Home / โรแมนติก / เกมรักวิศวะร้าย / บทที่ 32: ศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำ และหัวใจที่เริ่มสั่นคลอน

Share

บทที่ 32: ศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำ และหัวใจที่เริ่มสั่นคลอน

last update publish date: 2026-03-20 11:35:00

แสงแดดยามบ่ายที่คณะวิศวกรรมศาสตร์แผดเผาจนไอร้อนระอุขึ้นมาจากพื้นคอนกรีต นลินเดินออกมาจากอาคารเรียนพร้อมกับมีนา โดยมี เตโช ในชุดยูนิฟอร์มคนขับรถสีดำสนิทเดินตามหลังเยื้องไปเล็กน้อย มือหนาทั้งสองข้างโอบอุ้มกองหนังสือวิศวะเล่มหนาและกระเป๋าเป้ใบใหญ่ของนลินไว้อย่างมั่นคง หยดเหงื่อไหลซึมตามไรผมและซึมชื้นผ่านเสื้อเชิ้ตสีดำจนเห็นแผ่นหลังกว้างที่สั่นเทาน้อยๆ จากความเหนื่อยล้า

"ลิน... พี่เตเขาดูแย่มากเลยนะ ยืนรอหน้าห้องตั้งสามชั่วโมง แดดก็ร้อนขนาดนี้" มีนากระซิบด้วยความสงสาร

นลินปรายสายตามองแผ่นหลังของคนขับรถส่วนตัวด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วน "เขาเลือกเองนี่มีนา... ในเมื่ออยากชดใช้ ก็ต้องทนให้ได้"


[POV: พิมมาดา – วางแผนร้ายในคราบหงส์]

ทว่า ความเงียบสงบในใจของนลินกลับถูกทำลายลงเมื่อรถสปอร์ตหรูสีแดงเพลิงแล่นเข้ามาจอดขวางหน้ากลุ่มของพวกเธอ พิมมาดา ก้าวลงมาจากรถด้วยท่วงท่าที่จองหอง ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่แต่งแต้มมาอย่างประณีตดูถูกเหยียดหยามทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับร่างของเตโชในชุดคนขับรถ

"ตายจริง! นี่มันอะไรกันคะเนี่ย?" พิมมาดาอุทานเสียงแหลมพลางหัวเราะในลำคอ "เตโช... นี่คุณตกต่ำถึงขั้นมาเป็น 'ขี้ข้า' แบกกระเป๋าให้ผู้หญิงคนนี้แล้วเหรอคะ?"

เตโชยืนนิ่งสนิท แววตาจดจ้องที่พื้นหญ้าตามกฎของพนักงานขับรถที่ดี เขาบดกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน แต่ไม่เอ่ยปากตอบโต้แม้แต่คำเดียว

"พิมบอกคุณแล้วไงคะ... ว่าถ้าคุณยอมนอนกับพิมแค่คืนเดียว ครอบครัวคุณก็ไม่ต้องมาลำบากแบบนี้" พิมมาดาเดินเข้าไปใกล้เตโช พลางใช้ปลายนิ้วเคลือบยาทาเล็บสีแดงสดจิ้มลงที่อกแกร่ง "ดูสิ... เหงื่อโซมกายเชียว กลิ่นตัวแรงจนพิมจะอ้วกแล้วค่ะ สภาพเหมือน 'สุนัขข้างถนน' ไม่มีผิด"


[POV: นลิน – พายุที่ก่อตัวใต้ความนิ่งเฉย]

นลินจ้องมองพิมมาดาด้วยสายตาที่เย็นเยียบ ความเจ็บปวดที่เห็นเตโชถูกดูถูกอย่างรุนแรงต่อหน้าธารกำนัลเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธจัดที่ยากจะควบคุม

"พี่เตอาจจะเคยเลวกับลิน... แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาด่าเขาเหมือนไม่ใช่คนแบบนี้"

"คุณพิมมาดาคะ..." นลินเอ่ยเสียงนิ่งทว่ากังวาน "ถ้าคุณจะมาเพื่อแสดงกิริยาที่ไร้การศึกษาแบบนี้ ลินว่าคุณกลับไปในที่ของคุณเถอะค่ะ"

"กิริยาไร้การศึกษาเหรอคะ?" พิมมาดาหันมาถลึงตาใส่นลิน "ฉันพูดความจริงค่ะ! ผู้ชายคนนี้คือลูกหนี้ที่สิ้นเนื้อประดาตัว เขาควรจะไปกราบเท้าขอความช่วยเหลือจากฉัน ไม่ใช่มาเดินตามก้นเธอเหมือนสุนัขรับใช้แบบนี้!"

พิมมาดาหยิบแบงก์พันออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนใส่หน้าเตโช "เอาไปซิ! ค่าเหนื่อยที่มาแบกกระเป๋า... แล้วจำใส่หัวไว้ว่าคนอย่างคุณ มันไม่มีค่าพอที่จะยืนเคียงข้างใครได้อีก นอกจากเป็นขี้ข้าให้คนตระกูลวรโชติโภคิน!"


[ฉากการโต้กลับของคุณหนูวรโชติโภคิน]

กระดาษแบงก์พันปลิวว่อนลงบนพื้นดิน เตโชยังคงนิ่งเฉย แต่ทันใดนั้นเอง... นลินกลับเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าเตโช เธอโน้มตัวลงเก็บแบงก์นั้นขึ้นมา แล้วขยำมันทิ้งลงถังขยะข้างทางอย่างไม่ใยดี

"คนของลิน... ลินจ่ายค่าจ้างให้สมเกียรติเองค่ะ ไม่จำเป็นต้องพึ่งเศษเงินจาก 'ผู้หญิงที่จ้องจะซื้อผู้ชายกิน' อย่างคุณ"

นลินหันไปมองพิมมาดาด้วยสายตาที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด "และอีกอย่าง... เตโชเขาไม่ได้เป็นสุนัขข้างถนนหรอกค่ะ แต่เขาเป็น 'คนขับรถส่วนตัว' ของฉัน ซึ่งมีค่ามากกว่าคู่ควงชั่วคราวของคุณหลายเท่า"

พิมมาดาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด "นลิน! นี่เธอกล้าดียังไง!"

"เตรียมรถค่ะพี่เตโช!" นลินสั่งเสียงเฉียบโดยไม่สนใจพิมมาดาอีก "ลินร้อน... ไม่อยากยืนดมกลิ่นน้ำหอมเกรดต่ำแถวนี้นานๆ"


[POV: เตโช – หัวใจที่ถูกชุบชีวิตด้วยความเมตตา]

เตโชเงยหน้าขึ้นมองนลิน แววตาที่เคยหม่นแสงกลับมีความหวังประกายวาบขึ้นมา เขาเห็นนลินที่ยืนปกป้องเขาต่อหน้าศัตรู เห็นความดุดันที่แฝงไปด้วยความห่วงใยในดวงตาคู่นั้น

"ลิน... เธอยังแคร์พี่อยู่ใช่ไหม?"

เขารีบเดินไปเปิดประตูรถให้นลินอย่างรวดเร็ว ครั้งนี้เขาไม่ได้ทำตามหน้าที่เพียงอย่างเดียว แต่เขาทำด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความกตัญญู

เมื่อรถแล่นออกไป ทิ้งให้พิมมาดายืนกรีดร้องอยู่เบื้องหลัง นลินนั่งนิ่งอยู่เบาะหลัง สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เธอเห็นเตโชผ่านกระจกมองหลัง... เขาแอบปาดน้ำตาที่คลอเบ้าออกอย่างเงียบๆ

"ขอบคุณครับ... คุณหนู" เตโชเอ่ยเสียงเบาผ่านกระจกกั้น

นลินทำเมินเป็นไม่ได้ยิน แต่หัวใจของเธอกลับเต้นรัวแรงจนแทบจะหลุดออกมา ความเกลียดที่พยายามสร้างมาตลอดหลายวันเริ่มพังทลายลงทีละนิด เมื่อเห็นความซื่อสัตย์ที่เขามีให้เธอท่ามกลางพายุแห่งคำดูถูก


ฝุ่นควันจากท่อไอเสียรถของตระกูลวรโชติโภคินจางลงทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนอึดอัดหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ พิมมาดายังคงยืนนิ่งสนิทอยู่ที่เดิม ลมหายใจของเธอหอบถี่ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธที่พุ่งทะลุขีดจำกัด มือบางที่ถือกระเป๋าแบรนด์เนมสั่นระริก เธอจ้องมองแบงก์พันที่ถูกนลินขยำทิ้งลงถังขยะอย่างหยามเกียรติราวกับมันเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า

"แก... นลิน! แกกล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้!"

ในขณะที่พิมมาดากำลังจะกรีดร้องออกมาเพื่อระบายอารมณ์ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง เป็นเสียงที่แฝงไปด้วยความสมเพชและชื่นชมในเวลาเดียวกัน

"สวัสดีครับ คุณพิม"

พิมมาดาหันขวับไปมองทันที แววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกล เอก ในชุดนักศึกษาที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ดดูมีความแบดบอยและอันตราย เขากำลังหมุนกุญแจรถสปอร์ตในมือพลางจ้องมองเธอด้วยสายตาจาบจ้วงแบบที่ผู้ชายทั่วไปไม่กล้าทำกับเธอ


[POV: พิมมาดา – ความสนใจในเงามืด]

พิมมาดาชะงักไปครู่หนึ่ง เธอไม่เคยเห็นผู้ชายคนนี้มาก่อนในแวดวงสังคมชั้นสูงที่เธออยู่ แต่รังสีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันบอกเธอว่า... ผู้ชายคนนี้ 'ไม่ใช่คนดี' และนั่นคือสิ่งที่เธอต้องการในนาทีนี้

"คุณเป็นใคร?" พิมมาดาถามเสียงเรียบแต่หยิ่งยโสตามสัญชาตญาณ

เอกขยับยิ้มมุมปาก เขาเดินเข้ามาใกล้พิมมาดาช้าๆ จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ผสมกับกลิ่นอายของความโกรธ "ผมชื่อเอกครับ... เป็นรุ่นพี่ที่นี่ และเป็นคนที่ 'เกลียด' ไอ้คนขับรถคนนั้นกับยัยคุณหนูนั่นไม่แพ้คุณหรอก"

พิมมาดาเลิกคิ้วขึ้น ความโกรธเริ่มถูกแทนที่ด้วยความสนใจ "อ้อ... ศัตรูของศัตรูงั้นเหรอ?"


[POV: เอก – เมื่อจิ้งจอกเจออสรพิษ]

เอกจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่วางตา พิมมาดาสวยกว่าที่เขาคิดไว้มาก และที่สำคัญเธอมีความ 'ร้าย' ที่ดูแพงและถึงใจ เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้น และเขาก็รู้สึกถูกชะตากับความจองหองของเธออย่างบอกไม่ถูก

"คุณสวยนะครับ... สวยเกินกว่าจะมาเสียน้ำตาหรือเสียอารมณ์เพราะคนขับรถกระจอกๆ แบบนั้น" เอกเอ่ยพลางเอื้อมมือไปหยิบเศษใบไม้ที่ติดอยู่บนผมของพิมมาดาอย่างถือวิสาสะ "ผมว่าเรามี 'เรื่องสนุกๆ' ที่น่าจะทำร่วมกันได้นะ... คุณพิมมาดา"

พิมมาดาไม่ได้ปัดมือเขาออก แต่เธอกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเอก "คุณรู้จักชื่อฉันด้วยเหรอ?"

"คนสวยระดับคุณหนูเจ้าสัวชูชัย... ใครไม่รู้จักก็โง่เต็มทีแล้วครับ" เอกแค่นยิ้ม "ผมรู้ว่าคุณอยากได้เตโชคืน และผม... ก็อยากได้นลินมา 'สั่งสอน' ให้รู้สำนึกเหมือนกัน"


[จุดเริ่มต้นของพันธสัญญาปีศาจ]

พิมมาดานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มอสรพิษจะค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้าสวยเฉี่ยว เธอรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่างระหว่างเธอกับผู้ชายคนนี้ มันไม่ใช่ความรัก... แต่เป็นความ 'กระหายชัยชนะ' ที่เหมือนกัน

"พูดจาถูกใจฉันดีนี่คะคุณเอก" พิมมาดาเปิดประตูกระเป๋าถือแล้วหยิบนามบัตรส่วนตัวออกมา ก่อนจะใช้นิ้วคีบส่งให้เขาด้วยท่าทางยั่วยวน "เย็นนี้ฉันมีนัดทานมื้อค่ำที่เลาจน์ส่วนตัวโรงแรมของฉัน ถ้าคุณ 'น่าสนใจ' พออย่างที่พูด... ลองแวะไปหาฉันสิคะ บางทีเราอาจจะมีเมนูเด็ดๆ ไว้จัดการพวกมันทั้งคู่"

เอกรับนามบัตรมาจูบเบาๆ แววตาเป็นประกายวาววับ "ผมไม่เคยปล่อยให้ผู้หญิงสวยๆ อย่างคุณต้องรอเก้ออยู่แล้วครับ... เจอกันคืนนี้ครับพิม"

รถสปอร์ตสีแดงของพิมมาดาแล่นออกไป ทิ้งให้เอกยืนอยู่กลางลานเกียร์พร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยแผนร้าย เขาไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะได้เจอ "แนวร่วม" ที่เพียบพร้อมขนาดนี้ คืนนี้... เกมรุกครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และมันจะรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 48: คลื่นลมที่แปรปรวน

    แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองสว่างไสวเหนือผืนน้ำอันดามันที่ดูสงบเงียบจนน่าประหลาด เสียงนกนางนวลร้องระงมคลอไปกับเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหากราบเรือยอร์ชลำหรูอย่างแผ่วเบา ภายในห้องสวีทส่วนตัวที่เพิ่งผ่านพายุรักอันเร่าร้อนมาตลอดทั้งคืน บรรยากาศยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเทียนหอมที่มอดดับไปแล้ว และกลิ่นอายความเสน่หาที่ยังไม่จางหายนลิน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งที่ช่วงเอวทำให้เธอรู้ว่ายังคงอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของ เตโช เธอขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็ต้องครางออกมาเบาๆ เมื่อความเจ็บแปลบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ร่องรอยสีกุหลาบจางๆ ที่ประดับอยู่ตามลาดไหล่และเนินอกที่โผล่พ้นขอบผ้าห่ม เป็นหลักฐานชั้นดีถึง "บทลงโทษ" ที่พยัคฆ์หนุ่มมอบให้เธออย่างดุดันเมื่อคืนนี้[POV: นลิน – ความหวานที่ปนความเข็ดหลาบ]นลินลอบมองใบหน้าคมคายของเตโชยามหลับใหล ยามนี้เขาดูไม่มีพิษสงเหมือนเฮดว้ากจอมโหดหรือพยัคฆ์ขี้หึงคนเมื่อคืนเลย ขนตาหนาเป็นแพและลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอทำให้เขามีเสน่ห์จนเธอเผลอเอื้อมมือไปลูบแก้มสากระคายของเขาเบาๆ"พี่เตนะพี่เต... หวงโหดขนาดนี้ ลินจะกล้าใส่ชุดทูพีชอีกได้ยังไง" นลินคิดพลางอมยิ้มแก้

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 47: บทลงโทษของพยัคฆ์ขี้หึง

    เสียงประตูห้องสวีทบนเรือยอร์ชถูกปิดลงพร้อมเสียงล็อกที่ดังคลิกทว่าหนักแน่นราวกับเสียงปิดกรงขัง เตโช ยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากต้นแขนเรียวบางของ นลิน เขาจูง (หรือแทบจะลาก) เธอเข้ามากลางห้องด้วยใบหน้าที่ถมึงทึง รังสีความโกรธและความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องที่เปิดแอร์ฉ่ำกลับดูร้อนระอุขึ้นมาในพริบตา"พี่เต... ลินเจ็บนะคะ ปล่อยก่อน" นลินอุทานเบาๆ พยายามแกะมือหนาที่กำรอบแขนเธอออก แต่ทว่ายิ่งเธอดิ้น เขากลับยิ่งกระชับแรงบีบมากขึ้น[POV: เตโช – เมื่อพยัคฆ์หนุ่มตบะแตกเพราะความหวง]เตโชหยุดกะทันหันแล้วหันมาจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนราวกับมีไฟสุมอยู่ข้างใน ภาพร่างบางในชุดทูพีชสีขาวที่อวดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนกลางหาดทราย ท่ามกลางสายตาโลมเลียของพวกผู้ชายแถวนั้นยังคงติดตาเขาจนสติแทบขาดผึ่ง"เจ็บเหรอ? แล้วลินรู้ไหมว่าพี่ 'เจ็บ' กว่าที่ต้องยืนดูเมียตัวเองโชว์เนื้อหนังให้ไอ้พวกหน้าหม้อพวกนั้นดู!" เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดไรฟัน "ลินคิดอะไรอยู่? อยากลองใจพี่ หรืออยากจะประกาศให้โลกรู้ว่านลิน วรโชติโภคิน มีของดีแค่ไหน!"นลินเม้มปากแน่น แววตาซุกซนในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความประหม่าเมื่อเห็นว่าพยัค

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 46: พายุหึงกลางอันดามัน

    แสงแดดจ้าของเช้าวันใหม่สาดส่องลงบนพื้นผิวน้ำทะเลอันดามันจนดูเหมือนเศษกระจกที่แตกกระจายระยิบระยับ แม้บรรยากาศจะดูผ่อนคลายในสายตานักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ที่ไซต์งาน "Phuket Smart City" กลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด เตโช ยืนกอดอกมองกลุ่มคนงานที่ยังคงยืนกรานประท้วงเรื่องระบบความปลอดภัยและค่าแรงที่ยังไม่โปร่งใสจากกลุ่มอิทธิพลเก่า"ถ้าวันนี้ปั้นจั่นไม่เดินเครื่อง เราจะเสียเวลาไปอีกอาทิตย์หนึ่งเต็มๆ" เตโชสบถเบาๆ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ"เอาน่าไอ้เต... มึงลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้มึงมี 'ตัวช่วย' ระดับพระกาฬ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวลงจากรถโฟร์วีล ภีมอยู่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะแขนสั้นสีน้ำเงินเข้มที่ดูทะมัดทะแมง ผิดกับมาดนักธุรกิจจอมวางแผนที่กรุงเทพฯ[POV: ภีม – เมื่อพยัคฆ์พี่ชายลงสนาม]ภีมกวาดสายตามองไปรอบไซต์งานด้วยสัญชาตญาณของวิศวกรและนักบริหารที่เจนโลก เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาเดินเล่น แต่เขามาเพื่อ "จบเกม" ที่เจ้าสัวประจักษ์ทิ้งปมไว้ให้รุ่นน้องอย่างเตโช"เต... มึงไปจัดการเรื่องเอกสารตรวจสอบบัญชีที่มึงเจอมา ส่วนเรื่อง 'คน' และ 'หน้างาน' ตรงนี้... กูจัด

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 45: บทลงโทษอสรพิษ

    แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วผืนน้ำอันดามันที่ทอประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดเพชร เรือยอร์ชหรูลำมหึมาทอดสมออยู่นิ่งท่ามกลางสายลมเฉื่อยฉิว บนดาดฟ้าเรือที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชื่นมื่นของ ภีม และ มีนา บัดนี้เหลือเพียงความเงียบสงัดที่แฝงไปด้วยความเร้าอารมณ์ เมื่อ เตโช และ นลิน นั่งเคียงข้างกันอยู่บนโซฟาบุนวมตัวยาวเตโชกุมมือนลินไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างบอบบางตรงหน้าจะสลายกลายเป็นฟองคลื่น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ไม่ได้เห็นมานานหลายสัปดาห์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา[POV: เตโช – พยัคฆ์หนุ่มผู้พ่ายแพ้ต่อความรัก]"ลินครับ... พี่ขอโทษจริงๆ นะเรื่องรูปถ่ายนั่น พี่ไม่คิดเลยว่าลดาจะกล้าทำขนาดนี้" เตโชเอ่ยเสียงพร่าพลางยกมือนลินขึ้นมาจูบที่หลังมือเบาๆ "พี่สาบานได้ว่าพี่ไม่เคยแตะต้องตัวผู้หญิงคนนั้นเลยแม้แต่ปลายนิ้ว... ใจพี่มีไว้ให้ลินคนเดียว"นลินมองสบตาคมกริบที่บัดนี้ดูอ่อนโยนจนเธอใจละลาย เธอเห็นรอยคล้ำใต้ตาและผิวที่เข้มขึ้นจากการตรากตรำทำงานหนักที่ภูเก็ตแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ "ลินรู้แล้วค่ะพี่เต... ถ้าลินไม่เชื่อใจพี่เต ลินคงไม่บินลงมาหาพี่ถึงที่นี่หรอก"เธอขยับตัวเข้าไปซบที่อกแกร่ง สูดดมกลิ่นก

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 44: ซ้อนแผนกลางอันดามัน

    หยาดฝนโปรยปรายเหนือน่านฟ้ากรุงเทพฯ ดูเหมือนจะตอกย้ำความหม่นหมองในหัวใจของ นลิน หลังจากที่เธอได้รับรูปถ่ายปริศนาจากภูเก็ต รูปที่ทำลายความเชื่อใจของเธอจนเกือบพังทลาย แต่ทว่า... หงส์ขาวอย่างเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้ต่อแผนการตื้นๆ ของใคร"ลิน... เก็บของเสร็จหรือยัง? เครื่องจะออกในอีกสองชั่วโมงนะ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับร่างสูงในชุดลำลองกางเกงขาสั้นเสื้อเชิ้ตลายฮาวายที่ดูผ่อนคลายทว่าแววตากลับคมกริบนลินเงยหน้าขึ้นจากกระเป๋าเดินทาง "พี่ภีม... พี่ภีมจะไปจริงๆ เหรอคะ? ลินเกรงใจพี่จังเลย""เกรงใจอะไรกันจ๊ะลิน มีนาต่างหากที่ต้องขอบคุณลินที่หาเรื่องให้ได้ไปเที่ยวทะเลกับพี่ภีมแบบนี้" มีนา เดินเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้มสดใส เธอช่วยนลินปิดกระเป๋าเดินทาง "งานนี้มีนาไม่ยอมให้ยัยเลขานั่นมาคาบพี่เตโชไปหรอกนะ ทีมเมียหลวงต้องรวมตัวกันค่ะ!"[POV: ภีม – พี่ชายจอมวางแผนและองครักษ์จำเป็น]ภีมมองน้องสาวด้วยความเอ็นดูผสมความห่วงใย เขาได้รับรายงานเรื่องพฤติกรรมของ 'ลดา' มาจากสายสืบที่ภูเก็ตแล้ว และเขาก็รู้ดีว่าเจ้าสัวประจักษ์ (พ่อของเขาเอง) กำลังเล่นสนุกกับความอดทนของเตโช"ไอ้เตโช.

  • เกมรักวิศวะร้าย   ตอนที่ 43 : ความเหงากับสิ่งเร้าที่เย้ายวน

    แสงแดดแผดเผายามเที่ยงวันของจังหวัดภูเก็ตดูจะร้อนแรงกว่าที่กรุงเทพฯ หลายเท่าตัว ไอร้อนระอุพุ่งขึ้นจากพื้นถนนลูกรังภายในไซต์งาน "Phuket Smart City" จนมองเห็นภาพสั่นไหวระยิบระยับ เตโช ยืนอยู่บนเนินดินสูง มือหนึ่งถือแบบแปลนแผ่นใหญ่ที่กางออกสู้กับลมทะเลที่พัดกรรโชก ใบหน้าคมคายที่เคยเนียนละเอียดบัดนี้เริ่มมีรอยคล้ำแดดและหยดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมลงมาถึงคางเขาขมวดคิ้วแน่นเมื่อจ้องมองไปยังหลุมฐานรากอาคาร A ที่ถูกทิ้งร้างไว้ตั้งแต่วันที่เขามาถึง เครื่องจักรราคาแพงหลายเครื่องจอดสงบนิ่งราวกับเศษเหล็กไร้ค่า ท่ามกลางเสียงบ่นพึมพำของคนงานที่ยังคงจับกลุ่มประท้วงอยู่ลึกๆ แม้เขาจะสำรองจ่ายค่าแรงไปแล้วบางส่วนก็ตาม[พยัคฆ์หนุ่มกลางสมรภูมิวิศวะ]เตโชพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหืด เขาไม่ได้นอนมาเกือบสองคืนเต็มเพื่อไล่ตรวจเช็ครายการพัสดุที่ถูกเบิกออกไปแต่ไม่เคยมาถึงไซต์งานจริง เขาพบรอยรั่วขนาดใหญ่ในระบบจัดซื้อที่เจ้าสัวประจักษ์ "จงใจ" ทิ้งไว้ให้เขาแก้ปัญหา"คุณลุงไม่ได้แค่ทดสอบความรู้... แต่ท่านกำลังทดสอบว่าผมจะทนแรงกดดันจากคนเลวรอบข้างได้แค่ไหน" เตโชกระชับ 'เกียร์สีทอง' ของนลินที่คล้องอยู่ที่คอผ่านเนื้อผ้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status