LOGINหลินหงเหลียง หญิงสาวที่ประสบอุบัติเหตุแล้วย้อนกลับมาอดีตในร่างฮูหยินเอก เมียผู้อ่อนแอของท่านแม่ทัพ ไป๋เฟิงหวง โดนสามีกดขี่เพราะโดนบังคับแต่งงานจากฮ่องเต้ เขามีคนรักแล้ว เพราะอำนาจตัวเดียว
View Moreบทนำ
ผู่เยว่ ลูกสาวของท่านอ๋อง เยว่เผิง ที่ได้ไปครองเมืองซานซี หนึ่งในหกแคว้นที่ฮ่องเต้ชิงมู่ปกครองอยู่ โดยมีเมืองหลวงคือซีโจว เป็นเมืองใหญ่ที่รายล้อมด้วยแม่น้ำ อุดมสมบูรณ์ที่สุดในบรรดาหกแคว้น นางเป็นลูกสาวที่พ่อไม่รัก เพราะว่าตอนเกิดมาทำให้อนุที่เขารักที่สุดตายไป จึงไร้คนสนใจไยดีตั้งแต่เล็ก จนเมื่อฮ่องเต้อยากจับแม่ทัพ ไป๋เฟิงหวงแต่งงานกับเชื้อพระวงศ์จึงขอลูกสาวของ เยว่เผิงมาหนึ่งคน แล้วนั่นก็คือคราวซวยของผู่เยว่
จวนแม่ทัพไป๋ที่ประดับประดาไปด้วยผ้าแดงมงคล เพราะวันนี้มีงานมงคล แต่ผู้เป็นสามีเมื่อไปรับเจ้าสาวที่วังหลวงแล้วปล่อยให้นางเดินเข้ามาในจวนเอง แม้แต่เงาของเขาก็ไม่เยื้องย่างกรายไปเรือนฮูหยินเลย เอาแต่ขลุกอยู่กับอนุ ชิงเหลียน คนรักที่หมายปองมาตั้งแต่เด็ก เขารับชิงเหลียนมาเป็นอนุตัดหน้าผู่เยว่ ญาติห่าง ๆ ของฮ่องเต้ที่ยัดเยียดให้เขา ราวกับว่านางอัปลักษณ์ หาสามีไม่ได้เสียอย่างนั้น
“ท่านพี่ไม่ไปเรือนฮูหยินหน่อยหรือเจ้าคะ นางเพิ่งแต่งมาวันแรกก็ถูกท่านดูแคลนเช่นนี้ ต่อไปนางจะอยู่อย่างไร”
ชิงเหลียน ลูกสาวท่านเสนาบดีกลาโหม ภายนอกเป็นผู้หญิงจิตใจดี แม้ตัวเองต้องเป็นอนุก็หาได้เสียใจคร่ำครวญ นางเข้าใจเพราะฮ่องเต้เป็นคนพระราชทาน นางห่วงก็แต่ฮูหยินเอก ที่แต่งเข้ามาไร้ขบวนต้อนรับ หากฮ่องเต้ทรงทราบเรื่องเช่นนี้ กลัวแต่ว่าจะโดนลงโทษทั้งจวน
“เจ้าจะรู้อะไร คนพวกนี้ร้อยเล่ห์...นางแย่งตำแหน่งเจ้าไปเจ้ายังใจดีกับนาง ข้านี่แหละโกรธแค้นฮ่องเต้นัก ยกเรื่องที่ข้ารบชนะทุกศึกมาพระราชทานสมรส เพื่อถ่วงดุลอำนาจทหาร” ชายหนุ่มผู้ไม่แยแสใด ๆ กับฮ่องเต้ที่นับวันเอาแต่ดื่มสุรา เคล้านารี หากไม่เพราะฮ่องเต้องค์ก่อนสร้างอำนาจบารมีไว้มาก ป่านนี้ไม่รู้ประชาชนจะเดือดร้อนอย่างไรบ้าง เอาแต่เสวยสุขไม่สนใจทุกข์ประชาชน
..........................................................................................................................................................................................................................
ในค่ำคืนเดือนดับของเดือนปาเยว่ (เดือนแปด) วันนี้เป็นคืนเดือนมืดในจวนแม่ทัพไป๋ ที่เรือนฝ่ายหน้าครึกครื้นไปด้วยเสียงร้องรำของนางฟ้อน ที่จัดขึ้นฉลองในงานแต่งภรรยาเอกท่านแม่ทัพไป๋เฟิงหวง หลังจากไปรับเจ้าสาวที่วังหลวงเพราะว่าเป็นสมรสพระราชทาน ท่านแม่ทัพไป๋ก็หาได้สนใจไยดีเจ้าสาวอีกต่อไป ปล่อยให้นางเดินเข้ามาในจวนกับบ่าวคนสนิทแค่สองคน ส่วนตัวเองก็ไปสำราญกับอนุชิงเหลียน
เหตุการณ์ก่อนหน้านั้น สาวในดวงใจตั้งแต่เด็กของเขาหมายใจจะแต่งงานกับนาง แต่ว่าถูกฮ่องเต้ชิงตัดหน้าพระราชทานสมรส
เขาทูลขอให้ชิงเหลียนแต่งเป็นภรรยาเอกแล้ว แต่ฮ่องเต้ไม่เห็นด้วยครั้นจะขัดต่อหน้าพระพักตร์อีก จึงถูกท่านเสนาบดีกลาโหมชิงเฉา ปรามไว้เขารู้ว่านี่เป็นแผนของอีกฝ่ายที่ไปเป่าหูฮ่องเต้ เพื่อคานอำนาจฝ่ายกลาโหม
“ท่านเสนาบดีไม่น่าห้ามข้า ข้ารักชิงเหลียนมานานแล้วท่านเองก็รู้” แม่ทัพไป๋พูดหลังออกจากประชุมเช้าที่ท้องพระโรง
“หากขัดขึ้นอีก เจ้าจะโดนโทษขัดราชโองการ พวกฝ่ายใต้ที่ก่อคลื่นอำนาจ ก็จะทูลให้ฮ่องเต้ปลดเจ้า ข้ารู้ว่าเจ้ารักลูกสาวข้า ข้ายินดีจะให้เจ้าแต่งเป็นลูกเขย แต่ว่าเมื่ออำนาจและการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง มีหรือทั้งเจ้าและข้าจะรอดไปได้หากฝืนทำตามใจ เจ้าก็รับชิงเหลียนเป็นอนุ แล้วดูแลนางให้ดีเถิด แม้เป็นเพียงอนุข้ารู้ว่าเจ้าจะรักและถนอมนางเหมือนที่ข้ารัก รอให้โอกาสมาถึงก่อนเถิด เมื่อนั้นก็ยังไม่สาย”
ชิงเฉามีแผนที่ดีกว่า เพียงแต่รอคอยเวลาและโอกาสเท่านั้น เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมานานกว่าชายหนุ่มเลือดร้อนวัยยี่สิบ ที่ต้องการทำตามใจ แต่ทว่าหากปล่อยให้ทั้งคู่แต่งงานแบบขัดพระราชโองการก็เท่ากับส่งลูกสาวแล้วก็ลูกน้องที่รักดั่งลูก
ไปตายก็เท่านั้น
ตั้งแต่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ จนผลัดเปลี่ยนรัชกาล มาจนถึงฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นเสนาบดีกลาโหมเอาตอนที่ฮ่องเต้ใกล้จะสวรรคตแล้ว เพราะเพียงอยากให้อำนาจทางการทหารอยู่กับคนที่ซื่อตรง ไม่คิดทรยศต่อบ้านเมือง เมื่อเขาเลื่อนตำแหน่งแล้ว ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่คุมทหารทั้งชายแดน และในเมืองหลวงจึงตกเป็นของไป๋เฟิงหวง
ไป๋เฟิงหวง เข้าไปหาชิงเหลียนที่จวนท่านเสนาบดี บอกข่าวร้ายกับนาง ทั้งยังสัญญาว่าจะรักและดูแลนางเป็นอย่างดี เสมือนภรรยาเอก
“ท่านแม่ทัพ...ท่านอย่ากังวลใจไปเลย ข้าเป็นอะไรก็ได้ขอแค่ได้อยู่ดูแลท่านก็เพียงพอแล้ว” ชิงเหลียน นางเข้าใจสถานการณ์ดี แม้ว่าตัวเองต้องเป็นแค่อนุก็ไม่เคยนึกเสียใจ
วันหนึ่งต้องเป็นวันของนางเพียงแต่ว่าวันนี้มันยังไม่ใช่ เพราะท่านพ่อได้สอนนางเสมอ เกิดเป็นลูกขุนนางต้องยอมรับสถานการณ์ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตตลอดเวลา บางเรื่องอาจไม่เป็นดั่งใจแต่ขอให้อดทน แล้วมันจะผ่านไปได้ด้วยดี
“เจ้า...เจ้าเป็นคนดีจริง ๆ ” ไป๋เฟิงหวงน้ำตาเอ่อคลอที่หน่วยตา ดึงร่างของนางเข้ามากอดไว้แนบอก เขาจะจัดงานแต่งอย่างยิ่งใหญ่แม้แต่งอนุก็ตาม จะไม่ให้น้อยหน้าภรรยาเอกแน่นอน
สามวันต่อมา ไป๋เฟิงหวงสั่งให้คนจัดเรือนตกแต่งเรือนใหญ่เจียวฝาง ที่เขาสร้างไว้เพื่อภรรยาเอกที่หมายใจจะแต่งงานหลังจากรบชนะ แต่บัดนี้กลายเป็นเรือนอนุไปแล้ว
แม้ว่าไม่สามารถให้ตำแหน่งใหญ่แก่นาง แต่เขาจะให้อำนาจ การจัดการในจวนให้นางดูแลทั้งหมด
“เทียนเฉิง อีกสองวันข้าจะแต่งชิงเหลียนเข้ามาเป็นอนุ แต่จำไว้ว่า ข้ามีเมียคนเดียวแค่ชิงเหลียน หากใครก็ตามในจวนขัดใจนาง ข้าจะลงโทษให้ถึงที่สุด ห้ามผู้ใดดูแคลนนางเป็นอันขาด แล้วป่าวประกาศไปให้ทั่วเมือง จวนข้าจะเปิดโรงทานเจ็ดวันเพื่อฉลองงานแต่งของข้ากับชิงเหลียน เจ้ารู้ใช่ไหมควรพูดอะไรออกไปบ้าง”
“ทราบแล้วขอรับนายท่าน” เทียนเฉิงทำงานรับใช้ในจวนนี้มานานตั้งแต่รุ่นนายท่านใหญ่และฮูหยินใหญ่ บัดนี้ทั้งสองลาจากโลกนี้ไปแล้ว การดูแลภายในจวนเทียนเฉิงจึงรับหน้าที่ดูแลทั้งหมด กระทั่งคัดคนเข้าจวน เขาจะเข้มงวดมาก บ่าวชายหญิงต่างเกรงกลัว
“ท่านหมอเทา...นั่นท่านกำลังจะมีลูกแล้วหรือ” เฟิงหวงที่ไม่ได้มาหาหมอเทาเสียนาน เพราะมัวเห่อลูกตัวเอง มาอีกทีองค์หญิงซูเป่ยท้องเริ่มโตแล้ว “ใช่แล้ว เดี๋ยวข้าไม่ทันท่าน” หมอเทาบอก “ข้ากำลังจะทำลูกสาวต่อ ฮูหยินข้าอยากมีลูกสาว” เฟิงหวงกระซิบกระซาบกับท่านหมอ “นางแข็งแรงดีแล้วหรือ” “ใช่ นางเพิ่งบอกเมื่อเช้า” สองหนุ่มพูดเป็นนัยที่รับรู้กันเพียงสองคน เพราะตอนนางท้อง เขาก็มาปรึกษาหมอเทาว่าต้องทำอย่างไร เขากลัวนางจะเจ็บ แต่เขาก็อดรักนางไม่ได้ “งั้นข้าจัดยาให้เต็มที่ไปเลย ขอให้ท่านลูกติดไว ๆ ” หมอเทาจัดยาสูตรพิเศษให้กับเฟิงหวงไป ยาสูตรนี้เขาก็ใช้กับตัวเองเช่นกัน อย่างที่เห็นได้ปุ๊บติดปั๊บ จากเมื่อก่อนติดยากนัก คืนนั้นฮูหยินไม่ได้นอน เฟิงหวงทำลูกสาวค่อนสว่างเลยทีเดียวฮูหยินลุกไม่ขึ้นทั้งวัน สงสัยเก็บมาหลายเดือน ดีที่ลูกชายนางมีแม่นมกับพี่เลี้ยง เลี้ยงดูให้ไม่เช่นนั้นคงร้องโยเย เพราะเมื่อคืนนี้พ่อเจ้าตัวแสบเล่นดูดกินนมของลูกไปเสียหมดแล้ว หลังจากนั้นสามเดือน ฮูหยินไป๋ก็ท้องสมใจอยากคราวนี้ใครก็บอกได้ลูกสาวแน่นอน เพราะแม่สวยวันสวยคื
เฟิงหวงเป็นคนรักษาคำพูด เพราะเขาให้นางอยู่ในห้องหอกับเขาเจ็ดวันเต็มจริง ๆ ไม่รู้จะขยันอะไรนักหนา กว่านางจะผ่านบทรักแต่ละบทของเขาไปได้ เล่นเอาขาอ่อนแรง แล้วราวกับล่วงรู้ว่าจะทำนางแรงมาก จัดยาบำรุงกำลังให้นางดื่มหลังอาหารทุกวัน จนตอนนี้นางแทบจะคึกเป็นม้าอยู่แล้ว หลังจากนั้นเพียงเดือนเดียวก็มีข่าวดี เพราะท่านอาเหยียนปิงมาเยี่ยมแล้วก็ตรวจชีพจรให้ พบว่ามีชีพจรมงคล “ท่านอาจริงหรือ ผู่เยว่นางท้องแล้วหรือ...ข้าดีใจจริง ๆ ...ข้าจะได้เป็นพ่อคนแล้ว” เฟิงหวงดีใจจนออกนอกหน้า เขาเดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่งเดี๋ยวเข้ามากอดนาง “ท่านจะได้เป็นพ่อคนแล้ว” ผู่เยว่บอกเขา เพราะเขาอยากมีลูกตั้งแต่แรกที่เข้าหอด้วยกัน “ข้าดีใจที่สุดเลย พ่อบ้านไปป่าวประกาศเรื่องมงคลของจวนข้า แล้วจัดตั้งโรงทานหน้าจวนหนึ่งเดือน ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...” เฟิงหวงดีใจราวกับคนบ้า เขาประคบประหงม นางราวกับไข่ในหิน ไปไหนมาไหนแทบจะไม่ให้เดินเอง เขาแทบจะอุ้มนางไปทุกที่ ทุกสิ่งในเรือนของนางรวมทั้งของมีคมถูกเก็บออกไปจนหมด อะไรที่คิดว่าเป็นอันตรายกับนางและลูก เขาจัดการกวาดทิ้งไปจนหมด ผู่เยว่ที่คอยห้ามปรามเ
หานลู่ที่เป็นรองแม่ทัพก็ได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นแม่ทัพแทนไป๋เฟิงหวง เพราะเฟิงหวงทูลฮ่องเต้ว่าจะออกจากราชการ ไม่อยากไปออกรบแล้ว อยากอยู่กับเมียรักอย่างเดียว แต่มีหรือฮ่องเต้จะยอม ฮ่องเต้จึงให้เฟิงหวงเป็นเสนาบดีกลาโหม ทำงานรับใช้ฮ่องเต้โดยตรงแล้วก็ไม่ต้องไปออกรบ ยกเว้นยามจำเป็นเท่านั้น นั่นทำให้เฟิงหวงยอมรับราชการต่อ“ฮูหยิน เจ้าเป็นอย่างไรบ้างเหนื่อยหรือไม่” เฟิงหวงถามเมื่อได้อยู่ในห้องกันสองคน หลังจากทำพิธีกันเสร็จหมดแล้วเหลือแค่เข้าหอ“เหนื่อยมากเลย” ผู่เยว่ทำเสียงอ้อนสามี วันนี้นางตื่นแต่เช้าแต่งหน้าแต่งตัว ยังไม่ได้กินอะไรเลย“มาข้าจะนวดให้เจ้าดีหรือไม่ฮูหยินของข้า” เฟิงหวงเอาใจเมียหนักมาก เขารู้ว่านางเหนื่อยก็สงสาร“ข้าหิว...”“มานี่ข้าป้อนให้...เจ้าอ้าปาก” เฟิงหวงรีบหยิบตะเกียบคีบอาหารให้นางกินผู่เยว่กินอย่างเอร็ดอร่อย นางมีความสุขที่สุดที่สามีเอาใจนางทั้งป้อนทั้งบีบนวด ใครจะน่าอิจฉาเท่านางไม่มีอีกแล้ว“ข้าอิ่มแล้ว พอเถอะ”เมื่อนางอิ่มแล้วจึงบอกให้สามีสุดที่รักพอ“แต่ข้าหิวแล้ว เจ้าจะช่วยป้อนข้าบ้างได้หรือไม่” ไป๋เฟิงหวงรอมานานแล้ว เขานี่แหละอยากกินนาง อาหารบนโต๊ะเขาหาได้สนใจไม่“มา
องค์หญิงซูเป่ยเมื่อผู่เยว่ออกไป ก็จัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของท่านหมอเทาเสีย นางจะทำให้เหมือนเขาเป็นคนปล้ำนางเมื่อถอดเสื้อผ้าเขาออกหมด ส่วนตัวเองก็ถอดออกเช่นกันให้เหลือเพียงชุดบางแล้วแทรกตัวขึ้นไปนอนข้างเขา หมอเทาที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะได้เป็นสามีขององค์หญิงซูเป่ย ดึงนางเข้ามากอดไว้แน่น ด้วยความเมามายทำให้เขาคิดว่านางคือหมอนข้างทั้งกอดทั้งซุกหน้าเข้ากับซอกคอของนาง เพราะมันรู้สึกอุ่นดีเหลือเกิน ที่เขาต้องหาความอบอุ่นเพราะว่า องค์หญิงเปลื้องเสื้อผ้าเขาจนเหลือแต่กายล่อนจ้อน เมื่อร่างกายหนุ่มเสียดสีกับร่างกายหญิงสาว เลือดในกายก็พุ่งแรง สัญชาตญาณความอยากอย่างเป็นธรรมชาติของเขาตื่นขึ้น เขามองหน้าหญิงสาวตรงหน้าว่าเป็นองค์หญิง แต่คิดว่าตัวเองกำลังฝันไป เขาดึงนางเข้าไปจูบอย่างดูดดื่ม องค์หญิงที่เห็นว่าหมอเทากำลังเมาหนัก แล้วก็จูบนางเข้าจริง ๆ ตอนแรกก็กล้า ๆ แต่เมื่อได้สัมผัสรสจูบที่เขามอบให้บวกกับกลิ่นเหล้าดอกท้อในปากของเขา ทำให้นางเมามายไปกับรสจูบ แต่ไม่ใช่แค่จูบเท่านั้นหมอเทาของนางเริ่มรุกหนักขึ้น เขาลูบไล้นางไปทั่วร่าง ร่างกายของนางเริ่มบิดเร่าด้วยแรงปรารถนา จากที่จะร











