共有

บทที่ 3

last update 最終更新日: 2026-01-09 18:12:49

ฉินเซิงมองหลี่เฉิงแวบหนึ่ง จากนั้นก้าวถอยไปอีกหลายก้าว ฉู่หมิงส่ายหน้าฉินเซิงจึงขมวดคิ้วแต่ก็ยอมหมุนตัวกลับไปยืนอยู่กับโจวซางและท่านหมอลู่

“ผู้น้อยขออภัย” หลี่เฉิงยื่นมือไปจับชีพจรของอีกฝ่าย ใบหน้าไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสี ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยและน้ำเสียงยังคงราบเรียบ “นับว่ารุนแรงมาก พิษในกายของท่านจุดประสงค์ชัดเจน แต่ร่างกายกลับทานเอาไว้ได้ระยะหนึ่ง”

“ก่อนเกิดเรื่องข้ากินยาต้านพิษที่เรียกว่าลูกกลอนแปดสวรรค์”

“อา...ยาต้านพิษแปดชนิดสินะ” หลี่เฉิงพยักหน้า “ดังนั้นจึงอธิบายได้ว่าทำไมท่านจึงยังคงมีชีวิต ทั้งที่พิษนั้นสมควรพรากลมหายใจของท่านไปแล้ว”

หลี่เฉิงนวดฝ่ามือของฉู่หมิงแรงๆ จากนั้นกุมข้อมือของเสนาบดีหนุ่มเอาไว้ กระทั่งมองเห็นว่าฝ่ามือใหญ่ซีดขาว ระหว่างที่กำลังมองฝ่ามือของฉู่หมิง ดวงตาของหลี่เฉิงสาดประกายสับสนครู่หนึ่ง เพียงแต่มันกลับหายไปอย่างรวดเร็ว

“พิษนี้แล่นไปทั่วร่างแล้ว หากไม่มียาถอนพิษ อาการของท่านจะทรุดลงเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว เชื่อว่าอีกสามวันพิษจะกระจายทั่วร่าง จากนั้นเลือดในกายจะไหลออกทางทวารทั้งเจ็ด ไม่เกินเจ็ดวันท่านจะสิ้นใจอย่างทุรนทุราย”

หลี่เฉิงสบตาฉู่หมิง เขาชื่นชมชายหนุ่มตรงหน้าที่ยังคงเยือกเย็น แม้ความตายกำลังคืบคลานเข้าใกล้

“นานมาแล้วข้าน้อยเคยพนันกับลู่เหอ” เขาหมายถึงท่านหมอลู่ “ข้าน้อยแพ้พนันจึงต้องรับปากช่วยเขาสองเรื่อง ตอนนี้ยังติดค้างเขาอยู่เรื่องหนึ่ง”

“เพียงแต่...” หลี่เฉิงยิ้มที่มุมปาก “ท่านเสนาบดีคงเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับคนของเป่ยซานมาบ้างแล้ว ยิ่งเป็นอาจารย์ของข้า นางก็ยิ่งไม่ยื่นมือเข้าช่วยผู้ใดง่ายๆ โดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยน ข้าเองก็เช่นกัน”

ฉู่หมิงยิ้มจางๆ “หากไม่ผิดต่อบ้านเมืองและคุณธรรมในใจของข้า เรื่องอื่นล้วนพูดคุยกันได้”

“อาการของท่านมีเพียงอาจารย์ของข้าเท่านั้นที่สามารถช่วยได้ ไม่มีผู้อื่นอีก หากข้าพาท่านไปท่านย่อมติดค้างข้าเรื่องหนึ่ง”

“เชิญผู้อาวุโสกล่าวเถิด”

“เรื่องนี้ข้าจะบอกเมื่อท่านหายดีแล้วเท่านั้น แต่ข้ารับรองว่าเรื่องที่ข้าร้องขอไม่ผิดต่อบ้านเมือง ทั้งยังไม่นับว่าผิดต่อคุณธรรม”

หลี่เฉิงล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ในนั้นมีถุงปักสีขาวใบหนึ่ง ทำขึ้นจากผ้าไหมเนื้อดีปักลวดลาย กลิ่นยาสมุนไพรโชยออกมา

“ยานี้จะช่วยพยุงอาการของท่าน ขึ้นเป่ยซานระยะทางยากลำบาก ท่านต้องใช้เรี่ยวแรงอีกมาก พิษในกายท่านอาจกำเริบขึ้นทุกเมื่อ ยังมี...” หลี่เฉิงมองตรงไปยังฉินเซิง

“ท่านให้ผู้คุ้มกันขึ้นเขาไปกับเราได้ แต่แค่คนเดียวเท่านั้น ศิษย์น้องทั้งสองคนของข้าเป็นคนใจร้อน ยิ่งมีคนมากก็จะยิ่งกระตุ้นให้พวกเขาหงุดหงิดเอาง่ายๆ”

“ขอถามผู้อาวุโสเรื่องหนึ่ง”

“เชิญกล่าว”

“ได้ยินมาว่าเป่ยซานมีศิษย์สามคน ท่านคือศิษย์คนใดของผู้อาวุโสแห่งเป่ยซานหรือ”

เห็นท่าทีสุภาพและกล่าววาจานอบน้อมต่ออาจารย์ของตน หลี่เฉิงยิ้มที่มุมปาก

“ผู้อาวุโสแห่งเป่ยซาน? อาจารย์ของข้าคงหัวเราะจนหงายหลังเป็นแน่หากได้ยินท่านเรียกนางเช่นนี้ ข้าเองก็เพิ่งเคยได้ยินคนเรียกนางเช่นนี้ มิใช่สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน แต่เป็นผู้อาวุโสแห่งเป่ยซาน น่าสนใจยิ่ง...”

หลี่เฉิงคว้าเบ็ดที่หย่อนลงในน้ำดึงขึ้น ปลาตัวใหญ่ดิ้นแกว่งไกวไปมาจนน้ำสาดกระเด็น “ข้าคือหลี่เฉิง ศิษย์คนแรกของสตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน”

“เช่นนั้นศาสตร์ที่ท่านเชี่ยวชาญคือ?”

“ศาสตร์แห่งการทำนาย”

ได้ยินดังนั้นฉู่หมิงเองก็เลิกคิ้ว นึกถึงเมื่อครู่ที่เขายืนพิจารณาตนอย่างโจ่งแจ้ง รวมไปถึงแววตาที่สาดประกายบางอย่าง ในยามที่มองเห็นมือของเขาที่มีลายมือชัดเจน

ฉู่หมิงมองตามแผ่นหลังของหลี่เฉิง ในใจไม่รู้สึกถึงความประสงค์ร้าย ทั้งยังมองไม่เห็นความเจ้าเล่ห์ในดวงตาอีกฝ่าย แม้มีเรื่องปิดบังแต่กลับไม่มีวี่แววของกลอุบายใดๆ

“เช่นนั้นชีวิตของข้าก็ขึ้นอยู่กับผู้อาวุโสแล้ว”

หลี่เฉิงไม่ได้ตอบเพียงกวักมือเรียกฉินเซิง “มาพยุงนายของเจ้าไปขึ้นรถม้าได้แล้ว”

บนรถม้าหลี่เฉิงเพียงมองพิจารณาฉู่หมิงอย่างครุ่นคิด ฉู่หมิงเองก็คร้านจะซักถาม เพียงปล่อยให้อีกฝ่ายมองอยู่เช่นนั้น พยายามอดทนกับอาการเจ็บปวดซึ่งแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย

“ชะตาชีวิตของท่านใกล้ถึงกาลแตกดับ แสงของดวงดาวทางเหนือกลบแสงแห่งเสี้ยวดวงชะตา หากไม่รีบแก้ไขหรือยังปล่อยให้เป็นไปดังลิขิต ไม่เพียงชีวิตท่านที่จะดับสูญ แม้แต่ชะตาของแคว้นที่ผูกเอาไว้กับชะตาชีวิตก็จะพลอยริบหรี่ไปด้วย ”

ฉู่หมิงเพียงฟังอีกฝ่ายกล่าวจนจบ จากนั้นจึงครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ผู้อาวุโสกล่าวว่าหากยังไม่รีบแก้ไข แสดงว่ายังพอมีทางแก้ไขกระมัง”

ชะตาของเขาผูกกับชะตาของแคว้น?!

หลี่เฉิงสบตากับชายหนุ่มตรงหน้า ดวงตามีแววลังเลฉายวาบออกมาอย่างชัดเจน

“แม้แสงของดวงดาวทางเหนือบดบังชะตาของท่าน แต่อีกนัยหนึ่งหากท่านสามารถผ่านช่วงนี้ไปได้ แสงนั้นจะส่งเสริมให้ท่านและแคว้นเทียนเฉารุ่งโรจน์ เพียงแต่...”

“เพียงแต่อะไรหรือ”

“มันมีทั้งคุณและโทษ หากท่านสามารถโน้มน้าวดาวดวงนั้นให้ช่วยนำทาง ชะตาชีวิตของท่านจะช่วยหนุนนำแคว้นให้สงบสุขไร้คู่ต่อกร หากไม่...ทั้งท่านและแคว้นเทียนเฉาก็ไม่อาจหนีพ้นเคราะห์กรรมอย่างแสนสาหัส”

“ผู้อาวุโสท่านบอกว่าชะตาของข้าผูกกับชะตาของแคว้นเทียนเฉา เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น”

หลี่เฉิงชะงัก “จริงอยู่บ้านเมืองไม่ไร้ซึ่งคนมีฝีมือ หากแต่น้อยคนนักจะคิดถึงบ้านเมืองมาก่อนชีวิตของตน และยิ่งยากจะพบคนที่มีชะตาเป็นผู้ปกปัก ชะตาของท่านคือชะตาคู่บ้านคู่เมือง คนอยู่แคว้นอยู่ คนดับสูญแคว้นม้วยมอด”

กล่าวจบหลี่เฉิงก็ได้แต่ถอนหายใจ “ฮ่องเต้ทรงเป็นโอรสมังกร แต่ท่านมีชะตาเป็นผู้ปกปักมังกร ทุกอย่างมีสิ่งค้ำจุนเกื้อหนุน หากขาดสิ่งใดไปสมดุลย่อมไม่มี”

“ข้ามีคำถาม”

“เชิญท่านเสนาบดีกล่าว”

“วันนี้ท่านรอข้าอยู่ใช่หรือไม่ ท่านรู้ว่าท่านหมอลู่จะพาข้ามาพบท่าน”

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 144 จบ

    ว่านหรงขยับเข้ามาจนจมูกชิดกันกับนาง “เสี่ยวเจีย” เขากระซิบเสียงเบา หานเจียได้กลิ่นสุราปะปนมากับกลิ่นน้ำทะเลดวงตาของว่านหรงส่องประกายในความมืด เขามองนางด้วยประกายคาดเดาได้ยาก หญิงสาวได้แต่เบิกตามองเขาอยู่เช่นนั้น กระทั่งสัมผัสแผ่วเบาแตะพลิ้วลงมายังริมฝีปาก“รู้สึกอย่างไร” เขาถามนางเมื่อละจุมพิตออก ใบหน้าหล่อเหลายังคงอยู่ใกล้จนชิด ลมหายใจอบอุ่นเป่ารดดวงหน้าของหญิงสาวหานเจียเม้มปากด้วยท่าทีสงสัย นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา สองแขนยกขึ้นสอดรอบลำคอแกร่ง “อีกครั้ง”นางเป็นฝ่ายขยับเข้ามาหาเขา ยกสองมือดันศีรษะด้านหลังของชายหนุ่มเข้าหา จุมพิตซ้ำๆ ราวกำลังพิสูจน์อะไรบางอย่างในใจว่านหรงสอดสองมือเข้าโอบรอบเอวอรชรภายใต้สายน้ำ รั้งหญิงสาวเข้าแนบชิดกายด้านหน้า ทั้งสองจุมพิตกันอย่างลึกล้ำท่ามกลางความมืดของท้องทะเลยามค่ำคืนกายเปลือยเปล่าเสียดสี ความรู้สึกในใจถูกเปิดเปลือย หานเจียรู้สึกวูบวาบในทุกสัมผัสจากปลายนิ้วของชายหนุ่ม เขาจุมพิตรุกเร้าและเรียกร้องจนนางอ่อนระทวย สองขาถูกยกขึ้นพาดกับเอวสอบ รับรู้ถึงความต้องการของเขาที่กำลังถูกปลุกเร้าระลอกคลื่นซัดสาด จังหวะชี้นำของทะเลทำให้คนทั้งสองเตลิด ว่านหรงกดปลา

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 143

    ว่านหรงกล่าวจบม่านรถม้าก็ถูกเลิกขึ้น ว่านฮูหยินยิ้มให้นางในอ้อมกอดมีเสี่ยวเปาเปาน้อยที่เพิ่งตื่นนอน เขามองเห็นหานเจียก็ร้องไห้จ้าสองมือยื่นออกมากำปั้นน้อยๆ กำๆ แบๆ คล้ายบอกให้นางอุ้มหานเจียหันไปมองด้านอื่น นางกะพริบตาไล่หยาดน้ำตาจากนั้นกล่าวเสียงเรียบ “ข้าไม่อาจดูแลเขา พวกท่านเหมาะสมที่จะดูแลเขา ข้ามั่นใจว่าพวกท่านจะรักและเลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่” นางสังเกตเห็นว่าว่านฮูหยินเอ็นดูเขามาก อีกทั้งยังรู้ดีถึงฐานะของเด็กน้อย“แล้วเจ้าจะไปไหน”“ลงใต้ ทะเล ชายหาด”“เช่นนั้นก็ขึ้นมาเถิด เราจะไปส่ง หากถึงที่นั่นแล้วเจ้าไม่ต้องการเขา ข้ากับท่านแม่จะพาเขาจากไปเอง” ว่านหรงกล่าวจบก็เลิกคิ้วมองหานเจียที่กะพริบตามองเขาด้วยความประหลาดใจ “หาไม่...เจ้าไปทางนั้น เราจะพาเขาไปทางนี้ ข้าจะพาเขากลับไปคืนฮ่องเต้...”หานเจียถลึงตาให้เขา นางกระโดดขึ้นไปบนรถม้า ก่อนรับเสี่ยวเปาเปาน้อยมาอุ้ม “ออกรถ!” เสี่ยวเปาเปาน้อยยังคงสะอื้น หานเจียปลอบโยนเขาอยู่นานกว่าที่เขาจะหลับไป การเดินทางลงใต้ไม่ได้ยากลำบากนัก คนของฮ่องเต้แคว้นเทียนเฉาที่แฝงเข้าล้วนมองหาสตรีเป็นวรยุทธ์กับเด็กชายตัวน้อยแน่นอนว่าพวกเขาล้วนมองข้ามครอบครัวซ

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 142

    ‘ส่งนางกลับที่ที่นางจากมา’หานเจียเลิกคิ้ว เคยได้ยินเรื่องที่ผู้เป็นอาจารย์เคยกล่าวถึงบ่อยครั้ง เรื่องเกี่ยวกับสถานที่ซึ่งอีกฝ่ายจากมา ‘นางจะไม่เป็นไรใช่หรือไม่’‘นางจะไม่เป็นไรเพราะข้าจะตามนางไปในไม่ช้า’หานเจียชะงักเพราะคำตอบนั้น ความจริงนางยังอยากถามคำถามเขา แต่เมื่อสายตามองเห็นถุงหอมอัปลักษณ์ที่ฉู่หมิงไม่เคยให้ห่างตัว หัวใจของหานเจียก็อ่อนยวบนางรู้ดีว่าคนที่เสียใจและเศร้าใจที่สุดกับเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ที่จริงแล้วไม่ได้มีเพียงแค่นาง‘ข้าจะพาเขาไปด้วย’ กล่าวจบนางก็เอื้อมมือไปรับทารกน้อยมาไว้ในอ้อมกอด ฉินเซิงก้าวเข้ามาพร้อมส่งห่อสัมภาระให้ ‘ข้าจะไปส่งเจ้าข้ามชายแดนลงใต้ผ่านแคว้นสู่’นางจากมาโดยไม่ถามอะไรให้มากความ เรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้นทำให้หัวใจของนางรู้สึกสงบและยอมรับได้อาจารย์เคยบอกนางเสมอ การสูญเสียเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง มีเพียงทำใจอยู่กับมันและก้าวเดินไปข้างหน้า ใช้ชีวิตให้ดีเพื่อไม่ให้คนที่ต้องตายจากไปต้องผิดหวังเดินทางมาตลอดหลายเดือน หานเจียพานพบปัญหาในการเลี้ยงดูเด็กทารกบ้าง แต่ระหว่างทางนางพบกับมารดาซึ่งกำลังให้นมบุตรแนะนำ กระทั่งหลายคนอาสาให้นมกับทารกน้อย‘ข้

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 141

    “ขอร้อง ไปจากฉันเสีย ได้โปรด”“ไม่ต้องกลัว มีผมอยู่ ไม่เป็นไรหรอก”ประโยคคุ้นเคยนี้หญิงสาวเคยเป็นคนพูด แต่ตอนนี้เขากลับเป็นฝ่ายพูดออกมาเสียเอง “จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก ผมสัญญา ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย ขอแค่เราอยู่ด้วยกัน”เสียงของเขาเองก็เจือสะอื้น จูหลานได้แต่เอนตัวไปด้านหลัง พึ่งพิงอกแกร่งอย่างโศกเศร้า ทุกอย่างในใจถูกปลดผนึก ความรักที่ให้ความรู้สึกคล้ายความว่างเปล่า คล้ายมีและคล้ายไม่มีอยู่จริง ภาพต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ไม่มีสติ ราวกับเรื่องเหล่านั้นเป็นเพียงความฝันบนโซฟากว้างในห้องทำงานของหวงฉู่หมิง จูหลานนั่งพาดขาบนตักของชายหนุ่ม เอนศีรษะซบไหล่กว้าง ร้องไห้ออกมาจนกระทั่งน้ำตาแห้งเหือดจึงเอ่ยถามเขาเสียงเบา“หมายความว่ายังไงที่ว่าเจ็ดปี แค่สองเดือนเอง”หวงฉู่หมิงหัวเราะหลังจากแลกเปลี่ยนเรื่องที่เกิดขึ้นกับหญิงสาว “ผมอายุสามสิบตอนที่ไปอยู่ที่นั่น กลายเป็นเทพมังกรที่ดูไร้สามารถ ไม่อาจปกป้องแม้แต่คนที่ผมรัก” เขากระชับอ้อมแขน“ฉันอายุสามสิบแต่กลับไปอยู่ในร่างของอู๋ซินวัยยี่สิบ แต่อยู่ยาวนานถึงสามพันห้าร้อยปี พอตื่นขึ้นกลับพบว่าผ่านไปแค่สี่วัน”“ดีแล้ว ดีแล้วจริงๆ ผมไม่อยากให้คุณต้องรู

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 140

    จูหลานยังคงตัวแข็งทื่อ อยากวิ่งหนีไปให้ไกล แต่ใจกลับยังคงลังเล หัวใจที่กำลังสับสนต่อสู้กับความหวาดหวั่นที่มาโดยไม่ทราบสาเหตุ“มิสจูหลาน?”จูหลานสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนหมุนตัวกลับไปด้วยรอยยิ้มสุภาพ ตั้งใจจะเผชิญหน้ากับเรื่องในวันนี้ หลังจากนั้นเธอก็รู้แล้วว่าสมควรหลบเลี่ยงเขาอย่างไร เธอจะกลับอเมริกากับเฟิงเหยียน ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปให้พ้นจากที่นี่ ไปจากคนเหล่านี้...การสัมภาษณ์ที่แสนเคร่งเครียดเริ่มขึ้น ที่จริงมีเพียงหญิงสาวที่รู้สึกเช่นนั้น เพราะดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่ได้รู้สึกไปในทางเดียวกันอย่างน้อยรอยยิ้มของเขาก็ยังคงอ่อนโยน น้ำเสียงนุ่มทุ้มน่าฟังเอ่ยถามเรื่องทั่วไป ความคาดหวังในองค์กร กระทั่งถามถึงสวัสดิการที่เธอต้องการหญิงสาวตอบไปตามจริงทุกข้อ เธอไม่ใช่เด็กสาวที่คาดหวังกับอะไรลมๆ แล้งๆ การทำงานที่ต้องการความมั่นคง ผลตอบแทนที่สมกับการทำงานหนัก ย่อมเป็นสิ่งที่คนทำงานทุกคนต้องการผ่านไปครึ่งชั่วโมงซึ่งก็ดูเหมือนแสนนาน หากมองในแง่ที่ว่าซีอีโอคนหนึ่งเป็นคนสัมภาษณ์พนักงานด้วยตัวเอง จูหลานลุกขึ้นยืนทันทีที่เขาลุกขึ้นยื่นมือออกมา“หวังว่าจะได้ร่วมงานกันนะครับ”“ก็อย่างที่บอกค่ะ ฉันยังไม่ได

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 139

    ชั้นล่างพนักงานรักษาความปลอดภัยชี้มืออกไปยังนอกตึก แผ่นหลังของชายวัยกลางคนยืนอยู่พร้อมกับกล่องในมือ เขาไม่ได้หันมาแค่ยืนอยู่ตรงนั้นนิ่งๆจูหลานเดินเข้าไปหาเขา “ขอโทษนะคะ กล่องของเราสลับกัน”เขาหันกลับมาช้าๆ จูหลานเบิกตากว้างปล่อยกล่องในมือร่วงลงกระจัดกระจาย “อาเฉิง...” ความเศร้าที่คิดว่าดีขึ้นกลับยังคงกัดกร่อนจิตใจจูหลานยกมือขึ้นปิดปากกลั้นสะอื้น เธอเดินเข้าไปหาเขา มองใบหน้าที่ยังคงไม่เปลี่ยนของหลี่เฉิง หากแต่...อีกฝ่ายกลับงงงันและดูตกใจที่เห็นเธอร้องไห้“คุณครับ เป็นอะไรไปหรือเปล่า ผม...”เขาล้วงผ้าเช็ดหน้าส่งให้ จูหลานพยายามกลั้นสะอื้นมองเขายิ้มๆ เธอส่ายหน้าปฏิเสธผ้าเช็ดหน้า“ขอโทษค่ะ ฉันนี่บ้าจริงๆ อ่อนไหวเกินไปแล้ว คุณ...ดูเหมือนคนที่ฉันเคยรู้จักเมื่อนานมาแล้ว แต่คง...ไม่ใช่” ทั้งสองลนลานก้มลงเก็บข้าวของแล้วแลกเปลี่ยนกล่องกันเขาเลิกคิ้ว “เขาเหมือนผม? คงไม่ได้ชื่อหลี่เฉิงเหมือนผม?”“เอ๋”“นานมาแล้วก็มีคนทักผมแบบนี้” เขาเหลือบตามองรถยนต์ที่จอดห่างออกไปไม่ไกล “คุณชื่ออะไรครับ ผมแซ่หลี่ ชื่อตัวเดียวสั้นๆ เฉิง”“แซ่จูค่ะ จูหลาน”“อา...จูหลาน” หลี่เฉิงพยักหน้า “เกิดอะไรขึ้นที่นี่เหรอค

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status