Share

ตอนที่ 6.1

last update Tanggal publikasi: 2026-03-02 15:24:32

                                                                                 ตอนที่ 6

“ท่านยังคิดว่ามันเป็นคนเหรอ ! มันทำขนาดนี้มันคือปีศาจชั้นต่ำที่ได้กินโอสถทิพย์เข้าไป โอสถทิพย์ต้องอยู่ในร่างของมัน ให้ข้าสกัดมันออกมาจะดีกว่าที่ท่านจะขนมันไปแบบนั้น เกิดมันบ้าขึ้นมาอีก พวกท่านนั้นล่ะจะตกอยู่ในอันตราย” อู๋ซานพูดจบ เฟิงต้ายงในฐานะของหัวหน้ากลุ่มจึงตัดสินใจ

            “ได้เอาตามที่ท่านว่าเลย เดี๋ยวข้าจะแจงข่าวไปยังท่านอ๋องก็แล้วกัน แล้วท่านต้องการอะไร ข้าเชื่อนะว่าคนอย่างท่านไม่คิดจะมาทำอะไรแบบนี้ฟรี ๆ หรอก”

            “ท่านเฟิงช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก หลังจากสกัดยาเสร็จ ข้าขอแค่ส่วนแบ่งเล็กน้อยเท่านั้น เพราะข้าเองก็อยากได้โอสถทิพย์ไปช่วยเพื่อการบำเพ็ญของข้าเหมือนกัน ไม่ต้องกลัวหรอกด้วยร่างกายของมันเราจะได้โอสถทิพย์จำนานมากพอควรเลยละ” อู๋ซานพูดขึ้นมา

            “ตกลงตามนั้น”

อวี่จิ้งเซียงกำลังจะแย้งแต่เฟิงต้ายงบอกว่า

            “มันเป็นสิ่งที่เราได้รับมอบหมายมาให้ทำตั้งแต่แรก”

อวี๋จิ้งเซียงไม่อาจพูดอะไรได้อีก

            ในตอนเช้า คราวนี้ เซาโลโดนคุมตัวหนักยิ่งกว่าเดิน โดยมีพวกสำนักกงเยวี่ยนใต้มาช่วยร่ายมนตร์อีกครั้งหนึ่ง แต่เวทย์ที่ร่ายคราวนี้มันรุนแรงกว่าเดิมทำให้ ทั้งบิงโก้และเซาโลรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัว จนร้องโหยหวน อวี่จิ้งเซียงเริ่มสงสารเลยถามคังหวันฟางว่า

            “ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ”

            “เวทย์นี้ใช้สะกดปีศาจระดับสูงเลยคะ แสดงว่าเขานี่จะพลังมากไม่งั้นฝ่ายใต้จะไม่ทำอะไรแบบนี้หรอก” คังหวั่นฟางตอบจริง ๆ เธอก็รู้สึกเห็นใจเซาโลอยู่เหมือนกัน

            “อย่าไปเห็นใจมันสิ จำไม่ได้เหรอว่ามันทำอะไรได้” เยี่ยตงลิ้วพูดขึ้นมา

            “จำได้สิยะ แล้วตอนนั้นพวกแกก็หนียังกะหมา”

            “ผายลมเจ้าพูดอะไร” เยี่ยตงลิ้วทำเป็นพูดเสียงดัง อู๋ซานกลับพูดว่า

            “หุปปากนางพูดถูก เจ้าอยู่เงียบ ๆ เถอะ” เยี่ยตงลิ้วเงียบไป แต่ในใจของเขาตอนนี้กำลังคิดว่า หากสกัดโอสถทิพย์ได้แล้ว เขาจะหาทางชิงมันมา และจะยึดสำนักซะเองด้วยเลย จำต้องอดทนเอาไว้ก่อน

            เซาโลพยายามสังเกตโดยรอบ แม้ว่าเขาจะอยู่ในรถเทียมล่อที่ปิดทึบ แต่เขาก็พยายาม ตรวจสอบว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ตรงไหนจากเสียงล้อที่กระทบกับพื้น ทำให้รู้ว่าตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่ในเขตเมืองแล้ว แต่จู่ ๆ รถก็หยุด

            มีกลุ่มชาวบ้านมาขว้างเอาไว้ โดยมีผู้นำเป็นชายร่างอ้วนไว้หนวดเคราใส่เสื้อไม่ติดกระดุม เผยให้เห็นพุงพลุ้ย ในมือถือพัด เมื่อเห็นแบบนั้น เฟิงต้ายงเลยต้องไปเจรจากับชาวบ้าน

            “ช่วยหลีกทางให้ด้วย”

            “บังอาจนี่คือ ท่านเฮ่ยจงหลีฉวน[1] หนึ่งในร่างอวตารของแปดเซียนเจ้าเป็นใครมาสั่งให้ท่านหลบ”

อวี่จิ้งเซียงได้ยินก็รีบพูดทันที

            “พวกเสียงสวรรค์สินะ ดีล่ะไม่ต้องเสียเวลาไปตามหา คราวที่แล้วคนของเจ้า มาชิงตัวผู้ต้องหา ทำให้มีชาวบ้านตายไปหลายคน คราวนี้ยังคิดจะทำแบบเดิมเหรอ บ้านเมืองมีขื่อมีแบนะ”

            “พวกเราทำตามบัญชาสวรรค์ ที่ทางเสียงสวรรค์มอบให้กับพวกเรา พวกเจ้านั่นล่ะส่งโอสถทิพย์มาให้พวกเราเดี๋ยวนี้” เฮ่ยจงหลีฉวนพูดด้วยน้ำอันดังเหมือนกับช้างร้อง

            “ผายลม ! ทำไมเราต้องมอบให้เจ้าด้วย โอสถทิพย์เป็นของที่คู่ควรกับฮ่องเต้เท่านั้น พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาครอบครอง” อู๋ซานตะคอกเสียงดัง

            “เจ้าเป็นนักพรตยังไงไม่รู้เหรอว่า ร่างอวตารของเซียนมาอยู่ตรงหน้าแล้ว” เฮ่ยจงหลีฉวนพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแสดงความมั่นอกมั่นใจเต็มที่

            “น่าขำนะ ข้าไม่รู้สึกถึงพลังเซียนอะไรในตัวเจ้าเหรอ ที่ข้าเห็นก็คือ ไอ้แก่อ้วนคนหนึ่งก็เท่านั้นล่ะ” อู๋ซานพูดขึ้นมา

            “งั้นเหรอ” เฮ่ยจงหลีฉวนเหวี่ยงพัดในมือ ทำให้เกิดลมแรงขึ้นมา ทำให้เหล่ามือปราบและเหล่านักพรต ทรงตัวลำบาก

            “จัดการเลย !” พวกชาวบ้านที่มาด้วยกันเข้าโจมตีทันที พวกมือปราบต้องต่อสู้ แต่พยายามยั้งมือเอาไว้ เพราะอีกฝ่ายเป็นแค่ชาวบ้านพวกเขาไม่อยากทำร้ายให้บาดเจ็บหรือล้มตาย แต่ก็ไม่ทันไรก็พลังลมของเฮ่ยจงหลีฉวนพัดใส่ทันที ทำให้หลายคนกระเด็นไป และพลังลมก็ทำให้รถเทียมลอยขึ้นฟ้าไป โดยมีคังหวั่นฟางกับ  อวี่จิ้งเซียงยังอยู่บนรถ พวกนางรีบกระโดดออกไปก่อนที่รถเทียมลอยไปกระแทกกับพื้นอย่างแรง รถพังยับ ตัวล่อที่ลากรถมาก็ขาหัก เซาโลรีบคลานไปหามัน เยี่ยตงลิ้วเห็นเข้าก็รีบวิ่งไป เขาคิดว่าตอนนี้เขาน่าจะจัดการเซาโลได้ เลยจะเอายันต์ไปแปะเซาโลหมายจะสะกด

แต่ว่า เซาโลกระโดดกัดคอของเจ้าล่อตัวนั้นพลังเพิ่มขึ้นมาแล้ว ทำให้เขาต้านคาถาที่สะกดเอาไว้ได้ หลุดจากพันธนาการแล้ว เยี่ยตงลิ้วโดนเขาจับคอและชูร่างขึ้นและขว้างลอยไปทางเฮ่ยจงหลีฉวน เฮ่ยจงหลีฉวนฟาดพัดไปทำให้ร่างของเยี่ยตงลิ้วแหลกไปทันที

            “คิดจะต่อสู้หรือไง ยอมแพ้ดีกว่านะ” เฮ่ยจงหลีฉวนพูดขึ้นมา

            “คิดว่าข้าจะยอมให้พวกแกจับไปลงหม้อกลั่นยาหรือไง เด เม อัด เม[2]” พูดจบอูรูมิคู่กายของเซาโลก็พุ่งมาหาเขา เมื่อได้อาวุธคู่มือแล้วเซาโลก็ฟาดฟันใส่พวกชาวบ้านทันที คมอาวุธทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายกันถ้วนหน้า แถมดูเหมือนว่าเซาโลจะไม่ได้สนใจว่าใครจะต้องตายด้วย

            “อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งออกจากแผลเข้ามาปากของเซาโล ตอนนี้เขาแข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว แต่คิดจะต่อสู้อีก เลยใช้จังหวะนี้คิดจะหนี แต่อวี่จิ้งเซียงและคังหวั่นฟางมาขว้างเอาไว้ก่อน

            “หลีกไป!”

            “ไม่ข้าต้องทำตามหน้าที่เอาเจ้ากลับไปเมืองหลวงให้ได้” อวี่จิ้งเซียงแทงร่มมา เซาโลได้แต่หลบ               เฮ่ยจงหลี่ฉวนได้ที เอาลูกเหล็กออกมาจำนวนมากขว้างออกไป และพัดอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้แรงลมเสริมกำลังให้ลูกเหล็กพุ่งมาด้วยรวดเร็วและรุนแรง อวี่จิ้งเซียงกางร่มกันไว้ทัน ยังดีที่ร่มของนางแข็งแรงพอที่จะกันลูกเหล็กได้ เซาโลหลบได้ แต่คั่งหวั่นฟางหลบไม่พ้น แต่ว่าในชั่วพริบตานั้น บิงโกกระโดดมาขว้างลูกเหล็กเอาไว้ได้ทำให้เกิดแผลทั้งตัว ! คังหวั่นฟางถึงกับตกใจมาก ไม่คิดว่าบิงโกจะเข้ามาขว้างแบบนี้

            “อย่าขว้างกันสิวะ” เฮ่ยจงหลี่ฉวนพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

            “อยากจัดการพวกเราก็จัดการไปสิ ทำไม่ต้องให้มีคนอื่นโดนลูกหลงด้วย” บิงโก้พูดขึ้นมา

            “ผายลม ! เป็นแค่เจียงสือทำเป็นมาพูดจาใหญ่โตนะเอ็ง ! พวกข้าทำตามบัญชาสวรรค์โวย ต้องมีการเสียสละบ้างสิ งั้นดูสิว่าเอ็งจะหยุดนี่ได้มั้ย” เฮ่ยจงหลีฉวนกำลังฟาดพัดลูกเหล็กมาอีก แต่กลายเป็นเขาโดนคมของอูรูมิฟาดเข้าที่แสกหน้าได้แผลยาว เฮ่ยงจงหลีฉวนร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

            “ผายลม ! เอาแต่อ้างบัญชาสวรรค์อยู่นั่นล่ะ ข้าไม่เชื่อหรอกนะสวรรค์จะสั่งแกมา แกคงจะไปหลงกลไอ้พวกหลอกลวงเข้าน่ะสิ ข้าเห็นมาเยอะแล้วไอ้พวกจอมปลอมแบบนี้ ใครจะไปยอมให้แกแสดงปาหี่ได้อีกล่ะวะ ไอ้ลูกหมาเฮ๊ย !” เซาโลพูดขึ้นมา

            “ไอ้เหลนเต่า เอ็งบังอาจร้ายเหรอ” เฮ่ยจงหลีฉวนโกรธจนเลือดขึ้นหน้า

            “ก็เออสิวะ และไม่แค่ทีเดียวด้วย !” เซาโลฟาดอาวุธไปมันเร็วจนมองไม่ทัน เฮ่ยจงหลีฉวนไม่อาจทนการโจมตีได้ เลยได้แผลยาวไปหลายแผล แต่แข็งใจพัดสร้างลมมากระแทกร่างของเซาโลไป เขารีบตั้งตัว ลมกำลังจะพัดมาอีกพร้อมลูกเหล็กแต่ อวี่จิ้งเซียง เอาร่มมารับเอาไว้ได้หมด

            “อย่าเข้าใจผิดนะ ข้าต้องเอาตัวเจ้าไปเมืองหลวงแบบไร้รอยขีดข่วน ถึงได้ช่วยเจ้า” นางพูด เซาโลกำลังร่ายคาถาอิรูนโต๊ะ แต่เขารู้เจ้านี้พลังบางอย่างต้านคาถาเขาได้ เขาเลยมองไปที่ดาบแส้ของเขา และวิ่งเข้าไปหาเฮ่ยจงหลีชวนตรง ๆ มันพัดให้เกิดลมอีกแต่ว่า เซาโลกระโดดสูงข้ามหัวของมันและใช้ดาบแส้พันรอบคอมัน กระตุกอย่างแรง คมดาบตัดหัวของมันขาดกระเด็น ! และพวกสาวกก็วิ่งหนีไปกันหมดแล้ว เซาโลกำลังจะใช้โอกาสนี้หนี แต่ว่ามีโซ่มามัดเขาเอาไว้คราวนี้พลังของมันรุนแรงมาก ทำให้เซาโลอ่อนกำลังลงอีก

            “คิดว่าจะหนีได้หรือไง ไอ้โอสถทิพย์” อู๋ซานประกาศเสียงดังลั่น เซาโลอ่อนแรงลงไปมาก โซ่นี่มีพลังอาคมเหนือกว่ายันต์ของคังหวั่นฟางซะอีก บิงโก้จะไปช่วยนายของมัน แต่โดนอู๋ซานใช้ยันต์สะกดแปะจนเต็มตัว

            หลังจากนั้นไม่มีรถเทียมแล้ว ทำให้ต้องเดินเท้า โซ่ทำให้เซาโลอ่อนแรงบางครั้งเขายืนไม่ไหวซะด้วยซ้ำ แต่ก็ถูกบังคับให้ลุกขึ้นมา อวี่จิ้งเซียงพยายามจะพูดแทนเขา แต่ไม่ใครสนใจฟัง

 ในตอนกลางคืน ทุกคนไปพักที่ศาลเจ้าแห่งหนึ่ง คังหวั่นฟางมองเซาโลกับบิงโก้อย่างสงสัย เธอเรียนวิชาปราบปีศาจมาตั้งแต่เด็ก แต่เธอเพิ่งเคยเห็นปีศาจที่ทรงพลังขนาดนี้ และที่แน่ ๆ เธอคิดว่านี่ ไม่ใช่โอสถทิพย์ที่จะเอาไว้ช่วยคนแน่ ๆ อวี่จิ้งเซียงเดินมาหาคังหวั่นฟาง

            “สงสัยเหมือนที่ข้าสงสัยสินะ ข้าเจ้านี่คงไม่ใช่โอสถทิพย์แน่” อวี่จิงเซี่ยงพูดขึ้นมา

            “ข้าก็คิดเหมือนกันคะ ท่านอวี่ เพราะว่า สิ่งนี้มันฆ่าคนได้อย่างไม่ลังเล ข้าคิดว่า....”

            “ใช่ข้าฆ่าคนได้อย่างไม่ลังเล เพราะ นั่นคือวิถีชีวิตของข้า และธรรมชาติของข้าเองนี่ล่ะ แต่เจ้านี่ยังไงกัน วางแผนฆ่าข้าด้วยวิธีการโหดเหี้ยมขนาดนั้นได้” เซาโลพูดขึ้นมา

            “เราแค่ต้องการโอสถทิพย์ เพื่อไปรักษาฮ่องเต้ของเราก็เท่านั้น” อวี่จิ้งเซี่ยงพูดขึ้นมา

            “ฮ่องเต้ กษัตริย์สินะ แล้วทำไมต้องเอาตัวข้ามาด้วย บอกตรง ๆ นะตอนนี้ข้ายังไม่เข้าใจเลยสักนิดว่า พวกเจ้าต้องการอะไรจากข้า ปกติไอ้แบบที่ข้าเป็นเนี่ย คนในที่ที่ข้าจากมาก เขาจับตายกันนะ” เซาโลพูดฃ

“แบบเจ้าแสดงว่าไม่ได้มีเจ้าด้วยเดียวสินะ”

“สิ่งมีชีวิตน่ะไม่มีทางมีแค่ตัวเดียวหรอกนะ” เซาโลพูดอย่างไม่ใส่นัก

“แสดงว่ามีคนแบบเจ้าอีกเหรอ !”

“ก็บอกไปแล้วนี้ ว่าสิ่งมีชีวิตไม่มีทางมีแค่ตัวเดียวหรอก แต่ที่นี่อาจมีแค่ข้าเพียงตัวเดียว” เซาโลพูดย้ำอีกครั้งหนึ่ง อวี่จิ้งเซี่ยงพยายามมองเขาอย่างชัด ๆ ทำให้รู้สึกเลยว่า คนตรงหน้าอาจเคยทหารมาก่อนแน่ ๆ เพราะเขามีร่างกายที่ดูแข็งแรงกำยำเหมือนคนฝึกยุทธิ์ และต่อสู้อย่างชำนาญ และอาวุธที่เขาใช้นั้นมันก็เป็นอาวุธที่ต้องฝึกฝนอย่างชำนาญไม่งั้นโอกาสจะทำร้ายตัวเองมีสูงมาก

            “เจ้าเคยเป็นนักรบมาก่อนสินะ” อวี่จิ้งเซียงถามขึ้นมา

            “จะรู้ไปทำไม” เซาโลถามกลับ

[1] จงหลีฉวน หนึ่งในแปดเซียน ว่ากันว่าเดิมที่มาจากตระกูลหลี และมีชีวิตในสมัยราชวงศ์ฮั่น บางคนเรียกว่าฮั่นหลีฉวน เคยเป็นนักรบ มักปรากฎตัวลักษณะโชว์พุงพลุ้ย และถือพัดวิเศษใช้ควบคุมทะเลและมหาสมุทร

[2]เด เม อัด เม (Deme ad me) ภาษาละตินแปลว่า จงมาหาข้า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    15/2

    เขารีบจับอาวุธและฟาดไปอีกครั้ง โดนที่เข้าที่แสกหน้าของหลี่หวู่หมิงเต็ม ๆ และยังโดนกระหน่ำฟาดไม่หยุด ความเจ็บปวดแผ่เข้ามาเต็มร่างของหลี่หวู่หมิง จนเลือดอาบไปทั้งตัว เนื้อหลุดจนเห็นกระดูกหลายจุด เซาโลหยุดการโจมตีแล้ว“ทำไมทำไม ข้าแพ้แบบนี้ ทำไมกัน ข้าได้พลังมาแล้ว ทำไมกัน แผ่นดินต้องเป็นของข้าสิ”เซาโลมองที่หลี่หวู่หมิงแล้วพูดว่า “พลังที่เจ้าเลือก มันเป็นของปีศาจเป็นคำสาป ยังไงก็ไม่เกิดเรื่องดี ๆ กับเจ้าหรอกนะ เอาจริง ๆ เจ้าน่ะแค่อยากได้อำนาจไม่ได้อยากช่วยเหลือใครจริง ๆ หรอก” “แต่เจ้าก็มีพลังแบบนี้เหมือนกัน” หลี่หวู่หมิงเถียง “นั่นคือคำสาปข้ายังไม่รู้เลยว่าข้าจะจบแบบไหน”หลี่หวู่หมิงได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้ว่า ที่ผ่าน ๆ มา เขาอ้างบ้านเมืองมาตลอดความจริงเขาอยากได้อำนาจเอาไว้ใช้ซะเอง จึงได้เงียบไปเป็นการรอรับความตาย เซาโลฟาดดาบแส้ซ้ำลงไปหัวของหลี่หวู่หมิงขาดกระเด็นไปแล้ว ทหารหลวงมาล้อมเซาโลเอาไว้ แต่อวี่จิ้งเซียงตามมาด้วย เลยรีบห้าม “เขามากับข้า”ทหารหลวงลดอาวุธลง อวี่จิ้งเซียงมองร่างของหลี่หวู่หมิงที่กลายเป็นผงไปแล้ว เธอก็นึกเสีย

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    15/1

    ตอนที่ 15ซุ่นมู่ซานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่เอาแล้วล่ะ พอกันที ข้าเป็นมือปราบ เป็นหมอ สู้กับคน รักษาคน ข้าไม่ได้จะมาต่อสู้กับปีศาจแบบนี้” “นี่ท่านหมายความว่าอะไร ท่านจะไม่ต่อสู้แล้วเหรอ” “ข้าขอโทษ ตอนนี้ข้าไม่กล้าแม้แต่จะกำหมัด ตอนที่พี่เฟิ้งตาย ข้าเพิ่งเคยเห็นเขามีสีหน้าหวาดกลัวขนาดนั้น แล้วหลังจากนั้นพี่เฟิ้งก็กลายเป็นปีศาจไร้ความรู้สึกให้ข้าไปต่อสู้อีกเหรอ ข้าไม่ไหวจริง ๆ เรื่องการต่อสู้แบบนี้ข้าทำไม่ได้แล้ว แต่ข้าจะคอยรักษาคนเจ็บคนป่วยต่อไปก็แล้วกัน มันก็ถือว่าเป็นช่วยชาติ ช่วยประชาชนได้เหมือนกันล่ะ ข้าไม่คิดจะเอาชีวิตไปแลกหรอกนะ เพราะข้าจะช่วยคนอื่นได้มากกว่าถ้าข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป” ซุ่นมู่ซานตอบ อวี่จิ้งเซียงมองซุ่นมู่ซานแม้ว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่นางต้องการ แต่นางก็เข้าใจเขา ยังไงคนเราก็รักตัวกลัวตายทั้งนั้น “งั้นข้าขอให้ท่านโชคดีแล้วกันนะ ขอให้รักษาคนให้ได้มาก ๆ ก็แล้วกัน” อวี่จิ้งเซียงพูด “เจ้าเองก็ด้วย ข้าขอให้โชคดีและปลอดภัยนะ และข้าช่วยได้แค่นี้” หลังอวยพรเสร็จเขาก็ส่งขวดยาให้“นี่ยาถอนพิษ อาจช่วยเจ้าได้ข้าขอล

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    14/2

    “อินรูโต๊ะ !”เลือดพุ่งออกมาจากแผลที่ข้อมือของเฮ่ยหลู่ต้งปิง เข้ามาในปากของเซาโล แขนของเฮ่ยหลู่ ต้งปิงถึงกับชาจนขยับไม่ได้ กระบี่เหรียญที่แทงร่างของเซาโลกระเด็นหลุดจากร่าง เฮ่ยหลี่ต้งปิงเสียเลือดไปมากจนยืนไม่อยู่ เซาโลเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เฮ่ยหลู่ต้งปิงอ่อนแรงจนทำอะไรไม่ได้แล้ว เซาโลฟาดอาวุธเข้าไปที่คอของเฮ่ยหลี่ต้นปิง หัวเขาขาดกระเด็น อวี่จิ้งเซียงเธอต้องคอยหลบ กู่และใช้ร่มจัดการ แต่อยู่ ๆ เธอก็หน้ามืดเข่าอ่อน และคนที่อยู่ใกล้ ๆ อีกหลายคนก็มีอาการแบบเดียวกัน “รู้ตัวช้านะ เจ้าสูดลมพิษของข้าไปแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกไม่ถึงตายหรอก แต่เจ้าไม่รอดจากกู่ของข้า แน่ ๆ ” เมื่อเฮ่ยเหอเซียงกู่พูดจบ กู่ทั้งฝูงก็กำลังจะเล่นงานอวี่จิ้งเซียง แต่ว่า เหล่ากู่โดนอาวุธของเซาโลทำลายไปทั้งหมดแล้ว “แก ! ทำไมพิษมันไม่ได้ผล” เฮ่ยเหอเซียงกู่ตกใจมาก “คิดว่าข้าเป็นมนุษย์หรือไงจะได้แพ้พิษนี่” มีกู่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเซาโล เขาใช้ปากกัดมันเคี้ยวก่อนจะคายออกมา “รสชาติไม่ได้เรื่องเลย นึกว่าจะเผ็ดกว่านี้ซะอีก” เฮ่ยเหอเซียงกู่เริ่

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    14/1

    ตอนที่ 14 “อะไรกัน ใจร้อนจังนะพ่อหนุ่ม แค่กอดเองจะอะไรนักหนาเหรอ ไม่รู้เหรอว่าพวกเรากับท่านอ๋องเป็นอะไรกัน” อลิซพูดจบก็กลับไปอยู่ข้าง ๆ ท่านอ๋องเหมือนเดิม “หมายความว่าอะไรกันขอรับท่านอ๋อง” เฟิ่งต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ อลันกับอลิซเลยผลัดกันจูบท่านอ๋องต่อหน้าทั้งสามคน ทั้งสามทำไม่หน้าถูก ตะลึงกับภาพที่เห็น “ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ ท่านอ๋องเป็นของพวกเราไงล่ะ” อลันพูดและส่งสายตาไปให้ทั้งสาม อลิซก็เหมือนกันทำให้ทั้งสามคนขนลุกแปลก ๆ “อย่าได้แปลกใจไป สองคนนี่ได้มอบพลังให้กับข้า” ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงพูดน้ำเสียงของเขาดูล่องลอย “ท่านใช้โอสถทิพย์ไปแล้วเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานพูดด้วยความตื่นเต้น ทั้งอลันและอลิซส่งเสียงหัวเราะดังลั่น “แหม ๆ ไม่น่าจะเรียกว่าใช้หรอกนะ เราแค่มีความสุขด้วยกันจะดีกว่านะ” อลิซพูดพลางไปนั่งตักของท่านอ๋อง “แปลว่าท่านจะเอาพลังไปรักษาฮ่องเต้สินะขอรับ” เฟิงต้ายงพูดด้วยสายตาแห่งความหวัง ท่านอ๋อง หลี่หวู่หมิงนิ่งไปก่อนจะพูดว่า “คิดว่าข้าจะเอาพลังนี่ไปช่วยฮ่องเต้ขี้โรคนั่นจริง ๆ เหรอ”เม

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    13/2

    “เด เม อัด เม” ดาบแส้อาวุธคู่กายกลับมาอยู่ในมือของเซาโล เขามองไปที่ทั้งสี่ แล้วเรียกหาบิงโก้ แต่กลับไม่เสียงตอบรับ เซาโลเลยวิ่งไปที่อีกห้องด้วยความเร็วทำให้ทั้งสี่ลงมือไม่ทัน “ตามมันไปเร็วเข้า” เฟิ่งต้ายงพูด ทุกคนตามไปทันทีเซาโลเข้ามาให้ห้องหนึ่ง มีพวกสาวกอยู่นั้นกลุ่มหนึ่ง เขาเห็นร่างของบิงโก้โดนตัดแขนขา ตัวถูกเกี่ยวเอาไว้ เซาโลโกรธจัดฟาดฟันอาวุธใส่พวกสาวกนั่นทันที พวกเขาได้แผลยาวกันทุกคน“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งเข้ามาในปากของเขา และเขาก็ปล่อยบิงโก้ลงมา ตอนนี้บิงโก้มองเขา แล้วพูดว่า“นายท่านปลอดภัยแล้วสินะขอรับ”“ยังจะมาห่วงข้าทำไม ไม่ดูตัวเองก่อนล่ะ” เซาโลพูดแม้น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย แต่หากมองตาเขา ดี ๆ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเศร้า เขาก้มและพยายามต่อแขนขาคืนกับให้กับบิงโก้ เถียวเสี่ยวฟู่กำลังดีดพิณเพื่อใช้เสียงพิณเล่นงานแต่ อวี่จิ้งเซียงห้ามเอาไว้ก่อน“ตอนนี้เขาไม่เป็นอันตรายหรอก เชื่อสิ ให้เขาได้บอกลากันเถอะ”ไม่ว่าเซาโลจะทำยังไงก็ต่อแขนขาคืนให้บิงโก้ไม่ได้ “พวกมันใช้อาคมตัดร่างกายข้า มันต่อคืนไม่ได้หรอกขอรับ อย่าพยายามเลย” บิงโก้พูดทำให้เซาโลนิ่งไปพักใหญ่ ตั้งแต

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    13/1

    ตอนที่ 13 “โอะ ๆ ก็เอาสิขอรับ ก็เป็นการประกาศให้โลกรู้ไปเลยท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ โดยคนต่างชาติพรากพรหมจรรย์ทางทวารไปแล้ว พวกข้าน่ะไม่มีอะไรให้เสียหรอกนะขอรับ แต่ท่านล่ะเป็นยังไงน่า” อลันพูดขึ้นมา ท่านอ๋องถึงกับพูดไม่ออก เหมือนใครเอาน้ำเย็นมาสาดจนชาไปทั้งตัว ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนก็อายถึงนั้น ชื่อเสียงของท่านอ๋องจะไม่เหลือชิ้นดี เผลอ ๆ อาจทำให้ท่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งไป ไม่อาจโดนประหารไปเลย เลยก็ได้ เพราะสำหรับเชื่อพระวงศ์แล้วนี่มันเรื่องเสื่อมเสียที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางเลือก อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ อยู่ตรงหน้า “พวกเจ้าหลอกข้า อำนาจอะไรนั่นไม่มีจริงสินะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายเสียงดังลั่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ “อย่าพูดแบบนั้นพวกเรารักษาคำพูดเสมอนะขอรับ ท่านอ๋องเอาล่ะ ตามสัญญา ลุกขึ้นสิขอรับ” อลันพูดขึ้นมาเมื่อไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว หลี่หวู่หมิงลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย อลันไปยืนด้านหลังและกอดท่านอ๋องจากด้านหลังส่วนอลิซกอดท่านอ๋องจากหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านอ๋องอยู่อ้อมกอดของทั้งสองคน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้า

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    10.2

    “เอาทหารข้าไป ! ต่อให้ต้องใช้ทหารถล่มเขตต่างชาติข้าก็จะทำ แค่ให้ได้มันมา ! คราวนี้อย่าให้พลาดอีก ถ้าพลาดอีกคราวนี้ข้า บอกเลยนะ ข้าจะสั่งขังพวกเจ้า !” เสียงประกาศของท่านอ๋องทำให้เหล่ามือปราบถึงกับขนลุก เพราะท่าน อ๋องไม่ได้พูดเล่นท่านเอาจริง เซาโลกับบิงโก้เดินทางมาถึงเขตต่างช

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    10.1

    ตอนที่ 10 “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกข้าต้านพิษได้เพราะฝึกกับพิษมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว” แต่อีกฝ่ายก็มีแค่มือเปล่า นักดาบเลยได้ใจเข้าต่อสู้ทันที แต่กลายเป็นซุ่นมู่ซานก้าวเท้าหลบด้วยความเร็วที่เหนือชั้น ทำให้อีกฝ่ายฟันไม่ถูกสักที เขาซัดขวดยาไปทางนักดาบแต่มันหลบได้ “ซัดไปทางไหนกัน” นักดาบเยา

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    9.2

    อวี่จิ้งเซียงถอนใจก่อนที่จะเล่าให้ฟังต่อ“สุดท้ายข้าเลยปลอมตัวไปสอบจอหงวน แต่กรรมการคุมสอบวันนั้นดันเป็นท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงซึ่งเขาจับได้ว่าข้าเป็นสตรีปลอมตัวมา แต่เมื่อท่านอ๋องได้ทดสอบความรู้ของข้า ท่านอ๋องเห็นว่าเองก็มีความสามารถก็เลย ได้มาเป็นมือปราบนี่ล่ะ”“ขอบคุณที่เล่าเรื่องดี ๆ แบบนี้ให้ฟังน

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    บทที่ 1/1

    อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย ตอนที่ 1 อาณาจักรดันซือ ราชวงศ์หลี่[1] ปี 1546เสียงกระดิ่งดังเป็นสัญญาณ ให้เหล่าชาวบ้านต้องหลีกทาง ไม่งั้นก็อาจจะโชคร้าย เด็กที่กำลังร้องไห้ยังต้องเงียบ และวิ่งเข้าบ้านทันที ชายสวมชุดนักพรต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status