共有

5

last update 公開日: 2026-05-06 11:05:48

หลินหลินขมวดคิ้ว “ตามหาที่ไหนคะ ห้องสมุดเหรอ” มีหนังสือเล่มไหนที่เธอพลาดไปหรือไงเกี่ยวกับตำนานจิ้งจอกเก้าหางอย่างนั้นเหรอ

“ไม่ใช่ห้องสมุด แต่ฉันจะส่งเธอไปสถานที่นั้นเอง ไปสัมผัสความจริงด้วยตัวเอง แล้วหวังว่าเธอจะกลับมาพร้อมบทดีๆ ฉันจะได้มีอารมณ์แสดง ไม่ใช่บทป่วยๆ แบบนี้ จบแบบดรามาน้ำตาแตกแบบนี้ ใครเป็นคนสอนเขียนมาไม่ทราบอย่างน้อยด้านการตลาดเธอควรจะรู้ว่าคนดูต้องการความอิ่มอกอิ่มใจ” นักแสดงสาวพราวเสน่ห์โยนบทใส่หน้าเธอแล้วเผยยิ้มประหลาด

“แล้วเทพกับมารมันจะอยู่กันได้อย่างไรในยุคนี้ จบแบบนี้หลินว่าดีแล้วนะคะดาร์กดีออก”

“ถ้าเธอไม่แก้บท ฉันจะไม่เล่น เธอก็เตรียมตัวตกงานได้เลย”

หลินหลินยิ่งงุนงงมากขึ้น จะอ้าปากถามว่าจะส่งเธอไปที่ไหน อีกฝ่ายพูดราวกับตัวเองมีเวทมนต์อย่างนั้นแหละ แต่หลิวโจวซิ่นก็ไม่อยู่ให้ถาม หมุนตัวเดินหนีไปก่อน

“นี่เดี๋ยวก่อนคุณหลิว ฉันไม่เข้าใจ ส่งฉันไปหาคำตอบที่ไหน”

หลิวโจวซิ่นไม่ตอบแต่หันกลับมายิ้มประหลาด

 “คุณหลิว!” หลินหลินเรียกแต่หลิวโจวซิ่นไม่สนใจจะฟัง หันหลังเดินไปโดยไม่คิดจะหยุดฝีเท้า ยิ่งหลินหลินไล่ตาม หลิวโจวซิ่นก็ยิ่งเดินเร็วห่างออกไป จนตามไม่ทันกระทั่งขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่แล้วออกไป

“บ้าหรือเปล่า คิดว่าดังแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอ เก่งขนาดนี้ไม่เขียนเองเล่นเองไปเลยล่ะ”

หลินหลินถอนใจบางครั้งงานของเธอก็เจอสารพัดอารมณ์ หลังจากคิดถึงเรื่องเมื่อหลายวันก่อนที่คุยกับหลิวโจวซิ่น หลินหลินหมุนปากกาในมือ สมองครุ่นคิดว่าจะแก้ไขบทให้ถูกใจอีกฝ่ายอย่างไร

 “ปวดหัว เบื่อจริงๆ ไหนจะปัญหาพวกซุป’ตาร์ ไหนจะต้องยัดโฆษณาแฝงไปในบทให้เนียนๆ นี่ถ้าฉันมีเวทมนต์นะจะสาปแม่พวกดาราเลือกบทให้พวกเธอกลายเป็นนักเขียนบทให้หมดเลย ขี้เกียจแก้โว้ย”

ร่างบางเชิดจมูกขึ้น มือที่สัมผัสปลายเส้นผมเพิ่งรู้ว่าเธอเอาแต่หมกตัวทำงานจนไม่ได้ดูแลเส้นผมมานานเท่าไหร่ “พังๆ หมด งานก็พัง ร่างก็เละ หัวที่ต้องแบกรับตัวละครทุกตัวเอาไว้มันปวดหัวมากแค่ไหน คอยดูฉันดังก่อน อย่ามาอ้อนให้เขียนบทให้เชียว...ชิ” คนบ่นทำปากยื่น กลอกตามองบนแล้วถอนหายใจยาวพรืด

“นี่ถ้าทำอาชีพอื่นได้ ฉันไม่เป็นแล้วย่ะนักเขียนบท”

 หลังจากที่ถูกนักแสดงสาวเจ้าบทบาทเล่นงานไปอย่างหนัก หลินหลินแปลงกายเป็นยัยหนอนหนังสือ ค้นคว้าหาหนังสือตำนานจีนมาอ่านนับร้อยเล่ม เธอไล่เปิดอ่านไปก็พบว่ามีตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับจิ้งจอกเก้าหางกับเทพอยู่เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ กำลังจะรวบรวมสมาธินั่งอ่าน แต่สายตาเหลือบไปเห็นภาพวาดในหนังสือบันทึกตำนานจีนเล่มหนึ่งซึ่ง ‘ฮุ่ยหมิง’ นักโบราณคดีจีนคนดังเป็นคนนำมาให้ ฮุ่ยหมิงเพิ่งค้นพบพระศพของฮองเฮาพระองค์หนึ่งที่มีข่าวดังไปทั่วโลก

 หลินหลินหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาดู ไม่รู้ว่าเธอเปิดหนังสือเล่มนี้ทิ้งไว้ตอนไหน และตั้งแต่เมื่อไร เนื้อหาในหนังสือเขียนถึงจักรพรรดิที่ทำคุณูปการที่มีประโยชน์ต่อแผ่นดินจีน ในหนังสือมีแต่ภาพวาดไม่มีชื่อ เธอจึงไม่รู้ว่าฮ่องเต้พระองค์นี้มีชื่ออะไร รู้แต่ว่าอยู่ในยุคชิง และที่สำคัญฮ่องเต้องค์นี้มีใบหน้าหล่อเหลาเอาการ หลินหลินจ้องอยู่นานจนเผลอยิ้มให้รูปภาพ

‘โอ๊ย ท่าจะบ้าแล้วเรา ยิ้มให้รูปเก่าโบราณก็ได้’

“หล่อขนาดนี้ ถ้าอยู่ยุคนี้ มาเป็นพระเอกละครเถอะ หลินจองเขียนบทให้” ดวงตาที่เริ่มปรือแต่เวลานี้ความหล่อเหลาของอดีตฮ่องเต้ทำให้ดวงตาของเธอสุกใสเปล่งประกายวาววับขึ้นมาทันตา

หลินหลินปิดหนังสือเล่มนั้นลงเพราะต้องรีบแก้บทให้เสร็จ ไม่งั้นโดนผู้กำกับทวงยับ และยังซุป’ตาร์เจ้าปัญหา หลิวโจซิ่นอีกที่เร่งยิกๆอยากอ่านบทอีกครั้งก่อนตัดสินใจว่าจะรับเล่นละครเรื่องนี้หรือไม่ พอเบนไปด้านซ้ายดูปฏิทิน “เดตไลน์ใกล้มา ไม่มีเวลาดูคนหล่อเลย”

“คอยดูนะ คราวนี้ฉันจะเขียนบทให้ดี จนเธอต้องรู้สึกผิด” หลินหลินพึมพำ พอดีกับเสียงฟ้าผ่าด้านนอกหน้าต่างดังเปรี้ยงขึ้น จากนั้นเสียงสายฝนก็เทกระหน่ำ หลินหลินจึงลุกขึ้นตั้งใจจะไปดึงผ้าม่านปิด

“มาตกอะไรตอนคนกำลังขยัน”

ทว่าในตอนนั้นเองที่มีสายฟ้าสายหนึ่งพุ่งเป็นลำตรงมาก่อนจะฟาดลงมาที่หน้าต่าง จากนั้นภาพทุกอย่างก็เบลอก่อนจะหมดสติไม่รู้เรื่องอีกเลย

หลินหลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วยความมึนงง อาการหนาวเหน็บอย่างเฉียบพลันแทรกขึ้นมาตามร่างกาย

“ที่ไหนวะเนี่ย” ดวงตาคู่สวยฉายแววตระหนกชัดเจน

ช่วงนี้ชักไม่แน่ใจ การถูกจี้ให้เขียนบทให้ไว สลับกับการถูกแก้บทไปมา อาจทำให้เธอสติแตก จนสร้างโลกขึ้นมาใบหนึ่งขึ้นมาเพื่อหลบหนีผู้กำกับก็ได้

“บางทีฉันอาจบ้าไปแล้วก็ได้”

แต่เมื่อลองหยิกท้องแขนตัวเองก็พบว่า

“โอ๊ย เจ็บ” หลินหลินเบ้หน้า “นี่เรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน ว่าแต่ที่นี่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้นกับฉัน” เมื่อแน่ใจว่าไม่ได้ฝันไปดวงตาคู่งามก็กวาดมองรอบๆห้องทันที

ห้องนอนนี้ตกแต่งแบบจีนโบราณ โต๊ะ ตู้เตียงล้วนทำด้วยไม้ชั้นดี หลินหลินก้มมองตัวเอง ชุดที่สวมก็เป็นแบบชุดยาวเหมือนที่สวมในราชวงศ์ชิง

“เรื่องแบบนี้มีแต่ในนิยายขายฝัน แล้วก็ละครพีเรียดย้อนยุคไม่ใช่เหรอ ใครบอกฉันทีว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง”

หลินหลินพลันลุกขึ้นจากเตียง ดวงตามองไปมองมาเหมือนหลงมาอยู่ในฉากละครย้อนยุคทว่าเครื่องตกแต่งเสมือนจริง ซ้ำยังงดงามเรียบหรูกว่าฉากที่เซ็ตขึ้นมาเพื่อใช้ถ่ายละคร ร่างเล็กลุกขึ้นอยากออกไปดูด้านนอก พอดีกันกับหญิงสาวสองคนแต่งกายราวกับสาวใช้ในยุคโบราณทำผมทรงฉีดูคล้ายการเกล้าแกะไว้ทั้งสองข้างเปิดประตูเข้ามา

“ฮองเฮาจะเสด็จไปที่ไหนเพคะ” ลู่เจียวถาม ส่วนจิวฮุ่ยก็ประคองผู้เป็นนายสาวกลับเข้าไปในห้อง

หลินหลินยังไม่หายงุนงง จึงเดินตามแรงประคองของจิวฮุ่ยกลับไปนั่งที่ขอบเตียงอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก

“ฮองเฮาจะไปที่ใดเพคะ เวลานี้ด้านนอกหิมะตก หม่อมฉันทำโจ๊กถั่วลิสงมาให้เสวยด้วย เสวยสักหน่อยนะเพคะ”

หลินหลินอ้าปากค้าง ตกใจจนแทบจะลืมจังหวะการหายใจ

“เมื่อกี้เรียกฉันว่าอะไรนะ”

“ฮองเฮา” ลู่เจียวพูดแล้วนึกเสียใจขึ้นมา หรือว่าฮองเฮาของพวกนางยังสะเทือนใจไม่หายจากการถูกขับออกจากวัง แถมครอบครัวยังต้องถูกประหารยกครัว อาจจะไม่อยากให้พวกนางเรียกขานว่าฮองเฮาอีก

“ฮองเฮาคงจะทรงเสียพระทัยมาก ไม่อยากให้พวกเราเรียกว่าฮองเฮาอีก ถ้าเช่นนั้นพวกเราเรียกว่าจางซื่อดีหรือไม่เพคะ”

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   16

    พวกที่มีคุณธรรมในใจสักหน่อยก็พลันหัวใจห่อเหี่ยว ไม่กล้าพูด ได้แต่อึกอักตอบตามพวกมากลากไป มีแต่เจ้ากรมพระคลังที่พูดแตกต่าง“ตัวที่มีเขาคือกวาง ส่วนอีกตัวคือม้าพ่ะย่ะค่ะ”ฉินซือเฉิงแค่นยิ้มเย็นชา “เช่นนั้นหรือ”“กระหม่อมแน่ใจเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ”“ถ้าเจ้ามั่นใจเช่นนั้นก็ดี” ฉินซือเฉิงมีคำตอบในใจแล้วว่าขุนนางผู้นี้เลี้ยงไม่ได้ เพราะไม่มีใจภักดี หากจะพูดว่าราษฎรเดือดร้อนเลยมาร้องทุกข์แทน แต่โอรสสวรรค์อย่างเขาเกิดมาพร้อมกับความเป็นเจ้าของทุกอย่าง ราษฎรก็เป็นของเขา พื้นดินทุกชุ่นก็เป็นของเขา ไม่มีอะไรที่เขาต้องการแล้วจะทำไม่ได้“เจ้าคงทำงานเหนื่อยมากแล้วกระมัง เจ้ากรมท้องพระคลัง หากข้าต้องการให้เจ้าไปพักผ่อนอยู่กับจวนแล้วหาคนหนุ่มมาทำหน้าที่แทนคงจะดีกว่า เจ้ากรมท้องพระคลังรับราชโองการ ให้ออกจากราชการกลับไปอยู่บ้านนับแต่บัดนี้”เจ้ากรมท้องพระคลังรู้ชะตากรรมตัวเองดีอยู่แล้ว ไม่กล้าร้องขออะไรอีกเพราะกลัวว่าแม้แต่ชีวิตจะรักษาไว้ไม่ได้“ขะ ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” ตอบทั้งที่แทบกระอั

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   15

    ดึกคืนนั้นหลินหลินเข้านอนโดยมีลู่เจียวคอยดูแล นางล้มตัวลงนอนพร้อมกับความคิดถึงสาเหตุที่นางย้อนเวลากลับมาที่นี่“มันต้องมีเหตุสิ การมาที่นี่ต้องมีอะไรแน่ๆ แล้วยังยัยซุป’ตาร์ เรื่องเยอะ มาเดินวอบแวบให้เห็นมันเกี่ยวอะไรกันนะ”สวรรค์คงไม่ได้ส่งมาอยู่ในดงคนหล่อ เพื่อให้นางรู้สึกชีวิตสดใสกระปรี้กระเปร่าขึ้นหรอก คนเราทุกคนมีหน้าที่ นางเองก็มีหน้าที่“หรือจะเป็นหน้าที่เขย่าบัลลังก์ให้ทรราชหล่นลงมา ชักนำคนดีขึ้นนั่งบัลลังก์ต้าชิง แต่ว่าอีอ๋องเก้านั่นเหรอคนดี ทำไมชอบมองพี่สะใภ้ด้วยสายตาหื่นๆ แบบนั้นก็ไม่รู้” หลินหลินไม่ได้คิดไปเองแต่อ๋องเก้ามองเจ้าของร่างอย่างนั้นจริงๆ“คิดเยอะ แต่ยังไม่ได้คำตอบ เปลืองสมองนอนดีกว่า”ไม่รู้ว่าเพราะความโกรธที่ติดพันไปหรือไม่ เมื่อหลับลึกลงไปจึงฝันเห็นภาพมากมาย ในฝันนั้นนางเห็นภาพศพผู้หญิงคนหนึ่งนอนหมดลมหายใจอยู่ชายป่า นางตกใจอยากเข้าไปดูใกล้ๆ ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แต่นางก็ไม่สามารถบังคับเท้าให้เดินไปอย่างใจนึก ได้แต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ผ่านไปหลายชั่วยามจึงมีค

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   14

    “ไม่มีใครบอกหรอกเจ้าค่ะ ชิงหลินคิดเอง คงเป็นเพราะชิงหลินทุกข์ใจที่ชีวิตต้องมาเจอกับทุกข์แสนสาหัสเช่นนี้ พลัดบ้าน แล้วชีวิตคู่ยังล้มเหลวเพราะเจอคนไม่ดีเลยทำให้พูดอะไรเหลวไหลออกไป ท่านอาจารย์อย่าใส่ใจเลยเจ้าค่ะ”ประโยคหลังหลินหลินรำพึงแทนจางชิงหลินที่ถูกสามีหักหลัง คิดครั้งใดก็แค้นขึ้นมาทุกครั้ง ผัวชั่วร่วมมือกับเมียน้อยทำร้ายเมียหลวง ไม่ว่ายุคสมัยใดฟังแล้วหัวใจลูกผู้หญิงก็เจ็บปวดกันทุกคน“วาสนาชะตาของประสกมีบุรุษเข้ามาเกี่ยวพันสามคน ทั้งหมดเป็นไปตามโชคชะตา ประสกต้องเจอพวกเขา หลีกเลี่ยงไม่ได้ ประสกจะมีทั้งทุกข์และสุข นี่ก็เป็นเรื่องธรรมดาของโลกแต่สุดท้ายแล้วประสกก็จะได้เจอคู่แท้เอง”“คู่แท้” หลินหลินร้องออกมาด้วยความตกใจ นางสนใจก็ประโยคนี่แหละ แต่พลันหน้าแดงแล้วก็เขียวคล้ำคู่แท้มาอยู่ที่ภพนี้ แล้วถ้านางกลับไปบ้านได้ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันน่ะสิ หรือถ้าอยู่ด้วยกันก็หมายความนางไม่ได้กลับบ้านแต่ต้องอยู่ที่นี่ตลอดไป หลินหลินยกมือนวดขมับ ไม่อยากคิดให้วุ่นวายต่อเพราะเหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้น“บางทีชิงหลินก็ไม่อยากเจอคู่แ

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   13

    วันต่อมา จิวฮุ่ยออกเดินทางไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว เวลานี้หลินหลินไม่มีอะไรทำจึงตั้งใจจะช่วยปัดกวาดอาราม นางเดินค้นหาห้องเก็บของเพื่อจะหยิบผ้ากับถังน้ำแต่เจอเข้ากับห้องหนังสือเสียก่อนด้วยความเป็นคนรักการอ่านเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะต้องนำมาใช้ในการเขียนบท หลินหลินเห็นกองหนังสือมากมายก็คลี่ยิ้มกว้างด้วยความยินดี สองเท้ารีบก้าวเข้าไป นางอยากรู้ว่าหนังสือในยุคโบราณเขาเขียนอะไรกันไว้บ้างนางหยิบเล่มนั้นมาดู หยิบเล่มนั้นมาอ่าน กระทั่งเจอเข้ากับหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อที่หน้าปกทำให้นางขมวดคิ้วเข้าหากัน“ตำนานรักจิ้งจอกเก้าหาง”นางขมวดคิ้ว ทำไมบังเอิญแบบนี้ ตอนอยู่ที่ภพปัจจุบันก็อ่านค้างไว้พอดี ด้วยความอยากรู้ นางจึงพลิกเปิดอ่าน หลินหลินไม่ลืมว่าผลงานสุดท้ายก่อนที่จะหลุดมายังต้าชิงแห่งนี้คือการเขียนบทซีรีย์เรื่องตำนานรักจิ้งจอกเก้าหาง และนางก็ถูกหลิวโจวซิ่นไล่ไปหาข้อมูลจริงมาเขียน แต่จะหาข้อมูลจริงจากไหนหลินหลินเปิดหนังสือเล่มนั้น อยากรู้ว่าในเล่มนี้จะเหมือนกับเล่มที่นางเคยอ่านในยุคปัจจุบันหรือไม่ ในยุคปัจจุบันอาจจะตีไข่ใส่สีจนผิดไปจากความเป็นจริง

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   12

    “หากเจ้าอยากศึกษาธรรมจริงคงปลงผมบวชแล้ว ข้าจึงคิดว่าเรื่องบวชเป็นเรื่องที่เจ้าสร้างขึ้นเพื่อต้องการให้คนในราชสำนักไว้วางใจเจ้า เพื่อที่เจ้าและสกุลหลวนจะได้ปลอดภัยและเจ้าจะได้วางแผนทำอย่างอื่นได้”“ถ้าใช่แล้วอย่างไร ไม่ใช่แล้วอย่างไร ทั้งหมดมันก็เรื่องของข้า” นางเบือนหน้าหนีเพราะเกลียดคนรู้ทัน จะแสร้งโง่หน่อยไม่ได้หรือไง จึงไม่ทันเห็นว่าฉินจิ้นเหอเดินเข้ามาใกล้“เจ้ามีแผนอะไรกันแน่ บอกข้ามา ทำไมจึงส่งคนไปสืบเรื่องที่สกุลหลี่” เขาถามย้ำน้ำเสียงเข้มขึ้น“ข้าไม่มีแผนอะไรทั้งนั้น” หลินหลินเดินหนี นางกลัวจะเผยพิรุธให้เขาจับได้มากกว่านี้“ข้าไม่เชื่อ”ครั้งนี้หลินหลินหยุดเดิน ไม่เดินหนีเขาอีกแต่หันหน้ามาเผชิญ นางยิ้มเย็นชาเหมือนหิมะที่โปรยปรายอยู่ด้านนอกตอนนี้แล้วฉุกคิดได้ว่าหรือสวรรค์ส่งนางมาเขย่าบัลลังก์ทรราชชักพาคนฉลาดขึ้นครอบครองบัลลังก์...นางมองจ้องดวงตาคมกริบของบุรุษตรงหน้า แผนการในหัวเริ่มวางโครงร่างขึ้นมาเป็นฉากๆ“ท่านอ๋องล่ะ มีแผนการอะไร ข้าว่าท่านก็ไม่ได้เรียบง่ายอย

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   11

    ระหว่างขบคิดถึงปัญหาของตนที่มีมากมายเสียเหลือเกิน หลินหลินจึงชวนบ่าวทั้งสองออกไปนอกอาราม นางบอกแก่นักพรตหญิงที่เป็นหัวหน้าของที่นี่ว่านางต้องการออกไปซื้อธูปที่ตลาดเพราะตอนเดินทางมาที่อารามไม่ได้นำติดตัวมาด้วยนักพรตหญิงเห็นว่าเป็นของใช้ที่จำเป็นต้องมี จึงไม่ว่าอะไร หลินหลินและบ่าวทั้งสองคนจึงออกจากอารามมาที่ตลาดอีกครั้ง ระหว่างเดินดูหนทางที่จะหาเงินเพื่อดำรงชีพ หลินหลินก็สังเกตเห็นว่าทางเดินตรอกหนึ่งมีโคมกับผ้าแดงติดอยู่ตลอดทาง“ผ้าแดงกับโคมแดงที่ติดตามถนนหมายความว่าจะมีงานมงคลหรือลู่เจียว จิวฮุ่ย”ลู่เจียวมองตามสายตาของเจ้านายแล้วหันกลับมาตอบ “ใช่ เจ้าค่ะ การจะติดผ้าแดง โคมแดงได้ต้องเป็นขุนนางสูงศักดิ์ หรือไม่ก็เชื้อพระวงศ์ ในตรอกข้างหน้านั่นถ้าบ่าวจำไม่ผิดเห็นทีจะเป็นจวนของท่านอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย...”“หึ เจ้าคงลืมไปแล้วมั้งลู่เจียว” จิวฮุ่ยขัดขึ้น “ท่านหลี่ไม่ใช่อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายแล้วแต่เป็นมหาอัครเสนาบดีต่างหาก” จิวฮุ่ยบอกด้วยสีหน้าถมึงทึง ทำให้หลินหลินขมวดคิ้ว ท่าทางของจิวฮุ่ยบอกว่ามีความแค้นแน่นอกกับอั

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status