Share

บทที่ 9 อนุของข้า

last update Last Updated: 2025-12-20 09:23:58

ลี่เหม่ยที่ถูกเข้าใจว่าร่วงจากขื่อจนจำสิ่งใดไม่ได้ จึงถูกชิงชิงนำทางไปยังโถงหลักของเรือนที่แม้จะดูโอ่อ่าน้อยกว่าจวนแม่ทัพแต่ทว่าก็ดีกว่าเรือนหลังที่นางอาศัยอยู่ลิบลับ

                “นั่นฮูหยินใหญ่เจ้าค่ะ ส่วนสตรีอาภรณ์สีชมพูคือฮูหยินสามน้องสาวของฮูหยินใหญ่ ส่วนบุรุษที่นั่งอยู่นั่น...”

                “บิดาข้าหวงจิ้นหาวสินะ” ลี่เหม่ยที่มองดูแต่ไกลยังเห็นแววตาเจ้าเล่ห์และท่าทางที่บ่งบอกถึงคนคดโกงอย่างชัดเจน

                “เจ้าค่ะ” ชิงชิงกระซิบตอบ

                “ลูกคารวะท่านพ่อ แม่ใหญ่ แม่สาม” ลี่เหม่ยคารวะผู้อาวุโสทั้งสาม

                “เหตุใดเหม็นเน่าเช่นนี้ เจ้าไปตกบ่อโคลนที่ไหนมา” หวงถิงอันย่นจมูกพลางปัดไล่กลิ่นให้ออกห่างตัว

                “ตอบแม่ใหญ่ พี่หญิงใหญ่เห็นหนูวิ่งผ่านหน้าจวนเลยให้สาวใช้สาดน้ำล้างจาน ช่างบังเอิญหนักที่โดนข้าเข้าพอดีสภาพที่เห็นจึงเป็นเช่นนี้”

                “ว้ายย ตายแล้ว อิ้งเอ๋อร์ของข้าเป็นอะไรหรือไม่” ถิงอันท่าทางตกใจเกรงบุตรีจะมีอันตราย

                “เป็นเจ้าค่ะท่านแม่ ฮือฮือ~” เสียงคนขี้ฟ้องดังมาแต่ไกล

        อิ้งเยว่ที่บัดนี้ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่เรียบร้อยแล้ว ทว่าเนื้อตัวยังมีรอยแดงอยู่หลายจุดกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปเกาะแขนมารดา

                “นี่! เหตุใดเจ้ามีกลิ่นเหม็นทั่วร่างเช่นนี้” ถิงอันใช้มือปิดจมูกโดยไม่รู้ตัว

                “ก็สตรีชั้นต่ำผู้นี้แสร้งเป็นกลัวหนูแล้วนำความสกปรกบนร่างนางมาแปดเปื้อนข้า ฮือฮือ” อิ้งเยว่บีบน้ำตาเรียกความสงสาร

                “ข้าเปล่านะ ท่านพ่อให้ความเป็นธรรมด้วย” ลี่เหม่ยทำหน้าเศร้าขอความเห็นใจจากบิดา

                “หุบปาก! กลับมาก็สร้างเรื่อง แล้วสามีเจ้าเล่าเหตุใดไม่มาคารวะพ่อภรรยา” สีหน้าบูดบึ้งของจิ้นหาวไม่มีความเมตตาให้บุตรสาวคนเล็กเพียงนิด แต่นั่นจะไม่ได้เกินความคาดหมายของลี่เหม่ยนางไม่คิดว่าชายผู้นี้จะเอ็นดูเจ้าของร่างอยู่แล้ว เพียงนางอยากเบี่ยงเบนบทสนทนาก็เท่านั้นและดูเหมือนจะได้ผลเสียด้วย จิ้นหาวไม่ได้สนใจเรื่องที่นางทะเลาะกับบุตรสาวคนโตเพียงนิด

                “ท่านแม่ทัพบอกว่าอีกครู่จะตามมาเจ้าค่ะ” สีหน้าของลี่เหม่ยยังแสร้งทำเป็นอ่อนแอเช่นแต่ก่อน

                “หึ! ไร้ความสามารถนักแค่ชายพิการคนเดียวก็พากลับมาไม่ได้ ข้าจะเลี้ยงเจ้าเปลือกข้าวสุกไปทำไม” จิ้นหาวไม่พอใจที่เหยาหมิงไม่เคารพตนเช่นลูกเขยควรทำ ถึงกลับง้างมือจะลงโทษลี่เหม่ยที่นางเองก็คาดไม่ถึงว่าเรื่องเพียงเท่านี้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบิดาจะลงโทษลูกสาวได้

                “อย่านะเจ้าคะ!” เสียงอ่อนแรงของสตรีร่างบางร้องขึ้น พร้อมกลับร่างซูบผอมเข้ามากอดนางไว้แน่น

                “นี่! อนุแซ่หลีเจ้ากล้าขวางท่านพี่เชียวหรือ” หวงเจียอันสตรีผู้รักบุรุษคนเดียวกับพี่สาวอย่างฮูหยินสามเอ่ยยุยง เมื่อเห็นว่าฝ่ามือนั้นง้างค้างไว้ไม่ตบลงบนร่างสองแม่ลูกตรงหน้า

                “นายท่าน ลี่เอ๋อร์ยังเด็กไร้ความสามารถโปรดละเว้นนางด้วยเจ้าค่ะ” ซินหยวนโขลกหัวให้กับจิ้นหาว โดยมีลี่เหม่ยมองดูมารดาอย่างตะลึงงัน สตรีบอบบางร่างกายผอมซูบกลับองอาจกล้าปกป้องบุตรีโดยไม่เกรงกลัว แววตาอ่อนโยนนี้ทำให้นางคิดถึงมารดาในอีกโลกหนึ่ง

                “ท่านแม่หยุดเถอะเจ้าค่ะ” น้ำเสียงสั่นเครือของบุตรสาวพร้อมกับร่างบางที่ยอบกายลงพยุงมารดา เรียกความสนใจของซินหยวนกลับมาได้

                “เจ็บตรงไหนหรือไม่” ดวงตาที่พร่ามัวด้วยหยาดน้ำตามองสำรวจร่างกายของบุตรีที่ดูมอมแมม อาภรณ์เปื้อนโคลนจนแทบมองไม่ออก

                “ไม่เจ้าค่ะ” ลี่เหม่ยยิ้มพลางส่ายหน้าให้มารดาสบายใจ

                “หึ! กลับมาเยี่ยมบ้านกลับไม่มีของเยี่ยมติดมาสักชิ้น นี่เจ้าเป็นลูกแบบใดกัน” ฮูหยินเอกได้ทีดูแคลนสองแม่ลูกอย่างไม่ปรานี

        ‘พวกเจ้าส่งข้าไปเป็นอนุชายที่เกลียดสกุลหวงเข้าไส้ แถมสินเดิมไม่มีให้ข้าแม้แต่อีแปะเดียว แล้วจะมีของเยี่ยมได้อย่างไร’ ความอัดอั้นนี้ลี่เหม่ยได้แต่สบถในใจ

                “อนุของข้าเพียงรีบร้อนออกเดินทางก่อน ให้ข้านำของเยี่ยมมาทีหลัง คลาดกันเพียงชั่วยามเหตุใดกลับเป็นเช่นนี้เล่า” เหยาหมิงไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อใด ก้าวเดินอย่างมั่นคงเข้ามายังโถงจวน

                “นี่! ทะท่านไม่ได้พิการหรือ” เป็นอิ้งเยว่ที่ได้สติก่อนผู้ใดกล่าวละล่ำละลัก

                “ข้าแค่บาดเจ็บไม่ได้พิการ คุณหนูใหญ่สกุลกูลหวงคงสติไม่ดีถึงลืมง่ายเช่นนี้” เหยาหมิงเอ่ยไม่ไว้หน้า จนใบหน้างามของอิ้งเยว่ซีดเผือด

        เหยาหมิงปรายตามองลี่เหม่ยที่บัดนี้สภาพดูไม่ได้ แม้แต่ขอทางข้างถนนยังดูสะอาดสะอ้านกว่า ในใจก็อดเวทนาไม่ได้เขาพึ่งให้เจียหาวสืบเรื่องของสกุลหวงจึงรู้ว่าลี่เหม่ยและมารดาไม่ได้เป็นที่โปรดปรานของบิดา ด้วยตระกูลมารดายากจนไม่มีสิ่งใดเอื้อผลประโยชน์ให้จิ้นหาวได้ มีเพียงก็แต่ชื่อเสียงหญิงงามอันดับหนึ่งและบุตรสาวของนายอำเภอตงฉินเท่านั้น

                “เป็นอะไรหรือไม่” แววตาดูเป็นห่วงของบุรุษตรงหน้า ทำลี่เหม่ยขนลุกปรับตัวไม่ทัน

                “มะไม่ ท่านหายดีแล้วหรือ” นางไม่ลืมถามถึงขาของเขา

                “อือ!” เหยาหมิงตอบเสียงเบา ก่อนปรายตามองอนุหลีที่ยืนอยู่ข้างบุตรสาว

                “คารวะท่านแม่ยาย” เหยาหมิงค่อมกายคารวะสตรีต่ำศักดิ์จนทุกคนตกใจไม่เว้นแม้แต่ลี่เหม่ยเอง

                “ท่านแม่ทัพไม่ต้องทำเช่นนี้ ข้ามิอาจรับได้” ซินหยวนใบหน้าขาวซีดรีบปฏิเสธการคารวะนี้

                “ท่านเลี้ยงดูลี่เหม่ยจนเติบใหญ่เป็นหญิงงาม ข้าในฐานะลูกเขยย่อมต้องเคารพท่าน” เหยาหมิงกล่าวพลางมองไปยังเสนาบดีหวง

                “อ้อ! เสนาบดีหวงสบายดีหรือไม่” แม่ทัพปราบเหนือยืดตัวตรงไม่มีท่าทีเคารพนบนอบเช่นก่อนหน้าที่ทำกับอนุหลี

                “หึ! ข้าเป็นบิดาของลี่เหม่ย เหตุใดไม่คารวะเช่นเมื่อครู่”  จิ้นหาวหน้าดำหน้าแดงหวังชำระความกับลูกเขยให้รู้เรื่อง

                “ข้าไม่เรียกคนที่ขายลูกกินว่าพ่อตาหรอกนะ” สายตาเยือกเย็นส่งไปยังจิ้นหาวทำชายอายุห้าสิบหนาวสะท้านไปทั้งร่างแต่ไม่กล้าเอ่ยสิ่งใด

                “ของเยี่ยมข้าให้คนส่งไปยังเรือนใหญ่แล้ว เสนาบดีไปตรวจดูได้ มาเยี่ยมก็เยี่ยมแล้ว เช่นนั้นข้าจะพาลี่เหม่ยกลับหรือว่าเจ้าอยากอยู่ร่วมโต๊ะอาหารกับพวกเขา” เหยาหมิงกล่าวอย่างไม่ไว้หน้าผู้ใดในโถงใหญ่ พลางหันไปมองลี่เหม่ยที่ยืนอึ้งอยู่

                “ไม่!” ลี่เหม่ยไม่คิดอยู่ต่อ

                “เช่นนั้นก็ดี” เขากล่าวพลางหันกายออกจากเรือน

                “ท่านแม่ทัพ ข้าอยากพูดคุยกับท่านแม่” สายตาขอความช่วยเหลือส่งไปยังบุรุษท่าทางเย็นชา

        เหยาหมิงมองดูสายตาสิ้นไร้หนทางของนาง ไม่มีความดื้อรั้นเช่นแต่ก่อนจนทำให้เขาใจอ่อนโดยไม่รู้ตัว

                “เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะรออยู่ด้านนอก และหากตระกูลหวงยังรังแกอนุหลีอีก ข้าจะถือว่าพวกท่านไม่ให้เกรียรติข้าและตระกูลเฉิง” คำพูดเด็ดขาดของแม่ทัพปราบเหนือไม่มีผู้ใดกล้าขัด มีแต่สายตาไม่ยอมรับของเหล่าฮูหยินที่มองไปยังสามีตนซึ่งตอนนี้กลับยืนนิ่งไม่กล้ากล่าวสิ่งใด

        ลี่เหม่ยพยุงซินหยวนกลับเรือนเล็กที่เจ้าของร่างเดิมเคยอาศัยร่วมกับมารดา สภาพทรุดโทรมของเรือนข้าวของเครื่องใช้เก่าจนไม่น่ามอง โต๊ะกลมกับเก้าอี้อีกสองตัวถูกวางไว้กลางโถงทำให้หัวใจของลี่เหม่ยตีบตันจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาพร่ามัวไปด้วยหยดน้ำตาที่บัดไหลออกลงมาเป็นสายโดยที่นางไม่อาจควบคุมได้ ‘หรือนี่จะเป็นคนเดียวที่ร่างเดิมห่วงใยแม้ตายไปแล้ว’ นางมองหน้ามารดาในโลกนี้ของตน

                “ลี่เอ๋อร์ อยู่จวนแม่ทัพเขารังแกลูกหรือไม่” ซินหยวนที่เอาตัวเองไม่รอดกลับเป็นห่วงบุตรีเพียงคนเดียว

                “ข้าไม่เป็นไร ท่านแม่กินอิ่มนอนหลับหรือไม่” ลี่เหม่ยมองร่างกายผอมซูบของมารดาก็อดเป็นห่วงไม่ได้

                “อือ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงแม่ไม่เป็นอะไร” คำปลอบโยนของมารดาช่างขัดกับสภาพความเป็นอยู่นัก

                “ท่านแม่! ท่านไปอยู่กับข้าดีหรือไม่” ชั่วครู่ลี่เหม่ยกลับมีความคิดบางอย่างผุดขึ้นในหัว

                “อยู่อย่างไร เจ้าเป็นอนุสกุลเฉิงแล้ว แม่เป็นคนนอกจะอยู่ได้อย่างไร” ซินหยวนแปลกใจกับคำพูดบุตรี

                “ข้าหมายถึงเราจะมีบ้านของเราเอง ไม่ต้องอยู่ร่วมชายคาผู้ใด” ลี่เหม่ยกุมมือมารดาแน่น แววตาจริงจังของนางเช่นนี้ซินหยวนไม่เคยเห็นมาก่อน

                “นี่เจ้าคิดจะหย่าร้างหรือ” นางกุมมือบุตรีไว้แน่น ความเป็นห่วงเอ่อล้นภายในใจ

                “ท่าแม่ไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่ทำอะไรวู่วามหากไม่มั่นใจจะไม่ลงมือเด็ดขาด รอฟังข่าวจากข้าเถอะ” นางรู้ว่ามารดาห่วงเรื่องอะไร จึงกำชับพลางยื่นเงินสองตำลึงให้กับอีกฝ่าย

                “ท่านแม่รับไว้ เผื่อได้ใช้อะไร” แม้นางจะขาดเงิน แต่สภาพของมารดาทำให้นางละเลยไม่ได้

                “แม่พอมีใช้จ่าย เจ้าเก็บไว้เถอะหากขาดเหลือให้ชิงชิงมาบอกแม่ แม่จะช่วยเจ้าเต็มที่” ซินหยวนผลักเงินกลับคืนให้บุตรสาว

                “ท่านแม่รับไว้เถอะ ไม่เช่นนั้นใจข้าคงไม่อาจสงบได้”

        ซินหยวนมองดวงตาที่ชุ่มไปด้วยหยดน้ำใสของบุตรี ก็อดใจอ่อนรับคำขอของนางไม่ได้

                “ได้! แม่จะรับไว้ หากเดือดร้อนให้ชิงชิงมาหาแม่ได้ทุกเมื่อ”

                “อือ เช่นนั้นข้ากลับก่อนหากมีอะไรจะให้ชิงชิงมาหาท่านแม่ภายหลัง” ลี่เหม่ยยิ้มบางให้มารดาก่อนจากไป

        บนรถม้าเหยาหมิงกลั้นขำกับสภาพของนาง พลางเอามือบีบจมูกอยู่ตลอดเวลาจนลี่เหม่ยหงุดหงิดกับท่าทีเช่นนี้ของเขา

                “ท่านจะขำอะไร!” นางบ่นอีกฝ่ายพลางใช้ผ้าคลุมห่มร่างของตน

                “สภาพเจ้าไม่ต่างจากขอทานข้างถนน”

                “ใครจะรู้ว่าแค่ถึงหน้าจวน พี่สาวของข้าก็เตรียมต้อนรับเสียแล้ว” ลี่เหม่ยก่นด่าอิ้งเยว่ลับหลัง

                “แต่ท่าทีเอาคืนอิ้งเยว่ของเจ้าก็ดูเข้าทีนะ” เหยาหมิงเอ่ยชม

                “เอาคืน? ท่านรู้ได้อย่างไร” ลี่เหม่ยขวมดคิ้วซักไซ้อีกฝ่าย

                “อะแฮ่ม! อากาศวันนี้ร้อนไม่น้อย เจียหาวเปิดหน้าต่างรถมาที” เหยาหมิงลืมตัวจนถูกจับได้ จนต้องพยายามเปลี่ยนเรื่อง

                “นี่ท่านแม่ทัพคงมิได้ยืนมองทุกอย่าง โดยไม่ยื่นมือช่วยเหลือหรอกนะ” นางโมโหบุรุษเบื้องหน้าเสียแล้ว

                “เจียหาวมารายงาน ข้าไม่ได้เห็นกับตา” คำพูดของเหยาหมิงทำคนขับรถม้าอย่างเจียหาวอยากโต้แย้ง แต่กลับไม่กล้าพอ

                “ช่างเถอะ อย่างไรข้าก็ขอบคุณท่านแม่ทัพที่ช่วยข้าจากคนพวกนั้น”

                “บิดาเจ้าเป็นเช่นนี้กลับเจ้าตลอดเลยหรือ” เหยาหมิงแววตาสงสารเอ่ยถามสตรีเบื้องหน้า

                “เขาก็เป็นเช่นนี้เช่นเดียวกับทุกคคนในเรือน ไม่ได้เห็นข้ากับท่านแม่เป็นคนในครอบครัวไม่ถูกเฆี่ยนตีก็ถือว่าดีแล้ว” ลี่เหม่ยกล่าวทุกอย่างตามที่ชิงชิงเคยพูดให้ฟัง

        ทว่าท่าทีไม่ไยดีของนางกลับทำให้เหยาหมิงเข้าใจผิดว่านางชินชากับการไม่ได้รับความเป็นธรรม ภายในใจของแม่ทัพปราบเหนือจึงมีความรู้สึกห่วงใยแทนที่ความเกลียดชังให้กับหวงลี่เหม่ยโดยไม่รู้ตัว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นชะนีไม่มีผัว   บทที่ 43 บทพิเศษ 2 คลั่งรักสามีของข้า

    หลังจากลี่เหม่ยถูกตั้งให้เป็นฮูหยินแม่ทัพปราบเหนือ ร้านปักผ้าตระกูลไป๋ก็โด่งดังมากขึ้น ด้วยผู้คนต่างอยากได้อาภรณ์แปลกตาจากร้านนาง อีกทั้งเมื่อรู้ว่านางคือฮูหยินแม่ทัพปราบเหนือ ผู้คนต่างอยากผูกมิตรด้วยความสัมพันธ์ของเหยาหมิงกลับราชวงศ์ทำให้หลายคนอยากพึ่งบารมี เหอจือซวินยังคงแวะเวียนมาหาหุ้นส่วนอยู่เช่นเดิม ทว่าทุกครั้งที่เขามากลับต้องมีเหยาหมิงอยู่ด้วยร่ำไป “นี่แม่ทัพเฉิง เมื่อใดท่านจะเลิกให้สายลับติดตามข้า” จือซวินอดทนไม่ไหวอีกต่อไป ตำหนิเหยาหมิงต่อหน้าลี่เหม่ย “ตราบใดที่เจ้ายังมาหาฮูหยินข้า ข้าก็ไม่ยอมให้พวกเขาเลิกติดตาม” “แต่ข้าต้องทำการค้า จะไม่มาหานางได้อย่างไร” “เช่นนั้นข้าก็จะตามอยู่เช่นนี้” เหยาหมิงเอ่ยพลางรั้งลี่เหม่ยมานั่งตัก อวดบุรุษที่หลงรักฮูหยินเขาเสียเลย “ท่านพี่ ทำอะไรอายคุณชายเหอ” ลี่เหม่ยตีแขนแกร่งพลางมองเขาอย่างตำหนิ “เหตุใดต้องอาย ข้าจะพลอดรักกับฮูหยินข้า คนที่กล้ามองนั่นสิถึงควรอาย” เหยหามิงจ้องมองจือซวินอย่างถือดี “ช่างเถอะ ช่างเถอะ จากนี้ข้าจะมา

  • เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นชะนีไม่มีผัว   บทที่ 42 บทพิเศษ 1 คืนแสนวาบหวาม

    เหยาหมิงวางลี่เหม่ยบนเตียง ดวงตาหยาดเยิ้มจากความเมามายทำให้ใบหน้างามดูยั่วยวนจนเขาแทบอดใจไม่ไหว อาภรณ์สีแดงเข้มบางเบาผิดกับอากาศหนาวเย็นภายนอก ไหล่ขาวโผล่พ้นอาภรณ์ดูวาบหวิวทำแม่ทัพหนุ่มกลืนน้ำลายอยู่หลายครั้ง “ข้าต้องการเจ้า” เสียงแหบพร่าเอื้อนเอ่ย ใจเขาเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ “ข้าก็ต้องการ” นางตอบเสียงเบา สิ้นเสียงหวานแสนแผ่วเบา จุมพิตอันดูดดื่มก็เริ่มขึ้นเหยาหมิงเหมือนสัตว์ร้ายที่ทนหิวโหยมานาน แรงบดของริมฝีปากบางแทบทำให้ริมฝีปากอวบอิ่มของนางแหลกสลายลงตรงนั้น ความหวานหอมของปากอิ่มทำให้เขาไม่สามารถอดกลั้นความดิบเถื่อนในร่างกายได้อีก ลิ้นหนาดุนดันให้ริมฝีปากของนางเผยอขึ้น ก่อนจะตวัดปลายลิ้นฉกฉวยความหวานในปากของสตรีใต้ร่าง มือหนาลูบไล้ไปทั่วอาภรณ์ก่อนจะฟอนเฟ้นเข้าไปเหนือเนินอกอวบอิ่ม ใจของบุรุษหนุ่มเต้นแรงเมื่อมือสัมผัสถูกเนื้อสาว เสียงครางในลำคอแกร่งบ่งบอกถึงความพอใจของแม่ทัพปราบเหนืออย่างชัดเจน ยอดดอกบัวแข็งสู้มือเขาอย่างท้าทายจนมิอาจทำให้เขาเบามือกับนางได้ ลี่เหม่ยแทบขาดใจกับการสัมผัสเร่าร้อนของเหยาหมิง นางหอบหายใจแรงจนหน้าอกกระเ

  • เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นชะนีไม่มีผัว   บทที่ 41 เมาครั้งนี้ได้สามีเป็นตัวเป็นตน

    ยามเหม่า ลี่เหม่ยรู้สึกเหนื่อยล้าไปทั้งร่างคล้ายกับคนที่ต้องใช้แรงงานมาเป็นเดือน ๆ โดยมิได้พักผ่อน ก่อนจะปรือตามองไปโดยรอบ สภาพห้องตรงหน้ากลับไม่คุ้นตาเพียงนิด ก่อนภาพงานฉลองเมื่อคืนจะเริ่มเล่นอยู่ในหัว ฉากนางโดนเหยาหมิงป้อนจุมพิตให้ ฉากที่นางสารภาพรัก หรือแม้แต่ฉากร่วมรักนางกลับจดจำได้ทั้งหมด “เวรแล้ว ลี่เหม่ยนะลี่เหม่ย! แกเห็นผู้ชายหล่อหน่อยไม่ได้เลยนะ ละทวยโรยแรงทันทีเล้ย!” ลี่เหม่ยสบถให้ตัวเองก่อนรีบสำรวจอาภรณ์ที่บัดนี้ไม่มีติดร่างแม้เพียงชิ้น “ตื่นแล้วหรือ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น พร้อมกับอ่างน้ำอุ่นในมือ ลี่เหม่ยแทบหยุดหายใจเมื่อต้องเผชิญกับสายตาของเหยาหมิงในตอนนี้ เมื่อฤทธิ์น้ำเมาหมดไปนางก็เริ่มหน้าบางเขินอายกับสิ่งที่เกิดขึ้น “จะเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” ลี่เหม่ยไม่กล้าแม้แต่จะสบตาบุรุษตรงหน้า ได้แต่ก้มหน้าแต่งกายอย่างลวก ๆ “จะรีบไปไหน ได้ข้าแล้วคิดจะไม่รับผิดชอบหรือไร” แม่ทัพหนุ่มคว้าเอวบางไปกอดไว้แน่น ใบหน้าหล่อเหลาพาดบนไหล่ขาวที่ยังคงเปลือยเปล่าของนาง “ทะท่านทำอะไรน่ะ” นางตกใจจนต

  • เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นชะนีไม่มีผัว   บทที่ 40 เมามายจนได้เรื่อง

    กาสุราพร้อมอาหารหลายสิบอย่างตั้งอยู่ศาลาไม้ริมน้ำ เหยาหมิงนั่งรอสตรีว่าที่อดีตอนุตนพลางครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา “อะแฮ่ม ท่านแม่ทัพ” เสียงหวานน้ำเสียงสดใสดังขึ้น จนแม่ทัพหนุ่มต้องเงยหน้ามอง สตรีในชุดอาภรณ์แดงพลิ้วไหว ตัดกับผิวขาวราวหิมะ ริมฝีปากแดงสดยกยิ้มให้กับเขา “เหตุใดแค่ดื่มฉลองต้องแต่งกายขนาดนี้ คิดยั่วยวนข้าหรือ” เหยาหมิงที่หัวใจเต้นแรงยั่วโมโหอีกฝ่ายแก้อาการเคอะเขิน “ท่านแม่ทัพหลงตัวเองนะเจ้าคะ ข้าแค่แต่งกายฉลองอิสระของข้าต่างหาก” ลี่เหม่ยเอ่ยอย่างอารมณ์ดีก่อนนั่งลง “เป็นอนุข้า เจ้าขาดอิสระขนาดนั้นเชียว” แววตาเศร้าฉายผ่านแววตาลุ่มลึกของเหยาหมิงครู่หนึ่ง แต่กระนั้นลี่เหม่ยก็ยังสังเกตเห็น “ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ เราทั้งสองไม่ได้ตบแต่งกันด้วยความรัก คืนอิสระให้กันก็ดีแล้วมิใช่หรือ” “ได้ เช่นนั้นก็ดื่มเถอะ” เหยาหมิงรินเหล้าให้กับนาง ก่อนส่งสายตาเชิญชวนให้นางดื่ม ลี่เหม่ยมองเหล้าในจอก แม้กลิ่นจะหอมเย้ายวนทว่านางกลับไม่กล้าดื่ม ฝูลี่เหม่ยในโลกก่อนคออ่อนเสียยิ่งกว่าอะไรด

  • เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นชะนีไม่มีผัว   บทที่ 39 แค้นของมารดา ข้าชำระให้เเล้ว

    ชุนเหยาไทเฮาดวงตาเข้มขึ้นในทันใด มือขาวผ่องกำแน่นจนขาวซีด พระนางยืนขึ้นได้ไม่มั่นคงด้วยแรงแค้นที่สุมกลางอก ลี่เหม่ยเห็นดังนั้นรีบเข้าประคองไทเฮาในทันที “หวงหลงเหริน! เจ้าช่างบังอาจนัก มันผู้ใดให้ความกล้ากับเจ้า ถึงขั้นกล้าวางยาสังหารน้องสาวข้า!” เสียงพระนางดังลั่น ทำหวงหลงเหรินต้องรีบโขลกศีรษะกับพื้นเย็นด้วยความหวาดกลัว “เหยาหมิงหลานอยากทำอย่างไรกับนางชั่วช้าผู้นี้กัน” ไทเฮาหันมองแม่ทัพหนุ่มที่บัดนี้กำกระบี่ในมือแน่น เสียงกระบี่สั่นจนเกิดเสียงบ่งบอกถึงอารมณ์เคียดแค้นในตัวบุรุษหนุ่ม “สังหารนางซะ! แล้วลากศพไปทั่วเมืองแล้วค่อยทิ้งไว้หน้าจวนตระกูลหวง” เสียงเยือกเย็นเอื้อนเอ่ย ทำลี่เหม่ยขนลุกกับความโหดเหี้ยมของเฉิงเหยาหมิง “ไม่ได้นะ! ข้าเป็นแม่เล็กเจ้า ข้าเป็นฮูหยินท่านบัณฑิตหวังบิดาเจ้า ข้าเป็นน้องสาวเสนาบดีหวง เจ้าจะทำเช่นนี้ไม่ได้!” หลงเหรินเงยหน้าขึ้นพลางส่ายไปมา ใบหน้ายังคงขาวซีดน้ำหน้าอาบแก้ม คล้ายคนเสียสติ “เจ้าว่าอย่างไรหวังเทียนเล่ย เจ้าจะยังกล้าออกหน้าปกป้องสตรีที่ทำให้เจ้ากับบุตรชายผิดใจกันหร

  • เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นชะนีไม่มีผัว   บทที่ 38 ประกาศให้รู้ทั้งเมือง

    งานเลี้ยงต้อนรับราชทูตจบลงในยามเซิ่น ลี่เหม่ยที่ทั้งเหนื่อยทั้งเกร็งวางตัวไม่ถูกเมื่ออยู่ต่อหน้าเหล่าขุนนางและจักรพรรดิของแคว้น เมื่อขึ้นรถม้าได้ก็กลับสนิททันที โดยใช้ไหล่ของเหยาหมิงเป็นหมอนรองนอนตลอดทาง แม่ทัพหนุ่มนั่งแข็งทื่อไม่กล้าขยับ หัวใจที่เต้นแรงทำได้เพียงเป่าลมออกจากปากเพื่อคลายความตื่นเต้น รถม้าหยุดนิ่งหน้าจวน ก่อนที่ลี่เหม่ยจะตื่นขึ้นอีกครั้งโดยที่นางยังคงซบอยู่ที่ไหล่ของสามี “ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าเหนื่อยมากจึงหลับไม่รู้ตัว” “ไม่เป็นไร วันนี้เจ้าทำได้ดีไม่น้อย ไทเฮาดูพอพระทัยไม่น้อย” เหยาหมิงยิ้มให้กับนาง นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าเด็กปากร้ายของนางเอ่ยชมทั้งยิ้มให้อีก ลี่เหม่ยจึงวางตัวไม่ถูกชั่วขณะ “ขอบคุณท่านแม่ทัพที่เอ่ยชม” “เช่นนั้นแผนการหาฆาตกรของเราพระนางจะช่วยหรือไม่” “ไทเฮาทรงช่วยแน่ พระนางเป็นพี่สาวของแม่ข้านี่” “อีกห้าวันส่งราชทูตกลับแคว้นเจ้าก็เริ่มแผนเถอะ” เหยาหมิงฝากความหวังไว้ที่นาง ร้านปักผ้าตระกูลไป๋คึกคักไม่น้อย เมื่อชาวเมืองรู้ว่าฉลองพระองค์ของไทเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status