공유

บทที่ 5/2

last update 게시일: 2026-02-13 11:24:41

จนยืนไม่ได้ บิงโก้กำลังจะเข้ามาช่วย

             “ไป หนีไปก่อน” เซาโลร้องสั่งบิงโก้รีบกระโดดหนีไป คังหวั่นฟางกำลังจะตามไป

               “ไม่ต้องตามเราได้ตัวมันแล้ว เจ้านั่นไม่ใช่เป้าหมายของเรา” เฟิงต้ายงรีบพูดห้าม

                 “แต่มัน อาจจะไปทำร้ายคนอื่นนะคะ” คังหวั่นฟางพูดขึ้นมา

             “ยังไงเราจัดการเจ้านี่ก่อนดีกว่า มันเป็นหัวหน้าและเป้าหมายหลักของเรา” เฟิงต้ายง เอากระจกแปดเหลี่ยมส่องเขา ทำให้พลังลดลงไปอีก พวกมือปราบท้องที่มาถึงแล้ว และจับตัวของเซาโลไปทันที ส่วนเรื่องเงินรางวัล นั่นจ่ายเป็นตั๋วเงิน[1]ให้กับแม่เล้าไป ซึ่งนางก็พอใจกับเงินรางวัลมันคุ้มค่าหน้าต่างที่พังไป

                    เซาโลโดนจับขังในห้องขังที่เต็มไปด้วยยันต์ มีกระแปดเหลี่ยมส่องเขาตลอดเวลา และมียามเฝ้าสี่คน ที่นี่คือห้องขังของศาลประจำเมือง พวกมือปราบที่เฝ้าเขาอยู่ มองเขาด้วยสายตาแปลกใจราวกับเห็นของแปลก ก็แน่ล่ะชาวต่างชาติมาโดนขังแบบนี้ ไม่ได้มีให้เห็นบ่อย ๆ หลายคนที่นี่ก็เพิ่งเคยเห็นต่างชาติด้วย สี่มือปราบมาดูเซาโล

          “ท่านอ๋องสั่งให้ย้ายเจ้าไปที่ เมืองอี๋โจว ให้ความร่วมมือกับพวกเราจะดีกว่านะ บอกมาว่าจะสกัดโอสถทิพย์ออกมาได้ยังไง” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา เซาโลมองมือปราบทั้งสี่

             “ข้าบอกแล้วไง ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์โวย แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่ามันคืออะไร ไอ้พวกบ้า ปล่อยข้าไปซะ”

อวี่จิ้งเซียงเริ่มคิดว่า เขาไม่ได้โกหกหรอก แต่เชื่อว่าถามไปเซาโลก็ไม่ตอบอยู่ดี

            “เจ้าให้ความร่วมมือดีกว่า ตอนนี้ไม่ใครช่วยเจ้าได้หรอก”

เซาโลไม่ตอบ สี่มือปราบเลยต้องเดินออกจากห้องขังไป

            “ท่านอ๋องคิดอะไรอยู่ถึงให้ขนมันไปแบบนั้นเกิดมันหลุดก็อันตรายมากเลยนะ” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา

            “คงอยากจะทำให้เป็นความลับนั่นล่ะ และการสกัดยาก็ต้องทำให้ได้ก่อนนำไปถวายฮ่องเต้ ขืนเอามันเข้าเมืองหลวงหรือเข้าวังเลยได้มีปัญหาใหญ่แน่ ๆ” ซุ่นมู่ซานอธิบาย

            “ท่านอ๋องนี่ก็ยังเชื่ออีกเหรอว่ามันเป็น โอสถทิพย์ข้าว่า นี่มันปีศาจที่ต้องโดนกำจัดชัด ๆ”  อวี่จิ้งเซียงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ

            “ท่านเชื่อแบบนั้นไปแล้วนี่จะให้ทำไงได้ล่ะ ยังไงก็เอาตัวมันไปก่อนดีกว่านะ” เถี่ยวเสี่ยวฟู่พูดขึ้นมาบ้าง

            “ว่าแต่เจ้าเถอะ เป็นไงบ้างดูดพลังไปขนาดนั้น” อวี่จิ้งเซียงถามขึ้นมา

            “ไม่เป็นอะไรมากหรอก ยังดีที่ได้มู่ซานช่วยเอาไว้ แต่บอกเลยนะ ไม่เคยดูดพลังวัตรมากขนาดนี้มาก่อนเลย ข้าว่ามันก็เข้าเค้าถ้ามันจะเป็นโอสถทิพย์จริง ๆ” เถี่ยวเสียวฟู่พูดขึ้นมา

            การเดินทางไปเมืองอี้โจว ต้องเดินทางถึงเจ็ดวัน โดยเซาโลถูกจับใส่ขื่อคา[2]อย่างแน่นหนา แปะยันต์ไว้เต็มไปหมด และให้อยู่แต่ในรถเทียมด้วยตัวล่อ[3]ที่ปิดทึบเอาไว้ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ใครเห็น มียันต์แปะเต็มไปหมด ทั้งด้านนอกและด้านใน คังหวั่นฟางจะนั่งอยู่ด้านหน้ารถคอยร่ายมนตร์เปลี่ยนยันต์ที่ดูเหมือนจะเริ่มไหม้ขึ้นเรื่อย ๆ อวี่จิ้งเซียงเป็นคนขับรถ คนอื่นจะเดินตามเพื่อคุ้มกัน เซาโลไม่ได้พูดอะไรเท่าไหร่ พวกเขาต้องเปิดดูในช่องเล็ก ๆ ที่ไว้ว่าเซาโลยังหายใจอยู่

            “ไม่น่าเชื่อนะ มันไม่ได้มีอาการว่าร้อนหรือบ่นอะไรเลยตลอดทางเนี่ย”เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา

            “นั่นสิจะว่าไป ตอนเราเจอมันครั้งแรก มันก็อยู่ในโลงศพนี่ มันคงชินแล้วมั้ง” ซุ่นมู่ซานออกความเห็นขึ้นมา

            ขณะที่กำลังเดินทาง เจ้าล่อที่เทียมรถก็มีท่าทางตระหนก นั่นทำให้พวกมือปราบรู้ว่าเกิดเรื่องแน่ มีซุงท่อนหนึ่งลอยมา ยังดีที่เหล่ามือปราบหลบทัน คนที่ขว้างมาคือ บิงโก้

            “ปล่อยคุณชายซะ” บิงโก้ประกาศเสียงดังลั่น และกระโดดลงไป เฟิงต้ายงต่อสู้กับเขา บิงโก้สู้แบบไม่กลัวตาย ไม่กลัวเจ็บเลยแม้แต่น้อย คังหวั่นฟางเลยซัดต์ยันต์ไปแปะที่กระบี่เฟิงต้ายง ทำให้เขาแทงบิงโก้เข้าไปแผลหนึ่ง ทำให้มันเข่าอ่อน เพราะพลังของยันต์ เฟิงต้ายงกำลังจะแทงซ้ำแต่ว่า

            “หยุดก่อน” เสียงเซาโลดังขึ้นมา ทำให้เฟิงต้ายงหยุดมือ

            “ปล่อยมันไปได้มั้ย ข้าไปกับเจ้าแล้วนี่ เจ้าต้องการข้าไม่ใช่มัน หากเจ้าปล่อยมันไปข้าก็จะ ไม่หนีเด็ดขาด จะอยู่อย่างสงบนี่ล่ะ”

            ทุกคนมองไปที่บิงโก้ แต่คังหวั่นฟางรีบแย้งทันที

            “เจ้านี่มันก็เป็นปีศาจนะ เป็นเจียงสือ ขืนปล่อยไว้มันก็ต้องไปทำร้ายคนแน่ ๆ ยังไงต้องกำจัดมัน”

คังหวั่นฟางพูด

            “เรื่องเจ้าถามข้ามาตลอด ถ้ามีเจ้านี่ไปด้วย เจ้าอาจจะได้คำตอบเร็วขึ้น เอามันไปด้วยสิ เพราะข้าไม่มีคำตอบให้หรอกนะ” เซาโลพูด

“เอายันต์แปะมันเอาไว้” เฟิงต้ายงพูด คังหวั่นฟางจำต้องทำตาม ทำให้บิงโก้ถูกแปะยันต์ และซุ่นมู่ซานเขาโยนเข้าไปในรถทันที

            “ข้าไม่ได้ให้เจ้าช่วยสักหน่อยนะบิงโก้” เซาโลพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจนัก

            “แต่นายท่านถูกจับแบบนี้ ข้าจะอยู่เฉย ๆ ได้ยังกันขอรับ ชีวิตของข้าตอนนี้มีแต่นายท่านเท่านั้นละขอรับ” บิงโก้พูดน้ำเสียงและแววตาของเขาเต็มไปด้วยความซื่อตรง เซาโลจุ๊ปากก่อนที่จะพูดว่า

            “ยุ่งไม่เข้าเรื่องจริง ๆ เจ้านี่ แต่ก็เอาเถอะ ข้าแค่ช่วยให้เจ้าไม่ต้องตายซ้ำอีกครั้ง แต่ยังไงเราก็ต้องตายอยู่ดีนั่นล่ะ ข้าเชื่อว่าสิ่งที่มันต้องการ คงต้องเอาชีวิตพวกเราก่อนนั่นล่ะ” เซาโลพูดขึ้นมา

            “ข้าตายไปแล้วรอบหนึ่ง ท่านให้ชีวิตข้า ข้ายินดีตายร่วมกับท่านอีกครั้งหนึ่งขอรับ”

            หลังจากเดินทางมาทั้งวัน พวกมือปราบก็เข้าพักที่ศาลเจ้าร้างแห่งหนึ่ง อวี่จิ้งเซียงสังเกตเห็นว่า ตอนนี้เซาโลมีอาการหายใจแรง หอบ เหมือนกับคนป่วย

            “เขาเป็นอะไรไป”

            “ตอนนี้นายท่านต้องการอาหาร” บิงโก้พูดขึ้นมา

            “อะไรตลอดทางเราก็ให้อาหารพวกแกมาตลอดแล้วนี่ แต่แกไม่กินเองนี่” เถียวเสี่ยวฟู่พูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจนัก

            “นี่พวกเจ้าไม่รู้หรือไงเนี่ย นายท่านกินอะไร ก็สู้มาตั้งหลายทีแล้วนี่” บิงโก้โวยวายขึ้นมา

อวี่จิ้งเซียงตกใจแล้วพูดว่า

            “อย่าบอกนะว่า นายท่านของแกกินเลือด  !”

            “ก็ใช่น่ะสิ พวกเจ้าก็เคยเห็นนี่ ทำไมโง่แบบนี้ พวกเจ้าเล่นงานนายท่านขนาดนี้ แถมเอาเขามาไว้ในศาลเจ้าอีก ข้าเกรงว่าหากไม่มีเลือดสด ๆ ให้นายท่านกินเดี๋ยวนี้ ท่านจะตายก่อนที่พวกเจ้าจะพาไปถึงที่นั่นแน่”

            “ตกลงนายท่านอะไรแกเนี่ยเป็นตัวอะไรกันแน่เนี่ย” อวีจิ้งเซียงถามอย่างหมดความอดทนแล้ว เธอต้องมาพาตัวอะไรก็ไม่รู้ไปเมืองหลวงแบบนี้

            “นายท่านคือ นายท่านไงล่ะ ไม่ต้องสงสัยอย่างอื่นหรอก” บิงโก้รีบพูด

            “จะไม่ให้สงสัยได้ไงกัน นี่ตกลงเขาเป็นตัวอะไรกันแน่ เจอยันต์ก็เจ็บปวด เจอศาลเจ้าก็เจ็บปวด นี่มันอะไรเป็นปีศาจเหรอ ปีศาจแบบไหนกันแน่” อวี่จิ้งเซียงพูด แต่ยังไม่ทันไรมีหนูตัวหนึ่งโผล่มา เซาโลกระโดดไปกัดหนูตัวนั้นทันที เลือดหนูไหลทะลักเข้าปาก สีหน้าเขาดูดีขึ้น แต่ว่า พวกสี่มือปราบและคังหวั่นฟาง ทำหน้าเหมือนจะอ้วก

            “ข้าน่าจะสงสัยมากกว่านะ ทำไมพวกเจ้าอยากได้ตัวข้านัก ก็เห็นอยู่นี่ว่าข้าไม่ใช่คนสักหน่อย” เขาถาม ด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจนัก ยังไม่ทันไรเสียงกระดิ่งก็ดังขึ้นมา เฟิงต้ายงไปดู เห็นศิษย์สำนักกงเยวี่ยนเหนือ ที่นำโดยอู๋ซาน มาอยู่ตรงหน้าแล้วพร้อมกับเยี่ยตงลิ่ว อวี่จิ้งเซียงเห็นหน้าของเยี่ยตงลิ่วก็ชี้หน้าเขาทันที

            “เจอแล้ว เจ้าคนขี้ขลาด คราวที่แล้วเจ้าทิ้งพวกเราไป ไอ้นักพรตต้มตุ๋น”

            “นี่เจ้า...” เยี่ยตงลิ่วจะพูดสวนไป แต่อู๋ซานกลับยกมือขึ้นเป็นการห้าม

            “นางพูดถูก ไอ้ศิษย์ชั่ว ! ข้าคือ อู๋ซาน เจ้าสำนักกงเยวี่ยนเหนือคนปัจจุบันพวกเรา ตามหาท่านเพื่อที่จะมาขมาและขอโอกาสแก้ตัว” อู๋ซานพูดท่าทางของดูแล้วสง่างาม น่าเชื่อถือ สมกับนักพรต เฟิ่งต้ายงจึงเริ่มเจรจา

            “ศิษย์ท่านคราวที่แล้วทำงานพลาดไป แต่ตอนนี้เราได้ตัวเป้าหมายของเราแล้ว น้ำใจของท่านเราขอรับด้วยใจ”

            “ข้ารู้ว่าท่านได้ตัวเขามาแล้ว แต่ท่านรู้วิธีสกัดโอสถทิพย์ออกมาจากตัวมันหรือไม่ล่ะ” อู๋ซานพูดขึ้นมา คราวนี้ซุ่นมู่ซานรีบถามว่า

            “ท่านรู้เหรอ”

            “รู้สิ สมัยก่อนสำนักกงเยวี่ยนน่ะ เคยมีบันทึกเอาไว้ แต่พอแยกออกมาเป็นสองฝ่ายแล้ว วิชานี้จึงแทบจะสาบสูญไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ข้าได้เข้าณานมาแล้ว ทำให้รู้วิชานี้” อู๋ซานพูด ทุกคนหันไปถามคังหวั่นฟางนางตอบว่า

            “เรื่องนี้ข้าไม่รู้จริง ๆ อาจารย์ไม่เคยเล่าเรื่องแบบนี้ให้ฟังเลย แต่ก็มีความเป็นไปได้เหมือนกัน”

            “วิธีการต้องทำไง” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา

            “ก็วิธีการเหรอ พวกท่านรู้จักตำนานซือหงอคง[4]โดนใส่หม้อหลอมยามั้ยนะ ในอดีตซือหงอคงโดยจับใส่หม้อหลอมยาของไท้เสียงเล่ากุง[5] เราจะใช้วิธีนั่นล่ะ หม้อหลอมยาที่ใหญ่พอก็มีอยู่ที่สาขาแห่งหนึ่งของสำนักกงเยวี่ยนเหนือเรานี่เอง เดินทางไม่กี่วันก็ถึงแล้ว” อู๋ซานพูดขึ้นมา อวี่จิ้งเซี่ยงโวยวายขึ้นมาทันที

            “ท่านจะบ้าเหรอ ไม่ว่าเจ้านี่เป็นตัวอะไรก็ตาม แต่ก็ทำแบบนี้มันคือการต้มคนทั้งเป็นนะ”

[1] ตั๋วเงินจีนโบราณคือ "เงินบิน" (Flying Cash) ในสมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งเป็นใบตราสารที่พ่อค้าใช้แทนเงินสดเพื่อความสะดวกในการเดินทางไกล โดย ตั๋วเงินนี้วิธีใช้ง่ายมาก กล่าวคือเพื่อความสะดวกในการซื้อสินค้า ผู้จ่ายเงินจะเขียนตั๋วสั่งจ่ายเงิน คนถือตั๋วก็ไปรับแลกเงินที่สำนักงานรับฝากเงินของเอกชน ทำหน้าที่คล้ายๆธนาคารในปัจจุบัน

[2] ขื่อคา คือเครื่องจองจำนักโทษในสมัยโบราณ ทำจากไม้ มีลักษณะเป็นแผ่นไม้สองแผ่นประกบกัน เจาะรูสำหรับสอดคอ (ขื่อ) หรือข้อมือข้อเท้า (คา) เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหว เปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่ใช้คุมขังคนทำความผิดต่อบ้านเมืองในสมัยก่อน

[3] ล่อ เป็นสัตว์ลูกผสม ที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง พ่อลา กับ แม่ม้า  ล่อถูกพัฒนามาเพื่อรวมเอาคุณสมบัติที่ดีที่สุดของทั้งลาและม้าเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เป็นสัตว์ที่ได้รับความนิยมในการใช้งานมาอย่างยาวนาน ล่อมีพละกำลังที่ยอดเยี่ยม สามารถบรรทุกน้ำหนักได้มากและลากของหนักได้ดีกว่าทั้งม้าและลาในขนาดที่ใกล้เคียงกันล่อจะมีรูปร่างคล้ายม้าในส่วนของลำตัวและคอ แต่จะมีส่วนหัว หูที่ยาวเรียว ขาที่เรียวเล็ก และกีบเท้าที่เล็กและแข็งแรงคล้ายลาขนของล่อมีได้หลายสี ส่วนแผงคอจะสั้นและตั้งตรงเหมือนลา ในขณะที่หางจะมีลักษณะเป็นพวงยาวคล้ายม้า

ข้อจำกัดที่สำคัญของล่อคือ โดยทั่วไปแล้วล่อจะเป็นหมัน ไม่สามารถสืบพันธุ์ได้เอง เนื่องจากม้ามีโครโมโซม 64 แท่ง และลามี 62 แท่ง เมื่อผสมกัน ล่อจึงมีโครโมโซม 63 แท่ง ซึ่งจำนวนโครโมโซมที่ไม่เป็นคู่กันนี้ทำให้กระบวนการแบ่งเซลล์เพื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์ (เช่น อสุจิหรือไข่) ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แม้จะมีรายงานการเกิดลูกล่อที่หายากมาก แต่ก็เป็นข้อยกเว้นที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นเลยในทางปฏิบัติ ด้วยเหตุนี้ การจะให้กำเนิดล่อแต่ละตัวจึงต้องเกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างพ่อลาและแม่ม้าเท่านั้น

[4] ซุนหงอคง หรือเห้งเจีย คือพญาวานรผู้มีอิทธิฤทธิ์จากวรรณกรรมจีนเรื่อง "ไซอิ๋ว" เกิดจากก้อนหินที่อาบแสงจันทร์ มีความสามารถแปลงกายได้ 72 ร่าง, เหาะเหินเดินอากาศด้วยเมฆวิเศษ และมีกระบองคู่ใจที่ยืดหดได้ เป็นตัวแทนของความฉลาด ไหวพริบดื้อรั้น แต่มีความจงรักภักดีต่อพระถังซัมจั๋งในการเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎก 

[5] ไท้เสียงเหล่ากุง (ไท่ซังเหล่าจวิน) หรือ เล่าจื้อ คือปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งลัทธิเต๋า เป็นเทพเจ้าแห่งปัญญา ความสมดุล และสุขภาพ ตามหลัก "ธรรมชาติไม่แย่งชิง" มักบูชาเพื่อขอพรด้านการมีสุขภาพแข็งแรง ปัญญาแจ่มใส และแนวทางชีวิตที่สงบสุข โดยเชื่อว่าท่านเป็นอาจารย์ของเหล่าโป๊ยเซียน (8 เซียน) 

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    15/2

    เขารีบจับอาวุธและฟาดไปอีกครั้ง โดนที่เข้าที่แสกหน้าของหลี่หวู่หมิงเต็ม ๆ และยังโดนกระหน่ำฟาดไม่หยุด ความเจ็บปวดแผ่เข้ามาเต็มร่างของหลี่หวู่หมิง จนเลือดอาบไปทั้งตัว เนื้อหลุดจนเห็นกระดูกหลายจุด เซาโลหยุดการโจมตีแล้ว“ทำไมทำไม ข้าแพ้แบบนี้ ทำไมกัน ข้าได้พลังมาแล้ว ทำไมกัน แผ่นดินต้องเป็นของข้าสิ”เซาโลมองที่หลี่หวู่หมิงแล้วพูดว่า “พลังที่เจ้าเลือก มันเป็นของปีศาจเป็นคำสาป ยังไงก็ไม่เกิดเรื่องดี ๆ กับเจ้าหรอกนะ เอาจริง ๆ เจ้าน่ะแค่อยากได้อำนาจไม่ได้อยากช่วยเหลือใครจริง ๆ หรอก” “แต่เจ้าก็มีพลังแบบนี้เหมือนกัน” หลี่หวู่หมิงเถียง “นั่นคือคำสาปข้ายังไม่รู้เลยว่าข้าจะจบแบบไหน”หลี่หวู่หมิงได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้ว่า ที่ผ่าน ๆ มา เขาอ้างบ้านเมืองมาตลอดความจริงเขาอยากได้อำนาจเอาไว้ใช้ซะเอง จึงได้เงียบไปเป็นการรอรับความตาย เซาโลฟาดดาบแส้ซ้ำลงไปหัวของหลี่หวู่หมิงขาดกระเด็นไปแล้ว ทหารหลวงมาล้อมเซาโลเอาไว้ แต่อวี่จิ้งเซียงตามมาด้วย เลยรีบห้าม “เขามากับข้า”ทหารหลวงลดอาวุธลง อวี่จิ้งเซียงมองร่างของหลี่หวู่หมิงที่กลายเป็นผงไปแล้ว เธอก็นึกเสีย

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    15/1

    ตอนที่ 15ซุ่นมู่ซานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่เอาแล้วล่ะ พอกันที ข้าเป็นมือปราบ เป็นหมอ สู้กับคน รักษาคน ข้าไม่ได้จะมาต่อสู้กับปีศาจแบบนี้” “นี่ท่านหมายความว่าอะไร ท่านจะไม่ต่อสู้แล้วเหรอ” “ข้าขอโทษ ตอนนี้ข้าไม่กล้าแม้แต่จะกำหมัด ตอนที่พี่เฟิ้งตาย ข้าเพิ่งเคยเห็นเขามีสีหน้าหวาดกลัวขนาดนั้น แล้วหลังจากนั้นพี่เฟิ้งก็กลายเป็นปีศาจไร้ความรู้สึกให้ข้าไปต่อสู้อีกเหรอ ข้าไม่ไหวจริง ๆ เรื่องการต่อสู้แบบนี้ข้าทำไม่ได้แล้ว แต่ข้าจะคอยรักษาคนเจ็บคนป่วยต่อไปก็แล้วกัน มันก็ถือว่าเป็นช่วยชาติ ช่วยประชาชนได้เหมือนกันล่ะ ข้าไม่คิดจะเอาชีวิตไปแลกหรอกนะ เพราะข้าจะช่วยคนอื่นได้มากกว่าถ้าข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป” ซุ่นมู่ซานตอบ อวี่จิ้งเซียงมองซุ่นมู่ซานแม้ว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่นางต้องการ แต่นางก็เข้าใจเขา ยังไงคนเราก็รักตัวกลัวตายทั้งนั้น “งั้นข้าขอให้ท่านโชคดีแล้วกันนะ ขอให้รักษาคนให้ได้มาก ๆ ก็แล้วกัน” อวี่จิ้งเซียงพูด “เจ้าเองก็ด้วย ข้าขอให้โชคดีและปลอดภัยนะ และข้าช่วยได้แค่นี้” หลังอวยพรเสร็จเขาก็ส่งขวดยาให้“นี่ยาถอนพิษ อาจช่วยเจ้าได้ข้าขอล

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    14/2

    “อินรูโต๊ะ !”เลือดพุ่งออกมาจากแผลที่ข้อมือของเฮ่ยหลู่ต้งปิง เข้ามาในปากของเซาโล แขนของเฮ่ยหลู่ ต้งปิงถึงกับชาจนขยับไม่ได้ กระบี่เหรียญที่แทงร่างของเซาโลกระเด็นหลุดจากร่าง เฮ่ยหลี่ต้งปิงเสียเลือดไปมากจนยืนไม่อยู่ เซาโลเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เฮ่ยหลู่ต้งปิงอ่อนแรงจนทำอะไรไม่ได้แล้ว เซาโลฟาดอาวุธเข้าไปที่คอของเฮ่ยหลี่ต้นปิง หัวเขาขาดกระเด็น อวี่จิ้งเซียงเธอต้องคอยหลบ กู่และใช้ร่มจัดการ แต่อยู่ ๆ เธอก็หน้ามืดเข่าอ่อน และคนที่อยู่ใกล้ ๆ อีกหลายคนก็มีอาการแบบเดียวกัน “รู้ตัวช้านะ เจ้าสูดลมพิษของข้าไปแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกไม่ถึงตายหรอก แต่เจ้าไม่รอดจากกู่ของข้า แน่ ๆ ” เมื่อเฮ่ยเหอเซียงกู่พูดจบ กู่ทั้งฝูงก็กำลังจะเล่นงานอวี่จิ้งเซียง แต่ว่า เหล่ากู่โดนอาวุธของเซาโลทำลายไปทั้งหมดแล้ว “แก ! ทำไมพิษมันไม่ได้ผล” เฮ่ยเหอเซียงกู่ตกใจมาก “คิดว่าข้าเป็นมนุษย์หรือไงจะได้แพ้พิษนี่” มีกู่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเซาโล เขาใช้ปากกัดมันเคี้ยวก่อนจะคายออกมา “รสชาติไม่ได้เรื่องเลย นึกว่าจะเผ็ดกว่านี้ซะอีก” เฮ่ยเหอเซียงกู่เริ่

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    14/1

    ตอนที่ 14 “อะไรกัน ใจร้อนจังนะพ่อหนุ่ม แค่กอดเองจะอะไรนักหนาเหรอ ไม่รู้เหรอว่าพวกเรากับท่านอ๋องเป็นอะไรกัน” อลิซพูดจบก็กลับไปอยู่ข้าง ๆ ท่านอ๋องเหมือนเดิม “หมายความว่าอะไรกันขอรับท่านอ๋อง” เฟิ่งต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ อลันกับอลิซเลยผลัดกันจูบท่านอ๋องต่อหน้าทั้งสามคน ทั้งสามทำไม่หน้าถูก ตะลึงกับภาพที่เห็น “ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ ท่านอ๋องเป็นของพวกเราไงล่ะ” อลันพูดและส่งสายตาไปให้ทั้งสาม อลิซก็เหมือนกันทำให้ทั้งสามคนขนลุกแปลก ๆ “อย่าได้แปลกใจไป สองคนนี่ได้มอบพลังให้กับข้า” ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงพูดน้ำเสียงของเขาดูล่องลอย “ท่านใช้โอสถทิพย์ไปแล้วเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานพูดด้วยความตื่นเต้น ทั้งอลันและอลิซส่งเสียงหัวเราะดังลั่น “แหม ๆ ไม่น่าจะเรียกว่าใช้หรอกนะ เราแค่มีความสุขด้วยกันจะดีกว่านะ” อลิซพูดพลางไปนั่งตักของท่านอ๋อง “แปลว่าท่านจะเอาพลังไปรักษาฮ่องเต้สินะขอรับ” เฟิงต้ายงพูดด้วยสายตาแห่งความหวัง ท่านอ๋อง หลี่หวู่หมิงนิ่งไปก่อนจะพูดว่า “คิดว่าข้าจะเอาพลังนี่ไปช่วยฮ่องเต้ขี้โรคนั่นจริง ๆ เหรอ”เม

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    13/2

    “เด เม อัด เม” ดาบแส้อาวุธคู่กายกลับมาอยู่ในมือของเซาโล เขามองไปที่ทั้งสี่ แล้วเรียกหาบิงโก้ แต่กลับไม่เสียงตอบรับ เซาโลเลยวิ่งไปที่อีกห้องด้วยความเร็วทำให้ทั้งสี่ลงมือไม่ทัน “ตามมันไปเร็วเข้า” เฟิ่งต้ายงพูด ทุกคนตามไปทันทีเซาโลเข้ามาให้ห้องหนึ่ง มีพวกสาวกอยู่นั้นกลุ่มหนึ่ง เขาเห็นร่างของบิงโก้โดนตัดแขนขา ตัวถูกเกี่ยวเอาไว้ เซาโลโกรธจัดฟาดฟันอาวุธใส่พวกสาวกนั่นทันที พวกเขาได้แผลยาวกันทุกคน“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งเข้ามาในปากของเขา และเขาก็ปล่อยบิงโก้ลงมา ตอนนี้บิงโก้มองเขา แล้วพูดว่า“นายท่านปลอดภัยแล้วสินะขอรับ”“ยังจะมาห่วงข้าทำไม ไม่ดูตัวเองก่อนล่ะ” เซาโลพูดแม้น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย แต่หากมองตาเขา ดี ๆ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเศร้า เขาก้มและพยายามต่อแขนขาคืนกับให้กับบิงโก้ เถียวเสี่ยวฟู่กำลังดีดพิณเพื่อใช้เสียงพิณเล่นงานแต่ อวี่จิ้งเซียงห้ามเอาไว้ก่อน“ตอนนี้เขาไม่เป็นอันตรายหรอก เชื่อสิ ให้เขาได้บอกลากันเถอะ”ไม่ว่าเซาโลจะทำยังไงก็ต่อแขนขาคืนให้บิงโก้ไม่ได้ “พวกมันใช้อาคมตัดร่างกายข้า มันต่อคืนไม่ได้หรอกขอรับ อย่าพยายามเลย” บิงโก้พูดทำให้เซาโลนิ่งไปพักใหญ่ ตั้งแต

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    13/1

    ตอนที่ 13 “โอะ ๆ ก็เอาสิขอรับ ก็เป็นการประกาศให้โลกรู้ไปเลยท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ โดยคนต่างชาติพรากพรหมจรรย์ทางทวารไปแล้ว พวกข้าน่ะไม่มีอะไรให้เสียหรอกนะขอรับ แต่ท่านล่ะเป็นยังไงน่า” อลันพูดขึ้นมา ท่านอ๋องถึงกับพูดไม่ออก เหมือนใครเอาน้ำเย็นมาสาดจนชาไปทั้งตัว ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนก็อายถึงนั้น ชื่อเสียงของท่านอ๋องจะไม่เหลือชิ้นดี เผลอ ๆ อาจทำให้ท่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งไป ไม่อาจโดนประหารไปเลย เลยก็ได้ เพราะสำหรับเชื่อพระวงศ์แล้วนี่มันเรื่องเสื่อมเสียที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางเลือก อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ อยู่ตรงหน้า “พวกเจ้าหลอกข้า อำนาจอะไรนั่นไม่มีจริงสินะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายเสียงดังลั่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ “อย่าพูดแบบนั้นพวกเรารักษาคำพูดเสมอนะขอรับ ท่านอ๋องเอาล่ะ ตามสัญญา ลุกขึ้นสิขอรับ” อลันพูดขึ้นมาเมื่อไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว หลี่หวู่หมิงลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย อลันไปยืนด้านหลังและกอดท่านอ๋องจากด้านหลังส่วนอลิซกอดท่านอ๋องจากหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านอ๋องอยู่อ้อมกอดของทั้งสองคน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้า

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    10.2

    “เอาทหารข้าไป ! ต่อให้ต้องใช้ทหารถล่มเขตต่างชาติข้าก็จะทำ แค่ให้ได้มันมา ! คราวนี้อย่าให้พลาดอีก ถ้าพลาดอีกคราวนี้ข้า บอกเลยนะ ข้าจะสั่งขังพวกเจ้า !” เสียงประกาศของท่านอ๋องทำให้เหล่ามือปราบถึงกับขนลุก เพราะท่าน อ๋องไม่ได้พูดเล่นท่านเอาจริง เซาโลกับบิงโก้เดินทางมาถึงเขตต่างช

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    10.1

    ตอนที่ 10 “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกข้าต้านพิษได้เพราะฝึกกับพิษมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว” แต่อีกฝ่ายก็มีแค่มือเปล่า นักดาบเลยได้ใจเข้าต่อสู้ทันที แต่กลายเป็นซุ่นมู่ซานก้าวเท้าหลบด้วยความเร็วที่เหนือชั้น ทำให้อีกฝ่ายฟันไม่ถูกสักที เขาซัดขวดยาไปทางนักดาบแต่มันหลบได้ “ซัดไปทางไหนกัน” นักดาบเยา

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    9.2

    อวี่จิ้งเซียงถอนใจก่อนที่จะเล่าให้ฟังต่อ“สุดท้ายข้าเลยปลอมตัวไปสอบจอหงวน แต่กรรมการคุมสอบวันนั้นดันเป็นท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงซึ่งเขาจับได้ว่าข้าเป็นสตรีปลอมตัวมา แต่เมื่อท่านอ๋องได้ทดสอบความรู้ของข้า ท่านอ๋องเห็นว่าเองก็มีความสามารถก็เลย ได้มาเป็นมือปราบนี่ล่ะ”“ขอบคุณที่เล่าเรื่องดี ๆ แบบนี้ให้ฟังน

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 9

    ตอนที่ 9 “นายท่าน” บิงโก้ตะลึงทำให้เขาไม่ระวังตัว เลยโดนแปะยันต์ไปทำให้หมดพลัง เข่าอ่อนแทบจะยืนไม่ได้อวี่จิ้งเซี่ยงเดินตรงมาหาเขา และกำลังจะเอาร่มแทง แต่เซาโลพุ่งมาจับข้อมือของอวี่จิ้งเซี่ยงเอาไว้ แม้ตอนนี้เขาจะบาดเจ็บและพละกำลังน้อยลง แต่เขาก็ยังแข็งแรงพอที่จะบีบมือให้เธอเจ็บ ร่มหลุดจากมือ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status