Se connecterตอนที่ 6
“ท่านยังคิดว่ามันเป็นคนเหรอ ! มันทำขนาดนี้มันคือปีศาจชั้นต่ำที่ได้กินโอสถทิพย์เข้าไป โอสถทิพย์ต้องอยู่ในร่างของมัน ให้ข้าสกัดมันออกมาจะดีกว่าที่ท่านจะขนมันไปแบบนั้น เกิดมันบ้าขึ้นมาอีก พวกท่านนั้นล่ะจะตกอยู่ในอันตราย” อู๋ซานพูดจบ เฟิงต้ายงในฐานะของหัวหน้ากลุ่มจึงตัดสินใจ
“ได้เอาตามที่ท่านว่าเลย เดี๋ยวข้าจะแจงข่าวไปยังท่านอ๋องก็แล้วกัน แล้วท่านต้องการอะไร ข้าเชื่อนะว่าคนอย่างท่านไม่คิดจะมาทำอะไรแบบนี้ฟรี ๆ หรอก”
“ท่านเฟิงช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก หลังจากสกัดยาเสร็จ ข้าขอแค่ส่วนแบ่งเล็กน้อยเท่านั้น เพราะข้าเองก็อยากได้โอสถทิพย์ไปช่วยเพื่อการบำเพ็ญของข้าเหมือนกัน ไม่ต้องกลัวหรอกด้วยร่างกายของมันเราจะได้โอสถทิพย์จำนานมากพอควรเลยละ” อู๋ซานพูดขึ้นมา
“ตกลงตามนั้น”
อวี่จิ้งเซียงกำลังจะแย้งแต่เฟิงต้ายงบอกว่า
“มันเป็นสิ่งที่เราได้รับมอบหมายมาให้ทำตั้งแต่แรก”
อวี๋จิ้งเซียงไม่อาจพูดอะไรได้อีก
ในตอนเช้า คราวนี้ เซาโลโดนคุมตัวหนักยิ่งกว่าเดิน โดยมีพวกสำนักกงเยวี่ยนใต้มาช่วยร่ายมนตร์อีกครั้งหนึ่ง แต่เวทย์ที่ร่ายคราวนี้มันรุนแรงกว่าเดิมทำให้ ทั้งบิงโก้และเซาโลรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัว จนร้องโหยหวน อวี่จิ้งเซียงเริ่มสงสารเลยถามคังหวันฟางว่า
“ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ”
“เวทย์นี้ใช้สะกดปีศาจระดับสูงเลยคะ แสดงว่าเขานี่จะพลังมากไม่งั้นฝ่ายใต้จะไม่ทำอะไรแบบนี้หรอก” คังหวั่นฟางตอบจริง ๆ เธอก็รู้สึกเห็นใจเซาโลอยู่เหมือนกัน
“อย่าไปเห็นใจมันสิ จำไม่ได้เหรอว่ามันทำอะไรได้” เยี่ยตงลิ้วพูดขึ้นมา
“จำได้สิยะ แล้วตอนนั้นพวกแกก็หนียังกะหมา”
“ผายลมเจ้าพูดอะไร” เยี่ยตงลิ้วทำเป็นพูดเสียงดัง อู๋ซานกลับพูดว่า
“หุปปากนางพูดถูก เจ้าอยู่เงียบ ๆ เถอะ” เยี่ยตงลิ้วเงียบไป แต่ในใจของเขาตอนนี้กำลังคิดว่า หากสกัดโอสถทิพย์ได้แล้ว เขาจะหาทางชิงมันมา และจะยึดสำนักซะเองด้วยเลย จำต้องอดทนเอาไว้ก่อน
เซาโลพยายามสังเกตโดยรอบ แม้ว่าเขาจะอยู่ในรถเทียมล่อที่ปิดทึบ แต่เขาก็พยายาม ตรวจสอบว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ตรงไหนจากเสียงล้อที่กระทบกับพื้น ทำให้รู้ว่าตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่ในเขตเมืองแล้ว แต่จู่ ๆ รถก็หยุด
มีกลุ่มชาวบ้านมาขว้างเอาไว้ โดยมีผู้นำเป็นชายร่างอ้วนไว้หนวดเคราใส่เสื้อไม่ติดกระดุม เผยให้เห็นพุงพลุ้ย ในมือถือพัด เมื่อเห็นแบบนั้น เฟิงต้ายงเลยต้องไปเจรจากับชาวบ้าน
“ช่วยหลีกทางให้ด้วย”
“บังอาจนี่คือ ท่านเฮ่ยจงหลีฉวน[1] หนึ่งในร่างอวตารของแปดเซียนเจ้าเป็นใครมาสั่งให้ท่านหลบ”
อวี่จิ้งเซียงได้ยินก็รีบพูดทันที
“พวกเสียงสวรรค์สินะ ดีล่ะไม่ต้องเสียเวลาไปตามหา คราวที่แล้วคนของเจ้า มาชิงตัวผู้ต้องหา ทำให้มีชาวบ้านตายไปหลายคน คราวนี้ยังคิดจะทำแบบเดิมเหรอ บ้านเมืองมีขื่อมีแบนะ”
“พวกเราทำตามบัญชาสวรรค์ ที่ทางเสียงสวรรค์มอบให้กับพวกเรา พวกเจ้านั่นล่ะส่งโอสถทิพย์มาให้พวกเราเดี๋ยวนี้” เฮ่ยจงหลีฉวนพูดด้วยน้ำอันดังเหมือนกับช้างร้อง
“ผายลม ! ทำไมเราต้องมอบให้เจ้าด้วย โอสถทิพย์เป็นของที่คู่ควรกับฮ่องเต้เท่านั้น พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาครอบครอง” อู๋ซานตะคอกเสียงดัง
“เจ้าเป็นนักพรตยังไงไม่รู้เหรอว่า ร่างอวตารของเซียนมาอยู่ตรงหน้าแล้ว” เฮ่ยจงหลีฉวนพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแสดงความมั่นอกมั่นใจเต็มที่
“น่าขำนะ ข้าไม่รู้สึกถึงพลังเซียนอะไรในตัวเจ้าเหรอ ที่ข้าเห็นก็คือ ไอ้แก่อ้วนคนหนึ่งก็เท่านั้นล่ะ” อู๋ซานพูดขึ้นมา
“งั้นเหรอ” เฮ่ยจงหลีฉวนเหวี่ยงพัดในมือ ทำให้เกิดลมแรงขึ้นมา ทำให้เหล่ามือปราบและเหล่านักพรต ทรงตัวลำบาก
“จัดการเลย !” พวกชาวบ้านที่มาด้วยกันเข้าโจมตีทันที พวกมือปราบต้องต่อสู้ แต่พยายามยั้งมือเอาไว้ เพราะอีกฝ่ายเป็นแค่ชาวบ้านพวกเขาไม่อยากทำร้ายให้บาดเจ็บหรือล้มตาย แต่ก็ไม่ทันไรก็พลังลมของเฮ่ยจงหลีฉวนพัดใส่ทันที ทำให้หลายคนกระเด็นไป และพลังลมก็ทำให้รถเทียมลอยขึ้นฟ้าไป โดยมีคังหวั่นฟางกับ อวี่จิ้งเซียงยังอยู่บนรถ พวกนางรีบกระโดดออกไปก่อนที่รถเทียมลอยไปกระแทกกับพื้นอย่างแรง รถพังยับ ตัวล่อที่ลากรถมาก็ขาหัก เซาโลรีบคลานไปหามัน เยี่ยตงลิ้วเห็นเข้าก็รีบวิ่งไป เขาคิดว่าตอนนี้เขาน่าจะจัดการเซาโลได้ เลยจะเอายันต์ไปแปะเซาโลหมายจะสะกด
แต่ว่า เซาโลกระโดดกัดคอของเจ้าล่อตัวนั้นพลังเพิ่มขึ้นมาแล้ว ทำให้เขาต้านคาถาที่สะกดเอาไว้ได้ หลุดจากพันธนาการแล้ว เยี่ยตงลิ้วโดนเขาจับคอและชูร่างขึ้นและขว้างลอยไปทางเฮ่ยจงหลีฉวน เฮ่ยจงหลีฉวนฟาดพัดไปทำให้ร่างของเยี่ยตงลิ้วแหลกไปทันที
“คิดจะต่อสู้หรือไง ยอมแพ้ดีกว่านะ” เฮ่ยจงหลีฉวนพูดขึ้นมา
“คิดว่าข้าจะยอมให้พวกแกจับไปลงหม้อกลั่นยาหรือไง เด เม อัด เม[2]” พูดจบอูรูมิคู่กายของเซาโลก็พุ่งมาหาเขา เมื่อได้อาวุธคู่มือแล้วเซาโลก็ฟาดฟันใส่พวกชาวบ้านทันที คมอาวุธทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายกันถ้วนหน้า แถมดูเหมือนว่าเซาโลจะไม่ได้สนใจว่าใครจะต้องตายด้วย
“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งออกจากแผลเข้ามาปากของเซาโล ตอนนี้เขาแข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว แต่คิดจะต่อสู้อีก เลยใช้จังหวะนี้คิดจะหนี แต่อวี่จิ้งเซียงและคังหวั่นฟางมาขว้างเอาไว้ก่อน
“หลีกไป!”
“ไม่ข้าต้องทำตามหน้าที่เอาเจ้ากลับไปเมืองหลวงให้ได้” อวี่จิ้งเซียงแทงร่มมา เซาโลได้แต่หลบ เฮ่ยจงหลี่ฉวนได้ที เอาลูกเหล็กออกมาจำนวนมากขว้างออกไป และพัดอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้แรงลมเสริมกำลังให้ลูกเหล็กพุ่งมาด้วยรวดเร็วและรุนแรง อวี่จิ้งเซียงกางร่มกันไว้ทัน ยังดีที่ร่มของนางแข็งแรงพอที่จะกันลูกเหล็กได้ เซาโลหลบได้ แต่คั่งหวั่นฟางหลบไม่พ้น แต่ว่าในชั่วพริบตานั้น บิงโกกระโดดมาขว้างลูกเหล็กเอาไว้ได้ทำให้เกิดแผลทั้งตัว ! คังหวั่นฟางถึงกับตกใจมาก ไม่คิดว่าบิงโกจะเข้ามาขว้างแบบนี้
“อย่าขว้างกันสิวะ” เฮ่ยจงหลี่ฉวนพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“อยากจัดการพวกเราก็จัดการไปสิ ทำไม่ต้องให้มีคนอื่นโดนลูกหลงด้วย” บิงโก้พูดขึ้นมา
“ผายลม ! เป็นแค่เจียงสือทำเป็นมาพูดจาใหญ่โตนะเอ็ง ! พวกข้าทำตามบัญชาสวรรค์โวย ต้องมีการเสียสละบ้างสิ งั้นดูสิว่าเอ็งจะหยุดนี่ได้มั้ย” เฮ่ยจงหลีฉวนกำลังฟาดพัดลูกเหล็กมาอีก แต่กลายเป็นเขาโดนคมของอูรูมิฟาดเข้าที่แสกหน้าได้แผลยาว เฮ่ยงจงหลีฉวนร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
“ผายลม ! เอาแต่อ้างบัญชาสวรรค์อยู่นั่นล่ะ ข้าไม่เชื่อหรอกนะสวรรค์จะสั่งแกมา แกคงจะไปหลงกลไอ้พวกหลอกลวงเข้าน่ะสิ ข้าเห็นมาเยอะแล้วไอ้พวกจอมปลอมแบบนี้ ใครจะไปยอมให้แกแสดงปาหี่ได้อีกล่ะวะ ไอ้ลูกหมาเฮ๊ย !” เซาโลพูดขึ้นมา
“ไอ้เหลนเต่า เอ็งบังอาจร้ายเหรอ” เฮ่ยจงหลีฉวนโกรธจนเลือดขึ้นหน้า
“ก็เออสิวะ และไม่แค่ทีเดียวด้วย !” เซาโลฟาดอาวุธไปมันเร็วจนมองไม่ทัน เฮ่ยจงหลีฉวนไม่อาจทนการโจมตีได้ เลยได้แผลยาวไปหลายแผล แต่แข็งใจพัดสร้างลมมากระแทกร่างของเซาโลไป เขารีบตั้งตัว ลมกำลังจะพัดมาอีกพร้อมลูกเหล็กแต่ อวี่จิ้งเซียง เอาร่มมารับเอาไว้ได้หมด
“อย่าเข้าใจผิดนะ ข้าต้องเอาตัวเจ้าไปเมืองหลวงแบบไร้รอยขีดข่วน ถึงได้ช่วยเจ้า” นางพูด เซาโลกำลังร่ายคาถาอิรูนโต๊ะ แต่เขารู้เจ้านี้พลังบางอย่างต้านคาถาเขาได้ เขาเลยมองไปที่ดาบแส้ของเขา และวิ่งเข้าไปหาเฮ่ยจงหลีชวนตรง ๆ มันพัดให้เกิดลมอีกแต่ว่า เซาโลกระโดดสูงข้ามหัวของมันและใช้ดาบแส้พันรอบคอมัน กระตุกอย่างแรง คมดาบตัดหัวของมันขาดกระเด็น ! และพวกสาวกก็วิ่งหนีไปกันหมดแล้ว เซาโลกำลังจะใช้โอกาสนี้หนี แต่ว่ามีโซ่มามัดเขาเอาไว้คราวนี้พลังของมันรุนแรงมาก ทำให้เซาโลอ่อนกำลังลงอีก
“คิดว่าจะหนีได้หรือไง ไอ้โอสถทิพย์” อู๋ซานประกาศเสียงดังลั่น เซาโลอ่อนแรงลงไปมาก โซ่นี่มีพลังอาคมเหนือกว่ายันต์ของคังหวั่นฟางซะอีก บิงโก้จะไปช่วยนายของมัน แต่โดนอู๋ซานใช้ยันต์สะกดแปะจนเต็มตัว
หลังจากนั้นไม่มีรถเทียมแล้ว ทำให้ต้องเดินเท้า โซ่ทำให้เซาโลอ่อนแรงบางครั้งเขายืนไม่ไหวซะด้วยซ้ำ แต่ก็ถูกบังคับให้ลุกขึ้นมา อวี่จิ้งเซียงพยายามจะพูดแทนเขา แต่ไม่ใครสนใจฟัง
ในตอนกลางคืน ทุกคนไปพักที่ศาลเจ้าแห่งหนึ่ง คังหวั่นฟางมองเซาโลกับบิงโก้อย่างสงสัย เธอเรียนวิชาปราบปีศาจมาตั้งแต่เด็ก แต่เธอเพิ่งเคยเห็นปีศาจที่ทรงพลังขนาดนี้ และที่แน่ ๆ เธอคิดว่านี่ ไม่ใช่โอสถทิพย์ที่จะเอาไว้ช่วยคนแน่ ๆ อวี่จิ้งเซียงเดินมาหาคังหวั่นฟาง
“สงสัยเหมือนที่ข้าสงสัยสินะ ข้าเจ้านี่คงไม่ใช่โอสถทิพย์แน่” อวี่จิงเซี่ยงพูดขึ้นมา
“ข้าก็คิดเหมือนกันคะ ท่านอวี่ เพราะว่า สิ่งนี้มันฆ่าคนได้อย่างไม่ลังเล ข้าคิดว่า....”
“ใช่ข้าฆ่าคนได้อย่างไม่ลังเล เพราะ นั่นคือวิถีชีวิตของข้า และธรรมชาติของข้าเองนี่ล่ะ แต่เจ้านี่ยังไงกัน วางแผนฆ่าข้าด้วยวิธีการโหดเหี้ยมขนาดนั้นได้” เซาโลพูดขึ้นมา
“เราแค่ต้องการโอสถทิพย์ เพื่อไปรักษาฮ่องเต้ของเราก็เท่านั้น” อวี่จิ้งเซี่ยงพูดขึ้นมา
“ฮ่องเต้ กษัตริย์สินะ แล้วทำไมต้องเอาตัวข้ามาด้วย บอกตรง ๆ นะตอนนี้ข้ายังไม่เข้าใจเลยสักนิดว่า พวกเจ้าต้องการอะไรจากข้า ปกติไอ้แบบที่ข้าเป็นเนี่ย คนในที่ที่ข้าจากมาก เขาจับตายกันนะ” เซาโลพูดฃ
“แบบเจ้าแสดงว่าไม่ได้มีเจ้าด้วยเดียวสินะ”
“สิ่งมีชีวิตน่ะไม่มีทางมีแค่ตัวเดียวหรอกนะ” เซาโลพูดอย่างไม่ใส่นัก
“แสดงว่ามีคนแบบเจ้าอีกเหรอ !”
“ก็บอกไปแล้วนี้ ว่าสิ่งมีชีวิตไม่มีทางมีแค่ตัวเดียวหรอก แต่ที่นี่อาจมีแค่ข้าเพียงตัวเดียว” เซาโลพูดย้ำอีกครั้งหนึ่ง อวี่จิ้งเซี่ยงพยายามมองเขาอย่างชัด ๆ ทำให้รู้สึกเลยว่า คนตรงหน้าอาจเคยทหารมาก่อนแน่ ๆ เพราะเขามีร่างกายที่ดูแข็งแรงกำยำเหมือนคนฝึกยุทธิ์ และต่อสู้อย่างชำนาญ และอาวุธที่เขาใช้นั้นมันก็เป็นอาวุธที่ต้องฝึกฝนอย่างชำนาญไม่งั้นโอกาสจะทำร้ายตัวเองมีสูงมาก
“เจ้าเคยเป็นนักรบมาก่อนสินะ” อวี่จิ้งเซียงถามขึ้นมา
“จะรู้ไปทำไม” เซาโลถามกลับ
[1] จงหลีฉวน หนึ่งในแปดเซียน ว่ากันว่าเดิมที่มาจากตระกูลหลี และมีชีวิตในสมัยราชวงศ์ฮั่น บางคนเรียกว่าฮั่นหลีฉวน เคยเป็นนักรบ มักปรากฎตัวลักษณะโชว์พุงพลุ้ย และถือพัดวิเศษใช้ควบคุมทะเลและมหาสมุทร
[2]เด เม อัด เม (Deme ad me) ภาษาละตินแปลว่า จงมาหาข้า
“ก็อยากรู้ข้อมูลของเจ้า อาจช่วยเจ้าไม่ให้โดนกลั่นยาก็ได้ไงล่ะ” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา เซาโลถอนใจ ก่อนจะพูดว่า “มันสำคัญนักหรือไง ไม่ว่าข้าเป็นอะไรพวกเจ้าก็คิดจะฆ่าข้าอยู่ดีเหมือนกับที่ผ่าน ๆ มาไงล่ะ” เซาโลพูดขึ้นมา “ที่ผ่าน ๆ มา หมายถึงอะไร” อวี่จิ้งเซียงถามขึ้นมาแววตาของเธอประกายแสดงถึงความอยากรู้อยากเห็น เซาโลมองแล้วรู้สึกแปลก ๆ เขาก็เลยบอกว่า “มันเรื่องก่อนเจ้าเกิดอีกมั้ง และมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เกิดในดินแดนหรอก อย่าใส่ใจเลย อีกอย่างหนึ่งเจ้าอยากจะฆ่าอยู่แล้วนี่จะสนใจเรื่องราวของคนที่พวกเจ้าอยากฆ่าไปทำไมกัน” เซาโลพูดขึ้นมา “พูดเกินไปมั่ย เจ้าก็ไม่ได้ดูแก่กว่าข้าสักเท่าไหร่นี่” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา เซาโลหัวเราะเสียงลั่นราวกับว่ามีเรื่องสนุกสนานอยู่ตรงหน้า “คิดว่าข้าอายุน้อยหรือไงกัน เอาเป็นว่าข้าน่ะอยู่มานานกว่าที่เจ้าคิดก็แล้วกันนะ” “อย่างน้อย ๆ ก็ให้ข้ารู้เรื่องราวของคนที่จะช่วยฮ่องเต้ของเราหน่อยก็ดีนะ ว่าเขาเป็นใครหรืออะไรกันแน่” อวี่จิ้งเซียงถามอีก เซาโลนิ่งคิดก่อนจะตอบว่า
ตอนที่ 6“ท่านยังคิดว่ามันเป็นคนเหรอ ! มันทำขนาดนี้มันคือปีศาจชั้นต่ำที่ได้กินโอสถทิพย์เข้าไป โอสถทิพย์ต้องอยู่ในร่างของมัน ให้ข้าสกัดมันออกมาจะดีกว่าที่ท่านจะขนมันไปแบบนั้น เกิดมันบ้าขึ้นมาอีก พวกท่านนั้นล่ะจะตกอยู่ในอันตราย” อู๋ซานพูดจบ เฟิงต้ายงในฐานะของหัวหน้ากลุ่มจึงตัดสินใจ “ได้เอาตามที่ท่านว่าเลย เดี๋ยวข้าจะแจงข่าวไปยังท่านอ๋องก็แล้วกัน แล้วท่านต้องการอะไร ข้าเชื่อนะว่าคนอย่างท่านไม่คิดจะมาทำอะไรแบบนี้ฟรี ๆ หรอก” “ท่านเฟิงช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก หลังจากสกัดยาเสร็จ ข้าขอแค่ส่วนแบ่งเล็กน้อยเท่านั้น เพราะข้าเองก็อยากได้โอสถทิพย์ไปช่วยเพื่อการบำเพ็ญของข้าเหมือนกัน ไม่ต้องกลัวหรอกด้วยร่างกายของมันเราจะได้โอสถทิพย์จำนานมากพอควรเลยละ” อู๋ซานพูดขึ้นมา “ตกลงตามนั้น”อวี่จิ้งเซียงกำลังจะแย้งแต่เฟิงต้ายงบอกว่า “มันเป็นสิ่งที่เราได้รับมอบหมายมาให้ทำตั้งแต่แรก”อวี๋จิ้งเซียงไม่อาจพูดอะไรได้อีก ในตอนเช้า คราวนี้ เซาโลโดนคุมตัวหนักยิ่งกว่าเดิน โดยมีพวกสำน
จนยืนไม่ได้ บิงโก้กำลังจะเข้ามาช่วย “ไป หนีไปก่อน” เซาโลร้องสั่งบิงโก้รีบกระโดดหนีไป คังหวั่นฟางกำลังจะตามไป “ไม่ต้องตามเราได้ตัวมันแล้ว เจ้านั่นไม่ใช่เป้าหมายของเรา” เฟิงต้ายงรีบพูดห้าม “แต่มัน อาจจะไปทำร้ายคนอื่นนะคะ” คังหวั่นฟางพูดขึ้นมา “ยังไงเราจัดการเจ้านี่ก่อนดีกว่า มันเป็นหัวหน้าและเป้าหมายหลักของเรา” เฟิงต้ายง เอากระจกแปดเหลี่ยมส่องเขา ทำให้พลังลดลงไปอีก พวกมือปราบท้องที่มาถึงแล้ว และจับตัวของเซาโลไปทันที ส่วนเรื่องเงินรางวัล นั่นจ่ายเป็นตั๋วเงิน[1]ให้กับแม่เล้าไป ซึ่งนางก็พอใจกับเงินรางวัลมันคุ้มค่าหน้าต่างที่พังไป เซาโลโดนจับขังในห้องขังที่เต็มไปด้วยยันต์ มีกระแปดเหลี่ยมส่องเขาตลอดเวลา และมียามเฝ้าสี่คน ที่นี่คือห้องขังของศาลประจำเมือง พวกมือปราบที่เฝ้าเขาอยู่ มองเขาด้วยสายตาแปลกใจราวกับเห็นของแปลก ก็แน่ล่ะชาวต่างชาติมาโดนขังแบบนี้ ไม่ได้มีให้เห็นบ่อย ๆ หลายคนที่นี่ก็เพิ่งเคยเห็นต่างชาติด้วย สี่มือปราบมาดูเซาโล “ท่านอ๋องสั่งให้ย้ายเจ้าไปที่ เมืองอี๋โจว ให้ความร่วมมือกับพวกเราจะดีกว่านะ บ
ตอนที่ 5“ขออภัยด้วยครับ ข้านึกอะไรไม่ออกจริง ๆ และข้าก็ไม่รู้จะไปไหนด้วย” บิงโก้พูดเซาโลถอนหายใจ“โทษเจ้าก็ไม่ถูก เจ้าไม่ได้อยากคืนชีพมาซะหน่อย”ทั้งสองเดินมาจนหนึ่งย่านหนึ่งในเขตเมือง บรรยายคึกคัก และเต็มไปด้วยโคมไฟสีแดง มันคือการแสดงให้เห็นว่าย่านนี่คือ ย่านโคมแดง[1] สถาณที่สำหรับบุรุษโดยแท้จริง เซาโลมองหาที่พัก เขาเลยตัดสินเดินเข้าไปที่ร้านหนึ่ง แม่เล้าประจำร้านเห็นว่าเขาเป็นต่างชาติ ท่าทางสกปรอกมอมแมมเลยมายืนขว้าง “มาทำอะไร รู้มั้ยว่าที่นี่มันคือไหน นี่คือหอนางโลมชั้นสูงนะไม่ใช่ที่ที่คนสกปรอกอย่างเจ้าจะเข้ามาได้นะ ” เซาโลมองหน้าของแม่เล้าที่กำลังเหยียดเขาด้วยสายตาและสีหน้าอย่างชัดเจน“อะไรหรือเจ้าฟังภาษาข้าไม่ออกหรือไง ที่นี่ไม่ต้อนรับคนต่างชาติสกปรกแบบเจ้าหรอกนะที่นี่รับแต่ขุนนางหรือพวกคนที่ร่ำรวยเท่านั้นล่ะ” แม่เล้าพูดและพยายามใช้ภาษากายบอกเขาไม่ให้เข้ามาที่นี่“ข้าฟังที่เจ้าพูดออก” เซาโลจบล้วงกระเป๋าหยิบทองคำแท่งออกมา แม่เล้าถึงกับตาโต เปลี่ยนท่าทีทันที “โธ่! คุณชายค่ะ ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ เชิญเลยค่ะ” “อยากได้ ห้องพัก และอยากได้น้ำอาบแล้ว
“เจ้านั่นเป็นปีศาจครับ ไม่ใช้โอสถทิพย์แน่ ๆ” ซุ่นมู่ซานยืนยันหนักแน่น แต่อ๋องหลี่หวู่หมิงกลับ ชูเนื้อปลาปักเป้าขึ้นมา “รู้ใช่มั้ยว่ามันมีพิษ” “ครับ/ค่ะ” ทั้งสี่ตอบพร้อมกัน “แล้วทำไมคนยังกินมันล่ะ” พูดจบท่านอ๋องก็กินปลาเข้าไป “ก็เพราะเรารู้วิธีปรุงมันเจ้าคะ ถ้าปรุงเป็นมันก็จะเป็นอาหารชั้นเลิศ” อวี่จิ้งเซียงตอบคำถาม “แล้วมู่ซานร่างกายมนุษย์ก็ทำยาได้ใช้มั้ย” ท่านอ๋องถามต่อไป “ใช่ขอรับ แต่ก็ต้องรู้วิธี และหลายอย่างก็ผิดศีลธรรมเกินกว่ามนุษย์จะรับได้” ซุ่นมู่ซานตอบคำถาม “งั้นเป็นไปได้มั้ยล่ะ โอสถทิพย์ก็อยู่ในตัวของเจ้าคนต่างชาตินั่น แค่ต้องสกัดออกมาสินะ และเชื่อว่ามันต้องรู้วิธีแน่ ๆไปเอาตัวมันมาให้ได้” “แต่มันจะเสี่ยงแล้วอาจทำให้มีคนตายนะพะยะค่ะ” เฟิงต้ายงค้านขึ้นมา “แล้วถ้าฮ่องเต้สวรรค์คตตอนนี้ แล้วถ้า ไอ้ขันทีนั่นได้ไปล่ะจะเป็นยังไง นี่เป็นการทำเพื่อบ้านเมืองนะ ยังไงก็ไปตามหาซะ ศิษย์สำนักกงเยวี่ยนเหนือนั่นจะช่วยพวกเราต่อมั้ย” ท่านอ๋องถามเสียงเรียบเฉย “คิดว
ตอนที่ 4แต่สำหรับเซาโลมาช่างหนวกหูซะจริง ๆ แต่ก็ไม่อยู่สถานการณ์ที่จะโวยวายอะไรได้ อวี่จิ้งเซียงมอง เห็นว่าเขามีผิวขาวแต่มันดูซีดเหมือนคนป่วย ตาเป็นสีแดงเหมือนกับเลือด แต่ที่สะดุดตาของนางที่สุดคงเป็นผมด้านหน้าของเขาที่ทักเปียเล็ก ๆ เอาไว้ เธอเคยเห็นทรงผมแบบนี้จากพวกต่างชาติที่เป็นพวกผู้ดีหรือชนชั้นสูง อวี่จิ้งเซียงตัดสินใจพยายามถามข้อมูลเขา “เจ้ามาจากไหนเนี่ย” เซาโลมองเธอแล้วตอบว่า “พูดไปก็ไม่มีใครรู้จักแล้วล่ะมั้ง” คำตอบของเซาโลทำให้รู้ว่าเขาไม่ต้องการพูดกับนาง “ถ้าเจ้าให้ความร่วมมือกับเรา มันจะดีต่อเจ้ามากกว่านะ ยังไงซะเจ้าก็มีคดีติดตัวแน่ ๆ เพราะเจ้าฆ่าคน ถ้าช่วยพวกเรา ท่านอ๋องอาจจะช่วยเรื่องคดีของเจ้าได้” การเจรจาเหมือนจะได้ผล เซาโรดูจะสนใจสิ่งหน้าพูด “แล้วเจ้าต้องการอะไรกันแน่” “โอสถทิพย์ เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับสิ่งนั้นบ้าง” อวี่จิ้งเซียงถามทันที “นี่พวกเรากำลังพูดถึงอะไร ข้าดูเหมือนหมอหรือไง ถึงจะได้รู้วิธีการปรุงยา” เซาโลพูดด้ว


![[Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




