LOGINหลัวเหวินโจวกล่าวเช่นนี้ ประหนึ่งได้พบข้ออ้างชั้นเลิศให้ตนเองแรงในมือของเขายิ่งเพิ่มขึ้นทุกขณะชิงอวี้เยียนหันศีรษะมามองข้าอย่างยากลำบาก“พี่หญิง ท่านเคยกล่าวไว้ ว่าจะช่วยชีวิตข้า”ข้าโบกพัดในมือเบา ๆ“ที่ข้าพูด มิใช่ว่าให้สังหารอีกฝ่ายหรือ? ชิงอวี้เยียน เป็นเจ้าเองที่ฟังไม่กระจ่าง”ชิงอวี้เยียนมิได้คาดคิดว่า ข้าซึ่งเคยเมตตาต่อผู้คนมาโดยตลอด บัดนี้กลับหันมาใช้กลอุบายอันมืดมนเช่นนี้นางยังคิดจะเอ่ยสิ่งใดอีกทว่าลมหายใจของนางกลับแผ่วเบาลงทุกขณะ จนท้ายที่สุดก็สิ้นใจลงยามสิ้นใจ ดวงตาของนางยังมิได้หลับลงหลัวเหวินโจวสั่นสะท้านไปทั้งกาย เขามองมือของตนที่ลงมือสังหารคนรักในใจและอนุผู้เป็นที่รักด้วยมือของตนเองทว่าหลัวเหวินโจวมิได้ลังเลแม้แต่น้อยเขาคลานมาหยุดอยู่เบื้องหน้าข้า มองข้าด้วยสายตาประหนึ่งผู้ศรัทธาอย่างยิ่ง“ลั่วเวย เจ้าคือผู้ที่ข้าคุกเข่าขอแต่งงานถึงหน้าประตูอยู่สามวันจึงได้มา เจ้าก็รู้ดีว่าข้ารักเจ้า ที่ผ่านมาข้าเพียงถูกพวกนางจิ้งจอกยั่วยวนจนหลงผิดเท่านั้น เจ้าวางใจเถิด เด็กเหล่านั้น ข้าจะไม่ละเว้นสักคน หากเจ้าไม่ชอบ ข้าก็จะฆ่าพวกเขาเสียให้สิ้น”“เรากลับไปใช้ชีวิตเช
หลัวเหวินโจวสีหน้าเหม่อลอย ราวกับเพิ่งได้รู้จักข้าใหม่เป็นครั้งแรกท่าทางเช่นนั้น ช่างน่าขันยิ่งนัก“ลั่วเวย เจ้ากับข้าเป็นสามีภรรยากันมาหลายปี ไยต้องให้ถึงขั้นแตกหักจนต่างพินาศจึงจะยอมรามือ?”ข้าเลียนแบบท่าทีของหลัวเหวินโจวในชาติปางก่อน ถอนหายใจเบา ๆ“ก็เพราะเจ้ากับข้าเป็นสามีภรรยากัน จึงยิ่งไม่อาจปกป้องเข้าข้างกันได้ ข้ารู้ว่าสามีมิใช่คนหลงในชื่อเสียงลาภยศ มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นจึงจะทำให้ฮ่องเต้เชื่อได้ว่าสามีเป็นคนสูงส่งเที่ยงธรรมแท้จริง คนเช่นนี้จะเป็นไปได้อย่างไร ที่จะเพราะตามง้ออนุที่กำลังงอนอยู่ จนปล่อยให้ฮ่องเต้ตกอยู่ในอันตราย?”ข้าหันไปมองบ่าวชาย“เริ่มได้ แต่จำไว้ว่าให้รองผ้าหนาไว้หลายชั้นใต้ตัวพวกเขาหลายชั้นหน่อย จะได้ไม่ทำให้พื้นเปื้อน”ข้าเอนกายพิงพนักเก้าอี้ รอคอยให้หลัวเหวินโจวกับชิงอวี้เยียนห้ำหั่นกันเองในที่สุดหลัวเหวินโจวก็เข้าใจ ว่าขณะนี้ข้า มิได้หวั่นไหวหรือหลงรักเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น เพียงเพราะวาจาไม่กี่คำของเขาอีกต่อไปครั้นหลัวเหวินโจวลืมตาขึ้นอีกครา ดวงตาเต็มไปด้วยความอาลัยลึกซึ้งเขามองชิงอวี้เยียนด้วยความเจ็บปวดและอาลัยอาวรณ์ ไม่อาจตัดใจได้“อวี้เยียน
ฮ่องเต้มาแล้วก็จากไปอย่างเร่งรีบ เพียงชั่วพริบตา ภายในห้องก็เหลือเพียงข้า หลัวเหวินโจว ชิงอวี้เยียน และบ่าวไพร่ไม่กี่คนเท่านั้นหลัวเหวินโจวพอฮ่องเต้จากไปก็ลุกขึ้นทันที บนใบหน้าเขามิได้มีแววสำนึกผิดแม้แต่น้อย กลับหันมาสั่งการข้า“ถึงเจ้าจะได้เป็นฮูหยินผู้คุ้มครองแผ่นดินแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังเป็นสตรีของข้าอยู่ดี การปรนนิบัติสามีและดูแลเรือนให้เรียบร้อยประหยัดเป็นหน้าที่ของเจ้า บัดนี้จงไปจัดสำรับให้ข้าหนึ่งโต๊ะ อุ่นสุรามาให้ร้อน ๆ ข้าจำต้องพักผ่อนให้เต็มที่สักหน่อย”“ส่วนเรื่องลูก ในเมื่อตายเพราะฮ่องเต้ ก็นับว่าไม่ได้เกิดมาเสียเปล่าในชาตินี้ ข้าตั้งชื่อให้ลูกแล้ว ก็จงบันทึกลงในทะเบียนตระกูล”หลัวเหวินโจวสะบัดมือคราหนึ่งเขามิได้รู้สึกเลยว่าตนทำสิ่งใดผิดแม้แต่น้อย ทั้งยังยกเอาเกียรติยศของข้าไปเป็นของตนเสียอีกข้าแค่นหัวเราะในใจ คนไร้ยางอายและอกตัญญูเช่นนี้ ข้าในวันนั้นเหตุใดเพียงเห็นเขาคุกเข่าต่อหน้าข้า ก็ยังอ่อนใจลงได้!แท้จริงแล้ว ทุกสิ่งที่เขาทำนั้นก็เป็นเพียงภาพลวงที่ล่อลวงให้ข้าก้าวลงสู่กองเพลิงเท่านั้นชิงอวี้เยียนก็ดูเหมือนจะรู้ตัวขึ้นมา นางอ่อนระทวยซบพิงอยู่บนตัวหลัวเหวินโจว
“ท่านพี่กล่าวไม่ผิด อวี้เยียนเติบโตมากับท่านพี่มาตั้งแต่เล็ก และเห็นท่านพี่ดุจพี่ชายแท้ ๆ มาโดยตลอด ครั้นรู้ว่าฮูหยินตั้งครรภ์ อวี้เยียนก็มักไปสวดภาวนาในวัดอยู่เสมอ เพียงหวังให้ฮูหยินคลอดบุตรครานี้อย่างปลอดภัย แต่ฮูหยินกลับคิดว่าอวี้เยียนมีเจตนาร้าย ถึงกับยอมใช้บุตรในครรภ์มาป้ายความผิดให้อวี้เยียน!”“อวี้เยียนทนต่อไปไม่ไหวแล้ว พี่หญิง วันนี้อวี้เยียนขอใช้ความตายแสดงใจ ยังขอให้พี่หญิงกับท่านพี่กลับมาดีกันดังเดิม!”ชิงอวี้เยียนกล่าวจบ ขณะที่ทุกคนยังตั้งตัวไม่ทัน นางก็พุ่งเข้าชนเสาข้างกายอย่างแรง ด้วยเรี่ยวแรงและความเร็วอันน่าตกใจ เห็นชัดว่านางตั้งใจจะตายให้ได้ใจข้าพลันสะท้านวูบหากชิงอวี้เยียนตาย ต่อให้ข้าน่าสงสารเพียงใด หลัวเหวินโจวก็ยังคงรอดชีวิตอยู่ได้อย่างไรเสีย พลุสัญญาณก็ยังหาไม่พบ แต่ชิงอวี้เยียนกลับมาตายในที่ของข้า คนเป็นย่อมไม่มีวันสู้คนตายได้หลัวเหวินโจวย่อมเข้าใจเหตุผลข้อนี้ดี ดังนั้น ต่อให้เพียงเอื้อมมือก็สามารถคว้าตัวชิงอวี้เยียนไว้ได้ เขากลับไม่ขยับแม้แต่น้อย เพียงคุกเข่าอยู่กับที่แล้วตะโกนลั่นยังดีที่คนข้างกายฮ่องเต้ล้วนมีฝีมือมีขันทีน้อยผู้ว่องไวคนหนึ่งพุ่งออ
ฮ่องเต้เสด็จเข้ามาจากนอกประตูเมื่อเห็นกระบี่ที่พาดอยู่บนลำคอของข้า ก็โกรธจัดจนหัวเราะเย็นชาน้ำเสียงของเขาหนักแน่นกังวาน เต็มไปด้วยพลังบารมีที่แผ่ออกมาจากกาย ย่อมมิใช่สิ่งที่หลัวเหวินโจวจะเทียบได้ใบหน้าของหลัวเหวินโจวซีดขาวราวไร้โลหิตผู้ที่เคยวางอำนาจเหนือข้า บัดนี้กลับคุกเข่าทรุดลงกับพื้นต่อหน้าข้า“ข้าถูกลอบปลงพระชนม์ เป็นลั่วฮูหยินที่เอากายเป็นโล่คุ้มกันข้า นางบาดเจ็บสาหัส แม้แต่บุตรก็มิอาจรักษาไว้ได้ ข้ารู้สึกผิดยิ่ง จึงพระราชทานจวนให้นาง อีกทั้งให้หมอหลวงดูแล ข้ายังทะนุถนอมนางถึงเพียงนี้ คิดไม่ถึงว่าเจ้า กลับลงไม้ลงมือทำร้ายด่าทอนาง ในสายตาของเจ้า ยังมีข้าอยู่หรือไม่! ยังมีคุณธรรมและจารีตอยู่หรือไม่!” “ส่วนเรื่องชู้ ลั่วฮูหยินแม้ยามใกล้ตาย ยังจำได้ว่านางเป็นภรรยาของเจ้า แต่เจ้า กลับมิได้ใส่นางไว้ในใจเลยแม้แต่น้อย!”ถ้อยคำของฮ่องเต้ดุจคำพิพากษาประหาร กระหน่ำใส่หลัวเหวินโจวหลัวเหวินโจวสั่นเทิ้มไม่หยุดสภาพของเขาในยามนี้ แตกต่างจากยามที่เคยรุ่งเรืองรับพระราชทานรางวัลในชาติก่อนโดยสิ้นเชิงยามเคราะห์ร้ายมาถึง ต่อให้เป็นงูหรือหนู ก็ยังดิ้นรนแย่งชิงหนทางรอดชีวิตยิ่งไม่
ข้าดิ้นรนฝืนยกศีรษะขึ้นมา“ภรรยาเทียบเอกหรือ? บุตรหรือ? หลัวเหวินโจว เจ้ายังมีใจอยู่หรือไม่! บุตรนั้นตายไปแล้ว! ถูกบิดาเช่นเจ้าฆ่าตายด้วยมือตนเอง!”ข้าหอบหายใจแรง ใช้เสียงที่แทบขาดใจกล่าวประณามหลัวเหวินโจวหลัวเหวินโจวขมวดคิ้วอย่างรำคาญ“เจ้าพูดจาเพ้อเจ้อสิ่งใด! เจ้าฆ่าฉุ่ยเอ๋อร์ยังไม่พอ บัดนี้ยังสาปแช่งบุตรของตนเองอีก ลั่วเวย ข้าว่าเจ้าคงเสียสติไปแล้ว!”ใจข้าดุจเถ้าถ่าน ขยับมุมปากยิ้มอย่างสิ้นหวังเล็กน้อย“เจ้ายังมีหน้ากล่าวถึงบุตรอีกหรือ เจ้ามีสิทธิ์อันใดกัน! เจ้ารู้หรือไม่ นั่นคือบุตรในครรภ์ที่เป็นรูปเป็นร่างแล้ว! เพราะความเห็นแก่ตนของเจ้า เขาจึงแม้แต่สิทธิ์จะได้ลืมตาดูโลกยังไม่มี! หลัวเหวินโจว ครั้นยามดึกสงัดในห้วงฝัน เจ้าหรือไม่หวาดกลัวว่าบุตรผู้นั้นจะมาทวงชีวิตเจ้าหรือ!”ข้าตะโกนออกไปสุดเสียงหลัวเหวินโจวชะงักงัน สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ ปล่อยชิงอวี้เยียน แล้วก้าวเข้ามาตรงหน้าข้า“เป็นไปได้อย่างไร มิใช่ว่าครบแปดเดือนแล้วหรือ!”ข้าแค่นหัวเราะ ก่อนจะเปิดผ้าห่มออก เผยให้เห็นครรภ์ที่ยุบแฟบไปแล้วบุตรยังมิอาจรักษาไว้ได้ ถูกหมอหญิงฉุดออกจากกายข้า ร่างทั้งร่างก็เขียวช
ยาที่หมอหลวงเฝ้ารอคอยอย่างยากลำบากก็เคี่ยวเสร็จสิ้นแล้ว ครั้นข้าดื่มลงไป ก็วางใจลง ก่อนจะผล็อยหลับไปครั้นลืมตาขึ้นอีกครา บ่าวผู้ไม่คุ้นหน้าก็รีบเข้ามาพยุงข้าลุกขึ้น“ฮูหยิน เหตุการณ์ที่ฮ่องเต้ถูกลอบปลงพระชนม์เป็นเรื่องใหญ่ยิ่ง บัดนี้ฮ่องเต้กลับวังไปก่อนแล้ว ทว่าฮ่องเต้มีรับสั่งเป็นพิเศษลงมา ให้ท่
หลัวเหวินโจวหันไปมองชิงอวี้เยียน ถอนหายใจอย่างจนปัญญาคราหนึ่ง“เจ้าก็ยังเมตตาเช่นเดิม ลั่วเวย ชิงอวี้เยียนกล่าวมิผิด เจ้าก็มิได้ตายเสียหน่อย ไยต้องถือสาเพียงนี้ ฉุ่ยเอ๋อร์ก็ยกให้ชิงอวี้เยียนไปเถิด ภายหน้าอย่าได้ก่อเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่อีก”ข้ามองหลัวเหวินโจวอย่างเหลือเชื่อ ข้าตั้งครรภ์บุ
“รีบปกป้องฝ่าบาท!”มองดูนักฆ่าชุดดำที่ผ่านการฝึกมาอย่างดีตรงหน้าข้าถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัวข้ากลับมาเกิดใหม่จริง ๆ… แถมยังเป็นช่วงที่ทุกอย่างเพิ่งเริ่มขึ้นพอได้สติ ข้าก็ก้มหน้าลง มองไปยังพลุสัญญาณที่กำแน่นอยู่ในมือในจังหวะที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ข้าก็เหวี่ยงพลุสัญญาณในมือทิ้งลงไปในทะเลส