LOGIN“ไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหน คุณก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าฉันเป็นแม่แท้ๆ ของไออุ่น”
“ผมไม่ต้องการให้ไออุ่นรู้ว่ามีแม่อย่างคุณ ออกไปเดี๋ยวนี้!”
เสียงตวาดที่ดังลอดประตูห้องพักออกไปทำให้ดานิกาที่กำลังจะเคาะประตูตัดสินใจเปิดพรวดเข้ามา แล้วรีบวิ่งมาประคองชายหนุ่มที่นั่งเอามือกุมแผลอยู่บนเตียง
“พี่คิมไล่แล้วก็ออกไปสิคะคุณเอิง” ดานิกาหันมาบอกหญิงสาวที่นั่งไขว่ห้างกอดอกอย่างไม่สะทกสะท้านอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง “พี่คิมเห็นรูปคุณเอิงกับคุณพอลที่พายส่งมาเมื่อวานนี้แล้วใช่มั้ยคะถึงได้โกรธขนาดนี้”
“ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เอิง” คิรากรบอกเสียงเรียบ
“เอย!” ดานิการู้ได้โดยอัตโนมัติ ถ้าเธอสังเกตสักนิดก็น่าจะดูออกตั้งแต่แรก เพราะนอกจากหน้าตาที่เหมือนกับอลีนามากแล้ว อย่างอื่นไม่มีอะไรเหมือนเลย ทั้งการแต่งหน้า แต่งตัว และกิริยาท่าทาง
“ไม่ได้เจอกันตั้งนาน สบายดีนะพาย” อันนาทักทายเพื่อนเก่าที่เคยมีคดีแย่ง ‘เปรมอนันต์’ กันมาก่อน
“เธอกลับไปได้แล้วเอย พี่คิมคงไม่อยากเห็นหน้าผู้หญิงเลวๆ แบบเธอเท่าไหร่” ดานิกาออกปากไล่แทนการตอบคำถามที่รู้ว่าคนถามแค่ถามประชด
“ถ้าเธอคิดว่าฉันเลวเพราะแย่งเปรมมาจากเธอ บอกเลยว่าเธอคิดผิด เปรมเลือกที่จะทิ้งเธอมาอยู่กับฉันเอง”
“ที่ฉันด่าว่าเธอเลว เพราะเธอทิ้งลูก ทิ้งสามีต่างหาก ถ้าเธอได้เปรมไปแล้วทำให้เขามีความสุขฉันก็จะดีใจด้วย แต่นี่เธอทำให้เขาเจ็บ แถมยังต้องมาตายอย่างน่าสมเพชอีก”
คำพูดของดานิกาเสียดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคิรากร ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เขาก็ยังรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องชายอยู่
“แหม...เธอนี่นางฟ้าจริงๆ เลยนะพาย”
“ฉันก็แค่คนธรรมดาที่รู้จักผิด ชอบ ชั่ว ดี แต่เธอน่ะไม่ใช่คน เธอมันไม่มีหัวใจ รักใครไม่เป็นนอกจากตัวเอง”
“มันจะมากไปแล้วนะพาย!” อันนาลุกพรวดขึ้น เงื้อมือพร้อมตบ
ทันใดนั้น คิรากรก็ตวาดเสียงดังอย่างเหลืออด ทำให้สองสาวชะงักกึก
“ออกไปทะเลาะกันข้างนอก!!!”
“พี่คิมไล่แล้วเธอก็ออกไปสิ” ดานิกาเชิดหน้าใส่อันนา ทำตัวเป็นพวกเดียวกับคิรากรไปแบบเนียนๆ
“ออกไปทั้งคู่” คิรากรกัดฟันบอกเสียงต่ำน่ากลัว มือข้างหนึ่งกุมแผลที่มีเลือดไหลซึมทะลุผ้าก๊อซออกมา
“พี่คิมเลือดออก!” ดานิกาหน้าซีด รีบกดปุ่มเรียกพยาบาล
“พายกลับไปก่อนเถอะ พาผู้หญิงคนนี้ออกไปจากห้องพี่ด้วย” พูดพลางปรายตามองอันนาด้วยความเกลียดชัง
“วันนี้ฉันกลับก่อนก็ได้ แล้วจะมาใหม่ เพราะฉันยังไม่ได้คุยเรื่องลูก ‘ของฉัน’ ” อันนาจงใจเน้นย้ำเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของแล้วเดินออกจากห้องไป โดยทิ้งให้คิรากรสงสัยว่า เธอต้องการคุยเรื่องอะไรเกี่ยวกับไออุ่นกันแน่
“พี่ขอร้องนะพาย กลับไปก่อน วันนี้พี่ยังไม่พร้อมคุยกับพาย” ชายหนุ่มบอกพลางขยับตัวไปนอนเอนหลังพิงหัวเตียงเพื่อให้พยาบาลที่เพิ่งเข้ามาทำแผลให้
“ให้พายอยู่ดูแลพี่คิมก่อนนะคะ”
“พี่มีพยาบาลคอยดูแลแล้ว พายกลับไปเถอะ อย่าให้พี่ต้องพูดซ้ำเป็นครั้งที่สาม” คิรากรบอกเสียงเข้มดุ
“พายกลับก่อนก็ได้ค่ะ แล้วพายจะมาเยี่ยมใหม่นะคะ” ดานิกาบอกหน้าตึงแล้วเดินออกไปด้วยอาการงอน แต่ก็ต้องผงะเมื่อเห็นอันนายืนกอดอกรออยู่ที่หน้าประตูด้านนอก
“เธอคิดไม่ซื่อกับสามีพี่สาวฉันใช่มั้ยพาย”
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ” ดานิกาเดินกระแทกไหล่ใส่อีกฝ่ายหนีไปที่หน้าลิฟต์
อันนาเดินตาม “ทำไมจะไม่ใช่เรื่องของฉัน สามีพี่สาวฉันก็เหมือนสามีฉัน ถ้าเธอคิดจะแย่งคุณคิมไปจากเอิงก็ข้ามศพฉันไปก่อนเถอะ”
“เธอจะตามจองล้างจองผลาญฉันไปถึงไหน เธอแย่งเปรมไปจากฉันคนนึงแล้ว ยังจะตามมาแย่งพี่คิมอีกเหรอ”
“ช่วยไม่ได้” อันนายักไหล่น่าหมั่นไส้ “เธอดันอยากได้ของที่ควรเป็นของฉันเอง”
“ของที่ควรเป็นของเธอเหรอ!” ดานิกาไม่เข้าใจว่าอะไรที่ทำให้อันนาคิดว่าคิรากรควรเป็นของเธอ
“คุณคิมไม่ได้รักเอิงแต่แรก แต่แต่งงานด้วยเพราะอยากหาแม่ให้ไออุ่น เพราะฉะนั้นคนที่เป็นแม่ตัวจริงของไออุ่นอย่างฉันก็ควรจะเป็นคนที่ได้แต่งงานกับเขา ไม่ใช่เอิง”
“ตรรกะเธอเพี้ยนมากเอย”
“แล้วตรรกะของคนที่จ้องจะงาบสามีคนอื่นอย่างเธอไม่เพี้ยนเลยใช่มั้ยพาย” อันนายิ้มเยาะแล้วเดินเข้าไปในลิฟต์ที่เปิดออกพอดี จากนั้นหันมาจ้องหน้าศัตรูเก่าอย่างท้าทาย “อย่าคิดที่จะแข่งกับฉัน เพราะเธอจะไม่มีวันชนะ!”
ดานิกาได้แต่กัดปากกำมือแน่น เก็บกลั้นเสียงกรี๊ดอยู่หน้าประตูลิฟต์ที่ปิดฉับลงต่อหน้า เธอเคยแพ้อันนามาแล้วครั้งหนึ่งและถูกเย้ยหยันมาจนถึงทุกวันนี้ ครั้งนี้เธอจะต้องไม่แพ้อีก
อลีนาเข้ามาเคลียร์งานที่กองบรรณาธิการนิตยสาร VOW MAGAZINE อย่างเร่งรีบ เพราะเป็นห่วงสามีที่ถูกทิ้งให้อยู่โรงพยาบาลคนเดียว
“เจ๊ปุยฝ้าย ตกลงนัดคุณเพลงกับคุณพีทมาถ่ายปกได้วันไหน” เธอหมายถึงเพลง เพลงพัสสา นางเอกสาวดาวรุ่งแห่งช่อง 66 HD ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ และพีท ภาสันต์ พระเอกรุ่นใหญ่วัยสามสิบตอนปลายที่ถึงแม้จะแต่งงานแล้ว แต่ความหล่อก็ยังเป็นอมตะ
“วันเสาร์นี้” ปุยฝ้ายที่กำลังเช็กความเรียบร้อยของเสื้อผ้าและพรอปต่างๆ ที่จะใช้ในการถ่ายแบบตอบโดยไม่วางมือจากงาน “แต่กำลังมีข่าวว่าคุณเพลงเป็นมือที่สามทำให้คุณพีทจะหย่ากับเมีย พี่ถามคุณทีน่าแล้วว่าจะเปลี่ยนนายแบบนางแบบมั้ย คุณทีน่าก็ไม่เปลี่ยน บอกว่ากว่าหนังสือจะวางก็เดือนหน้า ข่าวน่าจะซาแล้ว”
“ถ้าคุณทีน่าเคาะแล้วก็ตามนั้น”
“วันเสาร์วันหยุด เอิงจะมาคุมถ่ายแบบได้มั้ย สามีจะว่าหรือเปล่า”
หญิงสาวคิดนิดหนึ่งก่อนตอบ “มาไม่ได้ก็ต้องมา มันเป็นงานนี่ เอิงอาจจะพาไออุ่นมาด้วย พี่เลี้ยงลากลับต่างจังหวัด คุณคิมก็เจ็บอยู่ ฝากไว้กับคุณย่าหลายวันก็เกรงใจ”
“เอามาเลย เด็กอะไรก็ไม่รู้น่าร้ากน่ารัก ดีไม่ดีพี่จะขอจับถ่ายแฟชั่นเซตเด็กด้วยซะเลย”
“ไม่ได้หรอก คุณคิมเขาหวงลูกสาวมาก” อลีนาตอบด้วยรอยยิ้มเมื่อคิดถึงหน้าผู้ชายที่งอนตุ๊บป่องเมื่อเช้านี้ “อีกอย่างไออุ่นก็ยังเด็ก เอิงไม่อยากให้แกทำงาน อยากให้แกใช้ชีวิตตามประสาเด็กมากกว่า”
“แต่งงานไม่ทันไรความเป็นแม่ก็สูงปรี๊ดเลยนะคุณแม่เอิง” เจอร์รี่ที่กำลังตรวจต้นฉบับคอลัมน์หันมาแซว
“ไม่ต้องแซวพี่เลยเจอร์รี่ ตามคอลัมน์ครบหรือยัง ถ้าปิดเล่มไม่ทันจะโดนมิใช่น้อย”
“ครบตั้งแต่เมื่อวานแล้วคร้าบบบ ตรวจเสร็จก็จะส่งไปวางเลย์เอาต์แล้ว”
“ดีมาก งั้นพี่ไปคุยกับคุณทีน่าก่อนนะ ไม่รู้ว่าเรื่องคุณแพรวพราวไปถึงไหนแล้ว” หัวหน้ากองบรรณาธิการฝ่ายแฟชั่นยิ้มอย่างพอใจที่ลูกน้องก็จัดการงานได้อย่างเรียบร้อยแม้เธอจะไม่ได้เข้ามาทำงานหลายวัน จากนั้นเดินไปเคาะประตูห้องทำงานของมาทินาเพื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องของแพรวพราวที่จ่อจะฟ้องนิตยสารอยู่
“สรุปว่าคุณแพรวจะไม่ฟ้องหนังสือเราแล้ว แต่จะไปเคลียร์กับคุณพายเอง งานนี้คงมีเรื่องแซ่บๆ ให้คนเมาท์กันอีกแน่” มาทินาบอกอย่างเห็นเป็นเรื่องสนุก “คุณแพรวเป็นคนไม่ยอมใคร คงหาทางเอาคืนแบบจัดหนักแน่”
“ดีค่ะ” น้ำเสียงและสีหน้าเจือความสะใจอยู่ไม่น้อย
“ทำหน้าเหมือนสะใจ มีอะไรส่วนตัวกับคุณพายหรือเปล่า”
“คุณพายมาป่วนครอบครัวเอิงนิดหน่อยค่ะ ให้คุณแพรวจัดหนักก็ดีเหมือนกัน เอิงจะได้ไม่ต้องลงมือเอง”
“ยืมมือตบว่างั้น” มาทินาหัวเราะชอบใจ “ร้ายไม่เบานะ”
“คนรอบข้างบังคับให้เอิงต้องติดหนามให้ตัวเองค่ะ เอิงไม่เคยทำใครก่อน แต่ถ้าตบมา เอิงก็ตบกลับ” ดูภายนอกอลีนาเหมือนหญิงสาวที่ใจเย็นเป็นน้ำ มีความอดทนเป็นเลิศ ไม่ชอบมีปากเสียงกับใคร แต่อีกมุมเธอก็เป็นคนสู้ยิบตา ไม่ชอบถูกเอาเปรียบ ไม่ยอมถูกรังแก
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







