เข้าสู่ระบบพรึบ!!
คลาสเหวี่ยงคนตัวเล็กให้นั่งลงบนโซฟาตัวยาวทันที
“อ๊ะ! เบาๆ สิ พี่คลาสลากน้องมาทำไมเนี่ย” ควีนจ้องมองคนเป็นพี่อย่างไม่เข้าใจ เขาจะพาเธอขึ้นมาชั้นสองทำไมกัน
“มาเที่ยวทำไมไม่บอกพี่” คลาสมองน้องสาวตัวเองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า พลางยกมือขึ้นมาลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพราะชุดที่เธอสวมใส่วาบหวิวเป็นอย่างมาก
ร่างบางทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างเง้างอน แล้วตอบกลับเสียงเบา
“น้องโตแล้วนะ ไม่ใช่เด็กๆ สักหน่อย”
สิ้นเสียงหวาน คนเป็นพี่ก็เลิกคิ้วถามกลับทันที
“โตแล้ว…แล้วรู้ไหมว่าชุดที่ใส่กับท่าเต้นเมื่อกี้ คนอื่นมองมาเขาจะคิดแบบไหน”
ควีนยิ้มกว้างอย่างไม่รู้สึกรู้สา พลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“ก็สวย แถมเซ็กซี่ด้วย”
“แค่นี้?” คลาสถามย้ำ พร้อมมองลงไปตรงเนินอกอวบอิ่มของน้องสาวเล็กน้อย
จากนั้น ควีนจึงก้มมองตามสายตาของพี่ชายทันที และเธอก็พอจะเข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ
“ก็…ไม่รู้แหละ น้องจะกลับไปหาเพื่อนแล้ว” เธอพูด พลางยันตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
“ควีน!” คลาสเอ่ยขึ้นเสียงเข้ม
ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะได้ก้าวออกไปไหน เสียงทุ้มของใครบางคนก็ดังขึ้นเสียก่อน
“มึงก็ปล่อยน้องควีนบ้าง” สิ้นเสียงของเอเดน ควีนจึงหันไปมองอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ
และเพิ่งรับรู้ว่ามีคนอื่นนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย เนื่องจากเธอมัวแต่ถกเถียงกับพี่ชายจนลืมมองไปบริเวณรอบๆ
“สวัสดีค่ะพี่ๆ” หญิงสาวยกมือไหว้รุ่นพี่อย่างนอบน้อม พลางไล่สายตามองทีละคนด้วยแววตาหยาดเยิ้ม ก่อนจะหยุดอยู่ที่คนสุดท้ายซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ เธอ
“พี่เทรย์มาเที่ยวเหรอคะ” ควีนเอ่ยถามเสียงใส พร้อมส่งยิ้มหวานให้กับเขา
ทว่าคำตอบที่ได้รับ กลับทำให้หัวใจเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที
“ถามอะไรโง่ๆ”
นั่นไง! หาเรื่องโดนด่าอีกแล้วเรา ทั้งที่ก็แค่อยากคุยด้วย มันผิดตรงไหนกันนะ
“จะไปหาเพื่อนก็ไป” คลาสเห็นควีนทำหน้าเจื่อน นั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยบอกเสียงเรียบ
“ไม่ไปแล้ว น้องจะนั่งกับพี่คลาสนี่แหละ” คนตัวเล็กตอบกลับพี่ชาย แต่สายตาดันโฟกัสไปที่เทรย์
“….”
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
ควีนนั่งฟังสี่หนุ่มพูดคุยกันเรื่อยเปื่อย โดยที่สมองของเธอแทบไม่รับรู้เนื้อหาใดๆ เลย เพราะฤทธิ์จากแก้วน้ำสีอำพันในมือที่เธอเผลอจิบเพลินไปหน่อย
“มึงจะไปไหนวะ” เอเดนเอ่ยถามคลาส เมื่อเห็นอีกฝ่ายลุกขึ้นยืน
“เข้าห้องน้ำ ฝากควีนแป๊บเดี๋ยวกูมา”
“อืม”
เอเดนกับโฬมหันมามองหน้ากันนิ่งโดยอัตโนมัติ พลางพยักพเยิดหน้ามาทางคนตัวเล็ก ก่อนที่เอเดนจะตัดสินใจเอ่ยถามขึ้น
“น้องควีนไม่มีแฟนเหรอครับ”
เธอยิ้มกว้างจนตาหยี ก่อนจะตอบกลับอย่างรวดเร็ว
“มีค่ะ นี่ไงแฟนควีน” หญิงสาวตอบ พลางซบหน้าลงตรงบ่าแกร่งของเทรย์โดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว
ทว่าอีกฝ่ายกลับดันหน้าผากของเธอออกห่างทันที
“ใครแฟนเธอ ฉันไม่มีทางเอาเด็กใจแตกแบบเธอ”
สิ้นเสียงทุ้ม ควีนก็ขมวดคิ้วเข้าหาแน่น ก่อนจะดึงเสื้อสายเดี่ยวตัวเล็กลง เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นบราเชียร์ออกมา
“ใจแตก? แตกตรงไหนอ่า...ไม่เห็นแตกเลย”
“เชี่ย!” โฬมอุทานขึ้นอย่างตกใจ เพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำแบบนี้
“ขาวใหญ่…” เอเดนว่า พลางมองเธอตาไม่กะพริบ
ทันใดนั้น เทรย์จึงรีบดึงเสื้อสายเดี่ยวคนข้างกายขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“ทำบ้าอะไรของเธอวะ”
“ก็พี่บอกว่าควีนใจแตก ไม่เห็นจะแตกตรงไหนเลย” เธอตอบกลับด้วยหน้าตาใสซื่อ พลางเงยมองสบตากับเขาตรงๆ
ตุบตับ…ตุบตับ…
“มันคนละแตกกันครับน้อง แต่ตอนนี้พวกพี่จะแตกแล้ว” เอเดนว่า
“อะไรแตกคะ?” เธอขมวดคิ้วมุ่น พร้อมเอียงคอถามอย่างไม่เข้าใจ
“ไม่มีอะไรครับ ฮ่าฮ่า”
20 นาทีผ่านไป
ในระหว่างที่ทั้งสามหนุ่มกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือจากแชตกลุ่มของพวกเขาก็ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน
ติ๊ง!!
คลาส : ไอ้เดนกูฝากมึงพาควีนไปส่งคอนโดหน่อยดิ พอดีกูมีธุระว่ะ
เอเดน : ธุระเชี่ยไรของมึง
โฬม : ล่อสาว
คลาส : รู้ใจ
เอเดน : สัส! พี่ชายที่แสนดี
โฬม : เอาไปส่งห้องกูได้ไหมวะ
คลาส : สัส! น้องกู
เอเดนมองไปทางน้องสาวเพื่อนที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนโซฟานิ่ง ก่อนจะหันมามองหน้าเทรย์กับโฬมตามลำดับ
“เอาไงดีวะ”
“มันฝากมึง มึงก็ไปส่งน้องเขาดิ” โฬมว่า
“กูจะไปรู้ได้ไงว่าน้องมันอยู่คอนโดไหน”
สิ้นเสียงของเอเดน ข้อความจากแอปพลิเคชันสีเขียวก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
ติ๊ง!!
คลาส : ควีนอยู่คอนโดเดียวกับไอ้เทรย์ มึงถามมันเลย
หลังอ่านจบ เอเดนก็เงยหน้าขึ้นมามองคนในบทสนทนาทันที
“ไอ้เทรย์ มึงอยู่คอนโดเดียวกับน้องควีนเหรอวะ”
“อืม” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะหันไปมองคนข้างกายเล็กน้อย
“งั้นกูฝากน้องควีนกลับพร้อมมึงนะ กูไปละ” พูดจบ เอเดนก็รีบซิ่งเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
“ไอ้เชี่ยเดน! มึงจะมาโยนให้กูแบบนี้ได้ไงวะ” เทรย์ตะโกนตามหลังอีกฝ่ายด้วยความหงุดหงิด เขาอุตส่าห์นั่งอยู่เงียบแล้วแท้ๆ
“ไม่ต้องมามองกู” โฬมว่า พลางก้มเล่นโทรศัพท์มือถืออย่างไม่สนใจ
ทันใดนั้น เขาจึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะมองไปยังคนข้างๆ ที่นอนหลับตาพริ้มด้วยสายตาเรียบนิ่ง
“ลุก!” เทรย์ดึงแขนของคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นเบาๆ
ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมลุก ทำเพียงลืมตามองเขาแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ
“จะไปไหน”
“กลับ!”
“เดินไม่ไหวอะ อุ้มหน่อย” ควีนมองคนตรงหน้าด้วยแววตาออดอ้อน
แต่เขากลับยืนนิ่ง เธอจึงค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง
“ลำบากกูฉิบหาย...” ชายหนุ่มบ่นพึมพำแผ่วเบา ถึงอย่างนั้นก็ยอมอุ้มเธอเดินไปยังรถบิ๊กไบค์ของตัวเองอย่างเลี่ยงไม่ได้
เมื่อเขาพาเธอนั่งคร่อมบนรถบิ๊กไบค์เรียบร้อยแล้ว จึงหันมาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“กอดเอว”
ควีนที่กำลังซบหน้าอยู่กับแผ่นหลังกว้างค่อยๆ เงยหน้าขึ้นถามเขาเสียงเบา
“พี่ว่าอะไรนะ”
“กอดเอวฉันไว้แน่นๆ” เขาหันมาพูดบอกเธออีกครั้ง
จากนั้นคนตัวเล็กก็ยิ้มกว้างอย่างดีใจ ก่อนจะพูดจิบปากจิบคอออกไป
“อยากให้เค้ากอดอะดิ๊”
“หึ! ถ้าอยากตกรถก็ตามใจ” พูดจบ เทรย์ก็สตาร์ทรถแล้วบิดคันเร่งขับออกไปอย่างรวดเร็ว
“ว้ายยย!”
“กอดค่าา กอดแล้ว” แขนเรียวโอบกอดรอบเอวสอบของอีกฝ่ายเอาไว้แน่นทันที
สองเต้านุ่มนิ่มเบียดเสียดอยู่ตรงแผ่นหลังกว้างโดยไม่ตั้งใจ หนำซ้ำเธอยังเอาคางเกยลงบนบ่าแกร่ง พร้อมเป่าลมหายใจรินรดต้นคอของเขา ทำให้คนตัวสูงขนลุกซู่ เลือดในกายฉูบฉีดอย่างห้ามไม่ได้
เทรย์สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามควบคุมสติ แล้วขับออกไปอย่างช้าๆ เพราะกลัวว่าอีกคนจะเผลอหลับจนพลัดตกรถ
แต่เธอกลับตะโกนร้องเพลงเสียงดังลั่น พร้อมกับชูไม้ชูมือโบกไปมา จนเขาจำต้องคว้ามือของเธอไว้ ก่อนจะดึงให้มากอดเอวของตน
“จั๊ด จั๊ด จ๊า ดา ด๊าา วู่ววว”
“โย่ว เออะ อ๊าา อู่ววว”
35 นาทีต่อมา
ในตอนนี้ทั้งคู่ก็เดินทางมาถึงคอนโดเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งคนตัวเล็กเผลอหลับซบใบหน้าลงกับแผ่นหลังของเขามาพักหนึ่งแล้ว จึงทำให้เทรย์ขับรถช้ากว่าปกติ เพราะกลัวว่าเธอจะพลัดตก
“ถึงแล้ว” เขาเขย่าแขนของอีกฝ่ายเบาๆ
ทว่าคนที่นั่งอยู่ด้านหลังกลับไม่ยอมขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ทำเพียงครางอื้ออึงในลำคอแผ่วเบาเท่านั้น
“อื้อ~”
“ลง! ถึงแล้ว” เขาพูดบอกกับเธออีกครั้ง
“….”
ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนจะจำยอมอุ้มเธอขึ้นไปบนห้องในที่สุด
สี่ปีผ่านไปบรรยากาศในบ้านหลังใหญ่คึกคักเป็นพิเศษ เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยกันเบาๆ ของมันทนากับรดาลอยมาเป็นระยะ ทั้งสองคนกำลังช่วยกันจัดของเล่นกับเก็บห้องเล็กๆ เตรียมไว้สำหรับเด็กน้อยที่กำลังจะออกมาดูโลกกว้างซึ่งควีนกำลังจะมีเจ้าตัวน้อยเป็นของตัวเอง เพราะเธอเพิ่งไปตรวจเมื่อสัปดาห์ก่อนหลังจากที่ประจำขาดหายไป บวกกับมีอาการคลื่นไส้ ผลปรากฏว่าเธอตั้งครรภ์มาแล้วสามเดือนหลังจากที่บอกกล่าวข่าวดีออกไป ดูเหมือนทุกคนจะตื่นเต้นกันไม่น้อย โดยเฉพาะเทรย์ คุณพ่อมือใหม่ที่ดูจะเห่อเกินหน้าเกินตา“ผมว่าม่านสีนี้น่าจะช่วยให้ลูกผมนอนหลับสบายนะ” เทรย์พูด พลางกางม่านลายดาวขึ้นดูแสงตกกระทบอย่างตั้งใจเขาเห่อลูกมากจริงๆ ตั้งแต่รู้ว่ากำลังจะได้เป็นคุณพ่อ เทรย์ก็เริ่มวางแผนทุกอย่าง ทั้งซื้อหนังสือเลี้ยงลูก เตรียมของใช้เด็กอ่อน รวมไปถึงจัดห้องให้ลูก“นี่แหละ! ห้องลูกชายผม” เขาพูดเสียงดังอย่างภูมิใจ ขณะยืนมองไปรอบๆ ห้องที่ตกแต่งเอาไว้ผนังห้องทาสีฟ้า มีลายเมฆสีขาวแปะอยู่เต็มผนัง เตียงเด็กวางอยู่มุมห้อง มีชั้นวางหนังสือนิทาน ของเล่นเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ ดูออกเลยว่าเจ้าตัวตั้งใจสุดๆ“ตาเทรย์จัดเต็มเชียว นี่ข
หลังจากงานเลี้ยงจบลง เทรย์กับควีนก็เดินทางกลับมายังคอนโดด้วยกัน บรรยากาศภายในรถเงียบสนิท มีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆ กับบรรยากาศที่ยังอบอวลไปด้วยความสุขจากช่วงค่ำที่ผ่านมามือหนากอบกุมมือเล็กเอาไว้แน่นตลอดทางไม่ยอมปล่อย พลางยกขึ้นมาหอมในบางครั้งในตอนนี้อีกฝ่ายใช้มือเพียงข้างเดียวในการบังคับพวงมาลัย ซึ่งท่าทางของเขาดูชำนาญและคล่องแคล่ว นัยน์ตาคมจ้องมองบนท้องถนนเบื้องหน้าอย่างตั้งใจ พลางชำเลืองมองคนข้างๆ เป็นระยะไม่นานนัก ทั้งคู่ก็พากันมาถึงคอนโดเป็นที่เรียบร้อยปัง!เสียงประตูห้องถูกปิดลงอย่างแรงด้วยฝีมือของเทรย์ ก่อนที่เขาจะเดินตามคนตัวเล็กเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็วดวงตาคมจับจ้องไปที่เธอราวกับจะกลืนกิน ก่อนจะรั้งตัวหญิงสาวเข้ามาประกบจูบโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว ริมฝีปากหนาบดจูบริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วงตามความปรารถนา ทั้งคู่ตวัดลิ้นเกี่ยวพันกันอยู่นานหลายนาทีโดยไม่มีใครถอยหนี มีเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วงที่ดังแทนคำพูด และจังหวะหัวใจที่เต้นแรงไปพร้อมกันมือหนารั้งเอวบางให้แนบชิดกับเขามากยิ่งขึ้น พลางลงน้ำหนักมือตรงเอวคอดกิ่วตามแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในกาย“อื้อ~” เสียงหวานร้องคร
สองวันต่อมาวันนี้เป็นวันเกิดของเทรย์ เขาจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ที่บ้านหลังใหญ่ บรรยากาศในสวนริมสระถูกจัดอย่างเรียบง่ายแต่ดูดี สายลมเย็นพัดผ่านเบาๆ ขับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้สดที่ประดับตามมุมต่างๆ ของสนามหญ้าแสงไฟประดับถูกแขวนตามต้นไม้และรั้วรอบบ้านส่องแสงนวลให้ความรู้สึกสบายตา เสียงเพลงคลอเบาๆ เติมความผ่อนคลายให้บรรยากาศดูอบอุ่นและเป็นกันเองแขกที่มามีแค่กลุ่มเพื่อนสนิทและคนใกล้ชิด ทุกคนดูผ่อนคลาย หัวเราะ พูดคุย เหมือนอยู่ในวงสังสรรค์ของครอบครัว ไม่มีพิธีการ ไม่มีความเป็นทางการ มีแค่ความสุขที่อบอวลในค่ำคืนนี้ควีนมาถึงในช่วงหัวค่ำ เธอสวมชุดเดรสสีขาวครีมเรียบหรู ที่ขับผิวให้ดูโดดเด่นท่ามกลางแสงไฟอ่อนๆ คนตัวเล็กกวาดสายตามองหาแฟนหนุ่ม เมื่อเห็นเขาอยู่ไม่ไกลนัก เธอจึงรีบเดินตรงเข้าไปพร้อมรอยยิ้มกว้าง ในจังหวะนั้นเอง เทรย์ก็หันมาเห็นเธอพอดี และเขาก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว“ทำไมวันนี้พี่เทรย์หล่อจังคะ” เธอเอ่ยชมทันทีที่เดินไปถึงเขายิ้มกว้าง พลางยื่นมือมากุมมือเล็กเบาๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปใกล้“หนูก็สวยมากนะ รู้ไหมหืม?” “อิจฉาโว้ยยย!!” เสียงเอเดนตะโกนขึ้น ทำให้ทั้งคู่หัวเราะออกมาเล็กน้อยเท
หนึ่งเดือนต่อมา@ผับ Aloft ย่านมหาวิทยาลัยชื่อดังบรรยากาศภายในผับยังคงคึกคักเหมือนเช่นเคย เสียงเพลงจังหวะเร้าใจดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ ประสานกับแสงไฟหลากสีที่สาดส่องวูบวาบไปทั่วฟลอร์ ท่ามกลางผู้คนมากมายที่กำลังโยกย้ายร่างกายไปตามจังหวะดนตรีอย่างสนุกสุดเหวี่ยง ราวกับต้องการปลดปล่อยความเหนื่อยล้าจากชีวิตประจำวันให้หมดไปในค่ำคืนนี้ควีนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น หญิงสาวกำลังสนุกสนานอยู่กับกลุ่มเพื่อน พลางขยับโยกย้ายส่ายสะโพกเบาๆ ไปตามจังหวะเพลง ริมฝีปากอิ่มแต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม แววตาคู่สวยเปล่งประกายระยิบระยับในระหว่างที่คนตัวเล็กกำลังเต้นอย่างเมามันอยู่นั้น สายตาคมกริบของใครบางคนก็จับจ้องมาทางเธอไม่วางตา เทรย์ยืนอยู่โซนวีไอพีชั้นสอง มือหนึ่งถือแก้วน้ำสีอำพัน ส่วนอีกมือวางบนขอบระเบียงอย่างสบายๆ ทว่าแววตาคู่นั้นกลับบอกชัดว่าไม่พอใจสักเท่าไหร่กับภาพตรงหน้า“มองขนาดนั้น ลงไปยืนคุมน้องกูเลยไหมล่ะ” คลาสเอ่ยแซวขึ้น เมื่อเห็นเพื่อนสนิทจ้องมองน้องสาวตนอยู่นาน ก่อนจะยกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นดื่มชิลๆคำพูดนั้น ทำให้เขาหันขวับมามองอีกฝ่ายทันที พลางย้อนถามกลับอย่างจริงจัง“ได้เหรอวะ กูไปได้ใช่ไหม” “อยากโดนบอกเ
@ดอยชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่หลังจากเดินทางมาถึงที่พัก ทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย บรรยากาศเงียบสงบ มีลมเย็นๆ พัดเอื่อยๆ คลอเสียงนกจากป่าเขาโดยรอบ“มึงไม่ไปนอนกับพี่เทรย์เหรอ?” ชาร์มเอ่ยถามควีน เมื่อทั้งคู่พากันเข้ามายังห้องพัก“ถ้ากูไปแล้วมึงจะนอนกับใคร” ควีนย้อนถามกลับไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากนอนกับอีกฝ่ายแต่เนื่องด้วยบ้านพักที่จองเอาไว้มีเพียงสี่หลังเท่านั้น และพวกเรามีจำนวนแปดคน ผู้ชายสี่คน ผู้หญิงสี่คน ซึ่งสามารถแบ่งลงตัวพอดิบพอดี“มึงอยากนอนกับพี่เทรย์ไหมล่ะ กูไปนอนกับพวกนั้นได้นะ” ชาร์มเอ่ยถามเสียงเรียบ“ไม่เป็นไร กูนอนกับมึงนี่แหละ” เธอตอบ พลางยิ้มบางๆ ก่อนจะช่วยกันจัดของต่อเมื่อทั้งสองเก็บข้าวของเสร็จเรียบร้อย พวกเธอก็พากันออกไปเดินเล่นเพื่อถ่ายรูปเก็บบรรยากาศสวยๆ ไม่ลืมที่จะลากใบบัวกับเพลงขวัญออกไปด้วย เสียงหัวเราะคิกคักดังไปทั่วสนามหญ้าหน้าบ้าน ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายอ่อนๆเวลาผ่านไปไม่นาน กล้องเต็มไปด้วยภาพรอยยิ้มและวิวธรรมชาตินับร้อยกว่ารูปตกเย็นทุกคนมารวมตัวกันตรงหน้าบ้านพักของเทรย์กับโฬม ก่อนจะเริ่มปิ้งย่างใต้แสงไฟเส้นเล็กๆ ที่ห้อยระโยงระยางให้ความรู้สึก
ริมฝีปากหนาบดจูบริมฝีปากบางอย่างนุ่มนวลอยู่พักใหญ่ ก่อนที่เขาจะถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง แล้วกระซิบชิดข้างใบหูเล็กเสียงแผ่วเบา“จะถอดออกเอง หรือจะให้พี่ช่วยถอด”“นะ หนูถอดเอง” พูดจบ ควีนก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาออกทีละเม็ด ดวงตาคู่สวยจ้องมองคนตรงหน้าตาไม่กะพริบซึ่งตอนนี้เขากำลังยันตัวลุกขึ้นยืน พลางปลดเปลื้องเสื้อผ้าตัวเองออกเช่นกัน ไม่นานนัก เจ้ามังกรยักษ์ก็ผงาดชูชันต่อสายตาเธออึก! ร่างบางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หัวใจดวงน้อยสั่นระรัวอย่างห้ามไม่ได้ ถึงเธอจะเคยเห็นมันหลายครั้งหลายครา แต่กลับรู้สึกยังไม่คุ้นชินสักทีนัยน์ตาคมจ้องมองคนตัวเล็กที่กำลังปลดกระดุมได้เพียงสามเม็ด พลางเอ่ยออกมาเสียงเรียบ“ช้า” พูดจบ เทรย์ก็ขึ้นไปคร่อมอีกฝ่ายที่นั่งพิงพนักหัวเตียงทันที ก่อนจะประคองใบหน้าสวยเชิดขึ้น แล้วก้มลงไปประกบจูบริมฝีปากบางอย่างรวดเร็วมือหนาปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของเธอต่อโดยไม่มอง จนในที่สุดมันก็ถูกโยนทิ้งล่างเตียงทันทีที่ถอนจูบออก เขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“อมให้หน่อย” ควีนจ้องมองแก่นกายยักษ์ที่ผงาดอยู่ตรงหน้า พลางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เธอเคยคิดอยากลองทำ แต่ติดที่ทำไม่เป็น“นะ ห
“อื้อ” ควีนนอนบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงขนาดใหญ่หลังจากลืมตาตื่น เพราะตั้งแต่กลับมาถึงห้อง คนตัวเล็กก็อาบน้ำแล้วล้มตัวลงนอนพักผ่อนทันทีสาเหตุที่ทำให้เธอตื่นขึ้นมาในเวลานี้ก็ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากความหิวที่ปลุกเร้าหญิงสาวอยู่ในชุดกางเกงขาสั้นสีดำกับเสื้อสายเดี่ยวสีเทา เธอลุกจากเตียง พลางเดินไปหยิบเสื้
“รุ่นพี่ถามไม่ได้ยินหรือไงน้อง” รุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งยืนกอดอกมองมาทางเธออย่างไม่พอใจ ควีนหันไปมองอีกฝ่าย พลางเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นเอาไงละทีนี้ จะตอบว่าไงดี กดดันชะมัดเลย…“คะ คุย…”ระหว่างที่เธอกำลังครุ่นคิดว่าจะตอบยังไงดี คนตัวเล็กจึงหันไปมองชาร์ม ทว่าอีกฝ่ายกลับเอาแต่ส่ายหน้าไปมาพร้อมกับทำส
“จ๊ะเอ๋!”ควีนกระโดดมาดักหน้าเทรย์และกลุ่มเพื่อนของเขาที่กำลังจะเดินเข้าไปยังภายในห้องประชุมโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวทันใดนั้น คิ้วหนาก็ขมวดแน่น ก่อนจะเอ่ยถามอย่างหงุดหงิด“ทำบ้าอะไรของเธอวะ”คนตัวเล็กสูดลมหายใจเข้าลึก พลางกำมือเข้าหากันแน่นเพื่อลดความประหม่า พร้อมกับตอบเสียงใส“ควีนจะมาถามว่า…พี
พรึ่บ!!ร่างเล็กอรชรของ ควีน หรือ รวินท์นิภา เดินชนเข้ากับแผงอกแกร่งของใครบางคนอย่างจัง หากแต่มือหนากลับรั้งเอวบางของเธอเอาไว้ได้ทัน จึงทำให้คนตัวเล็กไม่ล้มลงไปกองอยู่กับพื้นสองสายตาสบประสานกันอยู่ครู่หนึ่ง อีกฝ่ายมีใบหน้าหล่อเหลา จมูกโด่งเป็นสัน เจาะปาก และใส่ต่างหูรูปไม้กางเขน ซึ่งทำให้เขาดูเท่







