LOGINแสงแดดยามบ่ายที่คณะวิศวกรรมศาสตร์แผดเผาจนไอร้อนระอุขึ้นมาจากพื้นคอนกรีต นลินเดินออกมาจากอาคารเรียนพร้อมกับมีนา โดยมี เตโช ในชุดยูนิฟอร์มคนขับรถสีดำสนิทเดินตามหลังเยื้องไปเล็กน้อย มือหนาทั้งสองข้างโอบอุ้มกองหนังสือวิศวะเล่มหนาและกระเป๋าเป้ใบใหญ่ของนลินไว้อย่างมั่นคง หยดเหงื่อไหลซึมตามไรผมและซึมชื้นผ่านเสื้อเชิ้ตสีดำจนเห็นแผ่นหลังกว้างที่สั่นเทาน้อยๆ จากความเหนื่อยล้า
"ลิน... พี่เตเขาดูแย่มากเลยนะ ยืนรอหน้าห้องตั้งสามชั่วโมง แดดก็ร้อนขนาดนี้" มีนากระซิบด้วยความสงสาร
นลินปรายสายตามองแผ่นหลังของคนขับรถส่วนตัวด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วน "เขาเลือกเองนี่มีนา... ในเมื่ออยากชดใช้ ก็ต้องทนให้ได้"
ทว่า ความเงียบสงบในใจของนลินกลับถูกทำลายลงเมื่อรถสปอร์ตหรูสีแดงเพลิงแล่นเข้ามาจอดขวางหน้ากลุ่มของพวกเธอ พิมมาดา ก้าวลงมาจากรถด้วยท่วงท่าที่จองหอง ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่แต่งแต้มมาอย่างประณีตดูถูกเหยียดหยามทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับร่างของเตโชในชุดคนขับรถ
"ตายจริง! นี่มันอะไรกันคะเนี่ย?" พิมมาดาอุทานเสียงแหลมพลางหัวเราะในลำคอ "เตโช... นี่คุณตกต่ำถึงขั้นมาเป็น 'ขี้ข้า' แบกกระเป๋าให้ผู้หญิงคนนี้แล้วเหรอคะ?"
เตโชยืนนิ่งสนิท แววตาจดจ้องที่พื้นหญ้าตามกฎของพนักงานขับรถที่ดี เขาบดกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน แต่ไม่เอ่ยปากตอบโต้แม้แต่คำเดียว
"พิมบอกคุณแล้วไงคะ... ว่าถ้าคุณยอมนอนกับพิมแค่คืนเดียว ครอบครัวคุณก็ไม่ต้องมาลำบากแบบนี้" พิมมาดาเดินเข้าไปใกล้เตโช พลางใช้ปลายนิ้วเคลือบยาทาเล็บสีแดงสดจิ้มลงที่อกแกร่ง "ดูสิ... เหงื่อโซมกายเชียว กลิ่นตัวแรงจนพิมจะอ้วกแล้วค่ะ สภาพเหมือน 'สุนัขข้างถนน' ไม่มีผิด"
นลินจ้องมองพิมมาดาด้วยสายตาที่เย็นเยียบ ความเจ็บปวดที่เห็นเตโชถูกดูถูกอย่างรุนแรงต่อหน้าธารกำนัลเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธจัดที่ยากจะควบคุม
"พี่เตอาจจะเคยเลวกับลิน... แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาด่าเขาเหมือนไม่ใช่คนแบบนี้"
"คุณพิมมาดาคะ..." นลินเอ่ยเสียงนิ่งทว่ากังวาน "ถ้าคุณจะมาเพื่อแสดงกิริยาที่ไร้การศึกษาแบบนี้ ลินว่าคุณกลับไปในที่ของคุณเถอะค่ะ"
"กิริยาไร้การศึกษาเหรอคะ?" พิมมาดาหันมาถลึงตาใส่นลิน "ฉันพูดความจริงค่ะ! ผู้ชายคนนี้คือลูกหนี้ที่สิ้นเนื้อประดาตัว เขาควรจะไปกราบเท้าขอความช่วยเหลือจากฉัน ไม่ใช่มาเดินตามก้นเธอเหมือนสุนัขรับใช้แบบนี้!"
พิมมาดาหยิบแบงก์พันออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนใส่หน้าเตโช "เอาไปซิ! ค่าเหนื่อยที่มาแบกกระเป๋า... แล้วจำใส่หัวไว้ว่าคนอย่างคุณ มันไม่มีค่าพอที่จะยืนเคียงข้างใครได้อีก นอกจากเป็นขี้ข้าให้คนตระกูลวรโชติโภคิน!"
กระดาษแบงก์พันปลิวว่อนลงบนพื้นดิน เตโชยังคงนิ่งเฉย แต่ทันใดนั้นเอง... นลินกลับเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าเตโช เธอโน้มตัวลงเก็บแบงก์นั้นขึ้นมา แล้วขยำมันทิ้งลงถังขยะข้างทางอย่างไม่ใยดี
"คนของลิน... ลินจ่ายค่าจ้างให้สมเกียรติเองค่ะ ไม่จำเป็นต้องพึ่งเศษเงินจาก 'ผู้หญิงที่จ้องจะซื้อผู้ชายกิน' อย่างคุณ"
นลินหันไปมองพิมมาดาด้วยสายตาที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด "และอีกอย่าง... เตโชเขาไม่ได้เป็นสุนัขข้างถนนหรอกค่ะ แต่เขาเป็น 'คนขับรถส่วนตัว' ของฉัน ซึ่งมีค่ามากกว่าคู่ควงชั่วคราวของคุณหลายเท่า"
พิมมาดาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด "นลิน! นี่เธอกล้าดียังไง!"
"เตรียมรถค่ะพี่เตโช!" นลินสั่งเสียงเฉียบโดยไม่สนใจพิมมาดาอีก "ลินร้อน... ไม่อยากยืนดมกลิ่นน้ำหอมเกรดต่ำแถวนี้นานๆ"
เตโชเงยหน้าขึ้นมองนลิน แววตาที่เคยหม่นแสงกลับมีความหวังประกายวาบขึ้นมา เขาเห็นนลินที่ยืนปกป้องเขาต่อหน้าศัตรู เห็นความดุดันที่แฝงไปด้วยความห่วงใยในดวงตาคู่นั้น
"ลิน... เธอยังแคร์พี่อยู่ใช่ไหม?"
เขารีบเดินไปเปิดประตูรถให้นลินอย่างรวดเร็ว ครั้งนี้เขาไม่ได้ทำตามหน้าที่เพียงอย่างเดียว แต่เขาทำด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความกตัญญู
เมื่อรถแล่นออกไป ทิ้งให้พิมมาดายืนกรีดร้องอยู่เบื้องหลัง นลินนั่งนิ่งอยู่เบาะหลัง สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เธอเห็นเตโชผ่านกระจกมองหลัง... เขาแอบปาดน้ำตาที่คลอเบ้าออกอย่างเงียบๆ
"ขอบคุณครับ... คุณหนู" เตโชเอ่ยเสียงเบาผ่านกระจกกั้น
นลินทำเมินเป็นไม่ได้ยิน แต่หัวใจของเธอกลับเต้นรัวแรงจนแทบจะหลุดออกมา ความเกลียดที่พยายามสร้างมาตลอดหลายวันเริ่มพังทลายลงทีละนิด เมื่อเห็นความซื่อสัตย์ที่เขามีให้เธอท่ามกลางพายุแห่งคำดูถูก
ฝุ่นควันจากท่อไอเสียรถของตระกูลวรโชติโภคินจางลงทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนอึดอัดหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ พิมมาดายังคงยืนนิ่งสนิทอยู่ที่เดิม ลมหายใจของเธอหอบถี่ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธที่พุ่งทะลุขีดจำกัด มือบางที่ถือกระเป๋าแบรนด์เนมสั่นระริก เธอจ้องมองแบงก์พันที่ถูกนลินขยำทิ้งลงถังขยะอย่างหยามเกียรติราวกับมันเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า
"แก... นลิน! แกกล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้!"
ในขณะที่พิมมาดากำลังจะกรีดร้องออกมาเพื่อระบายอารมณ์ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง เป็นเสียงที่แฝงไปด้วยความสมเพชและชื่นชมในเวลาเดียวกัน
"สวัสดีครับ คุณพิม"
พิมมาดาหันขวับไปมองทันที แววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกล เอก ในชุดนักศึกษาที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ดดูมีความแบดบอยและอันตราย เขากำลังหมุนกุญแจรถสปอร์ตในมือพลางจ้องมองเธอด้วยสายตาจาบจ้วงแบบที่ผู้ชายทั่วไปไม่กล้าทำกับเธอ
พิมมาดาชะงักไปครู่หนึ่ง เธอไม่เคยเห็นผู้ชายคนนี้มาก่อนในแวดวงสังคมชั้นสูงที่เธออยู่ แต่รังสีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันบอกเธอว่า... ผู้ชายคนนี้ 'ไม่ใช่คนดี' และนั่นคือสิ่งที่เธอต้องการในนาทีนี้
"คุณเป็นใคร?" พิมมาดาถามเสียงเรียบแต่หยิ่งยโสตามสัญชาตญาณ
เอกขยับยิ้มมุมปาก เขาเดินเข้ามาใกล้พิมมาดาช้าๆ จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ผสมกับกลิ่นอายของความโกรธ "ผมชื่อเอกครับ... เป็นรุ่นพี่ที่นี่ และเป็นคนที่ 'เกลียด' ไอ้คนขับรถคนนั้นกับยัยคุณหนูนั่นไม่แพ้คุณหรอก"
พิมมาดาเลิกคิ้วขึ้น ความโกรธเริ่มถูกแทนที่ด้วยความสนใจ "อ้อ... ศัตรูของศัตรูงั้นเหรอ?"
เอกจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่วางตา พิมมาดาสวยกว่าที่เขาคิดไว้มาก และที่สำคัญเธอมีความ 'ร้าย' ที่ดูแพงและถึงใจ เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้น และเขาก็รู้สึกถูกชะตากับความจองหองของเธออย่างบอกไม่ถูก
"คุณสวยนะครับ... สวยเกินกว่าจะมาเสียน้ำตาหรือเสียอารมณ์เพราะคนขับรถกระจอกๆ แบบนั้น" เอกเอ่ยพลางเอื้อมมือไปหยิบเศษใบไม้ที่ติดอยู่บนผมของพิมมาดาอย่างถือวิสาสะ "ผมว่าเรามี 'เรื่องสนุกๆ' ที่น่าจะทำร่วมกันได้นะ... คุณพิมมาดา"
พิมมาดาไม่ได้ปัดมือเขาออก แต่เธอกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเอก "คุณรู้จักชื่อฉันด้วยเหรอ?"
"คนสวยระดับคุณหนูเจ้าสัวชูชัย... ใครไม่รู้จักก็โง่เต็มทีแล้วครับ" เอกแค่นยิ้ม "ผมรู้ว่าคุณอยากได้เตโชคืน และผม... ก็อยากได้นลินมา 'สั่งสอน' ให้รู้สำนึกเหมือนกัน"
พิมมาดานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มอสรพิษจะค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้าสวยเฉี่ยว เธอรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่างระหว่างเธอกับผู้ชายคนนี้ มันไม่ใช่ความรัก... แต่เป็นความ 'กระหายชัยชนะ' ที่เหมือนกัน
"พูดจาถูกใจฉันดีนี่คะคุณเอก" พิมมาดาเปิดประตูกระเป๋าถือแล้วหยิบนามบัตรส่วนตัวออกมา ก่อนจะใช้นิ้วคีบส่งให้เขาด้วยท่าทางยั่วยวน "เย็นนี้ฉันมีนัดทานมื้อค่ำที่เลาจน์ส่วนตัวโรงแรมของฉัน ถ้าคุณ 'น่าสนใจ' พออย่างที่พูด... ลองแวะไปหาฉันสิคะ บางทีเราอาจจะมีเมนูเด็ดๆ ไว้จัดการพวกมันทั้งคู่"
เอกรับนามบัตรมาจูบเบาๆ แววตาเป็นประกายวาววับ "ผมไม่เคยปล่อยให้ผู้หญิงสวยๆ อย่างคุณต้องรอเก้ออยู่แล้วครับ... เจอกันคืนนี้ครับพิม"
รถสปอร์ตสีแดงของพิมมาดาแล่นออกไป ทิ้งให้เอกยืนอยู่กลางลานเกียร์พร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยแผนร้าย เขาไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะได้เจอ "แนวร่วม" ที่เพียบพร้อมขนาดนี้ คืนนี้... เกมรุกครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และมันจะรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองสว่างไสวเหนือผืนน้ำอันดามันที่ดูสงบเงียบจนน่าประหลาด เสียงนกนางนวลร้องระงมคลอไปกับเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหากราบเรือยอร์ชลำหรูอย่างแผ่วเบา ภายในห้องสวีทส่วนตัวที่เพิ่งผ่านพายุรักอันเร่าร้อนมาตลอดทั้งคืน บรรยากาศยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเทียนหอมที่มอดดับไปแล้ว และกลิ่นอายความเสน่หาที่ยังไม่จางหายนลิน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งที่ช่วงเอวทำให้เธอรู้ว่ายังคงอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของ เตโช เธอขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็ต้องครางออกมาเบาๆ เมื่อความเจ็บแปลบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ร่องรอยสีกุหลาบจางๆ ที่ประดับอยู่ตามลาดไหล่และเนินอกที่โผล่พ้นขอบผ้าห่ม เป็นหลักฐานชั้นดีถึง "บทลงโทษ" ที่พยัคฆ์หนุ่มมอบให้เธออย่างดุดันเมื่อคืนนี้[POV: นลิน – ความหวานที่ปนความเข็ดหลาบ]นลินลอบมองใบหน้าคมคายของเตโชยามหลับใหล ยามนี้เขาดูไม่มีพิษสงเหมือนเฮดว้ากจอมโหดหรือพยัคฆ์ขี้หึงคนเมื่อคืนเลย ขนตาหนาเป็นแพและลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอทำให้เขามีเสน่ห์จนเธอเผลอเอื้อมมือไปลูบแก้มสากระคายของเขาเบาๆ"พี่เตนะพี่เต... หวงโหดขนาดนี้ ลินจะกล้าใส่ชุดทูพีชอีกได้ยังไง" นลินคิดพลางอมยิ้มแก้
เสียงประตูห้องสวีทบนเรือยอร์ชถูกปิดลงพร้อมเสียงล็อกที่ดังคลิกทว่าหนักแน่นราวกับเสียงปิดกรงขัง เตโช ยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากต้นแขนเรียวบางของ นลิน เขาจูง (หรือแทบจะลาก) เธอเข้ามากลางห้องด้วยใบหน้าที่ถมึงทึง รังสีความโกรธและความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องที่เปิดแอร์ฉ่ำกลับดูร้อนระอุขึ้นมาในพริบตา"พี่เต... ลินเจ็บนะคะ ปล่อยก่อน" นลินอุทานเบาๆ พยายามแกะมือหนาที่กำรอบแขนเธอออก แต่ทว่ายิ่งเธอดิ้น เขากลับยิ่งกระชับแรงบีบมากขึ้น[POV: เตโช – เมื่อพยัคฆ์หนุ่มตบะแตกเพราะความหวง]เตโชหยุดกะทันหันแล้วหันมาจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนราวกับมีไฟสุมอยู่ข้างใน ภาพร่างบางในชุดทูพีชสีขาวที่อวดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนกลางหาดทราย ท่ามกลางสายตาโลมเลียของพวกผู้ชายแถวนั้นยังคงติดตาเขาจนสติแทบขาดผึ่ง"เจ็บเหรอ? แล้วลินรู้ไหมว่าพี่ 'เจ็บ' กว่าที่ต้องยืนดูเมียตัวเองโชว์เนื้อหนังให้ไอ้พวกหน้าหม้อพวกนั้นดู!" เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดไรฟัน "ลินคิดอะไรอยู่? อยากลองใจพี่ หรืออยากจะประกาศให้โลกรู้ว่านลิน วรโชติโภคิน มีของดีแค่ไหน!"นลินเม้มปากแน่น แววตาซุกซนในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความประหม่าเมื่อเห็นว่าพยัค
แสงแดดจ้าของเช้าวันใหม่สาดส่องลงบนพื้นผิวน้ำทะเลอันดามันจนดูเหมือนเศษกระจกที่แตกกระจายระยิบระยับ แม้บรรยากาศจะดูผ่อนคลายในสายตานักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ที่ไซต์งาน "Phuket Smart City" กลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด เตโช ยืนกอดอกมองกลุ่มคนงานที่ยังคงยืนกรานประท้วงเรื่องระบบความปลอดภัยและค่าแรงที่ยังไม่โปร่งใสจากกลุ่มอิทธิพลเก่า"ถ้าวันนี้ปั้นจั่นไม่เดินเครื่อง เราจะเสียเวลาไปอีกอาทิตย์หนึ่งเต็มๆ" เตโชสบถเบาๆ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ"เอาน่าไอ้เต... มึงลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้มึงมี 'ตัวช่วย' ระดับพระกาฬ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวลงจากรถโฟร์วีล ภีมอยู่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะแขนสั้นสีน้ำเงินเข้มที่ดูทะมัดทะแมง ผิดกับมาดนักธุรกิจจอมวางแผนที่กรุงเทพฯ[POV: ภีม – เมื่อพยัคฆ์พี่ชายลงสนาม]ภีมกวาดสายตามองไปรอบไซต์งานด้วยสัญชาตญาณของวิศวกรและนักบริหารที่เจนโลก เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาเดินเล่น แต่เขามาเพื่อ "จบเกม" ที่เจ้าสัวประจักษ์ทิ้งปมไว้ให้รุ่นน้องอย่างเตโช"เต... มึงไปจัดการเรื่องเอกสารตรวจสอบบัญชีที่มึงเจอมา ส่วนเรื่อง 'คน' และ 'หน้างาน' ตรงนี้... กูจัด
แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วผืนน้ำอันดามันที่ทอประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดเพชร เรือยอร์ชหรูลำมหึมาทอดสมออยู่นิ่งท่ามกลางสายลมเฉื่อยฉิว บนดาดฟ้าเรือที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชื่นมื่นของ ภีม และ มีนา บัดนี้เหลือเพียงความเงียบสงัดที่แฝงไปด้วยความเร้าอารมณ์ เมื่อ เตโช และ นลิน นั่งเคียงข้างกันอยู่บนโซฟาบุนวมตัวยาวเตโชกุมมือนลินไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างบอบบางตรงหน้าจะสลายกลายเป็นฟองคลื่น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ไม่ได้เห็นมานานหลายสัปดาห์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา[POV: เตโช – พยัคฆ์หนุ่มผู้พ่ายแพ้ต่อความรัก]"ลินครับ... พี่ขอโทษจริงๆ นะเรื่องรูปถ่ายนั่น พี่ไม่คิดเลยว่าลดาจะกล้าทำขนาดนี้" เตโชเอ่ยเสียงพร่าพลางยกมือนลินขึ้นมาจูบที่หลังมือเบาๆ "พี่สาบานได้ว่าพี่ไม่เคยแตะต้องตัวผู้หญิงคนนั้นเลยแม้แต่ปลายนิ้ว... ใจพี่มีไว้ให้ลินคนเดียว"นลินมองสบตาคมกริบที่บัดนี้ดูอ่อนโยนจนเธอใจละลาย เธอเห็นรอยคล้ำใต้ตาและผิวที่เข้มขึ้นจากการตรากตรำทำงานหนักที่ภูเก็ตแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ "ลินรู้แล้วค่ะพี่เต... ถ้าลินไม่เชื่อใจพี่เต ลินคงไม่บินลงมาหาพี่ถึงที่นี่หรอก"เธอขยับตัวเข้าไปซบที่อกแกร่ง สูดดมกลิ่นก
หยาดฝนโปรยปรายเหนือน่านฟ้ากรุงเทพฯ ดูเหมือนจะตอกย้ำความหม่นหมองในหัวใจของ นลิน หลังจากที่เธอได้รับรูปถ่ายปริศนาจากภูเก็ต รูปที่ทำลายความเชื่อใจของเธอจนเกือบพังทลาย แต่ทว่า... หงส์ขาวอย่างเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้ต่อแผนการตื้นๆ ของใคร"ลิน... เก็บของเสร็จหรือยัง? เครื่องจะออกในอีกสองชั่วโมงนะ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับร่างสูงในชุดลำลองกางเกงขาสั้นเสื้อเชิ้ตลายฮาวายที่ดูผ่อนคลายทว่าแววตากลับคมกริบนลินเงยหน้าขึ้นจากกระเป๋าเดินทาง "พี่ภีม... พี่ภีมจะไปจริงๆ เหรอคะ? ลินเกรงใจพี่จังเลย""เกรงใจอะไรกันจ๊ะลิน มีนาต่างหากที่ต้องขอบคุณลินที่หาเรื่องให้ได้ไปเที่ยวทะเลกับพี่ภีมแบบนี้" มีนา เดินเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้มสดใส เธอช่วยนลินปิดกระเป๋าเดินทาง "งานนี้มีนาไม่ยอมให้ยัยเลขานั่นมาคาบพี่เตโชไปหรอกนะ ทีมเมียหลวงต้องรวมตัวกันค่ะ!"[POV: ภีม – พี่ชายจอมวางแผนและองครักษ์จำเป็น]ภีมมองน้องสาวด้วยความเอ็นดูผสมความห่วงใย เขาได้รับรายงานเรื่องพฤติกรรมของ 'ลดา' มาจากสายสืบที่ภูเก็ตแล้ว และเขาก็รู้ดีว่าเจ้าสัวประจักษ์ (พ่อของเขาเอง) กำลังเล่นสนุกกับความอดทนของเตโช"ไอ้เตโช.
แสงแดดแผดเผายามเที่ยงวันของจังหวัดภูเก็ตดูจะร้อนแรงกว่าที่กรุงเทพฯ หลายเท่าตัว ไอร้อนระอุพุ่งขึ้นจากพื้นถนนลูกรังภายในไซต์งาน "Phuket Smart City" จนมองเห็นภาพสั่นไหวระยิบระยับ เตโช ยืนอยู่บนเนินดินสูง มือหนึ่งถือแบบแปลนแผ่นใหญ่ที่กางออกสู้กับลมทะเลที่พัดกรรโชก ใบหน้าคมคายที่เคยเนียนละเอียดบัดนี้เริ่มมีรอยคล้ำแดดและหยดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมลงมาถึงคางเขาขมวดคิ้วแน่นเมื่อจ้องมองไปยังหลุมฐานรากอาคาร A ที่ถูกทิ้งร้างไว้ตั้งแต่วันที่เขามาถึง เครื่องจักรราคาแพงหลายเครื่องจอดสงบนิ่งราวกับเศษเหล็กไร้ค่า ท่ามกลางเสียงบ่นพึมพำของคนงานที่ยังคงจับกลุ่มประท้วงอยู่ลึกๆ แม้เขาจะสำรองจ่ายค่าแรงไปแล้วบางส่วนก็ตาม[พยัคฆ์หนุ่มกลางสมรภูมิวิศวะ]เตโชพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหืด เขาไม่ได้นอนมาเกือบสองคืนเต็มเพื่อไล่ตรวจเช็ครายการพัสดุที่ถูกเบิกออกไปแต่ไม่เคยมาถึงไซต์งานจริง เขาพบรอยรั่วขนาดใหญ่ในระบบจัดซื้อที่เจ้าสัวประจักษ์ "จงใจ" ทิ้งไว้ให้เขาแก้ปัญหา"คุณลุงไม่ได้แค่ทดสอบความรู้... แต่ท่านกำลังทดสอบว่าผมจะทนแรงกดดันจากคนเลวรอบข้างได้แค่ไหน" เตโชกระชับ 'เกียร์สีทอง' ของนลินที่คล้องอยู่ที่คอผ่านเนื้อผ้







