Masukหลานอวิ๋นเจียวนั่งแทะเม็ดแตงโมไปพลางฟังนิทานไปพลาง ชายหัวขาวที่กำลังพูดจนน้ำลายแตกฟองก็คือนักเล่า
สามปีผันผ่านเสียงธนูแหวกอากาศพุ่งทะยานด้วยความรวดเร็ว ไม่นานก็ทะลวงเป้าหมายแม่นยำประหนึ่งจับวาง ร่างระหงดีดตัวลอยขึ้นเหนือพื้นดิน พริบตาก็คว้าก้านอิงฮวามาไว้ในมือ ก่อนจะหมุนตัวร่อนลงสู่ผืนดินอย่างงดงามเจ้าของใบหน้าสะสวยยิ้มละไม นางวิ่งเข้าไปหยุดยืนเบื้องหน้าบุรุษตัวสูง “ให้ท่าน”ฝ่ามือกว้างเอื้อมรับก้านอิงฮวาที่ประดับด้วยบุปผางาม เขาสูดดมกลิ่นแผ่วเบา “หอมจัง”หลานอวิ๋นเจียวยกมือไพล่หลัง โยกตัวไปมาด้วยความชอบใจ “ชอบหรือไม่เพคะ”“ชอบ แต่กลิ่นอิงฮวาไหนเลยจะหอมเท่าเจ้า” เอ่ยจบชายหนุ่มก็คว้าเอวคอดเข้ามาสวมกอด“ท่านอ๋อง” หลานอวิ๋นเจียวตำหนิไม่จริงจัง เอ่ยต่อ “หม่อมฉันยังฝึกอยู่นะเพคะ”เย่ซานหลางแสร้งทำหูทวนลม เขาโน้มจรดปลายจมูกลงบนปรางแก้มเนียนนุ่ม “หอมที่สุด”หลานอวิ๋นเจียวหน้าแดงระเรื่อ “พอแล้วเพคะ เดี๋ยวมีคนเห็น”“นี่จวนของเรา มีแต่คนกันเองทั้งนั้น อายทำไม”หลานอวิ๋นเจียวยู่หน้า เอ่ยเปลี่ยนเรื่อง “ฝีมือยิงธนูของหม่อมฉันเป็นอย่างไรบ้างเพคะ พัฒนาขึ้นมากหรือไม่”นิ้วเรียวเขี่ยปลายจมูกเชิดรั้นด้วยความมันเขี้ยว “
กว่าหลานอวิ๋นเจียวจะตื่นก็เป็นช่วงบ่ายคล้อย มือเรียวขยับเล็กน้อย ทั้งยังรู้สึกว่าทั้งร่างร้าวระบมไปหมด“ตื่นแล้วหรือ”นัยน์ตาดอกท้อที่เพิ่งเปิดกว้างรีบหลุบมองต่ำ เสียงใสบ่นอุบ “คนโกหก”คิ้วเข้มเลิกขึ้นหนึ่งฝั่ง “ข้าโกหกอันใดเจ้า”หลานอวิ๋นเจียวสะเทิ้นอายจนไม่กล้าพูด จะให้นางบอกหรือว่าที่เขารับปากจะถนอมนางนั้นโกหกทั้งเพ ไฉนเรื่องที่เกิดขึ้นล้วนตรงกันข้ามเย่ซานหลางเห็นอีกฝ่ายหน้ามู่ทู่ก็รู้สาเหตุทันที เขารั้งร่างบางมากอดไว้ใต้อ้อมแขน “ขอโทษ ที่ข้าเป็นเช่นนั้นล้วนเพราะเจ้า หากเจ้าไม่หอมไปทั้งตัวข้าจะคลั่งเพียงนั้นได้อย่างไร ไว้คืนนี้แก้ตัวใหม่นะ”“ท่านยังจะแก้ตัวอะไรเพคะ”จะเรียกแก้ตัวได้อย่างไร นี่เรียกว่าซ้ำเติมมากกว่า“เอาล่ะ เด็กดีไม่ต้องงอแง เช่นนั้นข้าจะตามใจเจ้าทุกเรื่องเพื่อเป็นการไถ่โทษ ไหนบอกสวามีผู้นี้หน่อยสิ ว่าพระชายาปรารถนาสิ่งใด”หลานอวิ๋นเจียวพลิกตัวกลับมาประจันหน้ากับเขา “ทุกเรื่องจริงหรือเพคะ”เย่ซานหลางพยักหน้า “แน่นอน เว้นเรื่องเดียวคืออย่าห้ามให้ข้านอนกับเจ้า”หลานอวิ๋นเจียวอมลมจนแก
ผลัวะประตูบานหนาถูกผลักออกด้วยความรีบร้อน“เจียวเจียว”“…”เย่ซานหลางพุ่งตัวไปยังเตียงนอนที่มีผ้าม่านผืนโปร่งปลดลงเอาไว้พรึบบนเตียงนอนว่างเปล่า“เจียวเจียว เจ้าหายไปไหน” ความตื่นตระหนกถาโถมเข้าหา สิ่งที่เขาหวาดกลัวยังไม่หมดหรือ เหตุใดเจ้าสาวของเขาจึงไม่อยู่ในห้อง“เจียวเจียว เจ้าอยู่ที่ใด”“…”เย่ซานหลางลนลานสุดขีด เขาแทบประสาทกลับเพราะหาเจ้าสาวตัวเองไม่พบ“ท่านอ๋อง”เสียงใสแว่วมาจากเบื้องหลัง ทันทีที่ชายหนุ่มหันหลังกลับ เขาก็รีบวิ่งเข้าไปสวมกอดอีกฝ่าย ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแม้เพียงเล็กน้อยหญิงสาวตรงหน้าจะเลือนหายไป“เจียวเจียว ข้าเป็นห่วงเจ้ามาก เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงเป็นเช่นนี้”หลานอวิ๋นเจียวยิ้มแห้ง นางก็อยากนั่งรอเจ้าบ่าวตามธรรมเนียมอยู่หรอก ทว่าท้องเจ้ากรรมกลับประท้วงไม่หยุด นางไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้า จึงเผลอสวาปามอาหารที่เย่ซานหลางให้สาวใช้นำมาส่งจนเปรอะเสื้อผ้าดังนั้นหลานอวิ๋นเจียวจึงคิดว่าอาบน้ำเสียหน่อย จากนั้นค่อยแต่งตัวแล้วมานั่งรอเขาต่อก็คงไม่สาย เน
ปลายนิ้วเรียวขยับแผ่ว เปลือกตาบางแง้มเปิดแช่มช้า เสียงสะท้อนจากเนื้อผ้าที่เสียดสียามเคลื่อนไหวปลุกให้คนที่นั่งขนาบข้างเหลียวกลับมามอง“ตื่นแล้วหรือ”หลานพินถิงสะดุ้งโหยง หญิงสาวผุดนั่งขึ้นทันใด “เจ้าเป็นใคร”ชายหนุ่มยิ้มเยาะ “เป็นเจ้าสาวของข้า ยังไม่รู้จักหน้าเจ้าบ่าวตัวเองอีก”หลานพินถิงเบิกตาโพลง “หลีเจี้ยนกุ่ย! ข้าอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”“เจ้าหวังว่าตัวเองจะต้องอยู่ที่ใดหรือ”หลานพินถิงส่ายหน้าประหนึ่งคนเสียสติ “ไม่ จะต้องไม่ใช่ที่นี่ ข้าไม่มีทางแต่งกับเจ้า!” หญิงสาวหย่อนเท้าลงจากเตียง ไม่ทันถลาออกไปก็ถูกฝ่ามือหยาบระคายคว้าเอาไว้ หนำซ้ำเขายังออกแรงดึงจนร่างบอบบางปลิวกระเด็นลงไปนอนแผ่หลากลางเตียง หลานพินถิงรู้สึกเจ็บจนลุกไม่ไหวร่างสูงตวัดขึ้นคร่อมหญิงสาว พลางรวบมือทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะ สีหน้าของชายหนุ่มที่ภายนอกสุขุมพลิกกลับเป็นดุดันดุจมัจจุราช“ปล่อยข้า ปล่อยข้านะ คนเลว คนชั่ว ข้าไม่ได้แต่งกับเจ้า ข้าเป็นเจ้าสาวหานเซียนอ๋อง”“หน้าด้าน! ยังไม่ยอมรับความจริงอีกรึ หานเซียนอ๋องรังเกียจเจ้ายิ่งกว่ามูลสัตว์ ข้าอ้าแขนรั
หลานอวิ๋นเจียวนั่งมองใบหน้าของตนผ่านคันฉ่องสีอำพัน ภายในห้องแต่งตัวหาได้มีเพียงนางผู้เดียว เนื่องจากหลานพินถิงเองก็จะออกเรือนไปพร้อมนางด้วย หากแต่อีกฝ่ายแต่งให้กับบุตรชายของใต้เท้าหลี บุตรชายของเขาขึ้นชื่อว่าเป็นปราชญ์หนุ่มรูปงาม ทว่าเบื้องหลังความงามกลับซ่อนจิตใจอันดำมืดที่น้อยคนนักจะล่วงรู้แน่นอนที่หลานพินถิงยินยอมออกเรือนก็เพราะมีแผนการอยู่ในใจ หากมิใช่หานเซียนอ๋องแล้ว นางก็ไม่อยากแต่งให้ผู้ใดทั้งนั้น“น้องหญิง อาภรณ์ของเจ้างดงามกว่าข้ามากนัก ดูของข้าสิ เนื้อผ้าหยาบระคาย หนำซ้ำยังเผลอทำขาดอีกด้วย”หลานอวิ๋นเจียวลดตามองชายกระโปรงของหลานพินถิง ร่องรอยกะรุ่งกะริ่งดูคล้ายกับถูกของมีคมเกี่ยวจนขาดวิ่น“เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น มิสู้เรียกคนมาซ่อมทันหรือไม่”หลานพินถิงก้มหน้าพลางส่ายหัว “ไม่เป็นไร งานแต่งของข้าหาได้มากพิธีเช่นเจ้า น้องหญิงสาม…”“เจ้าคะ”“เอ่อ…คือ…” หลานพินถิงอ้ำอึ้งคิ้วสวยเลิกขึ้น “มีอะไรหรือเจ้าคะ”“ข้าเห็นว่าเราต่างก็จะออกเรือนแล้ว พี่สาวเช่นข้าไม่มีสิ่งใดตอบแทนเจ้า เช่นนั้นยันต์คุ้มภัยนี่ข้ามอบให้เจ้า รับไป
กว่าจะเรียกสติกลับมาได้น้ำชาก็แทบเย็นชืด หลานจงฝูปรายตามองผู้ที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า “ท่านอ๋องหมายความว่าอย่างไร”“ที่ข้าพูดไม่ชัดเจนหรือ”หลานอวิ๋นเจียวกุมขมับ นางปรี่เข้าหาเขาเพื่อดึงอีกฝ่ายให้ยืนขึ้น ทว่าแรงมดหรือจะขย่มต้นไม้ใหญ่ให้สั่นคลอนได้ “ท่านอ๋อง…ลุกขึ้น ทำอะไรเพคะ”“ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าบิดาของเจ้าจะรับปากยกเจ้าให้กับข้า”“แต่…”“เจียวเอ๋อร์” หลานจงฝูตัดบท เขาสาวเท้ามาเบื้องหน้า จากนั้นคว้าร่างเล็กไปยืนซ้อนหลังตน“เมื่อครู่ท่านอ๋องบอกว่าชอบเจียวเอ๋อร์ แต่กระหม่อมไม่อยากให้บุตรสาวพัวพันกับความยุ่งเหยิงของวังหลัง อีกอย่างกระหม่อมรู้ว่าที่ท่านอ๋องอยากอภิเษกกับนางก็เพราะผลประโยชน์ของอำนาจใช่หรือไม่”เย่ซานหลางช้อนตาขึ้นมองอย่างแน่วแน่ “ไม่ผิด”หลานจงฝูแค่นเสียง “เช่นนั้นกระหม่อมคงไม่อาจยกลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนผู้นี้ให้ท่านอ๋องได้แล้ว อย่างไรท่านก็รูปงามเป็นอันดับหนึ่ง เกรงว่าคงไม่ขาดแคลนนารีเคียงข้าง”เย่ซานหลางส่ายหน้า “ท่านเข้าใจผิดแล้ว ที่ข้าบอกไม่ผิด นั่นคือความรู้สึกเมื่อก่อนของข้า ทว่าตอนนี้ข้าชอบเจียวเจียว
เดินทางกลับเมืองหลวงครั้งนี้หลานอวิ๋นเจียวรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ราวกับว่าตนเพิ่งข้ามมายังโลกใบนี้อีกหน เพราะไม่อยากให้การเดินทางเหนื่อยจนเกินไป เย่ซานหลางจึงให้องครักษ์ของตนเตรียมรถม้ามาด้วยบรรยากาศด้านในรถม้าตอนนี้กระอักกระอ่วนเป็นอย่างมาก หลานอวิ๋นเจียวทำตัวไม่ถูก นางกำลังสับสน มือ
ช่วงเวลาก่อนฟ้ามืด…กว่าทุกคนจะรู้ตัวว่าหานเซียนอ๋องและคุณหนูสามสกุลหลานหายตัวไปก็กินเวลาไปนานมาก แม้เป็นเรื่องใหญ่ทว่าการตัดสินแพ้ชนะในงานล่าสัตว์ก็ยังต้องมีต่อ ระหว่างนั้นฮ่องเต้จึงเร่งบัญชาให้เหล่าทหารระดมกำลังตามหาพวกเขาทั้งสองเย่จ้านฮ่าวถือโอกาสนี้ออกรับหน้าที่เป็นผู้นำใ
เย่ซานหลางคลำที่ข้างเอวของตน จากนั้นคว้าร่างบอบบางเข้ามาสวมกอด“กอดข้าไว้ให้แน่น”หลานอวิ๋นเจียวใจกระตุกวูบ “ท่านอ๋อง อย่าบอกว่าท่านคิดจะกระโดด”“วางใจเถิด เจ้าไม่ตายหรอก”เหงื่อเริ่มซึมระหว่างปลายเท้า หลานอวิ๋นเจียวกลัวความสูงมาก ยิ่งมองลงไปจิตใจก็ยิ่งสั่นหวิว ทว่าตอน
ระหว่างพิธีกำลังดำเนินไปตามกระบวนการ เย่จ้านฮ่าวก็หันมองคนร่างเล็กที่ยืนอยู่เบื้องหลังของเย่ซานหลางชายหนุ่มกระแอม “ท่านพี่ นี่ไม่ใช่คุณหนูสามหรอกหรือ”“อืม” เย่ซานหลางตอบกลับดุจทองไม่รู้ร้อน“นางเป็นสตรี เหตุใดท่านจึงให้นางติดตามไปด้วย”“ทำไม เจ้าดูถูกความสามารถของสตร







