Partager

ตอนที่ 5

last update Date de publication: 2025-03-22 22:37:18

“เห็นคุณบอกว่าอยากได้ผู้ช่วยใช่ไหม?”

                ฤทธิเอ่ยถามผู้เป็นภรรยาระหว่างรับประทานอาหารเย็นกันเพียงลำพัง แม่ของเขาไปปฏิบัติธรรมกับเพื่อนที่วัดแห่งหนึ่งแถวนครราชสีมา จึงไม่ได้อยู่ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเย็นเช่นเคย

นับแต่พ่อไม่อยู่ แม่ก็เข้าวัดปฏิบัติธรรมมากขึ้น

“ค่ะ” ฝ่ายนั้นตอบก่อนเงยหน้าจากจานข้าวที่เจ้าตัวทำท่าเขี่ยข้าวในจานเล่นมากกว่าจะกิน

“คุณจำเด็กคนนั้นได้ไหม? ที่แม่เขาเคยมาทำงานที่นี่อยู่พักหนึ่ง แล้วก็ลาออกไป บ้านอยู่ในชุมชนซอยเดียวกับเรานี่แหละ” ผู้เป็นภรรยาทำท่านึกอยู่ครู่ก่อนจะร้องออกมาเมื่อระลึกได้ว่าเขากำลังพูดถึงใคร

“อ๋อ...คุณหมายถึงพรรณีใช่ไหม ลูกสาวเขาชื่อ...” เจ้าตัวเอานิ้วเคาะข้างปากอย่างใช้ความคิด “นันท์ ชื่อจริงชื่ออะไรไม่รู้ ลินินจำได้แต่ชื่อเล่น ทำไมเหรอคะ? คุณเจอแกเหรอคะ?”

“ใช่ เมื่อเช้าตอนฝนตก ก็เลยรับขึ้นรถไปส่ง” ฤทธิตอบเพียงนั้น มิได้เอื้อนเอ่ยว่าไปส่งที่ใดหรืออย่างไร “มีโอกาสได้คุย เห็นว่ากำลังหางานพิเศษทำ ผมเลยนึกถึงคุณขึ้นมา ถ้าคุณสนใจผมจะได้ให้มาลองคุยกับคุณดู ท่าทางแกเป็นเด็กใช้ได้ คุณน่าจะชอบ”

“ถ้าคุณชอบ ลินินก็ชอบค่ะ” เจ้าตัวพูดพร้อมยิ้มกว้าง “พรุ่งนี้คุณบอกให้แกมาหาลินินได้เลยนะคะ”

แม้จะพยักหน้ารับทว่าฤทธิกลับแปร่งหูกับประโยคแรกไม่น้อย เขาสบตาคนพูดทว่าไม่พบแววผิดปกติใดๆ ในดวงตาคู่นั้น นอกจากแววเศร้าจางๆ ที่ปรากฏเสมอนับแต่ความสูญเสียคราวนั้น

“จริงสิ...ศุกร์ที่แล้วผมไม่อยู่ คุณไปหาหมอไม่ใช่เหรอ หมอว่าไงบ้าง?” ฤทธิเปลี่ยนเรื่อง ตั้งแต่กลับจากภูเก็ตเมื่อวานก็ยังไม่มีโอกาสได้ซักถามภรรยาถึงเรื่องนี้สักครั้ง ชายหนุ่มสังเกตเห็นรอยเศร้าในแววตาภรรยากลับชัดเจนขึ้นกว่าเดิม “ผลออกมา...ไม่ดีเหรอ?”

คำถามแฝงความห่วงใยจริงจังนั้นทำให้คนฟังน้ำตาซึม รอยยิ้มในตอนแรกกลับเหือดหาย

ลินินพยักหน้าน้อยๆ

“ค่ะ ฤทธิ ผลมันออกมาไม่ดีเลย”

วันศุกร์ที่ผ่านมา

วันนี้ฤทธิไม่ได้มาด้วยเหรอหนูลินิน’

ค่ะ ลุงหมอ ช่วงนี้ฤทธิบินไปภูเก็ตเกือบทุกอาทิตย์ค่ะ โรงแรมทางนั้นกำลังเซ็ตระบบเตรียมเปิดในอีกเดือนสองเดือนข้างหน้านี้แล้วค่ะ’

ณรงค์มีทีท่าหนักใจ เขาเป็นแพทย์ประจำตัวของหญิงสาวผู้นี้มานานหลายปี รู้จักหล่อนดีพอๆ กับลูกตัวเองนั่นแหละ อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นจนเป็นเหตุให้ต้องทำการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจสอบถือเป็นสัญญาณที่ไม่ดี และสิ่งที่เขากลัวก็เป็นจริง ชายสูงวัยขยับแว่นเล็กน้อย ดวงตามีแววครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

มีอะไรหรือเปล่าคะ’

อันที่จริงลุงอยากให้พาใครสักคนมาด้วย จะได้มารับฟังด้วยกัน’

เขาเอ่ยออกมาในที่สุด และนั่นก็ทำให้คนฟังตระหนักว่า...เรื่องที่อีกฝ่ายกำลังจะบอกน่าจะเป็นเรื่องไม่สู้ดีนัก

ลุงบอกมาเถอะค่ะ ลินินรับได้’

แม้จะปรับเสียงให้เข้มแข็ง แต่หล่อนรู้ตัวเองดีว่าขณะนี้หัวใจสั่นไหวเพียงไร

ผลชิ้นเนื้อออกมาแล้ว ไม่ดีเท่าไร’

มะเร็งเหรอคะ?’ หล่อนถามอย่างไม่อ้อมค้อม ทว่าเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้ารับเบาๆ ใจกลับหล่นวูบลงแทบเท้า

มะเร็ง...

มะเร็งรังไข่ ระยะที่สี่’

ระยะ...ที่สี่’ หล่อนทวนคำของผู้สูงวัยด้วยน้ำเสียงเบาหวิว...ก่อนที่ปลายเสียงจะขาดหาย เหมือนที่หัวใจร่วงหล่นและหายไปก่อนหน้านั้นแล้ว ถ้อยคำถามต่อมาจึงเบาแสนเบา แต่กระนั้นคนฟังก็ได้ยิน ‘อีกนานไหมคะ?’

หกเดือน...ถึงหนึ่งปี’

ลินินมิได้เล่ารายละเอียดทั้งหมดที่คุยกับลุงหมอ โดยเฉพาะเรื่องระยะของโรคและระยะเวลาที่คาดการณ์ไว้ หล่อนรู้ว่าบอกไปก็ยิ่งทำให้อีกฝ่ายกังวลเปล่าๆ

                สิ่งที่บอกจึงมีเพียงเรื่องที่ต้องการบอกเท่านั้น

                “ฤทธิคะ ลินิน...” น้ำเสียงหล่อนขาดหายไปเมื่อต้องเอ่ยประโยคนี้ “คงมีลูกให้คุณไม่ได้แล้ว”

                ฤทธิฟังแล้วก็วางช้อนส้อม เอื้อมมากุมมือหล่อนไว้แน่น ปลอบใจด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

                “ช่างมันเถอะ ไม่มีก็ไม่เป็นไร ไม่สำคัญหรอก ขอแค่คุณหายป่วยก็พอ”

แม้จะได้ยินสามีบอกเช่นนั้น ทว่าลินินไม่อาจนิ่งเฉย หล่อนอยากมีลูก และรู้ว่าผู้เป็นสามีก็อยากมีลูกเช่นกัน หลังจากสูญเสียครั้งนั้น ทั้งเขาและหล่อนต่างก็ทุกข์ตรมไม่แพ้กัน ทว่านอกจากหล่อนจะต้องทุกข์เพราะการสูญเสียลูกแล้ว ก็ยังต้องต่อสู้กับอาการป่วยที่เกิดจากความผิดปกติของต่อมใต้สมองที่ส่งผลให้สุขภาพของหล่อนย่ำแย่

แล้วนี่ยังมาเจอโรคร้ายอีก ความหวังที่น้อยยิ่งกว่าน้อยจึงเหลือเพียงศูนย์

ในเมื่อหล่อนมีลูกให้เขาไม่ได้ ก็แค่ต้องให้คนอื่นมีให้ก็เท่านั้น ไม่ว่าหล่อนจะอยู่ทันเห็นผลของมันหรือไม่ แต่หญิงสาวคิดว่าคงต้องลงมือทำอะไรสักอย่างตั้งแต่ตอนนี้

“แต่ลินินอยากมีลูก คุณก็รู้”

“ใจเย็นน่า...เอาไว้ปรึกษาหมออีกทีก็ได้ มีทางออกเยอะแยะไป ตอนนี้คุณเอาเวลาไปดูแลรักษาตัวเองก่อนไม่ดีกว่าเหรอ” คนพูดเอื้อมมากุมมือหล่อนเพื่อให้กำลังใจ

“แล้ว...ถ้าไม่มีวันนั้นละคะ...ถ้าลินินไม่หายล่ะคะ”

“อย่าพูดแบบนั้น!” ฤทธิดุ “ต้องหายสิ”

ยิ่งได้ยินเช่นนั้นน้ำตาที่เพิ่งเหือดหายกลับเอ่อล้น หรือควรบอกความจริงกับเขา...

“อะไรๆ มันไม่แน่นอนหรอกค่ะฤทธิ เรา...หาคนมาอุ้มบุญดีไหมคะ?” หล่อนโพล่งออกไป

นับแต่วันที่ไปพบลุงหมอ หล่อนก็คิดหาทางที่จะทำให้ตนได้อุ้มลูกโดยเร็วที่สุด แน่นอนล่ะว่ามันไม่ใช่แค่การอุ้มบุญ ในเมื่อมะเร็งระยะที่สี่นั้นได้แพร่ไปยังรังไข่ทั้งสองข้างและมดลูกจนหมดสิ้น

ลินินไม่สามารถตั้งท้องได้ ไม่ว่าจะมีวิทยาการล้ำสมัยใดๆ ก็ตาม ทางเดียวที่หล่อนจะมีลูกได้ ก็คืออาศัยไข่และมดลูกของผู้หญิงคนอื่น

ผู้หญิงคนนั้นจะต้องยังสาว แข็งแรง ไร้พันธะผูกพัน และเป็นคนที่ลินินเลือกแล้วว่าเหมาะสม หล่อนมีตัวเลือกในใจแล้ว ที่สำคัญลินินเข้าไปคุยกับพ่อแม่ของเจ้าหล่อนเรียบร้อย ตอนนี้เหลือแค่รอว่าฝ่ายนั้นจะตกลงหรือไม่ แต่จำนวนเงินก้อนโตที่เป็นค่าตอบแทนนั้นน่าจะจูงใจได้ไม่น้อย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • อุ้มรักเจ้าหนี้หัวใจ   ตอนที่ 56 (จบ)

    แปดปี...นอกจากจะพิสูจน์ให้รู้ว่าเด็กสาวที่อุปการะเลี้ยงดูนั้นมีจิตใจมั่นคงแน่วแน่กับบุตรชายของตนเพียงไร ในทางกลับกันก็พิสูจน์ความรักที่บุตรชายมีต่อเจ้าหล่อนด้วยเช่นกันหลังจากสูญเสียภรรยา...ช่วงแรกเขาก็เสียศูนย์ไปบ้าง ยิ่งเมื่อกลับมาแล้วเจอว่าพนิตนันท์หายไป ก็กลายเป็นคนเงียบขรึม ทำแต่งานจนแทบไม่ได้หยุดพัก ไหนจะตอนที่เข้าใจผิดว่าสาวเจ้ามีแฟนอีก แต่ถึงจะเจออะไรมามากขนาดไหนฤทธิไม่เคยชายตาแลหญิงสาวคนไหนอีกเลย คุณวจีเคยถามว่าเขาคิดจะแต่งงานอีกไหม‘แล้วแม่จะให้ผมแต่งกับใครล่ะครับ...ผู้หญิงที่ผมจะแต่งด้วยก็ไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้’ คือคำตอบของเขาซึ่งทำให้รู้ว่า...เขาปักใจอยู่กับพนิตนันท์เพียงคนเดียว“เดี๋ยวค่อยคุยไม่ได้เหรอครับ?” ฤทธิหันไปต่อรองทว่าสายตากลับมองตามเรือนร่างบอบบางที่ลับหายเมื่อประตูห้องพระปิดลง“ไม่ได้!” คุณวจีเสียงแข็ง “ถ้าไม่คุยตอนนี้ แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังนะ”“ครับ...ผมตามใจแม่เสมอแหละ แม่จะคุยเรื่องอะไรครับ?”“เดี๋ยวหนูนันท์เปลี่ยนชุดม

  • อุ้มรักเจ้าหนี้หัวใจ   ตอนที่ 55

    เมื่ออยู่กันตามลำพังความรู้สึกประหม่าเหมือนจะเกาะกุมคนทั้งสอง เวลาแปดปีที่ไม่เคยได้พบกันทำให้เกิดความเหินห่าง ต่างจึงยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม...จะมีก็แต่ดวงตาสองคู่ที่สานสบกันนิ่ง ร่องรอยแห่งความคิดถึงห่วงหาลึกซึ้งฉายชัดฤทธิเป็นฝ่ายก้าวเข้าไปหาหญิงสาวก่อน เขาหยุดยืนตรงหน้าหล่อนพลางกวาดตามองคนตรงหน้าด้วยสายตาชื่นชม“นึกว่านันท์คงจะเกลียดฉันจนชาตินึ้คงไม่กลับมาให้เห็นเสียแล้ว” เขารำพึงออกมา คนฟังกลั้นน้ำตาพลางส่ายหน้า“นันท์ไม่เคยเกลียดคุณ”“ฉันขอโทษ” จู่ๆ เขาก็เอ่ยคำนี้ออกมา ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างขึ้น...ไม่เข้าใจว่าเขาขอโทษเรื่องอะไร “ขอโทษที่ตอนนั้นฉันไม่ได้ดูแลนันท์เลย”ดวงตาของหญิงสาวฉายแววที่ทำให้คนพูดรู้ว่าหล่อนเข้าใจสิ่งที่เขาพูด“ไม่เป็นไรค่ะ นันท์เข้าใจ...ตอนนั้นคุณลินิน เอ่อ...” คำพูดขาดหาย...เหมือนใจที่หายไปยามนึกถึงคนที่ไม่อยู่แล้วในวันนี้ ขนาดหล่อนเป็นคนอื่นแท้ๆ ยังวูบไหวแล้วเขาเล่า...จะไม่รู้สึกได้อย่างไร“ลินินไปดีแล้ว ไม่ต้องเจ็บต้องทรมาน เ

  • อุ้มรักเจ้าหนี้หัวใจ   ตอนที่ 54

    ตึกรามบ้านช่องและถนนหนทางที่เปลี่ยนไปอย่างมากสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งผู้โดยสารไม่น้อย นี่เป็นครั้งแรกในรอบสี่ปีที่พนิตนันท์เดินทางกลับมาประเทศไทยนับแต่ไปเรียนต่อปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกาจวบจนกระทั่งเรียนจบและทำงาน หล่อนไม่เคยย่างกรายกลับมาเลยสักครั้งไม่ใช่...ไม่คิดถึงบ้าน ไม่คิดถึงแม่...หล่อนคิดถึงเมืองไทยรวมไปถึงคนที่อยู่ทางนี้ทุกขณะจิต ทว่าตั้งเป้าหมายกับตนเองไว้ว่า จะไม่กลับจนกว่าจะคว้าปริญญามาได้ ครั้นเรียนจบหล่อนก็ได้รับข้อเสนอจากบริษัทชั้นนำแห่งหนึ่งให้เข้าทำงานในตำแหน่งและเงินเดือนที่ไม่ควรปฏิเสธอย่างยิ่ง หล่อนจึงรับข้อเสนอนั้นและเลื่อนเรื่องกลับเมืองไทยออกไปอีกสองปีที่ผ่านมาพนิตนันท์สนุกกับการทำงานมากจนแทบจะลืมเวลา และลืมเรื่องกลับเมืองไทยไปเลย กระทั่งคุณวจีมีจดหมายมาหาในทำนองถามไถ่ว่าจะกลับเมื่อไร ประจวบกับน้องชายของหล่อนส่งข่าวเรื่องที่แม่ป่วยหล่อนจึงตัดสินใจลาออกเพื่อกลับเมืองไทยหลังจากที่หล่อนย้ายไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยทางภาคเหนือได้ไม่นาน แม่ก็เลิกรากับพ่อเลี้ยง จากนั้นก็กลับเนื้อกลับตัวเลิกเ

  • อุ้มรักเจ้าหนี้หัวใจ   ตอนที่ 53

    หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบเอ็ดปียืนเคว้งอยู่กลางกลุ่มคนเยอะแยะมากมายที่มาร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ที่จบการศึกษาในปีนี้ ในอ้อมแขนเขามีช่อดอกไม้ช่อใหญ่ที่เตรียมมาเพื่อมอบให้บัณฑิตจบใหม่ที่เขาเฝ้ารอมานานถึงหกปีเต็มเดินหาอยู่พักหนึ่ง...หากในที่สุดเขาก็เจอหล่อนจนได้!พนิตนันท์ยืนอยู่ท่ามกลางเพื่อนซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่ต่างก็สวมใส่ชุดครุยเพื่อรับปริญญา หล่อนสวยบาดตาบาดใจจนฤทธิใจสั่นไหว เขาก้าวเท้าตรงไปหาหล่อนพลางกระชับช่อดอกไม้ในมือ ใจก็คิดหาคำพูดที่จะเอ่ยกับหล่อนเป็นประโยคแรกแต่แล้วเขาก็ชะงักและหยุดเดินเมื่อหนุ่มหล่อผมสีทองล้อแสงอาทิตย์จนเป็นประกายปรากฎตัว หนุ่มตาน้ำข้าวคนนั้นสวมกอดพนิตนันท์หอมแก้มซ้ายขวาก่อนจะโยกตัวไปมา คงจะแสดงความดีใจกันนั่นแหละ จากนั้นก็ยืนคล้องแขนถ่ายรูปกันไม่ยอมห่างฤทธิยืนคอตก มือที่ถือช่อดอกไม้ตกอยู่ข้างตัวเขาหันหลังกลับแล้วเดินออกมา ทิ้งช่อดอกไม้แสนสวยไว้ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งที่เดินผ่านพอดีพนิตนันท์คงไม่ได้มีใจตรงกันกับเขา หล่อนก้าวข้ามอดีตและเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้โดยสมบูรณ์เขาควรจะยินดี...ทว่าหัวใจกลับแน่นหนัก ทั้งอ่

  • อุ้มรักเจ้าหนี้หัวใจ   ตอนที่ 52

    ฤทธิเดินกลับออกมาจากบ้านหลังเล็กซอมซ่อนั้นด้วยความผิดหวัง ชายหนุ่มดูออกว่าภายใต้คำปฏิเสธที่ได้รับจากมารดาของพนิตนันท์ มีคำตอบที่เขาต้องการอยู่แน่นอนทว่าคงมีเหตุผล...หรือไม่ก็..ใครสักคน...ที่ไม่ต้องการให้เขาได้รับคำตอบนั้น และไม่ต้องเดาฤทธิก็รู้ว่าใครคือคนคนนั้น!เขาเข้าใจในเจตนาของมารดาว่าต้องการปกป้องพนิตนันท์ เหตุหนึ่งก็เพื่อชดเชยในสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กสาวที่ต้องสูญเสียโอกาสทางการศึกษา...สูญเสียชิวิตในช่วงวัยที่สดใสและสนุกสนาน แม่จึงอยากให้พนิตนันท์ได้ใช้ชีวิตของตนอย่างเต็มที่...ได้เรียนหนังสือจนจบตามที่ตั้งใจฤทธิเชื่อว่าถ้าเด็กสาวอยากจะเรียนต่อในระดับสูงขึ้นไป แม่ของเขาก็ยินดีที่จะส่งเสียแน่นอนชายหนุ่มกลับมาที่บ้านของตน มารดานั่งรออยู่แล้วในห้องนั่งเล่น สีหน้าของผู้สูงวัยบอกชัด...รู้ว่าเขาไปไหนและทำอะไรมา ทว่ากลับไม่มีคำถามสักคำ เขาเสียอีกเป็นฝ่ายถาม“แม่...นันท์เขา สบายดีใช่ไหม?” คุณวจีถอนหายใจพลางสบตาลูก...วัยวุฒิทำให้อ่านออกว่าแววห่วงใยที่ฉายออกมาจากดวงตาคมนั้นหาใช่การเสแสร้ง“สบายดี ถ้าจะหมายถึงทางกายนะ ยังเด็ก

  • อุ้มรักเจ้าหนี้หัวใจ   ตอนที่ 51

    เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน คนที่กำลังมองเหม่อจึงสะดุ้งทั้งตัว หล่อนรีบคว้าโทรศัพท์มาดูตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุจนต้องเข้าโรงพยาบาลกระทั่งมาพักฟื้นที่นี่ หล่อนเพิ่งจะมีโอกาสเปิดโทรศัพท์มือถือของตนเองเป็นครั้งแรกก็ตอนต่อสายหาแม่ ครั้นคุยจบวางสายก็ลืมปิดเครื่อง ทั้งที่ตั้งใจว่ายังไม่อยากรับสายหรือติดต่อกับใครอื่นพอโทรศัพท์ดังหล่อนจึงรู้ว่าตัวเองลืมปิด ชื่อและหมายเลขที่ปรากฎวนหน้าจอ ก็คือเพื่อนของหล่อน...วิจิตราพนิตนันท์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง มั่นใจว่าเพื่อนน่าจะรู้เรื่องจากอาชว์มาบ้างแล้ว ถึงได้โทรศัพท์มาสุดท้ายหล่อนก็ตัดสินใจกดรับเมื่อตัดสินใจได้ว่าไม่มีเหตุผลที่จะหลบเลี่ยงอีกต่อไป เสียงที่ดังจากปลายสายทั้งตื่นเต้นยินดีจนคนฟังรู้สึกได้“นันท์ โอ๊ยยย...แกรู้ไหมฉันโทรหาแกตั้งกี่รอบ แกหายไปไหน เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่เปิดโทรศัพท์เลย เป็นห่วงนะเว้ย”“เราโดนรถชนน่ะ เข้าโรงพยาบาลเพิ่งจะออก”“เฮ้ย! จริงอะ เป็นไรมากป่าววะ แล้วตอนนี้อยู่ไหน เราจะได้ไปเยี่ยม” วิจิตรารัวคำถามกลับมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นห่วง“เพชรบูรณ์”

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status