แชร์

บทที่ 7 สับสน

ผู้เขียน: Fairymanytails
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-26 20:10:00

        เวลาย่ำรุ่งที่ควรจะเป็นเวลาที่ได้หลับอย่างเป็นสุขไป แต่เมิ่งซูเหยากลับต้องเผชิญกับเสียงหนวกหูจนน่ารำคาญ

            “ฮูหยินขอรับ ท่านแม่ทัพเชิญให้ท่านไปที่เรือนใหญ่ทันที”

            “ฮูหยินขอรับ”

            ปัง! เสียงสิ่งของปะทะกับกำแพงห้องดังลั่น

            “เงียบไปเลยนะไอ้พวกบ้า กล้าส่งเสียงดังยามวิกาล เดี๋ยวฉันก็แจ้งความจับเสียเลย”

            “อาเสียนดูสิ ไม่เพียงไม่ตื่นแต่ฮูหยินยังจะแจ้งความจับพวกเราเสียด้วย แต่มันมีกฎหมายข้อนี้ด้วยหรือ” ทหารของเฉินหนานเซิงเกาหัวแกรก ๆ เมื่อได้ยินคำตอบโต้ของคนที่ตนต้องมาตาม

            ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว เขายังขุดนางออกจากเตียงไม่ได้เลย “...”

            “แค่สตรีคนเดียวพวกเจ้าไม่มีปัญญาปลุกงั้นรึ” เสียงทุ้มหนึ่งดังขึ้นข้างหูทำให้ทหารทั้งสองขนลุก มิใช่ว่าเพราะเป็นภูตผีปีศาจ... แต่เพราะเจ้านายของเขาโกรธจัดเสียแล้ว

            “หนวกหูที่สุด คนจะนอนเสียงดังกันอยู่ได้” เมิ่งซูเหยาเองก็โมโหเช่นกันเพราะถูกรบกวนการนอนอันมีค่าของตัวเอง “...”

            มีแต่เหมยเอ๋อร์เท่านั้นที่อยากจะร้องไห้เสียให้ได้

            เมื่อวานนี้คุณหนูของนางทำร้ายท่านแม่ทัพจนอีกฝ่ายเกือบสืบทายาทไม่ได้ แล้วยังหลับพริ้มอย่างเป็นสุขตลอดคืนได้อีก

          แอ๊ดดด โครม! เสียงเปิดประตูอย่างแรงทำให้เหมยเอ๋อร์สะดุ้งโหยง

            “ท่านแม่ทัพ ข้าจะปลุกคุณหนูเอง อย่าเข้าไปเจ้าค่ะ”

            เฉินหนานเซิงมองเหมยเอ๋อร์ด้วยแววตาคมกริบ “ถ้าเจ้าปลุกนางได้ ข้าคงไม่ต้องมาที่นี่” น้ำเสียงเหี้ยมทำให้เหมยเอ๋อร์ถอยกรู

            ชายหนุ่มเดินดุ่ย ๆ เข้าไปยังห้องของคนที่ไม่คิดจะลืมตาตื่นทั้งที่คนทั้งจวนตื่นกันหมดแล้ว

            พรึบบ!

            “อื้ออยย เหมยเอ๋อร์ เอาผ้าห่มคืนมานะ”

            “ข้าหนาว เสื้อคลุมของคุณชายโอหยางไม่พอนะ” เจ้าของเตียงยังคงหลับตาพูด พลางพาตัวนุ่มนิ่มของตัวเองซุกผ้าคลุมเจ้าปัญหาเพื่อคลายหนาว

            และทันทีที่ได้ยินชื่อของเจ้าของผ้าคลุมเต็มสองหู เรื่องชู้รักของฮูหยินเอกผู้นี้คุกรุ่นขึ้นมาในใจเฉินหนานเซิงอีกครั้ง

            พรึบบ

            “เฮ้ยยย นะ นี่เจ้า” เมิ่งซูเหยาลืมตาตื่นเต็มตัวเมื่อถูกกระชากผ้าผืนสุดท้ายที่ให้ความอบอุ่นออกจากตัว...ถึงได้เห็นว่ามีคนบุกรุก

            “เฮ้ยย ปล่อยนะ เจ้าจะทำอะไร” เธอตกใจอีกครั้งเมื่ออีกคนถือวิสาสะอุ้มเธอขึ้นจากเตียง

            “ข้าจะอาบน้ำให้คนโสโครกที่ไปเกลือกกลั้วกับบุรุษอื่นนอกบ้านนะสิ” เฉินหนานเซิงกระชับแขนตนเองแน่นเมื่ออีกคนดิ้นไม่หยุด

            ปึก “ปล่อยนะเฉินหนานเซิง เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ” เสียงทุบและเสียงตวาดของเมิ่งซูเหยาดังลั่นตลอดทางไปห้องอาบน้ำแต่ไร้ผล

            ทันทีที่ถึงอ่างอาบน้ำเขาก็ทำตามที่พูด

          ตูมมม

            เขาโยนนางลงไปในอ่างน้ำเย็นยะเยือกอย่างไร้ปรานี

            “เฉินหนานเซิง!! เจ้าคิดว่าคนอื่นต่ำช้ามักมากเหมือนตัวเองงั้นหรือ” เมิ่งซูเหยาพาตัวเองขึ้นมาจากน้ำอย่างยากลำบาก ก่อนจะชี้หน้าด่าเขาไม่ยั้ง

            ใจของเธอชาหนึบไม่ต่างจากน้ำเย็นจัดนี้สักนิด ความหยาบคายของเขาทำให้เธอถึงกับต้องหลั่งน้ำตา... นี่เป็นอีกด้านที่เธอไม่เคยเห็นจากเขาในโลกโน้น คงเพราะทุกอย่างที่เห็นล้วนแล้วแต่เป็นการเสแสร้งเพื่อหลอกลวงเธอ

            “ฮืออ นายมันก็แค่ไอ้หน้าตัวเมีย ไม่ว่าชาติไหนชีวิตไหนก็ไม่ต่างกัน ฉันเกลียดนาย เกลียดนายที่สุด ได้ยินไหมว่าฉันเกลียดดด” เมิ่งซูเหยาร้องไห้โฮด้วยความอัดอั้น

            ความผิดหวังความเสียใจประดังประเดถาโถมเข้าไม่หยุด

            ตั้งแต่วันที่ถูกเขาบอกเลิก... จนกระทั่งตายและทะลุมิติมาจนป่านนี้ เธอมีคำด่าเขาเป็นล้าน ๆ คำ แต่ไม่มีโอกาสได้พูดออกไปแม้แต่คำเดียว

            ความเสียใจผิดหวังทั้งหมดจึงถูกถ่ายทอดไปยังชายคนนี้คนที่เธอเชื่อสนิทใจว่าเลวไม่ต่างกัน

            ร่างบอบบางสั่นสะท้านพร้อมน้ำตาหลั่งรินบนใบหน้างดงามไม่ขาดสาย แววตาที่นางมองมาชัดเจนไม่ต่างจากคำพูด

            นางเกลียดเขามากเหลือเกิน

            “ข้าไปทำร้ายเจ้าตั้งแต่เมื่อใด” เฉินหนานเซิงถามออกไปด้วยน้ำเสียงเบาหวิว อารมณ์โกรธลดลงกว่าครึ่งเมื่อเห็นความเจ็บปวดของนาง

            ทว่าขณะที่กำลังใจอ่อนและสับสนงุนงงต่อคำพูดและท่าทีของอีกคน เฉินหนานเซิงก็ถูกเล่นงานทีเผลออีกครั้ง

            “โอ๊ยยย!!”

            พลั่ก ตูมมมม... โป๊ก!

            ร่างของแม่ทัพใหญ่ถูกผลักให้ลงไปในอ่างน้ำที่เย็นเฉียบ เสียเอง ตามด้วยขันไม้ใบใหญ่ที่หล่นลงบนหัวพอดิบพอดี

            “เมิ่งซูเหยา!!! เจ้ามันสตรีร้ายกาจ” เฉินหนานเซิงลูบหัวป้อย ๆ พลางตะโกนไล่หลังคนที่ไม่เคยสิ้นพิษสงอย่างจนปัญญา

            ทั้งที่น่าสงสารจับใจ จนทำให้เขาอยากโอบกอดนางเพื่อปลอบประโลม... แต่แค่ครูเดียวนางก็ลอบกัดเขาอีกแล้ว

           

            แอ๊ดดด

            “ท่านแม่ทัพ... ให้ข้าน้อยช่วยนะขอรับ” เจียงอวี้ที่ยืนรอท่าดูลาดเลาอยู่ด้านนอก รีบเข้ามาทันทีเมื่อเห็นเจ้าของเรือนเดินออกไปด้วยดวงตาแดงก่ำ

            “ไม่ต้อง!! ให้คนของเราพาฮูหยินเอกไปที่เรือนของข้าหลังจากที่นางแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว...เรื่องที่นางหนีออกจากจวนนางต้องถูกลงโทษ!!”

            เฉินหนานเซิงจ้องคนสนิทพลางสั่งเสียงแข็ง เขารีบลุกขึ้นจากน้ำและเดินกลับไปยังเรือนของตนด้วยความหัวเสีย

            แม่ทัพหนุ่มหันหลังกลับไปมองเรือนหลังเล็กของคนที่ทำให้เขาวุ่นวายไม่รู้จบ…

            แววตาโศกเศร้าเจือตัดพ้อและเต็มไปด้วยความแค้นเคืองยังคงฝังอยู่ในใจของเขาจนมิอาจปัดทิ้งได้

            “โอหยาง เป็นนามบุรุษของบุรุษไม่ผิดแน่ และชายคนนั้นหากไม่เป็นเชื้อพระวงศ์ก็ต้องเป็นชนชั้นสูงในเมืองหลวง เสื้อคลุมตัวนั้นยืนยันได้เป็นอย่างดี”

           

            เฉินหนานเซิงครุ่นคิดด้วยความสับสน...และยิ่งคิดยิ่งผูกจิตให้นึกถึงแต่เรื่องนางมากขึ้นไปอีก

            แต่เมิ่งซูเหยานั้นยังคงแน่วแน่กับปณิธานของตนเอง...หลีกหนีให้ไกลจากชายที่เธอเกลียด

            “คุณหนู! ตัวท่านร้อนเป็นไฟ ทำอย่างไรดีเจ้าคะ” เหมยเอ๋อร์สะอื้นไห้ พลางจับหน้าผากเจ้านายอีกครั้ง

            “กลัวอะไรกันเล่า คนตกน้ำเย็นขนาดนั้นก็ต้องป่วยสิ”

            “รีบไปบอกแม่ทัพเลวนั่นว่าข้าป่วยหนัก โงหัวไปหาเขาไม่ได้” ทั้งที่คราบน้ำตาเมื่อครู่ยังไม่ทันแห้ง แต่ยามนี้เมิ่งซูเหยายกยิ้มมุมปากพลางเอนกายลงบนหมอน

            ‘อย่าหวังว่าจะสมใจเลยเฉินหนานเซิง… คิดจะลงโทษฉันเหรอ ฝันไปเถอะ ในเมื่ออยู่กันดี ๆ ไม่ได้ ก็อย่ามาหาว่าฉันคนนี้ใจร้ายก็แล้วกัน!!’

            เมิ่งซูเหยากินใบไม้บางชนิดให้ตัวเองตัวร้อนเป็นไฟ เพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้าและถูกลงโทษ

            ทว่าสุดท้ายแล้วในวันนั้นเธอไม่ได้ถูกลงโทษแม้แต่น้อย

            มิใช่เพราะแผนของเธอได้ผล แต่เพราะเว่ยหนิงอันป่วยจนล้มหมอนนอนเสื่อ ทำให้แม่ทัพเจ้าของจวนไม่ว่างมารังควานเธอต่างหาก

            แม้จะเจ็บปวดที่เห็นเขารักกันหวานซึ้ง เจ็บปวดที่เขาห่วงใยสตรีคนนั้นจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน

            ทุกอย่างที่ว่ามายิ่งตอกย้ำให้เธอยิ่งเสียใจที่เคยรักเขาในชาติที่แล้ว...ชายสารเลวคนนั้นไม่เคยมีเวลาดูแลเธอในวันที่ป่วยเลยสักครั้ง และหากเดาไม่ผิดคงเป็นเพราะถูกชู้รักของเขาฉุดรั้งไว้

            แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะโชคดีหรือโชคช่วย เมิ่งซูเหยาก็ยินดีน้อมรับ

            “การที่เธอได้มาที่นี่ สวรรค์คงต้องการให้เธอได้เห็นธาตุแท้ของชายชั่วคนนั้น เธอจะได้ตาสว่างและเลิกเสียใจต่อความรักจอมปลอมนั้นนะเหยาเหยา...จำไว้” เมิ่งซูเหยาบอกกับตัวเองซ้ำ ๆ เหมือนเช่นทุกครั้ง

            เธอไม่คิดการมาเกิดใหม่ในโลกที่มีทั้งสองคนอยู่จะเป็นเรื่องบังเอิญ เธอมั่นใจว่าเธอมาที่นี่... เพื่อให้เธอได้เห็นความจริงที่ไม่เคยมีโอกาสได้เห็น

            หญิงสาวเช็ดน้ำตา พลางถอนหายใจก่อนหันไปยังทางสาวใช้แล้วพูดขึ้นอย่างร่าเริงราวกับเป็นอีกคน

            “หึ ถือว่าเป็นโอกาสดีของเราแล้วเหมยเอ๋อร์ ต้องขอบใจเว่ยหนิงอันจริง ๆ ที่ป่วยนานขนาดนี้ พวกเราออกไปข้างนอกกันเถอะ”

            “เราต้องลงมือทำอะไรต่อมิอะไรอย่างจริงจังเสียที”

            …

            เมิ่งซูเหยาชวนสาวใช้ออกไปจากจวนโดยใช้ประตูหลังอีกเช่นเคย และคราวนี้กลับมีคนคุ้มกันตามไปถึงสองคน

            “หึ เจ้านายไม่อยู่ยังส่งแมลงมาคุมกันอีก...ฉันจะทำให้นายรู้เองว่าไร้ประโยชน์แค่ไหน”

           

            เมิ่งซูเหยายกยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างไม่แยแสที่ถูกตามคุมแจ เธอไม่มีทางจนตรอกเพราะชายคนนี้อีก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฮูหยินตัวแสบแม่ทัพตัวร้าย   บทที่ 9 เขาไม่ใช่เจ้าชีวิตข้า!

    “คุณหนู ทำแบบนี้เราต้องถูกลงโทษหนักแน่เจ้าค่ะ กลับจวนตระกูลเฉินกันก่อนดีกว่า” เหมยเอ๋อร์เอ่ยทั้งหายใจหอบ หลังพากันวิ่งหนีมาจนขาแทบหลุด แต่เจ้านายของนางกลับเชิดหน้าอย่างดื้อรั้น ราวกับไม่มีสิ่งใดทำให้นางเปลี่ยนใจได้ “ไม่ว่าจะวันนี้ มะรืนนี้ หรือวันไหน ๆ เฉินหนานเซิงก็จ้องจะเล่นงานข้าอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่หรือ” เมิ่งซูเหยาพูดอย่างไม่ยี่หระ “ที่สำคัญ เขาไม่ใช่เจ้าชีวิตข้า” คำพูดเด็ดเดี่ยวเกินสตรีของเจ้านายทำให้เหมยเอ๋อร์ทั้งดีใจและหวั่นใจ... โลกนี้มีด้วยหรือที่สตรีจะเอาตัวรอดได้โดยไร้บุรุษคอยหนุนหลัง แต่ถึงกระนั้นนางก็ยินดีทำตาม “เฮ้อ… คุณหนูว่ากระไร บ่าวก็ว่าตามนั้น” เหมยเอ๋อร์ถอนหายใจยาวราวกับคนแก่ ก่อนยกมือผลักประตูที่ถูกทางการปิดตายไว้ แอ๊ดดด เสียงประตูไม้ผุพังดังเอี๊ยดอ๊าด กลิ่นฝุ่นอับและความวังเวงทะลักออกมา เหมือนบ้านร้างที่ถูกทอดทิ้งมาหลายสิบปี ทั้งที่เรื่องร้ายเพิ่งผ่านมาไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ “คุณหนู…” น้ำเสียงเหมยเอ๋อร์สั่นเครือ ดวงตาแดงก่ำเมื่อมองลานกว้าง ๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยชีวิตชีว

  • ฮูหยินตัวแสบแม่ทัพตัวร้าย   บทที่ 8 ไม่ว่าอย่างไร... นางคือฮูหยินของข้า

    ไม่นานนักเฉินหนานเซิงก็ได้รู้ฤทธิ์ของฮูหยินบ้าอีกครั้ง เสียงผู้คนจอแจในหอนั่งของโรงเตี๊ยมดังของเมืองหลวงกลับเงียบสงัดเมื่อแม่ทัพใหญ่ของแคว้นบุกเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง “นางกับสาวใช้หายเข้าไปในห้องพักจริง ๆ ขอรับ แต่ไม่กลับออกมาอีกเลย” “จนกระทั่งข้าจ้างให้สตรีนางหนึ่งเข้าไปดูถึงได้รู้ว่าพวกนางสองคนหายไปแล้ว” พลทหารที่ติดตามเมิ่งซูเหยารายงานเจ้านายด้วยสีหน้าซีดเผือด พวกเขาไม่คิดแม้แต่น้อยว่านางจะหนีไปได้!... ร้ายจริง ๆ สีหน้ามืดครึ้มของเจ้านายพร้อมกับน้ำเสียงเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งทำให้พลทหารก้มหน้างุด “ข้าเตือนเจ้าแล้วว่านางเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวนัก แต่พวกเจ้าก็ยังประมาท กลับไปที่ค่ายทหารแล้วรับโทษซะ!!” เฉินหนานเซิงโมโหจนแทบบ้า เขาที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาสามวันเต็มเพราะหนิงอันป่วยหนัก และเรื่องการตามหาคนร้ายที่สังหารตระกูลเมิ่ง กลับต้องมารับรู้ว่าฮูหยินเอกตัวร้าย... หนีหายไปอีกแล้ว เฉินหนานเซิงประกาศกร้าว “นับจากวันนี้ไป... ข้าไปไหน เจ้าก็ต้องไปที่นั่น!!” “เจ

  • ฮูหยินตัวแสบแม่ทัพตัวร้าย   บทที่ 7 สับสน

    เวลาย่ำรุ่งที่ควรจะเป็นเวลาที่ได้หลับอย่างเป็นสุขไป แต่เมิ่งซูเหยากลับต้องเผชิญกับเสียงหนวกหูจนน่ารำคาญ “ฮูหยินขอรับ ท่านแม่ทัพเชิญให้ท่านไปที่เรือนใหญ่ทันที” “ฮูหยินขอรับ” ปัง! เสียงสิ่งของปะทะกับกำแพงห้องดังลั่น “เงียบไปเลยนะไอ้พวกบ้า กล้าส่งเสียงดังยามวิกาล เดี๋ยวฉันก็แจ้งความจับเสียเลย” “อาเสียนดูสิ ไม่เพียงไม่ตื่นแต่ฮูหยินยังจะแจ้งความจับพวกเราเสียด้วย แต่มันมีกฎหมายข้อนี้ด้วยหรือ” ทหารของเฉินหนานเซิงเกาหัวแกรก ๆ เมื่อได้ยินคำตอบโต้ของคนที่ตนต้องมาตาม ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว เขายังขุดนางออกจากเตียงไม่ได้เลย “...” “แค่สตรีคนเดียวพวกเจ้าไม่มีปัญญาปลุกงั้นรึ” เสียงทุ้มหนึ่งดังขึ้นข้างหูทำให้ทหารทั้งสองขนลุก มิใช่ว่าเพราะเป็นภูตผีปีศาจ... แต่เพราะเจ้านายของเขาโกรธจัดเสียแล้ว “หนวกหูที่สุด คนจะนอนเสียงดังกันอยู่ได้” เมิ่งซูเหยาเองก็โมโหเช่นกันเพราะถูกรบกวนการนอนอันมีค่าของตัวเอง “...” มีแต่เหมยเอ๋อร์เท่านั้นที่อยากจะร้องไห้เสียให้ได้ เมื่อวานนี้คุณหนูของน

  • ฮูหยินตัวแสบแม่ทัพตัวร้าย   บทที่ 6 พูดเองเจ็บเอง

    สองนายบ่าวหันมองไปยังต้นไม้ต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาร่มรื่น เจ้าพวกตัวเล็ก ๆ ปีนขึ้นลงอย่างปราดเปรียวทั้งที่มันสูงขนาดนั้น เหมยเอ๋อร์ตั้งสติ พลางหันไปถามเจ้านายเมื่อเดาออกว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร “คุณหนู…ท่านปีนต้นไม้เป็นด้วยหรือเจ้าคะ” สาวใช้เบิกตากว้าง “ว่ายน้ำ ปีนหน้าผา ตกปลา เทควันโด ข้าทำได้ทั้งนั้นแหละ” “เทควัน…อะไรนะเจ้าคะ?” “ช่างมันเถอะ ข้าแค่อยากบอกเจ้าว่าเรื่องปีนต้นไม้นะเรื่องเล็กน้อย!” เมิ่งซูเหยาปัดมือ ก่อนโบกเรียกเด็ก ๆ บนกิ่งไม้ “เฮ้ เจ้าตัวเล็กทั้งหลาย! มาช่วยพี่สาวหน่อยสิ” … เด็กหัวโจกปีนลงมาอย่างเร็วรี่ “พี่สาวอยากได้อะไรหรือขอรับ” “นี่เงินหนึ่งตำลึง...ปีนไปฝั่งโน้น แล้วเอาบันไดมาวางพาดกับต้นไม้ต้นนี้ให้พี่สาวที” เมิ่งซูเหยาบอกพลางแหงนหน้ามองต้นไม้ต้นใหญ่ตรงหน้า เธอจำได้ว่าต้นไม้จากฝั่งตระกูลเฉินมันสูงจนน่ากลัวเพราะถูกตัดกิ่งก้านจนหมด แต่ขนมในมือเด็กพวกนี้... เธอแน่ใจว่าพวกแกลงไปขโมยของมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ขณะที่อีกฝ่ายกำลังครุ่นคิด อีกด้านหนึ่งข

  • ฮูหยินตัวแสบแม่ทัพตัวร้าย   บทที่ 5 อย่าหวังว่าจะทำให้ข้าจนมุม!

    สองหนุ่มน้อยหน้าหวานกับบุรุษลึกลับดื่มเหล้ากันจนเกือบรุ่งสางจึงพากันแยกย้าย “ไอ้หยา เมาหัวราน้ำอีกแล้วหรือนี่ ปวดหัวจังเลย” เมิ่งซูเหยากุมขมับตัวเองที่ปวดหยุบ ๆ ทันทีที่ตื่นมา แอ๊ดดด “คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ ท่านรีบทานน้ำแกงนี่ก่อนเถิดเจ้าค่ะ พวกเราต้องรีบกลับจวนแม่ทัพแล้ว” เหมยเอ๋อร์ส่งน้ำแกงอุ่น ๆ ให้เจ้านายสาว พลางเตือนอีกฝ่ายด้วยความกังวล นางกับคุณหนูค้างที่จวนตระกูลเมิ่งเพราะเมาแอ๋จนกลับไปไม่ไหว โชคดีอยู่บ้างที่เรือนของคนเฝ้าศาลบรรพชนมีทั้งฟูกและผ้าห่มผืนบาง รวมทั้งอาหารแห้งและเครื่องปรุงง่าย ๆ อยู่ด้วย นางจึงปรุงน้ำแกงให้เจ้านายได้ “นี่มันเพิ่งยามไหนเอง ไม่ต้องรีบร้อนหรอกน่า” เมิ่งซูเหยาพูดพลางพลิกตัวม้วนผ้าห่มแน่น “อีกอย่างไม่มีใครรู้หรอกว่าเราหายหัวจากจวนตั้งแต่เมื่อวาน... คนพวกนั้นไม่มีใครสนใจว่าเราจะเป็นหรือตาย” เธอพูดเสียงงัวเงียไม่แยแสต่อคนตระกูลเฉินที่ตัวเองตั้งใจจะตัดขาด “รอย่ำรุ่งก่อนแล้วเราจะไปหาห้องใต้ดินที่พี่ใหญ่พูดไว้ จากนั้นค่อยกลับจวนเฉินก็ยังไม่สาย”ว่าแล้วเธอก็หลับตา

  • ฮูหยินตัวแสบแม่ทัพตัวร้าย   บทที่ 4 สหายลึกลับของคุณชายเมิ่ง

    ท่ามกลางความพลุกพล่านของผู้คนที่เข้าออกโรงเตี๊ยมไม่ขาดสาย สาวใช้กับนายสาวที่ตอนเข้ามาในโรงเตี๊ยมเป็นสตรีรูปงาม ... แต่ขากลับออกไปกลับมีเพียงหนุ่มน้อยวัยเพิ่งแตกหนุ่มสองคนเดินออกมาเท่านั้น คนที่ตามติดตามคำสั่งของเจ้านายถึงกับงุนงง เมื่อสตรีทั้งสองหายไปจากโรงเตี๊ยมอย่างไร้ร่องรอย ปัง! “พวกเจ้าเป็นถึงทหารของกองทัพ แต่กลับปล่อยให้สตรีบอบบางสองคนหลุดรอดสายตางั้นรึ... เอาพวกมันไปโบยสิบไม้” “เจียงอวี๋ส่งคนไปตามหาพวกนางให้พบโดยเร็ว” “หากนางตกอยู่ในอันตราย ตระกูลเฉินต้องถูกลงโทษหนักแน่” เฉินหนานเซิงรีบสั่งลูกน้องด้วยความร้อนรน “ข้าประมาทเจ้าไปจริง ๆ เมิ่งซูเหยา’ ชายหนุ่มชาติทหารกำหมัดแน่น เขาถูกลบเหลี่ยมด้วยสตรีที่ตนเคยดูแคลนว่าเป็นแค่คนบ้าคนหนึ่ง...ไม่คิดว่านางจะรอดพ้นสายตาของพลทหารถึงสองคนไปได้ คนต้นเรื่องมิได้นำพาว่าสร้างความวุ่นวายให้ใคร ยามนี้เจ้านายกับบ่าวกำลังยืนอยู่ตรงหน้าศาลบรรพชนของตระกูลเมิ่ง ที่มีป้ายวิญญาณจำนวนมากถูกวางเรียงเอาไว้แม้ไม่ใช่เรื่องของเธอโดยตรง แต่ยากเหลือเกินที่จ

  • ฮูหยินตัวแสบแม่ทัพตัวร้าย   บทที่ 3 ชีวิตใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น

    เช้าวันใหม่ของสองนายบ่าวดูสดใสกว่าทุกวันที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะผู้เป็นนายที่ยังขดตัวอยู่ในผ้าห่มอุ่น ส่วนสาวใช้ที่เริ่มคุ้นชินกับนิสัย ‘ตื่นสาย’ ของเจ้านาย เพิ่งกลับมาจากตลาดพร้อมตะกร้าเต็มมือ เมื่อคืนก่อน พวกนางย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหม่ ที่แม้ไม่ใหญ่แต่เรียกได้ว่

  • ฮูหยินตัวแสบแม่ทัพตัวร้าย   บทที่ 2 น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง

    ห้องรับรองของเรือนใหญ่ตึงเครียดจนเงียบสงัด แม้แต่เสียงลมลอดหน้าต่างยังฟังชัดเจน เยี่ยนลิ่วอิงนั่งบนตั่ง แววตาคมกริบกวาดมองลูกสะใภ้ขัดตาทัพด้วยความไม่ชอบใจ อีกทั้งในใจของนางเต็มไปด้วยความสงสัยว่าเหตุใดอีกคนมิใช่คนบ้าอย่างที่ผู้คนเขาลือกัน สุดท้ายแล้วก็นิ่งเงียบเพร

  • ฮูหยินตัวแสบแม่ทัพตัวร้าย   บทที่ 1 ทางรอด

    เรือนเก่าผุพังท้ายจวนใหญ่เต็มไปด้วยความอับชื้น เสื่อเก่าขาด ๆ ปูอยู่บนพื้นดินเย็นชื้น ราวกับเป็นคุกชั้นต่ำที่ใช้ขังผู้ไร้ค่า เมิ่งซูเหยานั่งเอนหลังโดยที่ไม่อาจสลัดเรื่องเขาออกจากหัวได้เลย “ฉันทำกรรมอะไรไว้กับนายกันแน่ ถึงหนีกันไม่พ้นสักที” “ฉันจะต้องห

  • ฮูหยินตัวแสบแม่ทัพตัวร้าย   บทนำ ต้องไม่เหมือนเดิมอีก

    ปัง! “แม่ทัพเฉินรับบุตรีของราชครูเมิ่งเป็นฮูหยินเอกอย่างนั้นเรอะ?” “ไม่ผิดแน่ขอรับท่านพ่อ” “บัดซบที่สุด ...จนแล้วจนรอดพวกเราก็ไม่อาจตัดรากถอนโคนตระกูลเมิ่งได้ นางเป็นเพียงสตรีสติไม่สมประกอบแท้ ๆ” “ท่านพ่อก็รู้ว่า ไม่มีใครกล้าเพิกเฉยต่อคำพูดของ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status