FAZER LOGINเฮ่าเทียน หรือ หมิ่นลั่วกงจู่ สายลับจากแคว้นซีอวี้ มีตำแหน่งเป็นกงจู่แห่งแคว้น แต่ต้องมาทำงานเป็นสายลับให้กับต้าหวาง โดยแฝงตัวเป็นแม่เล้าในหอคณิกาเหมยฮุ้ย เพื่อสืบหาตำราพิชิตใต้หล้าที่หายไปเมื่อห้าสิบปีก่อน
Ver maisหญิงสาวใบหน้างดงามขี่ม้าสง่างามบนอาชา ไปตามทุ่งหญ้า นางทอดสายตามองดูวิธีชาวบ้านอย่างเป็นสุขไม่ทุกร้อนสิ่งใด ถือว่าเป็นบุญของต้าหวางยิ่งนัก นางเห็นเช่นนี้ก็อุ่นใจยิ่งนัก
นางเองเป็นถึงกงจู่ แห่งแคว้นซีอวี้ เกอเกอก็เป็นต้าหวาง ต้าหวางทรงรักและเอ็นดูนางเป็นไหนๆ ครั้งนี้นางได้หนีออกมานอกวังเป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกนางบนเกอเกอบนจนหูชา แต่ก็ไม่วายที่จะออกมา เพื่อหาความสำราญ นางรู้ดีว่าที่เกอเกอบ่นเพราะเขารักนางมาก นางคือเม่ยเมยเพียงองค์เดียวที่มีอยู่ ถึงจะคนละเหนียงชินกัน แต่ก็รักนางมากกว่าผู้ใด (ต้าหวาง แปลว่า ฮ่องเต้ หรือ กษัตริย์, กงจู่ แปลว่า องค์หญิง, เกอเกอ แปลว่า พี่ชาย, เหนียงชิน แปลว่า แม่) หญิงสาวมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นว่าใกล้ค่ำแล้ว จึงควบม้ากลับวังหลวง แต่ทันใดนั้น มีชายฉกรรจ์แปดคนมาจากไหนไม่ทราบตรงมาหานางทันที ชายผู้หญิงเอ่ยขึ้น “จะไปไหนเม่ยเมย” ชายคนแรกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยอกเย้านาง นางหมายจะหนีอีกทาง แต่มีชายอีกคนควบม้ามาบังทางไว้ (เม่ยเมย แปลว่า น้องสาว) “ถอยไป” หญิงสาวเอ่ยขึ้น “ข้าไม่ปล่อย” ชายฉกรรจ์อีกคนเอ่ยขึ้น หญิงสาวใช้กระบี่ต่อสู้ทันที ชายฉกรรจ์ทั้งหมดแปดคนจึงผลักกันต่อสู้กับนาง นางจึงมีบาดแผลที่แขน นางร้องครางเบาๆ ด้วยความเจ็บ ชายอีกคนเข้าใช้คมกระบี่ฟาดที่ตัวนาง แต่นางหลบทัน ทำให้ชายผู้นั้นเสียหลักตกหลังม้า นางจึงสู้อีกคน แต่คนนี้ทำให้นางตกหลังม้า นางจึงลงมาด้านล่าง เขาก็ลงมาสู้กับนางเช่นกัน ทำให้เสียเปรียบเพราะเป็นตัวคนเดียว นางบาดเจ็บหลายทีเพราะคมกระบี่ แต่ยังก็สู้ไม่ถอย ความจริงนางได้เรียนรู้กระบี่จากเกอเกอมาไม่น้อยถึงสู้ได้ถึงเพียงนี้ แต่นางคนเดียวเอาไม่อยู่ ทันใดนั้นกระบี่จะแทงบนตัวนาง แต่กระบี่จากไหนไม่ทราบลอยเข้าอกของชายผู้นั้นทันที หญิงสาวจึงหันกลับไปมองจึงเห็นว่าบุรุษที่เข้ามาช่วยนางคือต้าหวาง “เกอเกอ...” ไม่ทันที่นางได้เอ่ยสิ่งใดต่อ นางกลับหมดสติทันที ต้าหวางทรงเข้ามาประคองด้วยความตื่นตระหนกยิ่งนัก “หมิ่นลั่ว...หมิ่นลั่ว...” หญิงสาวใบหน้างดงามขี่ม้าสง่างามบนอาชา ไปตามทุ่งหญ้า นางทอดสายตามองดูวิธีชาวบ้านอย่างเป็นสุขไม่ทุกร้อนสิ่งใด ถือว่าเป็นบุญของต้าหวางยิ่งนัก นางเห็นเช่นนี้ก็อุ่นใจยิ่งนัก นางเองเป็นถึงกงจู่ แห่งแคว้นซีอวี้ เกอเกอก็เป็นต้าหวาง ต้าหวางทรงรักและเอ็นดูนางเป็นไหนๆ ครั้งนี้นางได้หนีออกมานอกวังเป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกนางบนเกอเกอบนจนหูชา แต่ก็ไม่วายที่จะออกมา เพื่อหาความสำราญ นางรู้ดีว่าที่เกอเกอบ่นเพราะเขารักนางมาก นางคือเม่ยเมยเพียงองค์เดียวที่มีอยู่ ถึงจะคนละเหนียงชินกัน แต่ก็รักนางมากกว่าผู้ใด (ต้าหวาง แปลว่า ฮ่องเต้ หรือ กษัตริย์, กงจู่ แปลว่า องค์หญิง, เกอเกอ แปลว่า พี่ชาย, เหนียงชิน แปลว่า แม่) หญิงสาวมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นว่าใกล้ค่ำแล้ว จึงควบม้ากลับวังหลวง แต่ทันใดนั้น มีชายฉกรรจ์แปดคนมาจากไหนไม่ทราบตรงมาหานางทันที ชายผู้หญิงเอ่ยขึ้น “จะไปไหนเม่ยเมย” ชายคนแรกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยอกเย้านาง นางหมายจะหนีอีกทาง แต่มีชายอีกคนควบม้ามาบังทางไว้ (เม่ยเมย แปลว่า น้องสาว) “ถอยไป” หญิงสาวเอ่ยขึ้น “ข้าไม่ปล่อย” ชายฉกรรจ์อีกคนเอ่ยขึ้น หญิงสาวใช้กระบี่ต่อสู้ทันที ชายฉกรรจ์ทั้งหมดแปดคนจึงผลักกันต่อสู้กับนาง นางจึงมีบาดแผลที่แขน นางร้องครางเบาๆ ด้วยความเจ็บ ชายอีกคนเข้าใช้คมกระบี่ฟาดที่ตัวนาง แต่นางหลบทัน ทำให้ชายผู้นั้นเสียหลักตกหลังม้า นางจึงสู้อีกคน แต่คนนี้ทำให้นางตกหลังม้า นางจึงลงมาด้านล่าง เขาก็ลงมาสู้กับนางเช่นกัน ทำให้เสียเปรียบเพราะเป็นตัวคนเดียว นางบาดเจ็บหลายทีเพราะคมกระบี่ แต่ยังก็สู้ไม่ถอย ความจริงนางได้เรียนรู้กระบี่จากเกอเกอมาไม่น้อยถึงสู้ได้ถึงเพียงนี้ แต่นางคนเดียวเอาไม่อยู่ ทันใดนั้นกระบี่จะแทงบนตัวนาง แต่กระบี่จากไหนไม่ทราบลอยเข้าอกของชายผู้นั้นทันที หญิงสาวจึงหันกลับไปมองจึงเห็นว่าบุรุษที่เข้ามาช่วยนางคือต้าหวาง “เกอเกอ...” ไม่ทันที่นางได้เอ่ยสิ่งใดต่อ นางกลับหมดสติทันที ต้าหวางทรงเข้ามาประคองด้วยความตื่นตระหนกยิ่งนัก “หมิ่นลั่ว...หมิ่นลั่ว...” ...................... ตอนแรกสนุกไหมคะ ถ้าสนุกอย่าลืมเม้นท์ให้ไรท์ด้วยนะ แล้วไรท์จะรีบเข้ามาต่อให้นะจ๊ะต้าหวางเสด็จกลับมาจากเจียวฟาง มายังตำหนักส่วนพระองค์ และประทับเพียงลำพังไม่ให้เข้ามาพบ แต่ฉงอิ๋งก้าวเดินเข้ามาพร้อมชากุ้ยฮัวทอดพระเนตรมองต้าหวางที่หมองเศร้าเช่นนี้ ก็ทำให้เขาเป็นทุกข์ไปด้วย“ลั่วเอ๋อร์ นางไม่เคยรักข้าเลย นางรักแต่แคว้นของนาง นางแต่มาอยู่กับข้า เพียงเพราะต้องการตำราพิชิตใต้หล้าเพียงเท่านั้น ข้าเสียงแรงที่ข้ารักเจ้า ไม่ว่าสิ่งใดข้าก็ให้นางได้” ต้าหวางตรัสด้วยพระสุรเสียงหมองเศร้า“ต้าหวางหม่อมฉันขอพูดสักเรื่องได้หรือไม่พระเจ้าค่ะ” ฉงอิ๋งทูลบอก ต้าหวางเสวยน้ำจัณฑ์ทันที“มายาเคยเล่าให้หม่อมฉันฟังเมื่อนานมาแล้วว่า พระนางเป็นลูกของฟูเหรินของอดีตซีอวี้ต้าหวาง แต่ทว่าฟูเหรินเหนียงชินของพระนางได้สิ้นพระชนม์ไปนั้น พระนางก็ถูกไท่โฮ่วรังแกเรื่อยมา ต้าหวางแคว้นซีอวี้ทนไม่ได้จึงคิดส่งพระนางมาที่นี่ และอยากให้พระนางอยู่ในใต้การดูแลของพระองค์ แต่พระนางก็รักต้าหวางแคว้นซีอวี้มากอยากจะให้ต้าหวางพิชิตดินแดนเช่นพระองค์ มายาบอกหม่อมฉันว่าพระนางล้มเลิกเรื่องนี้ตั้งแต่มารับตำแหน่งหวางโฮ่ว และเลิกยาขับเย็นด้วยเช่นกัน เพราะอยากให้กำเนิดหวางจื่อให้พระองค์ แต่ตอนนี้พระวรกายภายในอ่อนแอเช่นหมอ
หมิ่นลั่วไท่จื่อเฟยทอดพระเนตรไปยังวังหลวง เพราะเสียงฆ้องดังกังวานแปดครั้ง ทำให้ในวังและนอกวังรู้ว่าต้าหวางสวรรคตแล้ว พระนางก้มลงประทับที่พื้นตำหนัก ถวายบังคมสามครั้ง เช่นเดียวกับเหล่าข้าหลวงที่ถวายบังคมเช่นกัน และร้องไห้กันระงมทั่วกันหลังจากฉินหรงลั่วต้าหวางครองราชย์มาได้สี่เดือนพระองค์ได้ขยายดินแดนมากขึ้นจรดแคว้นซีอวี้ โดยให้เหล่าต้าเจียนจวินนำทัพออกไปบุกดินแดนต่างๆ และดินแดนแข็งข้อพระองค์ให้เจียนจวินจัดการแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน จึงไม่มีใครกล้าแข็งข้อกับพระองค์อีกขณะที่ต้าหวางขยายดินแดนอยู่นั้นหมิ่นลั่วกงจู่ได้ละทิ้งความพยายามตามหาตำราพิชิตใต้หล้าไปเสียแล้ว พระนางมีพระดำริว่าได้มาก็เปล่าประโยชน์ เพราะถึงอย่างไรแคว้นหรูก็เป็นแคว้นของพระนางที่ต้องรักษาดูแลไม่ให้ผู้ใดมารุกรานได้ ถึงแคว้นซีอวี้จะเป็นแคว้นบ้านเกิดก็ตามที พระนางจึงได้หยุดยาขับเย็นอย่างจริงจัง เพื่อมีหวางเย่ให้พระองค์ แต่ทว่าเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นกับพระนางเฉินหมิ่นลั่วหวางโฮ่วประทับนั่งที่คันฉ่องขณะที่มายากำลังสางพระเกศา ส่วนฉุนอิ๋งลงน้ำมันจันทน์ทำให้กลิ่นหอมทั่วทั้งตำหนัก เมื่อชุนอิ๋งลงน้ำมันจันทน์ลงพระเกศาเสร็จสิ้น พระนางลุก
หวางเย่ทั้งสามเสด็จเข้าวังในกลางดึกตามพระกระแสรับสั่งของต้าหวาง เพราะไฟนั้นไหม้ตงกงอย่างหนัก โดยในตำหนักมีไท่จื่อและไท่จื่อเฟยประทับอยู่ในตำหนักด้วย อีกทั้งสองพระองค์ก็ไม่สามารถเสด็จออกมาได้ เพราะไฟนั้นโหมหนักยิ่งนัก ตวนมู่กุ้ยเฟยได้สดับในเรื่องนี้ พระนางรีบเสด็จมาดูที่ตงกง และร่ำเรียกถึงไท่จื่อให้เสด็จออกมา แต่ไร้วี่แวว ขันทีสามคนที่เข้าไปช่วยเหลือก็ตายในกองเพลิงด้วยเช่นกัน เพราะเสาและของในตำหนักหล่นทับจนตายพอรุ่งสางไฟได้มอดดับลงไปแล้ว เหลือแต่ซากตำหนักที่เต็มไปด้วยขี้เถ้าและมีซากศพที่เผาไหมอยู่ข้างกัน เจ้ากรมอาญาเอาศพไปพิสูจน์ทั้งหกศพ มีพระศพของไท่จื่อและไท่จื่อเฟย รวมไปถึงขันที และนางสนองพระโอษฐ์ของไท่จื่อเฟยที่ตายในกองเพลิงการสิ้นพระชนม์นำความเศร้าโศกมาให้ต้าหวางและตวนมู่กุ้ยเฟยผู้เป็นเหนียงชินสามเดือนต่อมาหรูต้าหวางมีพระกระแสรับสั่งให้ขุนนางชั้นผู้ใหญ่มาตำหนักทรงงาน โดยมีขุนนางชั้นผู้ใหญ่ถึงหกคนมาพร้อมเพรียงกัน เนื่องด้วยการจัดพระศพเข้าเขาไท่ฉาง และการแต่งตั้งไท่จื่อพระองค์ใหม่“ข้าต้องการจัดศพของเฉินไท่เข้าสุสานหลวงไท่ฉาง” ต้าหวางตรัสเช่นนี้“ต้าหวางก่อนที่ไท่จื่อสวรรคตสองเด
กงจู่เสด็จกลับมาเรือนไม้ฝูหรง มายาและชุนอิ๋งก้าวเดินเข้ามาพร้อมพระนาง พระนางประทับนั่งบนฟูกตรงตั่งที่ประทับ มายาถวายพระสุธารสชาดอกท้อ คังหยางก้าวเดินเข้ามาหาพระนางถวายบังคมทุกครั้ง“กงจู่ยานั้นได้ออกฤทธิ์แล้ว เห็นว่าวันที่ไท่จื่อก็ไม่ได้เสด็จเข้าท้องพระโรง พระองค์ให้ขันทีในตำหนักรายงานว่าประชวร” คังหยางทูลบอก“ว่าแต่ทำไมยาออกฤทธิ์ไวจัง ยานี้ต้องออกฤทธิ์ประมาณห้าถึงหกเดือนขึ้นไป” กงจู่ตรัสถามสงสัย“หม่อมฉันคิดว่าไท่จื่อเฟยสั่งให้คนใส่ยาในปริมาณมากเป็นแน่ หม่อมฉันยังได้ยินมาว่าเมื่อสองสามวันก่อนไท่จื่อให้ไท่จื่อเฟยถวายงานในห้องบรรทม พอเสด็จออกมาในยามเช้าเนื้อตัวเขียวช้ำ คิดว่าไท่จื่อคงซ้อมพระนางแน่แท้” คังหยางทูลบอก“ความจริงแล้วข้าก็อยากให้ฉินไท่ตายวันนี้ พรุ่งนี้เลย ไม่ใช่เพียงเพราะข้าเห็นใจไท่จื่อเฟยนะ แต่ไท่จื่อส่งคนมาลอบฆ่าหวางเย่ครั้งแล้วครั้งเล่า หวางเย่อาจทนได้ แต่ข้าไม่อาจทนได้อีกต่อไป” กงจู่ตรัสจริงจัง“กงจู่เพคะคนของไท่จื่อเฟยส่งจดหมายมาให้พระนาง นางบอกว่าต้องให้กับมือของพระนาง” หลานลี่ทูลบอกพระนางหน้าห้องบรรทม“ให้นางเข้ามา” กงจู่ตรัสเช่นนี้ นางสนองพระโอษฐ์ของไท่จื่อเฟยก้าวเ
“หม่อมฉันให้คนไปสืบเรื่องราวของนางที่แคว้นซีอวี้ นางทำโรงน้ำชา และหอคณิกา ซึ่งหอคณิกาของนางจะไม่ให้หญิงขายตัวไปเป็นนางบำเรอชายแต่อย่างใด นางให้หญิงคณิกาเหล่านั้นเล่นดนตรีให้ชายได้เพลิดเพลิน ส่วนหญิงผู้นั้นจะขายตัวให้ชายใด นางหอคณิกาไม่มีส่วนได้ส่วนเสียแต่อย่างใด เพราะหอคณิกาขายเพียงศิลปะเพียงเท่าน
ฉีหวางเย่เสด็จกลับมายังตำหนัก ทอดพระเนตรเห็นเรือนฝูหรงของหมิ่นลั่วกงจู่ว่าที่หวางเฟยของพระองค์ ทำให้ตงฟางสงสัยว่าเหตุใดพระองค์จึงประทับยืนทอดพระเนตรมองเนิ่นนาน“มีอะไรหรือพระเจ้าค่ะ หรือพระองค์จะเสด็จเจ้าหากงจู่” ตงฟางทูลถามพระองค์ด้วยรอยยิ้ม แต่ว่าฉีหวางเย่กลับเสด็จเข้าเรือนจิ้นอิ๋งโดยทันที ตงฟางท
“หวางเย่ เดี๋ยวสักครู่จะมีคนมาดูแลพระองค์” หญิงคณิกาเอ่ยบอก และก้าวเดินไปที่ประตู ลั่วจื่อเอ่ยอีกครั้ง“ข้าขออาหารสักสองสามอย่าง”“เจ้าค่ะ” นางคณิการับคำสั่ง และก้าวเดินออกไป ตงฟางนั่งตรงข้ามพระองค์และเอ่ยถาม“เหตุใดพระองค์ถึงมาหอเหมยฮุ่ยเล่า ทั้งที่พระองค์ไม่ได้สนพระทัยเหล่าหญิงคณิกาพวกนั้น” ตงฟาง
“ส่วนตรงนี้คือเรือนไม้ฝูหรงเป็นที่ประทับของพระองค์ เมื่อเช้ามีรับสั่งของพระนางกุ้ยเฟยให้จัดแจงตำหนักหลังนี้เพื่อจะให้พระองค์มาประทับ อาจจะดูไม่สมบูรณ์แบบนัก หม่อมฉันต้องขออภัยเพคะ” หลานลี่เอ่ยขึ้น แล้วยกมือทั้งสองข้างอยู่บนทรวงอกแล้วย่อตัว หมิ่นลั่วกงจู่ประคองนางทันที“ลุกขึ้นเถิด” กงจู่ตรัสแผ่วเบา

















