แชร์

ตอนที่9 ทำไมถามแบบนี้

ผู้เขียน: เพลงมีนา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-03 21:42:40

“หน้าตาพี่ขี้เหร่ขนาดนายไม่คิดว่าพี่จะมีแฟนหรือไง”

“เปล่า”  เขาหัวเราะเสียงดังก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พี่จะแต่งหรือไม่แต่งก็ไม่สำคัญ ถ้าพี่จะอยู่เป็นโสดผมก็จะดูแลพี่เองยังไงพี่ปันปันก็เป็นพี่สาวผมไปชั่วชีวิต”

“พูดแบบนี้พี่ซึ้งเลยนะเนี้ย”

“อ้าว พูดจริงจากใจเลยนะ”

“จ้าๆ พี่เชื่อ เอาล่ะ พี่ปฏิบัติภารกิจสำเร็จแล้ว กลับก่อนนะ”

“ครับพี่ กลับบ้านดีๆล่ะ”

พรนับพันยิ้มลาน้องชายแล้ว ศตพรเดินลงมาส่งพี่สาวที่ชั้นล่างของหอพัก เขาเห็นธารณ์นั่งรออยู่ที่โต๊ะม้าหินก็ยกมือไหว้  

“สวัสดีครับพี่ธารณ์ ไม่รู้ว่าพี่มาด้วยเลยคุยกับพี่ปันปันนานไปหน่อย”

“ไม่นานหรอกครับ” ธารณ์ที่วันนี้อาสาเป็นคนขับรถให้พรนับพัน

“ฝากขอบคุณป้าฉลวยด้วยนะครับ หมูแดดเดียวชนะเลิศ”

ทั้งสามประสานเสียงหัวเราะแล้วลากันอีกครั้ง  ธารณ์เดินมาเปิดประตูรถให้พรนับพันขึ้นไปนั่งแล้วรีบเดินมาฝั่งคนขับเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับบ้าน 

“คุณปันปันอยากไปที่ไหนอีกไหมครับ”  เขาถามด้วยความเคยชินขณะรถเคลื่อนออกมาสู่ถนนใหญ่แล้ว

“อยากไปดูโรงงานค่ะ เราแวะดูโรงงานก่อนกลับบ้านได้ไหมคะ”

“ได้อยู่แล้วครับ” 

น้ำเสียงเหมือนอ่อนแรงของหญิงสาวทำให้ธารณ์เป็นห่วง เธอชอบมาดูโรงงานตั้งแต่ที่ตรงนี้เป็นที่ดินว่างเปล่าจนทุกวันนี้มีโรงงานผลิตยาสมุนไพรที่รอเปิดสายพานการผลิต  ทุกครั้งเขาจะเห็นแววตาตื่นเต้นดีใจของเธอเสมอ แต่ครั้งนี้มันมีความเศร้าฉาบที่ดวงตาคู่นั้น

เมื่อรถมาถึง พรนับพันให้ธารณ์จอดรถด้านนอก เธอมองโรงงานของครอบครัวจากด้านนอก กระจกรถเลื่อนลงเพื่อมองได้ชัดขึ้น หญิงสาวคิดถึงเรื่องที่คุยกับปู่และพ่อเมื่อคืนนี้

‘ปันปันตัดสินใจแล้วค่ะ ปันปันจะลองไปเจรจากับคุณปู่หลิวดูก่อน  ไปเจอผู้ชายคนนั้นสักครั้ง’

‘ก็ดี ความสุขชั่วชีวิตของหลาน หลานตัดสินใจเถอะ’ ปู่ถอนหายใจโล่งอกเพราะอย่างน้อยหลานสาวก็ไม่ได้ทิ้งขอเสนอของฝ่ายชาย

‘ปันไม่ต้องแต่งงานก็ได้นะลูก’ พ่อเริ่มลังเล พอคิดว่าลูกสาวที่รักดั่งแก้วตาดวงใจต้องไปอยู่ไกลตาแถมเป็นการแต่งงานด้วยเงื่อนไข ก็กลัวว่าลูกสาวจะถูกคนอื่นรังแกเอาได้ เขาเลี้ยงลูกทะนุถนอมในอุ้งมือจะให้คนอื่นมาทำร้ายได้อย่างไร  ส่วนเรื่องโรงงาน ถ้ามันถึงที่สุดก็คงต้อง...

‘ถ้าแต่งงานโดยไม่เคยเจอหน้าหรือรู้จักกันเลยคงไม่ดีนัก แต่ถ้าได้เจอตัวเป็นๆ ลองดูท่าทีของฝ่ายนั้น ถ้า...ถ้าเขาไม่เลวร้ายจนเกินไป ปันปันก็จะแต่งงานกับเขาค่ะ’

หญิงสาวถอนหายใจ เธอตัดสินใจแล้ว ทำเอกสารลาออกจากงานจัดการเรื่องงานที่คั่งค้างและส่งตารางนัดหมายคนไข้ให้แพทย์คนอื่นช่วยรับช่วงต่อ  เธอลาออกกะทันหันทำเอาอาจารย์หมอถึงกับตกใจมากเพราะไม่มีวี่แววว่าเธอจะลาออก

‘ถ้าบอกว่าลาออกไปแต่งงานจะหัวเราะไหมคะ’ เธอยิ้มทะเล้นเหมือนพูดเล่นแบบที่เธอชอบทำ

‘จริงรึ’  อาจารย์หมอถามอย่างไม่เชื่อนัก เพราะไม่เคยเห็นว่าที่สามีของพรนับพันเลย แม้รู้ดีว่าเป็นเรื่องส่วนตัวแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้

‘ปันปันจะไปช่วยกิจการของครอบครัวค่ะ’

‘อ้อ เรื่องกิจการของที่บ้านเหรอ ก็ไม่น่าแปลกใจ เธอเองก็เป็นทายาทของตระกูลศุขไสยาศน์  หมอยาพื้นบ้านที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียง’

‘ค่ะ’

เอกสารลาออกของเธอจึงเรียบร้อยด้วยดี เพื่อนร่วมงานประหลาดใจไม่น้อย แต่เธอไม่ได้บอกใครเรื่องแต่งงาน เธอเองก็ไม่มั่นใจกับการแต่งงานครั้งนี้นัก เก็บให้เรื่องมันเงียบที่สุดน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าให้คนอื่นรู้ว่าเธอแต่งงาน  

คนที่เศร้าจนแสดงออกชัดเจนก็คือแม่ของเธอเอง แม่คงอยากปกป้องเธอสุดกำลังแต่จนใจที่ติดปัญหาเรื่องเงิน พรนับพันไม่ดูรูปหรืออ่านประวัติของผู้ชายคนนั้น เธอตั้งใจจะเดินทางไปพบเขาเอง ด้วยความสัมพันธ์อันดีของปู่หลิวกับปู่ทองอิน ครอบครัวทางนั้นคงไม่มีใครกล้ารังแกเธอแน่  ถ้าได้เจอกับผู้ชายคนนั้น...อาจตกลงเงื่อนไขการแต่งงานกันได้  เฮ้อ เธอถอนหายใจนับครั้งไม่ถ้วน เหมือนเตรียมตัวไปเจรจาธุรกิจ ไม่ใช่ไปดูตัวว่าที่สามีเลยสักนิด

“พี่ธารณ์ค่ะ กลับกันเถอะค่ะ”  เจ้าของดวงตาคู่สวยเอ่ยขึ้นแล้วหันไปยิ้มให้เขา “ถ้าปันปันไม่อยู่ที่นี่ ฝากพี่ธารณ์ดูแลทุกคนและโรงงานแทนปันปันด้วยนะคะ”

“คุณปันปันจะไปไหนครับ”  ธารณ์งุนงงกับคำพูดแปลกๆของเธอ แต่ก็สตาร์ทรถตามสั่งทันที

“ไปเจรจาธุรกิจค่ะ” 

หญิงสาวหัวเราะเสียงใส ใช่สิ การแต่งงานที่ไม่ได้เกิดจากความรักและเต็มไปด้วยเงื่อนไขการเงินแบบนี้เรียกว่าเป็น ‘ธุรกิจ’ ก็เหมาะสมแล้ว  เอาล่ะ ได้เวลาจัดกระเป๋าเดินทางไปเจอว่าที่สามีแล้ว

            ไม่ใช่ครั้งแรกที่เดินทางมาต่างประเทศ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การมาท่องเที่ยวหรือมาแลกเปลี่ยนความรู้ในสายงานที่ทำอยู่  เป็นการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ  พรนับพันไม่ได้อ่านข้อมูลหรือแม้แต่ดูรูปว่าที่สามีของเธอเลย รู้เพียงจากที่คุณพ่อเล่าคราวๆ เพราะเธออยากรู้จักเขาด้วยตัวเอง บางทีเธออาจต่อรองกับเขาให้มาเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการของเธอ แม้เรื่องนี้เป็นความหวังอันน้อยนิดแต่เธอก็ยังหวัง 

            หญิงสาวรับกระเป๋าเดินทางแล้วเดินมาที่จุดนัดหมาย เธอกวาดตามองเพียงครู่หนึ่งก็เห็นชายหนุ่มวัยประมาณยี่สิบห้าหรือยี่สิบหกถือป้ายกระดาษมีชื่อเธอเป็นภาษาไทย บนป้ายนั้นแถมยังมีรูปดอกไม้และสายรุ้งอีกด้วย ทำเอาเธอจะยิ้มก็ยิ้มไม่ออกหรือจะหัวเราะก็คงเสียมารยาทเกินไป

            “ซา-หวัด-ดี-คับ”  เสียงทักทายเป็นภาษาไทยแปร่งหูดังขึ้นทันทีที่เห็นพรนับพันเดินตรงไปหาเขา คงเพราะมีรูปเธอในโทรศัพท์มือถืออยู่แล้วจึงทักไม่ผิดคน

            “สวัสดีค่ะ”  พรนับพันยกมือไหว้ทักทายด้วยภาษาไทยก่อนตามด้วยภาษาจีน “คุณเป็นคนที่สกุลหลิวส่งมารับฉันหรือคะ”

            “โอ้! คุณพูดภาษาจีนได้ด้วย” อีกฝ่ายดูท่าทางตื่นเต้นยิ่งกว่า “สวัสดีครับ ผมชื่อหลิวจิงถิงครับ เรียกจิงถิงก็ได้ เป็นเลขาคุณหลิวโม่โฉว”

            “ฉันพูดภาษาจีนได้แต่ไม่คล่องนักแล้วก็คุณต้องพูดช้ากว่านี้หน่อยค่ะ” พรนับพันหัวเราะเบาๆ “คุณแซ่หลิวหรือคะ”

            จิงถิงลูบท้ายทอยแก้เขินก่อนนึกขึ้นได้ก็รีบยื่นมือไปช่วยถือกระเป๋าให้หญิงสาว “ผมเป็นเด็กกำพร้าที่สกุลหลิวรับอุปการะและเมตตาให้ใช้แซ่หลิวครับ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกมวิวาห์ เดิมพันรัก    ตอนที่19 แบบนี้ผ่านไหมคะ

    “เวลาคุณว่าง่ายไม่ดื้อก็น่ารักดีนะ”“ทำไมฉันรู้สึกไม่อยากให้คุณเห็นว่าฉันน่ารักล่ะ” เธอเบ้ปากใส่ “อิ่มแล้วค่ะ เราไปซื้อของกันเถอะ”“คุณนี่ไม่รู้จักเอาอกเอาใจสามีเลยนะ”“แค่กินข้าวเที่ยงจะเอาอะไรอีกคะ ปกติเวลาทำงานฉันกินข้าวไม่เกินสิบนาทีเอง”“ได้ ถ้าอย่างนั้นไปเลือกเสื้อผ้ากัน ชุดของคุณ...มันเชยไปหน่อยนะ”“เขาเรียกชุดสุภาพค่ะ” เธอแลบลิ้นใส่เขา “คุณต้องมีเสื้อผ้าเยอะกว่านี้ ผมเห็นคุณใส่วนๆซ้ำๆ อยู่แค่ไม่กี่ชุด”“อ้อ! นี่คุณสนใจฉันด้วยเหรอคะ นึกว่าทำตัวเป็นอากาศธาตุที่มองไม่เห็น” ใช่สิ เธอพยายามจะเจอเขาตั้งหลายครั้ง แต่เขากลับหลบเลี่ยง นี่ถ้าไม่เพราะคุณปู่ล้มป่วย เขาคงไม่โผล่มาให้เห็นหรอกเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจดี เขาได้แต่ยิ้มขำกับท่าทางของภรรยาหมาดๆ คนนี้...เขาไม่เคยลืมภรรยาที่ตายจากไป วิกเตอเรียเป็นผู้หญิงที่ให้ความรู้สึกสงบสบายใจ แต่พรนับพันคือความสดใสร่าเริง หลิวโม่โฉวรู้สึกไม่ยุติธรรมกับพรนับพันนัก เธอไม่ควรถูกเปรียบเทียบกับผู้หญิงคนไหน แต่เขาก็อดเปรียบเทียบไม่ได้จริงๆ พรนับพันไม่ใช่สาวสายแฟชั่น เธอแต่งกายเรียบง่ายมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อต้องมาเลือกซื้อเสื้อผ้า เธอก็ได้แต่ยืนงงในห

  • เกมวิวาห์ เดิมพันรัก    ตอนที่18 จดทะเบียนสมรส

    “ดีจริงๆ” ปู่หลิวแตะหลังมือของหลานสะใภ้ “ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ปู่จะมอบของขวัญให้นะ” “ขอแค่คุณปู่แข็งแรงดีก็เป็นของขวัญให้หนูแล้วค่ะ” หลิวโม่โฉวปรายตาไปทางภรรยาหมาดๆของเขา ไม่ว่าเธอจะพูดด้วยความจริงใจหรือประจบประแจงแต่ก็ทำให้คุณปู่มีความสุข เขายกแขนขึ้นวาดวงแขนโอบร่างเล็กเข้ามาแนบชิด คนตัวเล็กไม่ทันตั้งตัวพยายามขืนตัวไม่เอนไปทางเขา แต่แรงของผู้ชายย่อมเยอะกว่าเธอจึงตกอยู่ในวงแขนของเขาราวคู่รักแสนหวาน “คุณปู่พักฟื้นให้ร่างกายแข็งแรง แล้วเตรียมตัวผ่าตัดได้เลยนะครับ” “ไอ้หลานคนนี้เอะอะก็ให้ผ่าตัดอยู่นั้นแหละ” ปู่หลิวทำฮึดฮัดเหมือนเด็กน้อย ทำให้พรนับพันเผลอหัวเราะออกมา “คุณหลิวเป็นห่วงคุณปู่ต่างหากล่ะค่ะ ต้าเหนิงก็เป็นห่วงคุณปู่” “ไม่ทันไรพูดเข้าข้างกันแล้ว” ปู่หลิวหัวเราะชอบใจ “ทำไมเรียกคุณหลิวล่ะ เป็นสามีภรรยากันแล้วเรียกโม่โฉวหรืออาโม่ก็ได้” “เธอคงยังไม่ค่อยเข้าใจนะครับ” หลิวโม่โฉวยักคิ้วให้ ใบหน้าที่เรียบนิ่งอยู่เสมอกลายเป็นหนุ่มน้อยขึ้นมาทันทีที่ได้หยอกล้อคนข้างๆ “จริงสิ ปู่ก็ลืมไป โม่โฉวก

  • เกมวิวาห์ เดิมพันรัก    ตอนที่17 ยิ้มมุมปาก

    หลิวโม่โฉวเห็นแววตามุ่งมั่นของอีกฝ่ายแล้วก็ยิ้มมุมปาก ท่าทางเหมือนนักศึกษาเพิ่งจบใหม่ไม่เหมือนหมอเลยสักนิด ถึงจะเป็นแพทย์แผนไทยประยุกต์ก็เถอะ เขายังจำตอนที่เดินเข้าไปนั่งให้เธอตรวจได้ดี มีความอ่อนโยนและจริงใจที่เขาสัมผัสได้ ในวินาทีนั้น เขาก็ได้ตัดสินใจยอมรับเธอเป็นภรรยาตามที่ปู่เสนอแล้ว “คุณหลิวคิดยังไงคะ” เธอถามหลังพรีเซนต์เสร็จ “คุณจะต้องเสียเวลาทำเอกสารนำเสนอพวกนี้ทำไม ก็แค่รับเงื่อนไขแต่งงานกับผมตามที่คุณปู่เสนอ” พูดไปตั้งเยอะ วนมาเรื่องนี้อีกแล้ว เธอเบ้ปากแล้วสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนพูดไปตามที่ใจคิด “คุณคิดว่าการแต่งงานคืออะไรคะ เราไม่ได้รู้จักกัน ไม่ได้รักกัน หรือคุณเชื่อที่คุณปู่บอกว่าดวงฉันส่งเสริมครอบครัวของคุณจริงๆเหรอ” “คุณพูดแบบนี้แสดงว่าไม่เชื่อ” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม แต่แววตาขบขัน “ฉันเป็นแพทย์แผนไทยประยุกต์ แต่ไม่ได้เชื่อเรื่องดวงชะตาอะไรพวกนั้น” เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ “และใช่...ฉันต้องการเงิน ดูแล้วคุณต่างหากที่เป็นฝ่ายส่งเสริมฉัน” เขาปิดแฟ้มเอกสาร “สกุลหลิวคือหนึ่งในสิบส

  • เกมวิวาห์ เดิมพันรัก    ตอนที่16 ข้อตกลง

    พรนับพันมองข้อมือตัวเองแล้วมองหน้าชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ดึงเธอไว้ “ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้ฉันง่วงมากคงคุยกับคุณไม่รู้เรื่อง เอาอย่างนี้ได้ไหม ตอนเช้าคุณอย่าเพิ่งหนีฉันไปไหนนะ ฉันมีเรื่องต้องเจรจากับคุณ” ถ้าเป็นเวลาทำงาน เธอเต็มที่ถึงไหนถึงกัน แต่ถ้าเธอได้หลับและถูกรบกวนก่อนถึงเวลาตื่น เธอจะหงุดหงิดและคุยกับใครไม่รู้เรื่อง แม้ว่าเรื่องที่ต้องคุยนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ท่าทางงัวเงียของเธอทำให้เขานึกอยากหัวเราะ และอยากแกล้งเธอไปพร้อมกัน “คุณมีอะไรจะเจรจากับผม” เขายังไม่ปล่อยข้อมือเรียวเล็ก และเหมือนเธอจะไม่รู้ว่าเขาแตะเนื้อต้องตัวเธออยู่ “แผนงานธุรกิจ” เธอตอบแล้วอ้าปากหาว “แผนงานอะไร?” คิ้วเรียวเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม “ฉันทำแผนงานมาเสนอคุณ เตรียมตัวพรีเซนต์อย่างดี แต่คุณก็หลบหน้าไม่มาเจอฉันเสียที ถ้าคุณมาเป็นผู้ร่วมลงทุนกับบริษัทพ่อของฉัน เราไม่ต้องแต่งงานกันก็ได้ แบบนี้ไง” กิจการกระจิ๋วหลิวของครอบครัวเธอไม่ได้อยู่สายตาของเขาเลยสักนิด แต่เขาก็อยากรู้ว่าเธอมีข้อเสนออะไรให้เขา “งั้นก็ไปคุยกันที

  • เกมวิวาห์ เดิมพันรัก    ตอนที่ 15 ไม่สนใจ

    “ค่ะ...ฉันจะดูแลต้าเหนิงเอง” เธอยิ้มอย่างเข้าใจ เวลาแบบนี้จะทำเป็นไม่สนใจก็ใจดำไปหน่อย“ต้าเหนิง กินข้าวแล้วเราทำอะไรกันดี ตอนบ่ายมีเรียนหรือเปล่า”“วันนี้ไม่มีแล้ว” เขาส่ายหน้าไปมา ดวงตาสุกใสจ้องมองแล้วถาม “คุณอามาเล่นที่ห้องผมไหม ห้องผมมีของเล่นเยอะแยะเลย”‘คุณอา’ เรียกแบบนี้ก็ดีเหมือนกันพรนับพันพยักหน้ารับ “ไปสิ อาก็ไม่รู้จะไปไหน ปกติอยู่แต่ในห้องหนังสือ”“ห้องนั้นน่าเบื่อจะตาย มาเล่นห้องผมเถอะ” พูดจบก็รีบดึงมือหญิงสาวให้เดินตามไปที่ห้องของเขา ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของคนรับใช้“มองอะไรกัน มีงานก็ไปทำไป” หัวหน้าแม่บ้านพูดเสียงดุจึงทำให้ทุกคนแยกย้ายไปทำงานของตัวเอง เธอส่ายหน้าไปมาแล้วหันไปส่งพ่อครัว “เตรียมทำขนมของว่างให้คุณชายน้อยกับคุณผู้หญิงด้วย ฉันจะยกไปเอง”“ได้ครับ”เจียงหู เป็นหัวหน้าแม่บ้านวัยสี่สิบ เจียงหูทำงานที่นี่ตั้งแต่ยังวัยรุ่น ครอบครัวเธอก็เป็นคนรับใช้ของสกุลหลิว นายท่านใหญ่ให้ทุนการศึกษาแก่เธอและคนในครอบครัว รวมทั้งหางานให้ทำในบริษัทของสกุลหลิว สำหรับเธอที่อยู่ที่นี่เห็นการเปลี่ยนแปลงมาตลอด วันนี้ได้เห็นรอยยิ้มของคุณชายน้อยก็พลอยอิ่มเอมใจไปด้วย เธอหวังเหลือเกินว่

  • เกมวิวาห์ เดิมพันรัก    ตอนที่14 สงบศึก

    “สองคนนี้เจอกันแล้วรึ” ปู่หลิวจิ้นถามเมื่อเห็นหลานชายกับว่าที่หลานสะใภ้ยืนจ้องหน้ากันอยู่ “ครับ”หลิวโม่โฉวไม่ปิดบัง ใบหน้าเรียบนิ่งน้ำเสียงเย็นชามีเพียงแววตาที่เหมือนยิ้มเยาะอยู่ที่ทำให้พรนับพันโกรธจนกำมือแน่น เขาถือสิทธิ์อะไรมาปั่นหัวเธอแบบนี้ ไม่ได้ป่วยแต่ก็ไปให้เธอตรวจที่โรงพยาบาลราวกับชายหนุ่มรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามคิดอะไรอยู่ เขาสาวเท้าเดินผ่านเธอไปแล้วประคองปู่หลิวด้วยตนเอง“ต้าเหนิงวิ่งไปบอกว่าปู่เป็นลม ผมจะไปส่งปู่ที่โรงพยาบาลเอง”“แค่เป็นลมไม่ต้องไปโรงพยาบาลหรอก” ปู่หลิวโบกมือไปมา แล้วเบี่ยงตัวไปสบตากับว่าที่หลานสะใภ้ “ปันปันมาเจอโม่โฉวสิ”“ปู่!” ชายหนุ่มตำหนิด้วยน้ำเสียงเข้ม “เวลานี้สุขภาพของปู่สำคัญที่สุด อย่าเพิ่งคุยเรื่องไร้สาระเลยน่า”‘เรื่องไร้สาระ! ใช่สิ! การแต่งงานมันคงเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับเขาถึงได้หลบหน้าไม่มาเจอเธอ อ้อ! ยังมีเวลาแอบไปดูตัวเธอมาก่อนแล้วด้วย’โกรธก็ส่วนโกรธ เวลานี้อาการของปู่หลิวสำคัญที่สุด“ใช่ค่ะ คุณปู่ไปโรงพยาบาลก่อนดีกว่านะคะ”สาวใช้เข็นวีลแชร์มารอแล้ว ปู่หลิวไม่อยากไปโรงพยาบาลแต่ดูท่าทางจะขัดใจหลานๆไม่ได้ จึงยอมนั่งวีลแชร์ให้คนรับใช้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status