แชร์

ตามหาพ่อพันธุ์

last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-06 23:03:09

“เหตุใดท่านถึงเขียนได้ช้านัก!”

“ท่านจดชื่อสมุนไพรไปครบหรือเปล่า”

“ข้าผ่าท้องท่าน มิได้ผ่าเส้นเอ็นที่ข้อมือท่านเสียหน่อย”

การตรวจโรคในวันนี้เต็มไปด้วยเสียงที่น่ารำคาญของจ้าวลี่อิง ชายหนุ่มที่นั่งจดบันทึกอยู่ทำท่าจะอ้าปากโต้เถียงนางอยู่หลายครั้งหลายคราแต่ก็ไม่มีเสียงใดหลุดออกมา

เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นท่าทางตั้งอกตั้งใจและจริงจังในการรักษาถึงเพียงนั้น เขาจึงปิดปากเงียบและปล่อยให้นางต่อว่าเขาตามอำเภอใจ การเขียนชื่อโอสถลงในแผ่นกระดาษคล่องแคล่วและรวดเร็วขึ้นมากตามลำดับ

ในที่สุดการตรวจรักษาวันนี้ก็จบลง จ้าวลี่อิงบิดเนื้อตัวเพื่อขับไล่ความเกียจคร้านที่เกิดขึ้น สายตาช้อนขึ้นมองร่างสูงใหญ่ที่นั่งห่างออกไปก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายได้จ้องมองนางมาอยู่ก่อน

“มองอะไร”

สายตาของเขายังแฝงไปด้วยโทสะ แต่ก็มีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นอย่างอธิบายไม่ถูก

เลิกมองเช่นนี้สักทีได้หรือไม่ ขนลุกไปหมดแล้ว!

“เจ้าต้องใช้ชีวิตเช่นนี้ทุกวันเลยหรือ”

ถึงแม้ไม่อยากสนทนากับนางให้ยืดยาว หากแต่สิ่งที่นางทำวันนี้ก็ทำให้เขารู้สึกทึ่งไม่ได้ ไม่น่าเชื่อว่าอดีตภรรยาที่เคยแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในจวนจะสามารถตรวจรักษาผู้คนได้อย่างคล่องแคล่วถึงเพียงนี้

“มิต้องสนใจชีวิตข้าขนาดนั้น” ว่าแล้วก็เหลือบมองผ้าพันแผลที่มีโลหิตซึมออกมาให้เห็น “ห่วงแต่แผลของท่านเถอะ มาใกล้ๆ นี่ ข้าจะเปลี่ยนผ้าพันแผลให้”

คราวนี้ก็ถึงเวลาตรวจสอบแผลผ่าตัดแล้วว่าจะมีอาการอักเสบขึ้นมาบ้างหรือไม่

มู่หรงเฉินย่นคิ้วเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์นัก มองดูมือของนางที่กวักเร็วๆ เพื่อเรียกเขาเข้าไปหา ท่าทางเช่นนี้นางใช้เรียกแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่หรือ?

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีการตอบรับ ไม่แม้แต่จะขยับตัวด้วยซ้ำ เห็นแบบนี้แล้วจ้าวลี่อิงก็ผ่อนลมหายใจออกมาแรงๆ แล้วเป็นฝ่ายขยับเข้าไปหา

เอาน่า! ยอมอ่อนข้อให้นิดเดียว ถือว่าเป็นรางวัลที่เขายอมเป็นหนูทดลองการผ่าตัดให้นางหรอกนะ

“ข้าจะตรวจสอบดูว่าเรียบร้อยหรือไม่”

หญิงสาวยื่นมือออกไปเพื่อหวังจะปลดผ้าพันแผลของเขาออก หากแต่ปลายนิ้วยังไม่ทันสัมผัสแม้แต่ปลายผ้าด้วยซ้ำ ข้อมือของนางก็ถูกจับยึดเอาไว้แน่น

“เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่”

มู่หรงเฉินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด เขาไม่เชื่อหรอกว่านางจะลืมความโกรธแค้นที่มีระหว่างกัน มิหนำซ้ำยังรักษาเขาให้หายจากอาการปวดท้องรุนแรงเช่นนั้นด้วย

“ข้าต้องการให้ท่านหาย”

รอให้แผลหายก่อนเพื่อยืนยันความสำเร็จ หลังจากนั้นจะไปตายที่ไหนก็ไป

“เพื่ออะไร”

“เพื่อวิวัฒนาการทางการแพทย์ของข้า”

จ้าวลี่อิงขยิบตาให้ข้างหนึ่ง บอกเหตุผลของตัวเองไปตรงๆ ในขณะที่คนฟังพยายามขบคิดอย่างละเอียดว่านางกำลังหมายถึงสิ่งใดกันแน่

แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยินยอมให้นางปลดผ้าพันแผลของตนออกแต่โดยดี แน่นอนว่าในขณะที่ลงมืออยู่นั้นจ้าวลี่อิงไม่ได้มองใบหน้าเขาแม้แต่หางตา

มู่หรงเฉินเองก็กลั้นลมหายใจก้มมองบาดแผลบริเวณหน้าท้องที่ถูกเย็บติดกันคล้ายรอยตะขาบ ดวงตาถลึงมองพร้อมกับมือที่ทำท่าจะยกขึ้นมาจับ

เพี๊ยะ!

“มือของท่านสกปรก จะเอามาจับแผลตรงๆ ไม่ได้”

จ้าวลี่อิงตีมือเขาเสียงดังจนมู่หรงเฉินสะดุ้งเล็กน้อยเพราะไม่คาดคิดว่านางจะตบตีเขา

“เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้”

ถึงแม้ในสนามรบจะมีการกรีดบาดแผลเพื่อนำหัวลูกศรออกก็จริง หากแต่ไม่เคยมีหมอคนไหนใช้เส้นไหมมาเย็บปากแผล!

“การเย็บแบบนี้จะทำให้ปากแผลปิดไวขึ้น ท่านจะหายได้เร็วขึ้นเช่นกัน”

ขณะที่พูดก็ค่อยๆ โรยผงยาลงไปอย่างเบามือ จากนั้นจึงหยิบเอาผ้าพันแผลผืนใหม่ขึ้นมาเปลี่ยนจนเสร็จ

“ถ้าหากท่านว่านอนสอนง่ายขนาดนี้ ไม่กี่วันก็หายแล้ว” หญิงสาวกล่าวออกมาแม้จะไม่ได้รับปฏิกิริยาโต้ตอบจากอีกฝ่ายเลยก็ตาม “ลัคกี้ พาเขาไปพักผ่อนได้แล้ว”

“ข้ายังมีเรื่องต้องพูดคุยกับเจ้า”

ถ้าหากนางมีความสามารถในการรักษาด้วยวิธีแปลกประหลาดเช่นนี้จริงๆ ก็เป็นไปได้ว่านางอาจจะรักษามารดาของเขาได้เหมือนกัน

ท่าทางที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นแบบนั้นทำให้จ้าวลี่อิงคาดเดาได้ไม่ยากว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“รอให้แผลผ่าตัดหายดี ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน”

นางขอใช้เวลาคิดให้นานอีกหน่อยว่าต้องการหนูทดลองเพิ่มอีกคนหรือเปล่า?

จ้าวลี่อิงลุกขึ้นยืนพร้อมกับบิดตัวอย่างเกียจคร้าน ในขณะเดียวกันร่างสูงใหญ่ก็ทำท่าลุกขึ้นตาม แต่กลับถูกสุนัขตัวใหญ่เดินมาขวางไว้พร้อมกับ...

“เจ้าสุนัขน่าตาย!”

มู่หรงเฉินกัดฟันกรอด ทันใดนั้นกลิ่นเหม็นฉุนก็ลอยขึ้นมา

เจ้าสุนัขหน้าตาทุเรศตัวนี้กล้ายกขาฉี่ใส่เขาอีกแล้ว!

------------------------------------------------------------------------------

เสียงก้อนตำลึงเงินตำลึงทองกระทบกันยามที่จ้าวลี่อิงวางกล่องไม้ลงภายในห้องนอน ทำให้หญิงสาวระบายรอยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แม้แต่ลัคกี้เองก็นอนหมอบอยู่ข้างๆ กระดิกหางอย่างอารมณ์ดี

ใครจะไปคิดว่าการที่ทะลุมิติมาเป็นสตรีตกอับ สกุลล่มจม ถูกสามีหย่าขาด ไม่มีทรัพย์สินมีค่าติดตัวมาเลยในวันนั้นจะสามารถสร้างเงินทองและฐานะให้ร่ำรวยขึ้นมาได้

“ตอนนี้พวกเรามีทรัพย์สินมากพอที่จะไม่ลำบาก ต่อไปคุณหนูก็จะต้องหาเวลาพักผ่อนให้มากขึ้น พรุ่งนี้พวกเราลดจำนวนคนไข้ลงดีหรือไม่เจ้าคะ”

เหมยตูออกความคิดเห็น แต่ละวันมองดูเจ้านายทำงานหนักเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูนางและลัคกี้อย่างเหน็ดเหนื่อยแล้วก็เศร้าใจ ตั้งแต่เกิดมาในจวนสกุลจ้าว ถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่ได้รับความรักความเอาใจใส่จากบิดาเท่าที่ควร แต่ถึงอย่างไรก็ไม่เคยต้องลงแรงกายอย่างหนักเช่นนี้

“ถ้าหากพวกเขาไม่เจ็บป่วยจนทุกข์ใจ ก็คงไม่อยากมาหาข้าหรอก”

นี่เป็นคำปฏิเสธอย่างไม่ต้องสงสัย

“แต่ว่า...”

“เจ้าก็เห็นมิใช่หรือว่าข้าสบายดี สิ่งที่ข้าทำตอนนี้ยังสบายกว่าการยืนขาแข็งในห้องผ่าตัดทั้งวันเป็นไหนๆ”

“แต่คุณหนูเพิ่งจะเริ่มผ่าตัดได้แค่ครั้งเดียวมิใช่หรือเจ้าคะ”

เหมยตูถามอย่างฉงน เหตุใดอีกฝ่ายถึงได้พูดราวกับว่าเคยผ่าตัดคนมานับไม่ถ้วนแล้ว

“เจ้าคงไม่รู้ว่าก่อนหน้าที่พวกเราจะเจอกัน ข้าเคยผ่าตัดคนมานับพัน ได้ฉายาว่าศัลยแพทย์มือหนึ่งเชียวนะ”

“คุณหนูร่ำเรียนวิชาแพทย์มาตั้งแต่อายุมิถึงวัยปักปิ่นเลยหรือเจ้าคะ คุณหนูช่างฉลาดเฉลียวเหลือเกิน!”

ได้ยินแบบนั้นเหมยตูก็หน้าตาแตกตื่น นางได้รับโอกาสเข้าจวนสกุลจ้าวมาดูแลรับใช้จ้าวซือซือตอนที่อีกฝ่ายเข้าวัยปักปิ่นพอดี

“น่าเสียดายที่คุณหนูมิมีบุตรสักคน มิเช่นนั้นคุณหนูน้อยจะต้องมีความสามารถไม่แพ้คุณหนูแน่”

เหมยตูกล่าวออกมาอย่างเสียดายในขณะที่จ้าวลี่อิงชะงักเล็กน้อยอย่างครุ่นคิด ในชาติก่อนนางไม่เคยคาดหวังว่าชีวิตนี้ต้องมีครอบครัวอย่างคนอื่นเขา ใช้เวลาไปกับการรักษาคนก็ถือว่าได้ทำประโยชน์สูงสุดแล้ว

อีกทั้งไม่ว่านางจะมีบุตรหรือไม่ ในยุคที่เทคโนโลยีล้ำหน้าและก้าวไกลถึงเพียงนั้นก็สามารถผลิตแพทย์ที่เก่งกาจออกมาได้ไม่รู้อีกกี่ร้อยล้านคน

หากแต่ในยุคนี้นั้นไม่เหมือนกัน...ถ้าหากนางสามารถก้าวผ่านและพัฒนาการผ่าตัดไปได้ ในช่วงระยะเวลาที่นางยังมีชีวิตอยู่ก็จะสามารถช่วยเหลือผู้คนได้ แต่เมื่อไหร่ที่นางหมดลมหายใจลงไป ความพยายามของนางก็จะตายตามไปด้วย

ในทางกลับกัน ถ้าหากนางมีบุตรสักคนหรือสองคน ก็จะสามารถถ่ายทอดวิชาการแพทย์สุดล้ำนี้ไปได้ ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นไปเรื่อยๆ แบบนี้ก็สามารถช่วยผู้อื่นได้มากกว่าอีกหลายเท่า!

แต่มาคิดได้ตอนนี้ก็ดูลำบาก จะให้ไปคว้าเอาใครก็ได้มาช่วยผลิตทายาทก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลอย่างไรในเมื่อผลการวิจัยในอนาคตเคยระบุเอาไว้ว่าความฉลาดของลูกจะได้มาจาก DNA ทั้งพ่อและแม่ อย่างไรเสียก็ต้องมั่นใจเสียก่อนว่าคนผู้นั้นจะไม่นำยีนด้อยมาใส่ในตัวเด็ก

แต่พ่อพันธุ์ที่มีมันสมองดีๆ ที่ไหนจะยอมมอบเชื้อที่แข็งแรงให้โดยไม่เข้ามาข้องเกี่ยว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฮูหยินแม่ทัพคือหมอผ่าตัดมือทอง   ท่านไปไหน ข้าไปด้วย

    “ข้ารอดูว่าเจ้าจะกล่าวถึงเรื่องนี้เมื่อใด เจ้าก็ยังนิ่งเฉย”ประโยคนั่นยิ่งทำให้ใบหน้าของคนฟังเหลอหลา นางก็คิดไปว่าเขาคงไม่พอใจที่นางกลั่นแกล้งมารดาเขาจนเกือบหมดสติไปรอบที่สอง แต่นี่ภายในใจของเขากลับรอนางเชิญชวนเข้าห้อง?“ไม่ต้องแล้ว”“หมายความว่าอย่างไร”น้ำเสียงของเขาเค้นต่ำลงเมื่อนางเอ่ยปฏิเสธ สิ่งที่เขาทำลงไปทำให้นางไม่พอใจตรงไหน ในเมื่อเขาอุตส่าห์ลงแรงช่วยเหลือนางไม่ให้เจ็บปวดอีกด้วยหากกล่าวว่าการร่วมอภิรมย์กับเขาไม่น่าประทับใจเท่าชายอื่น เห็นทีก็คงไม่ได้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้นทำให้เขามั่นใจว่านางเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว“ครั้งเดียวก็เกินพอ”ในเมื่อนางเป็นคนเลือกวันที่ตรงเป๊ะที่สุดแบบนั้นแล้ว เชื่อใจได้เลยว่าไม่มีพลาด เพราะฉะนั้นนางจะไม่ร่วมหลับนอนกับเขาซ้ำเป็นครั้งที่สองให้เจ็บตัวโดยเปล่าประโยชน์แต่ดูเหมือนว่าทั้งหมดทั้งมวลนั่น ร่างสูงใหญ่ที่ทำท่าฮึดฮัดอยู่ตรงหน้าจะยังไม่เข้าใจ“เจ้ามิพอใจขั้นตอนไหนกันแน่”“ข้าไม่ได้ไม่พอใจขั้นตอนไหนทั้งนั้น”“เหตุใดถึงมิยอมให้ข้าร่วมเตียงกับเจ้าอีก”“เพราะว่ามันเจ็บ” จะถามเซ้าซี้อะไรนักหนา“ครั้งต่อไปไม่เจ็บแล้ว!”หญิงสาวกะพริบตาปร

  • ฮูหยินแม่ทัพคือหมอผ่าตัดมือทอง   ต้องการข้ากี่โมง?

    “อา...ตรงนั้น แรงๆ หน่อย”เสียงหวานกล่าวออกมา ดวงตาหลับพริ้มอย่างสุขสบาย ฝ่ามือของอีกฝ่ายก็เพิ่มแรงนวดคลึงขึ้นตามคำร้องขอ“เมื่อคืนนี้...”“ไม่ต้องห่วง ทุกอย่างเรียบร้อยดี”จ้าวลี่อิงเอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่นางวางเอาไว้ แต่ไม่คิดเลยว่าร่างกายจะปวดเมื่อยราวกับออกกำลังกายติดต่อกันเป็นสิบชั่วโมงแบบนี้แม้แต่ลัคกี้ที่นอนหมอบอยู่ข้างๆ ก็ยังอยากมีส่วนร่วม ลุกขึ้นมาใช้สองขาหน้านวดคลึงตักนุ่มนิ่ม“วันนี้ข้าจะต้มซุปไก่บำรุงร่างกายให้คุณหนู ดีหรือไม่เจ้าคะ”“ซุปไก่ของเจ้ารสชาติถูกปากข้าที่สุด”เสียงสนทนาที่เต็มไปด้วยความสุขเช่นนั้นทำให้คนที่กำลังเดินออกมาแสดงความไม่สบอารมณ์หงจื่อเดินตรงมาทางจ้าวลี่อิงทันที“เจ้าเอาลูกของข้าไปไว้ที่ไหน”ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ที่มู่หรงเฉินออกไป ก็ไม่กลับเข้ามาอีก...จนกระทั่งถึงตอนนี้แล้วนางก็ยังไม่เจอบุตรชายเลยด้วยซ้ำหญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะแสร้งทำหน้าตกใจ ยกมือขึ้นทาบอก“ท่านแม่ทัพออกจากห้องของข้าไปตั้งแต่ยังไม่รุ่งสาง ยังมิกลับไปหาท่านอีกหรือเจ้าคะ”“เหตุใดเฉิงเฉิงถึงไปอยู่ในห้องของเจ้า”น้ำเสียงของคนพูดมีแต่ความร้อนรนเกิดขึ้น นี่ไม่ได้

  • ฮูหยินแม่ทัพคือหมอผ่าตัดมือทอง   หว่านเมล็ดพันธุ์ให้ออกข้างนอก

    หมอนี่กำลังสั่งให้นางเป็นฝ่ายเริ่ม?ผิวเนื้อขาวเนียนรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาหลายส่วน การที่ถอดเสื้อผ้าออกจนหมดเช่นนี้ทำให้กระแสลมพัดผ่านผิวหนังโดยตรงจ้าวลี่อิงไม่เสียเวลาคิดนาน ก่อนที่จะตัวเองจะตากลมจนเป็นหวัด ก็ทิ้งความอับอาย หลับหูหลับตาร่วมหลับนอนกับเขาให้เสร็จโดยเร็วจะดีกว่าหญิงสาวเอื้อมมือออกไปปลดเสื้อผ้าของอีกฝ่ายออกอย่างรวดเร็ว แผ่นอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามใกล้ชิดสายตาถึงเพียงนี้ทำให้ปลายนิ้วของนางสั่นคลอนขึ้นมาบ้าง เมื่อครั้งที่ทำการผ่าตัดเขายังไม่ได้มองอย่างใกล้ชิดจนเห็นรูขุมขนขนาดนี้เลยเสื้อตัวนอกหล่นไปบนพื้น ก่อนที่ตัวถัดมาจะตามไป...ไม่เว้นแม้กระทั่งเบื้องล่างที่เผยให้เห็นแท่งหยกแข็งแรงที่เหยียดขยายออกหญิงสาวใช้มือแตะลงเบาๆ ก็ทำให้ร่างสูงใหญ่สะดุ้งเฮือก“ห้ามแตะต้องมัน!”ถ้านางแตะต้องมันตอนนี้ แน่นอนว่าความตั้งใจของเขาต้องพังทลาย ต้องเป็นฝ่ายโยนนางขึ้นเตียงอย่างแน่นอน“แผลผ่าตัดของท่านมิมีสิ่งใดน่าเป็นห่วงแล้ว”จ้าวลี่อิงระบายรอยยิ้มออกมา ในที่สุดก็ปิดการรักษาของเขาได้!ว่าแต่หลังจากนี้ถ้าหากเขายังไม่ทำอะไรสักอย่าง นางจะต้องเริ่มต้นอย่างไร...ตั้งแต่เกิดมานางไม่เคยมีความสัมพันธ

  • ฮูหยินแม่ทัพคือหมอผ่าตัดมือทอง   หากพร้อมแล้วก็ถอดเสื้อผ้าออก

    “นางจะผ่าท้องข้า...นางจะผ่าท้องข้า!”ร่างที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงจู่ๆ ก็ลุกพรวดขึ้นมาด้วยใบหน้าแตกตื่น นั่นทำให้มู่หรงเฉินรีบก้าวเข้าไปหาและปลอบประโลมเสียงเบา“ท่านแม่ ข้าเอง”“เฉินเฉิน เจ้าได้ยินหรือไม่ว่านางจะรักษาข้าด้วยการผ่าท้อง นั่นมิใช่การฆ่าคนหรอกหรือ!”ภายในใจของหงจื่อเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาจนขนลุกชูชันไปหมดทั้งตัว สตรีที่กล้ากล่าวเรื่องฆ่าคนได้อย่างหน้าตาเฉยเช่นนั้นเป็นคนเดียวกันกับคนที่เคยอยู่ร่วมกันในจวนแม่ทัพจริงๆ น่ะหรือ“ท่านแม่วางใจเถิด นั่นเป็นวิธีการรักษาอย่างหนึ่ง”“เฉินเฉิน เจ้าสติเลอะเลือนไปแล้วหรืออย่างไร เจ้าควรจะแจ้งทางการว่านางเปิดโรงหมอหลอกลวงผู้คน เหตุใดเจ้าถึงได้เข้าข้างนางเล่า”หงจื่อเอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ ก่อนหน้านี้บุตรชายของนางคับแค้นใจคนสกุลจ้าวยิ่งกว่าอะไรดี มิหนำซ้ำยังเป็นฝ่ายออกคำสั่ง ยื่นหนังสือหย่าให้กับสตรีผู้นั้นโดยไม่สนใจชะตากรรมที่รออยู่ตรงหน้าแล้วนี่อะไร...หายออกจากจวนไปไม่กี่วันก็ยอมอ่อนข้อให้นาง แม้แต่สายตาที่มองนางก็ห่างไกลจากความชิงชังมู่หรงเฉินลอบผ่อนลมหายใจออกมา การที่จะอธิบายเป็นคำพูดให้มารดาเชื่อนั้นเห็นทีจะลำบาก เป็นเช่นนั้นเ

  • ฮูหยินแม่ทัพคือหมอผ่าตัดมือทอง   ความสนุกเริ่มต้นขึ้นแล้ว

    “ตอนนี้ผ่านมาสี่วันแล้ว ท่านแม่ทัพยังมิกลับมา ไม่แน่ว่าอาจจะเปลี่ยนใจ...”ยังพูดไม่ทันจบประโยคดีด้วยซ้ำ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงอาชาและฝุ่นคละคลุ้งตลบอบอวล หลังจากนั้นจึงปรากฏให้เห็นรถม้าขนาดใหญ่มาจอดเทียบพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่กระโดดลงมาเพื่อรอรับร่างของอีกคนจ้าวลี่อิงนั่งขัดสมาธิพร้อมกับยกมือขึ้นกอดอก มองดูร่างที่ดูอ้วนท้วนกว่าแต่ก่อนอยู่บ้างค่อยๆ ลงมา ถึงแม้ผิวพรรณของอีกฝ่ายจะดูผุดผ่องเพราะไม่ได้ตรากตรำทำงาน แต่ใบหน้าของนางกลับดูทุกข์ใจและมีร่องรอยเหี่ยวเฉาตามวัยสตรีผู้นี้ดูแตกต่างจากหญิงที่สั่งให้คนลากนางออกจากห้องอยู่บ้าง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ผิดตัวแน่“ท่านแม่ทัพ กลับมาแล้วหรือ”จ้าวลี่อิงกระตุกมุมปากขึ้น เป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา รู้สึกนึกสนุกอยู่บ้างแน่นอนว่าในทันทีที่หงจื่อมองเห็นคนที่กำลังสาวเท้าเข้ามาอย่างมั่นคงก็ตาหลีตาเหลือก กระตุกชายแขนเสื้อของบุตรชาย“เหตุใดถึงเป็นนาง”“นางก็คือหมอหญิงที่ผู้คนกล่าวถึงขอรับ”มู่หรงเฉินไม่รู้จะเริ่มต้นอธิบายความเป็นมาของนางอย่างไร เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เชื่อถ้าหากไม่ได้เห็นด้วยตาตนเองมาหลายวัน“นางคงหลอกลวงเจ้า คิดจะแก้แค้นพวกเรา”“ถ้าหากไม่มั่

  • ฮูหยินแม่ทัพคือหมอผ่าตัดมือทอง   ข้าไม่ได้ต้องการสามี

    “คุณหนู! คุณหนูเจ้าคะ! พี่หมิงเขียนจดหมายมาแล้ว”“ไหน เอามาให้ข้าดูหน่อย”จ้าวลี่อิงรับจดหมายจากเหมยตูมาเปิดอ่านอย่างตื่นเต้น ทุกครั้งที่หมิงเจ๋อเดินทางไปตามหารากกุหลาบพันปีและมีจดหมายเขียนกลับมาบอกกล่าวความคืบหน้า พวกนางทั้งสองรวมถึงสุนัขหนึ่งตัวก็คอยลุ้นไปตามๆ กัน“เนื้อความในจดหมายมิดีนักใช่หรือไม่เจ้าคะ”เหมยตูถามเสียงอ่อนเมื่อเห็นรอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าของจ้าวลี่อิงค่อยๆ เจื่อนลง“พี่หมิงบอกว่ามีคนนำดอกแก้วพันปีไปแล้ว เขาไปช้าเพียงไม่กี่วันเท่านั้น”“น่าเสียดายเหลือเกินเจ้าค่ะ พี่หมิงลำบากตามหามาตั้งหลายปี คลาดกันอีกจนได้”“เอาไว้วันหลังถ้ามีโอกาส ข้าจะช่วยเขาตามหาอีกแรง”ถึงแม้บทสนทนานี้จะมีเพียงสตรีสองคนที่พูดคุยกัน ทว่าร่างสูงใหญ่ที่ยืนโปรยข้าวให้ไก่อยู่กำลังยืนฟังอย่างเงียบๆ พยายามจับใจความว่าพวกนางกำลังพูดถึงผู้ใดกันแน่ เหตุใดจะต้องแสดงท่าทีดีอกดีใจเมื่อได้รับจดหมายอีกทั้งนางยังตั้งใจช่วยเหลือถึงเพียงนั้นอีกด้วย!“พวกเจ้ากำลังกล่าวถึงใครกัน”ในที่สุดมู่หรงเฉินก็อดถามออกมาไม่ได้ ตั้งแต่ได้ยินนางเอ่ยเรียกชื่อ พี่หมิง ก็ทำให้รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลเขาจำได้ว่านางไ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status