Accueil / วาย / อ้อมกอดแดนดิน / เรื่องราวที่ ๒ มากินข้าวนำกันเด้ออ้าย

Share

เรื่องราวที่ ๒ มากินข้าวนำกันเด้ออ้าย

Auteur: JaoNila
last update Dernière mise à jour: 2025-11-17 12:29:36

         สายลมที่พัดผ่านท้องนาเริ่มแผ่วลง เหลือเพียงไอแดดที่เต้นระยิบระยับเหนือผืนดิน แสงแดดส่องลงมาในมุมสูงตรงทำให้เงาของต้นไม้ใหญ่สั้นลงเรื่อย ๆ จนแทบจะแนบกับโคนลำต้น เช่นเดียวกับเงาของแดนดินที่ดูเหมือนจะถูกอัดแน่นเข้ากับตัวเอง

         แดนดินจัดการซ่อมรั้วท่ามกลางแดดที่เริ่มร้อน ถึงแม้จะมีเหงื่อไหลชุ่มตามขมับและลำคอ แต่เขายังคงมีสีหน้าที่สงบนิ่ง ไม่แสดงความรู้สึกหงุดหงิดแต่อย่างใด

         “หิวข้าวหรือยัง” หลังจากรีบทำจนเสร็จจึงได้เดินมาถามคนน้องที่ตอนนี้ก็เริ่มมีเม็ดเหงื่อซึมตามหน้าผากและไรผมแล้ว

         “โครก~”

         “อุบ...” แดนดินหลุดเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อย แม้ว่าจะพยายามกลั้นเสียงเอาไว้แล้วก็ตาม เพราะความน่ารักของคนน้อง ที่ตอนนี้เสียงท้องก็ได้ตอบคำถามแทนเจ้าตัวแล้ว

        “หัวเราะอะไรเนี่ย...หยุดเลยนะ”

         ธีร์รันคิ้วขมวดเล็กน้อยและทำปากย่น พร้อมกับแก้มที่เริ่มแดงระเรื่อ อาจจะด้วยความร้อนและอายที่คนพี่หัวเราะคิกคัก

         “หึ...ปะ อ้ายสิพาไปกินข้าว” (หึ...มา พี่จะพาไปกินข้าว) แดนดินจัดการเก็บอุปกรณ์ใส่กล่องโดยมีธีร์รันรีบไปช่วยเก็บให้เสร็จเร็ว ๆ เพราะตอนนี้ตนหิวถึงขนาดกินช้างได้ทั้งตัว

         เมื่อทั้งคู่ขับรถมาถึงบ้านของแดนดิน ก็เจอกับรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งจอดอยู่บริเวณร่มไม้หน้าบ้าน ถัดไปอีกหน่อยมีชายหนุ่มที่นอนฮัมเพลงอยู่ในเปลที่ผูกกับต้นไม้อย่างสบายอารมณ์

         “เอ๋า...บักสิง มาตะโดนแล้วเบาะ” (อ้าว...ไอ้สิง มานานแล้วเหรอ) แดนดินยิงคำถามใส่คนที่เพิ่งเจออย่างสงสัย

         แดนดินและสิงหา เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เด็ก จนป่านนี้ก็ยังไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ พวกเขามีเพื่อนกลุ่มเดียวกันหลายคน แต่ทั้งคู่ที่ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ ในวัยเด็กมาด้วยกันกว่ายี่สิบปี ก็สนิทถึงขั้นที่ว่าแค่มองตาก็รู้ว่าอีกคนคิดอะไร

         “บ่ พึ่งมาฮอด” (ไม่ พึ่งมาถึง)

         “แล้ว...นั่นไผมานำ คือเป็นตะฮักแท้...ซือว่าจังได๋ครับ” (แล้ว...นั่นใครมาด้วย น่ารักจัง...ชื่อว่าอะไรครับ)

         หลังจากที่ตอบคำถามกับเพื่อนเสร็จ สิงหาก็ได้เหลือบมามองคนตัวเล็กที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน ดูจากผิวพรรณที่ขาวผุดผ่องแล้ว ไม่น่าจะใช่คนแถวนี้แน่นอนจึงได้เอ่ยถามกับเพื่อนไป แต่ก็ไม่ลืมที่จะชะโงกมาถามเจ้าตัวพร้อมกับหยอดคำหวานใส่คนน้อง

         “น้องธีร์รัน...เอิ้นน้องรันกะได้ หลานน้าสายมาตะกรุงเทพ” (น้องธีร์รัน...เรียกน้องรันก็ได้ หลานน้าสายมาจากกรุงเทพฯ)

         “มึงมีอิหยัง” (มึงมีอะไร) แดนดินที่สงสัยสาเหตุการมาของเพื่อนจึงได้เอ่ยถามออกไป ถึงแม้ว่าสิงหาจะมาหาตนอยู่บ่อย ๆ แต่การมาโดยไม่ได้นัดมีไม่ค่อยบ่อยนัก

         “มาหาหมู่กินข้าว...กินข้าวแล้วเบาะ” (มาหาเพื่อนกินข้าว...กินข้าวหรือยัง)

         “บ่...จักหน่อยสิออกไปหาแนวกิน” (ยัง...อีกหน่อยจะออกไปหาของกิน)

         “นี่...พอดีเลยกูได้เป็ดมา ลาบบ่ บ่ได้กินโดนล่ะ” (นี่...พอดีเลยกูได้เป็ดมา ลาบไหม ไม่ได้กินนานแล้ว) ว่าพลางสิงหาก็ชี้ไปที่ถุงในมือที่มีเนื้อเป็ดอยู่ด้านใน

         “อืม...ดีคือกัน เฮ็ดถ่าเด้อกูไปอาบน้ำก่อน” (อืม...ดีเหมือนกัน ทำรอนะกูไปอาบน้ำก่อน)

         แดนดินที่เห็นว่าการสนทนาน่าจะยืดยาวตนจึงรีบกล่าวตัดบท อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าคนน้องจะหิวจนทนไม่ไหว

         “หิวแฮงบ่ ถ่าอ้ายแป๊บนึงเด้อ อ้ายขอไปอาบน้ำจักคราวก่อน” (หิวมากไหม รอพี่แป๊บนึงนะ พี่ขอไปอาบน้ำสักครู่ก่อน)

         ด้วยอากาศที่ร้อนอบอ้าว บวกกับเพิ่งทำงานมาทำให้แดนดินมีเหงื่อเต็มตัว จึงอยากที่จะไปอาบน้ำเพื่อให้ตนเองสบายตัวขึ้นก่อน แต่ก็ไม่วายที่จะหันกลับมาถามคนน้องก่อน

         “อือ...ไปเถอะ แค่นี้สบายมาก” ธีร์รันตอบกลับพลางยักคิ้วใส่คนพี่ ก่อนยิ้มออกมาเล็กน้อยเพื่อแสดงความมั่นใจแบบเต็มเปี่ยม

         “แม่นคนเดียวกันกับที่ท้องฮ้องเสียงดังเมื่อกี้บ่หนิ” (ใช่คนเดียวกันกับที่ท้องร้องเสียงดังเมื่อกี้ไหมนี่)

         พอเห็นท่าทางมั่นใจจากคนน้อง แดนดินก็อดไม่ได้ที่จะแซวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เพราะการกระทำของธีร์รันมันช่างย้อนแย้งกันจริง ๆ

         “ชิ...รีบไปอาบเลย” ธีร์รันคิ้วขมวด แล้วหันไปมองค้อนใส่คนพี่อย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนที่จะเดินหนีไปล้างหน้าล้างตาที่โอ่งน้ำข้างบ้าน ทำให้แดนดินที่เห็นธีร์รันเดินกระฟัดกระเฟียดไปเช่นนั้นก็เผลอยิ้มตามหลังคนน้องอย่างลืมตัว

         ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดก็อยู่ในสายตาของสิงหาที่แอบมองอยู่ในครัวตามประสาคนหูตาไว...

         แดนดินใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวไม่นานก็รีบลงมาที่ครัวใต้ถุนบ้านเพื่อจัดการทำกับข้าว สิงหาที่กำลังยุ่งอยู่กับการรวนเนื้อเป็ด เลยให้คนตัวเล็กช่วยจัดการล้างผักที่เตรียมมา ซึ่งแดนดินก็พอเข้าใจได้ว่าสิ่งที่ธีร์รันพอจะช่วยได้ก็มีอยู่แค่ไม่กี่อย่าง

         “เอ๋า...กินกล้วยฮองท้องก่อน” (นี่...กินกล้วยรองท้องก่อน)

         แดนดินที่กลัวคนน้องจะหิวเลยได้หยิบกล้วยที่เขาตัดมาได้สองวัน ซึ่งตอนนี้ก็สุกกำลังพอดี ให้กับคนน้องกินประทังหิวไปก่อน

         “อื้อ...ขอบคุณนะ”

         ธีร์รันรับกล้วยมาด้วยความดีใจ เพราะตอนนี้ตนหิวมาก ๆ แต่ก็ไม่ลืมที่จะหันกลับไปกล่าวขอบคุณคนพี่

         “แดน...มีบักนาวบ่” (แดน...มีมะนาวไหม)

         สิงหาถามแทรกจังหวะขึ้น เพราะขณะที่กำลังค้นหาวัตถุดิบในถุงก็พบว่าตนนั้นได้ลืมหยิบมะนาวมา

         “มี...อยู่ต้น เดี๋ยวไปเอามาให้”

         “เอ่อ...เราล้างผักเสร็จแล้ว เดี๋ยวเราไปเก็บให้นะ”

         ธีร์รันที่กำลังกินกล้วยอยู่ ก็ได้เอ่ยอาสาไปเก็บมะนาวให้ เพราะนอกจากล้างผักแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ช่วยอะไร เลยอยากทำตัวให้เป็นประโยชน์บ้าง

         “ซั่นเก็บผักหอมเปมานำเด้อ...อยู่ในสวนนั่นล่ะ” (งั้นเก็บผักชีฝรั่งมาด้วยนะ...อยู่ในสวนนั่นแหละ)

         “ผัก หอม...อะไรนะ”

         ธีร์รันทำหน้างุนงงเพราะถึงแม้ว่าเขาจะฟังภาษาอีสานออกอยู่บ้าง แต่ชื่อผักที่คนพี่กล่าวมานั้นเขาไม่รู้เลยว่ามันคือผักอะไร

         “ผักหอมเป” (ผักชีฝรั่ง)

         แดนดินย้ำอีกครั้ง แต่ยังไม่ยอมบอกว่ามันคืออะไร เพราะสนุกกับการที่ธีร์รันทำหน้าสงสัย

         “แล้วไอ้ผักหอมเปมันเป็นยังไงอะ” ธีร์รันที่ยังไม่ได้คำตอบที่ต้องการสักทีคิ้วก็เริ่มที่จะขมวดเข้าหากัน

         “ผักชีฝรั่งนั่นล่ะ...เก็บมาจักสี่ห้าใบเด้อ”

         “พูดชื่อนี้ตั้งแต่แรกก็จบ” ธีร์รันเดินไปบ่นไป เพราะคนพี่ชอบทำให้เขาหงุดหงิดอยู่บ่อย ๆ

         .

         .

         “มึงคือได้พาน้องมานำมื้อนี่” (มึงทำไมได้พาน้องมาด้วยวันนี้)

         เมื่อธีร์รันเดินไปเก็บผักที่สวนหลังบ้าน สิงหาที่รอโอกาสนี้อยู่จึงได้กระซิบถามเพื่อนถึงที่มาที่ไประหว่างสองคนนี้

         “พาไปซ่อมรั้วให้ยายบัว” แดนดินตอบพลางหยิบไข่มาสามฟองเพื่อนำมาเจียวให้กับคนน้อง

         “กะนั่นหละ...คือได้ไปรู้จัก เป็นหยังคือได้ไปรับมานำ” (ก็นั่นแหละ...ทำไมได้ไปรู้จัก ทำไมได้ไปรับมาด้วย)

         “น้าสายฝากให้เบิ่ง ให้พาเฮ็ดเวียก” (น้าสายฝากให้ดู ให้พาทำงาน)

         “เป็นหยังคือได้มาอยู่บ้านนอกวะ อยู่กรุงเทพสบาย ๆ กะดีอยู่แล้ว” (ทำไมได้มาอยู่บ้านนอกวะ อยู่กรุงเทพสบาย ๆ ก็ดีอยู่แล้ว)

         สิงหายังคงสงสัยไม่หยุด เพราะการที่คนเมืองกรุงจะมาอยู่บ้านนอกนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ตนไม่ค่อยพบเจอเท่าไหร่

         “กูสิรู้นำบ่ มึงคือส่อดีแถะบักห่านี่” (กูจะรู้ด้วยไหม มึงทำไมถามดีจังไอ้ห่านี่)

         แดนดินที่เริ่มรู้สึกหมดพลังกับการตอบคำถามจึงได้ด่าเพื่อนกลับไป ซึ่งการพูดลักษณะนี้ก็มักจะเจอกันเป็นประจำตามประสาเพื่อนสนิท ไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดีแต่อย่างใด และสิงหาก็เข้าใจในส่วนนี้ดี

         “กะกูอยากรู้เนาะ เป็นได๋...เฮ็ดงานมื้อแรก” (ก็กูอยากรู้หนิ เป็นไง...ทำงานวันแรก)

         “นี่...ตีนกูช้ำอยู่หนิ สิกินบ่ข้าว ฟ่าวเฮ็ด” (นี่...เท้ากูช้ำอยู่นี่ จะกินไหมข้าว รีบทำ) แดนดินว่าพลางยกเท้าขึ้นมาให้เพื่อนดูจนเกือบจะโดนหน้าสิงหา

         “โอ๊ย...บักห่าหนิเกือบถืกหน้ากู” (โอ๊ย...ไอ้ห่านี่เกือบโดนหน้ากู)

         สิงหาบ่นให้เพื่อนอุบอิบเพราะเท้าที่เพื่อนยกมานั้นเกือบจะโดนหน้าของตน ก่อนจะหันกลับไปทำกับข้าวต่อ

         ทางฝั่งของธีร์รันที่เดินมายังสวนหลังบ้าน ก็ง่วนอยู่กับการสอดส่ายสายตามองหาผักที่ตนจะต้องเก็บ เพราะภายในสวนผักนั้นก็มีผักอยู่หลากหลายชนิด มองหาอยู่นานก็เจอกับสิ่งที่ต้องการจึงบรรจงเก็บมาอย่างทะนุถนอมไม่ให้ช้ำ และไม่ลืมที่จะแวะเก็บมะนาวมาอีกสองสามลูก

         “อะ...นี่ ผักที่ให้เราไปเก็บมา เรามั่นใจว่ายังไงก็เก็บมาถูกแน่นอน” ธีร์รันยื่นผักให้คนพี่ด้วยท่าท่างที่มั่นใจเต็มเปี่ยม

         “โอ๊ย...ให้ไปเก็บอีกสามรอบผักเบิดสวนแท้” (โอ๊ย...ให้ไปเก็บอีกสามรอบผักหมดสวนแน่)

         แดนดินอดที่จะแซวคนน้องไม่ได้ เพราะธีร์รันได้เก็บผักชีฝรั่งมาให้แบบถอนรากถอนโคน

         “ทำไมอะ...เราเก็บมาไม่ถูกเหรอ”

         คนตัวเล็กทำหน้าหงอยพร้อมกับก้มลงมองผักในมือที่ตั้งใจเก็บมาเป็นอย่างดี

         “ถืกแล้ว...แต่ถอนมาเบิดรากแบบนี้ต้นใหม่มันสิขึ้นบ่ได้ เทือหน้าเก็บเอาแต่ใบมาเด้อสิได้มีไว้กินโดน ๆ” (ถูกแล้ว...แต่ถอนมาหมดรากแบบนี้ต้นใหม่มันจะขึ้นไม่ได้ ครั้งหน้าเก็บเอาแค่ใบมานะจะได้มีไว้กินนาน ๆ)

         ธีร์รันพยักหน้ารับคำ ซึ่งแดนดินที่เห็นว่าคนน้องทำหน้าจ๋อยจึงได้รีบเปลี่ยนเรื่องคุย

         “มาอ้ายสิพาหั่นผัก”

         แดนดินหยิบเขียงและมีดมานั่งที่เตียงภายในครัว พร้อมกับทำท่าทางให้คนน้องมานั่งข้าง ๆ

         “นี่...จับแบบนี่วางนิ้วให้ตรง แล้วกะหั่นบ่ต้องยาวหลาย เอ๋า...ลองเบิ่ง” (นี่...จับแบบนี้วางนิ้วให้ตรง แล้วก็หั่นไม่ต้องยาวมาก อะ...ลองดู)

         แดนดินที่เห็นฝีมือการซ่อมรั้วของธีร์รันแล้ว ก็ตั้งใจว่าสอนทุกอย่างให้กับคนน้อง เพราะธีร์รันคงไม่เคยทำอะไรแบบนี้แน่นอน  เรื่องซ่อมรั้วส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดของตนที่ไม่ได้สอน จนทำให้โดนค้อนทุบจนนิ้วแดง

         ธีร์รันรับมีดมาจากแดนดินก่อนจะนำผักมาหั่นตามที่คนพี่สอน ถึงท่าทางจะทุลักทุเลอยู่บ้างตามประสาคนทำครั้งแรก แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความตั้งใจ ซึ่งก็ได้มีคนพี่คอยนั่งลุ้นอยู่ข้าง ๆ

         “เป็นไง...พอได้ไหม”

         “อืม”

         แดนดินที่เห็นว่าธีร์รันเริ่มจะคล่องแล้วจึงปล่อยให้คนน้องทำ และตนก็กลับไปทำกับข้าวต่อ เพราะตอนนี้ก็เริ่มจะหิวเต็มทีแล้ว

         กับข้าวทั้งหมดถูกนำมาวางไว้ที่โต๊ะใต้ถุนบ้าน กลิ่นหอมของอาหารที่ลอยมากระทบกับจมูกชวนเรียกน้ำย่อยและเพิ่มความหิวได้เป็นอย่างดี

         “เคยกินบ่ลาบเป็ด...ซิมเบิ่ง” (เคยกินไหมลาบเป็ด...ชิมดู)

         ร่างสูงที่เห็นธีร์รันนั่งจ้องกับข้าวอยู่นานแต่ก็ไม่กินสักที ทั้งที่น่าจะหิวมากแท้ ๆ เลยได้เอ่ยถามคนน้องพร้อมกับชวนให้ลองกินดูสักครั้ง

         “แซ่บเด้ฝีมืออ้าย…รับรองสิติดใจ” (อร่อยนะฝีมือพี่...รับรองจะติดใจ)

         สิงหาพูดเสริมคะยั้นคะยอให้คนน้องลองกิน เพราะอาหารแบบนี้นาน ๆ ทีถึงจะได้กินครั้งหนึ่ง

         คนตัวเล็กที่โดนคนพี่ทั้งสองรบเร้า จึงได้หยิบข้าวเหนียวในกระติบมาปั้นเป็นก้อน ก่อนจะนำมาจิ้มกับลาบที่อยู่ในจาน โดยมีสองหนุ่มนั่งจ้องอย่างตั้งความหวัง

         “เป็นได๋” (เป็นไง) แดนดินที่ไม่เห็นคนน้องพูดอะไรต่อหลังจากกินเข้าไป จึงได้เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

         “เผ็ดอะ”

         แดนดินมองหน้าคนน้องที่ตอนนี้เริ่มจะมีสีแดงระเรื่อ พร้อมกับเป่าลมออกมาจากปาก ก่อนจะคว้าน้ำที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ มาดื่มอย่างรีบร้อน

         “กินเผ็ดบ่ได้เบาะ…เอ๋านี่ไข่เจียว” (กินเผ็ดไม่ได้เหรอ...อะนี่ไข่เจียว)

         แดนดินมองธีร์รันแล้วแอบขำอยู่ในใจที่คนน้องกินเผ็ดไม่ได้ขนาดนี้ และคิดว่าครั้งหน้าคงต้องแยกกับข้าวจานไม่ใส่พริกไว้ให้ด้วยซะแล้ว...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • อ้อมกอดแดนดิน   เรื่องราวส่งท้าย

    “บ่แมนมันคิดสั้นแล้วเบาะสิง” “ปากมึงเบาะนั่น” สิงและเหนือที่เห็นว่าสายแล้วยังไม่เจอเพื่อนมาหาสักที ก็เกิดความร้อนใจกลัวว่าเพื่อนจะคิดอะไรที่ไม่ดี ปกติบอกว่าจะมาก็คือมาคำไหนคำนั้น จึงได้รีบบึ่งรถมาหาที่บ้านเผื่อเกิดเหตุอะไรตนจะได้ช่วยเหลือทัน เพราะตั้งแต่เมื่อวานที่เพื่อนกลับไป ตนก็ไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนอีก “กะมันวามันสิมาหาเฮา จนฮอดปานนี้กะยังบ่เห็น” “มื้อวานมันกะถืกสะกิดปมไปอีก” “บ่ดอก มันคงบ่คิดแบบนั้น” “มึงฟ่าวขับเร็ว ๆ แน กูใจบ่ดี” (มึงรีบขับเร็ว ๆ หน่อย กูใจไม่ดี) การโต้เถียงเกิดขึ

  • อ้อมกอดแดนดิน   เรื่องราวที่ ๓๓ สุขสม (NC)

    “อ๊ะ!” แดนดินได้ช้อนร่างของคนตัวเล็กให้ขึ้นมานั่งบนตัก พลางจับชายเสื้อของตนถอดผ่านศีรษะด้วยท่าทางที่ทะมัดทะแมง เผยให้เห็นร่างกายที่กำยำซึ่งยังคงเต็มไปด้วยมัดกล้ามและกลุ่มก้อนขนมปัง ก่อนที่จะไล่ไปถอดกางเกงของร่างบางออกจนหมดสิ้น สองมือได้ไปกอบกำเอาส่วนเนื้ออ่อนที่บริเวณก้นกลมของคนตัวเล็ก ขยำ ๆ อยู่นานจนเนื้อขาวนวลปลิ้นออกมาตามซอกนิ้ว ในขณะที่ริมฝีปากก็ยังคงเล็มเลียอยู่กับยอดปทุมสีหวาน จนธีร์รันต้องแอ่นอกสู้ด้วยความสาดเสียว “อ๊า! พี่” ร่องรอยสีกุหลาบที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบที่จะไม่มีพื้นที่ว่าง ทั้งรอยขบกัดและรอยดูดดึง จากความปรารถนาที่มีอย่างมากล้น ซึ่งธีร์รันก็ไม่ได้ปัดป้องแต่อย่างใด ปล่อยให้คนพี่ทำอย่างที่ใจอยาก เพราะการที่คนพี่จะต้องอดกลั้นถึงเพียงนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะตนทั้งนั้น

  • อ้อมกอดแดนดิน   เรื่องราวที่ ๓๒ แก้วตาดวงใจ (NC)

    บรรยากาศยามค่ำที่มีสายลมพัดมาเป็นระยะ ๆ เมื่อมาปะทะกับผิวกาย ก็พลอยทำให้รับรู้ได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ถูกส่งมาเป็นอย่างดี ฤดูหนาวผ่านมาอีกครา ครั้งก่อนแดนดินยังจำได้ดี ตนเคยมีความสุขมาก ๆ ในช่วงนี้เมื่อปีที่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็เจ็บปวดจนแทบเจียนตาย ความคิดถึงที่เขามีต่อคนรักอยู่ทุกวันก็แทบจะเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่วันนี้ ความรู้สึกกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้น อาจจะเพราะแอลกอฮอล์ที่อยู่ในร่างกายหรืออะไรก็ตามแต่ ซึ่งมันทำให้เขาไม่ทันมองว่ามีสิ่งแปลกตาเข้ามาอยู่ในบ้านของเขา รู้ตัวอีกทีก็ต่อเมื่อเดินลงจากรถมอเตอร์ไซค์มาแล้ว “รถไผวะ” (รถใครวะ) รถเก๋งคันหรูสีดำสวยที่จอดนิ่งสนิทอยู่ในบริเวณบ้านของเขา พอลองมองหาเจ้าของรถคันดังกล่าวก็เจอแต่ความเงียบสงบ ยิ่งพยายามนึกถึงที่มาที่ไปของรถคันนี้ก็ยิ่งทำให้สับสนขึ้นไปอีก ตนไม่รู้จักใครที่มีรถลักษณะแบบนี้ ยิ่งเป็นญาติยิ่งแล้วใหญ่ เมื่อลองเดินสำรวจรอบ ๆ ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ

  • อ้อมกอดแดนดิน   เรื่องราวที่ ๓๑ สะสางเรื่องค้างคา

    “ก๊อก...ก๊อก!” “คุณรัน คุณท่านให้มาตามไปทานข้าวค่ะ” “รันยังไม่หิวครับ” แม่บ้านต่างก็หันหน้ามามองกันด้วยความลำบากใจ หนึ่งสัปดาห์มาแล้วตั้งแต่ที่คุณหนูของบ้านเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้อง ข้าวปลาก็กินแทบจะนับคำได้ ทำเอาทุกคนต่างพลอยเป็นห่วงกันไปหมด เมื่อการเรียกขานไม่เป็นผล แม่บ้านจึงได้ถอยหลังมาเพื่อเปิดทางให้กับหญิงสาวคนหนึ่งได้เดินไปที่หน้าประตูห้อง และทำการเรียกขานขึ้นอีกครั้ง “รัน...นี่ดาวเองนะ” “ดาวขอเข้าไปได้ไหม?” ความเงียบสงบมาเยือนอยู่สักพัก ก่อนที่ประตูบานใหญ่จะค่อย ๆ ถูกเปิดออก เผยให้เห

  • อ้อมกอดแดนดิน   เรื่องราวที่ ๓๐ บอบช้ำ

    “สูกลับไปซะ” แดนดินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้อง หลังจากที่พาเพื่อนกลับมาถึงบ้าน ในขณะที่จัดการทำแผลให้อยู่นั้น เหนือได้สังเกตสีหน้าท่าทางของเพื่อนที่ดูเลื่อนลอย แววตาดูหมดหวัง แม้ว่าจะเป็นเวลาที่สิงเช็ดแผลให้ ทั้ง ๆ ที่ควรจะเจ็บมากแท้ ๆ แต่แดนดิน กลับไม่มีแม้แต่จะส่งเสียงออกมา “กูวาเฮาต้องมาอยู่เป็นหมู่มัน” “กูย่านมันคิดสั้น เบิ่งทรงสิหนักกว่าตอนเลิกกับน้องวา” “อือ หนักกว่าหลายเลยล่ะ” เมื่อเห็นอาการของเพื่อนที่ไม่สู้ดีนักก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ ถ้าเจ็บป่วยทางกายยังพอหาทางรักษาให้ได้ แต่อาการทางใจตนคงต้องคอยดูอยู่ห่าง ๆ และรอเวลาที่จะคอยเยียวยาทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น&n

  • อ้อมกอดแดนดิน   เรื่องราวที่ ๒๙ ตั้งตัวไม่ทัน

    เมื่อใกล้ถึงฤดูเก็บเกี่ยว ท้องทุ่งนาถูกย้อมด้วยสีทองอร่ามของรวงข้าวที่โอนอ่อนลู่ลม เสียงรวงข้าวที่เสียดสีกันดังแผ่วเบายามเมื่อสายลมพัดผ่าน แสงแดดยามสายส่องกระทบไปทั่วผืนนาจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับ “พี่จะเก็บเกี่ยวข้าวยังไงเหรอ” คำถามที่เอื้อนเอ่ยออกมา ในขณะที่กำลังเดินลัดเลาะอยู่บนคันนา ร่างสูงเดินนำและมีคนตัวเล็กเดินตาม การเดินสำรวจแปลงนาในทุก ๆ เช้า น่าจะเป็นกิจวัตรประจำวันของคนทั้งคู่ไปแล้ว “อ้ายวาสิเอารถเกี่ยวเอา” “แต่กะสิจ้างชาวบ้านเกี่ยวบางส่วน พอให้เพินมีรายได้” “แฟนใครใจดีจัง” แดนดินหันมายิ้มให้กับคนตัวเล็ก พร้อมกับแก้มบางที่ถูกเรียวนิ้วยาวหยิกให้เบ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status