แชร์

ตอนที่ 8

ผู้เขียน: ซูเล่อเหยียน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-30 20:39:03

รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือน จวนแม่ทัพยังคงตกอยู่ในความตึงเครียดจากเหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อคืน บ่าวไพร่เดินกันขวักไขว่ด้วยสีหน้าหวาดระแวง พ่อครัวหวังและลูกมือในเรือนครัวต่างยืนจับกลุ่มซุบซิบนินทากันด้วยความหวาดกลัว

“ฮูหยินช่างโหดเหี้ยมนัก ข้าได้ยินมาว่านางใช้กระทะทุบหัวนักฆ่าจนสลบ…” สาวใช้คนหนึ่งกระซิบ

“ใช่ ข้าก็เห็นกับตา ร่างของนักฆ่าชุ่มไปด้วยเลือด นางหาใช่สตรีธรรมดาไม่ พวกเราต้องระวังตัวให้ดี หากทำอาหารไม่ถูกปากนาง มีหวังโดนกระทะฟาดตายเป็นแน่” พ่อครัวหวังเสริมหน้าตาตื่น

ในขณะที่ทุกคนกำลังหวาดผวา บานประตูเรือนครัวก็ถูกผลักออก อวี๋เจียวหว่านเดินเข้ามาด้วยใบหน้าสดใสประดุจดอกไม้บานยามเช้า นางล้างหน้าหวีผมเรียบร้อยแล้ว กระทะทองเหลืองคู่ใจถูกขัดจนเงางามไร้คราบเลือด ไร้ร่องรอยการเข่นฆ่า มีเพียงกลิ่นอายของกระทะที่พร้อมจะใช้ปรุงอาหาร

“พวกเจ้ายืนชุมนุมอันใดกัน แสงตะวันส่องก้นแล้ว เหตุใดยังไม่เตรียมก่อไฟอีก” นางกล่าวเสียงใส

เหล่าลูกมือสะดุ้งสุดตัว รีบแยกย้ายกันไปประจำตำแหน่งด้วยความรวดเร็ว

อวี๋เจียวหว่านรับรู้ได้ถึงความหวาดกลัวในสายตาของทุกคน นางลอบถอนหายใจ การใช้กำลังข่มขู่อาจทำให้คนเกรงกลัว ทว่าไม่อาจทำให้คนศิโรราบจากใจจริง การจะกุมอำนาจในเรือนครัวอย่างเด็ดขาด นางต้องซื้อใจผู้คนเหล่านี้ให้ได้ และไม่มีสิ่งใดจะผูกมัดใจคนได้ดีไปกว่าอาหารรสเลิศ

“วันนี้ข้าจะทำอาหารเช้าเลี้ยงพวกเจ้าทุกคน เพื่อเป็นการปลอบขวัญจากเรื่องเมื่อคืน” นางประกาศก้อง

บ่าวไพร่ต่างหันมามองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ ฮูหยินจะทำอาหารเลี้ยงบ่าวไพร่หรือ ช่างเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในจวนขุนนาง

อวี๋เจียวหว่านไม่รอให้ผู้ใดปฏิเสธ นางสั่งให้เสี่ยวเถายกกระบุงใส่ข้าวเย็นที่เหลือจากเมื่อวานออกมา ข้าวที่หุงทิ้งไว้ข้ามคืนจะมีความแข็งและร่วน เหมาะแก่การนำมาทำข้าวผัดตามตำรับโบราณเป็นที่สุด จากนั้นนางก็หยิบไข่เป็ดมาตอกแยกไข่แดงและไข่ขาว นางเลือกใช้เพียงไข่แดง นำมาตีให้เข้ากันแล้วเทลงไปคลุกเคล้ากับข้าวเย็นในอ่างไม้ ใช้มือขยำเบาๆ ให้ไข่แดงเคลือบเม็ดข้าวทุกเม็ดจนกลายเป็นสีเหลืองทอง

“นี่คือตำรับซุยจินฟ่าน หรือที่เรียกขานกันว่าข้าวผัดเกล็ดทองคำ ไข่แดงจะช่วยรัดตึงเม็ดข้าว เมื่อนำไปคั่วในกระทะ ข้าวจะร่วนซุยไม่อมน้ำมัน” นางอธิบายพลางลงมือทำ

พ่อครัวหวังที่แอบมองอยู่ไกลๆ ถึงกับเบิกตากว้าง เขาเป็นพ่อครัวมาหลายสิบปี เคยได้ยินเพียงชื่อตำรับอาหารล้ำค่านี้ แต่ไม่เคยเห็นเคล็ดลับการเตรียมข้าวเช่นนี้มาก่อน

อวี๋เจียวหว่านจัดการหั่นเนื้อเค็มตากแห้ง หัวไชโป๊วหวาน และต้นหอมเป็นชิ้นเล็กละเอียด เตรียมไว้ในถ้วย จากนั้นนางก็ตั้งกระทะทองเหลืองขึ้นบนเตา เร่งไฟให้แรงที่สุด

นางตักน้ำมันหมูใส่ลงไป รอจนควันขาวลอยขึ้นมา จึงใส่เนื้อเค็มลงไปรวนจนน้ำมันในเนื้อแตกตัวและส่งกลิ่นหอม จากนั้นจึงเทข้าวที่เตรียมไว้ลงไปในกระทะ

เสียงข้าวสัมผัสกับกระทะร้อนดังไปทั่วเรือนครัว อวี๋เจียวหว่านจับด้ามกระทะด้วยมือซ้าย มือขวาถือตะหลิว นางเริ่มทำการควงกระทะด้วยพละกำลังที่น่าทึ่ง ข้าวผัดสีทองลอยขึ้นสู่อากาศเป็นสายโค้งงดงามก่อนจะร่วงหล่นกลับลงสู่กระทะอย่างแม่นยำ ทุกครั้งที่ข้าวลอยขึ้น เปลวไฟจากเตาจะตวัดเลียสัมผัสเม็ดข้าว เกิดเป็นกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของการผัดอาหาร

บ่าวไพร่ทุกคนหยุดงานในมือ สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่การร่ายรำหน้าเตาไฟของฮูหยิน ท่วงท่าของนางสง่างามและทรงพลัง กลิ่นหอมของไข่คั่วทะลวงผ่านจมูกเข้าไปถึงกระเพาะ ทำให้ทุกคนพร้อมใจกันกลืนน้ำลาย

นางเติมหัวไชโป๊วและต้นหอมซอยลงไป ปรุงรสด้วยเกลือและผงพริกหอมเพียงหยิบมือ ไม่ใช้เครื่องปรุงรสจัดจ้านเพื่อรักษากลิ่นหอมดั้งเดิมของไข่และข้าว ตวัดตะหลิวอีกสามสี่ครั้ง ซุยจินฟ่านสีเหลืองทองก็เสร็จสมบูรณ์

อวี๋เจียวหว่านตักข้าวผัดใส่ชามกระเบื้องใบใหญ่หลายใบ ข้าวทุกเม็ดเรียงตัวสวยงาม ไม่แฉะ ไม่ติดกัน สีเหลืองทองอร่ามประดับด้วยสีเขียวของต้นหอม ดูน่ากินจนไม่อาจละสายตา

“พวกเจ้าเข้ามาแบ่งกันกินเถิด กินให้อิ่มท้อง จะได้มีแรงทำงาน” นางกวักมือเรียก

บ่าวไพร่ต่างลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ทว่าความหอมยั่วยวนนั้นมีอำนาจเหนือความหวาดกลัว พ่อครัวหวังเป็นผู้กล้าคนแรกที่ก้าวออกมารับชามข้าวผัด เขายกตะเกียบขึ้นพุ้ยข้าวเข้าปากคำแรก

ทันทีที่เม็ดข้าวสัมผัสลิ้น ดวงตาของชายวัยกลางคนก็เบิกกว้าง รสชาติกลมกล่อมของไข่ที่เคลือบอยู่ด้านนอก ผสานกับความนุ่มหนึบของข้าวสารด้านใน เนื้อเค็มชิ้นเล็กช่วยเพิ่มรสชาติเค็มตัดกับความหวานของหัวไชโป๊วได้อย่างไร้ที่ติ มันคือข้าวผัดที่ใช้วัตถุดิบเรียบง่าย ทว่ากลับอร่อยล้ำที่สุดเท่าที่เขาเคยกินมาในชีวิต

น้ำตาแห่งความปีติไหลรินอาบแก้มพ่อครัวหวัง เขาวางชามลงบนโต๊ะแล้วคุกเข่าลงเบื้องหน้าอวี๋เจียวหว่าน

“ฮูหยิน ฝีมือของท่านลึกล้ำเหนือคำบรรยาย ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ ที่ผ่านมาล่วงเกินท่านไปมาก ขอฮูหยินโปรดอภัย นับแต่นี้ไป ข้าน้อยและบ่าวไพร่ในเรือนครัว ขอสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อฮูหยินแต่เพียงผู้เดียว หากฮูหยินสั่งให้หันซ้าย ข้าน้อยจะไม่หันขวาเด็ดขาด”

บ่าวไพร่คนอื่นๆ ที่ได้ลิ้มรสข้าวผัดต่างพากันคุกเข่าลงตาม รสชาติอาหารของนางได้หลอมละลายความหวาดหวั่นและอคติจนหมดสิ้น บัดนี้ อวี๋เจียวหว่านได้กลายเป็นนายหญิงที่พวกเขายอมรับจากใจจริง มิใช่เพราะเกรงกลัวอำนาจหรือพละกำลังของนางอีกต่อไป

อวี๋เจียวหว่านยิ้มรับ นางสั่งให้ทุกคนลุกขึ้นและกินข้าวให้หมด ก่อนจะตักซุยจินฟ่านที่แบ่งไว้และน้ำแกงกระดูกที่เคี่ยวไว้ตั้งแต่เมื่อคืนใส่ถาดไม้ เพื่อนำไปให้สามี

ภายในเรือนหานอวิ๋น เซี่ยกู่หานนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว สีหน้าของเขาดูมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเมื่อวานเล็กน้อย ทันทีที่นางก้าวเข้ามาพร้อมถาดอาหาร สายตาของเขาก็จับจ้องไปที่ชามข้าวผัดสีทองอร่ามทันที

“วันนี้เจ้าทำสิ่งใดมาให้ข้ากิน” เขาเอ่ยถาม

“ซุยจินฟ่าน และน้ำแกงกระดูกเจ้าค่ะ” นางวางชามลงตรงหน้าเขา “อาหารเช้าควรเน้นที่ย่อยง่ายและบำรุงกำลัง ข้าวผัดจานนี้ใช้ไฟแรงคั่วอย่างรวดเร็วเพื่อให้ข้าวร่วนซุย ท่านลองทานดูเจ้าค่ะ”

เซี่ยกู่หานคีบข้าวเข้าปาก รสชาติของมันทำให้ดวงตาของเขาทอประกายพึงพอใจ แม้จะไม่มีเนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่โต ทว่าความหอมของกลิ่นกระทะและรสชาติที่นุ่มนวลกลับทำให้กระเพาะที่อ่อนแอของเขาตอบรับอย่างยินดี เขากินข้าวจนหมดชามและดื่มน้ำแกงตามจนไม่เหลือสักหยด

อวี๋เจียวหว่านมองถ้วยชามที่ว่างเปล่าด้วยรอยยิ้มกว้าง นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้กำลังตกหลุมพรางแห่งรสชาติที่นางขุดล่อไว้ อาการเบื่ออาหารของเขาถูกรักษาด้วยอาหารทีละมื้อ และความเย็นชาของเขาก็กำลังถูกหลอมละลายด้วยความอบอุ่นจากเตาไฟของนางเช่นกัน

“ท่านแม่ทัพ วันนี้ข้าจัดการคนในเรือนครัวเรียบร้อยแล้ว ต่อไปจะไม่มีผู้ใดกล้าขัดคำสั่งข้าอีก” นางรายงานด้วยน้ำเสียงภูมิใจ

เซี่ยกู่หานจิบน้ำชาล้างปาก เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของภรรยา

“เจ้าใช้กระทะฟาดพวกเขา หรือใช้อาหารซื้อใจพวกเขาเล่า” เขาถามอย่างรู้ทัน

“ย่อมต้องใช้ทั้งสองอย่างสิเจ้าคะ” นางหัวเราะเบา ๆ “ไม้แข็งไว้ปราบคนพาล ไม้อ่อนไว้ผูกใจคน ทว่าสำหรับท่าน ข้าใช้เพียงความอร่อยก็เพียงพอแล้วกระมัง”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 38

    “ทูลฝ่าบาท สมุดบัญชีเล่มนี้ กระหม่อมและฮูหยินลอบเข้าไปยึดมาได้จากห้องลับในหอสุราซ่อนจันทร์ ซึ่งเป็นตลาดมืดนอกเมือง และผู้ที่อยู่เบื้องหลังความโสมมทั้งหมดนี้ ทั้งการสับเปลี่ยนเสบียงกองทัพหลางหยา การวางยาพิษไทเฮา และการซ่องสุมกำลังพล ก็คือองค์ชายรองพ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยกู่หานเอ่ยตอบอย่างรวดเร็วและตรงไปตรงมาฮ่องเต้ตบพระหัตถ์ลงบนโต๊ะเสียงดัง พระเนตรของโอรสสวรรค์เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโทสะที่บุตรชายสายเลือดเดียวกันกล้าคิดทรยศต่อแผ่นดินและบัลลังก์“บังอาจนัก ข้าเลี้ยงดูมาอย่างดี ทว่าเจ้าลูกไม่รักดีกลับคิดคดทรยศ ซ่องสุมกำลังหมายจะก่อกบฏ ข้าจะไม่ปล่อยให้มันลอยนวลเด็ดขาด” ฮ่องเต้ตรัสเสียงกร้าว พระองค์หันมามองเซี่ยกู่หาน “แม่ทัพเซี่ย ข้ามีคำสั่งให้เจ้านำกำลังทหารบุกค้นจวนองค์ชายรองในวันพรุ่งนี้ จับกุมตัวผู้มีรายชื่อในบัญชีทั้งหมดมาลงโทษให้สิ้นซาก”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยกู่หานน้อมรับพระราชโองการยามนั้นเอง ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงกระเบื้องแตกกระจายและเสียงร้องโหยหวนของบ่าวไพร่ก็ดังลั่นมาจากหน้าลานจวน ประตูห้องโถงถูกถีบเปิดออกอย่างรุนแรง ร่างของมือสังหารในชุดดำอำพรางใบหน้

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 37

    ล้อรถม้าบดทับแผ่นหินปูถนน ค่อยๆเคลื่อนตัวผ่านประตูเมือง เมืองหลวงในยามนี้เต็มไปด้วยความคึกคักของวสันตฤดู พ่อค้าแม่ค้าส่งเสียงร้องเร่ขายสินค้า ทว่าภายในรถม้าของจวนแม่ทัพ บรรยากาศกลับเงียบสงบและแฝงไปด้วยความตึงเครียดเซี่ยกู่หานนั่งหลังตรง นัยน์ตาคมจดจ้องอยู่ที่สมุดบัญชีปกสีน้ำเงินเข้มในมือ มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ปล้นชิงมาจากหอสุราซ่อนจันทร์ สมุดเล่มนี้บันทึกรายชื่อขุนนางที่รับสินบน เส้นทางการลักลอบค้าอาวุธเถื่อน และการยักยอกเสบียงทัพ ซึ่งทุกสายใยล้วนเชื่อมโยงไปสู่ผู้บงการเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือองค์ชายรอง“เมืองหลวงดูสงบสุขร่มเย็น ทว่าเบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยหนอนบ่อนไส้ที่กัดกินรากฐานของแผ่นดิน” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นดุจน้ำแข็ง “หากปล่อยให้องค์ชายรองซ่องสุมกำลังต่อไป คงเกิดกบฏในไม่ช้า ข้าต้องนำบัญชีเล่มนี้ไปทูลถวายฝ่าบาทโดยเร็วที่สุด”อวี๋เจียวหว่านที่นั่งอยู่เคียงข้าง เอื้อมมือไปกุมมือใหญ่ของสามีเอาไว้ สัมผัสอุ่นจากนางช่วยคลายความคุกรุ่นในใจของแม่ทัพหนุ่มลงได้บ้าง“ท่านแม่ทัพ การนำบัญชีลับไปถวายในท้องพระโรงย่อมเสี่ยงต่อการถูกขุนนางฝ่ายองค์ชายรองขัดขวางและทำลายหลักฐาน เราต้

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 36

    อวี๋เจียวหว่านใช้ตะหลิวตักเต้าหู้เหม็นทอดขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมัน จากนั้นนางตวัดมีดผ่ากลางก้อนเต้าหู้ เผยให้เห็นเนื้อในสีขาวนวลที่ยังคงความนุ่มฟู นางตักน้ำปรุงรสสูตรพิเศษที่เคี่ยวจากพริกหอม กระเทียม น้ำหมักถั่วเหลือง และน้ำส้มสายชูหมัก ราดลงไปในรอยผ่า เพื่อให้รสชาติจัดจ้านซึมซาบเข้าสู่เนื้อเต้าหู้ทุกอณูนางจัดเต้าหู้เหม็นทอดใส่จานกระเบื้อง โรยหน้าด้วยผักชีซอย ก่อนจะเดินถือจานนั้นตรงไปยังโต๊ะของเถ้าแก่ชุดแดง“เถ้าแก่ อาหารจานนี้มีชื่อว่า เต้าหู้เหม็นหมื่นหลี้ แม้กลิ่นจะร้ายกาจ ทว่ารสชาติกลับล้ำเลิศเหนือจินตนาการ ท่านผู้ซึ่งอ้างตนว่าหลงใหลในของแปลก จะกล้าเปิดใจชิมดูสักคำหรือไม่” นางเอ่ยท้าทายด้วยรอยยิ้มมั่นใจเถ้าแก่ชุดแดงมองจานเต้าหู้ตรงหน้า เขาสูดลมหายใจเข้า กลิ่นเหม็นฉุนผสมกับความหอมมันและกลิ่นพริกหอมตีกันยุ่งเหยิงในโพรงจมูก ความอยากรู้อยากเห็นในฐานะนักชิมมีชัยเหนือความขยะแขยง เขากลั้นใจหยิบตะเกียบคีบเต้าหู้ชิ้นหนึ่งเข้าปากทันทีที่ฟันขบลงบนผิวเต้าหู้ เสียงความกรอบก็ดังก้องในโสตประสาท ความกรอบเกรียมของผิวนอกตัดกับความนุ่มละมุนของเนื้อใน รสชาติหอมมันของถั่วหมักระเบิดกระจายเต็มปาก ผสานกับ

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 35

    หลังจากเหตุการณ์ในวังหลวงผ่านพ้นไป องค์ชายรองถูกสั่งกักบริเวณในจวนเป็นเวลาหนึ่งเดือน คลื่นใต้น้ำในราชสำนักดูเหมือนจะสงบลงชั่วคราว ทว่าเซี่ยกู่หานทราบดีว่านี่คือช่วงเวลาทองในการรุกฆาต หากปล่อยให้ศัตรูพักหายใจ เมื่อเสือร้ายออกจากกรงย่อมต้องแว้งกัดอย่างบ้าคลั่งกว่าเดิมยามซวี แสงจันทร์สลัวทอดเงาลงบนหลังคาเรือนหานอวิ๋น ภายในห้องหนังสือที่จุดเทียนสว่างไสว ลู่จิวประสานมือรายงานความคืบหน้าด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“เรียนท่านแม่ทัพ สายลับของเราสืบพบแล้วขอรับ ว่าเงินทองที่องค์ชายรองยักยอกมาจากการสับเปลี่ยนเสบียงทัพ ถูกนำไปซุกซ่อนไว้ที่หอสุราซ่อนจันทร์ ซึ่งเป็นบ่อนพนันและตลาดมืดใต้ดินอยู่นอกกำแพงเมือง ซ้ำยังมีการลักลอบซื้อขายอาวุธเถื่อนเพื่อสะสมกำลังพล บัญชีรายชื่อผู้ร่วมกบฏทั้งหมดถูกเก็บรักษาไว้ในห้องลับของเถ้าแก่หอสุราผู้นั้นขอรับ”เซี่ยกู่หานเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ แววตาคมทอประกายวาววับ “เถ้าแก่หอสุราซ่อนจันทร์ผู้นี้ ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง เป็นคนวิปลาสที่หลงใหลในรสชาติอาหารแปลกประหลาด กฎเกณฑ์การเข้าถึงตัวเขาช่างยุ่งยาก ต้องเป็นผู้ที่สามารถรังสรรค์อาหารจนเป็นที่ถูกใจ จึงจะได้รับป้ายหยกผ่า

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 34

    อวี๋เจียวหว่านนำเส้นเต้าหู้ที่แช่น้ำไว้ ไปลวกในน้ำร้อนอย่างรวดเร็วเพื่อล้างกลิ่นถั่วเหลือง จากนั้นนางตักน้ำแกงใสกระจ่างที่เตรียมไว้ลงในชามสีขาวลายเมฆา ค่อยๆหย่อนเส้นเต้าหู้ลงไปตรงกลางชาม ตามด้วยขาหมูตากแห้งและเห็ดหอมที่หั่นเป็นเส้นเล็กเท่าเส้นด้าย โรยประดับด้านบนเพื่อเพิ่มสีสันและรสชาติอาหารจานนี้ดูเรียบง่าย ไร้ซึ่งความมันเลี่ยนหรือสีสันฉูดฉาด ทว่าแฝงไว้ด้วยความประณีตขั้นสูงสุด และรสชาติที่ล้ำลึกซับซ้อนเวลาล่วงเลยไปจนถึงยามอู่ ขันทีเข้ามารับอาหารจากทั้งสองฝ่าย เพื่อนำไปถวายไทเฮาที่ห้องบรรทม เซี่ยกู่หานและอวี๋เจียวหว่าน รวมถึงองค์ชายรองและพ่อครัวหลู่ ต่างเดินตามเข้าไปเพื่อรอฟังผลภายในห้องบรรทม ไทเฮาประทับกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนแท่นบรรทม พระพักตร์ซีดเซียวและมีรอยคล้ำใต้ดวงตา พระวรกายซูบผอมจนน่าตกใจ ฮ่องเต้ประทับอยู่ข้างแท่นบรรทม คอยจับพระหัตถ์มารดาด้วยความห่วงใยขันทีนำอาหารของพ่อครัวหลู่ขึ้นถวายเป็นลำดับแรก เมื่อฝาโถกระเบื้องถูกเปิดออก กลิ่นหอมเครื่องเทศและเนื้อสัตว์ที่เข้มข้นรุนแรงก็ลอยกระจายไปทั่วห้อง ฝ่าเท้าหมีตุ๋นโสมคนสีน้ำตาลเข้มมันวาวดูน่ารับประทานยิ่งนัก ทว่าสำหรับผู้ป่วยที่กระ

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 33

    วสันตฤดูแผ่ความอบอุ่นไปทั่วเมืองหลวง ดอกเหมยร่วงโรยไปตามกาลเวลา หลีกทางให้ดอกอิงฮวาและหมู่ตันเบ่งบานอวดสีสัน ทว่าภายใต้ความงดงามของธรรมชาติ คลื่นใต้น้ำในราชสำนักกลับทวีความรุนแรงและเชี่ยวกรากยิ่งขึ้น การพ่ายแพ้ของคนจากจวนองค์ชายรองที่ค่ายทหารหลางหยา กลายเป็นฟืนที่สุมไฟแค้นให้ลุกโชนยามสายของวันหนึ่ง บรรยากาศเงียบสงบในจวนแม่ทัพถูกทำลายลงด้วยเสียงประกาศก้องของขันทีจากวังหลวง ขบวนราชรถที่ประดับด้วยผ้าแพรสีเหลืองทองจอดเทียบหน้าประตูจวน เซี่ยกู่หานและอวี๋เจียวหว่านรีบออกมารับราชโองการที่หน้าลานกว้าง“รับสั่งจากโอรสสวรรค์ บัดนี้ไทเฮาเสด็จกลับจากตำหนักบนเขาไท่ซาน ทว่าพระวรกายอ่อนแอ โรคเบื่ออาหารกำเริบหนักจนซูบผอม เหล่าหมอหลวงรวมถึงห้องเครื่องในวังล้วนหมดหนทางเยียวยา ฝ่าบาททรงระลึกถึงฝีมือทำอาหารของฮูหยินเซี่ย จึงมีพระราชประสงค์ให้ฮูหยินเซี่ยเข้าเฝ้าที่ตำหนักฉือหนิง เพื่อปรุงอาหารบำรุงถวายแด่ไทเฮา จบราชโองการ”เซี่ยกู่หานคุกเข่ารับราชโองการด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่ามือที่วางอยู่บนหน้าขาเกร็งแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ชายหนุ่มล่วงรู้ได้ทันทีว่านี่มิใช่เพียงการทำอาหารธรรมดา ทว่าคือหลุมพรางอันล้ำลึกที่ศ

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 13

    นับตั้งแต่วันที่ป้ายหยกหลางหยาถูกส่งมอบให้แก่อวี๋เจียวหว่าน อำนาจการปกครองในเรือนหลังของจวนแม่ทัพก็เปลี่ยนมืออย่างสมบูรณ์ บ่าวไพร่ต่างเคารพยำเกรงฮูหยินเอกผู้นี้ประดุจเทพเซียนแห่งเตาไฟ ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยจำต้องเก็บตัวเงียบอยู่ในเรือน อ้างว่าป่วยไข้เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าสิ่งที่น่ายินดีที่สุดในจว

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 12

    การกระทำที่อุกอาจและอ่อนโยนในเวลาเดียวกันทำเอาอวี๋เจียวหว่านเบิกตากว้าง ร่างกายของนางแข็งทื่อไปชั่วขณะ สัมผัสจากปลายนิ้วที่เย็นเฉียบผ่านผืนผ้า ทำให้ก้อนเนื้อในอกซ้ายของนางเต้นผิดจังหวะ“หน้าเจ้าเปื้อน” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตากลับทอประกายอบอุ่นสายหนึ่ง“ขอบคุณเจ้าค่ะ ข้าเช็ดเองได้” นางรีบรับผ้าเ

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 11

    เรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงชมบุปผาแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงราวกับไฟลามทุ่ง เพียงชั่วข้ามคืน นามของอวี๋เจียวหว่าน ฮูหยินแห่งจวนแม่ทัพเซี่ยก็กลายเป็นที่กล่าวขานในหมู่ชนชั้นสูง มิใช่ในฐานะคุณหนูรองจากตระกูลตกอับ ผู้แต่งงานแทนพี่สาวอีกต่อไป ทว่าในฐานะสตรีผู้มีฝีมือปลายจวักล้ำเลิศ สามารถนำของพื้นบ้านอย่

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 10

    “ช่างมีน้ำใจนัก อวี้หลาน กู่หานอาการดีขึ้นบ้างแล้ว ทว่ายังคงต้องพักผ่อน หากเขาได้สตรีที่เพียบพร้อมและรู้ใจเช่นเจ้ามาคอยปรนนิบัติดูแล ข้าคงหมดห่วง” ฮูหยินผู้เฒ่าทอดถอนใจจงใจพูดให้ผู้คนรอบข้างได้ยิน “น่าเสียดายที่ราชโองการไม่อาจขัดขืน จวนแม่ทัพจึงต้องรับสตรีที่ไร้การอบรมเข้าเรือน นางเกิดจากอนุ ซ้ำยัง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status