INICIAR SESIÓNเช้าวันรุ่งขึ้น ณ คฤหาสน์วรโชติโภคิน แสงแดดอ่อนยามเช้าทาบทับลงบนสวนสวยที่เงียบสงบ นลินนั่งจิบน้ำชาอยู่ที่ศาลาริมน้ำ ใบหน้าสวยหวานดูหมองหม่นอย่างเห็นได้ชัด ขอบตาที่บวมช้ำจางๆ บ่งบอกว่าเธอผ่านค่ำคืนที่แสนทรมานมาเพียงใด ภาพของเตโชกับผู้หญิงสวยคนนั้นเมื่อวานยังคงตามหลอกหลอนเธอไม่เลิกรา
[POV: นลิน – หัวใจที่สร้างกำแพงน้ำแข็ง]
นลินจ้องมองผิวน้ำที่นิ่งสนิท เธอพยายามบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าทุกอย่างจบลงแล้ว เตโชเลือกทางเดินของเขา และเธอก็ควรเดินตามทางของเธอ ชีวิตที่ไม่มีเขา... มันควรจะดีกว่านี้สิ
"เขาคงกำลังมีความสุขกับว่าที่คู่หมั้นคนนั้น... คนที่ช่วยดึงเขาขึ้นมาจากนรกทางการเงินได้" ความคิดนี้ทำให้น้ำตาเอ่อล้นออกมาอีกครั้ง แต่เธอก็รีบปาดมันทิ้งเมื่อเห็นพี่ชายเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"นลิน... พี่มีเรื่องจะบอก" ภีมเอ่ยเสียงเรียบทว่าแฝงความสะใจ "คนขับรถคนเก่าของลินลาออกกะทันหัน พี่เลยหาคนใหม่มาแทน... เขาจะเริ่มงานเช้านี้เลย และพี่รับรองว่าคนนี้... 'รับใช้' ลินได้ทุกอย่างยิ่งกว่าสุนัขรับใช้ซะอีก"
ที่หน้าประตูคฤหาสน์ เตโช ยืนนิ่งสนิทในชุดยูนิฟอร์มคนขับรถสีดำสุภาพ กางเกงสแล็คเนี้ยบกริบและเสื้อเชิ้ตที่กลัดกระดุมจนถึงเม็ดบนสุด ใบหน้าคมเข้มที่เคยหยิ่งผยองบัดนี้เรียบเฉยทว่าเต็มไปด้วยความขมขื่น
เขาสูญเสียทุกอย่างแล้ว... พิมมาดาสั่งระงับเงินกู้และฟ้องร้องเรียกคืนหนี้สินทั้งหมดจากพ่อของเขาภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง ทางเลือกเดียวที่จะปกป้องครอบครัวและได้อยู่ใกล้นลิน คือการยอมรับข้อเสนอ "สุดโหด" ของภีม
"สิบห้าล้านที่มึงติดบ้านกู... มึงต้องทำงานชดใช้เป็นคนขับรถให้น้องสาวกูจนกว่ากูจะพอใจ" คำพูดของภีมยังดังก้องในหู และเขาก็เต็มใจรับมัน
เตโชสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เมื่อเห็นร่างระหงของนลินเดินออกมาจากตัวบ้านพร้อมกับภีม หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก ทันทีที่สายตาประสานกัน เขารู้สึกได้ถึงรังสีความเกลียดชังที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ
นลินหยุดชะงักฝีเท้าทันทีที่เห็น "คนขับรถคนใหม่" เธอเบิกตากว้าง เอกสารในมือเกือบจะหลุดร่วงลงพื้น ความตกใจแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนและขุ่นเคืองในพริบตา
"พี่ภีม! นี่มันอะไรกันคะ?" นลินหันไปถามพี่ชายด้วยเสียงสั่นเครือ "ทำไมคนขับรถถึงเป็น... เป็นเขา!"
"ก็พี่บอกแล้วไงว่าพี่คัดมากับมือ" ภีมกอดอกปรายสายตามองเตโชอย่างเหนือกว่า "เตโชเขาตกอับน่ะลิน... บ้านกำลังจะโดนฟ้องล้มละลาย ไม่มีที่ไป พี่เลยสงสาร จ้างมาเป็นคนรับใช้ส่วนตัวของลินไง เห็นมึงเก่งนักไม่ใช่เหรอไอ้เตโช... คราวนี้ก็โชว์ฝีมือดูแล 'เจ้านาย' มึงหน่อยเป็นไง"
เตโชก้าวเข้าไปหาช้าๆ เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้านลิน ท่ามกลางความตกตะลึงของคนใช้ในบ้านที่แอบดูอยู่
"คุณหนูนลินครับ... ให้ผมได้ชดใช้ในสิ่งที่ผมเคยทำผิดต่อคุณนะครับ" เตโชเอ่ยเสียงต่ำที่เต็มไปด้วยความนอบน้อม "จากนี้ไป... ผมไม่ใช่เตโชคนเดิมของคุณอีกแล้ว ผมคือพนักงานขับรถส่วนตัวของคุณ... สั่งผมได้ทุกอย่างที่คุณต้องการครับ"
นลินจ้องมองผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยใช้คำว่า 'เจ้าหนี้' มาข่มเหงเธอ บัดนี้เขากลับมาคุกเข่าอยู่แทบเท้าเธอ แววตาที่เขาเคยมองเธออย่างดูแคลนหายไปสิ้น เหลือเพียงความยอมจำนนที่ดูสมจริงจนเธอกลัวใจตัวเอง
"พี่ทำแบบนี้ทำไม... เพื่อจะปั่นหัวลินอีกเหรอ? หรือเพราะพิมมาดาทิ้งพี่มา?" นลินคิดอย่างแค้นใจ เธอไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างเขาจะสำนึกผิดได้จริงๆ
"ลินไม่ต้องการค่ะ!" นลินตะโกนใส่หน้าเขา "พี่ภีมเอาเขาออกไปนะ ลินไม่อยากเห็นหน้าคนใจร้ายแบบนี้!"
"ลินฟังพี่นะ... คิดซะว่าเป็นการ 'แก้แค้น' ก็ได้นี่นา" ภีมกระซิบข้างหูน้องสาว "อยากใช้ให้เขาทำอะไรล่ะ? ขัดรองเท้า ล้างรถ หรือแบกของไปเรียนกลางแดดร้อนๆ... ลินทำได้หมดเลยนะ จะปล่อยให้ขยะชิ้นนี้ไปพ้นสายตาทำไม เก็บไว้ 'เหยียบ' ให้จมดินไม่สะใจกว่าเหรอ?"
นลินมองดูแววตาของเตโชที่จ้องมองพื้นหญ้าอย่างเจียมตัว ความสงสารวูบหนึ่งเกิดขึ้นในใจแต่ความเจ็บปวดที่เขาเคยทำไว้มีมากกว่า
"ก็ได้ค่ะ..." นลินเอ่ยเสียงเรียบพยายามซ่อนความหวั่นไหว "ในเมื่อพี่อยากเป็นคนรับใช้... ลินก็จะจัดให้พี่สมใจอยาก เตรียมรถค่ะ! ลินมีเรียนเช้านี้ และถ้าพี่มาช้าแม้แต่วินาทีเดียว... ลินจะให้พี่ภีมไล่พี่ออกทันที!"
เตโชรีบวิ่งไปเปิดประตูรถให้นลินอย่างรวดเร็ว เขาโน้มตัวลงอย่างนอบน้อมขณะที่นลินก้าวขึ้นรถโดยไม่ชายตามามองเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์... สถานที่ที่เตโชเคยเป็นพยัคฆ์ร้ายที่ใครๆ ก็เกรงกลัว บัดนี้รถยุโรปคันหรูจอดสนิทหน้าตึก พนักงานขับรถในชุดเครื่องแบบก้าวลงมาเปิดประตูรถให้นางฟ้าของคณะ ทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้น เพื่อนร่วมคณะและรุ่นน้องต่างก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ
"นั่นพี่เตโชไม่ใช่เหรอวะ? ทำไมใส่ชุดแบบนั้น!"
เสียงซุบซิบดังระงมไปทั่ว เตโชเม้มปากแน่น เขาต้องแบกรับสายตาดูถูกและเสียงหัวเราะเยาะของคนที่เคยเกลียดเขา นลินก้าวลงจากรถด้วยท่าทางสง่างาม เธอหยุดยืนตรงหน้าเขาแล้วส่งกระเป๋าเป้ใบหนักที่มีหนังสือวิศวะเล่มหนาๆ หลายเล่มให้เขาถือ
"ตามลินมาค่ะ... แบกไปส่งถึงหน้าห้องเรียน และยืนรอจนกว่าลินจะเลิกเรียนด้วย ห้ามไปไหนเด็ดขาด!" นลินออกคำสั่งเสียงเฉียบ
ตลอดทางเดินในตึกคณะ เตโชเดินตามหลังนลินแบกกระเป๋าหนักอึ้งท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว หยดเหงื่อไหลซึมตามไรผมและเสื้อเชิ้ตสีดำที่รัดกุม เขาต้องเดินผ่านกลุ่มเพื่อนที่เคยนับถือเขา ซึ่งบัดนี้ต่างพากันถอยห่างและมองเขาเหมือนตัวประหลาด
มีนาเดินเข้ามาสมทบนลินด้วยสายตาตกตะลึง "ลิน... นี่มัน..."
"คนขับรถคนใหม่ของลินเองจ้ะมีนา" นลินบอกเพื่อนด้วยรอยยิ้มที่ฝืนทำ "เขาเก่งนะ... บอกว่าทำได้ทุกอย่าง ลินเลยลองทดสอบดู"
เตโชยืนตัวตรงนิ่งเป็นหินอยู่หน้าห้องเรียน แบกกระเป๋าไว้ในอ้อมแขนอย่างไม่ย่อท้อ แม้แขนจะเริ่มล้าและสายตาคนนับร้อยจะจ้องมองเขาเหมือนตัวตลก แต่เขากลับรู้สึกดี... ดีที่อย่างน้อยเขาก็ได้อยู่ในระยะที่เขาสามารถมองเห็นความปลอดภัยของเธอได้
"ต่อให้ต้องเป็นตัวตลกของคนทั้งโลก... ถ้ามันทำให้พี่ได้อยู่ดูแลลิน พี่ก็ยอม"
แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองสว่างไสวเหนือผืนน้ำอันดามันที่ดูสงบเงียบจนน่าประหลาด เสียงนกนางนวลร้องระงมคลอไปกับเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหากราบเรือยอร์ชลำหรูอย่างแผ่วเบา ภายในห้องสวีทส่วนตัวที่เพิ่งผ่านพายุรักอันเร่าร้อนมาตลอดทั้งคืน บรรยากาศยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเทียนหอมที่มอดดับไปแล้ว และกลิ่นอายความเสน่หาที่ยังไม่จางหายนลิน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งที่ช่วงเอวทำให้เธอรู้ว่ายังคงอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของ เตโช เธอขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็ต้องครางออกมาเบาๆ เมื่อความเจ็บแปลบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ร่องรอยสีกุหลาบจางๆ ที่ประดับอยู่ตามลาดไหล่และเนินอกที่โผล่พ้นขอบผ้าห่ม เป็นหลักฐานชั้นดีถึง "บทลงโทษ" ที่พยัคฆ์หนุ่มมอบให้เธออย่างดุดันเมื่อคืนนี้[POV: นลิน – ความหวานที่ปนความเข็ดหลาบ]นลินลอบมองใบหน้าคมคายของเตโชยามหลับใหล ยามนี้เขาดูไม่มีพิษสงเหมือนเฮดว้ากจอมโหดหรือพยัคฆ์ขี้หึงคนเมื่อคืนเลย ขนตาหนาเป็นแพและลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอทำให้เขามีเสน่ห์จนเธอเผลอเอื้อมมือไปลูบแก้มสากระคายของเขาเบาๆ"พี่เตนะพี่เต... หวงโหดขนาดนี้ ลินจะกล้าใส่ชุดทูพีชอีกได้ยังไง" นลินคิดพลางอมยิ้มแก้
เสียงประตูห้องสวีทบนเรือยอร์ชถูกปิดลงพร้อมเสียงล็อกที่ดังคลิกทว่าหนักแน่นราวกับเสียงปิดกรงขัง เตโช ยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากต้นแขนเรียวบางของ นลิน เขาจูง (หรือแทบจะลาก) เธอเข้ามากลางห้องด้วยใบหน้าที่ถมึงทึง รังสีความโกรธและความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องที่เปิดแอร์ฉ่ำกลับดูร้อนระอุขึ้นมาในพริบตา"พี่เต... ลินเจ็บนะคะ ปล่อยก่อน" นลินอุทานเบาๆ พยายามแกะมือหนาที่กำรอบแขนเธอออก แต่ทว่ายิ่งเธอดิ้น เขากลับยิ่งกระชับแรงบีบมากขึ้น[POV: เตโช – เมื่อพยัคฆ์หนุ่มตบะแตกเพราะความหวง]เตโชหยุดกะทันหันแล้วหันมาจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนราวกับมีไฟสุมอยู่ข้างใน ภาพร่างบางในชุดทูพีชสีขาวที่อวดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนกลางหาดทราย ท่ามกลางสายตาโลมเลียของพวกผู้ชายแถวนั้นยังคงติดตาเขาจนสติแทบขาดผึ่ง"เจ็บเหรอ? แล้วลินรู้ไหมว่าพี่ 'เจ็บ' กว่าที่ต้องยืนดูเมียตัวเองโชว์เนื้อหนังให้ไอ้พวกหน้าหม้อพวกนั้นดู!" เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดไรฟัน "ลินคิดอะไรอยู่? อยากลองใจพี่ หรืออยากจะประกาศให้โลกรู้ว่านลิน วรโชติโภคิน มีของดีแค่ไหน!"นลินเม้มปากแน่น แววตาซุกซนในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความประหม่าเมื่อเห็นว่าพยัค
แสงแดดจ้าของเช้าวันใหม่สาดส่องลงบนพื้นผิวน้ำทะเลอันดามันจนดูเหมือนเศษกระจกที่แตกกระจายระยิบระยับ แม้บรรยากาศจะดูผ่อนคลายในสายตานักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ที่ไซต์งาน "Phuket Smart City" กลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด เตโช ยืนกอดอกมองกลุ่มคนงานที่ยังคงยืนกรานประท้วงเรื่องระบบความปลอดภัยและค่าแรงที่ยังไม่โปร่งใสจากกลุ่มอิทธิพลเก่า"ถ้าวันนี้ปั้นจั่นไม่เดินเครื่อง เราจะเสียเวลาไปอีกอาทิตย์หนึ่งเต็มๆ" เตโชสบถเบาๆ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ"เอาน่าไอ้เต... มึงลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้มึงมี 'ตัวช่วย' ระดับพระกาฬ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวลงจากรถโฟร์วีล ภีมอยู่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะแขนสั้นสีน้ำเงินเข้มที่ดูทะมัดทะแมง ผิดกับมาดนักธุรกิจจอมวางแผนที่กรุงเทพฯ[POV: ภีม – เมื่อพยัคฆ์พี่ชายลงสนาม]ภีมกวาดสายตามองไปรอบไซต์งานด้วยสัญชาตญาณของวิศวกรและนักบริหารที่เจนโลก เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาเดินเล่น แต่เขามาเพื่อ "จบเกม" ที่เจ้าสัวประจักษ์ทิ้งปมไว้ให้รุ่นน้องอย่างเตโช"เต... มึงไปจัดการเรื่องเอกสารตรวจสอบบัญชีที่มึงเจอมา ส่วนเรื่อง 'คน' และ 'หน้างาน' ตรงนี้... กูจัด
แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วผืนน้ำอันดามันที่ทอประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดเพชร เรือยอร์ชหรูลำมหึมาทอดสมออยู่นิ่งท่ามกลางสายลมเฉื่อยฉิว บนดาดฟ้าเรือที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชื่นมื่นของ ภีม และ มีนา บัดนี้เหลือเพียงความเงียบสงัดที่แฝงไปด้วยความเร้าอารมณ์ เมื่อ เตโช และ นลิน นั่งเคียงข้างกันอยู่บนโซฟาบุนวมตัวยาวเตโชกุมมือนลินไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างบอบบางตรงหน้าจะสลายกลายเป็นฟองคลื่น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ไม่ได้เห็นมานานหลายสัปดาห์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา[POV: เตโช – พยัคฆ์หนุ่มผู้พ่ายแพ้ต่อความรัก]"ลินครับ... พี่ขอโทษจริงๆ นะเรื่องรูปถ่ายนั่น พี่ไม่คิดเลยว่าลดาจะกล้าทำขนาดนี้" เตโชเอ่ยเสียงพร่าพลางยกมือนลินขึ้นมาจูบที่หลังมือเบาๆ "พี่สาบานได้ว่าพี่ไม่เคยแตะต้องตัวผู้หญิงคนนั้นเลยแม้แต่ปลายนิ้ว... ใจพี่มีไว้ให้ลินคนเดียว"นลินมองสบตาคมกริบที่บัดนี้ดูอ่อนโยนจนเธอใจละลาย เธอเห็นรอยคล้ำใต้ตาและผิวที่เข้มขึ้นจากการตรากตรำทำงานหนักที่ภูเก็ตแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ "ลินรู้แล้วค่ะพี่เต... ถ้าลินไม่เชื่อใจพี่เต ลินคงไม่บินลงมาหาพี่ถึงที่นี่หรอก"เธอขยับตัวเข้าไปซบที่อกแกร่ง สูดดมกลิ่นก
หยาดฝนโปรยปรายเหนือน่านฟ้ากรุงเทพฯ ดูเหมือนจะตอกย้ำความหม่นหมองในหัวใจของ นลิน หลังจากที่เธอได้รับรูปถ่ายปริศนาจากภูเก็ต รูปที่ทำลายความเชื่อใจของเธอจนเกือบพังทลาย แต่ทว่า... หงส์ขาวอย่างเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้ต่อแผนการตื้นๆ ของใคร"ลิน... เก็บของเสร็จหรือยัง? เครื่องจะออกในอีกสองชั่วโมงนะ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับร่างสูงในชุดลำลองกางเกงขาสั้นเสื้อเชิ้ตลายฮาวายที่ดูผ่อนคลายทว่าแววตากลับคมกริบนลินเงยหน้าขึ้นจากกระเป๋าเดินทาง "พี่ภีม... พี่ภีมจะไปจริงๆ เหรอคะ? ลินเกรงใจพี่จังเลย""เกรงใจอะไรกันจ๊ะลิน มีนาต่างหากที่ต้องขอบคุณลินที่หาเรื่องให้ได้ไปเที่ยวทะเลกับพี่ภีมแบบนี้" มีนา เดินเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้มสดใส เธอช่วยนลินปิดกระเป๋าเดินทาง "งานนี้มีนาไม่ยอมให้ยัยเลขานั่นมาคาบพี่เตโชไปหรอกนะ ทีมเมียหลวงต้องรวมตัวกันค่ะ!"[POV: ภีม – พี่ชายจอมวางแผนและองครักษ์จำเป็น]ภีมมองน้องสาวด้วยความเอ็นดูผสมความห่วงใย เขาได้รับรายงานเรื่องพฤติกรรมของ 'ลดา' มาจากสายสืบที่ภูเก็ตแล้ว และเขาก็รู้ดีว่าเจ้าสัวประจักษ์ (พ่อของเขาเอง) กำลังเล่นสนุกกับความอดทนของเตโช"ไอ้เตโช.
แสงแดดแผดเผายามเที่ยงวันของจังหวัดภูเก็ตดูจะร้อนแรงกว่าที่กรุงเทพฯ หลายเท่าตัว ไอร้อนระอุพุ่งขึ้นจากพื้นถนนลูกรังภายในไซต์งาน "Phuket Smart City" จนมองเห็นภาพสั่นไหวระยิบระยับ เตโช ยืนอยู่บนเนินดินสูง มือหนึ่งถือแบบแปลนแผ่นใหญ่ที่กางออกสู้กับลมทะเลที่พัดกรรโชก ใบหน้าคมคายที่เคยเนียนละเอียดบัดนี้เริ่มมีรอยคล้ำแดดและหยดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมลงมาถึงคางเขาขมวดคิ้วแน่นเมื่อจ้องมองไปยังหลุมฐานรากอาคาร A ที่ถูกทิ้งร้างไว้ตั้งแต่วันที่เขามาถึง เครื่องจักรราคาแพงหลายเครื่องจอดสงบนิ่งราวกับเศษเหล็กไร้ค่า ท่ามกลางเสียงบ่นพึมพำของคนงานที่ยังคงจับกลุ่มประท้วงอยู่ลึกๆ แม้เขาจะสำรองจ่ายค่าแรงไปแล้วบางส่วนก็ตาม[พยัคฆ์หนุ่มกลางสมรภูมิวิศวะ]เตโชพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหืด เขาไม่ได้นอนมาเกือบสองคืนเต็มเพื่อไล่ตรวจเช็ครายการพัสดุที่ถูกเบิกออกไปแต่ไม่เคยมาถึงไซต์งานจริง เขาพบรอยรั่วขนาดใหญ่ในระบบจัดซื้อที่เจ้าสัวประจักษ์ "จงใจ" ทิ้งไว้ให้เขาแก้ปัญหา"คุณลุงไม่ได้แค่ทดสอบความรู้... แต่ท่านกำลังทดสอบว่าผมจะทนแรงกดดันจากคนเลวรอบข้างได้แค่ไหน" เตโชกระชับ 'เกียร์สีทอง' ของนลินที่คล้องอยู่ที่คอผ่านเนื้อผ้







