Share

6.2

last update Tanggal publikasi: 2026-03-03 08:45:38

            “ก็อยากรู้ข้อมูลของเจ้า อาจช่วยเจ้าไม่ให้โดนกลั่นยาก็ได้ไงล่ะ” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา เซาโลถอนใจ ก่อนจะพูดว่า

            “มันสำคัญนักหรือไง ไม่ว่าข้าเป็นอะไรพวกเจ้าก็คิดจะฆ่าข้าอยู่ดีเหมือนกับที่ผ่าน ๆ มาไงล่ะ” เซาโลพูดขึ้นมา

            “ที่ผ่าน ๆ มา หมายถึงอะไร” อวี่จิ้งเซียงถามขึ้นมาแววตาของเธอประกายแสดงถึงความอยากรู้อยากเห็น เซาโลมองแล้วรู้สึกแปลก ๆ เขาก็เลยบอกว่า

            “มันเรื่องก่อนเจ้าเกิดอีกมั้ง และมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เกิดในดินแดนหรอก อย่าใส่ใจเลย อีกอย่างหนึ่งเจ้าอยากจะฆ่าอยู่แล้วนี่จะสนใจเรื่องราวของคนที่พวกเจ้าอยากฆ่าไปทำไมกัน” เซาโลพูดขึ้นมา

            “พูดเกินไปมั่ย เจ้าก็ไม่ได้ดูแก่กว่าข้าสักเท่าไหร่นี่” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา เซาโลหัวเราะเสียงลั่นราวกับว่ามีเรื่องสนุกสนานอยู่ตรงหน้า

            “คิดว่าข้าอายุน้อยหรือไงกัน เอาเป็นว่าข้าน่ะอยู่มานานกว่าที่เจ้าคิดก็แล้วกันนะ”

            “อย่างน้อย ๆ ก็ให้ข้ารู้เรื่องราวของคนที่จะช่วยฮ่องเต้ของเราหน่อยก็ดีนะ ว่าเขาเป็นใครหรืออะไรกันแน่” อวี่จิ้งเซียงถามอีก

            เซาโลนิ่งคิดก่อนจะตอบว่า

            “ข้ามาจากยุโรปเจ้ารู้แค่นี้ก็พอ แล้วก็ไอ้ที่พวกเจ้าคิดว่าจะได้จากข้า มันอาจไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าอยากได้หรอก ข้าเป็นยาพิษนะ ไม่ใช่ยาวิเศษอะไรหรอก”

อวี่จิ้งเซียงไม่ได้ถามอะไรต่อ นางก็สับสนเหมือนกันว่าตอนนี้นางกำลังทำอะไรกันแน่

            สาขาของสำนักกงเยวี่ยนเหนือที่มา ตั้งในเขาที่เรียกว่า เขาแห่งยา เพราะมีสมุนไพรปลูกอยู่เต็มไปหมด ศิษย์ของสาขานี้จะเชี่ยวการปรุงยาเป็นพิเศษ ทำให้ที่นี่เกือบจะโรงหมอมากกว่าสำนักปราบผีไปแล้ว หัวหน้าสาขามีนาม เย่หัว เขาเป็นชายวัยสี่สิบต้น ๆ หน้าตาใจดี มีรูปร่างแข็งแรงสมส่วนแบบคนฝึกยุทธิ์  เมื่อได้รู้ว่าพวกอู๋ซานมาทำอะไร เขาก็หน้าเสียทันที

            “นี่มันเรื่องจริงเหรอครับ จะบอกว่าไอ้คนที่ท่านจับมัดมาเนี่ยเป็นโอสถทิพย์เหรอขอรับ”

            “เจ้าเจียงสือตัวนั้นเป็นหลักฐานแล้วนี่ แล้วข้าเข้าญาณมาแล้วมันไม่ผิดแน่” อู๋ซานยืนยัน

            “ท่านเจ้าสำนัก แต่ว่าต้องคนเป็นมาใส่หม้อหลอมยาแบบนี้ข้าคิดว่า มัน” เย่หัวพูดด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจและเต็มไปด้วยความกังวล

            “เจ้านี่ไม่ใช่คนหรอกนะ อีกอย่างการทำเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นช่วยสรรพชีวิตด้วยนะ” เย่หัวมองเซาโลเขารู้สึกถึงไอปีศาจในตัวของเซาโล เลยตัดสินใจบอกว่า

            “ยังไงเอามันไปแช่ยาไว้ก่อนดีกว่านะท่านเจ้าสำนักกลิ่มเลือดหึ่งเลยเนี่ย ยังไงก็ต้องไล่สารพิษออกจากตัวมันก่อน ต้องใช้เวลาหน่อยแล้วนะ”

            “กี่วันกันล่ะขอรับ” เถี่ยวเสี่ยวฟูถามขึ้นมา

            “ขอเวลาเจ็ดวันเจ็ดคืนครับ ถ้าเป็นโอสถทิพย์จริงมันก็อาจมีพิษด้วย ต้องล้างในสมุนไพรและให้มันกินยาพิเศษเพื่อไล่พิษอีกด้วย”

            บิงโก้โดนจับแยกไปขังอีกห้อง ส่วนเซาโลโดนเขียนยันต์เอาไว้ที่ตัวทำให้เขาใส่พลังไม่ได้เลย โดนจับให้ลงแช่ในอ่างน้ำขนาดใหญ่ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยมั่งที่ต้องอาบน้ำแล้วมีคนมาเฝ้า และพวกนั้นก็ไม่ยอมให้เขาใส่เสื้อผ้าด้วย ให้กินยาแปลก ๆ แทนอาหาร รสชาตของมันเลวร้ายสุดจนไม่อาจบรรยาย ยานั่นทำให้มีการอาการทั้งลงทั้งราก[1] ไม่หยุดจนร่างกายอ่อนแอแล้ว ตอนนี้คือสภาพร่างกายของเขาอ่อนแอลงไปมาก บิงโก้ได้แต่กัดฟันด้วยความโกรธแค้นที่ช่วยอะไรนายของมันไม่ได้เลย อวี่จิ้งเซี่ยงมาเห็นนางไม่กล้ามองตรง ๆ เลย

            “นี่มันจำเป็นต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ”

            “ก็เป็นไล่สารพิษออกจากร่างของมันก่อนไงล่ะ ไม่งั้นก็ปรุงยาไม่ได้นะ” อู๋ซานตอบหน้าตาเฉย อวี่จิ้งเซียงถอนใจแล้วพูดว่า

            “อย่างน้อย ๆ เอาน้ำให้เขาดื่มหน่อยได้มั้ยเนี่ย ไม่งั้นเขาอาจตายก่อนก็ได้นะ”

            “เอามันไปปรุงยายังไงมันก็ต้องตายอยู่แล้วล่ะ ไม่ต้องไปสนใจมันหรอก” อู๋ซานตอบ อวี่จิ้งเซียงถอนใจ และหันไปถามซุ่นมู่ซานว่า

            “ถ้าจริง ๆ เถอะยังคิดว่านี่เป็นการปรุงยาอยู่มั้ยเนี่ย”

            “เอาตรง ๆ จิ้งเซียงข้าก็ไม่แน่ใจแล้วล่ะ เรื่องการปรุงโอสถทิพย์ไม่มีบันทึกที่ชัดเจนให้ศึกษาเลย คงทำได้แต่เชื่อญาณของเจ้าสำนักอู๋ซานนี่ล่ะ”

            “หวังว่าเราคงกำลังทำสิ่งที่ถูกนะ” อวี่จิ้งเซียงถอนใจอีกครั้งหนึ่ง

เซาโลหันมามองเหล่ามือปราบและอู๋ซานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเหมือนกับจะบอกว่า อย่าให้เขาออกไปได้นะ

            พวกเขาไม่ทันได้รู้ว่า ตอนนี้พวกเสียงสวรรค์นำกำลังมาแล้ว คราวนี้ ผู้นำของพวกมัน เป็นชายชรานั่งอยู่หลังของลา แต่เขานั่งกลับหลัง ที่หลังสะพายกระบองไม้ไผ่ที่ทำเป็นเบ็ดตกปลา เขาคือเฮ่ยจางกั๋วเหล่า[2]

            “ท่านจางกั๋วเหล่า พวกเราพร้อมแล้วขอรับ ขอเชิญท่านสั่งมาได้เลย” เฮ่ยจางกั๋วเหล่าตัวกระดาษเป็นคนจำนวนมา และพูดว่า

            “เอาติดตัวไปด้วย มันจะเพิ่มพลังให้กับพวกเจ้า และทำให้พวกเจ้าไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด”

เหล่าผู้ติดตามบุกเข้าไปทันที ทำให้เหล่าศิษย์สำนักกงเยวี่ยนใต้ เข้าต่อสู้แต่ว่าเขาต้องมาเจอ คนที่ไม่กลัวเจ็บ ไม่กลัวตาย ทำให้ ไม่ว่าจะโจมตีรุนแรงขนาดไหนก็ตาม มันก็ไม่ถอยเลยสักนิด แม้จะไม่มีวรยุทธิ์ก็ตามที เหล่าสี่มือปราบเข้าต่อสู้สักพักใหญ่ เฮ่ยจางกั๋วเหล่าก็ขี่ลาเข้ามา

            “เฮ่ย ! เสียเวลาซะมัดเลยนะ” เฮ่ยจางกั๋วเหล่าพูดและเอาตุ๊กตากระดาษรู้คนมีหัวเป็นวัวกับม้า ออกมา ร่ายมนตร์

            “ขออัญเชิญยมบาลหัววัวหน้าม้า[3]” ร่างของชายร่างสูงใหญ่สองร่างปรากฎขึ้นมา คนหนึ่งมีหัวเป็นวัวถือง้าว อีกคนมีหัวเป็นม้าถือโซ่ติดตะขอ เหล่าศึกสำนักกงเยวี่ยนเหนือตกใจมาก

            “นี่มันอัญเชิญยมบาลมาได้เชียวเหรอ” คังหวั่นฟางกลับรีบพูดออกมาว่า

            “ไม่ใช่ นี่แค่เอาวิญญาณสัตว์กับมนุษย์มาหลอมรวมกัน แต่นี่มันมนตร์ดำนี่ !”

อู๋ซานร่ายมนตร์และซัดยันต์ไปทันที่ แต่เจ้าปีศาจสองตัวนั่นหลบได้ และเขาต่อสู้ คังหวั่นฟางกับอู๋ซานต้องเป็นฝ่ายที่รับมือกับปีศาจสองตนนี่

            “ดิ้นรนไปก็เท่านั้น เพราะวิญญาณมนุษย์ที่ข้าเอามาหลอมนะเป็นวิญญาณของพวกนักโทษประหารทั้งนั่นล่ะ มันเลยมีพลังเฮี้ยนสูงมาก พวกเจ้าเอามันลงไม่ได้ง่ายหรอก” เฮ่ยจางก๋วยเหล่าพูดขึ้นและร่ายมนตร์ต่อไป ทำให้ทั้งสองตัวเหมือนจะโจมตีแรงขึ้น

            คนของเสียงสวรรค์อีกกลุ่มหนึ่ง เข้ามาต่อสู้กับพวกมือปราบทั้งสี่ และมีหนึ่งในนั้นใช้ดาบเป็นอาวุธ เพลงดาบก็ไม่ธรรมดาเลย

            “แกเป็นใครกันแน่”

            “คนเขาเรียกข้าว่า คลื่นพายุ” ชายคนนั้นตอบ

            “คลื่นพายุเหรอ เจ้าของเพลงดาบเจ็ดมรสุมงั้นเหรอ ทำไมถึงมารับใช้พวกโจรแบบนี้” เฟิ่งต้ายงพูดเสียงดังลั่น

            “หุปปากไปเลย ข้าแค่ทำตามบัญชาสวรรค์เท่านั้น” เพลงดาบอันรวดเร็วและรุนแรงทำให้มือปราบทั้งสี่ต้องรับมืออย่างยากลำบาก และยังไม่ทันไร อวี่จิ้งเซียงก็ถูกลอบโจมตี โดนชายร่างผอม ใช้อาวุธประหลาดรูปร่างเหมือนไม้เกาหลังแต่เป็นเหล็ก ! และมีปลายแหลม ยังดีที่กางร่มทัน

            “ฮิ ๆ ว่าไงจ๊ะแม่งนางคนสวย สนจะมาร่วมเตียงกับข้า กรงเล็บพิฆาตนารีมั้ยล่ะจ๊ะ” มันพูดพร้อมกับส่งรอยยิ้มที่ชวนขนลุกออกมา

            “นี่พวกโจรบ้ากามก็มาร่วมกับไอ้ลัทธินี่ด้วยงั้นเหรอ” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา และยังไม่ทันไรก็มี กรงจักรถูก ขว้างมา ทำให้ทุกคนหลบแทบไม่ทัน เถียวเสี่ยวฟู่รีบดีดพิณทำให้กงจักรถูกปัดไป ชายสูงหัวโล้นปรากฏตัวขึ้นมา

            “บ้าน่า จักรปลิดชีพเหรอ ! ทำไมมันมาอยู่นี่อีกคนหนึ่งล่ะ พวกเสียงสวรรค์มันทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ”

และยังไม่ทันไรก็มีชายอีกคนหนึ่งกระโดดมา ใช้เพลงเตะเข้าเล่นงานซุ่นมู่ซานเอาไว้

            “เพลงเตะกำลังม้าหรอ ! อะไรกันเนี่ย ! ทำเหล่ายอดฝีมือถึงมาร่วมด้วยแบบนี้  !”

            “พวกเราทำตามบัญชาสวรรค์ !”

เล่ามือปราบต่างต่อสู้กันอย่างดุเดือด จนทำให้ไม่ได้สนใจว่า มีสาวกสองคนเป็นคู่หูอ้วนผอมแอบไปที่ห้องขังแล้ว บิงโก้เห็นเจ้าสองคนเดินเข้ามา ก็พยายามจะส่งเสียงขู่ แต่ว่าโดนกระจอกแปดแหลี่ยมส่องหน้าทำให้ต้องถอยไป

            “ไอ้ตัวนี้หรือเปล่าโอสถทิพย์” สาวกอ้วนพูดขึ้นมา แต่ถูกไอ้ผอมตบหัว

            “ดูสภาพเจ้านี่สิ มันใช้คนต่างชาติมั้ยมั่ยไอ้หน้าโง่ โน้นที่นอนอยู่โน้น”

ทั้งสองหันไปดูเซาโล พวกเขาทำจมูกย่นเพราะตอนนี้รอบตัวเซาโลมีของเสียเต็มไปหมด

            “นี่ต้องเอาไปจริง ๆ เหรอวะโคตรเหม็นเลย ยังกะศพเน่า มันจะยังมีชีวิตอยู่มั้ยเนี่ย” เจ้าอ้วนพูดขึ้นมาและทำหน้าเหมือนจะอ้วก

            “ยังไงก็ต้องเอามันกลับไปด้วยนั่นล่ะ เอ็งเข้าไปเลย เดี๋ยวข้าคอยส่องให้” ไอ้ผอมพูดขึ้นมา

            “อ้าว ! แล้วทำไมเอ็งไม่เข้าไปกันเล่า”

            “เอ็งตัวใหญ่กว่าข้านะโวย ข้าแบกมันไม่ไหวหรอกโวย รีบเข้าไปเร็วเข้า บัญชาสวรรค์เราต้องทำตาม”

ชายอ้วนเดินเข้าไป จัดการสะเดาะกุญแจเปิดกรงเข้าไป เขาทำจมูกย่นเพราะกลิ่นเหม็นมันยิ่งชัดขึ้นเรื่อย ๆ พอชายอ้วนเข้าใกล้ เซาโลกระโจมกัดคอของชายอ้วนเลือดไหลเข้ามาในปาก ยันต์ที่เขียนบนตัวเริ่มจางลงเรื่อย ๆ แล้ว

[1] ท้องร่วงและอาเจียน

[2] หนึ่งในแปดเซียน เล่ากันว่ามีชีวิตอยู่ในสมัยคริสต์ศวรรษที่ 7 หรือ 8  ภาพลักษณ์ที่ปรากฏตัวคือ จะขี่ลาและนั่งกลับหลัง สัญลักษณ์ประจำตัวคือข้องใส่ปลาที่กระบอกไม้ไผ่โดยมีกระบอกเล็ก ๆ โผล่ตรงปากกระบอกใหญ่นับถือกันว่าเป็นผู้นำบุตรชายมาให้

[3] ยมบาลหัววัวหน้าม้า ตามความเชื่อจีน หนิ่วโถว : มีหัวเป็นวัว ถือง้าว โซ่ สามง่าม

หม่าเมี่ยน : หัวเป็นม้า ถือมีด ตะขอ โซ่

ทั้งสองเป็นองครักษ์ของเหงี่ยมล่ออ๋อง  หรือพระยมของจีน ตำแหน่งของจ้าวแห่งยมโลกเรียกว่าไจ้เฟิงตู้ต้าตีหน้าที่ของทั้งสองคือ ดูแล ควบคุมสะพานข้ามเหวนรกทั้งสองฝั่ง หากเจอดวงวิญญาณคนชั่วก็จะจับโยนลงเหวนรกทันที นอกจากนี้ก็ดูแลการลงโทษวิญญาณในนรกแต่ละขุมตามเวลาที่กำหนดด้วย บางตำนานรูปลักษณ์ก็เป็นคน แต่สวมหมวกที่เป็นหัวม้าและวัว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    15/2

    เขารีบจับอาวุธและฟาดไปอีกครั้ง โดนที่เข้าที่แสกหน้าของหลี่หวู่หมิงเต็ม ๆ และยังโดนกระหน่ำฟาดไม่หยุด ความเจ็บปวดแผ่เข้ามาเต็มร่างของหลี่หวู่หมิง จนเลือดอาบไปทั้งตัว เนื้อหลุดจนเห็นกระดูกหลายจุด เซาโลหยุดการโจมตีแล้ว“ทำไมทำไม ข้าแพ้แบบนี้ ทำไมกัน ข้าได้พลังมาแล้ว ทำไมกัน แผ่นดินต้องเป็นของข้าสิ”เซาโลมองที่หลี่หวู่หมิงแล้วพูดว่า “พลังที่เจ้าเลือก มันเป็นของปีศาจเป็นคำสาป ยังไงก็ไม่เกิดเรื่องดี ๆ กับเจ้าหรอกนะ เอาจริง ๆ เจ้าน่ะแค่อยากได้อำนาจไม่ได้อยากช่วยเหลือใครจริง ๆ หรอก” “แต่เจ้าก็มีพลังแบบนี้เหมือนกัน” หลี่หวู่หมิงเถียง “นั่นคือคำสาปข้ายังไม่รู้เลยว่าข้าจะจบแบบไหน”หลี่หวู่หมิงได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้ว่า ที่ผ่าน ๆ มา เขาอ้างบ้านเมืองมาตลอดความจริงเขาอยากได้อำนาจเอาไว้ใช้ซะเอง จึงได้เงียบไปเป็นการรอรับความตาย เซาโลฟาดดาบแส้ซ้ำลงไปหัวของหลี่หวู่หมิงขาดกระเด็นไปแล้ว ทหารหลวงมาล้อมเซาโลเอาไว้ แต่อวี่จิ้งเซียงตามมาด้วย เลยรีบห้าม “เขามากับข้า”ทหารหลวงลดอาวุธลง อวี่จิ้งเซียงมองร่างของหลี่หวู่หมิงที่กลายเป็นผงไปแล้ว เธอก็นึกเสีย

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    15/1

    ตอนที่ 15ซุ่นมู่ซานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่เอาแล้วล่ะ พอกันที ข้าเป็นมือปราบ เป็นหมอ สู้กับคน รักษาคน ข้าไม่ได้จะมาต่อสู้กับปีศาจแบบนี้” “นี่ท่านหมายความว่าอะไร ท่านจะไม่ต่อสู้แล้วเหรอ” “ข้าขอโทษ ตอนนี้ข้าไม่กล้าแม้แต่จะกำหมัด ตอนที่พี่เฟิ้งตาย ข้าเพิ่งเคยเห็นเขามีสีหน้าหวาดกลัวขนาดนั้น แล้วหลังจากนั้นพี่เฟิ้งก็กลายเป็นปีศาจไร้ความรู้สึกให้ข้าไปต่อสู้อีกเหรอ ข้าไม่ไหวจริง ๆ เรื่องการต่อสู้แบบนี้ข้าทำไม่ได้แล้ว แต่ข้าจะคอยรักษาคนเจ็บคนป่วยต่อไปก็แล้วกัน มันก็ถือว่าเป็นช่วยชาติ ช่วยประชาชนได้เหมือนกันล่ะ ข้าไม่คิดจะเอาชีวิตไปแลกหรอกนะ เพราะข้าจะช่วยคนอื่นได้มากกว่าถ้าข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป” ซุ่นมู่ซานตอบ อวี่จิ้งเซียงมองซุ่นมู่ซานแม้ว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่นางต้องการ แต่นางก็เข้าใจเขา ยังไงคนเราก็รักตัวกลัวตายทั้งนั้น “งั้นข้าขอให้ท่านโชคดีแล้วกันนะ ขอให้รักษาคนให้ได้มาก ๆ ก็แล้วกัน” อวี่จิ้งเซียงพูด “เจ้าเองก็ด้วย ข้าขอให้โชคดีและปลอดภัยนะ และข้าช่วยได้แค่นี้” หลังอวยพรเสร็จเขาก็ส่งขวดยาให้“นี่ยาถอนพิษ อาจช่วยเจ้าได้ข้าขอล

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    14/2

    “อินรูโต๊ะ !”เลือดพุ่งออกมาจากแผลที่ข้อมือของเฮ่ยหลู่ต้งปิง เข้ามาในปากของเซาโล แขนของเฮ่ยหลู่ ต้งปิงถึงกับชาจนขยับไม่ได้ กระบี่เหรียญที่แทงร่างของเซาโลกระเด็นหลุดจากร่าง เฮ่ยหลี่ต้งปิงเสียเลือดไปมากจนยืนไม่อยู่ เซาโลเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เฮ่ยหลู่ต้งปิงอ่อนแรงจนทำอะไรไม่ได้แล้ว เซาโลฟาดอาวุธเข้าไปที่คอของเฮ่ยหลี่ต้นปิง หัวเขาขาดกระเด็น อวี่จิ้งเซียงเธอต้องคอยหลบ กู่และใช้ร่มจัดการ แต่อยู่ ๆ เธอก็หน้ามืดเข่าอ่อน และคนที่อยู่ใกล้ ๆ อีกหลายคนก็มีอาการแบบเดียวกัน “รู้ตัวช้านะ เจ้าสูดลมพิษของข้าไปแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกไม่ถึงตายหรอก แต่เจ้าไม่รอดจากกู่ของข้า แน่ ๆ ” เมื่อเฮ่ยเหอเซียงกู่พูดจบ กู่ทั้งฝูงก็กำลังจะเล่นงานอวี่จิ้งเซียง แต่ว่า เหล่ากู่โดนอาวุธของเซาโลทำลายไปทั้งหมดแล้ว “แก ! ทำไมพิษมันไม่ได้ผล” เฮ่ยเหอเซียงกู่ตกใจมาก “คิดว่าข้าเป็นมนุษย์หรือไงจะได้แพ้พิษนี่” มีกู่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเซาโล เขาใช้ปากกัดมันเคี้ยวก่อนจะคายออกมา “รสชาติไม่ได้เรื่องเลย นึกว่าจะเผ็ดกว่านี้ซะอีก” เฮ่ยเหอเซียงกู่เริ่

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    14/1

    ตอนที่ 14 “อะไรกัน ใจร้อนจังนะพ่อหนุ่ม แค่กอดเองจะอะไรนักหนาเหรอ ไม่รู้เหรอว่าพวกเรากับท่านอ๋องเป็นอะไรกัน” อลิซพูดจบก็กลับไปอยู่ข้าง ๆ ท่านอ๋องเหมือนเดิม “หมายความว่าอะไรกันขอรับท่านอ๋อง” เฟิ่งต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ อลันกับอลิซเลยผลัดกันจูบท่านอ๋องต่อหน้าทั้งสามคน ทั้งสามทำไม่หน้าถูก ตะลึงกับภาพที่เห็น “ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ ท่านอ๋องเป็นของพวกเราไงล่ะ” อลันพูดและส่งสายตาไปให้ทั้งสาม อลิซก็เหมือนกันทำให้ทั้งสามคนขนลุกแปลก ๆ “อย่าได้แปลกใจไป สองคนนี่ได้มอบพลังให้กับข้า” ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงพูดน้ำเสียงของเขาดูล่องลอย “ท่านใช้โอสถทิพย์ไปแล้วเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานพูดด้วยความตื่นเต้น ทั้งอลันและอลิซส่งเสียงหัวเราะดังลั่น “แหม ๆ ไม่น่าจะเรียกว่าใช้หรอกนะ เราแค่มีความสุขด้วยกันจะดีกว่านะ” อลิซพูดพลางไปนั่งตักของท่านอ๋อง “แปลว่าท่านจะเอาพลังไปรักษาฮ่องเต้สินะขอรับ” เฟิงต้ายงพูดด้วยสายตาแห่งความหวัง ท่านอ๋อง หลี่หวู่หมิงนิ่งไปก่อนจะพูดว่า “คิดว่าข้าจะเอาพลังนี่ไปช่วยฮ่องเต้ขี้โรคนั่นจริง ๆ เหรอ”เม

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    13/2

    “เด เม อัด เม” ดาบแส้อาวุธคู่กายกลับมาอยู่ในมือของเซาโล เขามองไปที่ทั้งสี่ แล้วเรียกหาบิงโก้ แต่กลับไม่เสียงตอบรับ เซาโลเลยวิ่งไปที่อีกห้องด้วยความเร็วทำให้ทั้งสี่ลงมือไม่ทัน “ตามมันไปเร็วเข้า” เฟิ่งต้ายงพูด ทุกคนตามไปทันทีเซาโลเข้ามาให้ห้องหนึ่ง มีพวกสาวกอยู่นั้นกลุ่มหนึ่ง เขาเห็นร่างของบิงโก้โดนตัดแขนขา ตัวถูกเกี่ยวเอาไว้ เซาโลโกรธจัดฟาดฟันอาวุธใส่พวกสาวกนั่นทันที พวกเขาได้แผลยาวกันทุกคน“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งเข้ามาในปากของเขา และเขาก็ปล่อยบิงโก้ลงมา ตอนนี้บิงโก้มองเขา แล้วพูดว่า“นายท่านปลอดภัยแล้วสินะขอรับ”“ยังจะมาห่วงข้าทำไม ไม่ดูตัวเองก่อนล่ะ” เซาโลพูดแม้น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย แต่หากมองตาเขา ดี ๆ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเศร้า เขาก้มและพยายามต่อแขนขาคืนกับให้กับบิงโก้ เถียวเสี่ยวฟู่กำลังดีดพิณเพื่อใช้เสียงพิณเล่นงานแต่ อวี่จิ้งเซียงห้ามเอาไว้ก่อน“ตอนนี้เขาไม่เป็นอันตรายหรอก เชื่อสิ ให้เขาได้บอกลากันเถอะ”ไม่ว่าเซาโลจะทำยังไงก็ต่อแขนขาคืนให้บิงโก้ไม่ได้ “พวกมันใช้อาคมตัดร่างกายข้า มันต่อคืนไม่ได้หรอกขอรับ อย่าพยายามเลย” บิงโก้พูดทำให้เซาโลนิ่งไปพักใหญ่ ตั้งแต

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    13/1

    ตอนที่ 13 “โอะ ๆ ก็เอาสิขอรับ ก็เป็นการประกาศให้โลกรู้ไปเลยท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ โดยคนต่างชาติพรากพรหมจรรย์ทางทวารไปแล้ว พวกข้าน่ะไม่มีอะไรให้เสียหรอกนะขอรับ แต่ท่านล่ะเป็นยังไงน่า” อลันพูดขึ้นมา ท่านอ๋องถึงกับพูดไม่ออก เหมือนใครเอาน้ำเย็นมาสาดจนชาไปทั้งตัว ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนก็อายถึงนั้น ชื่อเสียงของท่านอ๋องจะไม่เหลือชิ้นดี เผลอ ๆ อาจทำให้ท่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งไป ไม่อาจโดนประหารไปเลย เลยก็ได้ เพราะสำหรับเชื่อพระวงศ์แล้วนี่มันเรื่องเสื่อมเสียที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางเลือก อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ อยู่ตรงหน้า “พวกเจ้าหลอกข้า อำนาจอะไรนั่นไม่มีจริงสินะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายเสียงดังลั่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ “อย่าพูดแบบนั้นพวกเรารักษาคำพูดเสมอนะขอรับ ท่านอ๋องเอาล่ะ ตามสัญญา ลุกขึ้นสิขอรับ” อลันพูดขึ้นมาเมื่อไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว หลี่หวู่หมิงลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย อลันไปยืนด้านหลังและกอดท่านอ๋องจากด้านหลังส่วนอลิซกอดท่านอ๋องจากหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านอ๋องอยู่อ้อมกอดของทั้งสองคน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้า

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    10.2

    “เอาทหารข้าไป ! ต่อให้ต้องใช้ทหารถล่มเขตต่างชาติข้าก็จะทำ แค่ให้ได้มันมา ! คราวนี้อย่าให้พลาดอีก ถ้าพลาดอีกคราวนี้ข้า บอกเลยนะ ข้าจะสั่งขังพวกเจ้า !” เสียงประกาศของท่านอ๋องทำให้เหล่ามือปราบถึงกับขนลุก เพราะท่าน อ๋องไม่ได้พูดเล่นท่านเอาจริง เซาโลกับบิงโก้เดินทางมาถึงเขตต่างช

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    10.1

    ตอนที่ 10 “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกข้าต้านพิษได้เพราะฝึกกับพิษมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว” แต่อีกฝ่ายก็มีแค่มือเปล่า นักดาบเลยได้ใจเข้าต่อสู้ทันที แต่กลายเป็นซุ่นมู่ซานก้าวเท้าหลบด้วยความเร็วที่เหนือชั้น ทำให้อีกฝ่ายฟันไม่ถูกสักที เขาซัดขวดยาไปทางนักดาบแต่มันหลบได้ “ซัดไปทางไหนกัน” นักดาบเยา

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    9.2

    อวี่จิ้งเซียงถอนใจก่อนที่จะเล่าให้ฟังต่อ“สุดท้ายข้าเลยปลอมตัวไปสอบจอหงวน แต่กรรมการคุมสอบวันนั้นดันเป็นท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงซึ่งเขาจับได้ว่าข้าเป็นสตรีปลอมตัวมา แต่เมื่อท่านอ๋องได้ทดสอบความรู้ของข้า ท่านอ๋องเห็นว่าเองก็มีความสามารถก็เลย ได้มาเป็นมือปราบนี่ล่ะ”“ขอบคุณที่เล่าเรื่องดี ๆ แบบนี้ให้ฟังน

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 9

    ตอนที่ 9 “นายท่าน” บิงโก้ตะลึงทำให้เขาไม่ระวังตัว เลยโดนแปะยันต์ไปทำให้หมดพลัง เข่าอ่อนแทบจะยืนไม่ได้อวี่จิ้งเซี่ยงเดินตรงมาหาเขา และกำลังจะเอาร่มแทง แต่เซาโลพุ่งมาจับข้อมือของอวี่จิ้งเซี่ยงเอาไว้ แม้ตอนนี้เขาจะบาดเจ็บและพละกำลังน้อยลง แต่เขาก็ยังแข็งแรงพอที่จะบีบมือให้เธอเจ็บ ร่มหลุดจากมือ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status