LOGINหยาดฝนโปรยปรายเหนือน่านฟ้ากรุงเทพฯ ดูเหมือนจะตอกย้ำความหม่นหมองในหัวใจของ นลิน หลังจากที่เธอได้รับรูปถ่ายปริศนาจากภูเก็ต รูปที่ทำลายความเชื่อใจของเธอจนเกือบพังทลาย แต่ทว่า... หงส์ขาวอย่างเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้ต่อแผนการตื้นๆ ของใคร
"ลิน... เก็บของเสร็จหรือยัง? เครื่องจะออกในอีกสองชั่วโมงนะ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับร่างสูงในชุดลำลองกางเกงขาสั้นเสื้อเชิ้ตลายฮาวายที่ดูผ่อนคลายทว่าแววตากลับคมกริบ
นลินเงยหน้าขึ้นจากกระเป๋าเดินทาง "พี่ภีม... พี่ภีมจะไปจริงๆ เหรอคะ? ลินเกรงใจพี่จังเลย"
"เกรงใจอะไรกันจ๊ะลิน มีนาต่างหากที่ต้องขอบคุณลินที่หาเรื่องให้ได้ไปเที่ยวทะเลกับพี่ภีมแบบนี้" มีนา เดินเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้มสดใส เธอช่วยนลินปิดกระเป๋าเดินทาง "งานนี้มีนาไม่ยอมให้ยัยเลขานั่นมาคาบพี่เตโชไปหรอกนะ ทีมเมียหลวงต้องรวมตัวกันค่ะ!"
ภีมมองน้องสาวด้วยความเอ็นดูผสมความห่วงใย เขาได้รับรายงานเรื่องพฤติกรรมของ 'ลดา' มาจากสายสืบที่ภูเก็ตแล้ว และเขาก็รู้ดีว่าเจ้าสัวประจักษ์ (พ่อของเขาเอง) กำลังเล่นสนุกกับความอดทนของเตโช
"ไอ้เตโช... ถ้ามึงพลาดให้ยัยนั่นจริงๆ กูนี่แหละจะส่งมึงไปนอนเฝ้าปะการังเอง" ภีมคิดในใจพลางหยิบโทรศัพท์ส่วนตัวขึ้นมาสั่งการ "เตรียมเรือยอร์ชส่วนตัวที่ภูเก็ตไว้ให้พร้อม ผมจะพาน้องสาวไป 'เซอร์ไพรส์' แขกคนสำคัญ"
เขารู้ดีว่าระยะทางทำให้คนหวั่นไหว และนลินกำลังต้องการที่พึ่ง การที่เขาและมีนาไปด้วย จะช่วยสร้างเกราะป้องกันให้นลิน และยังเป็นโอกาสให้เขาได้เติมความหวานกับมีนาท่ามกลางวิกฤตความรักของน้องสาวด้วย
บนเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสที่มุ่งหน้าสู่ภูเก็ต บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความอบอุ่น ภีมนั่งกุมมือมีนาไว้ตลอดทาง พลางชี้ชวนดูวิวเมฆขาวโพลนผ่านหน้าต่าง นลินมองภาพนั้นแล้วรู้สึกใจชื้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เธอก้มมอง 'เกียร์สีเงิน' ที่คอ ความสั่นไหวในใจเริ่มจางไป แทนที่ด้วยความมุ่งมั่น
"มีนา... พี่เตเขาจะตกใจไหมคะที่เห็นเรา?" นลินกระซิบถาม
"ตกใจแน่จ้ะ... แต่มีนาว่าเขาคงจะดีใจจนเนื้อเต้นมากกว่า" มีนาหัวเราะ "ผู้ชายเวลางานล้นมือแล้วมีมาเฟียท้องถิ่นรุมเร้าแบบนั้น ถ้าเห็นเมีย... เอ๊ย เห็นแฟนไปหาถึงที่ พลังใจคงพุ่งทะยานยิ่งกว่ากินกระทิงแดงอีกนะ"
นลินหน้าแดงก่ำเมื่อถูกแซว แต่ในใจเธอกลับเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นผสมความประหม่า
ในขณะเดียวกันที่ภูเก็ต เตโชเพิ่งกลับจากการตรวจไซต์งานท่ามกลางพายุฝนที่เริ่มซาลง เสื้อเชิ้ตยีนส์ของเขาเปียกโชกและเปื้อนคราบโคลน เขาเดินเข้ามาในออฟฟิศตู้คอนเทนเนอร์ด้วยท่าทางอ่อนแรง
"คุณเตโชคะ... เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไหมคะ เดี๋ยวจะเป็นปอดบวมเอานะ" ลดาเดินเข้ามาพร้อมผ้าขนหนูสีขาวสะอาด เธอขยับเข้าไปใกล้หวังจะซับเหงื่อให้เขา แต่เตโชกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว
"ไม่ต้องลดา ผมจัดการเองได้" เตโชตอบเสียงเย็น "คุณส่งรายงานสรุปยอดคนงานมาให้ผมแล้วก็กลับที่พักไปเถอะ"
"แต่คุณลุงประจักษ์สั่งให้ลดาดูแลคุณให้ 'ถึงที่สุด' นะคะ... คืนนี้ลดาเตรียมจองโต๊ะอาหารริมหาดไว้ เผื่อคุณอยากจะผ่อนคลาย" ลดาพยายามส่งสายตาเย้ายวน
เตโชจ้องมองเธอด้วยความรำคาญใจ เขารู้สึกติดกับดักของคุณลุงประจักษ์เข้าเต็มเปา แต่อยู่ๆ เสียงเครื่องยนต์เรือยอร์ชลำใหญ่ที่แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าส่วนตัวของโครงการก็ทำให้เขาขมวดคิ้ว
ร่างสูงของภีมก้าวลงจากเรือยอร์ชหรูเป็นคนแรก ตามด้วยมีนาที่สวมชุดแม็กซี่เดรสพลิ้วไหว และสุดท้ายคือ... นลิน ในชุดกระโปรงสีขาวสะอาดตาที่ดูราวกับนางฟ้าที่หลุดออกมาจากหมอกควันแห่งความเครียด
เตโชยืนอึ้งราวกับถูกมนต์สะกด เขาขยี้ตาตัวเองซ้ำๆ เพื่อให้แน่ใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน "ลิน... ภีม... มีนา!"
"ไงไอ้เต... ทำงานจนลืมหน้าเมียเลยนะมึง" ภีมตะโกนทักทายพร้อมเสียงหัวเราะ
นลินไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแต่วิ่งเข้าไปหาเตโชแล้วโผเข้ากอดเขาแน่นโดยไม่สนว่าเสื้อผ้าของเขาจะเปื้อนโคลนแค่ไหน เตโชรวบกอดร่างเล็กไว้จนจมอก ความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมาตลอดสัปดาห์มลายหายไปในพริบตาเพียงแค่ได้สัมผัสกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเธอ
"มาได้ยังไงครับลิน... พี่คิดถึงลินจนจะบ้าตายอยู่แล้ว" เตโชกระซิบชิดใบหูน้ำตาคลอเบ้า
ลดาที่ยืนมองอยู่จากระเบียงออฟฟิศถึงกับหน้าถอดสี มือที่ถือผ้าขนหนูสั่นระริกด้วยความริษยาเมื่อเห็น 'ตัวจริง' ปรากฏตัวพร้อมกับกองหนุนที่น่าเกรงขามอย่างภีม
คืนนั้น ภีมจัดงานเลี้ยงมื้อค่ำเล็กๆ บนดาดฟ้าเรือยอร์ชเพื่อเป็นการฉลองที่เตโชก้าวผ่านสัปดาห์แรกของโครงการมาได้ บรรยากาศโรแมนติกสุดขีดด้วยแสงเทียนและเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ สลับกับเสียงคลื่น
ภีมพามีนาไปนั่งสวีทกันอยู่อีกมุมของเรือ ปล่อยให้เตโชและนลินได้มีเวลาส่วนตัวใต้แสงดาว
"ลินครับ... พี่ขอโทษนะที่รูปถ่ายนั่นทำให้ลินไม่สบายใจ พี่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ" เตโชกุมมือนลินไว้แน่นพลางอธิบายเรื่องลดา
"ลินรู้แล้วค่ะพี่เต... พี่ภีมสืบให้ลินหมดแล้ว" นลินยิ้มหวานพลางยกมือขึ้นลูบแก้มเขา "ลินถึงต้องมาทวงของของลินคืนไงคะ... เกียร์ของลินที่คอพี่เต ยังอยู่ดีไหม?"
เตโชดึงเกียร์สีทองออกมาให้ดู "อยู่ดีครับ... และมันจะอยู่ตรงนี้ตลอดไป"
เขาโน้มใบหน้าลงไปมอบจูบที่แสนละมุนและลึกซึ้งให้นลินท่ามกลางลมทะเลที่พัดพาความรักไปทั่วอันดามัน คืนนี้ที่ภูเก็ตไม่ได้มีเพียงความเครียดจากงาน แต่มันคือการเติมเต็มหัวใจที่ว่างเปล่าให้กลับมาพองโตอีกครั้ง โดยมีพี่ชายและพี่สะใภ้ในอนาคตเป็นพยานรักที่แสนอบอุ่น
ขณะที่นลินซบหน้าอยู่บนอกเตโช เธอเหลือบไปเห็นลดาที่ยืนจ้องมองมาจากฝั่งด้วยสายตาอาฆาต นลินขยับยิ้มบางๆ แล้วกระชับอ้อมกอดเตโชให้แน่นขึ้น
"คิดจะงาบผู้ชายของนลิน วรโชติโภคิน... มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกค่ะคุณเลขา"
แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองสว่างไสวเหนือผืนน้ำอันดามันที่ดูสงบเงียบจนน่าประหลาด เสียงนกนางนวลร้องระงมคลอไปกับเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหากราบเรือยอร์ชลำหรูอย่างแผ่วเบา ภายในห้องสวีทส่วนตัวที่เพิ่งผ่านพายุรักอันเร่าร้อนมาตลอดทั้งคืน บรรยากาศยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเทียนหอมที่มอดดับไปแล้ว และกลิ่นอายความเสน่หาที่ยังไม่จางหายนลิน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งที่ช่วงเอวทำให้เธอรู้ว่ายังคงอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของ เตโช เธอขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็ต้องครางออกมาเบาๆ เมื่อความเจ็บแปลบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ร่องรอยสีกุหลาบจางๆ ที่ประดับอยู่ตามลาดไหล่และเนินอกที่โผล่พ้นขอบผ้าห่ม เป็นหลักฐานชั้นดีถึง "บทลงโทษ" ที่พยัคฆ์หนุ่มมอบให้เธออย่างดุดันเมื่อคืนนี้[POV: นลิน – ความหวานที่ปนความเข็ดหลาบ]นลินลอบมองใบหน้าคมคายของเตโชยามหลับใหล ยามนี้เขาดูไม่มีพิษสงเหมือนเฮดว้ากจอมโหดหรือพยัคฆ์ขี้หึงคนเมื่อคืนเลย ขนตาหนาเป็นแพและลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอทำให้เขามีเสน่ห์จนเธอเผลอเอื้อมมือไปลูบแก้มสากระคายของเขาเบาๆ"พี่เตนะพี่เต... หวงโหดขนาดนี้ ลินจะกล้าใส่ชุดทูพีชอีกได้ยังไง" นลินคิดพลางอมยิ้มแก้
เสียงประตูห้องสวีทบนเรือยอร์ชถูกปิดลงพร้อมเสียงล็อกที่ดังคลิกทว่าหนักแน่นราวกับเสียงปิดกรงขัง เตโช ยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากต้นแขนเรียวบางของ นลิน เขาจูง (หรือแทบจะลาก) เธอเข้ามากลางห้องด้วยใบหน้าที่ถมึงทึง รังสีความโกรธและความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องที่เปิดแอร์ฉ่ำกลับดูร้อนระอุขึ้นมาในพริบตา"พี่เต... ลินเจ็บนะคะ ปล่อยก่อน" นลินอุทานเบาๆ พยายามแกะมือหนาที่กำรอบแขนเธอออก แต่ทว่ายิ่งเธอดิ้น เขากลับยิ่งกระชับแรงบีบมากขึ้น[POV: เตโช – เมื่อพยัคฆ์หนุ่มตบะแตกเพราะความหวง]เตโชหยุดกะทันหันแล้วหันมาจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนราวกับมีไฟสุมอยู่ข้างใน ภาพร่างบางในชุดทูพีชสีขาวที่อวดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนกลางหาดทราย ท่ามกลางสายตาโลมเลียของพวกผู้ชายแถวนั้นยังคงติดตาเขาจนสติแทบขาดผึ่ง"เจ็บเหรอ? แล้วลินรู้ไหมว่าพี่ 'เจ็บ' กว่าที่ต้องยืนดูเมียตัวเองโชว์เนื้อหนังให้ไอ้พวกหน้าหม้อพวกนั้นดู!" เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดไรฟัน "ลินคิดอะไรอยู่? อยากลองใจพี่ หรืออยากจะประกาศให้โลกรู้ว่านลิน วรโชติโภคิน มีของดีแค่ไหน!"นลินเม้มปากแน่น แววตาซุกซนในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความประหม่าเมื่อเห็นว่าพยัค
แสงแดดจ้าของเช้าวันใหม่สาดส่องลงบนพื้นผิวน้ำทะเลอันดามันจนดูเหมือนเศษกระจกที่แตกกระจายระยิบระยับ แม้บรรยากาศจะดูผ่อนคลายในสายตานักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ที่ไซต์งาน "Phuket Smart City" กลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด เตโช ยืนกอดอกมองกลุ่มคนงานที่ยังคงยืนกรานประท้วงเรื่องระบบความปลอดภัยและค่าแรงที่ยังไม่โปร่งใสจากกลุ่มอิทธิพลเก่า"ถ้าวันนี้ปั้นจั่นไม่เดินเครื่อง เราจะเสียเวลาไปอีกอาทิตย์หนึ่งเต็มๆ" เตโชสบถเบาๆ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ"เอาน่าไอ้เต... มึงลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้มึงมี 'ตัวช่วย' ระดับพระกาฬ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวลงจากรถโฟร์วีล ภีมอยู่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะแขนสั้นสีน้ำเงินเข้มที่ดูทะมัดทะแมง ผิดกับมาดนักธุรกิจจอมวางแผนที่กรุงเทพฯ[POV: ภีม – เมื่อพยัคฆ์พี่ชายลงสนาม]ภีมกวาดสายตามองไปรอบไซต์งานด้วยสัญชาตญาณของวิศวกรและนักบริหารที่เจนโลก เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาเดินเล่น แต่เขามาเพื่อ "จบเกม" ที่เจ้าสัวประจักษ์ทิ้งปมไว้ให้รุ่นน้องอย่างเตโช"เต... มึงไปจัดการเรื่องเอกสารตรวจสอบบัญชีที่มึงเจอมา ส่วนเรื่อง 'คน' และ 'หน้างาน' ตรงนี้... กูจัด
แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วผืนน้ำอันดามันที่ทอประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดเพชร เรือยอร์ชหรูลำมหึมาทอดสมออยู่นิ่งท่ามกลางสายลมเฉื่อยฉิว บนดาดฟ้าเรือที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชื่นมื่นของ ภีม และ มีนา บัดนี้เหลือเพียงความเงียบสงัดที่แฝงไปด้วยความเร้าอารมณ์ เมื่อ เตโช และ นลิน นั่งเคียงข้างกันอยู่บนโซฟาบุนวมตัวยาวเตโชกุมมือนลินไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างบอบบางตรงหน้าจะสลายกลายเป็นฟองคลื่น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ไม่ได้เห็นมานานหลายสัปดาห์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา[POV: เตโช – พยัคฆ์หนุ่มผู้พ่ายแพ้ต่อความรัก]"ลินครับ... พี่ขอโทษจริงๆ นะเรื่องรูปถ่ายนั่น พี่ไม่คิดเลยว่าลดาจะกล้าทำขนาดนี้" เตโชเอ่ยเสียงพร่าพลางยกมือนลินขึ้นมาจูบที่หลังมือเบาๆ "พี่สาบานได้ว่าพี่ไม่เคยแตะต้องตัวผู้หญิงคนนั้นเลยแม้แต่ปลายนิ้ว... ใจพี่มีไว้ให้ลินคนเดียว"นลินมองสบตาคมกริบที่บัดนี้ดูอ่อนโยนจนเธอใจละลาย เธอเห็นรอยคล้ำใต้ตาและผิวที่เข้มขึ้นจากการตรากตรำทำงานหนักที่ภูเก็ตแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ "ลินรู้แล้วค่ะพี่เต... ถ้าลินไม่เชื่อใจพี่เต ลินคงไม่บินลงมาหาพี่ถึงที่นี่หรอก"เธอขยับตัวเข้าไปซบที่อกแกร่ง สูดดมกลิ่นก
หยาดฝนโปรยปรายเหนือน่านฟ้ากรุงเทพฯ ดูเหมือนจะตอกย้ำความหม่นหมองในหัวใจของ นลิน หลังจากที่เธอได้รับรูปถ่ายปริศนาจากภูเก็ต รูปที่ทำลายความเชื่อใจของเธอจนเกือบพังทลาย แต่ทว่า... หงส์ขาวอย่างเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้ต่อแผนการตื้นๆ ของใคร"ลิน... เก็บของเสร็จหรือยัง? เครื่องจะออกในอีกสองชั่วโมงนะ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับร่างสูงในชุดลำลองกางเกงขาสั้นเสื้อเชิ้ตลายฮาวายที่ดูผ่อนคลายทว่าแววตากลับคมกริบนลินเงยหน้าขึ้นจากกระเป๋าเดินทาง "พี่ภีม... พี่ภีมจะไปจริงๆ เหรอคะ? ลินเกรงใจพี่จังเลย""เกรงใจอะไรกันจ๊ะลิน มีนาต่างหากที่ต้องขอบคุณลินที่หาเรื่องให้ได้ไปเที่ยวทะเลกับพี่ภีมแบบนี้" มีนา เดินเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้มสดใส เธอช่วยนลินปิดกระเป๋าเดินทาง "งานนี้มีนาไม่ยอมให้ยัยเลขานั่นมาคาบพี่เตโชไปหรอกนะ ทีมเมียหลวงต้องรวมตัวกันค่ะ!"[POV: ภีม – พี่ชายจอมวางแผนและองครักษ์จำเป็น]ภีมมองน้องสาวด้วยความเอ็นดูผสมความห่วงใย เขาได้รับรายงานเรื่องพฤติกรรมของ 'ลดา' มาจากสายสืบที่ภูเก็ตแล้ว และเขาก็รู้ดีว่าเจ้าสัวประจักษ์ (พ่อของเขาเอง) กำลังเล่นสนุกกับความอดทนของเตโช"ไอ้เตโช.
แสงแดดแผดเผายามเที่ยงวันของจังหวัดภูเก็ตดูจะร้อนแรงกว่าที่กรุงเทพฯ หลายเท่าตัว ไอร้อนระอุพุ่งขึ้นจากพื้นถนนลูกรังภายในไซต์งาน "Phuket Smart City" จนมองเห็นภาพสั่นไหวระยิบระยับ เตโช ยืนอยู่บนเนินดินสูง มือหนึ่งถือแบบแปลนแผ่นใหญ่ที่กางออกสู้กับลมทะเลที่พัดกรรโชก ใบหน้าคมคายที่เคยเนียนละเอียดบัดนี้เริ่มมีรอยคล้ำแดดและหยดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมลงมาถึงคางเขาขมวดคิ้วแน่นเมื่อจ้องมองไปยังหลุมฐานรากอาคาร A ที่ถูกทิ้งร้างไว้ตั้งแต่วันที่เขามาถึง เครื่องจักรราคาแพงหลายเครื่องจอดสงบนิ่งราวกับเศษเหล็กไร้ค่า ท่ามกลางเสียงบ่นพึมพำของคนงานที่ยังคงจับกลุ่มประท้วงอยู่ลึกๆ แม้เขาจะสำรองจ่ายค่าแรงไปแล้วบางส่วนก็ตาม[พยัคฆ์หนุ่มกลางสมรภูมิวิศวะ]เตโชพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหืด เขาไม่ได้นอนมาเกือบสองคืนเต็มเพื่อไล่ตรวจเช็ครายการพัสดุที่ถูกเบิกออกไปแต่ไม่เคยมาถึงไซต์งานจริง เขาพบรอยรั่วขนาดใหญ่ในระบบจัดซื้อที่เจ้าสัวประจักษ์ "จงใจ" ทิ้งไว้ให้เขาแก้ปัญหา"คุณลุงไม่ได้แค่ทดสอบความรู้... แต่ท่านกำลังทดสอบว่าผมจะทนแรงกดดันจากคนเลวรอบข้างได้แค่ไหน" เตโชกระชับ 'เกียร์สีทอง' ของนลินที่คล้องอยู่ที่คอผ่านเนื้อผ้







