LOGINเสียงร้องของเด็กทารกดังขึ้นภายในห้องคลอด ลักษณ์นารานอนหอบอยู่บนเตียง ใบหน้าเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อและน้ำตา ขณะที่เจตนิพัทธ์ยืนอยู่ข้างกาย มือของเขายังคงจับมือภรรยาเอาไว้แน่น แม้เจ้าตัวจะเจ็บจนเผลอบีบมือเขาไปหลายครั้งแล้วก็ตาม“ลูกออกมาแล้วนะรัก เก่งมากเลยครับ”หญิงสาวพยายามหันไปมองตามเสียงร้อง ก่อนที่พยาบาลจะอุ้มเด็กทารกตัวน้อยมาให้เธอได้เห็นใบหน้า“ลูกชายค่ะคุณแม่ แข็งแรงดีนะคะ”ลักษณ์นารามองเด็กน้อยที่กำลังร้องไห้จ้า ริมฝีปากของเธอสั่นระริก ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือออกไปสัมผัสแก้มเล็กๆ ของลูกชาย“โชแปง...”เพียงได้เรียกชื่อนั้น น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ก็ไหลออกมาอีกครั้ง“แม่ได้เจอหนูแล้วนะลูก”เจตนิพัทธ์ก้มลงจูบหน้าผากภรรยา เขารู้ดีว่าช่วงเวลานี้มีความหมายกับเธอมากเพียงใด ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ลักษณ์นาราทั้งดีใจและหวาดกลัว เธอมักสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะฝันถึงลูกชายที่จากไป บางครั้งก็ลุกขึ้นมานั่งลูบท้องตัวเองอยู่นาน เพียงเพื่อให้แน่ใจว่าเด็กน้อยยังอยู่กับเธอวันนี้ความกังวลเหล่านั้นสิ้นสุดลงแล้ว“ขอบคุณนะครับ ที่พาลูกมาหาพี่”“รักต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่เจต”เธอเงยหน้ามองสามี ก่อนหันกลับไปมอ
หลังจากที่ลักษณ์นาราไปพบหมอเพื่อตรวจดูอาการ เธอและเจตนิพัทธ์ได้รับข่าวดีว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง และเวลาล่วงเลยมา 4 เดือนทั้งสองคนก็ได้รู้ว่าเด็กในท้องเป็นผู้ชาย ทั้งคู่ต่างดีใจอย่างมาก โดยเฉพาะลักษณ์นาราที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีโอกาสได้เป็นแม่อีกครั้งหลังจากประสบความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อกลับถึงบ้านในคืนนั้น เจตนิพัทธ์เริ่มคุยกับลักษณ์นาราเกี่ยวกับเรื่องชื่อของลูกชาย เจตนิพัทธ์คิดชื่อของลูกชายออกทันที เมื่อรู้เพศของลูก เขาหวังว่าผลอัลตราซาวจะแม่นยำ เพราะเขารู้ดีว่าลักษณ์นาราก็คงหวังอะไรบางอย่าง และเธอคงดีใจมากแน่ที่รู้ว่าได้ลูกชาย“รัก พี่มีความคิดเรื่องชื่อของลูกอยู่ อยากจะลองเสนอให้รักดู เผื่อรักจะสนใจ” เขาพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น ขณะที่นั่งเคียงข้างเธอในห้องนั่งเล่นขวัญวิวาห์ก็ตามติแม่ไม่ห่าง เธอคอยดูแลแม่อย่างใกล้ชิด นับตั้งแต่รู้ว่าแม่กำลังท้องอยู่ จารุณีเองก็ไม่ต่างกัน พอรู้ว่าลูกสะใภ้มีหลานคนที่สอง ก็เช้าถึงเย็นถึง มีของมาบำรุงมาให้ทุกวัน ส่วนงานที่ร้านเธอก็ช่วยดูแลให้อย่างเต็มที่ เจตนิพัทธ์เสนอจะให้เงินเดือนก็ไม่เอา“รีบร้อนเกินไปหรือเปล่าคะ รักเพิ่งจะท้องได้แค่ 5 เดือน
“หมอบอกว่ารักท้องค่ะ” เธอตัดสินใจพูดออกมาตรงๆ และทันทีที่เจตนิพัทธ์ได้ยิน เขาก็ยิ้มกว้างออกมา“จริงเหรอรัก? มันคือเรื่องจริงเหรอ” เขาถามอย่างไม่เชื่อ หญิงสาวพยักหน้าเพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง เจตนิพัทธ์กระโดดด้วยความดีใจ และร้องไห้ออกมาอย่างกับไม่เคยมีลูกมาก่อน“หนูขวัญจะต้องดีใจมากแน่ๆ ลูกทวงน้องกับพี่ทุกวันเลย วันนี้พี่ทำให้ลูกสำเร็จแล้ว” เจตนิพัทธ์บอกกับภรรยา ลักษณ์นาราเมื่อเห็นว่าสามีดีใจขนาดนี้ เธอจินตนาการไม่ออกเลย ว่าลูกสาวจะดีใจแค่ไหน“เราเตรียมเซอร์ไพรส์เรื่องนี้กับหนูขวัญดีไหมคะ จัดปาร์ตี้เล็กๆ ที่บ้าน แล้วก็บอกหนูขวัญเรื่องนี้” ลักษณ์นาราเสนอขึ้น“ดีสิ...เชิญพ่อกับแม่มาด้วยดีไหม?” เจตนิพัทธ์เสนออีก “ได้สิคะ ข่าวดีแบบนี้พวกท่านควรจะได้รู้ด้วย” ลักษณ์นาราเห็นด้วยกับสามี เมื่อทั้งคู่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เจตนิพัทธ์ก็รีบโทรหาแม่ของเขา เพื่อชวนให้มาร่วมปาร์ตี้เล็กที่บ้านของเขา โดยยังไม่บอกว่าจัดปาร์ตี้นี้ขึ้นมาเพราะอะไรเย็นวันนั้นที่บ้านของเจตนิพัทธ์คึกคักไปด้วยคนในครอบครัว เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยดังไปทั่วโต๊ะอาหาร เป็นบรรยากาศที่อบอุ่น“ตกลงว่าวันนี้จัดปาร์ตี้ฉลองอะไรกันเห
หลังจากที่ลักษณ์นาราและเจตนิพัทธ์ได้ไปพักผ่อนด้วยกัน เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่กลับมามีเวลาด้วยกันอีกครั้ง แม้ว่าลักษณ์นาราจะกลับไปทำงานของเธอเหมือนเดิม แต่ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็ดีขึ้นในเช้าวันหนึ่ง ลักษณ์นารารู้สึกไม่ค่อยสบายตัว เธอมีอาการคลื่นไส้และวิงเวียนจนต้องนั่งพักอยู่ที่โซฟา เจตนิพัทธ์ที่กำลังเตรียมตัวไปทำงานก็สังเกตเห็นภรรยาของเขาไม่ค่อยสดชื่นและเธอก็เป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว เขารีบเดินเข้ามานั่งข้างๆ เธอด้วยความเป็นห่วง“รัก เป็นอะไรหรือเปล่า? ดูเหมือนหลายวันมานี้ รักจะไม่ค่อยสบายเลยนะ” เจตนิพัทธ์ถามพลางวางมือบนไหล่ของเธออย่างห่วงใยลักษณ์นารายิ้มบาง ๆ พยายามไม่ให้สามีต้องกังวล แต่ก็ไม่สามารถปิดบังอาการป่วยของตัวเองได้ เธอรู้สึกหน้ามืดเหมือนจะเป็นลมอยู่ตลอดเวลาแบบนี้หลายวันแล้ว“รักรู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้ แล้วก็ไม่ค่อยอยากกินอะไรเลยค่ะ เป็นมาหลายวันแล้ว...คิดว่าคงเป็นเพราะนอนไม่พอ กลางคืนมันนอนไม่ค่อยหลับด้วย” เธอพูดอย่างไม่ปิดบัง เพราะรู้ว่าถึงอย่างไรก็ปิดบังสามีไม่ได้ เจตนิพัทธ์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจ “งั้นเราไปหาหมอกันเถอะ พี่ไม่สบายใจเลย ปล่อยไว้อย่างนี้ไม
เจตนิพัทธ์กลับมาถึงโรงแรมหลังจากเสร็จสิ้นจากการดินเนอร์กับลูกค้า เขาไม่ได้กินอะไรเยอะนัก เพราะตั้งใจจะกลับมารับประทานอาหารเย็นกับภรรยาในห้อง เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องพัก เขาพบว่าภรรยาของเขานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเล็ก ๆ ที่เตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าภรรยาตัวเองสวมชุดสวย แต่งตัวนั่งรอเขาอยู่ เธอหันไปยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน “กลับมาแล้วเหรอคะ? อาหารเพิ่งมาเสิร์ฟเมื่อกี้นี้เองค่ะ ยังร้อนๆ อยู่เลย” เธอพูดพร้อมกับเดินเข้าไปหาเขา เจตนิพัทธ์วางกระเป๋าและเดินเข้าไปหาภรรยา“พี่ตั้งใจจะมากินพร้อมกับรักอยู่แล้ว ที่นั่นพี่แทบไม่ได้กินอะไรเลย” เขาดึงเธอเข้ามากอดแน่น ลักษณ์นาราค่อย ๆ กอดตอบเขาเช่นกันทั้งสองคนยอดกอดกันเพียงไม่นาน ก็เริ่มกลับไปที่โต๊ะอาหารและเริ่มตักอาหารที่เธอเตรียมไว้ใส่จานให้สามี“คุยงานมาเป็นไงบ้างคะ”“ไม่ได้คุยเรื่องงานกันเลย ปาร์ตี้ล้วนๆ ก็เลยไม่ค่อยได้กินอะไร แต่ก็ดื่มไปพอสมควร” ทั้งคู่ต่างยิ้มให้กันและพูดคุยกันเรื่อยเปื่อย เจตนิพัทธ์สั่งไวน์มาเพิ่ม เพราะอยากจะชวนภรรยาให้ดื่มด้วยกัน ถึงยังไงพรุ่งนี้เขาก็มีเวลานอนกันทั้งวัน“หน้าเริ่มแดงแล้วนะรัก..
ในการเดินทางไปประชุมต่างจังหวัดครั้งนี้ เจตนิพัทธ์และลักษณ์นาราได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันบนรถ ทำให้พวกเขามีโอกาสพูดคุยกันถึงเรื่องต่างๆ มากมาย ระหว่างที่รถเคลื่อนผ่านทิวทัศน์สองข้างทาง ลักษณ์นารานั่งมองวิว เธอรู้สึกผ่อนคลายกว่าที่เคย“พี่คิดว่าหลังจากนี้เราคงต้องหาเวลาให้ตัวเองมากขึ้นบ้างแล้วนะ” เจตนิพัทธ์เอ่ยขึ้นขณะหันไปมองภรรยาที่นั่งข้าง ๆ“เราก็อยู่ด้วยกันทุกวันไม่ใช่เหรอคะ?” หญิงสาวตอบกลับด้วยสายตาสับสน หรือเธอเข้าใจอะไรผิดไป“แบบนั้นมันก็ใช่ แต่ว่าเราต่างคนต่างทำงานกันทุกวัน กลับถึงบ้านก็ยังต้องทำงานบ้านกันอีก ค่ำหน่อยก็พาลูกเข้านอนให้เวลากับลูกจนดึก กว่าจะอาบน้ำจัดการตัวเองก็ง่วงแล้ว ไม่มีเวลา...สวีทกันบ้างเลย” ลักษณ์นาราหันมายิ้มบาง ๆ กับคำพูดของสามี และเธอก็รู้สึกเห็นด้วยกับที่เขาพูด“ก็จริงค่ะ ช่วงนี้รักไม่ค่อยได้หยุดพักเลย รักอยากทำร้านให้ดีน่ะค่ะ พี่เจต คุณแม่ คุณพ่อด้วย ทุกคนช่วยเหลือรักอย่างเต็มที่เลย ถ้ามันออกมาไม่ดีรักคงจะรู้สึกผิดหวังกับตัวเองมาก” เธอพูดด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล แม้เธอจะรู้ว่าเจตนิพัทธ์ต้องการให้เธอพักผ่อน แต่ใจลึก ๆ ก็ยังคงห่วงงานของตัวเอง“ไม่ต้อง
กลับบ้านรัญระวีย์ยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่ของบ้านลักษณ์นารา บ้านที่ควรจะเป็นบ้านของเธอ แต่ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ ตอนนี้แม้แต่ทางกลับบ้านตัวเองเธอก็เริ่มจะลืมไปเสียแล้ว รัญระวีย์จำต้องยอมฝืนตัวเองให้เป็นลักษณ์นาราให้ได้มากที่สุดสภาพแวดล้อมที่ช่างไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย เธอหายใจเข้าลึกๆ พยายามตั้งสติอยู่กั
รัญระวีย์พยายามปรับตัวในร่างของลักษณ์นารา เธอยังไม่เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนัก แต่ก็เชื่อว่าต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง ที่ทำให้เอได้โอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ครอบครัวของลักษณ์นาราถือว่าไม่ได้เลวร้ายอะไร ออกจะไปทางดีมากเสียด้วยซ้ำ เจตนิพัทธ์ดูแลเอาใจใส่ภรรยาเป็นอย่างดี หนูขวัญตัวน้อยก็เอาใจแม่ทุกอย
“โอ๊ย!!!” ทีปกรร้องลั่น เมื่อรัญระวีย์ออกแรงผลักเขาจนล้มหัวฟาดขอบโต๊ะ เลือดสีแดงไหลอาบศีรษะของเขา“มันจะเกินไปแล้วนะเว้ย!!!” ทีปกรพุ่งเข้าหารัญระวีย์ทันที เมื่อเขาตั้งหลักได้ เลือดที่ไหลออกมากระตุ้นความบ้าคลั่งในตัวของเขาให้ทวีมากขึ้นเป็นเท่าตัว“ก็เข้ามาสิ คราวนี้ฉันก็ไม่ยอมแล้วเหมือนกัน” หญิงสาวห
1 วันก่อนเกิดเหตุภายในบ้านหลังใหญ่ทุกอย่างดูรกไปหมด ข้าวของวางไม่เป็นที่เป็นทาง ภายในบ้านก็เงียบราวกับไม่มีคนอยู่ ร่างบางมองไปรอบๆ เธอรู้สึกว่าแค่เธอไม่อยู่เพียงสองวัน บ้านก็รกได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ รัญระวีย์ หญิงสาววัย 30 ปี เธอเป็นแม่บ้านเต็มตัวตั้งแต่แต่งงานกับสามีเมื่อ 8 ปีก่อนจากเคยเป็นพนักงา







