All Chapters of อ้อมกอดแดนดิน: Chapter 1 - Chapter 10

35 Chapters

อารัมภบท

“ทำไมพ่อต้องบังคับรันด้วย” “รันแค่อยากทำงานที่รันชอบ รันผิดตรงไหน” การโต้เถียงเกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว บรรยากาศภายในบ้านก็ดูตึงเครียด เหล่าคนงานต่างพากันทำตัวไม่ถูก จนต้องหาที่หลบไปจากตรงนี้ สาเหตุก็เนื่องมาจาก “ธีร์รัน” ลูกชายคนเดียวของบ้านที่เพิ่งกลับมาจากเรียนที่ต่างประเทศ และตั้งใจจะมาทำธุรกิจ นั่นก็คือการเปิดแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง แต่ผู้เป็นพ่ออย่าง “ธานินทร์” กลับไม่เห็นด้วย เพราะอยากที่จะให้ลูกได้รับช่วงต่อธุรกิจที่ตนสร้างขึ้นมา “แกต้องรับช่วงต่อธุรกิจของครอบครัว” “ไอ้การออกแบบเสื้อผ้าบ้า ๆ นี่ ล้มเลิกไปซะ” แผ่นกระดาษที่อยู่ในมือของธานินทร์ได้ถูกปาออกไปยังคนตรงหน้า ธีร์รันมองแผ่นกระดาษที่กำลังค่อย ๆ ร่วงหล่นกระจายไปตามพื้น มันเป็นแผ่นงานร่างแบบเสื้อผ้าที่ตนทุ่มเทให้กับมันมาก เพราะตอนเป็นเด็กตนเคยได้ลองทำกับคุณแม่ที่เสียไปเมื่อหลายปีมาแล้ว มันจึงเป็นงานที่ตนรักมากและเป็นความทรงจำเดียวที่หลงเหลืออยู่กับคุณแม่ “แล้วไอ้ธุรกิจของพ่อมันมีดีอะไรนักหนา” “พ่อชอบมันนักหนา พ่อก็ทำไปเองคนเดียวสิ”
last updateLast Updated : 2025-11-17
Read more

เรื่องราวที่ ๑ ซ่อมรั้ว...ซ่อมใจ

ท้องฟ้ายามรุ่งสาง เริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองอมชมพู สายลมบาง ๆ ในตอนเช้า ได้พัดผ่านหน้าต่างที่แง้มอยู่เพียงเล็กน้อย ลอยผ่านมาปะทะร่างบางที่กำลังนอนขลุกอยู่บนเตียง เสียงไก่ขันในตอนเช้าปลุกให้ธีร์รันที่กำลังนอนอยู่ ยันกายขึ้นมาจากเตียงพร้อมกับบิดขี้เกียจ ก่อนที่จะเดินไปเปิดหน้าต่างเพื่อรับลมยามเช้า บรรยากาศของที่นี่เงียบสงบ แตกต่างจากความวุ่นวายที่เมืองกรุง ทุกเช้าของคนที่นี่เป็นไปอย่างเรียบง่าย เสียงพูดคุยทักทายกันยามเช้าแว่วมาตามสายลมอยู่เป็นระยะ ๆ แม้ว่าจะแตกต่างจากที่ที่ตนเคยอยู่มาก แต่ก็เป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย และรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ตั้งแต่วันนั้นหลังจากตนมาอยู่ที่นี่ ก็ไม่ได้รับการติดต่อจากผู้เป็นพ่อเลย แม้แต่ข้อความที่ถามไถ่ก็ไม่มีแม้แต่ข้อความเดียว จะมีก็เพียงแค่นับดาวเพื่อนสนิทของเขา ที่โทรมาไม่เว้นเช้าเย็น ตนไม่เคยคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างตนและคุณพ่อจะแย่ลงถึงเพียงนี้ แต่ก่อนก็ถือได้ว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่นเลยทีเดียว แต่หลังจากที่เสียคุณแม่ไป พ่อก็เข้มงวดมากขึ้น จนตนไม่สามารถที่จะเลือกอะไรได้เลย มีเพียงพ่อที่คอยจัดแจงให้ทุกอย่าง
last updateLast Updated : 2025-11-17
Read more

เรื่องราวที่ ๒ มากินข้าวนำกันเด้ออ้าย

สายลมที่พัดผ่านท้องนาเริ่มแผ่วลง เหลือเพียงไอแดดที่เต้นระยิบระยับเหนือผืนดิน แสงแดดส่องลงมาในมุมสูงตรงทำให้เงาของต้นไม้ใหญ่สั้นลงเรื่อย ๆ จนแทบจะแนบกับโคนลำต้น เช่นเดียวกับเงาของแดนดินที่ดูเหมือนจะถูกอัดแน่นเข้ากับตัวเอง แดนดินจัดการซ่อมรั้วท่ามกลางแดดที่เริ่มร้อน ถึงแม้จะมีเหงื่อไหลชุ่มตามขมับและลำคอ แต่เขายังคงมีสีหน้าที่สงบนิ่ง ไม่แสดงความรู้สึกหงุดหงิดแต่อย่างใด “หิวข้าวหรือยัง” หลังจากรีบทำจนเสร็จจึงได้เดินมาถามคนน้องที่ตอนนี้ก็เริ่มมีเม็ดเหงื่อซึมตามหน้าผากและไรผมแล้ว “โครก~” “อุบ...” แดนดินหลุดเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อย แม้ว่าจะพยายามกลั้นเสียงเอาไว้แล้วก็ตาม เพราะความน่ารักของคนน้อง ที่ตอนนี้เสียงท้องก็ได้ตอบคำถามแทนเจ้าตัวแล้ว “หัวเราะอะไรเนี่ย...หยุดเลยนะ” ธีร์รันคิ้วขมวดเล็กน้อยและทำปากย่น พร้อมกับแก้มที่เริ่มแดงระเรื่อ อาจจะด้วยความร้อนและอายที่คนพี่หัวเราะคิกคัก “หึ...ปะ อ้ายสิพาไปกินข้าว” (หึ...มา พี่จะพาไปกินข้าว) แดนดินจัดการเก็บอุปกรณ์ใส่กล่องโดยมีธีร์รันรีบไปช่วยเก็บให้เสร็จเร็ว ๆ เพราะตอนนี้ตนหิวถ
last updateLast Updated : 2025-11-17
Read more

เรื่องราวที่ ๓ ช่วยงาน

บรรยากาศตอนเช้าของหมู่บ้านยังคงเหมือนเดิมเฉกเช่นทุกวัน สายลมเย็นฉ่ำบวกกับเสียงระฆังที่ดังแววมาจากวัดที่ อยู่ไม่ไกล พระสงฆ์เดินบิณฑบาตไปตามทางของหมู่บ้าน ในขณะที่ชาวบ้านบางคนต่างพากันเตรียมอุปกรณ์ไปไร่ไปนา เสียงวัวเสียงควายที่ถูกจูงออกจากคอกดังก้องประสานกับเสียงพูดคุยทักทายกัน ธีร์รันที่คิดว่าตนเองตื่นเช้ามากแล้ว แต่สำหรับคนที่นี่เวลานี้ก็ถือว่าสายจนตะวันโด่ง ตนจึงรีบลุกมาจัดแจงตัวเอง หลังจากที่ธีร์รันไปช่วยแดนดินซ่อมรั้ววันนั้น นี่ก็ผ่านมาสองวันแล้ว ทันทีที่ลงมาจากบ้านก็ใช้สายตามองหาลุงกับป้า แต่พบเพียงกับข้าวที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้เป็นอย่างดี หลังจากที่ทานข้าวเสร็จ ตนก็ได้มานั่งเล่นที่เปลใต้ถุนบ้าน บรรยากาศเย็นสบายที่ลมพัดผ่านบวกกับความเงียบสงบ ทำให้ธีร์รันหวนนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมา ธีร์รันหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู หลังจากมาที่นี่ก็ไม่มีเหตุให้ได้ใช้เท่าไร เลื่อนดูรูปภาพเก่า ๆ ตอนที่ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า ดูไปหวนระลึกถึงไป ครั้งก่อนมันเคยดีกว่านี้ แต่ไม่รู้เพราะอะไรทุกอย่างจึงกลับตาลปัตรไปหมด ก่อนที่ความคิดจะฟุ้งซ่านกระเ
last updateLast Updated : 2025-11-19
Read more

เรื่องราวที่ ๔ แห่นาค

บรรยากาศงานบุญวันนี้เป็นไปอย่างครึกครื้น บุญบวชมักจัดเป็นงานใหญ่ มีการเลี้ยงอาหารแขกที่มาร่วมงาน ช่วงเช้าจะมีการตักบาตรและถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ ญาติผู้ใหญ่จะทำพิธีผูกข้อมือให้พรนาค จากนั้นจึงจะเข้าสู่พิธีการบวชซึ่งชาวบ้านก็จะช่วยกันในทุกขั้นตอน ทั้งการเตรียมอาหาร และการเตรียมขบวนแห่ที่จะเกิดขึ้นในช่วงบ่าย เช้านี้ธีร์รันได้มาช่วยงานบุญกับป้าสาย ภายในครัวหลังบ้านจะมีชาวบ้านที่มาช่วยกันทำอาหารหลายอย่าง หน้าที่ของเขาคือการยกถาดกับข้าวมาให้แขกภายในงานที่เริ่มทยอยกันมาเรื่อย ๆ เริ่มแรกธีร์รันก็ช่วยงานแบบทุลักทุเลเพราะเป็นครั้งแรกที่ตนทำอะไรแบบนี้ แต่โชคดีที่มีป้าเดือนคอยสอน ทำให้เขาเริ่มที่จะทำงานได้คล่องมากขึ้น หลังจากที่เดินช่วยงานจนเหนื่อย ตนจึงได้หลบออกมานั่งพักที่แคร่ใต้ร่มไม้ ธีร์รันที่ไม่ค่อยได้เดินระยะทางไกล ๆ ทำเอาวันนี้เขาเมื่อยขาไปหมด “เมื่อยบ่” (เหนื่อยไหม) ธีร์รันที่ก้มนวดขาตัวเองอยู่ก็ได้เงยหน้าขึ้นมามองตามเจ้าของเสียง ซึ่งเป็นแดนดินที่เดินมานั่งบนแคร่ข้าง ๆ พร้อมกับยื่นน้ำในมือมาให้คนน้อง “ขอบคุณนะ” ธีร์รันกล่าวข
last updateLast Updated : 2025-11-19
Read more

เรื่องราวที่ ๕ ซื้อของ

“ปี๊น ปี๊น!” เสียงแตรรถที่ดังมาจากหน้าบ้านทำให้ร่างบางที่กำลังแต่งตัวอยู่ถึงกับต้องชะโงกหน้าออกไปดูผ่านทางหน้าต่าง ก่อนจะรีบจัดเตรียมเอาสิ่งของที่จำเป็นและวิ่งลงมาจากบ้านด้วยท่าทางที่ดูรีบร้อน “ป้าสายผมไปก่อนนะครับ” ธีร์รันกึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงมาที่รถ ซึ่งตอนนี้คนขับก็ได้นั่งรอพร้อมกับฟังเพลงที่เปิดคลอไว้อย่างสบายอารมณ์ภายในรถกระบะสีดำคันใหญ่ ที่วันนี้ได้ออกมาจากโรงจอดรถสักที “พร้อมยัง” แดนดินที่ประจำตรงที่นั่งคนขับ ได้เอ่ยถามคนน้องออกไปเมื่อขึ้นมาบนรถเรียบร้อยแล้ว “อื้อ” วันนี้แดนดินต้องไปจัดการธุระให้พ่อในตัวอำเภอพอดี จึงถือโอกาสชวนคนน้องไปด้วย ตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ “นี่รถใครอะ” ธีร์รันเอ่ยถามเมื่อคนพี่เริ่มออกรถไปได้สักพัก เพราะปกติเห็นคนพี่เอาแต่ขับรถมอเตอร์ไซค์อยู่ทุกวัน พอมาวันนี้กลับดูแปลกตาไปมาก ทั้งจากลักษณะและการแต่งตัวที่ดูมาดแมนไปซะหมด “รถอ้ายนี่ล่ะ” แดนดินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ในขณะที่สายตาก็กำลังจดจ้องไปข้างหน้าอย่างมั่นคง “ทำไมไม่เคยเห็นเอามาขับเลยล่ะ” “อยู่บ้านข
last updateLast Updated : 2025-11-19
Read more

เรื่องราวที่ ๖ ข้าวหลาม

“แก๊ง...แก๊ง...แก๊ง” เสียงระฆังจากหอระฆังดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณวัด แสงแดดยามเช้าเริ่มจับขอบฟ้าสาดสีทองอ่อน ๆ ลงมากระทบกับพื้นดินที่ยังชื้นจากน้ำค้าง เสียงฝีเท้าของผู้คนที่เดินขึ้นศาลาวัดมาอย่างแผ่วเบา บวกกับกลิ่นหอมของข้าวเหนียวร้อน ๆ ที่มีควันสีขาวโพยพุ่งออกมาจากกระติบของชาวบ้าน ในขณะที่กำลังจับข้าวใส่ลงไปในบาตรพระ วันนี้เป็นวันพระใหญ่ชาวบ้านต่างก็พากันมาทำบุญกันอย่างหนาแน่น ธีร์รันที่ได้ติดสอยห้อยตามมาวัดกับป้าสาย หลังจากที่ได้ใส่บาตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้มานั่งรอพระอยู่บริเวณเกือบท้ายศาลา ซึ่งในระหว่างนี้ก็มีชาวบ้านทยอยกันมาเรื่อย ๆ ป้าสายที่ปลีกตัวไปช่วยชาวบ้านเตรียมกับข้าวทำให้ตอนนี้ธีร์รันนั่งรออยู่เงียบ ๆ คนเดียวท่ามกลางผู้คนที่เหลือบมามองกันบ้างเป็นครั้งคราว “ฟุบ!” แดนดินที่เดินตามพ่อใหญ่คำเมืองและแม่เดือนขึ้นมาบนศาลาก็ได้ปลีกตัวมานั่งข้าง ๆ คนน้องอย่างหน้าตาเฉย ซึ่งพอแม่เดือนเห็นดังนั้นก็ได้สะกิดให้สามีดูพฤติกรรมลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตัวเองคนนี้ “มาตะโดนแล้วเบาะ” (มานานแล้วเหรอ) “อือ มาสักพักแล้วล่ะ”
last updateLast Updated : 2025-11-20
Read more

เรื่องราวที่ ๗ จับปลา

ยามเมื่อทินกรโผล่พ้นขอบฟ้า หมอกบาง ๆ ยามเช้าเริ่มจางหายไปพร้อมกับแสงของดวงตะวันที่สาดส่องลงมาทดแทน สายลมที่โชยมาเบา ๆ พัดพาต้นหญ้าสีเขียวขจีให้โอนเอนไปตามแรงลม ธีร์รันที่โดนคนพี่ไปรับมาตั้งแต่เช้าก็ได้นั่งงัวเงียอยู่ที่เปลใต้ถุนบ้าน ซึ่งตอนนี้มันได้กลายเป็นที่ประจำของเขาไปแล้ว “วันนี้เราจะไปไหนกันอะ”ธีร์รันเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่นั่งรออยู่นานสองนานก็ยังไม่ได้ไปไหนสักที ซึ่งคนพี่เอาแต่หยิบจับนู่นนี่อยู่ตั้งแต่เช้า พอจะเข้าไปช่วยก็โดนไล่ให้กลับมานั่งรออยู่แบบนี้ “อ้ายบ่ทันได้บอกเบาะ” แดนดินว่าพลางหยิบเสื้อแขนยาวของตนพร้อมกับผ้าขาวม้าผืนหนึ่งยื่นให้กับคนน้อง ก่อนที่ธีร์รันจะรับมาพลางส่ายหัวเล็กน้อยจนเส้นผมนุ่มสลวยไหวติงไปตามแรงส่าย “มื่อนี้อ้ายสิพาไปสาปลา บักสิงกับบักเหนือซื้อสระไว้” (วันนี้พี่จะพาไปจับปลา) แดนดินว่าพลางจัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นออกมารอเพื่อนไว้ตรงบริเวณใต้ถุนบ้าน ในขณะที่คนน้องกำลังพยายามจัดแจงตัวเองจากเสื้อที่คนพี่ยื่นมาให้ “แล้วจะได้ไปตอนไหน นี่ก็นานแล้วนะ” ธีร์รันถามพลางใช้มือม้วนแขนเสื้อที่ยาวเกินไปขึ้นเล็กน้อยจ
last updateLast Updated : 2025-11-22
Read more

เรื่องราวที่ ๘ ตลาด

ท้องฟ้าสีสดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีจางลง แสงแดดอ่อน ๆ ที่ส่องผ่านร่มไม้ลงมาถึงจะไม่ร้อนเท่าตอนเที่ยง แต่ก็ยังพอมีไออุ่นเหลืออยู่ สายลมที่พัดมาเอื่อย ๆ ช่วยให้รู้สึกเย็นสบายชวนเคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศ หลังจากที่กลับมาจากจับปลาแล้ว ธีร์รันที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ได้มานั่งรับลมที่ใต้ถุนบ้านเพื่อรอให้คนพี่มารับไปตลาด พลางหวนนึกถึงวันแรกที่มาที่นี่ วันแรกตนต้องปรับตัวอยู่หลายอย่าง ภาวนาให้ได้กลับกรุงเทพเร็ว ๆ แต่พอมาถึงวันนี้ที่ตนได้รับความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง และการต้อนรับอย่างดีของคนในหมู่บ้านทำให้นึกขึ้นว่าอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้แย่ไปซะทีเดียว ก่อนที่จะคิดไปไกลกว่านี้พลันได้ยินเสียงรถยนต์คันหนึ่งวิ่งมาจอดที่หน้าบ้าน ลักษณะเป็นรถกระบะสีดำ แต่ดู ๆ แล้วเป็นคนละคันกับตอนที่ไปอำเภอคราวนั้น ก่อนที่ธีร์รันจะชะโงกหน้าไปดูว่ารถใคร ก็เห็นคนพี่เปิดประตูรถออกมา “มาขึ้นรถ” ธีร์รันกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปขึ้นรถเพราะไม่อยากให้พี่ ๆ รอนาน อีกใจหนึ่งก็อยากจะรีบไปให้ถึงตลาด เพราะถึงแม้ว่าตนจะอยู่กรุงเทพแต่ก็ชอบเดินตลาดมากกว่าเดินห้างเป็นไหน ๆ “พี่สิงตลาดอยู่ไกลไหมอะ
last updateLast Updated : 2025-11-23
Read more

เรื่องราวที่ ๙ บุญสงกรานต์

เช้าวันนี้ธีร์รันรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ รีบลุกมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้า เพราะหลังจากที่อยู่บ้านเบื่อ ๆ มาหลายวัน วันนี้ตนก็จะได้ออกไปเที่ยวเล่นสักที หลังจากที่ทานข้าวและขออนุญาตผู้เป็นป้าเสร็จ ธีร์รันที่แต่งกายด้วยเสื้อกล้ามสีขาว ถูกคลุมอีกชั้นหนึ่งด้วยเสื้อฮาวายสีฟ้าอ่อนที่ซื้อมาจากตลาดเมื่อครานั้น โดยปล่อยชายไว้ไม่ได้ติดกระดุม พร้อมด้วยกางเกงขาสั้นสีดำ ซึ่งเผยให้เห็นผิวขาวนวลที่ถูกดูแลมาอย่างดี คนร่างบางไม่ลืมที่จะโปะครีมกันแดดที่คนพี่พาแวะซื้อก่อนออกจากบ้าน พร้อมกับหยิบหมวกและแว่นตา ก่อนที่จะปั่นจักรยานคู่ใจ สู่ปลายทางคือบ้านกลางทุ่งนอกหมู่บ้าน “คุณ...คุณ” “…” “พี่แดน...อยู่บ้านไหม?” หลังจากที่ตะโกนเรียกอยู่นานกลับพบเพียงความเงียบงัน คนตัวเล็กคิ้วเริ่มขมวดเป็นปม พร้อมกับชะโงกหน้าซ้ายขวาเพื่อมองหาคนพี่ ก่อนที่จะเดินลัดเลาะเพื่อมุ่งหน้าไปยังท้องทุ่งนาหลังบ้าน กลางทุ่งนาตอนเช้าที่บรรยากาศลมพัดเอื่อย ๆ แสงแดดอ่อนที่สาดส่องลงมากระทบกับน้ำค้างที่เหลืออยู่บนยอดหญ้า ส่องแสงทอประกายระยิบระยับก่อนจะเลือนหายกลายไปเป็นไอ
last updateLast Updated : 2025-11-24
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status