Share

ตอนที่ 5

last update Dernière mise à jour: 2026-02-12 12:56:56

ตอนที่ 5

“ขออภัยด้วยครับ ข้านึกอะไรไม่ออกจริง ๆ และข้าก็ไม่รู้จะไปไหนด้วย” บิงโก้พูดเซาโลถอนหายใจ

“โทษเจ้าก็ไม่ถูก เจ้าไม่ได้อยากคืนชีพมาซะหน่อย”

ทั้งสองเดินมาจนหนึ่งย่านหนึ่งในเขตเมือง บรรยายคึกคัก และเต็มไปด้วยโคมไฟสีแดง มันคือการแสดงให้เห็นว่าย่านนี่คือ ย่านโคมแดง[1] สถาณที่สำหรับบุรุษโดยแท้จริง เซาโลมองหาที่พัก  เขาเลยตัดสินเดินเข้าไปที่ร้านหนึ่ง แม่เล้าประจำร้านเห็นว่าเขาเป็นต่างชาติ ท่าทางสกปรอกมอมแมมเลยมายืนขว้าง

            “มาทำอะไร รู้มั้ยว่าที่นี่มันคือไหน นี่คือหอนางโลมชั้นสูงนะไม่ใช่ที่ที่คนสกปรอกอย่างเจ้าจะเข้ามาได้นะ ” เซาโลมองหน้าของแม่เล้าที่กำลังเหยียดเขาด้วยสายตาและสีหน้าอย่างชัดเจน

“อะไรหรือเจ้าฟังภาษาข้าไม่ออกหรือไง ที่นี่ไม่ต้อนรับคนต่างชาติสกปรกแบบเจ้าหรอกนะที่นี่รับแต่ขุนนางหรือพวกคนที่ร่ำรวยเท่านั้นล่ะ” แม่เล้าพูดและพยายามใช้ภาษากายบอกเขาไม่ให้เข้ามาที่นี่

“ข้าฟังที่เจ้าพูดออก” เซาโลจบล้วงกระเป๋าหยิบทองคำแท่งออกมา แม่เล้าถึงกับตาโต เปลี่ยนท่าทีทันที

            “โธ่! คุณชายค่ะ ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ เชิญเลยค่ะ”

            “อยากได้ ห้องพัก และอยากได้น้ำอาบแล้ว เลือดสด ๆ จากไก่หรืออะไรก็ได้ อย่าให้ใครยุ่งกับข้า” แม่เล้าทำหน้าประหลาดใจ กับสิ่งที่เซาโลสั่ง

“เลือดเหรอค่ะ ข้าไปหาได้จากไหนกัน” เซาโลหยิบทองให้อีกแท่งหนึ่ง

            “ค่ะ ๆ ได้ค่ะ เดี๋ยวจะจัดการให้เจ้าค่ะ”

            เซาโลหันไปทางบิงโก้แล้วพูดว่า

            “ไปไหนก็ไป ข้าเรียกแล้วค่อยมา” เซาโลพูด บิงโก้ไม่รู้จะไปไหนเหมือนกัน เลยเลือกเดินไปรอบ ๆ เมืองเผื่อจะทำให้เขาจำอะไรได้บ้าง

            เมื่อเดินเข้าไป กลิ่นของสุรา และเครื่องสำอางลอยมาเตะจมูกของเซาโล และเสียงเพลงเสียงงหัวเราะของเหล่านางโลมและชายหนุ่มดังไปทั่ว เขาเห็นว่ามีหลายคนกำลังเล่นหมากรุก หมากล้อม

            “สนใจเหรอค่ะท่านที่นี่ ไม่ได้มีดีแค่เรื่องบนเตียงหรอกนะคะ ถ้าท่านอยากฟังเพลง หรือว่าเล่นหมากรุก หมากล้อมก็ได้นะ พวกนางน่ะมีฝีมืออยู่เหมือนกันนะคะ ที่นี่มีคนเล่นหมากรุกต่างชาติได้ด้วยนะคะ”

            “ไม่ต้องหรอก” เซาโลเข้ามาในห้อง และเห็นว่าพวกเขาเตรียมน้ำให้อาบแล้ว เซาโลอาบน้ำชำระร่างกาย เขายังคงใส่เสื้อผ้าแบบเดิม แต่ว่าเป็นชุดใหม่ หญิงรับใช้นำสุรา อาหารและเลือดมาให้ แต่เขาสังเกตุเห็นว่า เธอมีหน้าตาที่งดงามผิดกับสาวใช้คนอื่น ๆ แถมแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ดูมีราคาแพง ทำให้รู้ว่านางไม่ใช่เด็กรับใช้แน่ ๆ

            “ออกไป” เซาโลพูดเสียงดัง

            “คุณชายค่ะ คือท่านแม่อยากให้ข้ามารับใช้ท่าน น่ะคะ” นางพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ตอนนี้เซาโลตัวสั่น นางเข้าใจเซาโลกำลังต้องการนาง แต่นางคิดผิด

            “ออกไป !” เซาโลตวาดเสียงดังลั่น ทำให้นางโลมคนนั่นถึงผงะ สายของเซาโลตอนนี้มันดูน่ากลัวจน นางต้องรีบวิ่งออกมา เซาโลตะโกนเสียงดังลั่น

            “อย่าให้ใครมากวนข้าเด็ดขาด !”

คำเสียงของเขาทำให้คนทั้งหอสะดุ้งสุดตัว หลังพูดจบ เซาโลก็รีบยกเหล้าขึ้นดื่ม ตามด้วยเลือดสด ๆ

            “ใจเย็น ๆ ใจเย็นไว เราแค่ต้องการความสงบ”

            แต่ความสงบคงไม่ใช้ทางของเขา นางโลมคนนั้นวิ่งหน้าตื่นเข้าไปในห้องส่วนตัวอีกห้องหนึ่ง ซึ่งคนที่อยู่ในห้องนั้นคือ เถี่ยวเสี่ยวฟู่ เขามักจะมาเล่นหมากล้อมและฟังเพลงกับเหล่านางโลมเสมอ ๆ ด้วยฐานะทางการเงินที่เขามีจะมาที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องเดือดร้อนอะไร แถมเขายังเป็นขวัญใจของเหล่านางโลม

            “เป็นอะไรไปเหรอ วิ่งหน้าตื่นมาเชียว” เพื่อนนางโลมคนหนึ่งถามขึ้นมา

            “เจอลูกค้าต่างชาติหน้าตาท่าทางน่ากลัวมาน่ะสิ คนอะไรก็ไม่รู้ น่ากลัวจริง ไล่ข้ายังกะหมูยังกะหมา” เถี่ยวเสี่ยวฟู่ดูจะสนใจเลยถามต่อไปว่า

            “มีบุรุษที่ไหนกล้าไล่หญิงงามขนาดเจ้าเชียวเหรอ”

             “ค่ะคุณชาย ยังไม่พอนะคะ สั่งเลือดสด ๆ นี่ถ้าไม่ได้จ่ายหนักท่านแม่คงจะไม่ยอมให้เข้ามาหรอก พูดแล้วขนลุก ไม่รู้เป็นพวกขี้ยาหรือเปล่าก็ไม่รู้” เถี่ยวเสี่ยวฟู่ ขมวดคิ้วเขารีบถามทันที

              “ไอ้คนนั้นหน้าตาเป็นยังไง”

                “ยังไงดีล่ะคะ ก็คนต่างชาตินั่นล่ะ ตัวสูง ๆ แต่มีผมสีดำนะ ตัวขาวแต่ดูซีด อ๋อ ! ที่ผมด้านหน้าถักเป็นเปียเล็ก ๆ เอาไว้ด้วยนะ” เถี่ยวเสี่ยวฟู่ตะลึงงานนี้ไม่ผิดตัวแน่ เขาให้คนไปตามแม่เล้ามาทันที

                 “มีอะไรเหรอค่ะคุณชาย”

                  “ให้คนไปส่งข่าว กับท่านเฟิงต้ายงให้มาที่นี่เร็วเข้า แล้วที่นี่ มีพวกนักเลงคุมอยู่ใช่มั่ย ข้าอยากจะขอแรงพวกเขาหน่อย”

               “ก็พอมีนะคะคุณชายมีอะไรเหรอ”

                   “ไอ้คนต่างชาติที่เพิ่งไล่นางโลมของเจ้าออกจากห้องมันเป็น...นักโทษหนีคดี เราต้องจับตัวมันแล้วมันมีคนใช้มาด้วยหรือเปล่า” เถี่ยวเสี่ยวฟู่บอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

                    “เห็นมาด้วยกันนะคะคุณชาย แต่ว่าเขาให้มันอยู่ด้านนอก” แม่เล้าพูดนางเริ่มกลัวแล้ว เพราะหากมีเรื่องในนี้ลูกค้าของนางได้หนีหมดแน่

                   “ไม่ต้องกลัวมันมีค่าหัว ถ้าท่านช่วยเรา ค่าหัวของมันจะเป็นของท่าน !”  เมื่อได้ยินว่ามันค่าหัว มีเหรอแม่เล้าจะไม่ตาโต รีบพูดว่า

                “ได้ค่ะท่านเดี๋ยว ข้าจะให้นักเลงประจำหอช่วยท่านด้วย”

                  เถี่ยวเสี่ยวฟู่ มาพร้อมกับนักเลงประจำหอซึ่งกลายเป็นมีหลายคนทีเดียวทุกคนล้วนมีร่างกายดูแข็งแรงหลายคนเป็นคนฝึกยุทธิ์ พวกเขามาล้อมหน้าห้องที่เซาโลอยู่

                 เซาโลนั่งอยู่ในห้องเขารู้สึกถึงว่าตอนนี้มีคนกำลังจะบุกเข้ามาจับเขาแน่ ๆ เซาโลจับอาวุธเอาไว้แน่น และเสียงพิณดังขึ้นมา กระแทกร่างเซาโลกระเด็นออกไปจากหอนางโลมตกจากชั้นสองแต่ว่าเขากลับพลิกตัวกลางอากาศ และลงพื้นในท่ายืน ชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา

                 “เฮ้ย ! นี่มันคนในหมายจับนี่” เมื่อสิ้นประกาศชาวบ้านบางคนก็เดินเข้ามาหมายจะไปจับเซาโลแต่ว่าเขามีอาวุธในมือทำให้ คนไม่กล้าเข้าใกล้เท่าไหร่นัก พวกนักเลงคุมหอวิ่งมาพร้อมกับไม้พลอง

                “ไม่รู้ว่าเขาจ้างแกเท่าไหร่นะ แต่รีบไปซะไม่คุ้มหรอก” แต่เหมือนกับว่าพวกนักเลงจะไม่สนใจเท่าไหร่

                 “ไม่ต้องไปกลัวมันหรอก พวกเรามีคนเยอะกว่า และเดี๋ยวท่านมือปราบก็มาแล้ว จับมันเลย”

พวกนักเลง ชาวบ้านที่หวังเงินค่าหัววิ่งเข้ามา เซาโลตะโกนเสียงดัง

            “บิงโก!” บิงโกกระโดดออกมา จัดการพวกนักเลงทันที บิงโกออกมือออกเท้าด้วยความรวดเร็ว และจัดการพวกนักเลง ลงไปนอนกองกับพื้น เสียงพิณดังขึ้นมา ทำให้ร่างของเขากระเด็น เถี่ยวเสี่ยวฟู่เดินออกมาพร้อมกับพิณคู่ใจเลยดีดมันทันที

            “เสียงมังกรบัญชาแห่งแม่ทัพ” เกิดแรงกระแทกขึ้นมาอีก เซาโลโดนเข้าไปเต็ม ๆ เขากระเด็น รู้สึกเจ็บไปทั้งตัว เถี่ยวเสี่ยวฟู่ดีดพิณไปเรื่อย ๆ เสียงพิณทำให้เซาโลเข่าอ่อน เซาโลมองไปที่นิ้วของเถี่ยวเสี่ยวฟู่ เขาเหวี่ยงอาวุธไปทันที เถี่ยวเสี่ยวฟู่ใช้เสียงพิณสกัดอาวุธเอาไว้

            “คิดว่าจะทำอะไรเหรอ คราวนี้แล้วพวกข้าอาจประมาทไปหน่อยแต่คราวนี้ข้าจะจัดการเจ้าให้ได้”        เถี่ยวเสี่ยวฟู่ยังคงดีดพิณต่อไป แต่เซาโลรู้สึกได้แรงกระแทกมันเบาลงไปบ้างแล้ว ทำให้รู้ว่าหากใช้ท่านี้ติดต่อกันนาน ๆ พลังทำลายมันจะต้องลดลง  เขาเลยตัดสินใจลุกขึ้นมาแล้วพูดว่า

            “ดูกันสิแกกับข้าเนี่ย ใครมันจะหมดพลังก่อนกัน” เขาเหวี่ยงดาบอูรูมิในมือทำให้พวกนักเลงที่โดนเล่นงานได้แผลยาวกันไปหลายคน

            “อินรูโต๊ะ” ทุกคนที่โดนอาวุธของเขาทำให้เป็นแผล มีเลือดพุ่งออกมาจากบาดแผล เลือดเข้าปากของ เซาโล เถี่ยวเสี่ยวฟู่รีบดีดพิณ เข้าใส่แต่คราวนี้เซาโลเดินเข้าไปหาตรง ๆ เลย พลังเริ่มอ่อนลงเรื่อย ๆ การดีดพิณแต่ละครั้งของเขาต้องใช้พลังวัตรเป็นอย่างมาก เซาโลก็ฟาดอาวุธไปทันที เถี่ยวเสี่ยวฟู่รีบหลบ แต่พิณของเขาโดนทำลาย และเซาโลก็เข้ามาประชิดตัวและบีบของเขา

            “เลิกยุ่งกับข้าซะที ข้าไม่ใช่อะไรในแบบที่เจ้าคิดหรอกนะ” แต่ว่าเถียวเสี่ยวฟู่จับแขนของเขา

            “วิชาชิงพลังวัตร !”  นี่คือวิชาไม้ตายของเถี่ยวเสี่ยวฟู่วิชาชิงพลังวัตร สามารถดูดพลังวัตรของคนอื่น การใช้วิชาพิณของเขามันต้องอาศัยพลังวัตร ซึ่งหากรอให้ร่างกายฟื้นฟูเอง เขาจะเสียเปรียบจึงได้เรียนวิชานี้เพิ่มอีกอย่างหนึ่ง แต่ว่าการดูดพลังของเซาโลทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด พลังที่เข้ามา มันมากเกินไป ร่างกายของเขาปรับไม่ได้ เฟิงต้ายงมาถึงก็เอากระบี่แทงเข้าร่างของเซาโลพอดี ทำให้เซาโลปล่อยร่างของเถี่ยวเสี่ยวฟู่ลงเฟิงต้ายงรีบถอยออกมา อวี่จิ้งเซียง คังหวั่นฟาง ซุ่นมู่ซาน ตามมาสมทบพอดี ซุ่นมู่ซานรีบไปดูอาการของเถี่ยวเสี่ยวฟู่

            “เฮ้ย อะไรเนี่ยทำไมร่างของเจ้ามีพลังวัตรอัดแน่นขนาดนี้”

            “ข้าลองไปดูดพลังวัตรของมัน มันมีพลังวัตรมากเหลือเกินข้าไม่เคยเจอใครมีพลังขนาดนี้เลย” เถี่ยวเสี่ยวฟู่พูด ซุ่นมู่ซานรีบสกัดจุดเพื่อช่วยเขาจัดการพลังวัตร

            ตอนนี้ เซาโลกำลังต่อสู้กับเฟิงต้ายง อวี่จิ้งเซียงกำลังจะไปร่วมสู้ด้วย แต่บิงโก้โดดมาขว้างเอาไว้เธอเลยต้องสู้กับเขาแทน คังหวั่นฟางซัดยันต์ไปแปะร่างของบิงโก้ ทำให้อ่อนแรงลงไป และอวี่จิ้งเซียง ฟาดร่มใส่ทำให้ร่างของบิงโก้กระเด็นไป และคังหวั่นฟางก็ร่ายเวทย์ ยันต์เกิดไฟลุกขึ้นมา และซัดไปทางเซาโล เขารีบหลบ

               ทำให้เซาโลเปิดช่องว่าง โดนกระบี่แทงเข้าไป เต็ม ๆ ทำให้เซาโลต้องถอย และคังหวั่นฟางก็เอายันต์ซัดไปแปะร่างของเซาโลพลังของยันต์ทำให้เขาเจ็บปวดและอ่อนแรงลงไป ตอนนี้ทั้งร่มและกระบี่จ่อตรงหน้าของเขาแล้ว บิงโก้กำลังจะช่วยแต่โดนยันต์แปะเพิ่มทำให้ไปช่วยไม่ได้

                “ไปกับเราซะเซาโลอย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยากไปกว่านี้เลย” เฟิงต้ายงพูด คังหวั่นฟางเห็นยันต์ที่เริ่มจะไหม้แล้ว

                  “ถอยออกมาก่อน” ยังไม่ทันไร เซาโลก็เหวี่ยงอาวุธไปอีกทุกคนหลบ เขากำลังจะหนีแต่ว่า อวี่จิ้งเซียง แทงร่มมาเซาโลหลบได้อย่างหวุดหวิด เซาโลโจมตีสวนไป อวี่จิ้งเซียงโดนโจมตีอาวุธหลุดจากมือ เป็นโอกาสให้เซาโลจับเธอเป็นตัวประกัน

                   “เอาล่ะอย่าเข้ามาไม่งั้น ฉันเชือดคอแม่นี่แน่” เหล่ามือปราบชะงัก อวี่จิ้งเซียงกัดฟันด้วยความโกรธ วงแขนอันแข็งแรงของเซาโลล็อกคอของเธอเอาไว้ เธอกระแทกศอกเข้าที่ไปอกของเซาโลเต็ม ๆ แรงกระแทกทำให้เซาโลเจ็บเป็นโอกาสทำให้ คังหวั่นฟาง เอายันต์จำนวนมากสะกดเขาเอาไว้ คราวนี้ได้ผล เขาอ่อนแรงลง    จริง ๆ จนยืนไม่ได้ บิงโก้กำลังจะเข้ามาช่วย

                 “ไป หนีไปก่อน” เซาโลร้องสั่งบิงโก้รีบกระโดดหนีไป คังหวั่นฟางกำลังจะตามไป

                  “ไม่ต้องตามเราได้ตัวมันแล้ว เจ้านั่นไม่ใช่เป้าหมายของเรา” เฟิงต้ายงรีบพูดห้าม

                      “แต่มัน อาจจะไปทำร้ายคนอื่นนะคะ” คังหวั่นฟางพูดขึ้นมา

                    “ยังไงเราจัดการเจ้านี่ก่อนดีกว่า มันเป็นหัวหน้าและเป้าหมายหลักของเรา” เฟิงต้ายง เอากระจกแปดเหลี่ยมส่องเขา ทำให้พลังลดลงไปอีก พวกมือปราบท้องที่มาถึงแล้ว และจับตัวของเซาโลไปทันที ส่วนเรื่องเงินรางวัล นั่นจ่ายเป็นตั๋วเงิน[2]ให้กับแม่เล้าไป ซึ่งนางก็พอใจกับเงินรางวัลมันคุ้มค่าหน้าต่างที่พังไป

                 เซาโลโดนจับขังในห้องขังที่เต็มไปด้วยยันต์ มีกระแปดเหลี่ยมส่องเขาตลอดเวลา และมียามเฝ้าสี่คน ที่นี่คือห้องขังของศาลประจำเมือง พวกมือปราบที่เฝ้าเขาอยู่ มองเขาด้วยสายตาแปลกใจราวกับเห็นของแปลก ก็แน่ล่ะชาวต่างชาติมาโดนขังแบบนี้ ไม่ได้มีให้เห็นบ่อย ๆ หลายคนที่นี่ก็เพิ่งเคยเห็นต่างชาติด้วย สี่มือปราบมาดูเซาโล

              “ท่านอ๋องสั่งให้ย้ายเจ้าไปที่ เมืองอี๋โจว ให้ความร่วมมือกับพวกเราจะดีกว่านะ บอกมาว่าจะสกัดโอสถทิพย์ออกมาได้ยังไง” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา เซาโลมองมือปราบทั้งสี่

“ข้าบอกแล้วไง ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์โวย แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่ามันคืออะไร ไอ้พวกบ้า ปล่อยข้าไปซะ”

อวี่จิ้งเซียงเริ่มคิดว่า เขาไม่ได้โกหกหรอก แต่เชื่อว่าถามไปเซาโลก็ไม่ตอบอยู่ดี

            “เจ้าให้ความร่วมมือดีกว่า ตอนนี้ไม่ใครช่วยเจ้าได้หรอก”

เซาโลไม่ตอบ สี่มือปราบเลยต้องเดินออกจากห้องขังไป

            “ท่านอ๋องคิดอะไรอยู่ถึงให้ขนมันไปแบบนั้นเกิดมันหลุดก็อันตรายมากเลยนะ” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา

            “คงอยากจะทำให้เป็นความลับนั่นล่ะ และการสกัดยาก็ต้องทำให้ได้ก่อนนำไปถวายฮ่องเต้ ขืนเอามันเข้าเมืองหลวงหรือเข้าวังเลยได้มีปัญหาใหญ่แน่ ๆ” ซุ่นมู่ซานอธิบาย

[1] ย่านโคมแดง (Red Light District) คือพื้นที่ในเมืองที่มีธุรกิจเกี่ยวกับ เพศ เช่น การค้าประเวณี ซ่อง และสถานบันเทิงวาบหวิว โดยมีชื่อเสียงจากแสงไฟสีแดงที่ส่องสว่างตามหน้าต่าง เพื่อดึงดูดลูกค้าและอำพรางใบหน้าผู้ขายบริการ 

[2] ตั๋วเงินจีนโบราณคือ "เงินบิน" (Flying Cash) ในสมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งเป็นใบตราสารที่พ่อค้าใช้แทนเงินสดเพื่อความสะดวกในการเดินทางไกล โดย ตั๋วเงินนี้วิธีใช้ง่ายมาก กล่าวคือเพื่อความสะดวกในการซื้อสินค้า ผู้จ่ายเงินจะเขียนตั๋วสั่งจ่ายเงิน คนถือตั๋วก็ไปรับแลกเงินที่สำนักงานรับฝากเงินของเอกชน ทำหน้าที่คล้ายๆธนาคารในปัจจุบัน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    6.2

    “ก็อยากรู้ข้อมูลของเจ้า อาจช่วยเจ้าไม่ให้โดนกลั่นยาก็ได้ไงล่ะ” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา เซาโลถอนใจ ก่อนจะพูดว่า “มันสำคัญนักหรือไง ไม่ว่าข้าเป็นอะไรพวกเจ้าก็คิดจะฆ่าข้าอยู่ดีเหมือนกับที่ผ่าน ๆ มาไงล่ะ” เซาโลพูดขึ้นมา “ที่ผ่าน ๆ มา หมายถึงอะไร” อวี่จิ้งเซียงถามขึ้นมาแววตาของเธอประกายแสดงถึงความอยากรู้อยากเห็น เซาโลมองแล้วรู้สึกแปลก ๆ เขาก็เลยบอกว่า “มันเรื่องก่อนเจ้าเกิดอีกมั้ง และมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เกิดในดินแดนหรอก อย่าใส่ใจเลย อีกอย่างหนึ่งเจ้าอยากจะฆ่าอยู่แล้วนี่จะสนใจเรื่องราวของคนที่พวกเจ้าอยากฆ่าไปทำไมกัน” เซาโลพูดขึ้นมา “พูดเกินไปมั่ย เจ้าก็ไม่ได้ดูแก่กว่าข้าสักเท่าไหร่นี่” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา เซาโลหัวเราะเสียงลั่นราวกับว่ามีเรื่องสนุกสนานอยู่ตรงหน้า “คิดว่าข้าอายุน้อยหรือไงกัน เอาเป็นว่าข้าน่ะอยู่มานานกว่าที่เจ้าคิดก็แล้วกันนะ” “อย่างน้อย ๆ ก็ให้ข้ารู้เรื่องราวของคนที่จะช่วยฮ่องเต้ของเราหน่อยก็ดีนะ ว่าเขาเป็นใครหรืออะไรกันแน่” อวี่จิ้งเซียงถามอีก เซาโลนิ่งคิดก่อนจะตอบว่า

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 6.1

    ตอนที่ 6“ท่านยังคิดว่ามันเป็นคนเหรอ ! มันทำขนาดนี้มันคือปีศาจชั้นต่ำที่ได้กินโอสถทิพย์เข้าไป โอสถทิพย์ต้องอยู่ในร่างของมัน ให้ข้าสกัดมันออกมาจะดีกว่าที่ท่านจะขนมันไปแบบนั้น เกิดมันบ้าขึ้นมาอีก พวกท่านนั้นล่ะจะตกอยู่ในอันตราย” อู๋ซานพูดจบ เฟิงต้ายงในฐานะของหัวหน้ากลุ่มจึงตัดสินใจ “ได้เอาตามที่ท่านว่าเลย เดี๋ยวข้าจะแจงข่าวไปยังท่านอ๋องก็แล้วกัน แล้วท่านต้องการอะไร ข้าเชื่อนะว่าคนอย่างท่านไม่คิดจะมาทำอะไรแบบนี้ฟรี ๆ หรอก” “ท่านเฟิงช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก หลังจากสกัดยาเสร็จ ข้าขอแค่ส่วนแบ่งเล็กน้อยเท่านั้น เพราะข้าเองก็อยากได้โอสถทิพย์ไปช่วยเพื่อการบำเพ็ญของข้าเหมือนกัน ไม่ต้องกลัวหรอกด้วยร่างกายของมันเราจะได้โอสถทิพย์จำนานมากพอควรเลยละ” อู๋ซานพูดขึ้นมา “ตกลงตามนั้น”อวี่จิ้งเซียงกำลังจะแย้งแต่เฟิงต้ายงบอกว่า “มันเป็นสิ่งที่เราได้รับมอบหมายมาให้ทำตั้งแต่แรก”อวี๋จิ้งเซียงไม่อาจพูดอะไรได้อีก ในตอนเช้า คราวนี้ เซาโลโดนคุมตัวหนักยิ่งกว่าเดิน โดยมีพวกสำน

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    บทที่ 5/2

    จนยืนไม่ได้ บิงโก้กำลังจะเข้ามาช่วย “ไป หนีไปก่อน” เซาโลร้องสั่งบิงโก้รีบกระโดดหนีไป คังหวั่นฟางกำลังจะตามไป “ไม่ต้องตามเราได้ตัวมันแล้ว เจ้านั่นไม่ใช่เป้าหมายของเรา” เฟิงต้ายงรีบพูดห้าม “แต่มัน อาจจะไปทำร้ายคนอื่นนะคะ” คังหวั่นฟางพูดขึ้นมา “ยังไงเราจัดการเจ้านี่ก่อนดีกว่า มันเป็นหัวหน้าและเป้าหมายหลักของเรา” เฟิงต้ายง เอากระจกแปดเหลี่ยมส่องเขา ทำให้พลังลดลงไปอีก พวกมือปราบท้องที่มาถึงแล้ว และจับตัวของเซาโลไปทันที ส่วนเรื่องเงินรางวัล นั่นจ่ายเป็นตั๋วเงิน[1]ให้กับแม่เล้าไป ซึ่งนางก็พอใจกับเงินรางวัลมันคุ้มค่าหน้าต่างที่พังไป เซาโลโดนจับขังในห้องขังที่เต็มไปด้วยยันต์ มีกระแปดเหลี่ยมส่องเขาตลอดเวลา และมียามเฝ้าสี่คน ที่นี่คือห้องขังของศาลประจำเมือง พวกมือปราบที่เฝ้าเขาอยู่ มองเขาด้วยสายตาแปลกใจราวกับเห็นของแปลก ก็แน่ล่ะชาวต่างชาติมาโดนขังแบบนี้ ไม่ได้มีให้เห็นบ่อย ๆ หลายคนที่นี่ก็เพิ่งเคยเห็นต่างชาติด้วย สี่มือปราบมาดูเซาโล “ท่านอ๋องสั่งให้ย้ายเจ้าไปที่ เมืองอี๋โจว ให้ความร่วมมือกับพวกเราจะดีกว่านะ บ

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 5

    ตอนที่ 5“ขออภัยด้วยครับ ข้านึกอะไรไม่ออกจริง ๆ และข้าก็ไม่รู้จะไปไหนด้วย” บิงโก้พูดเซาโลถอนหายใจ“โทษเจ้าก็ไม่ถูก เจ้าไม่ได้อยากคืนชีพมาซะหน่อย”ทั้งสองเดินมาจนหนึ่งย่านหนึ่งในเขตเมือง บรรยายคึกคัก และเต็มไปด้วยโคมไฟสีแดง มันคือการแสดงให้เห็นว่าย่านนี่คือ ย่านโคมแดง[1] สถาณที่สำหรับบุรุษโดยแท้จริง เซาโลมองหาที่พัก เขาเลยตัดสินเดินเข้าไปที่ร้านหนึ่ง แม่เล้าประจำร้านเห็นว่าเขาเป็นต่างชาติ ท่าทางสกปรอกมอมแมมเลยมายืนขว้าง “มาทำอะไร รู้มั้ยว่าที่นี่มันคือไหน นี่คือหอนางโลมชั้นสูงนะไม่ใช่ที่ที่คนสกปรอกอย่างเจ้าจะเข้ามาได้นะ ” เซาโลมองหน้าของแม่เล้าที่กำลังเหยียดเขาด้วยสายตาและสีหน้าอย่างชัดเจน“อะไรหรือเจ้าฟังภาษาข้าไม่ออกหรือไง ที่นี่ไม่ต้อนรับคนต่างชาติสกปรกแบบเจ้าหรอกนะที่นี่รับแต่ขุนนางหรือพวกคนที่ร่ำรวยเท่านั้นล่ะ” แม่เล้าพูดและพยายามใช้ภาษากายบอกเขาไม่ให้เข้ามาที่นี่“ข้าฟังที่เจ้าพูดออก” เซาโลจบล้วงกระเป๋าหยิบทองคำแท่งออกมา แม่เล้าถึงกับตาโต เปลี่ยนท่าทีทันที “โธ่! คุณชายค่ะ ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ เชิญเลยค่ะ” “อยากได้ ห้องพัก และอยากได้น้ำอาบแล้ว

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 4 2/2

    “เจ้านั่นเป็นปีศาจครับ ไม่ใช้โอสถทิพย์แน่ ๆ” ซุ่นมู่ซานยืนยันหนักแน่น แต่อ๋องหลี่หวู่หมิงกลับ ชูเนื้อปลาปักเป้าขึ้นมา “รู้ใช่มั้ยว่ามันมีพิษ” “ครับ/ค่ะ” ทั้งสี่ตอบพร้อมกัน “แล้วทำไมคนยังกินมันล่ะ” พูดจบท่านอ๋องก็กินปลาเข้าไป “ก็เพราะเรารู้วิธีปรุงมันเจ้าคะ ถ้าปรุงเป็นมันก็จะเป็นอาหารชั้นเลิศ” อวี่จิ้งเซียงตอบคำถาม “แล้วมู่ซานร่างกายมนุษย์ก็ทำยาได้ใช้มั้ย” ท่านอ๋องถามต่อไป “ใช่ขอรับ แต่ก็ต้องรู้วิธี และหลายอย่างก็ผิดศีลธรรมเกินกว่ามนุษย์จะรับได้” ซุ่นมู่ซานตอบคำถาม “งั้นเป็นไปได้มั้ยล่ะ โอสถทิพย์ก็อยู่ในตัวของเจ้าคนต่างชาตินั่น แค่ต้องสกัดออกมาสินะ และเชื่อว่ามันต้องรู้วิธีแน่ ๆไปเอาตัวมันมาให้ได้” “แต่มันจะเสี่ยงแล้วอาจทำให้มีคนตายนะพะยะค่ะ” เฟิงต้ายงค้านขึ้นมา “แล้วถ้าฮ่องเต้สวรรค์คตตอนนี้ แล้วถ้า ไอ้ขันทีนั่นได้ไปล่ะจะเป็นยังไง นี่เป็นการทำเพื่อบ้านเมืองนะ ยังไงก็ไปตามหาซะ ศิษย์สำนักกงเยวี่ยนเหนือนั่นจะช่วยพวกเราต่อมั้ย” ท่านอ๋องถามเสียงเรียบเฉย “คิดว

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    บทที่ 4 1/2

    ตอนที่ 4แต่สำหรับเซาโลมาช่างหนวกหูซะจริง ๆ แต่ก็ไม่อยู่สถานการณ์ที่จะโวยวายอะไรได้ อวี่จิ้งเซียงมอง เห็นว่าเขามีผิวขาวแต่มันดูซีดเหมือนคนป่วย ตาเป็นสีแดงเหมือนกับเลือด แต่ที่สะดุดตาของนางที่สุดคงเป็นผมด้านหน้าของเขาที่ทักเปียเล็ก ๆ เอาไว้ เธอเคยเห็นทรงผมแบบนี้จากพวกต่างชาติที่เป็นพวกผู้ดีหรือชนชั้นสูง อวี่จิ้งเซียงตัดสินใจพยายามถามข้อมูลเขา “เจ้ามาจากไหนเนี่ย” เซาโลมองเธอแล้วตอบว่า “พูดไปก็ไม่มีใครรู้จักแล้วล่ะมั้ง” คำตอบของเซาโลทำให้รู้ว่าเขาไม่ต้องการพูดกับนาง “ถ้าเจ้าให้ความร่วมมือกับเรา มันจะดีต่อเจ้ามากกว่านะ ยังไงซะเจ้าก็มีคดีติดตัวแน่ ๆ เพราะเจ้าฆ่าคน ถ้าช่วยพวกเรา ท่านอ๋องอาจจะช่วยเรื่องคดีของเจ้าได้” การเจรจาเหมือนจะได้ผล เซาโรดูจะสนใจสิ่งหน้าพูด “แล้วเจ้าต้องการอะไรกันแน่” “โอสถทิพย์ เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับสิ่งนั้นบ้าง” อวี่จิ้งเซียงถามทันที “นี่พวกเรากำลังพูดถึงอะไร ข้าดูเหมือนหมอหรือไง ถึงจะได้รู้วิธีการปรุงยา” เซาโลพูดด้ว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status