Share

บทที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2025-10-16 21:53:47

ยามแสงตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าอากาศเย็นสดชื่นนัก โจวฟางหลินได้วางแผนไว้ว่าจะไปพบท่านเหล่าหลาน คนผู้นี้จำได้ว่า เคยเป็นคนที่ท่านพ่อเคยช่วยเหลือช่วงที่ยังเป็นพ่อค้าเล็กๆ ซึ่งในช่วงนั้นนางเองก็ยังเด็กอายุเพียงสิบหนาว

ท่านเหล่าหลานจากพ่อค้าที่ไม่มีอำนาจและชื่อเสียงสามารถไต่เต้าขึ้นมาใช้ระยะเวลาแค่เพียงสิบปี จนสามารถได้รับสัมปทานการขายข้าวทุกชนิด บัดนี้มีใครบ้างไม่รู้จักชายวัยกลางคนผู้นี้

อีกไม่นานจะมีสงครามอีกครั้ง จึงต้องกักตุนสินค้าโดยเฉพาะข้าวและเกลือให้มากที่สุด ยามศึกสงครามชาวบ้านไม่สามารถมีเงินซื้อสิ่งเหล่านี้ได้ ที่กักตุนเพื่อที่จะส่งขายในแคว้นที่ได้รับผลกระทบต่างหาก

โจวฟางหลินออกจากจวนไปวันนี้ได้พาซุนหงไปด้วย เพราะบ่าวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ผู้นี้จะขอตามไปด้วยพูดเหตุผลต่างๆนา จนต้องพามาด้วยเพื่อตัดปัญหาความเจ้าแง่แสนงอนของนาง

“ฮูหยินน้อย วันนี้ท่านต้องพาชุนหงไปด้วยนะเจ้าคะ”

“ข้าไปคนเดียวจะสะดวกกว่า เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่เถอะ”

“ท่านพาข้าไปด้วยเถอะ เดี๋ยวจะดูไม่ดี ถ้านายหญิงออกไปผู้เดียวแบบนี้ทุกวัน อาจจะเกิดข้อครหาได้นะเจ้าคะ”

ร่างบางถอนหายใจ พลางยกยิ้มอย่างเอ็นดู ช่างพูดช่างเจรจาเสียจริง

“ก็ได้ เตรียมตัวเถอะประเดี๋ยวจะสาย” เอ่ยขึ้นด้วยความอ่อนใจกับบ่าวที่จงรักภักดีผู้นี

“เจ้าค่ะ”

ชุนหงยิ้มกว้างที่ได้ติดตามฮูหยินน้อยไปด้วย อย่างน้อยนางจะได้ไม่เป็นห่วง

เมื่อรถม้าได้หยุดลงหน้าคฤหาสน์ของท่านเหล่าหลาน ที่กินอาณาเขตกว้างใหญ่ ตัวคฤหาสน์ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลางพื้นที่ที่มีการจัดไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงามสมกับความมั่งคั่งของคหบดีเสียจริง

“ข้าโจวฟางหลินบุตรสาวของท่านแม่ทัพโจว มาขอพบท่านเหล่าหลาน ช่วยไปแจ้งท่านให้ด้วย”

คนเฝ้าประตูไม่เคยเห็นสตรีผู้นี้มาก่อน แต่ด้วยท่าทางที่ดูสง่างามผิดกับสตรีที่เคยพบเจอ น้อยนักจะพบเจอสตรีที่ใส่ชุดสีแดงจนเกือบดำเช่นนี้ แต่ก็ยังดูเป็นสตรีที่ยังอ่อนเยาว์นัก เกล้าผมแบบสตรีที่ออกเรือนแล้ว แต่คงต้องสอบถามให้มากกว่านี้ ใช่ว่าจะมาพบก็พบได้เลย

“ไม่ทราบว่าได้นัดกับนายท่านไว้หรือไม่”

“เพียงไปบอกว่า ข้าเป็นบุตรสาวของท่านแม่ทัพโจวก็พอ”

โจวฟางหลิน ยกยิ้มมุมปาก สายตาที่มองดูเย็นชาขึ้นหนึ่งส่วน ด้วยคิดหงุดหงิดกับการซักไซ้มากความของชายตรงหน้า

ชายเฝ้าประตูรู้สึกเย็นยะเยือกยามสบตากับสตรีตรงหน้า เหมือนได้พบเจอกันคนที่มีอำนาจมากกว่าจะเป็นแม่นางน้อย จึงได้รีบเข้าไปเรียนนายท่านด้วยความรวดเร็ว

ซุนหงที่ยืนอยู่ใกล้ชิดกับนายหญิง รู้สึกถึงความเย็นชา ไหล่บางตั้งตรงใบหน้าเรียบสนิท ยามเอ่ยวาจาน้ำเสียงช่างดูมีอำนาจนัก ดูแตกต่างจากที่เคยเห็นตลอดเวลาที่เติบโตมาด้วยกัน นายหญิงของนางได้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

“นายท่าน มีสตรีมาขอพบแจ้งว่าเป็นบุตรสาวของท่านแม่ทัพโจวขอรับ” ชายเฝ้าประตูรีบร้อนแจ้งด้วยยังรู้สึกเหน็บหนาวกับสายตาของสตรีผู้นั้น

นายท่านเหล่าหลาน เมื่อได้ยินว่า บุตรสาวของผู้มีพระคุณของเขาที่ช่วยตอนเขาลำบาก กว่าจะมาถึงทุกวันนี้ได้ก็มีส่วนช่วยเหลือไม่น้อย ก็ผุดลุกขึ้นมาเขาย่อมจดจำแม่ทัพโจวได้ เพียงแต่บุตรสาวของแม่ทัพโจวที่เคยเจอะเจอก็ผ่านเป็นสิบปีแล้ว ในช่วงนั้นนางยังเล็กนัก แต่ก็รีบสาวเท้าเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อไปถึงหน้าประตู สตรีตรงหน้าเกล้าผมด้วยทรงผมที่สตรีออกเรือนแล้ว ใบหน้างดงามถึงแม้จะไม่ถึงขนาดล่มเมืองแต่ก็งดงามไม่แพ้ใคร ชุดที่ใส่สีแดงเกือบดำช่างไม่เหมือนผู้ใด สตรีที่ยังเยาว์วัยเช่นนี้จะไม่ใส่สีเข้มถึงเพียงนี้ ด้วยจะทำให้ไม่น่ารักสมวัย ใบหน้าที่อมยิ้มน้อยๆแต่สายตาดูเย็นชาเหมือนกับคนที่ผ่านโลกมานับไม่ถ้วน ท่าที่ไหล่ตั้งตรง จึงดูสง่าและมีอำนาจอย่างบอกไม่ถูก

“เจ้าเป็นบุตรสาวของท่านแม่ทัพรึ” ร่างไม่สูงไม่ต่ำแต่ออกจะเจ้าเนื้อท่าทางภูมิฐานได้เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ ผิดกับที่เขาคิดไว้ เขาเพียงคิดว่าคงจะมาเจอกับสตรีที่ยังดูอ่อนเยาว์อ่อนหวานไม่ใช่ภาพที่เห็นตรงหน้า ราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ

“คำนับท่านเหล่าหลาน ข้าเพียงมีเรื่องจะมาเจรจากับท่านสักเพียงเล็กน้อย” โจวฟางหลิน ยกยิ้มมุมปาก ก้มลงเล็กน้อย ด้วยท่วงท่าดูสง่างามทว่าดูไม่แข็งและไม่อ่อนจนเกินไป

“เชิญด้านในก่อนค่อยพูดคุยกัน” อดจะสุภาพด้วยความเกรงใจไม่ได้โดยไม่รู้ตัว

โจวฟางหลินเดินเข้าไปพร้อมกับชายวัยกลางคน ซุนหงที่ยืนนิ่งตลอดการสนทนา เมื่อนายหญิงก้าวเดินไปข้างหน้าจึงได้รู้สึกตัวรีบก้าวตามไปอย่างรวดเร็ว

“มีอะไรให้ข้าช่วยเหลือก็สามารถเอ่ยออกมาได้ ท่านแม่ทัพมีบุญคุณต่อข้า ข้าจะช่วยเหลือเท่าที่ข้าจะช่วยได้” ชายวัยกลางคนเอ่ยออกมาอย่างใจกว้างเมื่อได้นั่งโต๊ะที่ตั้งอยู่กลางห้องโถงเรียบร้อยแล้ว

“ข้ามีท่าทีที่เดือดร้อนรึ” ร่างบางที่นั่งหลังเหยียดตรง ท่วงท่ายามพูดคุยช่างดูผ่อนคลาย สบสายตาชายวัยกลางคนด้วยการอมยิ้มเล็กน้อย

“เอ่อ.แล้วมีอะไรรึถึงมาหาข้า” ร่างท้วมเอ่ยถามด้วยความสงสัย แต่ต้องลดสายตาลงเพื่อหลบสายตาที่ดูเย็นชาเสียจริง

“ข้าต้องการเจรจาการค้า ต้องการข้าวสารที่ท่านมีทุกชนิด ท่านสามารถหาให้ได้รึไม่?”

“ต้องการเยอะเพียงไหน?” ร่างท้วมขมวดคิ้ว ราคาที่ต้องจ่ายจะเยอะเพียงใดถ้าต้องการสินค้ามากมายเพียงนั้น

“ต้องการอย่างละยี่สิบเกวียน มีเพียงข้าวขาวที่มีเท่าไหร่ข้ายินดีรับหมด”

“ข้าสามารถหาให้ได้ ข้าจะลดราคาให้ ถึงอย่างไรก็เป็นบุตรสาวของผู้มีพระคุณของข้า” ชายร่างท้วมเอ่ยขึ้นอย่างใจดี ถึงแม้จะสงสัยว่าทำไมถึงต้องการเยอะถึงเพียงนั้นแต่ก็ไม่ใช่วิสัยของพ่อค้า ที่จะต้องไปอยากรู้ว่าคนซื้อจะเอาไปทำอันใดบ้าง

“ได้ยินว่าท่านได้การผูกขาดขายเกลือด้วยไม่ใช่รึ ถ้าข้ามีเกลือบริสุทธิ์มาเสนอท่านจะยินดีหรือไม่” โจวฟางหลิน สามารถได้ข้าวสารมาโดยไม่ต้องเสียเงินเยอะขนาดนั้น เพราะย่อมมีข้อแลกเปลี่ยนโดยเฉพาะเกลือที่มีราคาแพง รสชาติก็ติดขม ถ้านางสามารถเอาเกลือที่มีสีขาวสะอาดบริสุทธิ์มาเสนอ มีรึจะไม่สนใจ

“มีจริงรึ เกลือที่มีคุณภาพอย่างที่ว่ามา ทุกวันนี้เกลือที่ส่งเข้าวังก็เป็นเกลือขาวที่มีคุณภาพสูง แต่ก็แพงแสนแพงและหายากมาก ถ้าเจ้ามีอย่างที่พูดมา ข้ายินดีทำการค้าที่ยุติธรรมกับเจ้าแน่นอน” ท่านเหล่าหลานตื่นเต้นเมื่อคิดว่า สินค้าที่หายากและมีราคาแพงเช่นนี้ ถ้าได้แบบมีคุณภาพขาวบริสุทธิ์ไม่ติดขมเป็นจำนวนมากคงทำรายได้มหาศาลกับเขาแน่นอน

“ข้าไม่เคยพูดเล่นสิ่งใดที่ข้าพูดจะต้องทำได้จริงแน่นอน”ร่างบางเห็นท่าทางตื่นเต้นของชายวัยกลางคนตรงหน้า ก็รู้ทันทีว่าการค้าของนางสำเร็จแล้ว

“ยังมีอีกเรื่อง ท่านมีคนที่ก่อสร้างด้วยรึไม่ ข้าต้องการสร้างที่เก็บสินค้าขนาดใหญ่ มีห้องสามห้องนอกนั้นก็เป็นลานกว้างมีหลังคาสร้างกำแพงปิดหมดทุกด้าน ค่าแรงไม่ใช่ปัญหา เมื่อสร้างเสร็จจะได้ส่งสินค้าไปที่นั่นเลย”

“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา จะหาคนไปสร้างให้เมื่อเสร็จจะแจ้งและนัดส่งสินค้าพร้อมกันไปเลย และเรื่องเกลือจะได้เมื่อไหร่” เหล่าหลานย่อมสนใจเกลือที่มีราคาแพงลิบลิ่วแน่นอน เพราะเป็นสิ่งที่ทำกำไรได้มหาศาลเลยทีเดียว

“ขอเวลาหนึ่งเดือน ข้าจะมาท่านอีกครั้ง”

ซุนหงที่ยืนดูการเจรจาการค้ามาตลอด อดรู้สึกทึ่งกับนายหญิงของนางไม่ได้ ท่าทีที่นิ่งสงบเรียบเฉยภายใต้ความกดดันภายในห้องที่มีบุรุษร่างสูงใหญ่หลายคนยืนประจำที่อยู่ และชายวัยกลางคนที่เค้าเรียกกันว่า นายท่านเหล่าหลาน ที่ดูมีอำนาจบารมี นางเคยได้ยินชื่อมานานว่าเขามีอำนาจและเส้นสายมากมายนักทั้งในราชสำนักและตามหัวเมืองต่าง ๆ ทั้งแคว้นต่างเป็นนายท่านผู้นี้เป็นผู้ส่งขายทั้งนั้น

“นายหญิงจะกลับจวนเลยรึไม่เจ้าคะ”ซุนหงเหมือนพึ่งจะหาเสียงตัวเองเจอ จึงได้เอ่ยถามเพราะเวลานี้ก็ใกล้จะเย็นแล้ว การเจราจากินเวลานานโขทีเดียว

“กลับเลยก็แล้วกัน” ร่างบางก็รู้สึกเหนียวตัวไม่ใช่น้อย และรู้สึกหิวนิดหน่อยตอนเจรจาการค้าก็ใช้เวลาพอสมควรจนเลยเวลาทานข้าว จึงคิดว่าจะไม่แวะที่ใดแล้ว

รถม้าที่วิ่งมาถึงหน้าจวนเมื่อจอดสนิท ได้มีพ่อบ้านมาแจ้งว่า ท่านแม่ทัพจะกลับมาในวันพรุ่งนี้

โจวฟางหลินพยักหน้ารับรู้ มาแล้วอย่างไร จะให้นางกระโดดโลดเต้นที่สามีผู้เย็นชาดังภูเขาน้ำแข็งจะกลับแล้วเช่นนั้นรึ ถ้าเป็นชาติก่อนคงจะดีใจมาก แต่นางเข็ดหลาบแล้วกับความพยายามที่สูญเปล่า

เมื่อครั้งนางถูกเผ่าชยงหนูจับตัวไปทรมานทั้งเฆี่ยนตีทั้งถอดเล็บก่อนจะถูกจับตัวไป ได้วางแผนโจมตีชาวชยงหนูไว้ก่อนแล้ว แต่เวลาก็ล่วงเลยไปหลายวันจนบาดเจ็บสาหัส สามีผู้เย็นชาเพียงมาเยี่ยมเยียนเป็นครั้งคราวและได้ส่งนางกลับมารักษาที่จวนตระกูลเฉิน ส่วนเขาก็ยังอยู่ในค่ายทหารต่อเพียงส่งนางกลับมาเพียงเท่านั้น

ร่างบางถอนหายใจนึกเสียดายทำไมไม่ฝึกฝีมือการต่อสู้ให้ชำนาญกว่านี้ มีแค่ความเฉลียวฉลาดเวลาวางแผน เมื่อถึงคราวโดนจับกลับช่วยเหลือตนเองไม่ได้

“นายหญิงอาบน้ำได้แล้วเจ้าค่ะ” ซุนหงเตรียมน้ำอุ่นเรียบร้อยก็ได้บอกนายหญิงที่นั่งเหม่อ และรู้สึกแปลกใจปกตินายหญิงจะดีอกดีใจที่ท่านแม่ทัพจะกลับมาทุกครั้ง แต่ครั้งนี้กับสงบนิ่งเหมือนไม่แยแสกับการกลับมาของท่านแม่ทัพเสียอย่างนั้น

โจวฟางหลินหย่อนร่างงามลงในถังที่มีน้ำอุ่นถึงระดับอกอวบอิ่มด้วยความผ่อนคลาย นั่งคิดย้อนไปถึงช่วงเวลาที่นางแต่งงานกับเฉินโม่เหยียน

นางไล่ตามความรักจากบุรุษผู้นี้ ตั้งแต่แต่งงานออกมาเข้าตระกูลเฉิน ถูกกดดันเรื่องการมีบุตรไม่ได้ นางเคยแม้กระทั่งยั่วยวนสามีทำทุกวิธี แต่สามีผู้เย็นชากลับหาได้สนใจ กลับมีท่าทางเบื่อหน่ายลำคาญจนคิดละอายแก่ใจที่ทำถึงเพียงนี้ยังไม่สามารถเข้าหอกับสามีได้

จากที่มีนิสัยอ่อนหวานร่าเริงก็เงียบขรึมลง ขอติดตามไปค่ายทหารเป็นกุนซือที่เคยทำตอนที่อยู่ท่านพ่อ นางขึ้นชื่อเรื่องความเฉียวฉลาดจึงทำให้เหล่าทหารยอมรับในตำแหน่งกุนซือ อยู่กับสามีเคียงข้างมาสามสิบปี ก็ยังไม่อาจจะละลายน้ำแข็งในใจของเขาได้เลย

เวลานี้สวรรค์ให้ได้ย้อนกลับมา นางจะทำเพื่อตัวเองเท่านั้น และคิดว่าสามีน่าตายผู้นั้นก็คงไม่มาสนใจนางเช่นเดิม และนั่นคือสิ่งที่ต้องการ ถ้าเฉินโม่เหยียนกับมาครานี้ จะเอ่ยเรื่องหย่าร้างให้มันเสร็จสิ้นไป นางเองก็ต้องการอิสระมากกว่าจะมาจมดิ่งในจวนตระกูลเฉินเช่นนี้

เจี่ยเจียที่แปลว่าพี่สาว

นางเอกของไรท์หาได้สนใจสามีนะคะ😌😌 ฝากติดตามเรื่องใหม่ด้วยนะคับ🤟🤟

| Sukai
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 77

    ทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ไพศาล มาลียา จากสตรีสูงศักดิ์เมื่อได้ถูกส่งกลับด้วยชื่อเสียงที่อื้อฉาว มือเรียวที่บัดนี้ไม่ได้อ่อนนุ่มเช่นเดิมอีกแล้ว ท่าทีที่หยิ่งยะโสไม่มีให้เห็นเช่นแต่ก่อน บัดนี้ต้องมาทำงานทุกอย่างภายในบ้านที่บิดาส่งนางแต่งงานกับพ่อค้าที่มักจะเดินทางมารับหนังสัตว์บ่อยๆ ตั้งแต่เดินทางมาถึงบิดา

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 76

    ลายาบ่าวผู้ภักดีถึงกับอ้าปากค้าง ด้วยไม่คาดคิดว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ แล้วผู้ใดที่อยู่กับองค์หญิงของนางทั้งคืน ซ้ำเสียงน่าอายนี้ก็ได้ยินกันทั่ว แล้วจะแก้สถานการณ์นี้ได้อย่างไร “กรี๊ด” เสียงกรีดร้องของสตรีที่ยังมีเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยกลิ่นโลกีย์ยังคละคลุ้งอบอวลอยู่ในห้อง บัดนี้นางไ

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 75

    ธูปราคะที่ถูกจุดขึ้นมาได้ไหม้ลงจนเกือบครึ่งแล้ว มาลียาที่ได้สูดดมไปด้วยเริ่มมีอาการร้อนรุ่มไปทั้งร่างกาย สมองและสายตาเริ่มพล่าเลือน ดวงตาราวเมล็ดซิ่งหยาดเยิ้มด้วยอารมณ์กำหนัดที่เกิดจากสูดควันเข้าไปเยอะพอประมานหนึ่ง เฉินโม่เหยียนที่ได้กินยาถอนพิษไปแล้วย่อมไม่ได้รับผลกับสิ่งนี้ จึงมีสีหน้าที

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 74

    สองสามีภรรยาถึงเวลาเดินทางกลับจวนเสียที หลังได้จัดการการค้าทุกอย่างได้เรียบร้อยคงถึงเวลาได้กลับมาเก็บกวาดปัญหาเสียที นางเป็นเพียงองค์หญิงนอกด่านที่ยังไม่ได้เห็นโลกกว้าง การใช้เล่ห์กลที่สตรีนิยมใช้กันทั่วไปเพื่อผูกมัดบุรุษส่วนมากไม่ได้ผลเท่าใดนัก ถึงจะได้ร่วมอภิรมย์แต่ก็หาได้ใจบุรุษ แผนการทุกอย่างของ

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 73

    ภายในเรือนที่อยู่ในด้านหลังป่าไผ่ ปลูกไว้เพื่อความสวยงามจึงไม่ได้บดบังเรือนที่อาศัยของภรรยารอง เสียงสนทนาที่แผ่วเบา กำลังวางแผนที่จะให้ราชบุตรเขยได้ลงเอยเปลี่ยนไม้เป็นเรือเสียโดยเร็ว และจะส่งจดหมายไปถึงท่านมหาข่านให้ส่งคนมาสังหารฮูหยินเอกเพื่อจะได้ทำตามแผนการที่วางเอาไว้ได้ง่ายขึ้น “ก่อนอ

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 72

    “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่" มาลียา ยิ้มอ่อนหวานรับปิ่นปักผมมาอย่างนอบน้อมพลางคิดว่าไม่น่าจะยากเย็นสักเท่าใดถ้าจะเอาชนะใจแม่สามีผู้นี้ เมื่อต้องยกน้ำชาให้กับฮูหยินเอกที่นั่งหลังตรงดูมีอำนาจแผ่กระจายออกมาตามธรรมชาติ ถึงอย่างไรนางก็เป็นชาวบ้านทั่วไปไยต้องเกรงกลัวนางด้วย พลางเหลือบสายตาไปที่ลายา ให

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 63

    ภายในราชสำนักที่กำลังมีขุนนางเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วยความเร่งรีบ ด้วยฝ่าบาทมีรับสั่งเข้าเฝ้าเพื่อหารือในเรื่องมีสาร์นมาจากชนเผ่านอกด่านที่อยู่แดนไกล เป็นเชื้อสายมองโกล ระบุอยู่ในสาร์นว่าต้องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับแคว้นเว่ย ไม่ได้ต้องการแต่งงานกับองค์ชายของแคว้น แต่ต้องการให้เจ้าห

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 62

    ยามเมื่อฟ้าสางแสงแดดเริ่มลามเลียไปบนยอดไม้อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น เหล่าปาได้เตรียมให้ทุกคนที่ลี้ภัยมาพร้อมกับเขาเริ่มเตรียมตัวเดินทาง เมื่อเรียบร้อยจึงได้ให้ทุกคนมารวมตัวกันเพื่อรับคำสั่งจากท่านแม่ทัพว่าจะให้พวกเขาทำอย่างไรต่อไป “ข้าจะให้พวกท่านได้เดินทางด้วยรถม้าด้วยยังมีเด็กเล็กมากนัก ต้อง

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 61

    อาชาศึกรูปร่างสูงใหญ่สีดำสนิทกล้ามเนื้อแข็งแรง เป็นม้าที่หายากถูกคัดเลือกมาจากที่ส่งมาฝึกจำนวนมากและคัดเลือกออกมาได้เพียงแค่หนึ่งหรือสองตัวเพียงเท่านั้น หรือที่เรียกว่าม้าเหงื่อโลหิต ด้วยพละกำลังที่มีมากความเคลื่อนไหวคล่องแคล่ววิ่งเร็ว โจวฟางหลินมักจะใช้เดินทางไกลเป็นประจำ อาชาคู่ใจที่เ

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 60

    ร่างสูงกำยำก้าวเท้ามาโอบกอดสตรีหน้าเรียบตึงจนเป็นนิสัยอย่างอ่อนโยน ถ้าไม่ได้มีแววตาอาฆาตมาดร้ายย่อมวางใจได้ น้อยครั้งนักที่จะมีอารมณ์ขุ่นมัวถ้าได้อยู่ร่วมกันแท้จริงย่อมสังเกตได้โดยง่ายย นางไม่ได้โหดร้ายถึงเพียงนั้น ยังมีความรักใคร่เอ็นดูผู้คนและมีน้ำใจ อาจจะเป็นเพราะผ่านเรื่องราวมามากเกินไปจึงไม่ได้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status