Se connecterผู่เยว่ หน้าตาตื่นเมื่อเห็นเสี่ยวหลินยกหีบสมบัติมา นี่ผู่เยว่รวยปานนี้เชียวหรือ นางยิ่งกว่ามหาเศรษฐีแล้วจะอยู่ในจวนปีศาจเพื่อ แต่ก็ว่าไม่ได้กฎสมัยนี้อะไรก็กดขี่ผู้หญิงข่มไว้ไม่ให้เกินหน้าผู้ชาย
“นี่คือหีบสมบัติข้างั้นรึ”
“นี่แค่ส่วนหนึ่งที่เป็นสินเดิมจากท่านแม่ของท่านทิ้งไว้ให้ ยังไม่รวมที่ท่านอ๋องท่านพ่อของท่านให้ไว้อีกหีบ แล้วก็ที่ฮ่องเต้อีกสองหีบเจ้าค่ะ” เสี่ยวหลินไล่เรียงหีบสมบัติต่าง ๆ ของนางออกมา
“พรุ่งนี้ข้าจะพาพวกเจ้าไปซื้อคฤหาสน์ข้างนอก มาอยู่ทำไมจวนแห่งนี้ดูเรือนข้าสิทั้งโทรมทั้งเก่า” ผู่เยว่พูดอย่างหงุดหงิด คิดแล้วก็แค้นนักเรือนอนุแสนใหญ่โต เรือนฮูหยินเล็กเท่ารูหนู ช่างไร้ยางอายกันสิ้นดีคนที่จวนแห่งนี้
“ไม่ได้นะเจ้าคะท่านหญิง ท่านเป็นภรรยาท่านแม่ทัพ...จะออกไปอยู่ข้างนอกคนจะครหาเอาได้เจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงที่ทำกับข้าวเสร็จแล้ว รีบมาห้ามทัพ ก่อนที่เสี่ยวหลินจะพานายสาวออกนอกลู่นอกทาง แล้วที่นี่ก็ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอน เกิดมีอันตรายใครจะช่วยได้
“เจ้าอย่ากลัวไปเลย ยังไงข้าไม่ให้พวกเจ้าลำบากหรอก ข้ามีวิธีของข้า” ผู่เยว่นั่งครุ่นคิดหาวิธีออกจากจวนแบบสวย ๆ แล้วก็ไม่ต้องเจอเจ้าแม่ทัพนั่นให้รำคาญใจ หน้าตาหรือก็หล่อเหล่าเสียเปล่า จิตใจอำมหิตนัก
“เจ้าอย่ากลัวไปเลยเสี่ยวชิง ยังไงท่านหญิงของพวกเราต้องออกไปได้แน่” เสี่ยวหลินที่ชอบท่านหญิงในตอนนี้มากกว่าแต่ก่อน ที่ทนให้โดนโขกสับ ยิ่งรู้ว่าจะออกจากจวนยิ่งสนับสนุน
“ข้ามีที่ดินด้วยรึ” ผู่เยว่หยิบโฉนดที่ดิน ที่มีตราประทับอะไรสักอย่างน่าจะเป็นของทางการ
“นี่เป็นที่ดินที่ฮ่องเต้ประทานให้ตอนที่ท่านแต่งงานเจ้าค่ะ ยังมีเรือนในเมืองอีกเรือนเจ้าค่ะมีผู้ดูแลให้อยู่”
“พรุ่งนี้เราจะย้ายไปอยู่เรือนพระราชทาน...เจ้าเก็บของขนสมบัติไปให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว” ผู่เยว่ถือโอกาสออกจากจวนไปอยู่เรือนพระราชทานเสียเลย ไหน ๆ ก็มีบ้านของตัวเองแล้ว จะอยู่เรือนเก่าซอมซ่อนี้ทำไม
“เจ้าค่ะ ข้าจะไปเก็บของ พรุ่งนี้ข้าจะไปเรียกรถม้ามารับที่ด้านหลังคนจะได้ไม่สงสัย แล้วข้าจะเอาสมบัติพวกนี้ใส่ไหไปและบอกว่าเป็นหมักปลาจะเอาไปขาย” เสี่ยวหลินช่วยผู้เป็นนายคิดแผนออกจากที่นี่
“ดี เจ้าเยี่ยมมาก เจ้าไปหาบ่าวในเรือนสักคนที่พอจะไว้ใจได้ จ่ายเงินปิดปากมาช่วยขนของ ทำให้เงียบที่สุดเมื่อออกไปแล้ว ข้าจะหาทางเอง เดี๋ยวข้าจะเขียนจดหมายฝากบ่าวผู้นั้นไปส่งให้ชิงเหลียน บอกเพียงว่าที่นี่แออัดคับแคบ อยากไปพักผ่อนที่เรือนพระราชทาน เดี๋ยวก็รู้ถึงหูเจ้าแม่ทัพปีศาจนั่นเอง” ผู่เยว่ลงมือเขียนจดหมาย ทั้งสามคนช่วยกันเก็บข้าวของทั้งหมด รวมทั้งให้เสี่ยวหลินออกไปนัดแนะรถม้าคันใหญ่มารับแต่เช้าตรู่ ทั้งสามแทบไม่ได้นอนและอาหารที่ทำไว้ก็เย็นชืดหมดแล้ว จึงเข้านอนไปก่อนเพราะดึกมาก
ในยามเหม่า(ช่วงตีห้าถึงเจ็ดโมง) วันรุ่งขึ้นทั้งสามก็ตื่นขึ้นแล้วรีบขนของขึ้นรถม้าที่เรียกมารอไว้ แล้วยังให้เงินตอบแทนบ่าวคนที่มาช่วยขนของรวมทั้งฝากจดหมายไป 1 ตำลึงทอง เพื่อปิดปากเรื่องต่าง ๆ ให้เงียบ ให้บอกเพียงแค่ที่สั่งความไว้เท่านั้น
ทั้งสามคนขึ้นรถม้าตรงไปยังเรือนพระราชทาน รวมทั้งยังมีที่ดินอีกผืนใหญ่ ชีวิตนางช่างน่าอิจฉาเสียจริง
เมื่อทั้งสามออกไปได้สองชั่วยาม บ่าวคนที่คอยมาดูแลเรือนหลังจึงนำจดหมายไปให้นายหญิงชิงเหลียน เมื่ออ่านเนื้อความในจดหมายจึงเร่งไปเรียนให้ท่านแม่ทัพทราบ
“ท่านพี่...ฮูหยินออกไปพักเรือนพระราชทานแล้วนะเจ้าคะ..”
“อะไรนะ ไปอยู่ข้างนอก ไปตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ไม่ทราบเจ้าค่ะ บ่าวมาบอกว่าในเรือนเงียบเชียบพบเพียงจดหมายฉบับนี้เท่านั้น รวมทั้งข้าวของทั้งหมดได้ขนไปจนไม่เหลือแม้ชินเดียว” ชิงเหลียนร้อนใจ เพราะว่าผู่เยว่เป็นเมียพระราชทาน
หากระหกระเหินไปข้างนอก คนจะครหาเอาได้ว่า ดูแลเมียคนเดียวไม่ได้ ให้ออกไปตกระกำลำบาก
“ท่านหมอเทา...นั่นท่านกำลังจะมีลูกแล้วหรือ” เฟิงหวงที่ไม่ได้มาหาหมอเทาเสียนาน เพราะมัวเห่อลูกตัวเอง มาอีกทีองค์หญิงซูเป่ยท้องเริ่มโตแล้ว “ใช่แล้ว เดี๋ยวข้าไม่ทันท่าน” หมอเทาบอก “ข้ากำลังจะทำลูกสาวต่อ ฮูหยินข้าอยากมีลูกสาว” เฟิงหวงกระซิบกระซาบกับท่านหมอ “นางแข็งแรงดีแล้วหรือ” “ใช่ นางเพิ่งบอกเมื่อเช้า” สองหนุ่มพูดเป็นนัยที่รับรู้กันเพียงสองคน เพราะตอนนางท้อง เขาก็มาปรึกษาหมอเทาว่าต้องทำอย่างไร เขากลัวนางจะเจ็บ แต่เขาก็อดรักนางไม่ได้ “งั้นข้าจัดยาให้เต็มที่ไปเลย ขอให้ท่านลูกติดไว ๆ ” หมอเทาจัดยาสูตรพิเศษให้กับเฟิงหวงไป ยาสูตรนี้เขาก็ใช้กับตัวเองเช่นกัน อย่างที่เห็นได้ปุ๊บติดปั๊บ จากเมื่อก่อนติดยากนัก คืนนั้นฮูหยินไม่ได้นอน เฟิงหวงทำลูกสาวค่อนสว่างเลยทีเดียวฮูหยินลุกไม่ขึ้นทั้งวัน สงสัยเก็บมาหลายเดือน ดีที่ลูกชายนางมีแม่นมกับพี่เลี้ยง เลี้ยงดูให้ไม่เช่นนั้นคงร้องโยเย เพราะเมื่อคืนนี้พ่อเจ้าตัวแสบเล่นดูดกินนมของลูกไปเสียหมดแล้ว หลังจากนั้นสามเดือน ฮูหยินไป๋ก็ท้องสมใจอยากคราวนี้ใครก็บอกได้ลูกสาวแน่นอน เพราะแม่สวยวันสวยคื
เฟิงหวงเป็นคนรักษาคำพูด เพราะเขาให้นางอยู่ในห้องหอกับเขาเจ็ดวันเต็มจริง ๆ ไม่รู้จะขยันอะไรนักหนา กว่านางจะผ่านบทรักแต่ละบทของเขาไปได้ เล่นเอาขาอ่อนแรง แล้วราวกับล่วงรู้ว่าจะทำนางแรงมาก จัดยาบำรุงกำลังให้นางดื่มหลังอาหารทุกวัน จนตอนนี้นางแทบจะคึกเป็นม้าอยู่แล้ว หลังจากนั้นเพียงเดือนเดียวก็มีข่าวดี เพราะท่านอาเหยียนปิงมาเยี่ยมแล้วก็ตรวจชีพจรให้ พบว่ามีชีพจรมงคล “ท่านอาจริงหรือ ผู่เยว่นางท้องแล้วหรือ...ข้าดีใจจริง ๆ ...ข้าจะได้เป็นพ่อคนแล้ว” เฟิงหวงดีใจจนออกนอกหน้า เขาเดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่งเดี๋ยวเข้ามากอดนาง “ท่านจะได้เป็นพ่อคนแล้ว” ผู่เยว่บอกเขา เพราะเขาอยากมีลูกตั้งแต่แรกที่เข้าหอด้วยกัน “ข้าดีใจที่สุดเลย พ่อบ้านไปป่าวประกาศเรื่องมงคลของจวนข้า แล้วจัดตั้งโรงทานหน้าจวนหนึ่งเดือน ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...” เฟิงหวงดีใจราวกับคนบ้า เขาประคบประหงม นางราวกับไข่ในหิน ไปไหนมาไหนแทบจะไม่ให้เดินเอง เขาแทบจะอุ้มนางไปทุกที่ ทุกสิ่งในเรือนของนางรวมทั้งของมีคมถูกเก็บออกไปจนหมด อะไรที่คิดว่าเป็นอันตรายกับนางและลูก เขาจัดการกวาดทิ้งไปจนหมด ผู่เยว่ที่คอยห้ามปรามเ
หานลู่ที่เป็นรองแม่ทัพก็ได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นแม่ทัพแทนไป๋เฟิงหวง เพราะเฟิงหวงทูลฮ่องเต้ว่าจะออกจากราชการ ไม่อยากไปออกรบแล้ว อยากอยู่กับเมียรักอย่างเดียว แต่มีหรือฮ่องเต้จะยอม ฮ่องเต้จึงให้เฟิงหวงเป็นเสนาบดีกลาโหม ทำงานรับใช้ฮ่องเต้โดยตรงแล้วก็ไม่ต้องไปออกรบ ยกเว้นยามจำเป็นเท่านั้น นั่นทำให้เฟิงหวงยอมรับราชการต่อ“ฮูหยิน เจ้าเป็นอย่างไรบ้างเหนื่อยหรือไม่” เฟิงหวงถามเมื่อได้อยู่ในห้องกันสองคน หลังจากทำพิธีกันเสร็จหมดแล้วเหลือแค่เข้าหอ“เหนื่อยมากเลย” ผู่เยว่ทำเสียงอ้อนสามี วันนี้นางตื่นแต่เช้าแต่งหน้าแต่งตัว ยังไม่ได้กินอะไรเลย“มาข้าจะนวดให้เจ้าดีหรือไม่ฮูหยินของข้า” เฟิงหวงเอาใจเมียหนักมาก เขารู้ว่านางเหนื่อยก็สงสาร“ข้าหิว...”“มานี่ข้าป้อนให้...เจ้าอ้าปาก” เฟิงหวงรีบหยิบตะเกียบคีบอาหารให้นางกินผู่เยว่กินอย่างเอร็ดอร่อย นางมีความสุขที่สุดที่สามีเอาใจนางทั้งป้อนทั้งบีบนวด ใครจะน่าอิจฉาเท่านางไม่มีอีกแล้ว“ข้าอิ่มแล้ว พอเถอะ”เมื่อนางอิ่มแล้วจึงบอกให้สามีสุดที่รักพอ“แต่ข้าหิวแล้ว เจ้าจะช่วยป้อนข้าบ้างได้หรือไม่” ไป๋เฟิงหวงรอมานานแล้ว เขานี่แหละอยากกินนาง อาหารบนโต๊ะเขาหาได้สนใจไม่“มา
องค์หญิงซูเป่ยเมื่อผู่เยว่ออกไป ก็จัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของท่านหมอเทาเสีย นางจะทำให้เหมือนเขาเป็นคนปล้ำนางเมื่อถอดเสื้อผ้าเขาออกหมด ส่วนตัวเองก็ถอดออกเช่นกันให้เหลือเพียงชุดบางแล้วแทรกตัวขึ้นไปนอนข้างเขา หมอเทาที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะได้เป็นสามีขององค์หญิงซูเป่ย ดึงนางเข้ามากอดไว้แน่น ด้วยความเมามายทำให้เขาคิดว่านางคือหมอนข้างทั้งกอดทั้งซุกหน้าเข้ากับซอกคอของนาง เพราะมันรู้สึกอุ่นดีเหลือเกิน ที่เขาต้องหาความอบอุ่นเพราะว่า องค์หญิงเปลื้องเสื้อผ้าเขาจนเหลือแต่กายล่อนจ้อน เมื่อร่างกายหนุ่มเสียดสีกับร่างกายหญิงสาว เลือดในกายก็พุ่งแรง สัญชาตญาณความอยากอย่างเป็นธรรมชาติของเขาตื่นขึ้น เขามองหน้าหญิงสาวตรงหน้าว่าเป็นองค์หญิง แต่คิดว่าตัวเองกำลังฝันไป เขาดึงนางเข้าไปจูบอย่างดูดดื่ม องค์หญิงที่เห็นว่าหมอเทากำลังเมาหนัก แล้วก็จูบนางเข้าจริง ๆ ตอนแรกก็กล้า ๆ แต่เมื่อได้สัมผัสรสจูบที่เขามอบให้บวกกับกลิ่นเหล้าดอกท้อในปากของเขา ทำให้นางเมามายไปกับรสจูบ แต่ไม่ใช่แค่จูบเท่านั้นหมอเทาของนางเริ่มรุกหนักขึ้น เขาลูบไล้นางไปทั่วร่าง ร่างกายของนางเริ่มบิดเร่าด้วยแรงปรารถนา จากที่จะร
“เฟิงหวง เจ้าทำอะไรนางทำไมนางถึงได้รีบเดินไปอย่างนั้น” เหยียนปิงถาม “ทำลูกไงท่านอา...ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เฟิงหวงหัวเราะอย่างมีความสุข รออีกไม่นานเขาก็จะมารับนางไปอยู่จวนแล้ว “โอววว...เจ้านี่มัน....จริง ๆ เลย เอาล่ะปล่อยให้นางอยู่คนเดียวไปก่อน เจ้ารีบกลับจวนเถิดพี่ชายเจ้าจะแต่งงานในวันพรุ่งแล้ว” เหยียนปิงไล่เฟิงหวงกลับไปก่อน เพราะว่าหลายคนตามหาเขามาสองวันแล้ว หายไปพร้อมกับผู่เยว่แต่ทว่าก็ไม่มีใครเดือดร้อนใจ เดาได้ไม่ยากว่าน่าจะไปด้วยกัน พอวันงานมงคลของถิงหลันกับเฟิงลู่มาถึง โดยขบวนเจ้าบ่าวไปรับเจ้าสาวที่วังหลวง ฮองเฮาให้เกียรติถิงหลันเพราะเป็นถึงองค์หญิงแห่งซีเซี่ย เลยรับเป็นญาติฝ่ายหญิง เมื่อขบวนเจ้าบ่าวมาถึงก็มีการต้อนรับอย่างดีแล้วก็พาเจ้าสาวกลับเรือนไป เฟิงลู่ใช้เรือนของตัวเองเป็นเรือนหอชั่วคราวก่อน เพราะว่าอีกไม่นานก็จะกลับไปซีเซี่ยพร้อมกับนาง เหล่าทหารซีเซี่ยและญาติของเฟิงลู่ร่วมกันดื่มสุรามงคลกันอย่างออกรส และสนุกสนาน องค์หญิงซูเป่ยถือโอกาสนี้มอมเหล้าหมอหวงเซิงเทา แล้วลากเข้าห้องนางไป นางพยายามทอดสะพานก็แล้ว แกล้งป่วยก็แล้ว ทำทุกอย่างแล้วเขาก็ยั
ผู่เยว่ตื่นขึ้นในตอนดึกร่างกายปวดร้าวไปทุกส่วน เฟิงหวงรังแกหนักมาก แม้แต่จะขยับลุกยังแทบไม่มีแรง “อ๊ะ...โอ๊ยยยย” ผู่เยว่ร้องครวญด้วยความเจ็บปวด “ผู่เยว่เจ้าเป็นอะไรหรือไม่” เฟิงหวงที่กำลังหลับแต่ไม่ได้สนิทจนเกินไป เขารังแกนางขนาดนี้ทั้งยังกอดนางไว้แน่น “ถามได้ เพราะเจ้าข้าถึงได้ปวดเมื่อยขนาดนี้ เจ้าคนหื่นกาม” ผู่เยว่คาดโทษเขาไว้ก่อน ให้นางหายดีก่อนเถอะ จะเอาคืนเสียให้เข็ด “ข้ารักเจ้าแค่ไหนข้าก็ทำแค่นั้น ข้าผิดด้วยเหรอ นี่ยังไม่ได้เพียงครึ่งของความรักที่ข้ามีให้เจ้าเลยนะ เพียงแค่เศษเสี้ยวเท่านั้น” เฟิงหวงพูดอย่างหน้าไม่อาย แถมยังภูมิใจอีกต่างหาก ได้ครอบครองนางเพียงคนเดียว เขาจะไม่ให้นางออกไปไหนเลยให้อยู่แต่ในจวนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น “เจ้า...เฟิง...หวง...เจ้าคนหน้าด้าน...คอยดูเถอะอย่าให้ถึงทีข้าบ้างแล้วกัน” นางได้แต่สบถในลำคอ กัดฟันกรอดอย่างหัวเสีย นางขยับตัวหมายจะไปหาน้ำดื่มแก้กระหายเสียหน่อย เพราะใช้พลังไปหนักมาก ปากคอแห้งผากราวกับคนขาดน้ำ เฟิงหวงเห็นนางขยับจึงลุกขึ้นประคองนางให้นั่งพิงหมอน “เจ้าอยากได้อะไร เดี๋ยว







