LOGINแสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วผืนน้ำอันดามันที่ทอประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดเพชร เรือยอร์ชหรูลำมหึมาทอดสมออยู่นิ่งท่ามกลางสายลมเฉื่อยฉิว บนดาดฟ้าเรือที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชื่นมื่นของ ภีม และ มีนา บัดนี้เหลือเพียงความเงียบสงัดที่แฝงไปด้วยความเร้าอารมณ์ เมื่อ เตโช และ นลิน นั่งเคียงข้างกันอยู่บนโซฟาบุนวมตัวยาว
เตโชกุมมือนลินไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างบอบบางตรงหน้าจะสลายกลายเป็นฟองคลื่น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ไม่ได้เห็นมานานหลายสัปดาห์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา
"ลินครับ... พี่ขอโทษจริงๆ นะเรื่องรูปถ่ายนั่น พี่ไม่คิดเลยว่าลดาจะกล้าทำขนาดนี้" เตโชเอ่ยเสียงพร่าพลางยกมือนลินขึ้นมาจูบที่หลังมือเบาๆ "พี่สาบานได้ว่าพี่ไม่เคยแตะต้องตัวผู้หญิงคนนั้นเลยแม้แต่ปลายนิ้ว... ใจพี่มีไว้ให้ลินคนเดียว"
นลินมองสบตาคมกริบที่บัดนี้ดูอ่อนโยนจนเธอใจละลาย เธอเห็นรอยคล้ำใต้ตาและผิวที่เข้มขึ้นจากการตรากตรำทำงานหนักที่ภูเก็ตแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ "ลินรู้แล้วค่ะพี่เต... ถ้าลินไม่เชื่อใจพี่เต ลินคงไม่บินลงมาหาพี่ถึงที่นี่หรอก"
เธอขยับตัวเข้าไปซบที่อกแกร่ง สูดดมกลิ่นกายที่เธอคิดถึง "แต่พี่เตต้องสัญญานะคะ... ว่าหลังจากนี้ ถ้าผู้หญิงคนนั้นเข้าใกล้พี่เกินหนึ่งเมตร พี่ต้องรีบผลักออกทันที ไม่อย่างนั้นลินจะยึดเกียร์คืนจริงๆ ด้วย!"
เตโชหัวเราะเบาๆ ในลำคอ กอดรัดร่างเล็กไว้แน่น "ครับเมีย... พี่สัญญา ต่อให้ต้องเป็นโรคกลัวผู้หญิง พี่ก็ยอมเพื่อลิน"
ในขณะที่คู่รักกำลังปรับความเข้าใจกันอยู่ที่ดาดฟ้าเรือ อีกด้านหนึ่งของเรือยอร์ช ภีม ในฐานะเจ้าของเรือและพี่ชายจอมวางแผน กำลังนั่งจิบวิสกี้ชั้นเลิศอยู่กับ มีนา โดยมี ลดา ยืนหน้าซีดอยู่เบื้องหน้า
ลดาถูกภีม "เชิญ" ขึ้นมาบนเรือด้วยเหตุผลเรื่องรายงานด่วน แต่ความจริงแล้วมันคือการเผชิญหน้ากับความจริง
"คุณลดา... ผมเห็นรูปถ่ายที่คุณส่งให้น้องสาวผมแล้วนะ" ภีมเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแรงกดดันมหาศาลทำเอาลดาแทบเข่าทรุด "ฝีมือการถ่ายภาพเงาสะท้อนนี่เก่งไม่เบา... เสียดายที่มุมกล้องมันหลอกตาได้แค่เด็กอมมือ แต่หลอกคนอย่างผมไม่ได้"
"คุณภีมคะ... ลดาไม่ได้ตั้งใจ ลดาแค่..."
"คุณแค่ทำตามคำสั่ง 'ใครบางคน' เพื่อทดสอบเตโชใช่ไหม?" ภีมวางแก้ววิสกี้ลงเสียงดัง 'ปึก' "แต่เสียใจด้วยนะ... กฎของบ้านวรโชติโภคินคือ ห้ามใครมาทำให้น้องสาวผมร้องไห้"
มีนายิ้มหวานแต่แววตาเย็นเยียบเดินเข้าไปหาลดา "คุณลดาคะ... เป็นเลขาหน้าห้องมันเหนื่อยใช่ไหมคะ? งั้นพรุ่งนี้พี่ภีมจะจัดตำแหน่งใหม่ให้... ไปช่วยคุมงานเทปูนที่เกาะห่างไกลหน่อยเป็นไงคะ แดดที่นั่นดีต่อผิวมากเลยนะ"
ลดาอ้าปากค้าง เธอรู้ดีว่าคำพูดของภีมคือคำขาด แผนการจะ 'งาบ' เตโชพังทลายลงไม่เป็นท่า แถมเธอยังถูกเนรเทศออกไปจากตัวเมืองภูเก็ตทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น
เมื่อจัดการอุปสรรคเสร็จสิ้น ภีมและมีนาก็ขอตัวกลับไปพักผ่อนที่ห้องพักหัวเรือ ทิ้งให้เตโชและนลินอยู่ด้วยกันลำพังท่ามกลางแสงดาว
"ลินครับ... พี่มีของจะให้ลินด้วยนะ" เตโชจูงมือนลินเดินเข้าไปในห้องพักสุดหรูบนเรือ ภายในห้องถูกตกแต่งด้วยกลีบกุหลาบและเทียนหอมตามคำสั่งของภีม (ที่แอบเตรียมไว้ให้รุ่นน้อง)
นลินเบิกตากว้าง "พี่เต... เตรียมหมดนี่เลยเหรอคะ?"
"พี่ไม่ได้เตรียมหรอกครับ... พี่ภีมน่าจะจัดการให้" เตโชเดินเข้าไปโอบกอดนลินจากทางด้านหลัง เกยคางไว้บนไหล่มน "แต่พี่มีอย่างอื่นจะให้ลิน... ที่พี่เตรียมมาเอง"
เขาสอดมือเข้าไปใต้หมอนแล้วหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงขนาดเล็กออกมา เมื่อเปิดออก นลินก็ต้องน้ำตาคลอ... ภายในคือ 'แหวนทองคำขาวที่สลักรูปฟันเฟืองเกียร์ขนาดจิ๋ว' ฝังเพชรน้ำงามไว้ตรงกลาง
"พี่อาจจะยังไม่รวยเท่าพ่อลิน... แต่แหวนวงนี้พี่ใช้เงินจากโบนัสก้อนแรกที่ทำโครงการภูเก็ตซื้อมา" เตโชเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ "ใส่ไว้แทนเกียร์ได้ไหมครับ? พี่อยากให้ลินรู้ว่าลินคือ 'เฟืองตัวสำคัญ' ที่ขับเคลื่อนชีวิตพี่ให้เดินต่อไปได้"
นลินน้ำตาคลอขณะสวมแหวนวงนั้นลงนิ้วนางข้างซ้าย เธอมองเพชรเม็ดเล็กที่สะท้อนแสงจันทร์ทะเลอันดามัน แล้วยกมือขึ้นจูบที่หลังมือเขาเบา ๆ
“พี่เต… ลินจะใส่ตลอดไปเลยนะคะ” เสียงเธอสั่นพร่า “เพราะมันคือคำสัญญาของเรา”
เตโชประคองใบหน้าหวานขึ้นมาจูบ... จูบครั้งนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความโหยหาเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการยืนยันถึงความรักที่มั่นคงดั่งหินผา มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนนุ่มผ่านเนื้อผ้าชุดแม็กซี่เดรส
"ลินครับ... คืนนี้... พี่ขอ 'รางวัล' ที่พี่อดทนมาตลอดสัปดาห์ได้ไหม?" เตโชกระซิบถามเสียงพร่า
นลินไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่เธอเขย่งเท้าขึ้นไปจูบที่ปลายคางของเขาเบาๆ พร้อมกับมือเล็กที่เลื่อนไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตลายฮาวายของเขาออกทีละเม็ด
เตโชยกมือเธอขึ้นมาจูบซ้ำตรงแหวนนั้น ก่อนจะดึงร่างเล็กเข้ามากอดแน่นจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน เขาซุกหน้าลงซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายที่คิดถึงจนแทบคลั่ง กลิ่นหวานอ่อน ๆ ผสมกลิ่นน้ำทะเลจาง ๆ ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมา
“พี่คิดถึงลินทุกวันเลย… ทุกคืนที่นอนคนเดียว พี่เห็นแต่หน้าลิน เห็นแต่รอยยิ้ม เห็นแต่ตอนที่ลินซุกอกพี่แบบนี้” เขากระซิบเสียงแหบพร่า มือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังเนียนผ่านผ้าชุดแม็กซี่เดรสเบา ๆ แต่แรงกดนั้นสื่อถึงความโหยหาที่เก็บกดมานาน
นลินยกหน้าเขย่งปลายเท้าขึ้น จูบที่มุมปากเขาเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนลงไปจูบเต็มปาก จูบครั้งนี้ช้าและลึก ริมฝีปากอิ่มนุ่มของเธอประกบกับริมฝีปากหยักของเขา ลิ้นร้อนสอดประสานกันอย่างอดกลั้นไม่ได้ ทั้งคู่ครางเบา ๆ ในลำคอพร้อมกัน ความคิดถึงที่สะสมมานานหลายสัปดาห์ระเบิดออกมาเป็นความเร่าร้อนที่นุ่มนวล
เตโชอุ้มเธอขึ้นเบา ๆ วางลงบนเตียงกว้างที่โรยกลีบกุหลาบแดงเข้ม แสงเทียนหอมวูบไหวสะท้อนบนผิวขาวเนียนของเธอ เขาคุกเข่าข้างเตียง มองเธอด้วยสายตาที่ทั้งอ่อนโยนและหิวโหย
“ลิน… พี่ขอรักลินให้เต็มที่นะครับ คืนนี้พี่อยากให้ลินรู้สึกได้ทุกสัมผัสว่าพี่รักลินมากแค่ไหน”
นลินพยักหน้า มือเล็กยื่นไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตลายฮาวายของเขาออกช้า ๆ เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่ขึ้นลงถี่เร็ว เธอวางฝ่ามือลงตรงหัวใจเขา รู้สึกถึงจังหวะเต้นรัวแรง
“หัวใจพี่เตเต้นแรงมากเลย… เหมือนลินเลยค่ะ” เธอยิ้มน้ำตาคลอ ก่อนจะดึงเขาเข้ามาจูบอีกครั้ง
เตโชค่อย ๆ เลื่อนมือไปปลดสายเดรสที่ไหล่เธอ ผ้าบางหลุดลง เผยเนินอกที่ยกกระชับและผิวเนียนละเอียด เขาก้มลงจูบตรงไหปลาร้า ก่อนเลื่อนลงไปตามแนวกระดูกสันหลังเบา ๆ ทุกครั้งที่ริมฝีปากแตะผิว เขาจะกระซิบคำว่ารักซ้ำ ๆ
“รักลิน… รักลินที่สุด…”
เขาประกบริมฝีปากลงบนยอดอกสีชมพูอ่อน ใช้ลิ้นวนรอบช้า ๆ ก่อนอมเข้าไปเต็มปาก ดูดเบา ๆ สลับกับใช้ปลายลิ้นตวัดจนนลินแอ่นอกขึ้นรับ เสียงครางหวานแผ่วหลุดจากลำคอเธอ
“พี่เต… อืมม์… คิดถึงจังเลยค่ะ…”
ในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นและแข็งแกร่งของเตโช นลินรู้สึกได้ถึงความมั่นคงที่เธอตามหามาตลอด ชีวิตเฟรชชี่ปี 1 ของเธออาจจะวุ่นวายและมีอุปสรรคมากมาย แต่เมื่อมี 'รุ่นพี่' คนนี้คอยอยู่เคียงข้าง เธอก็ไม่กลัวสิ่งใดอีกแล้ว
เธอกระชับอ้อมกอดรัดรอบคอเขา สัมผัสได้ถึงหยดเหงื่อและลมหายใจที่สอดประสานกัน
"ขอบคุณนะคพี่เต... ที่ไม่ปล่อยมือลิน และขอบคุณที่รักลินขนาดนี้"
แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองสว่างไสวเหนือผืนน้ำอันดามันที่ดูสงบเงียบจนน่าประหลาด เสียงนกนางนวลร้องระงมคลอไปกับเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหากราบเรือยอร์ชลำหรูอย่างแผ่วเบา ภายในห้องสวีทส่วนตัวที่เพิ่งผ่านพายุรักอันเร่าร้อนมาตลอดทั้งคืน บรรยากาศยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเทียนหอมที่มอดดับไปแล้ว และกลิ่นอายความเสน่หาที่ยังไม่จางหายนลิน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งที่ช่วงเอวทำให้เธอรู้ว่ายังคงอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของ เตโช เธอขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็ต้องครางออกมาเบาๆ เมื่อความเจ็บแปลบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ร่องรอยสีกุหลาบจางๆ ที่ประดับอยู่ตามลาดไหล่และเนินอกที่โผล่พ้นขอบผ้าห่ม เป็นหลักฐานชั้นดีถึง "บทลงโทษ" ที่พยัคฆ์หนุ่มมอบให้เธออย่างดุดันเมื่อคืนนี้[POV: นลิน – ความหวานที่ปนความเข็ดหลาบ]นลินลอบมองใบหน้าคมคายของเตโชยามหลับใหล ยามนี้เขาดูไม่มีพิษสงเหมือนเฮดว้ากจอมโหดหรือพยัคฆ์ขี้หึงคนเมื่อคืนเลย ขนตาหนาเป็นแพและลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอทำให้เขามีเสน่ห์จนเธอเผลอเอื้อมมือไปลูบแก้มสากระคายของเขาเบาๆ"พี่เตนะพี่เต... หวงโหดขนาดนี้ ลินจะกล้าใส่ชุดทูพีชอีกได้ยังไง" นลินคิดพลางอมยิ้มแก้
เสียงประตูห้องสวีทบนเรือยอร์ชถูกปิดลงพร้อมเสียงล็อกที่ดังคลิกทว่าหนักแน่นราวกับเสียงปิดกรงขัง เตโช ยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากต้นแขนเรียวบางของ นลิน เขาจูง (หรือแทบจะลาก) เธอเข้ามากลางห้องด้วยใบหน้าที่ถมึงทึง รังสีความโกรธและความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องที่เปิดแอร์ฉ่ำกลับดูร้อนระอุขึ้นมาในพริบตา"พี่เต... ลินเจ็บนะคะ ปล่อยก่อน" นลินอุทานเบาๆ พยายามแกะมือหนาที่กำรอบแขนเธอออก แต่ทว่ายิ่งเธอดิ้น เขากลับยิ่งกระชับแรงบีบมากขึ้น[POV: เตโช – เมื่อพยัคฆ์หนุ่มตบะแตกเพราะความหวง]เตโชหยุดกะทันหันแล้วหันมาจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนราวกับมีไฟสุมอยู่ข้างใน ภาพร่างบางในชุดทูพีชสีขาวที่อวดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนกลางหาดทราย ท่ามกลางสายตาโลมเลียของพวกผู้ชายแถวนั้นยังคงติดตาเขาจนสติแทบขาดผึ่ง"เจ็บเหรอ? แล้วลินรู้ไหมว่าพี่ 'เจ็บ' กว่าที่ต้องยืนดูเมียตัวเองโชว์เนื้อหนังให้ไอ้พวกหน้าหม้อพวกนั้นดู!" เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดไรฟัน "ลินคิดอะไรอยู่? อยากลองใจพี่ หรืออยากจะประกาศให้โลกรู้ว่านลิน วรโชติโภคิน มีของดีแค่ไหน!"นลินเม้มปากแน่น แววตาซุกซนในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความประหม่าเมื่อเห็นว่าพยัค
แสงแดดจ้าของเช้าวันใหม่สาดส่องลงบนพื้นผิวน้ำทะเลอันดามันจนดูเหมือนเศษกระจกที่แตกกระจายระยิบระยับ แม้บรรยากาศจะดูผ่อนคลายในสายตานักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ที่ไซต์งาน "Phuket Smart City" กลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด เตโช ยืนกอดอกมองกลุ่มคนงานที่ยังคงยืนกรานประท้วงเรื่องระบบความปลอดภัยและค่าแรงที่ยังไม่โปร่งใสจากกลุ่มอิทธิพลเก่า"ถ้าวันนี้ปั้นจั่นไม่เดินเครื่อง เราจะเสียเวลาไปอีกอาทิตย์หนึ่งเต็มๆ" เตโชสบถเบาๆ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ"เอาน่าไอ้เต... มึงลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้มึงมี 'ตัวช่วย' ระดับพระกาฬ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวลงจากรถโฟร์วีล ภีมอยู่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะแขนสั้นสีน้ำเงินเข้มที่ดูทะมัดทะแมง ผิดกับมาดนักธุรกิจจอมวางแผนที่กรุงเทพฯ[POV: ภีม – เมื่อพยัคฆ์พี่ชายลงสนาม]ภีมกวาดสายตามองไปรอบไซต์งานด้วยสัญชาตญาณของวิศวกรและนักบริหารที่เจนโลก เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาเดินเล่น แต่เขามาเพื่อ "จบเกม" ที่เจ้าสัวประจักษ์ทิ้งปมไว้ให้รุ่นน้องอย่างเตโช"เต... มึงไปจัดการเรื่องเอกสารตรวจสอบบัญชีที่มึงเจอมา ส่วนเรื่อง 'คน' และ 'หน้างาน' ตรงนี้... กูจัด
แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วผืนน้ำอันดามันที่ทอประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดเพชร เรือยอร์ชหรูลำมหึมาทอดสมออยู่นิ่งท่ามกลางสายลมเฉื่อยฉิว บนดาดฟ้าเรือที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชื่นมื่นของ ภีม และ มีนา บัดนี้เหลือเพียงความเงียบสงัดที่แฝงไปด้วยความเร้าอารมณ์ เมื่อ เตโช และ นลิน นั่งเคียงข้างกันอยู่บนโซฟาบุนวมตัวยาวเตโชกุมมือนลินไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างบอบบางตรงหน้าจะสลายกลายเป็นฟองคลื่น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ไม่ได้เห็นมานานหลายสัปดาห์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา[POV: เตโช – พยัคฆ์หนุ่มผู้พ่ายแพ้ต่อความรัก]"ลินครับ... พี่ขอโทษจริงๆ นะเรื่องรูปถ่ายนั่น พี่ไม่คิดเลยว่าลดาจะกล้าทำขนาดนี้" เตโชเอ่ยเสียงพร่าพลางยกมือนลินขึ้นมาจูบที่หลังมือเบาๆ "พี่สาบานได้ว่าพี่ไม่เคยแตะต้องตัวผู้หญิงคนนั้นเลยแม้แต่ปลายนิ้ว... ใจพี่มีไว้ให้ลินคนเดียว"นลินมองสบตาคมกริบที่บัดนี้ดูอ่อนโยนจนเธอใจละลาย เธอเห็นรอยคล้ำใต้ตาและผิวที่เข้มขึ้นจากการตรากตรำทำงานหนักที่ภูเก็ตแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ "ลินรู้แล้วค่ะพี่เต... ถ้าลินไม่เชื่อใจพี่เต ลินคงไม่บินลงมาหาพี่ถึงที่นี่หรอก"เธอขยับตัวเข้าไปซบที่อกแกร่ง สูดดมกลิ่นก
หยาดฝนโปรยปรายเหนือน่านฟ้ากรุงเทพฯ ดูเหมือนจะตอกย้ำความหม่นหมองในหัวใจของ นลิน หลังจากที่เธอได้รับรูปถ่ายปริศนาจากภูเก็ต รูปที่ทำลายความเชื่อใจของเธอจนเกือบพังทลาย แต่ทว่า... หงส์ขาวอย่างเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้ต่อแผนการตื้นๆ ของใคร"ลิน... เก็บของเสร็จหรือยัง? เครื่องจะออกในอีกสองชั่วโมงนะ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับร่างสูงในชุดลำลองกางเกงขาสั้นเสื้อเชิ้ตลายฮาวายที่ดูผ่อนคลายทว่าแววตากลับคมกริบนลินเงยหน้าขึ้นจากกระเป๋าเดินทาง "พี่ภีม... พี่ภีมจะไปจริงๆ เหรอคะ? ลินเกรงใจพี่จังเลย""เกรงใจอะไรกันจ๊ะลิน มีนาต่างหากที่ต้องขอบคุณลินที่หาเรื่องให้ได้ไปเที่ยวทะเลกับพี่ภีมแบบนี้" มีนา เดินเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้มสดใส เธอช่วยนลินปิดกระเป๋าเดินทาง "งานนี้มีนาไม่ยอมให้ยัยเลขานั่นมาคาบพี่เตโชไปหรอกนะ ทีมเมียหลวงต้องรวมตัวกันค่ะ!"[POV: ภีม – พี่ชายจอมวางแผนและองครักษ์จำเป็น]ภีมมองน้องสาวด้วยความเอ็นดูผสมความห่วงใย เขาได้รับรายงานเรื่องพฤติกรรมของ 'ลดา' มาจากสายสืบที่ภูเก็ตแล้ว และเขาก็รู้ดีว่าเจ้าสัวประจักษ์ (พ่อของเขาเอง) กำลังเล่นสนุกกับความอดทนของเตโช"ไอ้เตโช.
แสงแดดแผดเผายามเที่ยงวันของจังหวัดภูเก็ตดูจะร้อนแรงกว่าที่กรุงเทพฯ หลายเท่าตัว ไอร้อนระอุพุ่งขึ้นจากพื้นถนนลูกรังภายในไซต์งาน "Phuket Smart City" จนมองเห็นภาพสั่นไหวระยิบระยับ เตโช ยืนอยู่บนเนินดินสูง มือหนึ่งถือแบบแปลนแผ่นใหญ่ที่กางออกสู้กับลมทะเลที่พัดกรรโชก ใบหน้าคมคายที่เคยเนียนละเอียดบัดนี้เริ่มมีรอยคล้ำแดดและหยดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมลงมาถึงคางเขาขมวดคิ้วแน่นเมื่อจ้องมองไปยังหลุมฐานรากอาคาร A ที่ถูกทิ้งร้างไว้ตั้งแต่วันที่เขามาถึง เครื่องจักรราคาแพงหลายเครื่องจอดสงบนิ่งราวกับเศษเหล็กไร้ค่า ท่ามกลางเสียงบ่นพึมพำของคนงานที่ยังคงจับกลุ่มประท้วงอยู่ลึกๆ แม้เขาจะสำรองจ่ายค่าแรงไปแล้วบางส่วนก็ตาม[พยัคฆ์หนุ่มกลางสมรภูมิวิศวะ]เตโชพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหืด เขาไม่ได้นอนมาเกือบสองคืนเต็มเพื่อไล่ตรวจเช็ครายการพัสดุที่ถูกเบิกออกไปแต่ไม่เคยมาถึงไซต์งานจริง เขาพบรอยรั่วขนาดใหญ่ในระบบจัดซื้อที่เจ้าสัวประจักษ์ "จงใจ" ทิ้งไว้ให้เขาแก้ปัญหา"คุณลุงไม่ได้แค่ทดสอบความรู้... แต่ท่านกำลังทดสอบว่าผมจะทนแรงกดดันจากคนเลวรอบข้างได้แค่ไหน" เตโชกระชับ 'เกียร์สีทอง' ของนลินที่คล้องอยู่ที่คอผ่านเนื้อผ้







