Share

บทที่ 2.1

last update Tanggal publikasi: 2026-03-24 10:24:32

รั่วเซวียนมองคนที่หายใจหอบเหงื่อท่วมด้วยความหนักใจ เขาเป็นไข้จริงๆ อย่างไม่ต้องสงสัย บาดแผลขนาดนี้เขากลับรู้สึกตัวนั่นทำให้นางประหลาดใจอยู่มาก ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่เป็นอะไร

เคลื่อนย้ายเขาไม่ได้ อาหารหรือยาก็ไม่มี ที่นี่คือที่ไหนนางเองก็ยังไม่รู้ หญิงสาวมองไปรอบๆ ด้วยความสิ้นหวัง ที่ทำได้คือเช็ดตัวให้เขาพร้อมกับใช้น้ำลูบริมฝีปากให้เพื่อไม่ให้เขาขาดน้ำ ช่วงที่เขาหมดสตินางเดินไปรอบๆ มองหาอะไรสักอย่างเท่าที่หาได้

โชคดีที่สวรรค์ไม่ใจร้ายจนเกินไป จากจุดที่นางยืนไกลลิบในแม่น้ำ แพของชาวบ้านกำลังไหลมาตามกระแสน้ำ รั่วเซวียนตะโกนสุดเสียงโบกไม้โบกมือขอความช่วยเหลือ พยายามทำทุกทางเพื่อให้แพนั้นมองเห็นนาง

น้ำไหลเชี่ยวหากแพผ่านไปแล้วก็ยากจะวกกลับมา แม้เขามองเห็นนางแต่ก็เลยไปไกล คราแรกหญิงสาวยังนึกว่าหมดหวังแล้ว โชคดีที่ท่านลุงผู้นั้นจอดแพห่างออกไปและเดินวกกลับมาดู

สอบถามแล้วเขาแซ่จาง นามเหิง ท่านลุงจางผู้นี้ท่าทางใจดีมากจนนางรู้สึกถึงโชคดีของตนแล้ว นางขอบคุณเขาด้วยความซาบซึ้ง ช่วยกันกับท่านลุงผู้นั้นแบกร่างคนเจ็บที่ไม่ได้สติไปที่แพ

ท่านลุงจางพาทั้งสองไปยังหมู่บ้านที่อยู่ไกลออกไป แถมยังบอกว่านางโชคดีที่เขาเพิ่งกลับมาจากเมืองหลวง หาไม่ฤดูน้ำหลากเช่นนี้แม่น้ำเหอหนานย่อมไม่มีเรือแล่นผ่าน

หมู่บ้านดังกล่าวอยู่ไกลจากจุดที่หญิงสาวกับชายหนุ่มค้างคืนมาก แม้สายน้ำไหลเชี่ยวยังต้องล่องแพออกมานานเกือบสามชั่วยามกว่าจะถึง ยังดีที่หมู่บ้านมีแม่หมอมากประสบการณ์อยู่ อาการไข้ของชายหนุ่มจึงมีคนช่วยดูแล

“ท่านลุงเจ้าคะจากที่นี่ไปเมืองลั่วอี๋ต้องเดินทางกี่วันเจ้าคะ”

“เมืองลั่วอี๋? เจ้ามาจากเมืองลั่วอี๋หรือ”

“เจ้าค่ะ”

“เดินเท้าสิบสองวันขึ้นไปทางทิศเหนือ”

สิบสองวัน!!! คิดถึงรถไฟฟ้าชะมัด...

“เช่นนั้น...แม่นางเสี่ยวเซวียน หากเจ้ายอมรออีกหน่อย ข้าจะขอร้องท่านลุงให้ช่วยส่งข่าวไปยังสหายของข้า ให้เขาส่งรถม้ามารับ ระหว่างทางข้าจะแวะไปส่งเจ้าที่เมืองลั่วอี๋ ตอบแทนที่เจ้าช่วยชีวิต”

ได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็มองเขาด้วยดวงตาสว่างวาบ “เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว!!”

อาหารมื้อแรกหลังจากรอดตายมาได้ รั่วเซวียนกวาดทุกอย่างลงท้องด้วยความหิว ตอนนั้นมองคุณชายหลิวที่ค่อยๆ ละเมียดทีละคำๆ เคี้ยวช้าๆ แม้ในสภาพแบบนี้เขาก็ยังน่ามอง ผิดกับนางที่เป็นสตรีแท้ๆ กลับเคี้ยวเต็มปากเต็มคำ ...เฮ้อ

ตอนนี้ทั้งสองสวมชุดของท่านลุงและท่านป้าที่เอื้อเฟื้อให้ความช่วยเหลือ ทว่ากลิ่นอายบนตัวของชายหนุ่มก็ยังดู...ไม่ธรรมดา

“บาดแผลท่านเป็นอย่างไรบ้าง”

“แม่หมอบอกว่าดีขึ้นแล้ว นางประหลาดใจที่เจ้ากล้าเย็บแผลราวกับเย็บผ้า ฝีเข็มนับว่าไม่เลว”

หญิงสาวกระแอมด้วยความรู้สึกผิด แน่ใจว่าแผลเป็นที่ทิ้งเอาไว้คงไม่น่ามองนัก ช่างทำลายความหล่อเหลาสมบูรณ์แบบตามธรรมชาติโดยแท้...

“ก็ดีแล้ว ข้ายังกังวลว่าสมุนไพรที่ข้าใช้จะทำให้แผลอักเสบ” นางไม่อยากถาม ไม่อยากสอดรู้ ดังนั้นจึงไม่มีเรื่องให้สนทนากับเขามากนัก เขาเองก็ไม่ถาม ไม่สอดรู้เรื่องของนาง ดังนั้นหลังจบบทสนทนาทั้งสองก็ได้แต่นั่งเงียบ

วันต่อมาน้ำแกง...เค็มปี๋ รั่วเซวียนดื่มโดยไม่พูดอะไร สังเกตเห็นว่าท่านลุงจางเองก็ดื่มเงียบๆ ผิดกับชายหนุ่มที่วางถ้วยน้ำแกงทันทีพร้อมกับสำลัก

“ทำไมน้ำแกง...”

หญิงสาวเตะขาเขาเบาๆ ดีที่ไม่ใช่ข้างที่ได้รับบาดเจ็บ เขาหันมองนางพร้อมขมวดคิ้ว สบตากับนางราวกับไม่เข้าใจ นางบอกเป็นนัยให้เขาดื่มน้ำแกงนั่นเสีย เขางุนงงอยู่นานมากกว่าจะเข้าใจ

ตอนกำลังเปลี่ยนผ้าพันแผลให้เขา รั่วเซวียนรู้ว่าเขามีคำถาม “ท่านป้าไม่รู้รสชาติมานานแล้ว ท่านลุงบอกว่าก่อนหน้านี้หลายปีท่านป้าทำงานอยู่ที่เมืองซ่างกวน ฝีมือเข้าครัวของนางไม่ว่าใครได้ลิ้มรสก็ต้องชมเชย แต่ตอนนั้นถูกคนกลั่นแกล้ง นางถูกวางยาจนลิ้นไม่รู้รสมานานแล้ว”

“แต่น้ำแกงนั่นเค็มมาก ดื่มเข้าไปมีแต่จะเสียสุขภาพ ควรบอกให้ท่านป้ารู้ หาไม่ท่านลุงอาจล้มป่วยอีกคน”

“ปกติหากว่างท่านลุงจะเข้าครัวไปช่วยปรุงรส แต่เมื่อเช้าท่านลุงยุ่งมาก ทั้งต้องไปซื้อยา ทั้งต้องหาผ้าพันแผล” นางพันแผลให้เขาเสร็จแล้ว “หากเป็นคนทั่วไปในเมื่อช่วยแล้ว รอดตายแล้ว ที่เหลือก็ไม่ใช่ความรับผิดชอบ ช่วยแล้วได้อะไร เดิมทีพวกเขาก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร อาหารพื้นๆ ข้าวก็เต็มไปด้วยกรวด กระท่อมแคบๆ มีคนเพิ่มเข้ามาอีกสองคน นั่นเท่ากับเพิ่มงานที่ต้องทำโดยใช่เหตุ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 6.8 จบ

    นางหัวเราะ “แล้วสำเร็จหรือไม่”“สักสองไหได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”“น้อยๆ หน่อย ข้ามีเพียงสองไหเท่านั้นเพราะการหมักซับซ้อน ปีหน้าไม่แน่ว่าจะได้มากกว่าสอง”“เช่นนั้นปีหน้ากระหม่อมจะมารับส่วนแบ่งของกระหม่อมแน่นอน สองไหอย่าลืมนะพ่ะย่ะค่ะ”“ได้” นางตกลงเซียวจื่ออวี่ยิ้มเขากระตุ้นม้าให้ออกวิ่ง “คำไหนคำนั้น!!”“คำไหนคำนั้น!!!” นางมองส่งแม่ทัพหนุ่มควบม้าจากไปด้วยรอยยิ้ม ในใจคลายความกังวลลงในทันที เรื่องในราชสำนักนางตระหนักดีว่าหาความสงบสุขนั้นยาก ยิ่งเป่ยโจวสงบสุขและรุ่งเรืองมากเพียงใด คนในเมืองหลวงก็จะยิ่งจับจ้องมากขึ้นเท่านั้นด้านหลังมีเสียงฝีเท้า “ท่านอ๋อง”“คนจากไปแล้วหรือ”“เพคะ”“ข้ามารับเจ้ากลับเรือน” เสวียนปั๋วหย่ายื่นมือมาให้นางจับ“ทรงรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่เพคะว่าหม่อมฉันแอบออกมา”“ไม่มีเจ้าเคียงข้าข้าจะวางใจนอนหลับได้อย่างไร”นางยิ้ม “เช่นนั้นดึกมากแล้วกลับไปพักผ่อนเถิดเพคะ พรุ่งนี้ยังมีทหารใหม่ที่ต้องฝึก”“เจ้าเองก็อย่าหักโหม หากมีอาการแพ้จะต้องรีบพัก”“เพคะหม่อมฉันจะไม่หักโหม แล้วนี่ท่านพ่อส่งข่าวมาบ้างหรือไม่เพคะ”“อืม หยวนซื่อโหวไม่ได้เขียนเป็นจดหมายเพราะเกรงจะถูกติดตาม เขาส่งคนมาเมื

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 6.7

    “แล้วเพราะอะไรทรงเกิดความขัดแย้งในพระทัย”“เพราะวันนั้น...อยู่ๆ เสด็จพ่อก็มีราชโองการบังคับให้รุ่ยรุ่ยเป็นเช่อเฟยของข้า นับตั้งแต่พบและนางพาข้าเข้ามาถึงเมืองหลวง ข้าไม่เคยบีบบังคับนาง ไม่เคยมีความคิดนั้น ในใจของข้าถึงขั้นเคยคิดที่จะช่วยนางก่อเรื่อง ขอเพียงไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรม ไม่ได้ฆ่าใคร ข้าพร้อมจะช่วยนางเต็มที่ ข้าทะนุถนอมนางถึงเพียงนี้ แต่เพราะตัวข้าเองกลับทำให้นางต้องยอมจำนน”เซียวจื่ออวี่ถอนหายใจ“เจ้าอาจมองว่าข้าโง่งม เพียงเพื่อสตรีนางเดียว ข้ากลับทำลายทุกอย่าง แต่ว่าเซียวจื่ออวี่ นางเป็นสตรีที่ข้ารัก ชั่วชีวิตข้าต้องการสิ่งเดียวและเป็นสิ่งแรก นั่นก็คือมีนางอยู่เคียงข้าง”“แล้วตอนนี้ท่านอ๋อง...มีความสุขหรือไม่”“ข้ามีความสุขมาก ข้ามีทุกอย่างที่ใจของข้าปรารถนาแล้วที่เป่ยโจว”“นั่นคือคำตอบทั้งหมดที่กระหม่อมมาเพื่อฟังด้วยตัวเอง” เซียวจื่ออวี่ยิ้มตอนนั้นเองที่หม่าเหอขยับเดินเข้ามาใกล้ เขามองเสวียนปั๋วหย่าที่กระโดดลงจากหลังม้า เดินเข้าไปหาคนสนิทด้วยใบหน้ากังวลตอนนั้นเขาเองก็เคร่งเครียดเพราะคิดว่ามีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น เพียงแต่...หลังได้รับการบอกประโยคเดียว สีหน้าของเสวียนปั๋วหย่า

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 6.6

    “ตื่นแล้ว” เขาประคองตัวลุกขึ้นนั่ง “เจ้าได้พักบ้างหรือไม่”“หม่อมฉันไม่เหนื่อย รู้สึกอย่างไรบ้างเพคะ”“เหมือนกำลังฝัน”นางหัวเราะขยับเข้าไปหาเขา ยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตเขา “ดีขึ้นแล้วหรือยังเพคะ”เขากะพริบตา นางยื่นหน้าเข้าไปอีก จุมพิตนานอีกนิด “แล้วเช่นนี้...”“เหมือนดีขึ้นเล็กน้อย”นางมองเขาอย่างรู้ทันแต่ก็ยังขยับเข้าไปอีก ครั้งนี้เขาตรึงศีรษะนางเอาไว้ จุมพิตกอดเกี่ยวเนิ่นนาน... ทั้งสองหอบหายใจตอนเขาปล่อย เสวียนปั๋วหย่ากอดนางพร้อมลูบหลังและเกยคางลงไปบนไหล่หญิงสาว “รุ่ยรุ่ย”“เพคะ”“ข้ารักเจ้า”นางยิ้ม “จะแข่งกับหม่อมฉันหรือเพคะ”“วันนี้ข้าเป็นฝ่ายพูดก่อน” เขาโยกตัวไปมาราวกับเด็กเล็กๆ กอดนางแน่นพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “ถึงไหลโจวแล้วจะต้องไหว้ฟ้าดินก่อนเป็นเรื่องแรก พวกเราแต่งงานตามประเพณีไหลโจวดีหรือไม่ กลับมาค่อยไหว้ฟ้าดินแบบต้าฉี”“แต่งงานสองครั้งหรือเพคะ”“ใช่แล้ว ครั้งเดียวจะไปพออะไร รู้หรือไม่ว่าข้าสิ้นหวังเพียงใด”นางยิ้มลูบหลังเขา “ดีขึ้นหรือยังเพคะ”“ดีขึ้นเล็กน้อย” นางกอดแน่นขึ้นอีกนิด “ดีขึ้นมาก”“กอดแน่นกว่านี้ก็เจ็บแล้วเพคะ แผลที่หลังยังไม่ดีขึ้นเลย” หญิงสาวดันตัวออ

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 6.5

    นางมองเขาจากนั้นถอนหายใจ “ท่านอัครมหาเสนาบดีไปหาท่านหรือไม่”“อืม ครั้งหนึ่งหลังโดนโบย ทำไมหรือ”“เขาพูดอะไรกับท่านหรือไม่”เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง “บอกว่าให้ข้าทำหน้าที่ให้ดีก็พอ เรื่องอื่นเข้าจัดการให้แล้ว”นางพลันเข้าใจ...ที่แท้ท่านตาของนางก็เป็นคนจัดการเรื่องนี้ เพียงแต่...ไม่ใช่เป็นการขัดราชโองการหรือ?!ด้านนอกมีเสียงฝีเท้ามาหยุด “ท่านหญิงสวี่เยียน องค์ชายหก หากสนทนากันจบแล้วก็ออกมารับราชโองการเถิด”“ราชโองการ?!” นางเบิกตาทว่าก็เดินออกไปดู “กงกงเจ้าคะ องค์ชายหกทรง...”“ข้าลุกได้” เขาลุกได้แต่ก็ทุลักทุเลมาก“ด้วยเมตตาจากองค์ฮ่องเต้ องค์ชายหกต้องเดินทางไปไกลถึงไหลโจวเพื่อทำหน้าที่ทูตแห่งไมตรี บัดนี้ท่านหญิงสวี่เยียนเองก็ไม่ต้องรั้งอยู่ที่เมืองหลวง ด้วยนิสัยอันโอบอ้อมเฉลียวฉลาด หากเดินทางไปกับคณะทูตจะต้องทำประโยชน์ได้มากล้น แม้ยังไม่ได้พระราชสมรส แต่ทรงเมตตาแต่งตั้งท่านหญิงสวี่เยียนให้เป็นชายาองค์ชายหก มอบตราประจำตัวชายาองค์ชายหกทันที ขอให้ทั้งสองเป็นคู่ที่สวรรค์สรรค์สร้าง ครองรักยืนยาวมั่นคง จบราชโองการ”เยียนหมิงรุ่ย...พูดไม่ออก นางรับราชโองการเสียงเบา ส่วนเสวียนปั๋วหย่ายื่นสองมือออก

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 6.4

    “ไม่ปิดห้องพักจะพอหรือ คนของเราทั้งขบวนก็เต็มโรงเตี๊ยมแล้ว”นางขมวดคิ้วเพราะโรงเตี๊ยมแห่งนี้ใหญ่มาก มองโรงเก็บม้าด้านหลังที่มีม้าเรียงราย ด้านหลังคล้ายมีคนแต่ดูไม่เหมือนเสี่ยวเอ้อของโรงเตี๊ยม “ศิษย์พี่สิบเจ็ด ไม่ใช่ว่าท่านหลอกข้า พวกท่านคิดจะลักพาตัวข้ากลับแดนเหนือหรือ ท่านบอกข้ามานะ นี่ไม่ใช่เส้นทางกลับเป่ยโจวใช่หรือไม่”เขาถลึงตาให้นาง “เจ้าจินตนาการให้มันน้อยๆ หน่อย ราชโองการเลยนะ ข้าจะหาเรื่องเดือดร้อนให้บิดาเจ้าเลยหรือ อย่าลืมว่าเขายังเป็นท่านโหวอยู่ อีกอย่างเขาเองก็กำลังเดินทางไปไหลโจวหากไม่ระวังยังไงก็ยังถูกสั่งประหารได้อยู่ดี”ก็จริง...นางมองไปรอบๆ ยังไงก็ยังรู้สึกแปลก“ไปพักได้แล้ว เสี่ยวเหมยพานายของเจ้าไปห้องพัก”“เจ้าค่ะ” เสี่ยวเหมยเข้ามาประคองนางให้ออกเดิน “ไปกันเถิดเจ้าค่ะคุณหนู”“เสี่ยวเหมยเจ้าว่ามันแปลกๆ หรือไม่”“แปลกตรงไหนเจ้าคะ”“ที่นี่ใช่เส้นทางกลับเป่ยโจวจริงหรือ”“คุณหนูข้าน้อยเองก็เดินทางไม่บ่อยเหมือนท่าน อีกอย่างนายท่านเฟิงจะหลอกท่านทำไมเจ้าคะ”“ก็ถูกของเจ้า” นางเดินเข้าไปในห้อง ทว่ามารู้ตัวอีกทีก็ถูกเสี่ยวเหมยปิดประตู “เจ้าทำอะไร!?”“คุณหนูท่านรอข้าน้อยในห้องนะ

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 6.3

    นางมีของให้เก็บไม่มาก ในเมื่อฮ่องเต้เตรียมการให้นางแล้ว แถมยังให้นางออกเดินทางทันทีหลังรับราชโองการจบ “ข้าจะกลับพร้อมพี่รุ่ยรุ่ย ข้าเองก็ไม่มีของให้เก็บมากนัก ข้าปล่อยท่านเดินทางคนเดียวเช่นนี้ไม่ได้”“ข้าเองก็จะไปส่งข่าว” หงฉินรีบปราดออกไปจากจวน คิดว่าคงไปบอกท่านปู่ของนางเยียนหมิงรุ่ย...หลับตาน้ำตาหลั่งริน จนถึงที่สุดแล้วเสวียนปั๋วหย่าก็ยังช่วยนางจนถึงที่สุด แม้แต่บิดาของนางเองก็ไม่ต้องถูกลงโทษ ไม่โดนระลอกคลื่นซัดสาด ไม่ต้องทานทนกับความพิโรธของโอรสสวรรค์“อยากพบเขาเหลือเกิน...อย่างน้อยก็บอกลา แต่ว่า...” สถานการณ์เช่นนี้คงไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว หญิงสาวยิ้มมองไปรอบๆ เรือน “ลาก่อน...เมืองหลวง”เพราะการออกเดินทางฉุกละหุกยิ่ง กว่าขบวนเดินทางจะออกมาถึงกำแพงเมืองหลวงก็ล่วงเข้ายามโหย่ว[1] ที่นั่น...ท่านตาอัครมหาเสนาบดีกับฮูหยินของเขาออกมาส่งนาง แม้แต่เจี่ยงฝูชางเองก็มา“ฉุกละหุกนักแต่ท่านตาก็มา ขอบคุณนะเจ้าคะ” นางยิ้มให้อีกฝ่ายอัครมหาเสนาบดีชราส่งขวดบางอย่างให้นางสองขวด “นี่เป็นยาสมานแผลชั้นดี เจ้าเก็บเอาไว้ ส่วนนี่เป็นยาบำรุงหัวใจ ใช้ในยามที่เจ้าเสียเลือดมาก ยานี่ล้ำค่ามากหาไม่ได้อีกแล้วในเ

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 9.4

    “เป็นสตรีที่น่าสนใจใช่หรือไม่” จวินฮูหยินยิ้ม“แล้ว...ท่านแม่คิดเช่นไรกับเรื่องนี้ขอรับ”“แม่คิดอย่างไรไม่สำคัญ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเจ้าสามต่างหาก แต่แม่ว่าเขาเป็นเอามาก ของที่ถูกส่งมาเขาทะนุถนอมรักษาอย่างดี หวงแหนราวกับของมีค่า ทั้งจดหมายและของฝากที่ถูกส่งมาพร้อมกัน ยิ่งใกล้ถึงวันที่คนส่งข่าวจะกลั

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 2.4

    ระหว่างการเดินทางต้องใช้เวลาราวห้าถึงหกวัน การหยุดพักค้างแรมในป่าจึงเลี่ยงไม่ได้ เขากำลังนั่งสนทนาอยู่กับอวิ๋นเสียนซึ่งกำลังรายงานเรื่องราวที่เขาพลาดไปนับตั้งแต่วันที่เขาตกลงไปในแม่น้ำ ทว่าตอนนั้นเองที่หญิงสาวนำยาที่เคี่ยวแล้วเข้ามาให้“ยามาแล้ว”“ขอบคุณ วางเอาไว้ข้าจะดื่มทีหลัง” เขากล่าวพร้อมกับหั

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 2.3

    “ท่านลุงจางทำให้ เช่นนี้ข้าจึงสามารถช่วยตัวเองได้ในหลายๆ เรื่อง”“แผลที่ต้นขาท่านเป็นอย่างไรบ้าง”เขาเดินเข้ามาและขยับลงนั่ง หญิงสาวลุกขึ้นช่วยพยุงเขาให้นั่งลง สีหน้าของเขาดีขึ้นมากแต่เมื่อขยับขาก็มองออกว่ายังเจ็บอยู่ “เดินเหินยังไม่สะดวกไม่ควรขยับบ่อย แผลอาจปริได้ทุกเมื่อ”“นั่งๆ นอนๆ มาหกวันแล้ว

  • เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้อยากมีชีวิตที่ราบรื่น!!   บทที่ 2.2

    “แต่...เสแสร้งไปก็ไม่ช่วยให้ท่านป้ารู้สึกดี”“แถวบ้านข้าเรียกถนอมน้ำใจ” นางถลึงตาให้เขา “คนเขาดีด้วยท่านเสแสร้งแค่นี้แลกกับข้าวอีกหลายมื้อ หรือไม่ท่านคิดว่าตัวเองมีทางเลือกมากนักหรือ อยู่ที่นี่ทำตัวเป็นคุณชายให้น้อยๆ หน่อย” พูดจบนางก็มองเขาด้วยสายตาเรียบเฉยด้านนอกมีเสียงเอะอะโวยวายหญิงสาวสบตากับเข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status