Share

ตอนที่ 4 2/2

last update Dernière mise à jour: 2026-02-03 09:46:04

            “เจ้านั่นเป็นปีศาจครับ ไม่ใช้โอสถทิพย์แน่ ๆ” ซุ่นมู่ซานยืนยันหนักแน่น แต่อ๋องหลี่หวู่หมิงกลับ ชูเนื้อปลาปักเป้าขึ้นมา

            “รู้ใช่มั้ยว่ามันมีพิษ”

            “ครับ/ค่ะ” ทั้งสี่ตอบพร้อมกัน

            “แล้วทำไมคนยังกินมันล่ะ” พูดจบท่านอ๋องก็กินปลาเข้าไป

            “ก็เพราะเรารู้วิธีปรุงมันเจ้าคะ ถ้าปรุงเป็นมันก็จะเป็นอาหารชั้นเลิศ” อวี่จิ้งเซียงตอบคำถาม

            “แล้วมู่ซานร่างกายมนุษย์ก็ทำยาได้ใช้มั้ย” ท่านอ๋องถามต่อไป

            “ใช่ขอรับ แต่ก็ต้องรู้วิธี และหลายอย่างก็ผิดศีลธรรมเกินกว่ามนุษย์จะรับได้” ซุ่นมู่ซานตอบคำถาม

            “งั้นเป็นไปได้มั้ยล่ะ โอสถทิพย์ก็อยู่ในตัวของเจ้าคนต่างชาตินั่น แค่ต้องสกัดออกมาสินะ และเชื่อว่ามันต้องรู้วิธีแน่ ๆไปเอาตัวมันมาให้ได้”

            “แต่มันจะเสี่ยงแล้วอาจทำให้มีคนตายนะพะยะค่ะ” เฟิงต้ายงค้านขึ้นมา

            “แล้วถ้าฮ่องเต้สวรรค์คตตอนนี้ แล้วถ้า ไอ้ขันทีนั่นได้ไปล่ะจะเป็นยังไง นี่เป็นการทำเพื่อบ้านเมืองนะ ยังไงก็ไปตามหาซะ ศิษย์สำนักกงเยวี่ยนเหนือนั่นจะช่วยพวกเราต่อมั้ย” ท่านอ๋องถามเสียงเรียบเฉย  

            “คิดว่าน่าจะช่วยต่อนะครับ เราจะเจรจาอีกที ที่จริง พวกเขาก็เสียนายเหมือนกันล่ะ ที่งานนี้ไม่สำเร็จ ส่วนทางใต้นี่บอกตรง ๆ ว่าไม่ควรไว้ใจแล้วครับ เล่นหนีไปก่อนเลย” เถี่ยวเสี่ยวฟู่พูด

            “แต่เราอาจจะจับเป็นมันไม่ได้แล้วนะครับ” เฟิงต้ายงรีบพูดขึ้นมา

            “แค่ให้มันยังหายใจก็พอแล้วล่ะ ไม่ก็ให้เอาซากมันให้ได้ เราจะหาทางสกัดยาจากตัวมันเอง เราพอทำได้มั้ย มู่ซาน”

            “ไม่แน่ใจขอรับ แต่เชื่อว่าพวกหมอหลวงอาจจะรู้ก็ได้” ซุ่นมู่ซานพูดขึ้นมา

            “ข้าอยากจะเอาผิดพวกเสียงสวรรค์จริง ๆ เลยคะท่านอ๋อง มันพาคนมาตายแบบนี้” อวี่จิ้งเซียงพูดด้วยเสียงเศร้า ๆ

            “ยากนะ เพราะพวกมันจะอาจว่าเจ้าลัทธิไม่ได้รู้อะไรด้วยน่ะสิ พวกเจ้าก็เร่งมือหน่อยก็ดีนะ เพราะว่าตอนนี้เรื่องโอสถทิพย์เนี่ย มันอาจจะกระจายไปทั่วแล้วก็ได้ รีบจับตัวมันมาให้เร็วที่สุดก็แล้วกันนะ ” อ๋องหลี่หวู่หมิงพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

            “ข้าขอแนะนำนะท่าน อ๋องเจ้านี้มันฆ่าคนได้โดยไม่ลังเลแบบนี้เราปิดประกาศจับมันไว้ดีกว่านะคะ บอกว่ามันนักโทษแหกก็ได้ ตั้งเงินรางวัลนำจับเอาไว้ด้วย มันจะไม่มีที่ให้ซ้อนตัวได้ พวกเราจำหน้ามันได้” อวี่จิ้งเซียงเสนอ อ๋องหลี่หวู่หมิงนิ่งคิดแล้วพูดว่า

            “จัดการตามนั้นเลย”

            “ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทั้งสี่รับคำพร้อมกัน

หลังจากออกมาจากตำหนัก ก็มาเจอคังหวั่นฟางที่ที่พักของนาง เธอกำลังร่ายมนตร์และเสกยันต์ เพื่อให้เอาไว้ต่อสู้กับปีศาจนั่น

            “แน่ใจนะ แม่นางคัง ว่าจะช่วยพวกเราต่อ” อวี่จิ้งเซียงถามอีกครั้งหนึ่ง คังหวั่นฟางพยักหน้า

            “ค่ะ นี่เป็นคำสั่งของอาจารย์ และข้าส่งข่าวไปแล้วล่ะ บรรดาศิษย์ของสำนักแต่ ข้าไม่คิดว่าเราจะจับเป็นได้นะ”

            “ข้าเข้าใจ ยังก็ขอบคุณนะ พวกเราจะพยายามทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน” เฟิงต้ายงพูด และกังวลกับการไล่ล่าครั้งนี้

            อีกด้านหนึ่ง สำนักกงเยวี่ยนใต้ เยี่ยตงลิ้วกำลังคุกเข่าต่อหน้า ชายร่างผอมสูง ไว้หนวดเครายาวคน เขาคือ อู๋ซาน ที่ออกจากการเข้าฌาน แล้วพอได้ทราบเรื่องที่เยี่ยตงลิ้วทำพลาด พาลูกศิษย์ไปตายก็โกรธจัด การผิดพลาดครั้งนี้ทำให้เหล่าศิษย์ในสำนักหลายคนถึงกับลาออกจากสำนักกันเลยทีเดียว  

            “นี่จะบอกว่าพวกเจ้าไปจับปีศาจแล้ว ทำพลาดพาคนไปตายด้วยเหรอ แล้วเจ้ายังจะหน้าด้านหนีมาอีกเหรอ”

            “คือว่า ท่านเจ้าสำนัก...ข้าไม่คิดว่ามันจะร้ายกาจขนาดน่ะขอรับ”

            “อย่ามาแก้ตัว เจ้าน่ะมันทำสำนักเสื่อมเสียมาตั้งเท่าไหร่แล้ว นี่ถ้าข้าไม่เห็นว่า เจ้าอยู่กับข้ามานานข้าขับเจ้าออกจากสำนักไปแล้ว เจ้านี่มันแถมยังจะมาเสียหน้าต่อหน้าทำสำนักทางเหนืออีก !” อู๋ซานพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ

            “ปีศาจแบบไหนกัน เจ้าถึงได้พาคนไปตายขนาดนี้”

            “ไม่ทราบเหมือนกันครับ ไอปีศาจของมันแปลกประหลาดข้าไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วก็เหมือนมันจะมาจากต่างชาติครับ” เยี่ยตงลิ้วรีบพูด

            “ไม่เคยเห็นมาก่อน นี่เจ้ารับงานยังไง ไม่เก็บข้อมูลก่อนห่ะ ! แล้วมาเจอปีศาจต่างชาติอีก” อู๋ซานพูดด้วยน้ำเสียงที่โกรธกว่าเดิม

            “คือมันเป็นงานมาทางการครับ ข้าเลยคิดว่าน่าจะสร้างซื่อให้พวกเราได้” เมื่อได้ยินคำนี้ อู๋ซานถึงสะดุ้งแล้วรีบถามว่า

            “แน่ใจเหรอว่าเป็นงานจากทางการ”

            “แน่สิครับ ก็เป็นพวก สี่มือปราบเฟิงเถียวอวี่ซุ่นน่ะครับ” อู๋ซานนิ่งคิด คนของทางการ มาจ้างพวกเขางานนี้ไม่ธรรมดาแล้ว  

            “แล้วเขาสั่งจับเป็นเจ้าปีศาจนั่นด้วยเหรอ”

            “ใช่ครับ ท่านอาจารย์ ใช่ไอ้ปีศาจนั่น มันรักษาร่างกายตัวเองได้ด้วยนะครับ และก็มันมีเจียงซือตัวหนึ่งตามมันด้วย” เยี่ยตงลิ่วรีบบอกทันที

            “เจียงสือทำไมกัน”

            “เจียงสือตัวนั้นพูดได้ครับ” อู๋ซานได้ยินก็ถึงกับอุทานออกมา

            “สมัยก่อน อาจารย์ข้าเคยเล่าเรื่องตำนานโอสถทิพย์ให้ฟังว่า สามารถทำให้คนตายคืนชีพได้ โอสถทิพย์ ! เกิดมาแล้วเหรอเนี่ย สั่งระดมศิษย์เราจะไปล่ามัน หากได้โอสถทิพย์มาครอบครองพวกเรานี่ล่ะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”

            “อาจารย์ท่านแน่ใจเหรอขอรับ ข้าว่า....”

            “หุปปาก ! สั่งอะไรก็รีบไปทำเถอะ เราต้องกู้ชื่อสำนักที่แกทำบ่นบี้”

            “ขอรับท่านอาจารย์”

            ที่ลัทธิเสียงสวรรค์ เจ้าลัทธิคือ ชายหนุ่มคนหนึ่ง หน้าตางดงามราวกับเทพบุตร เขามีใบหน้าที่อ่อนเยาราวกับชายแรกรุ่นแต่ความจริงอายุของเขามากแล้ว แต่ก็ยังดูอ่อนวัยอยู่ กำลังนำทุกคนสวดมนตร์อยู่ มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา เธอมีหน้าตางดงามราวนางฟ้านางสวรรค์ เธอคือ เฮยเหอเซียนกู[1]หนึ่งในอวตารของแปดเซียน

            “ท่านเจ้าลัทธิ” นางพูดขึ้นมา เจ้าลัทธิเสียงสวรรค์หันมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

            “มีอะไรเหรอ เซียนกู่” เฮยเหอเซียนกูทำหน้าตาเหมือนตกอยู่นภวังค์ก่อนที่จะส่ายหัวเพื่อตั้งสติ

            “เฮยเถี่ยวก๋วยหลี่ โดนเจ้าปีศาจนั่นฆ่าไปแล้วค่ะ”

เสียงสวรรค์เงียบไปและพูดว่า

            “จงอย่ากลัว เขาไม่ได้ตายเปล่า เดี๋ยวถึงวันที่เราได้ครองแผ่นดิน เขาจะกลับมา เขาไม่ได้ตายแค่กลับที่สวรรค์เท่านั้น จงเชื่อข้า และส่งข่าวให้พวกเราที่เหลือเราต้องชิงโอสถทิพย์มาให้ได้”

            “ค่ะท่าน ข้าขอให้เหล่าคนรักของข้าช่วยเรื่องนี้ด้วย” นางรับคำ

            “บัญชาสวรรค์ จงจำไว้ ทุกอย่างที่ข้าสั่งให้ทำคือ บัญชาสวรรค์”

            อีกด้านหนึ่ง เซาโรกำลังเดินทางโดยไม่มีจุดหมายเลย ไปกับบิงโก้ ซึ่งเขาได้บอกกับเซาโรว่า

            “นายท่านควรหาชุดเปลี่ยนสักหน่อยนะครับ แต่กายแบบคนต่างชาติแบบนี้ มันจะกลายเป็นจุดสนใจเปล่า ๆ”

            “ไม่จำเป็นหรอกหน้าข้ารูปร่างข้า ใครเห็นก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนที่นี่ แต่เจ้าเนี่ยน่าทำไมจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ไม่รู้ว่าจะมาตามข้าทำไมกัน” เซาโรบ่น

[1] เหอเซียนกู เป็นหนึ่งเทพแปดเซียนเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว มักถือดอกบัวบาน ดอกไม้แห่งความใจกว้างและเปิดเผย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    6.2

    “ก็อยากรู้ข้อมูลของเจ้า อาจช่วยเจ้าไม่ให้โดนกลั่นยาก็ได้ไงล่ะ” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา เซาโลถอนใจ ก่อนจะพูดว่า “มันสำคัญนักหรือไง ไม่ว่าข้าเป็นอะไรพวกเจ้าก็คิดจะฆ่าข้าอยู่ดีเหมือนกับที่ผ่าน ๆ มาไงล่ะ” เซาโลพูดขึ้นมา “ที่ผ่าน ๆ มา หมายถึงอะไร” อวี่จิ้งเซียงถามขึ้นมาแววตาของเธอประกายแสดงถึงความอยากรู้อยากเห็น เซาโลมองแล้วรู้สึกแปลก ๆ เขาก็เลยบอกว่า “มันเรื่องก่อนเจ้าเกิดอีกมั้ง และมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เกิดในดินแดนหรอก อย่าใส่ใจเลย อีกอย่างหนึ่งเจ้าอยากจะฆ่าอยู่แล้วนี่จะสนใจเรื่องราวของคนที่พวกเจ้าอยากฆ่าไปทำไมกัน” เซาโลพูดขึ้นมา “พูดเกินไปมั่ย เจ้าก็ไม่ได้ดูแก่กว่าข้าสักเท่าไหร่นี่” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา เซาโลหัวเราะเสียงลั่นราวกับว่ามีเรื่องสนุกสนานอยู่ตรงหน้า “คิดว่าข้าอายุน้อยหรือไงกัน เอาเป็นว่าข้าน่ะอยู่มานานกว่าที่เจ้าคิดก็แล้วกันนะ” “อย่างน้อย ๆ ก็ให้ข้ารู้เรื่องราวของคนที่จะช่วยฮ่องเต้ของเราหน่อยก็ดีนะ ว่าเขาเป็นใครหรืออะไรกันแน่” อวี่จิ้งเซียงถามอีก เซาโลนิ่งคิดก่อนจะตอบว่า

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 6.1

    ตอนที่ 6“ท่านยังคิดว่ามันเป็นคนเหรอ ! มันทำขนาดนี้มันคือปีศาจชั้นต่ำที่ได้กินโอสถทิพย์เข้าไป โอสถทิพย์ต้องอยู่ในร่างของมัน ให้ข้าสกัดมันออกมาจะดีกว่าที่ท่านจะขนมันไปแบบนั้น เกิดมันบ้าขึ้นมาอีก พวกท่านนั้นล่ะจะตกอยู่ในอันตราย” อู๋ซานพูดจบ เฟิงต้ายงในฐานะของหัวหน้ากลุ่มจึงตัดสินใจ “ได้เอาตามที่ท่านว่าเลย เดี๋ยวข้าจะแจงข่าวไปยังท่านอ๋องก็แล้วกัน แล้วท่านต้องการอะไร ข้าเชื่อนะว่าคนอย่างท่านไม่คิดจะมาทำอะไรแบบนี้ฟรี ๆ หรอก” “ท่านเฟิงช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก หลังจากสกัดยาเสร็จ ข้าขอแค่ส่วนแบ่งเล็กน้อยเท่านั้น เพราะข้าเองก็อยากได้โอสถทิพย์ไปช่วยเพื่อการบำเพ็ญของข้าเหมือนกัน ไม่ต้องกลัวหรอกด้วยร่างกายของมันเราจะได้โอสถทิพย์จำนานมากพอควรเลยละ” อู๋ซานพูดขึ้นมา “ตกลงตามนั้น”อวี่จิ้งเซียงกำลังจะแย้งแต่เฟิงต้ายงบอกว่า “มันเป็นสิ่งที่เราได้รับมอบหมายมาให้ทำตั้งแต่แรก”อวี๋จิ้งเซียงไม่อาจพูดอะไรได้อีก ในตอนเช้า คราวนี้ เซาโลโดนคุมตัวหนักยิ่งกว่าเดิน โดยมีพวกสำน

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    บทที่ 5/2

    จนยืนไม่ได้ บิงโก้กำลังจะเข้ามาช่วย “ไป หนีไปก่อน” เซาโลร้องสั่งบิงโก้รีบกระโดดหนีไป คังหวั่นฟางกำลังจะตามไป “ไม่ต้องตามเราได้ตัวมันแล้ว เจ้านั่นไม่ใช่เป้าหมายของเรา” เฟิงต้ายงรีบพูดห้าม “แต่มัน อาจจะไปทำร้ายคนอื่นนะคะ” คังหวั่นฟางพูดขึ้นมา “ยังไงเราจัดการเจ้านี่ก่อนดีกว่า มันเป็นหัวหน้าและเป้าหมายหลักของเรา” เฟิงต้ายง เอากระจกแปดเหลี่ยมส่องเขา ทำให้พลังลดลงไปอีก พวกมือปราบท้องที่มาถึงแล้ว และจับตัวของเซาโลไปทันที ส่วนเรื่องเงินรางวัล นั่นจ่ายเป็นตั๋วเงิน[1]ให้กับแม่เล้าไป ซึ่งนางก็พอใจกับเงินรางวัลมันคุ้มค่าหน้าต่างที่พังไป เซาโลโดนจับขังในห้องขังที่เต็มไปด้วยยันต์ มีกระแปดเหลี่ยมส่องเขาตลอดเวลา และมียามเฝ้าสี่คน ที่นี่คือห้องขังของศาลประจำเมือง พวกมือปราบที่เฝ้าเขาอยู่ มองเขาด้วยสายตาแปลกใจราวกับเห็นของแปลก ก็แน่ล่ะชาวต่างชาติมาโดนขังแบบนี้ ไม่ได้มีให้เห็นบ่อย ๆ หลายคนที่นี่ก็เพิ่งเคยเห็นต่างชาติด้วย สี่มือปราบมาดูเซาโล “ท่านอ๋องสั่งให้ย้ายเจ้าไปที่ เมืองอี๋โจว ให้ความร่วมมือกับพวกเราจะดีกว่านะ บ

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 5

    ตอนที่ 5“ขออภัยด้วยครับ ข้านึกอะไรไม่ออกจริง ๆ และข้าก็ไม่รู้จะไปไหนด้วย” บิงโก้พูดเซาโลถอนหายใจ“โทษเจ้าก็ไม่ถูก เจ้าไม่ได้อยากคืนชีพมาซะหน่อย”ทั้งสองเดินมาจนหนึ่งย่านหนึ่งในเขตเมือง บรรยายคึกคัก และเต็มไปด้วยโคมไฟสีแดง มันคือการแสดงให้เห็นว่าย่านนี่คือ ย่านโคมแดง[1] สถาณที่สำหรับบุรุษโดยแท้จริง เซาโลมองหาที่พัก เขาเลยตัดสินเดินเข้าไปที่ร้านหนึ่ง แม่เล้าประจำร้านเห็นว่าเขาเป็นต่างชาติ ท่าทางสกปรอกมอมแมมเลยมายืนขว้าง “มาทำอะไร รู้มั้ยว่าที่นี่มันคือไหน นี่คือหอนางโลมชั้นสูงนะไม่ใช่ที่ที่คนสกปรอกอย่างเจ้าจะเข้ามาได้นะ ” เซาโลมองหน้าของแม่เล้าที่กำลังเหยียดเขาด้วยสายตาและสีหน้าอย่างชัดเจน“อะไรหรือเจ้าฟังภาษาข้าไม่ออกหรือไง ที่นี่ไม่ต้อนรับคนต่างชาติสกปรกแบบเจ้าหรอกนะที่นี่รับแต่ขุนนางหรือพวกคนที่ร่ำรวยเท่านั้นล่ะ” แม่เล้าพูดและพยายามใช้ภาษากายบอกเขาไม่ให้เข้ามาที่นี่“ข้าฟังที่เจ้าพูดออก” เซาโลจบล้วงกระเป๋าหยิบทองคำแท่งออกมา แม่เล้าถึงกับตาโต เปลี่ยนท่าทีทันที “โธ่! คุณชายค่ะ ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ เชิญเลยค่ะ” “อยากได้ ห้องพัก และอยากได้น้ำอาบแล้ว

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 4 2/2

    “เจ้านั่นเป็นปีศาจครับ ไม่ใช้โอสถทิพย์แน่ ๆ” ซุ่นมู่ซานยืนยันหนักแน่น แต่อ๋องหลี่หวู่หมิงกลับ ชูเนื้อปลาปักเป้าขึ้นมา “รู้ใช่มั้ยว่ามันมีพิษ” “ครับ/ค่ะ” ทั้งสี่ตอบพร้อมกัน “แล้วทำไมคนยังกินมันล่ะ” พูดจบท่านอ๋องก็กินปลาเข้าไป “ก็เพราะเรารู้วิธีปรุงมันเจ้าคะ ถ้าปรุงเป็นมันก็จะเป็นอาหารชั้นเลิศ” อวี่จิ้งเซียงตอบคำถาม “แล้วมู่ซานร่างกายมนุษย์ก็ทำยาได้ใช้มั้ย” ท่านอ๋องถามต่อไป “ใช่ขอรับ แต่ก็ต้องรู้วิธี และหลายอย่างก็ผิดศีลธรรมเกินกว่ามนุษย์จะรับได้” ซุ่นมู่ซานตอบคำถาม “งั้นเป็นไปได้มั้ยล่ะ โอสถทิพย์ก็อยู่ในตัวของเจ้าคนต่างชาตินั่น แค่ต้องสกัดออกมาสินะ และเชื่อว่ามันต้องรู้วิธีแน่ ๆไปเอาตัวมันมาให้ได้” “แต่มันจะเสี่ยงแล้วอาจทำให้มีคนตายนะพะยะค่ะ” เฟิงต้ายงค้านขึ้นมา “แล้วถ้าฮ่องเต้สวรรค์คตตอนนี้ แล้วถ้า ไอ้ขันทีนั่นได้ไปล่ะจะเป็นยังไง นี่เป็นการทำเพื่อบ้านเมืองนะ ยังไงก็ไปตามหาซะ ศิษย์สำนักกงเยวี่ยนเหนือนั่นจะช่วยพวกเราต่อมั้ย” ท่านอ๋องถามเสียงเรียบเฉย “คิดว

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    บทที่ 4 1/2

    ตอนที่ 4แต่สำหรับเซาโลมาช่างหนวกหูซะจริง ๆ แต่ก็ไม่อยู่สถานการณ์ที่จะโวยวายอะไรได้ อวี่จิ้งเซียงมอง เห็นว่าเขามีผิวขาวแต่มันดูซีดเหมือนคนป่วย ตาเป็นสีแดงเหมือนกับเลือด แต่ที่สะดุดตาของนางที่สุดคงเป็นผมด้านหน้าของเขาที่ทักเปียเล็ก ๆ เอาไว้ เธอเคยเห็นทรงผมแบบนี้จากพวกต่างชาติที่เป็นพวกผู้ดีหรือชนชั้นสูง อวี่จิ้งเซียงตัดสินใจพยายามถามข้อมูลเขา “เจ้ามาจากไหนเนี่ย” เซาโลมองเธอแล้วตอบว่า “พูดไปก็ไม่มีใครรู้จักแล้วล่ะมั้ง” คำตอบของเซาโลทำให้รู้ว่าเขาไม่ต้องการพูดกับนาง “ถ้าเจ้าให้ความร่วมมือกับเรา มันจะดีต่อเจ้ามากกว่านะ ยังไงซะเจ้าก็มีคดีติดตัวแน่ ๆ เพราะเจ้าฆ่าคน ถ้าช่วยพวกเรา ท่านอ๋องอาจจะช่วยเรื่องคดีของเจ้าได้” การเจรจาเหมือนจะได้ผล เซาโรดูจะสนใจสิ่งหน้าพูด “แล้วเจ้าต้องการอะไรกันแน่” “โอสถทิพย์ เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับสิ่งนั้นบ้าง” อวี่จิ้งเซียงถามทันที “นี่พวกเรากำลังพูดถึงอะไร ข้าดูเหมือนหมอหรือไง ถึงจะได้รู้วิธีการปรุงยา” เซาโลพูดด้ว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status