Masuk“ก็...คืนนั้นเราเปิดเพลงเสียงดัง จนเพื่อนบ้านมาเตือน 2-3 ครั้งแต่ผมก็ไล่พวกมันไปหมด แล้วก็ด่ามันด้วย แต่...คนสุดท้ายที่มาเตือนเรื่องเสียงเพลงดัง คือโชแปงลูกชายของผม มันบอกว่าจะอ่านหนังสือ ผมก็เลย...ตบหน้ามันไปทีหนึ่ง แล้วบอกว่าจะไปอ่านหนังสือหรือจะไปตายที่ไหนก็ไป อย่ามายุ่งกับผู้ใหญ่” รัญระวีย์แทบจะทนฟังต่อไปไม่ไหว เธออยากจะเอามีดแทงเข้ากลางอกซ้ายของทีปกรเหลือเกิน เธออยากทำมันซ้ำๆ จนกว่าเขาจะสิ้นลมหายใจ“ยังไงต่อ”“มันยังไม่พออีกเหรอ...ไม่มีใครรู้มากมายขนาดนี้มาก่อนเลยนะ” มือของทีปกรเลยลูบคลำไปบนร่างกายของลักษณ์นาราอย่างเอาแต่ใจ“เล่าให้มันจบสิคะ นี่ยังไม่ถึงครึ่งเลยนะ...กำลังสนุกเลย” หญิงสาวสะอื้นเล็กๆ ที่ต้องฝืนพูดแบบนั้น และเธอพยายามปั้นยิ้มเพื่อกลบเกลื่อน“พอมันโดนผมตบ มันก็วิ่งหนีออกไป รู้อีกทีมันก็ตายไปแล้ว รู้เรื่องลูกได้ไม่เท่าไหร่ ก็ต้องมาปวดหัวเรื่องแม่มันอีก พูดแล้วก็หงุดหงิดฉิบหาย” ทีปกรสบถอย่างหัวเสีย นึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นแล้วหัวมันจะระเบิดออกมาทุกที เขาที่ยังมีอาการเมายาเล็กๆ และมีแอลกอฮอล์ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย ต้องมาคิดหาทางออกว่าจะจัดการกับศพของลูก และเมียที่พากันไ
“ถ้าคุณเล่าสิ่งที่รักต้องการออกมา แล้วมันประทับใจรัก คุณจะได้มากกว่าแค่จูบนะคะ” หญิงสาวพูดก่อนจะปลดเสื้อคลุมออก เพื่อกระตุ้นความต้องการของอีกฝ่าย ทีปกรมองเนินอกขาวใต้ชุดเดรสสายเดียวของหญิงสาวด้วยสายตาหิวกระหาย“ได้สิ...ผมจะบอกทุกอย่าง ทุกอย่างที่ไม่เคยบอกใคร แม้แต่เมียของผม”“อยากรู้ซะแล้วสิ อยากรู้จนอดใจรอไม่ไหวแล้ว” หญิงสาวพูดพร้อมกับยกแขนทั้งสองข้างของเธอ ขึ้นไปโอบที่คอของเขา ทีปกรยิ้มด้วยความพอใจ ตอนนี้เขาไม่กลัวอะไรอีกแล้ว เขาคิดเพียงอย่างเดียว เขาอยากครอบครองเรือนร่างงามของหญิงสาวเท่านั้น ไม่ว่าเธอต้องการอะไรเขาก็พร้อมที่จะนำมันออกมาแลก“จริงๆ ลูกชายของผม ตายไปแล้ว...ตายไปก่อนหน้าเมียเก่าของผม ที่เป็นแม่ของเขาซะอีก” แค่เริ่มต้นหัวใจของรัญระวีย์ก็แตกสลายจนเธอแทบจะปั้นหน้าต่อไม่ไหว“รัญเขาไปเจอศพของลูกก่อน แต่ว่าสติแตกหนีหายไปไหนก็ไม่รู้ ตอนที่ตำรวจติดต่อผมมาตอนแรกก็ตกใจอยู่ แต่พอคิดได้เรื่องที่พ่อบอกว่า...ถ้าไม่มีลูกชาย จะไม่ได้อะไรเลยจากพ่อ ผมก็ต้องใช้เงินเยอะมาก เพื่อปิดเรื่องความตายของลูกให้เป็นความลับ” ความเจ็บปวดมันรุนแรงกว่าที่รัญระวีย์คาดการณ์เอาไว้ แต่เธอก็ต้องทนฟังมันต่อ
“ลงไปเปิดห้องคุยกันแบบส่วนตัวดีไหมคะ?” ลักษณ์นาราทำเสียงอ่อนหวานขึ้น ขยับตัวเข้าไปใกล้เขาเล็กน้อย และพูดสิ่งที่เขาต้องการ ทีปกรหันมามองเธอ ดวงตาเริ่มพร่ามัวด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์“ถ้าได้อย่างนั้นก็ดีเชียวล่ะ ผมคงจะสบายตัวขึ้นเยอะเลย” เขาพูดพร้อมกับไล่สายตามองต่ำลงไปยังสิ่งที่ถูกผ้าคลุมโต๊ะปิดบังเอาไว้“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าเสียเวลาเลยค่ะ” ลักษณ์นารายิ้มอย่างยั่วยวน และปั้นหน้าว่าตัวเองกำลังตื่นเต้น และตั้งตารอแทบจะไม่ไหวที่จะได้ลงไปเปิดห้องกับเขา แม้ภายในใจจะรู้สึกรังเกียจอย่างไม่สามารถอธิบายออกมาได้ก็ตาม รู้เพียงว่ามันมากจนแทบจะเก็บเอาไว้ไม่ไหว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องอดทน และต้องจบทุกอย่างให้ได้ภายในอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้าหลังจากเช็กบิลด้วยเงินของทีปกรเรียบร้อยแล้ว ลักษณ์นาราก็พาเขาเดินลงไปเปิดห้อง ทีปกรพยายามประคองตัวเองไม่ให้เดินโซเซมากนัก แต่ความเมาทำให้เขาควบคุมตัวเองได้ยากขึ้น ลักษณ์นาราเอียงหน้าไปกระซิบเขาเบาๆ ด้วยเสียงที่ทำให้ดูเหมือนเธออยากจะอยู่กับเขาจริงๆ“สัญญาสิคะ ว่าคืนนี้คุณคงจะต้องบอกรักทุกอย่าง ทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณ ทุกอย่างที่รักอยากจะรู้...” ทีปกรยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจอี
ลักษณ์นารานัดเจอกับทีปกรที่ร้านอาหารสุดหรูย่านใจกลางเมือง เป็นร้านที่ตั้งอยู่ชั้นดาดฟ้าของโรงแรม เหมือนกับที่เธอเพิ่งจะไปกับเจตนิพัทธ์ ทีปกรเลือกจองโต๊ะที่มุมสงบ ไม่ต้องการให้มีใครมารบกวนการสนทนาของพวกเขาในคืนนี้ ทีปกรเดินเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจ แต่งตัวดีตามปกติ ลักษณ์นาราเห็นเขาแล้วแอบรู้สึกสะอิดสะเอียน แต่เธอก็ต้องพยายามฝืนยิ้ม เพื่อให้แผนของตัวเองดำเนินการต่อไปได้อย่างราบรื่นที่สุด“ไม่เจอกันนานเลยนะครับ ที่รัก” ทีปกรพูดอย่างด้วยสายตาหยาดเยิ้ม เขามาถึงก่อนเธอสักพักใหญ่ และเขาก็น่าจะดื่มเข้าไปพอสมควร ลักษณ์นาราฝืนยิ้มรับก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามเขา“ดูคุณจะดื่มไปเยอะนะคะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ เธอไม่ต้องการจะแสดงให้เขาเห็นว่าเธอไม่พอใจกับสรรพนามที่เขาเรียกเธอ แต่ก็ไม่อยากแสดงออกว่าชอบด้วยเช่นกัน เพราะไม่อยากให้เขาเข้าใจผิด“วันนี้คุณดูแต่งตัวมิดชิดกว่าที่ผมจินตนาการเอาไว้นะ” เขาพูดพลางกวาดสายตามองเรือนร่างของเธออย่างไม่ปิดบังความหิว เขาจงใจใช้สายตาแทะโลมเธอ ให้เธอรู้เลยว่าเขาต้องการเธอมากแค่ไหน“รักกลัวว่าอากาศจะเย็นน่ะค่ะ เห็นว่าจองชั้นดาดฟ้าเอาไว้ ก็เลยแต่งตัวให้มันอ
“รักไม่เคยพูดแบบนั้นเลยนะคะ รักก็บอกไปแล้วนี่คะ...”“เหตุผลมันฟังไม่ขึ้นเลย ถ้าผัวของคุณมันเป็นอุปสรรคนัก ทำไมไม่เลิกกับมันซะที”“มันไม่ได้ง่ายแบบนั้นหรอกนะคะ คุณก็รู้ว่ารักมีลูกกับเขา และลูกคือสิ่งที่ทำให้เราเลิกกันได้ยาก คุณน่าจะเข้าใจเพราะคุณเองก็มีลูก” ทีปกรนิ่งไปสักครู่ เขาพอจะเข้าใจความลำบากใจนั้น เพราะตอนที่ภรรยายังมีชีวิตอยู่ เขาก็ไม่ได้ตัดเธอออกจากชีวิตได้ง่ายๆ“แล้วผมต้องรอไปอีกนานแค่ไหน เราไม่เจอกันมาเป็นอาทิตย์แล้วนะ ผมจะคลั่งตายอยู่แล้ว”“รักก็ไม่ต่างกันหรอกค่ะ ตอนนี้เจตเขาเริ่มสงสัยแล้ว จะไปไหน ทำอะไรก็ต้องระวังตัวให้มาก ฉันต้องใช้เวลานะคะ” ลักษณ์นาราพยายามจะอธิบาย แต่ก็เหมือนจะได้ผล ทีปกรยอมสงบลงในที่สุด“โอเคๆ แล้วเราจะมีโอกาสได้เจอกันเมื่อไหร่ ผมขอเจอคุณสักครั้ง ดินเนอร์กัน จิบไวน์ในที่เงียบๆ สักครั้งให้มันหายคิดถึงได้ไหม” ลักษณ์นาราใช้ความคิดอยู่สักครู่ก่อนที่เธอจะให้คำตอบ“คืนวันศุกร์ได้ไหมคะ วันศุกร์ลูกของฉันไปค้างที่บ้านแม่สามี ฉันจะได้ไม่มีภาระอะไร ไปแบบไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง” ข้อเสนอของหญิงสาวค่อนข้างน่าสนใจ และทีปกรก็พอใจเสียด้วย“ได้ แต่ผมขอแบบไม่รีบกลับ ไม่
และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ทีปกรติดต่อลักษณ์นาราไม่ได้เลย ช่วงนี้เขารู้สึกว่าเธอติดต่อยากมาก จากที่เคยตอบข้อความเขาตลอด เดี๋ยวนี้เธอแทบจะไม่ตอบเลย ยิ่งถ้าโทรไปหาไม่มีทางเสียเลยที่เธอจะรับสาย เขาเริ่มระแคะระคายว่าเธออาจจะแค่เข้ามาปั่นหัวเขาเล่น ที่เธอเคยบอกว่าจะเลิกกับสามี ก็คงจะเป็นแค่คำโกหกเท่านั้น“นี่มันหมายความว่ายังไงกัน...” เขาพึมพำกับตัวเองขณะที่จ้องหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกรอคอย แต่จนจะครบ 24 ชั่วโมงแล้ว ก็ยังไม่มีข้อความหรือสายตอบกลับจากลักษณ์นาราเลย‘คุณหายไปอีกแล้วนะ ผมควรต้องทำยังไง?’ เขาส่งข้อความไปหาเธอก่อนที่จะปาโทรศัพท์ใส่ผนังด้วยอารมณ์โกรธทุกอย่างที่เธอพูดและทำก่อนหน้านี้ เธอเป็นคนพูดเองไม่ใช่หรือไงว่าจะเลิกกับสามี แล้วทำไมเธอถึงเงียบหายไปแบบนี้? หรือว่าไปปรับความเข้าใจกันตอนที่บอกว่าพาลูกไปเที่ยวยิ่งคิดทีปกรก็ยิ่งโมโห เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองอาจจะเป็นแค่ตัวเลือก หรือไม่ก็ถูกลักษณ์นาราใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารเสน่ห์เท่านั้น ความโกรธค่อยๆ เพิ่มขึ้นในใจของเขาเขาคิดถึงทุกครั้งที่เธอส่งสายตาให้เขา ทำให้เขามีความหวัง แต่แล้วก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เขารู้จักเธอมาตั้งนาน
กลับบ้านรัญระวีย์ยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่ของบ้านลักษณ์นารา บ้านที่ควรจะเป็นบ้านของเธอ แต่ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ ตอนนี้แม้แต่ทางกลับบ้านตัวเองเธอก็เริ่มจะลืมไปเสียแล้ว รัญระวีย์จำต้องยอมฝืนตัวเองให้เป็นลักษณ์นาราให้ได้มากที่สุดสภาพแวดล้อมที่ช่างไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย เธอหายใจเข้าลึกๆ พยายามตั้งสติอยู่กั
รัญระวีย์พยายามปรับตัวในร่างของลักษณ์นารา เธอยังไม่เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนัก แต่ก็เชื่อว่าต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง ที่ทำให้เอได้โอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ครอบครัวของลักษณ์นาราถือว่าไม่ได้เลวร้ายอะไร ออกจะไปทางดีมากเสียด้วยซ้ำ เจตนิพัทธ์ดูแลเอาใจใส่ภรรยาเป็นอย่างดี หนูขวัญตัวน้อยก็เอาใจแม่ทุกอย
“โอ๊ย!!!” ทีปกรร้องลั่น เมื่อรัญระวีย์ออกแรงผลักเขาจนล้มหัวฟาดขอบโต๊ะ เลือดสีแดงไหลอาบศีรษะของเขา“มันจะเกินไปแล้วนะเว้ย!!!” ทีปกรพุ่งเข้าหารัญระวีย์ทันที เมื่อเขาตั้งหลักได้ เลือดที่ไหลออกมากระตุ้นความบ้าคลั่งในตัวของเขาให้ทวีมากขึ้นเป็นเท่าตัว“ก็เข้ามาสิ คราวนี้ฉันก็ไม่ยอมแล้วเหมือนกัน” หญิงสาวห
1 วันก่อนเกิดเหตุภายในบ้านหลังใหญ่ทุกอย่างดูรกไปหมด ข้าวของวางไม่เป็นที่เป็นทาง ภายในบ้านก็เงียบราวกับไม่มีคนอยู่ ร่างบางมองไปรอบๆ เธอรู้สึกว่าแค่เธอไม่อยู่เพียงสองวัน บ้านก็รกได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ รัญระวีย์ หญิงสาววัย 30 ปี เธอเป็นแม่บ้านเต็มตัวตั้งแต่แต่งงานกับสามีเมื่อ 8 ปีก่อนจากเคยเป็นพนักงา







