تسجيل الدخول“เจ้าคิดว่าเป็นข้า?” ลู่เหลียงมองนางอย่างปวดใจ ต่อให้เขาต้องการให้ลั่วจ้านตาย แต่ไม่ได้อยากให้เขาตายเพราะถูกฆ่าปิดปากเช่นนี้
“หรือไม่ใช่ เป็นท่านที่อยากให้พ่อข้าตายมาโดยตลอด” หรูเซียนหันไปมองห่อผ้าที่มือของเสี่ยวจิ่ว ก่อนจะแย่งมาถือเอาไว้ในมือ
หรูเซียนโยนห่อผ้าที่มีสมุดบัญชีหลายเล่มใส่ตัวของลู่เหลียง แม้นางอยากจะโยนใส่หน้าของเขา แต่ว่าเรี่ยวแรงที่นางมีมันไม่พอ “แหกตาดูหลักฐานที่ข้าหามา เผื่อว่าท่านจะได้ตาสว่าง จะได้รู้ว่าคนที่ท่านสมควรแค้นไม่ใช่บิดาของข้า และข้าน้อยหวังว่าท่านใต้เท้าเว่ยจะให้ความเป็นธรรมกับตระกูลลั่วของข้า” นางมองเขาด้วยน้ำตาที่นองหน้า ก่อนจะให้เสี่ยวจิ่วประคองนางเข้าไปในจวน
ลู่เหลียงมองตามแผ่นหลังที่อ่อนแอของนางจนหายลับไป ก่อนจะเก็บสมุดบัญชีหลายเล่มขึ้นมาถือเอาไว้ พอเปิดออกดูเพียงแค่ไม่กี่หน้า ก็ราวกับถูกไม้ท่อนใหญ่ตีแสกหน้าทันที เมื่อหลักฐานที่หรูเซียนนางนำมา มันต่างจากสิ่งที่เขารู้มาโดยตลอด
หนึ่งเล่มที่มีหลายชื่อของลั่วจ้านเป็นผู้ยักยอกเงิน เขาเคยเห็นมาก่อนแล้ว แต่อีกสองเล่มเขาเองก็เพิ่งได้เห็นเป็นครั้งแรก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเล่มใดเป็นเล่มที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่
ลู่เหลียงเงยหน้าขึ้นฟ้าหัวเราะออกมาเสียงดังราวกับคนเสียสติ น้ำตาแห่งความรู้สึกผิดไหลรินออกมาอย่างไม่สนใจสายตาของผู้ใด “ข้าขอโทษ เซียนเซียน ข้าขอโทษ” เขาได้แต่พึมพำออกมา
หรูเซียนที่มีเสี่ยวจิ่วประคองเข้าไปในเรือน พอนางมาถึงห้องโถงที่มีโลงไม้เนื้อดีตั้งเป็นสง่า ร่างของนางก็ทรุดฮวบลงไปกองอยู่กับพื้น คุกเข่าร่ำไห้ออกมาเสียงดัง
ฮุ่ยเจียง หลิวซื่อและหลี่ซื่อพอเห็นนางกลับมาแล้ว ก็รีบร้อนออกมาหาทันที
“เซียนเซียน” ฮุ่ยเจียงกอดน้องสาวที่บอบช้ำเอาไว้แน่น
“ท่านพี่ ข้ากลับมาไม่ทัน ข้ามาไม่ทัน ฮืออออ” นางร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของพี่ชาย
“เซียนเซียน ไม่ใช่ความผิดของเจ้า ท่านพ่อเจ้าเพียงแค่โชคไม่ดีเท่านั้น” หลิวซื่อปาดน้ำตาแห่งความเสียใจทิ้งตลอดเวลา
ลั่วจ้านตายมาได้สามวันแล้ว นางเริ่มจะยอมรับความจริงได้แล้ว ได้แต่รอคอยให้บุตรสาวกลับมาอย่างปลอดภัย
ภาพสี่คนของตระกูลลั่วที่กอดกันร้องไห้อยู่ด้านหน้าโลงศพของลั่วจ้าน ทำให้ผู้คนที่มาร่วมงานต่างหดหู่ไม่น้อย มีบางคนที่ได้ยินว่าหรูเซียนนางกลับมาพร้อมหลักฐานที่ยืนยันความบริสุทธิ์ของลั่วจ้าน และตอนนี้มันก็ได้ส่งมอบให้ลู่เหลียงไปแล้ว ก็รีบเร่งกลับออกจากจวนตระกูลลั่วไป
แต่ถึงให้เร่งรีบเพียงใด ก็ไม่ทันที่ลู่เหลียงลงมือ เจ้าหน้าที่ทางการของศาลต้าฉี ปิดล้อมจวนใหญ่ในเมืองหลวงหลายจวน ทุกจวนล้วนแต่เป็นขุนนางในกรมโยธาทั้งสิ้น ก่อนที่ฟ้าจะมืด คุกศาลต้าฉีก็เต็มไปด้วยขุนนางและเจ้าหน้าที่หลายสิบคน
ทุกอย่างที่เกิดขึ้น หรูเซียนและคนตระกูลลั่วไม่ได้รับรู้ด้วย ทุกคนล้วนตกอยู่ในความเศร้าโศก หรูเซียนที่ร่ำไห้จนหมดสติไปแล้ว ถูกพาตัวกลับไปพักที่เรือนพักของนาง
พอนางตื่นขึ้นมา บนเตียงนอนก็มีร่างของลู่เหลียงที่นอนกอดนางอยู่แล้ว
หรูเซียนดันตัวเขาออกเพื่อจะลุกขึ้น แต่ถูกมือหนาดึงร่างของนางมาสวมกอดเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “เซียนเซียน ตื่นแล้วหรือ เจ้าหิวหรือไม่” เขาเอ่ยถามนางเหมือนว่าไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นมาก่อน
“ปล่อยข้า” นางผลักเขาออกอย่างรังเกียจ
“ข้าผิดไปแล้ว ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะข้าผิดสัญญาต่อเจ้า เจ้ายกโทษให้ข้ามิได้หรือ” เขาซุกหน้าลงกับซอกคอของนาง
“ฮึก...ท่านยังกล้าขอให้ข้าอภัยให้ท่านอีกหรือ ท่านจำได้หรือไม่ว่าก่อนที่ข้าจะเดินทางไปซีหนาน ข้าพูดกับท่านไว้ว่าเช่นใด หากท่านปล่อยให้ท่านพ่อข้าตาย ข้าจะขอ...” นางยังไม่ทันได้พูดประโยคที่เหลือออกมา ก็ถูกลู่เหลียงจุมพิตเอาไว้ก่อนแล้ว
เรียวลิ้นของเขาตวัดดูดกลืนลิ้นน้อยของนาง พร้อมกับคำพูดที่ถูกกลืนหายไปจนสิ้น เขารั้งคอนางเอาไว้นางเอาไว้ เพื่อไม่ได้ถอยหนี พอเห็นว่าหรูเซียนเริ่มหมดลมหายใจ เขาก็ถอนริมฝีปากออกเพียงครู่เดียวก่อนจะประกบปิดปากนางเอาไว้อีกครั้ง
หรูเซียนร่ำไห้ออกมาอย่างแค้นใจ ที่ไม่อาจผลักไสเขาให้ออกห่างได้ ไหนจะจิตใจของนางที่ยินยอมปล่อยให้เขามอบจุมพิตที่เร่าร้อนให้อย่างเต็มใจ
“ฮึก...อื้อออออ” นางสะอื้นออกมาเบาๆ
“เซียนเซียน ให้โอกาสข้า ให้ข้าได้แก้ไขเรื่องทั้งหมด” เขายังคงขบเม้มริมฝีปากของนางอย่างอาลัยอาวรณ์
“ข้าขอร้องท่านตั้งแต่แรก มาถึงตอนนี้ท่านยังจะมาขอโอกาสกับข้าอีกหรือ” นางทุบอกแกร่งของเขา พร้อมทั้งร้องไห้ไปด้วย
ลู่เหลียงดึงตัวนางที่พยายามจะถอยหนีเข้ามาในอ้อมกอด ปากก็พร่ำพูดคำขอโทษออกมาไม่ขาดสาย
หรูเซียนทั้งทุบและตีเขาไม่หยุด ใบหน้างามก็ซุกอยู่ที่อกของเขาร้องไห้ออกมาเสียงดัง ไม่รู้ว่านานเพียงใดที่นางร้องไห้อยู่กับอ้อมกอดของเขา สุดท้ายนางก็หลับไปอีกครั้ง
หลังจากราชโองการแต่งตั้งเกาหรานเป็นองค์หญิง ผ่านไปสองวัน ฉีหยุนเสี่ยงก็เดินทางเยือนที่จวนลู่ เข้าไปพูดคุยกับลู่จวินและลู่เหลียงอยู่ในห้องตำรานานถึงสองชั่วยาม ตอนที่เขาเดินออกมายังต้องมีคนช่วยประคองออกมาด้วยหลินซินมาทราบเรื่องในภายหลัง เมื่อเขาแอบเข้ามาหานางภายในห้อง ด้วยใบหน้าซีดขาว พอเข้ามาถึงฉีหยุนเสี่ยงก็ล้มตัวลงนอนที่เตียงของนางโดยไม่ได้ขออนุญาตเลย"หากพระองค์จะนอน เหตุใดไม่กลับไปนอนที่ตำหนักเล่าเพคะ” นางดึงตัวเขาให้ลุกขึ้น“ซี๊ดดด เบามือหน่อย” เขาร้องออกมาเบาๆ“พระองค์เป็นอันใด ได้รับบาดเจ็บหรือเพคะ”“อืม...ข้ามารับผิดต่อบิดาและท่านปู่ของเจ้า” เขาถอดเสื้อตัวนอกออก หลินซินจึงได้เห็นผ้าพันแผลที่หนาเตอะพันอยู่บนตัวของเขา ยังพอมองเห็นเลือดที่ซึมออกมา“พระองค์ถูกท่านพ่อ ท่านปู่ เฆี่ยนหรือเพคะ” หลินซินตกใจไม่น้อย“เดิมก็ควรจะเป็นเช่นนั้น เพราะข้าไม่รู้ความ แต่ใต้เท้าทั้งสองไม่ยอมลงมือ ข้าเลยโบยตนเอง” แส้หนามที่เขาเตรียมมาถึงจะโบยไม่กี่หนแต่ก็ทำให้เนื้อแตกไปทั้งแผ่นหลัง สุดท้ายก็นับว่าคุ้ม เมื่อทั้งสองไม่เอาความกับสิ่งที่ฉีหยุนเสี่ยงทำลงไป อีกทั้งหากหลินซินนางพยักหน้ายอมแต่งให้เขา ทั้ง
หลินซินลุกขึ้นถวายความเคารพฉีหยุนเสี่ยงเต็มพิธีการ “ขอบพระทัยองค์ชายสามที่เสนอชื่อของหม่อมฉันให้แต่งไปแคว้นต้าหลี่ ความเมตตาของพระองค์หม่อมฉันซาบซึ้งใจยิ่งนัก และยินดีทำตามประสงค์อย่างไม่มีข้อโต้แย้งเพคะ”ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางอกของฉีหยุนเสี่ยง เขาย่อมให้นางโวยวายใส่เขาดีกว่าที่นางยิ้มรับเช่นนี้ พอเขาจะเอื้อมมือไปดึงมือของนาง หลินซินก็เบี่ยงตัวหลบอย่างถือตัว“องค์ชายสามโปรดสำรวมด้วยเพคะ ต่อไปหม่อมฉันจะต้องเป็นพระสนมของฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ จะทำให้ตนเองแปดเปื้อนมิได้”“ซินซิน” ฉีหยุนเสี่ยง ทั้งตกใจและโกรธที่นางพูดออกมาเต็มปาก ว่าต่อไปจะเป็นสนมของฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ “ฟังข้าก่อน ข้าเสนอชื่อเจ้า เพราะต้องการให้ใต้เท้าลู่เลือกข้าเป็นสามีของจ้า มิได้คิดเป็นอื่นแต่อย่างใด” เขาแก้ตัวออกมาอย่างร้อนใจ“หึหึ ตอนแรกหม่อมฉันเกือบจะเชื่อในคำหวานของพระองค์เสียแล้ว หากมิได้ยินเกาหรานนางพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเสียก่อน แต่ดีแล้วเพคะ มันยิ่งทำให้หม่อมฉันตัดสินใจง่ายขึ้น ต่อให้ไม่ได้แต่งไปแคว้นต้าหลี่ หม่อมฉันก็ไม่แต่งให้พระองค์” นางมองเขาอย่างเย็นชาเขาคว้าตัวนางเข้ามากอดเอาไว้แน่น ปากก็พร่ำพูดขอโทษไปด้วย “ซินซิ
หรูเซียนเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้ามาโอบกอดบุตรสาวเอาไว้แน่น “แม่เองก็ไม่อยากให้เจ้าจากไปอยู่ที่ใด ตอนนี้ ท่านปู่ ท่านตา ท่านพ่อของเจ้ากำลังหาทางช่วยเจ้าอยู่”“ซินซิน อย่าเพิ่งร้อนใจ พี่เชื่อว่าท่านพ่อต้องหาทางช่วยเจ้าได้อย่างแน่นอน” อวิ๋นซีเองก็กังวลไม่ต่างจากน้องสาว เพียงแต่เขาจะร้อนใจไปอีกคนไม่ได้อวิ๋นซีเห็นว่าน้องสาวจิตใจไม่ค่อยจะสู่ดีนัก จึงอยากเอาใจนางให้นางเลิกกังวลเรื่องที่ยังไม่เกิด เขาพานางออกไปนั่งเล่นที่โรงน้ำชา แต่ไม่คิดว่าจะได้พบเจอเรื่องที่น่าสนใจเข้าเมื่อห้องรับรองที่อยู่ติดกัน เป็นหลานสาวของราชครูเกา เกาหราน กำลังนั่งพูดคุยเรื่องคัดเลือกคุณหนูแต่งงานแทนองค์หญิงไปแคว้นต้าหลี่อยู่พอดี“ไม่รู้ว่าองค์ชายสามมีความแค้นใดกับลู่หลินซิน ถึงได้เสนอชื่อนางให้ท่านปู่ของข้า หึหึ ทั่วเมืองหลวงคงมีเพียงองค์ชายสามที่ไม่ลุ่มหลงความงามของนาง”เสียงหัวเราะของสตรีที่อยู่ห้องรับรองติดกันช่างบาดเข้าไปในใจของหลินซินยิ่งนัก คำพูดของฉีหยุนเสี่ยงที่เอ่ยพูดกับนางเมื่อคืนต่างกับสิ่งที่นางกำลังได้ยินอยู่ตอนนี้“ซินซิน” อวิ๋นซีเห็นใบหน้าของน้องสาวซีดขาวก็เอ่ยเรียกนางอย่างเป็นห่วงหลินซินลุกขึ้นกำมือแน
ฉีหยุนเสี่ยงโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูของนาง “ไม่ทันแล้ว” เขาปรายตามองไปที่เตียงนอนแล้วมุ่ยปากให้นางดู ว่าเขาจะซ่อนตัวบนเตียงของนางแต่หากสาวใช้เข้ามาแล้วเห็นหลินซินนางยืนอยู่ข้างเตียง แต่มีคนนอนอยู่บนเตียงจะไม่ยิ่งสงสัยหรือ ฉีหยุนเสี่ยงเหมือนจะรู้ความคิดของนาง เขาดึงตัวนางขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงด้วยกัน ก่อนจะคลุมโปงตัวเองเอาไว้จนมิด มีเพียงใบหน้าของหลินซินที่โผล่ออกมาจากผ้าห่ม“คุณหนู ให้บ่าวจุดเทียนหรือไม่เจ้าคะ”“ไม่ต้อง ขะ ข้า ไม่เป็นอันใดเจ้าไปนอนต่อเถิด” มือของฉีหยุนเสี่ยงเขี่ยผ้าคาดเอวของนางเล่น จนเสียงของหลินซินสั่นเทา“หากมีสิ่งใดเรียกบ่าวนะเจ้าคะ บ่าวเฝ้าอยู่ด้านหน้าห้องเจ้าค่ะ”“ได้ๆ ไปเถิด”พอสาวใช้ออกจากห้องไปแล้ว ฉีหยุนเสี่ยงก็เปิดผ้าห่มออกขึ้นคร่อมทับนางเอาไว้ จ้องมองนางอย่างแน่วแน่ “ซินซิน เจ้าแต่งเข้าตำหนักข้าดีหรือไม่”“หืม...” หลินซินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “พระองค์ล้อหม่อมฉันเล่นแล้ว มิใช่ว่าพระองค์มีความแค้นกับหม่อมฉันจนอยากจะกักขังเอาไว้แก้แค้นหรอกนะเพคะ”จะให้นางเชื่อเขาได้อย่างไร ทุกครั้งที่พบเจอตั้งแต่เด็กก็มีเรื่องกันมาตลอด พอนางหาคู่ครองก็เป็นเขาที่เข้ามาขัดขวางไป
สิ้นคำพูดของฉีหยุนเสี่ยง ลู่เหลียงก็เคร่งเครียดขึ้นทันที เรื่องที่ฉีหยุนเสี่ยงพูดออกมา เขาพอจะรู้ว่ากำลังคัดเลือกหาคุณหนูที่เหมาะสมให้แต่งแทนองค์หญิง เพียงแต่ไม่คิดว่ามีหลินซินรวมอยู่ด้วย“ข้ามิได้เร่งรัดคำตอบในตอนนี้ ใต้เท้ากลับไปค่อยๆ คิดเถิด” เขาลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินออกไป แต่ยังไม่วายหันกลับมามองที่ลู่เหลียงอีกครั้ง “แต่เร็วหน่อยก็ดี หากเสด็จพ่อเลือกคุณหนูลู่ขึ้นมา ถึงตอนนั้นก็คงแก้ไขอันใดไม่ได้แล้ว”ลู่เหลียงมิได้เชื่อในสิ่งที่ฉีหยุนเสี่ยงพูดออกมาทั้งหมด เขาขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อสอบถามเรื่องราวให้กระจ่าง และเป็นเช่นนั้นจริง ราชครูเกาเสนอแผนสาวงาม คิดจะส่งลู่หลินซินไปจริงด้วยความงามของนางอาจจะทำให้ฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ลุ่มหลง หากเป็นเช่นนั้น เรื่องสัญญาสงบศึกคงจะเจรจากันง่ายขึ้น“อาเหลียง เจิ้นยังมิได้ตัดสินใจว่าจะส่งผู้ใดไป หากบุตรีของเจ้ามีสัญญาหมั้นหมายก่อนที่ราชทูตจะเดินทางมาถึงก็คงไม่อาจทำอันใดได้”ลู่เหลียงออกจากวังหลวงด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เขาเดินทางไปที่จวนลั่วเพื่อหารือกับพ่อตาเสียก่อน“ตาเฒ่าเกา น่าตายนัก!!!” ลั่วจ้านตบโต๊ะเสียงดัง“ท่านพ่อตาระงับโทสะก่อนเถิดขอรับ หลังจบเ
หลินซินนางไม่รู้เลยว่าการไปไหว้พระของนางจะได้ดูตัวด้วย อวิ๋นซีได้รับคำสั่งจากบิดาให้พาน้องสาวไปเดินเล่นที่สวนป่าเหมยทางด้านหลังอาราม“ซินซิน บุรุษชุดฟ้าครามที่เจ้าเห็นคือใต้เท้าหม่า สอบได้ทั่นฮวาเมื่อสองปีก่อน อยู่กรมเดียวกับท่านตา นับว่านิสัยใจคอดีไม่น้อย ในจวนไม่มีผู้อาวุโส เจ้าแต่งเข้าไปก็ไม่ต้องคอยสังเกตสีหน้าผู้ใด”“อืม...ข้าแล้วแต่ท่านพ่อ ท่านแม่ หากเห็นว่าสำหรับข้า ข้าก็ไม่ขัดข้องเจ้าค่ะ” นางตอบอย่างไม่ใส่ใจ“ท่านพ่อ ท่านแม่ย่อมต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เจ้า”“จริงหรือ?” เสียงของบุรุษด้านหลังของสองพี่น้องดังขึ้น สองพี่น้องพอหันไปดูก็เห็นว่าเป็นฉีหยุนเสี่ยงเดินมาพร้อมกับองครักษ์ของเขา“ถวายบังคมองค์ชายสามพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ” หลินซินย่อกายเสร็จก็หันหน้าหนีไปทางอื่น“เจ้าแต่งกายเช่นนี้ดีกว่าชุดบุรุษเป็นไหนๆ” ฉีหยุนเสี่ยงมองนางอย่างหยอกล้อ“องค์ชายสามเคยพบน้องสาวกระหม่อมนอกจวนด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ”“ไม่เคยเจ้าค่ะ องค์ชายสามคงเข้าใจผิด ท่านพี่พวกเราไปกันเถิดเจ้าค่ะ ข้าอยากไปดูใต้เท้าหม่าใกล้” หลินซินดึงแขนพี่ชายนางให้ออกเดิน“ประเดี๋ยวก่อน เจ้าจะแต่งกับใต้เท้าหม่าจริงหรือ” เขาเลิกคิ้วถามอย
ลู่เหลียงสังเกตเห็นท่าทางของคนอื่นเช่นกัน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะขยับโดยไร้เสียง “เข้าไปด้านในได้แล้ว” หรูเซียนอดนึกขำไม่ได้ คงไม่ได้มีเพียงนางที่ทำไหน้ำส้มสายชูแตก แม้แต่ลู่เหลียงเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่านางเลย หรูเซียนโบกมือให้หลิวหมิงฮวนก่อนที่จะหลบเข้าไปในห้องรับรองพอชาวเมืองที่มาชมความครึกครื้
ทางด้านใต้เท้าหวง วันที่เก็บของจะเริ่มออกเดินทาง เขามาจัดเก็บหลักฐานด้วยตนเองที่ห้องตำรา ก็เพิ่งจะรู้ว่าพวกมันหายไปเสียแล้วความหวาดกลัวเข้ากัดกินหัวใจ มันไม่ได้หายไปเพียงบัญชีสองเล่มที่เขาสร้างขึ้นเพื่อตบตาลู่เหลียง แต่บัญชีรับเงินและรายละเอียดการโยกย้ายเงินที่ยักยอกมาไปให้ผู้ใดบ้าง จำนวนเท่าใดก็ห
คนที่กระทำส่วนใหญ่ เป็นลูกน้องในกรมโยธาของบิดานาง แต่ตอนนี้คนพวกนี้กำลังวิ่งเต้นเพื่อหาหลักฐานมาช่วยยืนยันความผิดของบิดานางอยู่ เมื่อชาติที่แล้วที่บิดาของนางไม่รอดก็เพราะคนพวกนี้รอหลักฐานปลอมที่ใต้เท้าหวงกำลังจะนำไปส่งมอบที่เมืองหลวง“เรียกลุงตงเข้ามา เตรียมตัวเดินทางกลับเมืองหลวง” นางจะต้องรีบกลับ
ตัวนางไม่ได้บอบบางน่าทะนุถนอมเช่นดอกมู่ตานเสียหน่อย นางซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ภายใต้ใบหน้าที่อ่อนหวานเหมาะสมกับดอกเหมยกุ้ยที่มีหนามแหลมคมเสียมากกว่า“เอ๊ะ!!!” นางช้อนสายตาขึ้นมามองสำรวจบุรุษตรงหน้า ดวงตาดอกท้อที่ทำให้ใจของนางสะดุด จนต้องจ้องมองไม่ละสายตา บุรุษตรงหน้างดงามเกินกว่าจะเป็นบุรุษ “แต่คนรัก







