเฮาเพคะ นี่คือยาบำรุงที่พระสนมหลินตำหนักตะวันออกส่งมาให้ตรวจเพคะ” ซิงซินในชุดหัวหน้านางกำนัลผู้ทรงอิทธิพล ยื่นถ้วยยารมควันสมุนไพรมาตรงหน้าหลีอินที่ยามนี้นั่งประทับบนเก้าอี้หงส์ ปัดปิ่นทองบนมวยผมเบาๆ นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวปรายมองถ้วยยาพลางแค่นยิ้มเยือกเย็น“ใส่ผงชาดร้อยรากลงไปในถ่านรมควันตำหนักนางเพิ่มอีกสามส่วน นางอยากมีลูกจนตัวสั่น ก็ให้นางฝันกลางวันต่อไปเถิด”“เพคะ หม่อมฉันจะจัดการให้เงียบเชียบที่สุด”เล่ห์กลของข้าช่างเรียบง่ายทว่าไร้ร่องรอย บ้างก็เป็นของขวัญพระราชทานแฝงกลิ่นหอมรมยาชวนให้มดลูกแห้งเหี่ยว บ้างก็เป็นน้ำแกงโสมบำรุงครรภ์ที่ผสมตัวยาแท้งอย่างช้าๆสนมคนใดที่โง่เขลาคิดจะใช้ท้องไต่เต้า ข้าล้วนส่งพวกนางไปพบจุดจบในป่าช้าหลังวังหลวงอย่างเงียบงัน ขอเพียงวังหลวงแห่งนี้ไม่มีองค์ชายหน้าใหม่กำเนิดขึ้นมาอีก ข้าก็จะเป็นผู้ชนะตลอดกาลเจียงเฉินหรงผู้ขี้ระแวงหารู้ไม่ว่า สตรีดอกบัวขาวที่เขาคิดว่าแสนดีและเที่ยงธรรมที่สุด ยามนี้ได้กลายเป็นนางพญามารที่คุมชะตากรรมผู้คนในวังหลังไว้ทั้งหมดพระองค์ทรงชราภาพลงทุกวัน พระพลานามัยทรุดโทรมจากการเสวยน้ำแกงโสมบำรุงที่ข้าจัดถวายให้ทุกค่ำคืน...น

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status