เข้าสู่ระบบแสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างกระจกใสของหอสมุดประชาชนใจกลางเมือง ทอประกายระยิบระยับตกกระทบลงบนพื้นไม้ขัดมัน บรรยากาศภายในเงียบสงบและเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายเฉพาะตัวของกระดาษเก่าและฝุ่นจางๆ ที่ลอยเคว้งคว้างตามลำแสง ท่ามกลางความเงียบงันของมุมหนังสือหายาก
เชอเอม สาวออฟฟิศรุ่นพี่สุดแซ่บในชุดเดรสสั้นเข้ารูปอวดสัดส่วนเย้ายวน กำลังเดินหอบกองเอกสารและรายงานการประชุมเล่มหนาเตอะที่เพิ่งหาข้อมูลเสร็จเข้ามาด้านใน ตั้งใจจะนำมาตรวจสอบและจัดเก็บเข้าแฟ้มให้เรียบร้อยก่อนจะกลับไปเคลียร์งานต่อที่บริษัท แต่ขณะที่เธอกวาดสายตาไล่ดูป้ายหมวดหมู่เพื่อหาโต๊ะทำงานเงียบๆ สายตาก็เหลือบไปสะดุดเข้ากับร่างของสมศักดิ์ หนุ่มเนิร์ดปีหนึ่งรุ่นน้องคนสนิทจากคอนโดเดียวกัน ร่างสูงในชุดไปรเวทสวมแว่นตากรอบหนาเตอะกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับการทบทวนตำราเรียนคอมพิวเตอร์อย่างตั้งอกตั้งใจอยู่ที่โต๊ะตัวมุมลึกสุดลับตาคน บรรยากาศรอบตัวดูเงียบเชียบและเรียบร้อยตามประสาเด็กเนิร์ดขี้อายทั่วไป ทว่า ทันทีที่เห็นแผ่นหลังคุ้นเคยนั้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์พราวระยับก็ผุดขึ้นที่มุมปากของเชอเอมทันที ภาพความทรงจำอันเร่าร้อนและดุดันเมื่อคืนตอนที่โดนเด็กเนิร์ดคนนี้จับกระหน่ำซอยขยี้ร่องสวาทจนบวมเป่ง แถมยังรัวลิ้นร้อนละเลียดเลียซดน้ำรักจนแตกคาโต๊ะทำงานในห้องพักส่วนตัวยังคงติดตรึงชัดเจนอยู่ในหัวสมอง ทำให้เนื้อตัวที่ถูกลมแอร์กระทบเมื่อครู่กลับร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างกะทันหัน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความสั่นสะท้านและความต้องการที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางความเงียบสงบของห้องสมุด เชอเอมวางกองเอกสารในมือลงบนโต๊ะว่างใกล้ๆ เสียงกระดาษกระทบกันเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงัน ก่อนจะสาวเท้าเดินน่องสะโพกย้อยเย้าตรงเข้าไปหารุ่นน้องที่กำลังนั่งหน้าเคร่งเครียดอยู่หลังกองตำราโดยไม่ทันตั้งตัว "มานั่งหลบมุมอะไรคนเดียวคะเด็กดี" เชอเอมเอ่ยกระเส่าชิดริมใบหูขาวสะอาด จนสมศักดิ์สะดุ้งสุดตัวรีบเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจผ่านกรอบแว่นหนาเตอะ ลมหายใจสะดุดกักเมื่อกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยโชยเข้าแตะจมูกพร้อมกับเรือนร่างสะบึมของรุ่นพี่สาวที่เบียดชิดเข้ามาใกล้จนแทบเกยทับ ยังไม่ทันที่หนุ่มเนิร์ดปีหนึ่งจะได้เอ่ยปากทักทายหรือตั้งคำถาม เชอเอมก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือหนาแล้วออกแรงดึงร่างของรุ่นน้องให้ลุกขึ้นเดินตามทันที เธอพาเดินเลี้ยวหลบเข้าไประหว่างชั้นหนังสือไม้สูงทึบโซนในสุดของห้องสมุด ซึ่งเป็นมุมอับลับตาคน ไร้ซึ่งเงาของนักศึกษาหรือเจ้าหน้าที่เดินผ่านสัญจร ทันทีที่ดันร่างแกร่งของสมศักดิ์จนแผ่นหลังแนบติดกับชั้นหนังสือไม้ เชอเอมก็ส่งยิ้มพราวระยับด้วยพิษสวาท มือเรียวเลื่อนขึ้นมาปลดกระดุมเสื้อทำงานของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นชุดชั้นในลูกไม้ซีทรูเปิดเป้าลามกที่ไร้การปกปิด อวดกลีบเนื้ออวบอูมสีหวานฉ่ำที่ชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำรักเยิ้มไหลย้อยส่งกลิ่นคาวกามตลบอบอวลเคล้ากับกลิ่นกระดาษเก่า สมศักดิ์ตาโตค้างด้วยความตื่นตะลึงเมื่อถูกลากตัวมากระแทกแผ่นหลังติดกับชั้นหนังสือไม้ทึบ กลิ่นคาวสวาทและฟีโรโมนหอมหวานที่พวยพุ่งออกมาจากชุดชั้นในลูกไม้เปิดเป้าพุ่งเข้าปะทะจมูกเต็มแรง จนสมองที่เคยมีแต่ตัวหนังสือคอมพิวเตอร์ขาวโพลนในพริบตา ความทรงจำอันเร่าร้อนดุดันเมื่อคืนย้อนกลับมาทับซ้อนจนร่างกายร้อนรุ่ม สัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ใต้ความขี้อายเริ่มตื่นตัวขึ้นอีกครั้ง ยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้เอ่ยทักทาย เชอเอมก็โน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากสวยลงบนกลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ จ๊วบ~! ลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากของรุ่นน้องอย่างดุเดือดและเร่าร้อน สมศักดิ์สะดุ้งเฮือกก่อนจะเปิดปากรับสัมผัสอันดุดันนั้นด้วยความกระสันซ่าน ทั้งคู่ดูดเรียวลิ้นเกี่ยวพันกันจนเกิดเสียงเฉอะแฉะน่าอายเล็ดลอดออกมาไม่ขาดสาย ท่ามกลางความเงียบงันของห้องสมุด แว่นตากรอบหนาเตอะที่สวมอยู่ทำให้ดวงตาหลังเลนส์ของเด็กหนุ่มดูไร้เดียงสาและซื่อจนน่าแกล้ง เส้นผมที่ตัดสั้นรับกับกรอบหน้าคมคายยิ่งขับเน้นให้บุคลิกภายนอกของเขาลแลดูเป็นเด็กเนิร์ดเรียบร้อย ขี้อาย และไม่มีพิษมีภัยต่อโลกภายนอก ไม่มีใครในห้องสมุดคาดคิดเลยว่าภายใต้ลุคเฉิ่มเชยและท่าทางเงอะงะประหม่าเวลาอยู่ต่อหน้าผู้คนนั้น จะซ่อนความดุดันและเร่าร้อนเอาไว้เบื้องหลังจนมิดชิด ทว่าเมื่อสลับเข้ามาในมุมอับหลังชั้นหนังสือที่เงียบงัน ลิ้นร้อนชื้นของหนุ่มเนิร์ดกลับรุกไล่ตวัดเกี่ยวพันกับเรียวปากอิ่มของรุ่นพี่สาวอย่างจัดจ้านและชำนาญ มือหนาภายใต้เสื้อยืดตัวโคร่งเอื้อมขึ้นประคองท้ายทอยของคนพี่ไว้แน่น บังคับองศาให้ริมฝีปากอ้าเปิดรับสัมผัสล้ำลึกที่ทั้งดูดดึงและคว้านชิมความหวานอย่างตะกละตะกลาม ท่ามกลางบรรยากาศชวนเสียวสันหลังวาบที่ไม่รู้ว่าจะมีใครเดินเข้ามาเจอเมื่อไหร่ จุ๊บบ... จ๊วบบบ!ถนนยางมะตอยเส้นเล็กที่ทอดยาวตัดผ่านผืนหญ้าสีเขียวขจีของสนามกอล์ฟส่วนบุคคลค่อยๆ ลดเลี้ี้ยวลึกลงไปในเขตพื้นที่ปิดล้อม ทัศนียภาพรอบด้านเปลี่ยนผ่านจากความโปร่งโล่งกลายเป็นผืนป่าทึบหนาแน่นที่รายล้อมอยู่สองข้างทาง แนวต้นไม้ใหญ่ยืนต้นสูงตระหง่านแผ่กิ่งก้านสาขาจนแทบจะบดบังแสงอาทิตย์ยามบ่ายให้กลายเป็นเงาสลัวครึ้ม รถยนต์ซีดานคันหรูสีดำสนิทเคลื่อนตัวด้วยความนุ่มนวลและเงียบเชียบ ผ่านซุ้มประตูทางเข้าที่มีป้อมยามแน่นหนา ก่อนจะแล่นผ่านกลุ่มบ้านพักคนงานและเรือนพักของเหล่าบอดี้การ์ดที่ปลูกสร้างไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยกลมกลืนไปกับธรรมชาติเมื่อพ้นแนวป่าทึบและเขตบ้านพักคนงาน ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็เปิดกว้างออกเผยให้เห็นความอลังการของคฤหาสน์หลังโตสไตล์ยุโรปผสมผสานความร่วมสมัย ตัวอาคารขนาดใหญ่สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนนำเข้าและโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่โอ่อ่าสง่างาม บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบจนได้ยินเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ ทว่าความเงียบสงบนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความอึมครึม ความน่าเกรงขาม และกลิ่นอายของอำนาจมืดที่แผ่ซ่านออกมาจากทุกอณูในแบบฉบับของตระกูลผู้มีอิทธิพลระดับประเทศหรือมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลอย่างแท้จริงบริเวณลานกว
มือเรียวเล็กที่ขย้ำขยี้กลุ่มผมของรุ่นน้องอยู่ยังคงออกแรงกดใบหน้าคมคายให้จมดิ่งอยู่ร่องอกอิ่มอวบอึ๋มอย่างเอาแต่ใจ ก่อนที่ปลายนิ้วซุกซนจะสอดเข้าไปใต้ชุดคอสเพลย์เมดสีดำตัวจิ๋ว แล้วจัดการปลดกระดุมและตะขอชุดด้านหน้าออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเนินเนื้ออวบอิ่มล้นทะลัก หัวนมสีชมพูระเรื่อชูชันล่อตาล่อใจท่ามกลางแสงไฟสลัว"ไหนดูซิ... เด็กดีของพี่คิดถึงนมพี่ขนาดไหน..."เชอเอมกระซิบเสียงพร่า พร้อมกับใช้สองมือประคองเต้าอวบใหญ่ทั้งสองข้างเข้ามาถลกบีบเข้าหากัน แล้วดันยอดอกสีหวานเข้าไปจ่อชิดริมฝีปากของรุ่นน้องที่กำลังหอบหายใจกระเส่าสมศักดิ์ที่ถูกความนุ่มนิ่มและกลิ่นกายเย้ายวนรุมเร้าจนสติกระเจิดกระเจิง อ้าปากครอบครองยอดอกคู่นั้นทันทีอย่างหิวกระหาย ลิ้นร้อนชื้นตวัดเลียละเลียดตักตวงความหวาน สลับกับการดูดดึงยอดปทุมถันแรงๆ จนเกิดเสียงจ๊วบจ๊าบดังลั่นห้อง"อ๊าส์... ซี้ดดดส์! ดีค่ะ! ดูดพี่แรงๆ แบบนั้นแหละ... อร๊าส์! เสียวหัวนมจะตายอยู่แล้วเด็กดี!" เชอเอมแอ่นอกรับสัมผัส มือเรียวขยำเส้นผมของรุ่นน้องแน่นด้วยความเสียวซ่าน ปล่อยให้เด็กหนุ่มละเลียดเลียและตอดกินยอดอกจนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายเมื่อหนำใจกับการปรนเปรอหน้
แสงแดดยามสายทอประกายอุ่นละมุนสอดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านเนื้อบางเข้ามาภายในห้องพักส่วนตัวที่เงียบสงบและปลอดภัย บรรยากาศรอบตัวโอบล้อมไปด้วยความอบอุ่นที่ช่วยปัดเป่าเงาดำและความหวาดกลัวจากค่ำคืนอันเลวร้ายให้มลายหายไปจนหมดสิ้นบนเตียงนอนนุ่ม ร่างอรชรที่ผ่านพ้นคืนวันอันโหดร้ายนอนซุกกายอยู่ภายใต้อ้อมกอดอันมั่นคง เชอเอมค่อยๆ เปลือกตาเปิดขึ้นช้าๆ ท่ามกลางความระบมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ตามรอยฟกช้ำบนผิวเนื้อ ทว่าความเจ็บปวดเหล่านั้นกลับเลือนรางลงถนัดตา เมื่อสายตาคู่สวยประสานเข้ากับดวงตาดุดันหลังกรอบแว่นหนาเตอะของสมศักดิ์เด็กหนุ่มรุ่นน้องที่ตื่นอยู่ก่อนแล้วและกำลังจ้องมองด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้งสมศักดิ์ขยับตัวเข้ามาชิดอีกนิด มือหนาอุ่นจัดค่อยๆ เอื้อมขึ้นมาประคองพวงแก้มเนียนที่ยังมีรอยช้ำจางๆ ไว้ด้วยความแผ่วเบาและทะนุถนอมที่สุด ปลายนิ้วเรียวไล้เกลี่ยปอยผมที่ระกรอบหน้าออกให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะไล้สัมผัสแผ่วเบาไปตามรอยแผลที่มุมปากอย่างนึกเจ็บใจแทน"เจ็บมากไหมครับ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยถามแผ่วเบา เต็มไปด้วยความห่วงใยที่เอ่อล้นออกมาจากแววตาคู่นั้นอย่างไม่ปิดบังเชอเอมส่ายหน้าช้าๆ หยาดน้ำตา
ในห้วงเวลาที่มืดมน อึดอัด และไร้ทางออกที่สุด ภาพใบหน้านิ่งขรึมหลังกรอบแว่นตาและสัมผัสอันมั่นคงอบอุ่นของเด็กหนุ่มคนนั้นกลับผุดวาบขึ้นมาในห้วงความคิด สมองที่สับสนมึนงงร่ำร้องหาที่พึ่งสุดท้ายอย่างสิ้นหวัง เชอเอมกรีดร้องเรียกชื่อคนรักในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่ารอบตัวกลับมีเพียงความเงียบงันอันเย็นเยียบของห้องพักโรงแรมมืดทึบ และเสียงหัวเราะเย้ยหยันของกลุ่มคนที่กำลังรุมทึ้งชีวิตให้จมดิ่งลงสู่ห้วงนรกอันมืดมิด ความมืดมิดสนิทที่ถูกตรึงไว้ด้วยผ้าเนื้อหยาบสกปรกกลายเป็นเครื่องพันธนาการที่ปิดกั้นการมองเห็น ทว่ากลับเปิดประสาทสัมผัสส่วนอื่นๆ ให้ตื่นตัวและหวาดผวาถึงขีดสุด กลิ่นอับชื้นของพรมราคาแพงเคล้ากับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในโพรงปากยังคงเด่นชัด ร่างอรชรที่บอบช้ำสะท้านเฮือกด้วยความตื่นตระหนก ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาใกล้เตียงนอนอย่างมั่นคง พร้อมกับเสียงเปิดปิดประตูห้องน้ำกระแทกกระทั้นและเสียงข้าวของภายในห้องกระทบกันดัง ปึงปัง! โครมคราม! สนั่นหวั่นไหวราวกับมีใครบางคนจงใจสร้างความกดดัน ข่มขวัญ และบีบคั้นประสาทสัมผัสให้พังทลายลงทีละน้อย ความมืดที่ไร้แสงสว่างทำให้
(มีนัดทานข้าวกับที่บ้านวันนี้ไม่กลับนะครับ)ข้อความสั้นที่ไม่ได้สร้างแค่ความรู้สึกเหงาหงอยหรือเคว้งคว้างเหมือนนักศึกษาทั่วไปที่เพิ่งสอบเสร็จ แต่มันกลับกรีดลึกลงไปในความรู้สึก ขาดหายไปอย่างร้ายกาจจนน่ากลัว ความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่มต้น ผูกมัดถักทอเข้าหากันด้วยความเร่าร้อน กลิ่นคาวสวาท และการเสพติดเรือนร่างของกันและกันจนลึกซึ้งเกินกว่าจะถอนตัว ภาพถูกตัดฉับลงอย่างกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือน เชอเอมจึงร่วงหล่นลงสู่สภาวะเคว้งคว้างและสับสนอย่างหนักหน่วง เธอมืดแปดด้าน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสถานะที่เพิ่งตกลงกอดก่ายกันไปเมื่อวานคืออะไรกันแน่เพื่อสลัดความฟุ้งซ่านและรสสัมผัสอันเร่าร้อนที่ยังคงหลอกหลอนอยู่ตามทุกอณูผิว คืนนั้นร่างอรชรในชุดเดรสสายเดี่ยวรัดรูปสีแดงสว่างจึงพาตัวเองก้าวเข้าสู่ผับชื่อดังใจกลางเมือง แสงไฟเลเซอร์สาดวูบวาบแข่งกับเสียงดนตรีอีดีเอ็มที่กระแทกกระทั้นโสตประสาท แก้วแอลกอฮอล์สีอำพันรสเข้มถูกยกกระดกครั้งแล้วครั้งเล่า หวังจะใช้ฤทธิ์แอลกอฮอล์ลบเลือนภาพใบหน้านิ่งขรึมหลังกรอบแว่นตาออกจากหัวใจ ทว่ายิ่งดื่ม ความรุ่มร้อน ความอัดอั้น และความสับสนในอกก็ยิ่งตีวนพลุ่งพล่านจนแทบจะระเบิดออกเป็นเ
เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังแว่วมาตามสายลมยามค่ำคืน แสงจันทร์นวลผ่องสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของห้องพักหรูระดับห้าดาววิวทะเลราคาแพงลิ่ว บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมละมุนและรสชาติฝาดเฝื่อนปนหวานของไวน์แดงชั้นเลิศ เชอเอมในชุดคลุมอาบน้ำผ้าซาตินเนื้อลื่นที่แหวกหลวมๆ โชว์เนินอกอวบอิ่ม นั่งไขว่ห้างทอดสายตามองเกลียวคลื่นใต้แสงจันทร์ มือเรียวแกว่งแก้วไวน์ไปมาเบาๆ ภายในหัวพลันนึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่ผ่านมา เชอเอมเพียงแค่บ่นลอยๆ ด้วยความเบื่อหน่าย แต่เด็กหนุ่มข้างกายกลับจัดการจองตั๋วและห้องพักสุดหรูพร้อมเปย์ให้ทุกอย่างเสร็จสรรพอย่างไร้ข้อกังขา ความสงสัยที่อัดอั้นมานานทำให้ร่างอรชรหันกลับมามองใบหน้านิ่งขรึมของสมศักดิ์รุ่นน้องที่นั่งจิบไวน์อยู่เคียงข้างบนโซฟาตัวนุ่ม ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาหลังกรอบแว่น ก่อนที่ริมฝีปากเคลือบน้ำสีทับทิมจะเอ่ยถามทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงจริงจังเจือความสับสน "นี่... ถามจริงๆ เถอะ ทำไมถึงยอมตามใจพี่มาตลอดเลย..." เชอเอมขยับตัวเข้าไปใกล้ วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจก "ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน จนถึงตอนนี้ก็กำลังจะเรียนจบกันอยู่แล้ว... ไม่โกรธบ้างเหรอที่พี่เอาแต่ใจ







