LOGINตอนที่13
ถามหัวใจตัวเอง
เช้านี้กวินตัดสินใจที่จะเล่าทุกอย่างให้พ่อกับแม่ฟัง ทั้งคู่ไม่โทษว่าเป็นความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่มันเกิดจากความรู้สึกที่ไม่มั่นใจในกันแล้วกันมกกว่า ปัญหาต่างๆถึงได้ตามมา
“กวินลูกเป็นคนที่มองโลกในมุมบวกเสมอ แต่อย่าลืมว่าไม่ใช่ทุกคนจะคิดแบบนั้น ก้ามปูเองเธอคงรู้สึกมาตลอด ว่าการแต่งงานไม่ได้เกิดจากความรัก และลูกก็คงไม่เคยทำให้เธอรู้สึกว่าที่เธอคิดมันไม่จริง แม่เองยังไม่แน่ใจเลยว่าลูกรักเมียของลูกไหม”
มณีเธอเคยเตือนลูกชายเรื่องขวัญวิภาแล้ว แต่กวินรับฟังแล้วก็ไม่เคยทำตาม จนเรื่องเล็กกลายมาเป็นปัญหาที่ใหญ่โต
“ผมก็ดูแลก้ามปูทุกอย่างนะครับ”
“ที่กลับบ้านดึกเกือบทุกคืนตลอดครึ่งปีเต็มที่แต่งงานกันมานี่นะ ที่ลูกเรียกว่าดูแล สำหรับพ่อ พ่อเรียกมันว่าทอดทิ้งมากกว่า โดยเฉพาะก้ามปูเขามาอยู่ที่บ้านของเรา เขาทั้งเหงา ทั้งคิดถึงบ้าน และสามีก็ยังไม่มีเวลาให้ ด้วยเหตุผลว่าต้องดูแลคนอื่น ไม่ว่าจะแฟนเก่าหรือลูกค้า”
กรณ์อยากพูดเรื่องนี้มานาน อย่าว่าแต่ก้ามปูเลย ตัวเขาเองยังหาโอกาสคุยกับลูกชายไม่ค่อยจะได้
“ทุกคนพูดเหมือนผมเป็นคนผิดคนเดียวเลย”
กวินเริ่มรู้สึกน้อยใจ เพราะเขาไม่เคยรู้ว่าก้ามปูคิดอะไร รู้สึกอะไร เขาถึงได้ทำทุกอย่างตามที่เขาคิดว่าดี
“ก้ามปูก็ผิด ผิดที่ได้แต่คิดแต่ไม่เคยพูดความรู้สึกออกมา เธอเลือกที่จะเก็บ เลือกที่จะทน และเมื่อความอดทนมันหมดผลมันก็เป็นแบบนี้”
มณีเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงโดยเฉพาะผู้หญิงที่ใจเด็ดอย่างก้ามปู
“พ่อกับแม่ก็มีส่วนผิด เราคิดว่าลูกกับก้ามปูคงจะรักกันได้ เหมือนกับพี่ของลูก แต่ดูแล้วคงมีแต่ก้ามปูที่รักลูกเท่านั้น”
“ทำไมพ่อคิดแบบนั้นล่ะครับ เมียผมทั้งคนทำไมผมจะไม่รัก” ชายหนุ่มเถียง
“รักแต่ไม่แสดงออกเท่ากับไม่รัก จำไว้ ไม่มีใครรู้ใจใครหรอกถ้าไม่พูดไม่แสดงออก พ่อกับแม่ก็ช่วยลูกได้แค่นี้ ที่เหลือก็ตัดสินใจกันเอา ถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้จะเลิกลากันก็เป็นเรื่องของคนสองคนพ่อกับแม่คงไม่เข้าไปยุ่ง”
ผ่านไปห้าวันแล้วกวินยังคิดไม่ออกว่าจะไปตามหาภรรยาที่ไหน ไปแอบดูที่บ้านของเธอก็ไม่มี เขากินไม่ได้นอนไม่หลับ พอเสียคนรักไป กวินถึงเพิ่งรู้ว่าก้ามปูสำคัญกับเธอแค่ไหน
เมื่อหัวใจมันไม่เบิกบาน สมองก็ไม่ทำงาน กวินจึงขอลางานเดินทางไปหาพี่ชาย เพราะอยากให้กวีช่วยให้คำปรึกษาด้วยว่าเขาควรทำอย่างไร
เมื่อขับรถไปถึงกวินหัวใจเต้นแรงทันที เขาดีใจจนพูดไม่ออกเมื่อเห็นว่ามีรถของภรรยาจอดอยู่ เขาค่อยๆแอบเดินเขาไปในบ้าน เพื่อไม่ให้ก้ามปูรู้ตัว เพราะกลัวเธอจะหนีเขาไปอีก
“อุ๊ย!”
หญิงสาวตกใจเมื่อถูกร่างหนากอดจากข้างหลัง ไม่ต้องหันมาดูหญิงสาวก็จำได้ทันที ว่าคืออ้อมกอดของสามีของเธอ
“จะมาต่อว่าเรื่องที่ทำให้เสียลูกค้า หรือจะมานัดวันหย่าคะ”
ก้ามปูถามด้วยน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์เพราะเธอเตรียมใจไว้แล้ว ว่าอะไรจะเกิดเธอก็พร้อมจะเผชิญกับมัน
“พี่จะมารับภรรยาของพี่กลับบ้าน”
“กลับไปเพื่อมีหน้าที่นอนรออยูที่บ้าน หน้าที่รอเศษเสี้ยวเวลาที่เหลือจากคนอื่นก้ามปูไม่กลับค่ะ ชีวิตที่เหลือก้ามปูขออยู่ตรงที่ที่มีค่าที่สุดดีกว่า”
“ในหัวใจของพี่ ก้ามปูมีค่าที่สุดแล้ว พี่ขอโทษที่ไม่ค่อยแสดงออก ขอโทษที่ไม่เคยบอกรัก ขอโทษที่ทำให้รู้สึกว่าไม่สำคัญ แต่ไม่มีวันไหนเลยนะที่พี่ไม่รัก”
“ต้องเชื่อใช่ไหมคะ” หญิงสาวยังคงยืนนิ่งไม่หันมาสบตาหรือกอดตอบสามี
“ยังไม่ต้องเชื่อที่พี่พูดก็ได้ ขอแค่ให้โอกาส เราอาจไม่ได้เริ่มต้นจากความรัก แต่นั่นไม่ได้หมายถึงพี่นะ เพราะตั้งแต่ที่พ่อกับแม่บอกว่าอยากให้พี่แต่งงานกับเรา พี่ก็ไปแอบดูก้ามปูที่มหาวิทยาลับบ่อยๆ ไปดูสาวกระโปรงยาว ที่ไม่ยอมทาแม้แต่แป้ง สาวมหาลัยที่ชอบการเข้าห้องสุดที่สุด และทุกวันพุธก้ามปูจะไปดูหนังเพราะลดครึ่งราคา ”
เมื่อได้ยินกวินพูดแบบนี้ หญิงสาวถึงกลับหมุนตัวหันมาสบตาคนพูด นี่เขาไปแอบดูเธอจริงๆถึงได้รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเธอได้ละเอียดแบบนั้น
“ภาพที่มีคนส่งมา ก็คือขวัญวิภา เขาทำทุกอย่างเพื่ออยากได้พี่คืน แต่คนที่ผิดคือพี่เอง ที่ไม่ทำอะไรให้เด็ดขาด จนเขาคิดว่าพี่ยังมีใจ และการที่พี่เอาใจลูกค้าเกินไป เพียงเพื่อต้องการผลประโยขน์ให้บริษัท จนเป็นการไม่ให้เกียรติภรรยา พี่สำนึกแล้ว ต่อไปนี้ถ้าพี่ทำอะไรไม่ถูกใจ หรือก้ามปูอยากให้พี่ทำอะไร ขอให้เราพูดกันตรงๆนะ กลับบ้านไปอยู่กับพี่เถอะ ไม่ได้นอนกอดมาหลายคืนแล้ว มันนอนไม่หลับ”
เมื่อได้ยินคำอ้อน พร้อมกับการเปิดใจคุยกันแบบนี้ก้ามปูจึงยอมให้โอกาสสามี เพราะเธอก็คิดว่าเรื่องทั้งหมดเธอก็มีส่วนผิดที่เอาแต่เก็บความรู้สึกไว้ไม่ยอมพูดออกไป จึงทำให้กวินไม่เข้าใจว่าเธอคิดหรือต้องการอะไร
“ชีวิตคู่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ความรักยังไม่สำคัญเท่าความเข้าใจ กลับไปอยู่ด้วยกันคราวนี้ก็ไม่ต้องเล่นอะไรกันแบบนี้อีกนะ เจ้าสาวก็แสบเจ้าบ่าวก็เจ้าเสน่ห์ มีอะไรก็คุยกัน พี่จะได้มีหลานเสียที ตัวพี่เองนานแล้วยังไม่มีวี่แววเลย”
กุ้งนางส่งกระเป๋าเสื้อผ้าให้น้องสาว เธอยิ้มดีใจที่ก้ามปูไม่ต้องนอนร้องไห้อีกแล้ว
สองคนสามีภรรยามองหน้ากัน ถ้าไม่เกิดเรื่อง คงไม่มีวันเข้าใจกันแบบนี้แน่ๆ
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะ ภรรยาจอมแสบ”
กวินโอบกอดหญิงสาวหอมแก้มด้วยความคิดถึง ก่อนจะรีบขับรถกลับบ้านเพราะอยากจะไปทวงความเป็นสามีคืนจนใจจะขาดอยู่แล้ว
จบบริบูรณ์
ขอบคุณทุกยอดโหลดจากใจนักเขียนนะคะ การเป็นนักเขียนคือความฝัน แต่ปะหนันก็ยังเริ่มต้นบนเส้นทางนี้ได้ไม่นาน หากมีส่วนใดที่ผิดพลาดไป นักเขียนก็ขออภัยและจะพยายามปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
ขอให้นักอ่านทุกคนเป็นกำลังใจให้ปะหนันด้วยนะคะ
ปะหนัน
ตอนที่13คำที่รอฟัง เวลาผ่านไปเร็วมากทุกคนที่เคยมาอยู่เป็นเพื่อน ต่างก็แยกย้ายกันกลับหมดแล้ว สมิตาเองก็วุ่นกับงานที่บริษัทเพราะต้องมารับช่วงต่อจากบิดาทั้งหมด โดยที่เธอแทบจะไม่ค่อยได้เรียนรู้งานมาก่อนหน้านี้เลย ภาวิณีเองก็ติดใจการเดินสายทางธรรม เดือนหนึ่งเธอกับแม่ของหนูนาจะอยู่บ้านกันแค่เพียงไม่กี่วัน ที่เหลือก็จะเดินสายเส้นทางบุญกัน พ่อเลี้ยงชนินทร์ใช้ชีวิตนับจากวันที่หย่ากับครอบครัวใหม่ของเขา นาน ๆ ครั้งถึงจะได้แวะมาหาสมิตาที่บริษัท แต่ทุกครั้งที่มีปัญหา ลูกสาวก็จะโทรปรึกษาพ่อของเธอตลอด “ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้น” ภูษิตเดินเข้ามาในห้องนอน หลังจากออกไปตรวจบริเวณรอบฟาร์มกับลูกน้องเสร็จแล้ว แต่ดันหันมาเห็นหนูนาจ้องโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าตกใจ “พ่อเลี้ยงโดนจับคดีค้าไม้เถื่อนค่ะ” ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์จากมือของภรรยาเพื่อมาอ่านรายละเอียดทั้งหมด ก่อนเดินออกไปนอกตัวบ้านเพื่อโทรศัพท์หาสมิตา เพราะเธออาจจะยังไม่รู้ข่าว หรืออาจจะรู้รายละเอียดมากกว่าเขา “นอนกันเถอะ พรุ่งนี้ผมต้องช่วยลูกน้องขับรถเอานมไปส่ง ”
ตอนที่12บาดแผล ความล้มเหลวของครอบครัวสามี ทำให้หนูนาสงสารทุกคน เธอเกิดมาไม่มีพ่อแล้ว พ่อจากเธอไปแต่ทิ้งไว้แต่ความทรงจำที่สวยงาม ต่างจากภูษิตเขาเกิดมาในครอบครัวที่พร้อมหน้า แต่วันนี้วันที่ลูกๆ ทุกคนกำลังจะประสบความสำเร็จ ครอบครัวกลับต้องมีบาดแผล ที่แสนเจ็บปวด “พี่ภูอย่าคิดมากนะคะ คิดเสียว่ามันเป็นความสุขของคุณพ่อ เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เราต้องคอยเป็นกำลังใจให้คุณแม่ ไม่ว่าท่านจะตัดสินใจอย่างไร เราต้องเคารพและเชื่อมั่นในการตัดสินของท่านนะคะ” ภูษิตล้มตัวลงนอนบนตักของหนูนา เขาหลับตาลง พยายามไม่คิดอะไร แต่มันก็ยากที่จะไม่รู้สึก การตัดสินใจของภาวิณีคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วในความคิดของเธอ ผู้หญิงคนนั้นและเด็กน้อยที่เกิดมา พวกเขาต้องการพ่อเลี้ยงชนินทร์ ส่วนเธอยังมีลูกๆ คอยเป็นกำลังใจให้ และเธอก็ไม่สามารถที่จะทนอยู่แบบสามคนได้แน่นอน พ่อเลี้ยงชนินทร์จัดการเรื่องทรัพย์สินทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนที่เขาจะหย่ากับภาวิณีอย่างถูกต้อง ช่วงเวลานี้แม่ของหนูนารับหน้าที่เป็นเพื่อนที่คอยดูแลเยียวยาความรู้สึกให้กับเพื่อน ทั้งคู่พากันปถือศีลที่วัดแห่งหนึ่งที่อ
ตอนที่11ความเจ็บปวดซ้ำสอง วันนี้สองคนพี่น้องตกลงกัน จะเล่าความจริงให้มารดาฟัง หลังจากที่พ่อเลี้ยงออกไปทำงาน “สองคนพี่น้อง มานั่งประกบแม่แบบนี้ มีอะไรกันหรือเปล่า” ภาวิณีสัมผัสได้ถึงการกระทำที่ลูก ๆ ของเธอกำลังทำกับเธอ เหมือนมีเรื่องอะไรสักอย่าง “คุณแม่คะ เราสองคนรักแม่มาก รักที่สุด ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แม่จะมีพวกเราเสมอนะคะ” สมิตาโผเข้ากอดมารดา เสียงของเธอนิ่งสงบเพราะความเจ็บช้ำเมื่อคืนเธอทำใจยอมรับมันได้แล้ว ว่าไม่มีทางย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้ “ลูกๆ มีอะไร พูดกับแม่มาเลยดีกว่า ยิ่งทำแบบนี้ แม่ยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดีเลย” ภาวิณีถอนหายใจยาว เพื่อเตรียมใจที่จะรับฟังสิ่งที่ลูกๆ อยากจะบอกเธอ ภูษิตรับหน้าที่เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้มารดาฟัง สองมือหนาของเขากุมมือภาวิณีไว้ตลอดเวลา และพยายามใช้คำพูดที่จะทำร้ายจิตใจแม่ให้น้อยที่สุด “สิ่งที่แม่แอบกลัวมาตลอด ในที่สุดมันก็เกิดขึ้น” การที่สามีของตัวเองเปลี่ยนไป มีหรือที่ภรรยาที่อยู่กินกันมาถึงสามสิบห้าปี จะสังเกตไม่ได้ แต่เธอก็ได้แต่หล
ตอนที่10ความจริง ภูษิตใช้เวลาในการจัดการเรื่องบ้านทั้งการสั่งเฟอร์นิเจอร์เข้ามา การจัดการเรื่องฟาร์มก็หมดเวลาไปสามวันพอดี ทั้งคู่จึงพากันกลับ และจะมาที่นี่อีกครั้งก็คือการเข้าอยู่อย่างเป็นทางการเลย “พี่ภูคะ ตั้งแต่ออกจากบ้านมาทำไมหนูนาเห็นพี่เอาแต่ทำหน้าเครียด มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ” หญิงสาวแอบมองหน้าสามีมาสักพักแล้ว เธอแอบเห็นเขาถอนหายใจหลายที หนูนาเลยตัดสินใจที่จะถามให้รู้ไปเลยว่าภูษิตกำลังมีเรื่องกังวลอะไรในใจ “พี่สงสารคุณแม่” ชายหนุ่มพูดเพียงเท่านั้นก็ถอนหายใจอย่างแรง “มีอะไรเกิดขึ้นคะ พี่ภูบอกหนูนาได้ไหม เผื่อเราจะพอช่วยกันแก้ไขได้” “ทุกอย่างมาไกลเกินกว่าจะแก้ไขแล้ว เราทุกคนคงทำได้แค่ยอมรับความจริง ผู้หญิงและเด็กที่หนูนาเห็นมากับคุณพ่อของพี่วันนั้น คือลูกและภรรยาอีกคนของท่าน” หญิงสาวเอื้อมมือไปจับมือของสามี เพราะรู้ว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหน ที่ต้องพูดความจริงออกมา น้ำเสียงที่สั่นเครือ ทำให้หญิงสาวรู้สึกสงสารเขาจับใจ “ร้องไห้ออกมาก็ได้นะคะ ถ้ามันจะทำให้พี่รู้สึกดีขึ้น การเป็นผู้ชายไม่ได้หมายความว่า
ตอนที่9เรือนหอ “อากาศดีจังเลยนะคะ หนูนาคิดว่าที่บ้านเราอากาสดีแล้ว แต่ที่นี่ดูจะมีหมอกควันน้อยกว่าที่บ้านเราอีก” หญิงสาวเปิดกระจกรถเพื่อสัมผัสกับอากาศข้างนอก เพราะทั้งคู่ออกเดินทางทันทีเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น อากาศข้างนอกจึงทั้งสดชื่นและไม่ร้อน “เห็นภูเขาลูกนั้นไหม นั่นแหละบ้านเรา” ภูษิตชี้ไปที่ภูเขาที่อยู่ด้านหน้า ที่ตอนนี้ยังมองเห็นไม่ค่อยชัดเพราะมีหมอกยามเช้าบดบังอยู่ “จริงเหรอคะ อากาศคงดีน่าดูอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบนั้น” ชายหนุ่มแอบคิดกังวลมาตลอดว่าเจ้าสาวของเขา อาจจะไม่ชอบที่จะต้องมาอยู่ไกลความเจริญแบบนี้ เพราะเธอเคยใช้ชีวิตแบบสะดวกสบายมาก่อน “แถวที่เราอยู่จะไม่มีห้าง ไม่ร้านค้าแบบในเมืองนะ แต่ก็พอมีร้านค้าของชาวบ้าน ไว้เวลาอยากซื้ออะไรเราค่อยเข้าเมืองออกมาซื้อกันทีเดียว” “แล้วที่พ่อเลี้ยงเคยพูดเรื่องสร้างรีสอร์ตล่ะคะ ใช่ที่ดินผืนเดียวกันไหมคะ” หนูนาถามด้วยความสงสัย เพราะดูแล้ว เส้นทางที่เธอกำลังเดินทางอยู่ไม่มีรีสอร์ตเลยมีแต่เพียงสวนผลไม้ ฟาร์มโคนม ดูแล้วไม่น่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว “ท
ตอนที่8ครอบครัว คนแรกที่ภูษิตคิดถึง คือหนูนาแต่ก่อนที่เขาจะทันได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาภรรยา ทางบริษัทที่รับจ้างสร้างเรือนหอได้โทรมาแจ้งให้เขาเดินทางไปดูเรือนหอเพื่อเซ็นรับงานเพราะตอนนี้ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนแรกภูษิตตั้งใจจะพาหนูนาไปที่เรือนหอในวันที่ทุกอย่างพร้อมเข้าอยู่ แต่เขาเปลี่ยนใจ เพราะเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เขารู้สึกว่าทุกวันทุกนาทีมีค่า เหมือนเรื่องของพ่อถ้าเขารู้และหยุดทุกอย่างก่อนที่จะมีเด็กตัวเล็กๆคนนั้นเกิดขึ้นมาทุกอย่างคงง่ายกว่านี้ “เก็บเสื้อผ้ากับของใช้ให้ผมและของคุณด้วย เราจะไปดูเรือนหอกัน เตรียมไปสักสามวันนะ” หนูนารู้สึกงงๆ แต่ก็ทำตาม เพราะเดี๋ยวตอนนั่งรถไปคงมีเวลาได้ถามกัน เธอคิดว่าเรือนหอคงอยู่ไม่ไกลจากบ้านของพ่อเลี้ยงหรือบ้านของเธอเท่าไหร่ แต่จากที่สามีให้เธอเตรียมเสื้อผ้าของใช้แบบนี้คงไม่ใช่อย่างที่เธอคิดแน่ๆ เกือบชั่วโมงเหมือนกันกว่าที่ภูษิตจะขับรถมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่เขาทำคือการเข้าไปหามารดาที่ห้องนอน “คุณแม่ครับผมกับหนูนาจะไปดูเรือนหอ น่าจะประมาณสามวัน เดี๋ยวเย็นนี้สมิตาจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนแม่น







