共有

จัดฉากนางแพศยา

last update 公開日: 2026-09-07 19:21:34

“เช่นนั้นก็เสียแรงน้ำใจของพี่สาวแท้ๆ ในเมื่อนางกล้าส่งมา ข้าก็กล้ารับไว้ และต้องรับอย่างงดงามด้วย”

“ท่านหญิง!” ชิวหนิงและซิงซินอุทานขึ้นพร้อมกัน ใบหน้าซีดเผือดด้วยความกลัวภัย

“ลนลานอะไรกัน?” หลีอินยิ้มพรายดั่งจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาหงส์เปล่งประกายระยิบระยับ

“ของดีมีความสุขล้นพ้นถึงเพียงนี้ กินคนเดียวคงเสียดายแย่ แน่นอนว่า... ข้าต้องชวนฝ่าบาทมาร่วมลิ้มลอง ซิงซิน เจ้าไปที่ตำหนักหยางซินเดี๋ยวนี้ แจ้งว่าหลังทานอาหารเย็น จู่ๆ ข้าก็ใจสั่นรุ่มร้อนนึกหวาดหวั่น มีเพียงได้พบพระพักตร์เท่านั้นจึงจะสงบใจลงได้”

“เพคะ” ซิงซินรับคำสั่งพลางลอบยิ้ม เริ่มเข้าใจแผนการตลบหลังศัตรูของนายตน

หลีอินหันไปหาชิวเยว่ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นและทรงอำนาจจนคนมองต้องคุกเข่าลงด้วยความยำเกรง

“ชิวเยว่ เข้ามาใกล้ๆ ข้ามีของจะให้เจ้าไปเตรียม”

นางกระซิบสั่งความด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีด ให้ชิวเยว่นำน้ำชาฝางสกัดเข้มข้นผสมผงมุก และสมุนไพรที่มีฤทธิ์ระงับความร้อนในกายชั่วคราว แต่ช่วยเพิ่มเสน่หาทางสายตา

พร้อมสั่งให้จุดกำยานล่อวิญญาณ ซึ่งเมื่อผสมกับกลิ่นยาชุนเฟิงตู้แล้ว จะยิ่งกระตุ้นความกำหนัดของบุรุษให้ทวีคูณจนหน้ามืดตามัว ชิวเยว่เบิกตากว้าง ทึ่งระคนหวาดกลัวในความร้ายกาจของนายหญิง ก่อนจะก้มกราบจนหน้าผากจรดพื้น

“บ่าวจะไปจัดการเดี๋ยวนี้เพคะ”

หลีอินมองตามหลังพลางแค่นยิ้ม หยิบขนมขึ้นมาพิจารณา

‘หวังเหมยหรง ของขวัญชิ้นใหญ่ที่เจ้าส่งมา คืนนี้ข้าขอรับไว้ด้วยรอยยิ้ม ข้าจะทำให้สวามีสุดที่รักของเจ้ากลายเป็นสัตว์ป่าที่คลั่งไคล้ในตัวข้าจนถอนตัวไม่ขึ้น’

เมื่อฮ่องเต้เจียงเฉินหรงเสด็จมาถึงตำหนักเจี้ยงเสี่ยด้วยความห่วงใย หลังได้ยินรายงานจากซิงซินว่าสนมรักมีอาการกระสับกระส่าย

พระวรกายสูงใหญ่ในฉลองพระองค์มังกรสีเข้มก็ก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยความรีบร้อน ทว่าซิงซินรีบก้าวออกไปถวายบังคมขวางไว้ตามแผน

“ถวายบังคมฝ่าบาท หมอหลวงตรวจอาการท่านหญิงแล้วแจ้งว่า ร่างกายอ่อนแอแปรปรวนนัก ไม่ควรต้องพบคนแปลกหน้าเพคะ”

นางแสร้งทำสีหน้าลำบากใจเพื่อกระตุ้นความอยากรู้ในพระทัย

“พวกเจ้ารออยู่ข้างนอก เราจะเข้าไปคนเดียว” ฮ่องเต้สั่งเสียงเรียบ สะบัดพระหัตถ์ไล่ข้าราชบริพารและองครักษ์ออกไปจนหมด

พระองค์ก้าวเข้าไปในห้องนอนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานหอมรัญจวนใจ ควันจางๆ แทรกซึมเข้าสู่โสตประสาท ปลุกเร้ากระแสเลือดในกายให้แล่นพล่าน

ผ้าม่านมุ้งแพรบางเบาสีชมพูกลีบบัวสั่นไหวล้อสายลม บนแท่นบรรทมกว้าง มีหวังหลีอินนอนทอดกายอยู่ในชุดผ้าแพรสีขาวกึ่งเปลือยเปล่า

สายเดี่ยวตัวสลับหลุดลุ่ยลงจากลาดไหล่เนียน เผยปทุมถันอวบอิ่มชูชันอยู่ภายใต้เนื้อผ้าบางเบาดั่งปีกจักจั่น หน้าท้องแบนราบและสะโพกผึ่งผายกลมกลึง ผิวขาวผ่องราวน้ำนมชวนมองยิ่งนัก

ขาเรียวยาวทั้งสองข้างเบียดชิดเปิดเผยรอยแยกบางเบาชวนฝัน ฮ่องเต้กลืนน้ำลายดังเฮือกใหญ่ ความเป็นบุรุษเริ่มตื่นตัวอย่างรุนแรงชนิดไม่เคยเป็นมาก่อน

“หลีอิน... หลีอิน...” พระองค์สูดหายใจลึก พระเนตรคมกริบแปรเปลี่ยนเป็นสีเข้มด้วยแรงอารมณ์ ความร้อนรุ่มก่อตัวขึ้นที่ท้องน้อยและแผ่ซ่านไปทั่วร่าง

“ฝ่าบาท เสด็จมาแล้วหรือเพคะ” หลีอินลืมตาขึ้น แววตาฉ่ำปรือหวานเชื่อมราวกับหยาดน้ำผึ้งเคลือบยาพิษ

นางพยุงกายขึ้นอย่างแช่มช้า ท่วงท่าเคลื่อนไหวประหนึ่งสายน้ำ ไหลไล่ให้ผ้าแพรเลื่อนหลุดลงไปกองที่เอวคอด เผยยอดปทุมถันสีทับทิมระเรื่อต่อหน้าพระพักตร์ ก่อนจะขยับเข้าไปโอบรอบพระศอ จงใจบดเบียดเรือนร่างเนียนนุ่มเข้าหาแผงอกกว้างจนฮ่องเต้ทรงสะท้าน วาจาที่นางเปล่งออกมาเชิญชวนมาก

“เมื่อครู่หม่อมฉันเผลอหลับไปแล้วฝันว่า ตนเองเป็นจิ้งจอกขาวบำเพ็ญเพียรกลางป่าเขา บังเอิญพบขุนนางบัณฑิตรูปงามผู้หนึ่ง คิ้วตาละม้ายคล้ายฝ่าบาทยิ่งนัก หลังจากนั้นบัณฑิตก็พาจิ้งจอกขาวติดตัวไปด้วยทุกวัน จนมันเริ่มมีสติปัญญา บำเพ็ญจนกลายเป็นมนุษย์...”

น้ำเสียงของนางกระเส่าเย้ายวน นิ้วเรียวกรีดกรายลากผ่านพระหนุมาจนถึงแผงพระอุระ นางหยิบขนมมงคลชิ้นหนึ่งที่จัดวางไว้บนพานทองเหลืองข้างเตียงขึ้นมาจ่อที่พระโอษฐ์ของฮ่องเต้ สายตาเว้าวอนยั่วยวนถึงขีดสุด

“ฝ่าบาททรงคิดว่า หากวันนี้จิ้งจอกน้อยได้พบผู้มีพระคุณแล้ว มันควรจะตอบแทนด้วยร่างกายและหัวใจ หรือไม่เพคะ?”

“อื้อ...” สุรเสียงของฮ่องเต้แหบพร่า พระเนตรจดจ้องที่ริมฝีปากบางและเต้าเนื้ออวบอิ่มอย่างไม่กะพริบ

“นี่คือขนมที่ฮองเฮาประทานมาให้หม่อมฉันเป็นพิเศษ”

ป้อนไปที่กลีบปากของฮ่องเต้ แต่ก็ยังไม่ได้กิน นางชักกลับ

“จิ้งจอกน้อยอดใจกินคนเดียวไม่ได้ จึงรอฝ่าบาทมาเสวยร่วมกันเพคะ”

ฤทธิ์เสน่หาจากคำพูด ลีลาท่าทางอันเหนือชั้น และกลิ่นกำยานล่อวิญญาณที่อบอวล ทำให้ฮ่องเต้ทรงพระสรวลต่ำในลำคออย่างผู้ชนะ

พระองค์อ้าโอษฐ์เสวยขนมชิ้นนั้นจากมือนางทันที ลิ้นอุ่นชื้นตวัดเลียปลายนิ้วเรียวของหลีอินอย่างจงใจจนหญิงสาวแสร้งสะท้านหลบ

“ถ้าเช่นนั้น เราก็จะรับน้ำใจนี้ไว้ด้วยความยินดี”

“โอ๊ะ! ฝ่าบาท... หม่อมฉันอยากจะเล่นอะไรสนุกๆ กับพระองค์ อื้อ... หม่อมฉันต้องการฝ่าบาทเหลือเกินเพคะ”

หลีอินกระซิบข้างพระกรรณ ลมหายใจอุ่นผ่าวของนางเป่ารดผิวพระศอ แววตาของนางฉายประกายเยือกเย็นแวบหนึ่งในความมืด ที่ไม่มีใครเห็น

“ถ้าสนมรักอยากเล่นอะไรสนุกๆ และทำให้เจ้าวาบหวิวในหัวใจ ข้าก็พร้อมจะเล่นเป็นเพื่อนเจ้าเสมอ” ฮ่องเต้เอ่ยเสียงพร่าพลางอุ้มนางขึ้นเตียง

โดยไม่ทรงรู้เลยว่า...ขนมที่เสวยเข้าไปนั้นผสมยาชุนเฟิงตู้เข้มข้น ที่จะปลุกสัญชาตญาณดิบให้ลุกโชนจนยากจะควบคุม

ทันทีที่แผ่นหลังเนียนของหลีอินสัมผัสกับฟูกนอน ฮ่องเต้เจียงเฉินหรงก็ทรงโถมพระวรกายเข้าร่างอรชรในทันที

ฤทธิ์ของยาชุนเฟิงตู้เริ่มทำงานอย่างรวดเร็วและบ้าคลั่ง  พระองค์ทรงรู้สึกเหมือนมีไฟแผดเผาอยู่ภายในพระวรกาย เส้นเลือดตามขมับเต้นตุบๆ

ความต้องการทางเพศพุ่งทะยานจนทรงไม่สามารถควบคุมสติสัมปชัญญะได้อีกต่อไป

“หลีอิน... เจ้า... เจ้าช่างงดงามเหลือเกิน” สุรเสียงของพระองค์เปลี่ยนเป็นดุดันและหยาบโลนตามสัญชาตญาณดิบ พระหัตถ์หนากระชากผ้าแพรบางเบาที่เหลืออยู่บนกายของนาง

แควก... เสียงเสื้อผ้าขาด และพระองค์ดึงออกจนหมดสิ้น เผยร่างเปลือยเปล่าไร้สิ่งกำบังขวางกั้น หลีอินแสร้งทำเป็นตื่นตกใจระคนเสียวซ่าน นางบิดกายไปมาภายใต้ร่างหนา

ทว่าในใจกลับลิงโลดเมื่อเห็นอาการคลุ้มคลั่งของโอรสสวรรค์ ยาชุนเฟิงตู้ช่างออกฤทธิ์ได้รุนแรงสมคำร่ำลือ

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   ตอนจบ

    หลายเดือนต่อมา... หลังจากพิธีพระบรมศพอันยิ่งใหญ่ตระการตาระดับแผ่นดินเสร็จสิ้นลง ราชสำนักที่เคยตึงเครียดด้วยกระแสลมทางการเมืองเริ่มกลับคืนสู่ความสงบเงียบหยาดน้ำตาแห่งความอาลัยเริ่มเหือดแห้งไปตามกาลเวลา ทว่าความทรงจำเกี่ยวกับพระนางยังคงอบอวลอยู่ทุกตารางนิ้วในวังหลวงแห่งนี้ เจียงเหยียนฮ่องเต้ในชุดไว้ทุกข์สีขาวบริสุทธิ์ทอด้วยผ้ากระสอบหยาบตามโบราณราชประเพณี เดินก้าวเข้ามาในอุทยานหลวงส่วนพระองค์อย่างเงียบเชียบท่ามกลางหมู่ตึกฉลุลายและระเบียงที่ทอดยาว พระองค์ทรงปฏิเสธการติดตามของเหล่าขันทีและองครักษ์เสื้อแพร ทรงต้องการเพียงความเงียบสงบเพื่อเยียวยาบาดแผลในใจที่ยังคงสูญเสียผู้หญิงที่พระองค์รักมากที่สุดพระองค์ทรงหยุดยืนอยู่หน้าต้นโบตั๋นโบราณที่กำลังผลิดอกสีแดงสะพรั่ง ดอกไม้ชนิดนี้เป็นดอกไม้ที่เสด็จแม่ทรงโปรดปรานที่สุดในยามมีชีวิต ยามเมื่อสายลมวสันตฤดูพัดโบกเบาๆ หอบเอาไอความเย็นจางๆ และกลิ่นอายของผืนดินหลังสายฝนมาปะทะใบไม้สีเขียวชอุ่มและกลีบดอกหนานุ่มต่างพากันสั่นไหวราวกับกำลังกระซิบกระซาบเรื่องราวในอดีตที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้ ในพระหัตถ์ของฮ่องเต้ มีกล่องไม้แกะสลักเก่าแก่กล่องหนึ่งซึ่งพระองค์ท

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   จารึก

    ทว่าในวินาทีสุดท้ายนี้ เมื่อมองย้อนกลับไป นางจึงได้ตระหนักรู้แจ้งในใจตนเองแล้วว่า นางมิได้เพียงแค่หลอกลวงพระองค์...ในส่วนลึกของหัวใจอันมืดมิดและบิดเบี้ยวของหวังหลีอิน นางก็รักชายผู้นั้นเช่นกันความรักของนางมิใช่ความรักอันบริสุทธิ์ดั่งเช่นหญิงสาวชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นความรักที่หล่อหลอมขึ้นมาจากความเข้าใจในความโดดเดี่ยวของกันและกันเจียงเฉินหรงเป็นจักรพรรดิผู้โดดเดี่ยวบนบัลลังก์มังกร ส่วนนางคือบุตรอนุผู้โดดเดี่ยวที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในตระกูลหวัง และวังหลังอันโสมม พวกเขาต่างเป็นจิตวิญญาณที่เว้าแหว่งและบอบช้ำ สองร่างที่กอดก่ายกันเพื่อหาไออุ่นในค่ำคืนอันหนาวเหน็บของวังหลวง‘เฉินหรง... อ้อมกอดของพระองค์ในวันนั้น มันช่างหวานชื่นและอบอุ่นเหลือเกิน ข้าขอโทษที่ต้องเร่งเวลาของพระองค์ ข้าขอโทษที่ต้องกลายเป็นนางพญามาร แต่ทุกสิ่งที่ข้าทำลงไป ก็เพื่อเจียงเหยียน... ลูกของเรา เพื่อมิให้เขาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโดดเดี่ยวและโหดร้ายเหมือนดั่งที่พวกเราเคยเป็น’ความทรงจำเกี่ยวกับความหวานชื่นในอดีตเริ่มฉายชัดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับดอกบัวดำกลางกองเพลิงที่กำลังเบ่งบานเป็นครั้งสุดท้ายภาพยามที่พระองค์ทรงจูงมือน

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   ลมหายใจเฮือกสุดท้าย

    ระฆังล้อลมที่แขวนอยู่ชายคาดังกรุ๊งกริ๊งแผ่วเบา คล้ายจะดึงจิตวิญญาณของนางให้ลอยล่องกลับไปสู่อดีตกาลอันไกลโพ้น... กาลเวลาที่นางเคยคิดว่าตนเองเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานงิ้วอันโหดเหี้ยม‘ข้ากำลังจะตายแล้วสินะ’ หลีอินคิดในใจอย่างเยือกเย็น นางมิได้มีความหวาดกลัวต่อความตายแม้แต่น้อยสำหรับสตรีที่ผ่านการนองเลือดและซากศพมาทั้งชีวิต ความตายเป็นเพียงการพักผ่อนอันยาวนานเท่านั้น ทว่าในช่วงเวลาที่ลมหายใจสุดท้ายกำลังจะหลุดลอยสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในใจของพญาหงส์ทมิฬผู้โดดเดี่ยว กลับมิใช่ภาพความสะใจยามที่ศัตรูถูกประหารมิใช่ภาพกองทองคำล้ำค่า หรือเสียงสรรเสริญพันปี พันปี ของเหล่าขุนนางที่เคยคุกเข่าแทบเท้า... หากแต่เป็นภาพใบหน้าของชายผู้หนึ่งชายผู้เป็นสวามี จักรพรรดิผู้เดียวดายและขี้ระแวงเจียงเฉินหรง ในความทรงจำอันพร่าเลือน...ภาพวันวานยามที่นางเพิ่งให้กำเนิดเจียงเหยียนน้อยในเดือนสามปีจิ่งไท่ที่สิบแปดลอยเด่นขึ้นมา ราวกับเรื่องราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้...หลังจากค่ำคืนอันยาวนานที่นางต้องทนทุกข์ทรมานกับการคลอดบุตร ร่างกายจวนเจียนจะแตกดับ แสงสว่างแรกของยามเช้าได้สาดส่องเข้ามาในตำหนัก พร้อมกับการปรากฏ

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   นางพญาหงส์

    เหล่าขุนนางที่เหลือพากันตัวสั่นงันงก ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบกริบปานป่าช้า ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากท้าทายอำนาจของสองแม่ลูกคู่นี้อีกต่อไปยามนี้ทุกคนต่างตระหนักแจ่มแจ้งแล้วว่า หวังไทเฮาผู้นี้ โหดเหี้ยมและลึกล้ำยิ่งกว่าอดีตจักรพรรดิเจียงเฉินหรงหลายเท่าตัวนักยามค่ำคืนพัดผ่านเข้ามาอีกครั้ง หลีอินประทับยืนอยู่บนหอคอยหลวงที่สูงที่สุดของพระราชวัง ทอดสายตามองดูแสงไฟจากบ้านเรือนของราษฎรนับหมื่นนับแสนในเมืองหลวงอันกว้างใหญ่ เจียงเหยียนน้อยเดินก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ชายฉลองพระองค์มังกรสะบัดพลิ้วตามลม พระองค์คุกเข่าลงเบื้องหลังมารดา“เสด็จแม่... ลูกจัดการเสนาบดีกู้ตามความประสงค์ของเสด็จแม่เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”หลีอินค่อยๆ หันกลับมามองลูกชาย นางย่อกายลงคุกเข่าตรงหน้าเด็กน้อย ดึงร่างของเขาเข้ามาโอบกอดไว้แน่น ความอ่อนโยนแผ่ออกมาอย่างอบอุ่นเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน“เหยียนเอ๋อร์ของแม่... เจ้าทำได้ดีมาก”นางลูบพระเกศาของลูกชายเบาๆ“เจ้าอย่าได้โกรธแค้นแม่เลยนะลูก ที่แม่ต้องทำเยี่ยงนี้ ก็เพื่อปกป้องเจ้าและบัลลังก์นี้ไว้ให้เจ้าปูหนทางเดินอย่างราบรื่น ในวังหลวงแห่งนี้ หากเจ้าไม่ฆ่าพวกเขา พวกเขาก็จะหันมาแว้ง

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   ใส่ร้าย?

    เมื่อบิดาจากไป ซิงซินก็ก้าวเข้ามาประคองหลีอินไปที่หน้าต่างหลวงท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือนครหลวงช่างกว้างใหญ่ทว่าเงียบสงัด หลีอินทอดสายตามองออกไปไกลแสนไกล ลมหนาวพัดโบกผ้าคลุมหงส์พัดปลิว“ซิงซิน เจ้าดูสิ... วังหลวงแห่งนี้ช่างแปลกประหลาดนัก ยามข้าไร้อำนาจ ทุกย่างก้าวคือขวากหนาม คืนข้ามปีคือฝันร้าย” หลีอินพึมพำแผ่ว“ทว่าในยามที่ข้าเหยียบย่ำทุกคนขึ้นมาอยู่เหนือหัว โลกทั้งใบกลับสงบนิ่งและยอมสยบแทบเท้าข้าอย่างง่ายดายปานนี้”“เป็นเพราะความปรีชาสามารถและจิตใจที่เด็ดเดี่ยวของไทเฮาต่างหากเพคะ” ซิงซินเอ่ยอย่างภักดี“จากนี้ไป จะไม่มีใครสามารถทำร้ายหรือบังคับพระองค์ได้อีกแล้วเพคะ” หลีอินคลี่ยิ้มลึกล้ำ รอยยิ้มของดอกบัวขาวที่บัดนี้อาบไปด้วยพิษร้ายและโลหิต“ใช่แล้ว... จากนี้ไป แผ่นดินต้าฉีนี้ จะต้องจารึกนามของข้าหวังหลีอินไปตลอดกาล”กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปอีก ด้วยความสงบสุข...ราชสำนักต้าฉีภายใต้การปกครองหลังม่านของหวังไทเฮารุ่งเรืองและมั่นคงอย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าในความสงบนั้น กลับซ่อนเพลิงริษยาระลอกใหม่ไว้ใต้คลื่นน้ำยามนี้เจียงเหยียนฮ่องเต้องค์น้อยเจริญพระชนมพรรษาขึ้นเป็นสิบชันษา พระองค์ทรงเฉลียวฉลาด ดวงตาถ

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   โอรสแห่งข้า

    “ฮองเฮาเพคะ นี่คือยาบำรุงที่พระสนมหลินตำหนักตะวันออกส่งมาให้ตรวจเพคะ” ซิงซินในชุดหัวหน้านางกำนัลผู้ทรงอิทธิพล ยื่นถ้วยยารมควันสมุนไพรมาตรงหน้าหลีอินที่ยามนี้นั่งประทับบนเก้าอี้หงส์ ปัดปิ่นทองบนมวยผมเบาๆ นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวปรายมองถ้วยยาพลางแค่นยิ้มเยือกเย็น“ใส่ผงชาดร้อยรากลงไปในถ่านรมควันตำหนักนางเพิ่มอีกสามส่วน นางอยากมีลูกจนตัวสั่น ก็ให้นางฝันกลางวันต่อไปเถิด”“เพคะ หม่อมฉันจะจัดการให้เงียบเชียบที่สุด”เล่ห์กลของข้าช่างเรียบง่ายทว่าไร้ร่องรอย บ้างก็เป็นของขวัญพระราชทานแฝงกลิ่นหอมรมยาชวนให้มดลูกแห้งเหี่ยว บ้างก็เป็นน้ำแกงโสมบำรุงครรภ์ที่ผสมตัวยาแท้งอย่างช้าๆสนมคนใดที่โง่เขลาคิดจะใช้ท้องไต่เต้า ข้าล้วนส่งพวกนางไปพบจุดจบในป่าช้าหลังวังหลวงอย่างเงียบงัน ขอเพียงวังหลวงแห่งนี้ไม่มีองค์ชายหน้าใหม่กำเนิดขึ้นมาอีก ข้าก็จะเป็นผู้ชนะตลอดกาลเจียงเฉินหรงผู้ขี้ระแวงหารู้ไม่ว่า สตรีดอกบัวขาวที่เขาคิดว่าแสนดีและเที่ยงธรรมที่สุด ยามนี้ได้กลายเป็นนางพญามารที่คุมชะตากรรมผู้คนในวังหลังไว้ทั้งหมดพระองค์ทรงชราภาพลงทุกวัน พระพลานามัยทรุดโทรมจากการเสวยน้ำแกงโสมบำรุงที่ข้าจัดถวายให้ทุกค่ำคืน...น

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status