تسجيل الدخولหลินหลินขมวดคิ้ว “ตามหาที่ไหนคะ ห้องสมุดเหรอ” มีหนังสือเล่มไหนที่เธอพลาดไปหรือไงเกี่ยวกับตำนานจิ้งจอกเก้าหางอย่างนั้นเหรอ
“ไม่ใช่ห้องสมุด แต่ฉันจะส่งเธอไปสถานที่นั้นเอง ไปสัมผัสความจริงด้วยตัวเอง แล้วหวังว่าเธอจะกลับมาพร้อมบทดีๆ ฉันจะได้มีอารมณ์แสดง ไม่ใช่บทป่วยๆ แบบนี้ จบแบบดรามาน้ำตาแตกแบบนี้ ใครเป็นคนสอนเขียนมาไม่ทราบอย่างน้อยด้านการตลาดเธอควรจะรู้ว่าคนดูต้องการความอิ่มอกอิ่มใจ” นักแสดงสาวพราวเสน่ห์โยนบทใส่หน้าเธอแล้วเผยยิ้มประหลาด
“แล้วเทพกับมารมันจะอยู่กันได้อย่างไรในยุคนี้ จบแบบนี้หลินว่าดีแล้วนะคะดาร์กดีออก”
“ถ้าเธอไม่แก้บท ฉันจะไม่เล่น เธอก็เตรียมตัวตกงานได้เลย”
หลินหลินยิ่งงุนงงมากขึ้น จะอ้าปากถามว่าจะส่งเธอไปที่ไหน อีกฝ่ายพูดราวกับตัวเองมีเวทมนต์อย่างนั้นแหละ แต่หลิวโจวซิ่นก็ไม่อยู่ให้ถาม หมุนตัวเดินหนีไปก่อน
“นี่เดี๋ยวก่อนคุณหลิว ฉันไม่เข้าใจ ส่งฉันไปหาคำตอบที่ไหน”
หลิวโจวซิ่นไม่ตอบแต่หันกลับมายิ้มประหลาด
“คุณหลิว!” หลินหลินเรียกแต่หลิวโจวซิ่นไม่สนใจจะฟัง หันหลังเดินไปโดยไม่คิดจะหยุดฝีเท้า ยิ่งหลินหลินไล่ตาม หลิวโจวซิ่นก็ยิ่งเดินเร็วห่างออกไป จนตามไม่ทันกระทั่งขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่แล้วออกไป
“บ้าหรือเปล่า คิดว่าดังแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอ เก่งขนาดนี้ไม่เขียนเองเล่นเองไปเลยล่ะ”
หลินหลินถอนใจบางครั้งงานของเธอก็เจอสารพัดอารมณ์ หลังจากคิดถึงเรื่องเมื่อหลายวันก่อนที่คุยกับหลิวโจวซิ่น หลินหลินหมุนปากกาในมือ สมองครุ่นคิดว่าจะแก้ไขบทให้ถูกใจอีกฝ่ายอย่างไร
“ปวดหัว เบื่อจริงๆ ไหนจะปัญหาพวกซุป’ตาร์ ไหนจะต้องยัดโฆษณาแฝงไปในบทให้เนียนๆ นี่ถ้าฉันมีเวทมนต์นะจะสาปแม่พวกดาราเลือกบทให้พวกเธอกลายเป็นนักเขียนบทให้หมดเลย ขี้เกียจแก้โว้ย”
ร่างบางเชิดจมูกขึ้น มือที่สัมผัสปลายเส้นผมเพิ่งรู้ว่าเธอเอาแต่หมกตัวทำงานจนไม่ได้ดูแลเส้นผมมานานเท่าไหร่ “พังๆ หมด งานก็พัง ร่างก็เละ หัวที่ต้องแบกรับตัวละครทุกตัวเอาไว้มันปวดหัวมากแค่ไหน คอยดูฉันดังก่อน อย่ามาอ้อนให้เขียนบทให้เชียว...ชิ” คนบ่นทำปากยื่น กลอกตามองบนแล้วถอนหายใจยาวพรืด
“นี่ถ้าทำอาชีพอื่นได้ ฉันไม่เป็นแล้วย่ะนักเขียนบท”
หลังจากที่ถูกนักแสดงสาวเจ้าบทบาทเล่นงานไปอย่างหนัก หลินหลินแปลงกายเป็นยัยหนอนหนังสือ ค้นคว้าหาหนังสือตำนานจีนมาอ่านนับร้อยเล่ม เธอไล่เปิดอ่านไปก็พบว่ามีตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับจิ้งจอกเก้าหางกับเทพอยู่เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ กำลังจะรวบรวมสมาธินั่งอ่าน แต่สายตาเหลือบไปเห็นภาพวาดในหนังสือบันทึกตำนานจีนเล่มหนึ่งซึ่ง ‘ฮุ่ยหมิง’ นักโบราณคดีจีนคนดังเป็นคนนำมาให้ ฮุ่ยหมิงเพิ่งค้นพบพระศพของฮองเฮาพระองค์หนึ่งที่มีข่าวดังไปทั่วโลก
หลินหลินหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาดู ไม่รู้ว่าเธอเปิดหนังสือเล่มนี้ทิ้งไว้ตอนไหน และตั้งแต่เมื่อไร เนื้อหาในหนังสือเขียนถึงจักรพรรดิที่ทำคุณูปการที่มีประโยชน์ต่อแผ่นดินจีน ในหนังสือมีแต่ภาพวาดไม่มีชื่อ เธอจึงไม่รู้ว่าฮ่องเต้พระองค์นี้มีชื่ออะไร รู้แต่ว่าอยู่ในยุคชิง และที่สำคัญฮ่องเต้องค์นี้มีใบหน้าหล่อเหลาเอาการ หลินหลินจ้องอยู่นานจนเผลอยิ้มให้รูปภาพ
‘โอ๊ย ท่าจะบ้าแล้วเรา ยิ้มให้รูปเก่าโบราณก็ได้’
“หล่อขนาดนี้ ถ้าอยู่ยุคนี้ มาเป็นพระเอกละครเถอะ หลินจองเขียนบทให้” ดวงตาที่เริ่มปรือแต่เวลานี้ความหล่อเหลาของอดีตฮ่องเต้ทำให้ดวงตาของเธอสุกใสเปล่งประกายวาววับขึ้นมาทันตา
หลินหลินปิดหนังสือเล่มนั้นลงเพราะต้องรีบแก้บทให้เสร็จ ไม่งั้นโดนผู้กำกับทวงยับ และยังซุป’ตาร์เจ้าปัญหา หลิวโจซิ่นอีกที่เร่งยิกๆอยากอ่านบทอีกครั้งก่อนตัดสินใจว่าจะรับเล่นละครเรื่องนี้หรือไม่ พอเบนไปด้านซ้ายดูปฏิทิน “เดตไลน์ใกล้มา ไม่มีเวลาดูคนหล่อเลย”
“คอยดูนะ คราวนี้ฉันจะเขียนบทให้ดี จนเธอต้องรู้สึกผิด” หลินหลินพึมพำ พอดีกับเสียงฟ้าผ่าด้านนอกหน้าต่างดังเปรี้ยงขึ้น จากนั้นเสียงสายฝนก็เทกระหน่ำ หลินหลินจึงลุกขึ้นตั้งใจจะไปดึงผ้าม่านปิด
“มาตกอะไรตอนคนกำลังขยัน”
ทว่าในตอนนั้นเองที่มีสายฟ้าสายหนึ่งพุ่งเป็นลำตรงมาก่อนจะฟาดลงมาที่หน้าต่าง จากนั้นภาพทุกอย่างก็เบลอก่อนจะหมดสติไม่รู้เรื่องอีกเลย
หลินหลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วยความมึนงง อาการหนาวเหน็บอย่างเฉียบพลันแทรกขึ้นมาตามร่างกาย
“ที่ไหนวะเนี่ย” ดวงตาคู่สวยฉายแววตระหนกชัดเจน
ช่วงนี้ชักไม่แน่ใจ การถูกจี้ให้เขียนบทให้ไว สลับกับการถูกแก้บทไปมา อาจทำให้เธอสติแตก จนสร้างโลกขึ้นมาใบหนึ่งขึ้นมาเพื่อหลบหนีผู้กำกับก็ได้
“บางทีฉันอาจบ้าไปแล้วก็ได้”
แต่เมื่อลองหยิกท้องแขนตัวเองก็พบว่า
“โอ๊ย เจ็บ” หลินหลินเบ้หน้า “นี่เรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน ว่าแต่ที่นี่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้นกับฉัน” เมื่อแน่ใจว่าไม่ได้ฝันไปดวงตาคู่งามก็กวาดมองรอบๆห้องทันที
ห้องนอนนี้ตกแต่งแบบจีนโบราณ โต๊ะ ตู้เตียงล้วนทำด้วยไม้ชั้นดี หลินหลินก้มมองตัวเอง ชุดที่สวมก็เป็นแบบชุดยาวเหมือนที่สวมในราชวงศ์ชิง
“เรื่องแบบนี้มีแต่ในนิยายขายฝัน แล้วก็ละครพีเรียดย้อนยุคไม่ใช่เหรอ ใครบอกฉันทีว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง”
หลินหลินพลันลุกขึ้นจากเตียง ดวงตามองไปมองมาเหมือนหลงมาอยู่ในฉากละครย้อนยุคทว่าเครื่องตกแต่งเสมือนจริง ซ้ำยังงดงามเรียบหรูกว่าฉากที่เซ็ตขึ้นมาเพื่อใช้ถ่ายละคร ร่างเล็กลุกขึ้นอยากออกไปดูด้านนอก พอดีกันกับหญิงสาวสองคนแต่งกายราวกับสาวใช้ในยุคโบราณทำผมทรงฉีดูคล้ายการเกล้าแกะไว้ทั้งสองข้างเปิดประตูเข้ามา
“ฮองเฮาจะเสด็จไปที่ไหนเพคะ” ลู่เจียวถาม ส่วนจิวฮุ่ยก็ประคองผู้เป็นนายสาวกลับเข้าไปในห้อง
หลินหลินยังไม่หายงุนงง จึงเดินตามแรงประคองของจิวฮุ่ยกลับไปนั่งที่ขอบเตียงอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก
“ฮองเฮาจะไปที่ใดเพคะ เวลานี้ด้านนอกหิมะตก หม่อมฉันทำโจ๊กถั่วลิสงมาให้เสวยด้วย เสวยสักหน่อยนะเพคะ”
หลินหลินอ้าปากค้าง ตกใจจนแทบจะลืมจังหวะการหายใจ
“เมื่อกี้เรียกฉันว่าอะไรนะ”
“ฮองเฮา” ลู่เจียวพูดแล้วนึกเสียใจขึ้นมา หรือว่าฮองเฮาของพวกนางยังสะเทือนใจไม่หายจากการถูกขับออกจากวัง แถมครอบครัวยังต้องถูกประหารยกครัว อาจจะไม่อยากให้พวกนางเรียกขานว่าฮองเฮาอีก
“ฮองเฮาคงจะทรงเสียพระทัยมาก ไม่อยากให้พวกเราเรียกว่าฮองเฮาอีก ถ้าเช่นนั้นพวกเราเรียกว่าจางซื่อดีหรือไม่เพคะ”
“ใช่เพคะ” หลินหลินทวนคำตอบให้แก่พระสวามีผู้แสนน่ารักของนาง“มันคือเทียบเชิญไปงานแต่งงานใช่หรือไม่ ถ้าหากใช่มันคือเทียบเชิญของผู้ใดกัน”“ฝ่าบาทเดาได้ถูกต้องเพคะว่าการ์ดแต่งงานก็คือเทียบเชิญแต่งงาน ถ้าหม่อมฉันให้ฝ่าบาทเดาต่อ ฝ่าบาทลองเดาสิเพคะว่าเป็นของผู้ใดกัน”ฉินจิ้นเหอส่ายหน้า ดวงตามีแววหื่นกระหาย “ข้าไม่อยากรู้ว่างานแต่งานของผู้ใด มันไม่สำคัญกับข้าเท่ากับเจ้ากลับมาหาข้า ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปไหนอีกแล้ว”“หากไม่ปล่อยหม่อมฉันกลับตำหนัก เช่นนั้น เห็นทีฝ่าบาทคงต้องแบ่งแท่นบรรทมให้หม่อมฉันนอนด้วยแล้วเพคะ”“จางชิงหลิน! เจ้ายังไม่ตาย ข้าดีใจเหลือเกิน” เขารู้ทันทีว่าคำพูดฉ้อฉล เล่นคำแบบนี้มีแต่ฮองเฮายอดรักของเขาเท่านั้น เป็นใครอื่นไปไม่ได้“ใครว่ายังไม่ตายเพคะ ถูกรถชนเละขนาดนั้น วิญญาณยังกระเด็น หม่อมฉันตายไปแล้วเพคะ แต่มารดาของหม่อมฉัน นางมีเส้นสายเยอะพอรู้จักกับผู้เฝ้าประตูยมโลก นางจึงตามไปช่วยหม่อมฉันเอาไว้ แล้วพาวิญญาณของหม่อมฉันให้กลับเข้ามาอยู่ในร่างของฮองเฮาจางชิงหล
ฉินจิ้นเหอปล่อยให้นางลากจูงเขาไปตามอำเภอใจอีกครั้ง หลังจากเดินผ่านอาคารรูปร่างแปลกตามาหลายช่วงตึก ร้านขายหนังสือเก่าแก่ที่หัวมุมถนนก็ปรากฏแก่สายตาเขาหลินหลินหันมาส่งยิ้มให้ นี่เป็นอีกสถานที่ที่เธอเคยมาบ่อยๆ“ร้านหนังสือโปรดของหม่อมฉันเพคะ เราข้ามถนนกันเถอะ”ร่างเล็กมองสัญญาณไฟ เมื่อเห็นว่าเปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟแดงปลอดภัยแล้วจึงดึงมือเขาให้เดินตาม ทว่าสร้อยข้อมือเล็กๆ ของเธอเกิดขาดจากกัน มันปลิวไปตกอยู่ข้างรองเท้าหนังของฉินจิ้นเหอ เขาปล่อยมือของหลินหลินแล้วก้มลงเก็บสร้อยข้อมือนั้นแล้วฟังเสียงเจื้อยแจ้วที่ดังไม่หยุด“ฝ่าบาทคิดว่า ถ้าเราซื้อหนังสือแล้วจะนำมันกลับไปได้หรือไม่เพคะ ถ้านำกลับไปได้ทั้งหมดหม่อมฉันจะขนซื้อไปเยอะๆ เลย”“เรื่องนี้ข้าก็ไม่อาจตอบเจ้าได้ เราคงต้องลองดู แม้ไม่สามารถนำสิ่งใดกลับไปได้ ข้าก็ไม่กังวลใจ ขอเพียงเจ้ากลับไปกับข้าอย่างปลอดภัยเท่านั้นก็พอ”เขาโยนสร้อยเส้นเล็กที่ขาดเข้าในอุ้งมือแล้วลุกขึ้น เรือนร่างกำยำองอาจแม้อยู่ในการแต่งกายแบบยุคสมัยใหม่ทว่าความน่าเกรงขามกลับไม่ได้ลดถอยลงเลย แม้เวล
“หม่อมฉันคิดถึงฝ่าบาทุกวัน ทุกนาที”“เจ้าช่างใจร้าย ทิ้งข้ามาโดยไม่ลาสักคำ ที่จริง ข้าไม่ควรมอบความรักให้กับสตรีใจดำเช่นเจ้าเลย คอยดู กลับไปเมื่อไร ข้าจะคัดเลือกชายา สนมให้ล้นวัง” ฉินจิ้นเหอขู่ ล้นแล้วอย่างไรพระองค์ก็ไม่เกิดความรู้สึกกับพวกนางอยู่ดี แต่พอเห็นสีหน้าม่อยลงของคนในอ้อมกอด ฉินจิ้นเหอก็บิดยิ้มอย่างพอใจ“หากข้ามารับแล้วเจ้าไม่กลับ หน้าประวัติศาสตร์จะบันทึกว่า ฮ่องเต้ฉินจิ้นเหอ เป็นฮ่องเต้ที่มีชายาสนมมากที่สุดในประวัติศาสตร์”“ไม่ได้นะเพคะ หม่อมฉันไม่ยอม หม่อมฉันกลับแล้วเพคะ ที่หม่อมฉันจากมาโดยไม่ได้บอกฝ่าบาทเพราะไม่อยากให้เราสองคนเจ็บปวดไปมากกว่านี้ แต่ท่านพ่อและท่านแม่ของหม่อมฉัน พวกท่านทรมานมาหลายภพชาติ หม่อมฉันจึงต้องการกลับมาทำทุกอย่างให้จบลงด้วยดี เมื่อท่านทั้งสองมองเห็นกันแล้ว หม่อมฉันเชื่อว่ามือของหม่อมฉันไม่จำเป็นต้องเข้าไปวุ่นวายกับพวกท่านอีก ความรักจะนำพาพวกท่านไปสู่บทสรุปด้วยตัวเอง หม่อมฉันจะกลับไปกับฝ่าบาท”“ดีมาก หากเจ้าไม่กลับพร้อมกับข้า ข้าจะลากตัวเจ้ากลับให้ได้”ห
หลินหลินไม่รู้อะไรอีกหลังจากขึ้นรถลิมูซีนที่จอดรออยู่ที่หน้าโรงแรม พอมาถึงคอนโดฯ หญิงสาวแนบคีย์การ์ดประตูเปิดออก ร่างเล็กก็ถูกคนโหดข้ามภพจับโยนขึ้นไปบนเตียง แม้ว่ายังไม่ได้เถียงหรืออธิบาย ความปรารถนาของเขาที่เก็บกดมานานทั้งจากภพอดีต และเมื่อครู่ก่อนก็ผลักดันออกมาจากกางเกง ขยายตัวตนจนใกล้ระเบิด ความกระหายที่รุนแรงเพราะคิดถึงผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้เขามีความต้องการ และต้องการมากกว่าผู้ชายทั่วไปหลายเท่า จนถ้าไม่ได้ปลดปล่อยวันนี้ เขาต้องตายแน่เรื่องนี้ฉินจิ้นเหอไขปริศนาให้ตัวเองได้เมื่อหลายวันก่อน พระองค์คิดถึงจางชิงหลินมากขณะไปที่อุโมงค์แห่งกาลเวลาซึ่งพระองค์พบว่าในบันทึกของอดีตฮ่องเต้หยางจื่อ ฮ่องเต้พระองค์ก่อนใช้สุสานแห่งหนึ่งและประกอบพิธีกรรมบางอย่าง ระหว่างที่ให้ผู้คนมากมายช่วยกันเปิดทางเข้าสุสานที่ถูกปิดตาย พระองค์เผลอหลับไปแล้วฝันว่ายามที่พระองค์ได้วางดอกไม้ลงไปบนหน้าหลุมศพของสตรีนิรนางนั้น พระองค์เอ่ยสัญญาว่า‘หากชาติหน้ามีจริง ข้าจะหาเจ้าให้เจอ และจะรักเพียงแต่เจ้า ข้าจะมีเจ้าเพียงคนเดียว’เพราะคำสัญญานี้กระมังที่ส่งผลให้พระองค์เ
ชีวิตของสาวโสดอย่างเธอหมกมุ่นจมจ่อมอยู่กับคอมพิวเตอร์มากกว่าจะพิถีพิถันในรายละเอียดของใช้ส่วนตัว ใครจะคิดว่าวันนี้ต้องมาเสียน้ำตาท่ามกลางงานแถลงข่าว ในกระเป๋าใบเล็กจิ๋วซึ่งนานๆ หลินหลินจึงจะนำออกมาใช้เพราะเวลาปกติหญิงสาวมักแต่งกายสบายๆ เสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงยีนส์ และรองเท้าผ้าใบ มากกว่ารองเท้าส้นสูงแบบนี้หลังมือจึงเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด แต่แล้วแผ่นหลังนุ่มนิ่มที่วันนี้ชุดสวยที่หลิวโจวซิ่นแนะนำและจัดหามาให้ใส่เว้าลึกไปช่วงหลังมากหน่อย ทำให้สัมผัสได้ว่าบางอย่างอุ่นวาบขึ้น หลินหลินสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่าใครคนหนึ่งซึ่งอยู่ด้านหลังบดเบียดร่างกายแนบชิดจนเกินไป เธอหันไปถลึงตาใส่เพราะคิดว่ากำลังถูกลวนลามท่ามกลางงานแถลงข่าวเมื่อผู้คนที่เบียดเสียดกันและจดจ่อกับการถ่ายรูปพระนางที่กำลังเปิดตัวอยู่บนเวทีมากกว่าจะสนใจคนเขียนบทตัวเล็กๆ อย่างเธอ จึงไม่มีใครรับรู้ว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นในงานไอ้โรคจิตความแข็งจัดที่หลินหลินรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณกำลังดุนดันแนบชิดอยู่กับบั้นท้าย หญิงสาวทนไม่ไหว เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ต่อให้ต้องอับอายเธอก็จะไม่มีวันปล่อยให้ไอ้โรคจิตที่เ
2 เดือนผ่านไปข่าวการสิ้นพระชนม์ของฮองเฮาจางชิงหลินในวันสถาปนาแม้จะถูกสั่งให้ปกปิด ห้ามผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องนี้เพราะฮ่องเต้ฉินจิ้นเหอให้นำพระศพของฮองเฮาเก็บรักษาเอาไว้ในโลงที่ทำจากหยก เพื่อรักษาสภาพเพราะหลังการสิ้นพระชนม์ ศพของพระนางกลับไม่เน่าเปื่อยดูราวกับว่าฮองเฮากำลังบรรทมหลับใหลฉินจิ้นเหอกัดพระทนต์แน่นพระองค์สูดหายใจแรงๆ เหตุใดการจากลาถึงได้เจ็บปวดเสียกว่าการถูกดาบเสียบพระอุระ ฉินจิ้นเหอเคยร่วมรบ เคยถูกข้าศึกใช้ดาบเสียบแทง ความเจ็บปวดนั้นทรมานแสนสาหัส แต่หากจะเทียบกับความเจ็บในเวลานี้นับว่ายังห่างชั้นกันมากแววตาเจ็บปวดซ่อนอยู่ในดวงตามังกร ฉินจิ้นเหอพูดอย่างเร่งเร้า “ตื่นขึ้นมาสิ เจ้าตายจากข้า หรือว่าเจ้าหนีข้าไปยังดินแดนที่ข้าไม่อาจติดตามเจ้าไปได้ หากเจ้าไม่ตื่น ข้าจะแต่งตั้งฮองเฮาองค์ใหม่ เจ้าไม่ได้หวงของหรือ หรือเห็นข้าเป็นสมบัติผลัดกันชม ไม่เสียใจหรือหากข้าต้องกลายเป็นของสตรีอื่น เจ้ารู้หรือไม่ ตั้งแต่ข้าเกิดจนถึงบัดนี้ สตรีเดียวที่ข้าเคยแตะต้องมีเพียงเจ้า ครั้งแรกของข้าก็คือที่โขดหินกลางสายน้ำเชี่ยวและเป็นครั้งแรกของเ
หลินหลินเบ้หน้า เวลานี้เขายังมาทำเจ้าชู้ใส่นางอีก “วาสนาข้าไม่ค่อยดีเท่าไร เจอแต่คนคิดเอาเปรียบ”“ถ้าอย่างนั้น ข้าขอถาม เจ้าอยากได้อะไรเป็นการตอบแทนหลังจากงานสำเร็จ” ฉินจิ้นเหอถามแล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่งามที่ดูฉลาดเฉลียวขึ้นมาก ด้วยตำแหน่งของเขาหากลงมือเองย่อมไม
สิ้นเสียงดังกัมปนาท ฉินซือเฉิงก็ถีบประตูเข้าไป เขารีบเดินไปที่ห้องนอนที่อยู่ด้านในสุดในตำหนัก ใบหน้าของโอรสสวรรค์แดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ เมื่อไปถึงห้องบรรทมของจวงเฟยก็ถีบประตูเข้าไปอีกครั้งหนึ่งภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ฉินซือเฉิงเบิกตากว้าง จวงเฟยกำลังเปลือยกาย ผมเผ้ายุ่งเหยิง ราวกับกำลังจะรีบแต
ตั้งแต่เป็นจักรพรรดิเหนือบัลลังก์มังกร ไม่มีครั้งใดที่ทำให้เขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยใจได้เท่านี้มาก่อน การตัดสินใจหลังจากนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหมายถึงบัลลังก์ของเขาจะสั่นคลอน เขาจะต้องดึงฐานอำนาจทางการทหารกลับมาหนุนนำ เพราะตอนนี้สกุลหลวนดูมีใจออกห่าง อาจจะไม่พอใจเขาที่ลงโทษสกุลจาง ซึ่งหนึ่งในนั้นม
หลินหลินอมยิ้ม แต่แสร้งปั้นหน้าขรึมตอบ “มิใช่แมวธรรมดาเพคะ แต่เป็นแมวศักดิ์สิทธิ์ แมวสร้างโลกเหมือนเทพเจ้าผานกู่ แมวศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้ติดตามเทพเซียนบำเพ็ญเพียรมาถึงพันปี จนมีบารมีแก่กล้า หากใครมีไว้ติดตัวย่อมทำให้เสริมบารมี ใครๆต่างต้องยอมสยบให้เพคะ”นอกจากเป็นนักเขียนบทแล้วตอน





![สองขุนศึกขย่มนางพญาไม่อิ่มรัก (3p) – [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

