تسجيل الدخول“เซียวกุ้ยเฟยขอเข้าเฝ้าฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ” เสียงขันทีประกาศ
จางชิงหลินกัดฟันแน่น “ให้นางเข้ามา” จางชิงหลินกัดฟันตอบเสียงต่ำ แววตากล้าแข็งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
นางจะไม่มีวันอ่อนแอให้เซียวลี่อินเห็น
เซียวลี่อินเยื้องย่างเข้ามา กวาดตามองอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นสภาพซีดเซียวของสตรีที่เป็นใหญ่ในหกตำหนักแต่อีกไม่ช้าจะต้อยต่ำกว่านาง
“ฮองเฮาเพคะ วันนี้หม่อมฉันมาทูลให้ฮองเฮาทรงทราบว่าฮองเฮาถูกปลดจากตำแหน่งแล้วเพคะ ฝ่าบาททรงทำหนังสือหย่าและมอบหนังสือถอดถอนให้หม่อมฉันถือมาให้ฮองเฮาแล้วเพคะ”
จางชิงหลินรับมาแล้วปาทิ้งกับพื้น
“เราไปทำอะไรให้เจ้า หรือว่าเจ้าอยากนั่งบัลลังก์หงส์นี้มากจนทำร้ายได้แม้กระทั่งผู้มีพระคุณ”
เซียวลี่อินมองหนังสือหย่าที่ตกกระทบพื้นแล้วยิ้มมุมปาก “ใช่แล้วเพคะ หม่อมฉันอยากได้บัลลังก์หงส์ของฮองเฮา หม่อมฉันอยากได้ตำหนักนี้ อยากเป็นใหญ่เหนือสตรีทุกนาง หม่อมฉันอยากอยู่ในจุดที่ฮองเฮาเคยอยู่” นางหยุดพูดครู่หนึ่งก่อนดวงตาวาวโรจน์ขึ้นแล้วเปลี่ยนสรรพนาม “ตั้งแต่เกิดคุณหนูก็ได้เสพสุขมามากพอแล้วก็ควรสละได้เสียที ข้าลำบากมาตั้งแต่วัยเยาว์ ต้องคอยรับใช้คุณหนูไม่เว้นแต่ละวัน ตอนนี้ข้าจะได้เสพสุขบ้างเสียที” จากนั้นเซียวลี่อินก็ปล่อยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยอย่างสาแก่ใจ
“เจ้ามันชั่วช้า เลี้ยงไม่เชื่อง”
“เพคะ”
“ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้”
เซียวลี่อินยิ้มมุมปาก ก่อนตวาดเสียงดัง “เจ้านั่นแหละ...ที่ต้องออกไป ฝ่าบาทปลดเจ้าออกตำแหน่งฮองเฮาแล้ว เจ้ายังกล้าวางท่าเป็นนายทั้งหกตำหนักนี้อีกเหรอ”
จางชิงหลินแข็งใจลุกขึ้น แม้จะยากเย็นเพียงใดก็ตาม ศักดิ์ศรีในตัวนางที่มีตอนนี้ถูกนางรีดเค้นมาใช้ทุกหยาดหยด
“เซียวลี่อิน ถึงแม้ข้าตายไป ข้าก็จะไม่มีวันละเว้นเจ้าจำเอาไว้”
“ฮองเฮาทรงคิดว่าจะได้กลับมาวังหลวงแห่งนี้อีกหรือเพคะ โชคดีเท่าไรแล้วที่ฮองเฮาไม่ถูกประหารตามครอบครัวไปด้วยแต่แค่ถูกขับออกจากวังหลวงไปเป็นสามัญชน ถ้าหม่อมฉันไม่เห็นแก่ที่เคยเป็นนายบ่าวกันมาก่อน หม่อมฉันจะไม่มีวันให้ฮองเฮาออกไปจากที่นี่อย่างมีลมหายใจ” เซียวลี่อินพูดน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม สีหน้าไม่แปรเปลี่ยน
จางชิงหลินรักษาสีหน้าสงบเยือกเย็นไว้ได้ แม้ภายในร่างกายจะปั่นป่วนจนแทบจะกระอักโลหิตออกมา นางเลือกที่จะไม่ตอบโต้ เพราะต้องการรักษาชีวิตน้อยๆนี้ไว้
“หม่อมฉันส่งเสด็จแค่นี้นะเพคะ”
จางชิงหลินไม่มองเซียวลี่อินอีก ก็เดินออกมาจากตำหนัก นางสวมชุดสีขาวราบเรียบอยู่แล้วจึงไม่ต้องเปลี่ยนชุดอีก ลู่เจียวกับจิวฮุ่ยรีบเก็บข้าวของตามออกมา เพราะถูกขับออกจากวังตามผู้เป็นนายออกมาด้วย
ร่างกายบอบบางดั่งกิ่งหลิวฝืนลมหนาวเดินออกมาด้วยฝีเท้ามั่นคง นางจำภาพเหตุการณ์เมื่อปีก่อนที่เดินเข้ารับตำแหน่งฮองเฮาได้ดี วันนั้นมีผู้คนมากมายคุกเข่าหมอบคลานตรงหน้า แต่วันนี้ที่นางเดินผ่าน ทุกคนมองนางด้วยสายตาดูแคลน
สองวันที่นางนอนป่วย เหตุการณ์พลิกผันแปรเปลี่ยนมากมาย นางผิดเองที่คิดว่าความจงรักภักดีของนางจะซื้อใจบุรุษผู้นั้นได้
สายลมหนาวพัดผ่านผิวกายแต่ไม่หนาวเท่ากับได้รู้ว่าภักดีกับคนผิดจนไม่ทันระแวงทำให้ครอบครัวต้องพินาศ ชีวิตตัวเองก็แทบรักษาไว้ไม่ได้
รั้วกำแพงสีแดงที่ตั้งตระหง่านแห่งนี้ ถ้าใครไม่โหดเหี้ยมพอก็รักษาชีวิตไว้ไม่ได้ ความจงรักภักดีมีไว้กับผู้มีคุณธรรมไม่ใช่ทรราช นางมีตาแต่หามีแววไม่ ต้องโทษตัวเองแล้วจริงๆ
ปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจึน ปี2018
หลินหลินสะดุ้งตื่น ยกมือขึ้นปาดเหงื่อ เมื่อครู่เธอฝันร้ายใช่ไหมฝันเป็นเรื่องเป็นราว แต่ทำไมรู้สึกเหมือนเป็นเรื่องจริงอย่างไรไม่รู้ เธอรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจเหมือนถูกมือใครมาบีบรัด ฉินซือเฉิงปลดฮองเฮาจางชิงหลินอย่างโหดร้ายแล้วสั่งประหารคนในตระกูล
“อาการหนักแล้ว ฝันเป็นตุเป็นตะ ฝันถึงใครก็ไม่รู้ แต่ทำไม...” หลินหลินยกมือมาวางลงบนอกด้านซ้าย “เจ็บ”
เจ็บปวดใดก็ไม่เท่ากับเจ็บปวดจากการถูกสามีกับเมียน้อยร่วมมือกันหักหลัง เรื่องแบบนี้ใครไม่เจอกับตัวไม่มีทางรู้แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเรื่องในความฝันเป็นเรื่องของเธอที่เจอมากับตัวกันนะ
หลินหลินสาวลูกครึ่งไทย-จีนอายุยี่สิบห้าปี อยู่ในวัยเบญจเพศ พักอาศัยอยู่ในคอนโดในเมืองปักกิ่ง เธอกำลังนั่งแก้ไขบทละครอยู่ที่โต๊ะทำงาน หลังจากที่นักแสดงสาวคนดังยังไม่พอใจกับบทที่เธอเขียนขึ้นมา
ละครเรื่องนี้ทุ่มทุนสร้างมหาศาลแล้วยังได้บริษัทที่เก่งด้านCG (การสร้างภาพเสมือนจริงคอมพิวเตอร์ด้วยกราฟฟิก)ฝีมือระดับเทพมาร่วมงาน หากเขียนบทดีๆ จะต้องดังอย่างแน่นอนโดยเฉพาะถ้าได้ดาราขั้วแม่เหล็กอย่างหลิวโจวซิ่นมาร่วมแสดง
ในเวลานี้ที่ช่องโทรทัศน์ต่างแข่งขันเรื่องเรตติ้งกันสูงมากทำให้หลินหลิน ต้องทำการบ้านหนักกว่าเดิม แน่นอนหากละครออนแอร์แล้วได้รับความนิยม เรตติ้งดีทั้งปีหลินหลิน คงจะคิวแน่นแต่หากเรตติ้งตกหัวคะมำเธอคงว่างงานกลายเป็นนักเขียนบทไส้แห้งไปอีกนาน
หลินหลินมีอาชีพเป็นนักเขียนบทที่ผันตัวเองมาจากการเขียนบทความท่องเที่ยวเธอได้รับโอกาสให้เขียนบทร่วมก่อนฝีมือจะเข้าตาผู้จัดละครจากนั้นจึงมีงานเข้ามาเรื่อย งานที่เธอรับผิดชอบอยูในเวลานี้คือการเขียนบทให้กับค่ายละครแห่งหนึ่ง ชื่อเรื่อง ‘ตำนานรักนางจิ้งจอกเก้าหาง’ เมื่อเธอส่งบทให้กับผู้กำกับและทีมงานอ่าน ทุกคนต่างพอใจ ทว่ามีอยู่คนเดียวที่ไม่พอใจคือนักแสดงนำของเรื่องหลิวโจวซิ่น
ว่ากันว่าบทคือหัวใจของการสร้างละคร เมื่อนักแสดงคนดังไม่พอใจกับบทก็เป็นอีกเรื่องที่ทำให้คนเขียนบทปวดหัว แน่นอนหากเป็นนักแสดงหน้าใหม่ย่อมไม่มีปัญหาเรื่องบทให้คนเขียนบทหนักใจ แต่สำหรับนักแสดงขั้วแม่เหล็กแล้ว การเลือกบท เปลี่ยนบท แม้แต่เทคนเขียนบทพวกเขาเหล่านั้นก็ทำได้
‘หลิวโจวซิ่น’ นางเอกซุปตาร์ชื่อดังส่ายหน้า กดยิ้มที่มุมปาก “มีฝีมือเขียนได้แค่นี้เองหรือ ฉันว่ายังไม่ใช่” อีกฝ่ายโยนบทคืนให้เธอนำมาเขียนใหม่ หลินหลินงงจัดในเมื่อก่อนเขียนเธอลงมือหาข้อมูลมาแล้ว ตำนานรักจิ้งจอกเก้าหางเป็นนิทานปรัมปราจะหาความจริงได้จากไหน แต่เธอก็พยายามเก็บรวบรวมข้อมูลมาให้ได้มากที่สุดก่อนจะเขียนบทออกมา
“คุณหลิวรู้ความจริงหรือคะว่าเป็นยังไงถ้าคุณคิดว่าฉันเขียนบทขึ้นมามั่วๆ โดยไร้ความจริง แล้วความจริงจากนิทานปรัมปราเป็นยังไง” เธอถามแม่นักแสดงเจ้าปัญหา เพราะไม่มีใครเคยโยนบทใส่หน้าเธออย่างนี้มาก่อน
“ใช่ ฉันรู้” หลิวโจวซิ่นกอดอกบอก “รู้ลึก รู้จริง แล้วเธออยากรู้ไหมล่ะ”
“งั้นคุณก็บอกฉันมาว่าเรื่องราวที่คุณรู้มาเป็นยังไง ถ้ามีความเป็นไปได้ฉันจะนำมาปรับในบทให้คุณ”
หลิวโจวซิ่นยิ้ม “นั่นเป็นงานของเธอ เธอเป็นคนเขียนบทเธอต้องไปตามหามันเอง”
“ใช่เพคะ” หลินหลินทวนคำตอบให้แก่พระสวามีผู้แสนน่ารักของนาง“มันคือเทียบเชิญไปงานแต่งงานใช่หรือไม่ ถ้าหากใช่มันคือเทียบเชิญของผู้ใดกัน”“ฝ่าบาทเดาได้ถูกต้องเพคะว่าการ์ดแต่งงานก็คือเทียบเชิญแต่งงาน ถ้าหม่อมฉันให้ฝ่าบาทเดาต่อ ฝ่าบาทลองเดาสิเพคะว่าเป็นของผู้ใดกัน”ฉินจิ้นเหอส่ายหน้า ดวงตามีแววหื่นกระหาย “ข้าไม่อยากรู้ว่างานแต่งานของผู้ใด มันไม่สำคัญกับข้าเท่ากับเจ้ากลับมาหาข้า ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปไหนอีกแล้ว”“หากไม่ปล่อยหม่อมฉันกลับตำหนัก เช่นนั้น เห็นทีฝ่าบาทคงต้องแบ่งแท่นบรรทมให้หม่อมฉันนอนด้วยแล้วเพคะ”“จางชิงหลิน! เจ้ายังไม่ตาย ข้าดีใจเหลือเกิน” เขารู้ทันทีว่าคำพูดฉ้อฉล เล่นคำแบบนี้มีแต่ฮองเฮายอดรักของเขาเท่านั้น เป็นใครอื่นไปไม่ได้“ใครว่ายังไม่ตายเพคะ ถูกรถชนเละขนาดนั้น วิญญาณยังกระเด็น หม่อมฉันตายไปแล้วเพคะ แต่มารดาของหม่อมฉัน นางมีเส้นสายเยอะพอรู้จักกับผู้เฝ้าประตูยมโลก นางจึงตามไปช่วยหม่อมฉันเอาไว้ แล้วพาวิญญาณของหม่อมฉันให้กลับเข้ามาอยู่ในร่างของฮองเฮาจางชิงหล
ฉินจิ้นเหอปล่อยให้นางลากจูงเขาไปตามอำเภอใจอีกครั้ง หลังจากเดินผ่านอาคารรูปร่างแปลกตามาหลายช่วงตึก ร้านขายหนังสือเก่าแก่ที่หัวมุมถนนก็ปรากฏแก่สายตาเขาหลินหลินหันมาส่งยิ้มให้ นี่เป็นอีกสถานที่ที่เธอเคยมาบ่อยๆ“ร้านหนังสือโปรดของหม่อมฉันเพคะ เราข้ามถนนกันเถอะ”ร่างเล็กมองสัญญาณไฟ เมื่อเห็นว่าเปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟแดงปลอดภัยแล้วจึงดึงมือเขาให้เดินตาม ทว่าสร้อยข้อมือเล็กๆ ของเธอเกิดขาดจากกัน มันปลิวไปตกอยู่ข้างรองเท้าหนังของฉินจิ้นเหอ เขาปล่อยมือของหลินหลินแล้วก้มลงเก็บสร้อยข้อมือนั้นแล้วฟังเสียงเจื้อยแจ้วที่ดังไม่หยุด“ฝ่าบาทคิดว่า ถ้าเราซื้อหนังสือแล้วจะนำมันกลับไปได้หรือไม่เพคะ ถ้านำกลับไปได้ทั้งหมดหม่อมฉันจะขนซื้อไปเยอะๆ เลย”“เรื่องนี้ข้าก็ไม่อาจตอบเจ้าได้ เราคงต้องลองดู แม้ไม่สามารถนำสิ่งใดกลับไปได้ ข้าก็ไม่กังวลใจ ขอเพียงเจ้ากลับไปกับข้าอย่างปลอดภัยเท่านั้นก็พอ”เขาโยนสร้อยเส้นเล็กที่ขาดเข้าในอุ้งมือแล้วลุกขึ้น เรือนร่างกำยำองอาจแม้อยู่ในการแต่งกายแบบยุคสมัยใหม่ทว่าความน่าเกรงขามกลับไม่ได้ลดถอยลงเลย แม้เวล
“หม่อมฉันคิดถึงฝ่าบาทุกวัน ทุกนาที”“เจ้าช่างใจร้าย ทิ้งข้ามาโดยไม่ลาสักคำ ที่จริง ข้าไม่ควรมอบความรักให้กับสตรีใจดำเช่นเจ้าเลย คอยดู กลับไปเมื่อไร ข้าจะคัดเลือกชายา สนมให้ล้นวัง” ฉินจิ้นเหอขู่ ล้นแล้วอย่างไรพระองค์ก็ไม่เกิดความรู้สึกกับพวกนางอยู่ดี แต่พอเห็นสีหน้าม่อยลงของคนในอ้อมกอด ฉินจิ้นเหอก็บิดยิ้มอย่างพอใจ“หากข้ามารับแล้วเจ้าไม่กลับ หน้าประวัติศาสตร์จะบันทึกว่า ฮ่องเต้ฉินจิ้นเหอ เป็นฮ่องเต้ที่มีชายาสนมมากที่สุดในประวัติศาสตร์”“ไม่ได้นะเพคะ หม่อมฉันไม่ยอม หม่อมฉันกลับแล้วเพคะ ที่หม่อมฉันจากมาโดยไม่ได้บอกฝ่าบาทเพราะไม่อยากให้เราสองคนเจ็บปวดไปมากกว่านี้ แต่ท่านพ่อและท่านแม่ของหม่อมฉัน พวกท่านทรมานมาหลายภพชาติ หม่อมฉันจึงต้องการกลับมาทำทุกอย่างให้จบลงด้วยดี เมื่อท่านทั้งสองมองเห็นกันแล้ว หม่อมฉันเชื่อว่ามือของหม่อมฉันไม่จำเป็นต้องเข้าไปวุ่นวายกับพวกท่านอีก ความรักจะนำพาพวกท่านไปสู่บทสรุปด้วยตัวเอง หม่อมฉันจะกลับไปกับฝ่าบาท”“ดีมาก หากเจ้าไม่กลับพร้อมกับข้า ข้าจะลากตัวเจ้ากลับให้ได้”ห
หลินหลินไม่รู้อะไรอีกหลังจากขึ้นรถลิมูซีนที่จอดรออยู่ที่หน้าโรงแรม พอมาถึงคอนโดฯ หญิงสาวแนบคีย์การ์ดประตูเปิดออก ร่างเล็กก็ถูกคนโหดข้ามภพจับโยนขึ้นไปบนเตียง แม้ว่ายังไม่ได้เถียงหรืออธิบาย ความปรารถนาของเขาที่เก็บกดมานานทั้งจากภพอดีต และเมื่อครู่ก่อนก็ผลักดันออกมาจากกางเกง ขยายตัวตนจนใกล้ระเบิด ความกระหายที่รุนแรงเพราะคิดถึงผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้เขามีความต้องการ และต้องการมากกว่าผู้ชายทั่วไปหลายเท่า จนถ้าไม่ได้ปลดปล่อยวันนี้ เขาต้องตายแน่เรื่องนี้ฉินจิ้นเหอไขปริศนาให้ตัวเองได้เมื่อหลายวันก่อน พระองค์คิดถึงจางชิงหลินมากขณะไปที่อุโมงค์แห่งกาลเวลาซึ่งพระองค์พบว่าในบันทึกของอดีตฮ่องเต้หยางจื่อ ฮ่องเต้พระองค์ก่อนใช้สุสานแห่งหนึ่งและประกอบพิธีกรรมบางอย่าง ระหว่างที่ให้ผู้คนมากมายช่วยกันเปิดทางเข้าสุสานที่ถูกปิดตาย พระองค์เผลอหลับไปแล้วฝันว่ายามที่พระองค์ได้วางดอกไม้ลงไปบนหน้าหลุมศพของสตรีนิรนางนั้น พระองค์เอ่ยสัญญาว่า‘หากชาติหน้ามีจริง ข้าจะหาเจ้าให้เจอ และจะรักเพียงแต่เจ้า ข้าจะมีเจ้าเพียงคนเดียว’เพราะคำสัญญานี้กระมังที่ส่งผลให้พระองค์เ
ชีวิตของสาวโสดอย่างเธอหมกมุ่นจมจ่อมอยู่กับคอมพิวเตอร์มากกว่าจะพิถีพิถันในรายละเอียดของใช้ส่วนตัว ใครจะคิดว่าวันนี้ต้องมาเสียน้ำตาท่ามกลางงานแถลงข่าว ในกระเป๋าใบเล็กจิ๋วซึ่งนานๆ หลินหลินจึงจะนำออกมาใช้เพราะเวลาปกติหญิงสาวมักแต่งกายสบายๆ เสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงยีนส์ และรองเท้าผ้าใบ มากกว่ารองเท้าส้นสูงแบบนี้หลังมือจึงเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด แต่แล้วแผ่นหลังนุ่มนิ่มที่วันนี้ชุดสวยที่หลิวโจวซิ่นแนะนำและจัดหามาให้ใส่เว้าลึกไปช่วงหลังมากหน่อย ทำให้สัมผัสได้ว่าบางอย่างอุ่นวาบขึ้น หลินหลินสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่าใครคนหนึ่งซึ่งอยู่ด้านหลังบดเบียดร่างกายแนบชิดจนเกินไป เธอหันไปถลึงตาใส่เพราะคิดว่ากำลังถูกลวนลามท่ามกลางงานแถลงข่าวเมื่อผู้คนที่เบียดเสียดกันและจดจ่อกับการถ่ายรูปพระนางที่กำลังเปิดตัวอยู่บนเวทีมากกว่าจะสนใจคนเขียนบทตัวเล็กๆ อย่างเธอ จึงไม่มีใครรับรู้ว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นในงานไอ้โรคจิตความแข็งจัดที่หลินหลินรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณกำลังดุนดันแนบชิดอยู่กับบั้นท้าย หญิงสาวทนไม่ไหว เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ต่อให้ต้องอับอายเธอก็จะไม่มีวันปล่อยให้ไอ้โรคจิตที่เ
2 เดือนผ่านไปข่าวการสิ้นพระชนม์ของฮองเฮาจางชิงหลินในวันสถาปนาแม้จะถูกสั่งให้ปกปิด ห้ามผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องนี้เพราะฮ่องเต้ฉินจิ้นเหอให้นำพระศพของฮองเฮาเก็บรักษาเอาไว้ในโลงที่ทำจากหยก เพื่อรักษาสภาพเพราะหลังการสิ้นพระชนม์ ศพของพระนางกลับไม่เน่าเปื่อยดูราวกับว่าฮองเฮากำลังบรรทมหลับใหลฉินจิ้นเหอกัดพระทนต์แน่นพระองค์สูดหายใจแรงๆ เหตุใดการจากลาถึงได้เจ็บปวดเสียกว่าการถูกดาบเสียบพระอุระ ฉินจิ้นเหอเคยร่วมรบ เคยถูกข้าศึกใช้ดาบเสียบแทง ความเจ็บปวดนั้นทรมานแสนสาหัส แต่หากจะเทียบกับความเจ็บในเวลานี้นับว่ายังห่างชั้นกันมากแววตาเจ็บปวดซ่อนอยู่ในดวงตามังกร ฉินจิ้นเหอพูดอย่างเร่งเร้า “ตื่นขึ้นมาสิ เจ้าตายจากข้า หรือว่าเจ้าหนีข้าไปยังดินแดนที่ข้าไม่อาจติดตามเจ้าไปได้ หากเจ้าไม่ตื่น ข้าจะแต่งตั้งฮองเฮาองค์ใหม่ เจ้าไม่ได้หวงของหรือ หรือเห็นข้าเป็นสมบัติผลัดกันชม ไม่เสียใจหรือหากข้าต้องกลายเป็นของสตรีอื่น เจ้ารู้หรือไม่ ตั้งแต่ข้าเกิดจนถึงบัดนี้ สตรีเดียวที่ข้าเคยแตะต้องมีเพียงเจ้า ครั้งแรกของข้าก็คือที่โขดหินกลางสายน้ำเชี่ยวและเป็นครั้งแรกของเ
หลินหลินกลับมาจากอารามเต๋าก็เข้านอนพักผ่อน พอตื่นเช้าขึ้นมา ก็รีบลุกไปกินอาหารเช้าแล้วพูดกับทุกคน“ท่านยาย ท่านลุงท่านป้าเจ้าคะ ข้ามีเรื่องจะบอกให้พวกท่านทราบ”หลวนซูฮวาเห็นสีหน้าจริงจังของหลานสาวก็อยากรู้ รีบพยักหน้าเป็นเชิงให้พูดต่อหลินหลินมองใบหน้าทุกคนที่มองน
“จางชิงหลิน จางฮองเฮา ใช่ท่านจริงๆมาวิ่งเล่นอะไรแถวนี้”หลินหลินเงยหน้าขึ้นมอง นางจะสะบัดหน้ากลับแต่ถูกเขาบีบปลายคางไว้แน่น กระแสความร้อนประหลาดขุมหนึ่งวิ่งไปทั่วร่าง นางมองไม่ผิดใช่ไหมเมื่อครู่ผู้ชายหล่อเหลาตรงหน้ามองนางอย่างกระเหี้ยนกระหือรือในเพศรส“สภาพของท่านต
หลินหลินอมยิ้ม มองพี่ชายคนนี้ด้วยสายตาชื่นชม ถ้าเปรียบเทียบในยุค2018 บุรุษแบบหย่งเล่อเรียกว่าสุภาพบุรุษ หลินหลินไม่กล้าเพ่งมองนานเพราะกลัวจะเสียมารยาทถึงอยากจะแอบชมความหล่อต่ออีกหน่อยก็ตาม แต่สตรีในยุคนี้ต้องสงวนท่าที จึงหลุบตาลงต่ำ อย่างไรเสียเจ้าของร่างนี้ก็เป็นอดีตฮองเฮา“เอาล่ะ ก
ลับหลังร่างสตรีชรา หลินหลินก็หันหน้าไปทางหญิงรับใช้สองคน สองคนข้างกายนี้ก็เป็นคนที่ดีต่อเจ้าของร่างนี้ไม่แปรเปลี่ยน ไม่ว่าจางชิงหลินประสบเคราะห์กรรมอะไร พวกนางก็ไม่ทอดทิ้ง แถมยังเอาชีวิตเข้าแลกขอร้องให้ปล่อยนายของพวกนางไปในตอนที่ฮ่องเต้โฉดสั่งให้จางชิงหลินคลุมผ้าผืนเดียวไปยืนตากหิมะ นับว่าเป็นบ่า







