Mag-log inยามเว่ยแก่ๆ ณ แท่นพิธีหน้าซุ้มประตูชัย ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้น
ตึงงงงงง! ตึงงงงงง! ปู๊นนนนน!
เสียงรัวกลองชัยและแตรเขาสัตว์ดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านฟ้าดิน เสียงโห่ร้องสรรเสริญของฝูงชนเรือนแสนดังกระหึ่มประหนึ่งคลื่นซัดฝั่ง เมื่อสตรีร่างพองหนาหกเท่าในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัว เดินแบกกระทะเหล็กก้นบุบพาดบ่า นำหน้าพยัคฆ์ทมิฬเก้าหางที่เดินกระดิกหางดุ๊กดิ๊ก โดยมีบุรุษหนุ่มในชุดเกราะทมิฬเดินเคียงข้าง ก้าวขึ้นสู่แท่นพิธีรับรางวัลชนะเลิศประจำด่านแรกอย่างสง่างาม
บนแท่นหยกขาวสูงสุด มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงฉีกยิ้มกว้างจนพระกรรณแทบฉีก พระเนตรเอ่อล้นไปด้วยน้ำพระเนตรแห่งความปลาบปลื้มใจ พระองค์สาวพระบาทก้าวลงมาจากซุ้ม VIP ด้วยพระองค์เอง โดยมีหัวหน้าราชทูตเดินประคองถาดทองคำแท้ตามหลังมาติดๆ
“ลูกรักของพ่อ!” มหาจักรพรรดิตรัสสุรเสียงดังก้อง “เจ้าแสดงเพลงกระทะสะท้านภพ สยบยอดกระบี่แดนประจิมจนฟันร่วงหมดปาก ช่างกู้หน้าและเชิดชูเกียรติภูมิแห่งบูรพาได้อย่างสะใจพ่อยิ่งนัก! นี่คือรางวัลแห่งชัยชนะอันดับหนึ่งของเจ้า!”
หัวหน้าราชทูตคุกเข่ายกถาดขึ้นสูง เผยให้เห็นของรางวัลระดับตำนานสองสิ่ง: สิ่งแรกคือ ‘กระทะทองคำมังกรแท้ทนไฟหมื่นปี’ ตัวกระทะทำจากทองคำเทวะสุกปลั่ง ผิวสัมผัสเรียบลื่นมันวาว ลวดลายมังกรขดรอบขอบกระทะแผ่ไออุ่นอันบริสุทธิ์ สิ่งถัดมาคือ ‘ผลทิพย์สวรรค์รสหวานฉ่ำพันปี’ สีเหลืองทองอร่ามลูกโตเท่าส้มโอ ส่งกลิ่นหอมหวานละมุนเตะจมูกกองพะเนินอยู่เต็มเข่งสานทองคำ!
หมับ!
มะลิตาลุกวาวเป็นประกายดอลลาร์ $\$100$ พุ่งเข้าไปคว้ากระทะทองคำเข้ามากอดแนบอกทันที!
สองมือลูบคลำก้นกระทะที่ลื่นไหลไร้รอยต่อ ผิวกระทะเงาวับจนส่องหน้าเห็นรูขุมขน มะลิน้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื้นตันใจระดับสิบริกเตอร์
(โอ้โห... แม่เจ้าโว้ยยยยยยยยยยย!) มะลิร่ำไห้กรีดร้องในใจ (นี่มันไม่ใช่แค่กระทะทองคำธรรมดา แต่มันคือ ‘สุดยอดกระทะเทฟลอนทองคำเคลือบเซรามิกเกรดพรีเมียมปี 2026’! ผิวลื่นขนาดนี้ ทอดไข่ดาวไม่ต้องใช้น้ำมันชัวร์! ผัดกะเพราก็ไม่ติดก้น ล้างง่ายแค่เอาทิชชูเช็ดก็เกลี้ยง! สวรรค์ของคนทำอาหารชัดๆ ว้อยยยย!)
“ฮือออ... ขอบคุณค่ะคุณพ่อ!” มะลิลูบก้นกระทะพลางพึมพำน้ำตาซึม “หนูจะทะนุถนอมกระทะใบนี้ยิ่งกว่าชีวิตเลยค่ะ!”
มหาจักรพรรดิทรงได้ยินคำว่า ‘คุณพ่อ’ และเห็นน้ำตาแห่งความตื้นตันของลูกสาว ก็ทรงยกแขนเสื้อขึ้นซับหัวตาด้วยความซาบซึ้งใจสุดขีด
‘ดูเถิด... ลูกข้าช่างมีจิตวิญญาณผูกพันกับศัสตราวุธบรรพกาลยิ่งนัก!’ มหาจักรพรรดิรำพึงในใจ ‘นางถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อได้สัมผัสอาวุธประจำตระกูลมังกร!’
ทว่า... ในวินาทีอันแสนซาบซึ้งนั้นเอง!
ฟึ่บ!
‘เวินเชียนฟาน’ ในชุดเกราะศึกสีดำทมิฬที่ยืนเคียงข้าง มือหนาหยิบ ‘ผลทิพย์สวรรค์พันปี’ ลูกโตจากในเข่งขึ้นมาหนึ่งลูก ปลายนิ้วตวัดปราณกระบี่บางเบาปอกเปลือกสีทองออกอย่างประณีต เผยให้เห็นเนื้อผลไม้สีขาวนวลชุ่มฉ่ำน้ำหวานหยดย้อย ก่อนจะยื่นไปจ่อชิดริมฝีปากอิ่มของมะลิหน้าตาเฉย!
“อ้าปากสิ...” ชินอ๋องกระซิบเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล อ่อนโยนจนคนรอบข้างแทบละลาย “เจ้าเหน็ดเหนื่อยจากการฟาดกระทะมาทั้งบ่าย กินผลทิพย์ดับกระหายก่อน ยอดดวงใจของข้า”
“ง่ำ!”
มะลิไม่รอช้า อ้าปากกว้างงับผลทิพย์คำโตเข้าปากทันที! น้ำหวานรสชาติหอมหวานชื่นใจระเบิดซ่านไปทั่วกระพุ้งแก้ม มะลิเคี้ยวตุ้ยๆ สองแก้มพองออกดุจกระรอก ตาหยีด้วยความฟิน
“อื้มมมมม! หวานเจี๊ยบ ชื่นใจสุดๆ เลยค่ะคุณพี่!”
มหาจักรพรรดิบูรพายืนมองภาพลูกเขยหน้ามึนกำลังยืนป้อนผลไม้ให้ลูกสาวต่อหน้าต่อตา พระพักตร์พลันกระตุกยิกๆ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ทรงมองค้อนชินอ๋องตาเขียวปั๊ด!
‘ไอ้เด็กหน้าเหม็นนี่!’ มหาจักรพรรดิกัดพระทนต์กรอดในใจ ‘ข้าเป็นคนมอบรางวัลให้ลูกสาวแท้ๆ เจ้ากลับมาชุบมือเปิบยืนป้อนผลไม้เอาหน้าต่อหน้าข้าเชียวรึ! หน็อยยยย... เผลอเป็นไม่ได้เชียวนะมึง!’
ในระหว่างที่พ่อตากำลังส่งสายตาพิฆาตใส่ลูกเขย มะลิก็หันไปมอง ‘พยัคฆ์ทมิฬเก้าหาง’ ที่กำลังนั่งกระดิกหางตาแป๋วอยู่ข้างๆ นางลูบหัวยักษ์นุ่มฟูของมันเบาๆ ก่อนจะหันไปหามหาจักรพรรดิ
“เอ้อ คุณพ่อคะ!” มะลิเอ่ยขึ้นตาใส “หนูว่าเจ้าส้มวิ่งรับส่งหนูรอบป่ามาทั้งบ่ายคงเหนื่อยแย่แล้ว ดูสิคะเนี่ย ลิ้นห้อย พุงแฟบหมดแล้ว... ด่านต่อไปหนูขอฝากเจ้าส้มไว้กับคุณพ่อก่อนได้ไหมคะ? ฝากคุณพ่อพาไปนั่งพักผ่อน แล้วสั่งห้องเครื่องย่างเนื้อวัวเลี้ยงมันสักสองสามตัวด้วยนะคะ อย่าให้หลานคุณพ่อหิวโซนะ!”
“โฮก... (เหมียวววว~)” เจ้าเสือยักษ์ทำเสียงครางออดอ้อน เอาหัวยักษ์ไปถูไถฉลองพระองค์มังกรทองของมหาจักรพรรดิทันที!
มหาจักรพรรดิถึงกับพระเนตรเบิกกว้าง พระทัยเต้นระทึกด้วยความตื้นตันใจอย่างหาที่สุดมิได้!
‘สวรรค์ชั้นฟ้า...!’ มหาจักรพรรดิทรงยกพระหัตถ์ที่สั่นเทาลูบหัวเสือร้ายหมื่นปีเบาๆ ‘ลูกข้าช่างกตัญญูและห่วงใยพ่อยิ่งนัก! นางเกรงว่าในระหว่างการประลองจะมีคนลอบทำร้ายข้า นางจึงยอมสละสัตว์เทพพิทักษ์บรรพกาลมาคุ้มครองบัลลังก์พ่อ!’
มหาจักรพรรดิทรงยืดพระอุระอย่างภาคภูมิใจ ตรัสสั่งการเสียงกึกก้องลั่นซุ้ม VIP
“วางใจได้เลยลูกรักของพ่อ! เจ้าส้ม... เอ๊ย พญาสัตว์เทพตัวนี้ พ่อจะดูแลประคบประหงมดั่งแก้วตาดวงใจ! ถ่ายทอดพระบัญชา... สั่งห้องเครื่องหลวงย่างเนื้อวัวชั้นดีสิบตัวมาปรนเปรอพญาสัตว์เทพของลูกข้าเดี๋ยวนี้!!”
เหล่าทหารและขุนนางรอบข้างต่างพากันเหงื่อกาฬไหลพราก ขนลุกซู่ด้วยความหวาดผวา... ภาพพญามังกรแห่งบูรพาและพยัคฆ์ทมิฬเก้าหาง สองสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในมหาทวีป บัดนี้กำลังนั่งเกาคางให้กันบนซุ้ม VIP ช่างเป็นภาพที่เหนือจินตนาการโดยแท้จริง!
ยามเซิน (ประมาณ 15.00 น.) ณ ลานกว้างหน้าหุบเขากระจกมายา (ปากทางเข้าด่านที่สอง)
หวึ่งงงงงงงงงง!
เสียงระฆังทองสำริดดังกังวานขึ้นอีกครั้ง เป็นสัญญาณเปิดฉากการประลองรอบต่อไป
บรรยากาศหน้าหุบเขาดูแปลกประหลาดและน่าสะพรึงกลัว เบื้องหน้าคือแนวผาหินสูงชันที่เรียงรายไปด้วย ‘ผลึกกระจกเงาขนาดยักษ์’ นับหมื่นบาน สะท้อนแสงแดดยามบ่ายจนเกิดภาพลวงตาบิดเบี้ยวพร่ามัว ซ้ำยังมีไอความร้อนสีแดงอมส้มระอุพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นหินเบื้องล่างจนอากาศบิดตัวเป็นคลื่น
โฆษกสนามก้าวขึ้นสู่แท่นประกาศเสียงก้องผ่านค่ายกลขยายเสียง
“ขอต้อนรับสู่การประลองด่านที่สอง... ‘ค่ายกลมายาวงกตกระจกเงาและศิลาเพลิงหมื่นลี้’!”
โฆษกเว้นจังหวะ ก่อนจะชี้ไปยังเส้นทางคดเคี้ยวในหุบเขา
“กติกาในด่านนี้: ผู้เข้าแข่งขันจะต้องก้าวเท้าผ่านเขาวงกตกระจกเงา ซึ่งค่ายกลจะดึงเอา ‘ความปรารถนาลึกซึ้งและความกลัวสูงสุด’ ในจิตใจของแต่ละคนออกมาสร้างเป็นภาพลวงตาหลอกหลอน หากจิตใจไม่มั่นคง ย่อมติดอยู่ในมนตร์สะกดจนสติแตกคลุ้มคลั่ง! ซ้ำร้าย พื้นทางเดินยังสร้างขึ้นจาก ‘ศิลาเพลิงหมื่นลี้’ หินอาคมที่แผ่ความร้อนระอุเผาผลาญพลังยุทธ์ ใครที่สามารถฝ่าวงกตกระจกและข้ามผ่านศิลาเพลิงไปถึงทางออกได้เป็นสิบคนแรก จึงจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ!”
บนอัฒจันทร์ฝั่งแดนประจิม...
‘เซวียนหยวนหลิง’ องค์หญิงสามแห่งแดนประจิมที่เพิ่งฟื้นขึ้นมา นั่งอยู่บนเก้าอี้โดยมีผ้าพันแผลพันรอบศีรษะหนาเตอะ ปากสั่นงันงก แววตาเต็มไปด้วยเพลิงแค้นชิงชัง จ้องเขม็งลงมายังมะลิและชินอ๋อง
ข้างกายนาง แม่ทัพใหญ่แคว้นซีเหลียงโน้มตัวลงกระซิบเสียงเหี้ยม
“องค์หญิงสามโปรดวางพระทัย... ศิษย์พี่ใหญ่ของท่านแม้จะบาดเจ็บ แต่พวกเราได้แอบติดสินบนผู้คุมค่ายกลแล้ว! ใต้พื้นศิลาเพลิงของด่านนี้ เราได้แอบฝัง ‘ศิลาลาวาโลกันตร์เก้าชั้นฟ้า’ ไว้ใต้ดิน เมื่อนังซูเหมยและชินอ๋องก้าวเข้าไป เราจะเร่งอุณหภูมิความร้อนขึ้นสิบเท่า! เปลี่ยนศิลาเพลิงธรรมดาให้กลายเป็นนรกเพลิงลาวาเดือดพล่าน เผาผลาญจิตวิญญาณและเนื้อหนังของพวกมันให้มอดไหม้เป็นจุลคากระจกมายาแน่พะยะค่ะ!”
เซวียนหยวนหลิงเค้นเสียงหัวเราะแหบแห้ง “ดี... ดีมาก! คราวนี้ข้าจะรอดูว่า กระทะเหล็กก้นบุบๆ ของมัน จะช่วยกันไฟนรกหมื่นองศาได้หรือไม่!”
ตัดกลับมาที่หน้าทางเข้าค่ายกล...
เวินเชียนฟานหันมามองมะลิด้วยแววตาห่วงใย มือหนากุมมือเรียวของนางไว้แน่นหนา ไม่ยอมปล่อยแม้แต่น้อย
“ซูเหมย...” ชินอ๋องเอ่ยเสียงจริงจังหนักแน่น “ด่านนี้อันตรายยิ่งนัก กระจกเงาจะล่อลวงจิตใจดึงภาพความกลัวที่สุดในชีวิตเจ้าออกมาทำลายสมาธิ ส่วนพื้นหินศิลาเพลิงก็ร้อนระอุจนเผาแผ่นรองเท้าศึกได้ เจ้าจงจับมือข้าไว้ อย่าได้ห่างกายข้าแม้แต่ก้าวเดียว ข้าจะพากวาดล้างด่านนี้และคว้าชัยชนะอันดับหนึ่งไปด้วยกัน!”
มะลิในชุดพองหนาหกเท่า ยืนลูบ ‘กระทะทองคำมังกรแท้ใบใหม่’ ที่เหน็บอยู่ข้างเอวซ้าย สลับกับ ‘กระทะเหล็กก้นบุบใบเก่า’ ที่สะพายไว้ข้างหลัง พลางกะพริบตาปริบๆ
(หินร้อนระอุเหรอ? กระจกสะท้อนภาพลวงตาเหรอ?)
มะลิแอบคลำกระเป๋าเสบียงลับข้างสะโพก ที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหมูสามชั้นหมักซอส น้ำจิ้มแจ่ว เนยสด และเข่งผลทิพย์พันปีที่เพิ่งได้มาหมาดๆ... แววตาของสาวออฟฟิศพลันเปล่งประกายวิบวับอย่างมีเลศนัย
“พร้อมเสมอค่ะคุณพี่! จับมือกันไว้เลยค่ะ เดี๋ยวหนูจะพาคุณพี่ไปเปิดประสบการณ์ใหม่!”
เวินเชียนฟาน: “...?” (คิ้วกระตุกเบาๆ ด้วยความระแวงในรอยยิ้มแป้นนั้น)
เปรี้ยงงงงงง!
เสียงสัญญาณกลองศึกดังกึกก้อง ประตูกลหินยักษ์เปิดอ้าออก เวินเชียนฟานกระชับมือมะลิแน่น ก่อนที่ทั้งสองจะทะยานร่างก้าวเข้าสู่หุบเขากระจกมายาพร้อมกับเหล่ายอดฝีมือร้อยแคว้นทันที!
ยามเซินแก่ๆ ณ ภายในเขาวงกตกระจกเงา
วูบบบบบบบบบบ!
ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู บรรยากาศรอบด้านก็แปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แสงสว่างจากภายนอกถูกตัดขาด ผนังหินทุกด้านกลายเป็นกระจกเงาโบราณบานยักษ์ที่หมุนวนสะท้อนภาพซ้อนทับกันนับพันชั้น หมอกควันสีม่วงจางๆ เริ่มลอยเรี่ยพื้นดิน กลิ่นอายเวทมนตร์สะกดจิตเข้าครอบงำประสาทสัมผัส
รอบด้าน... เหล่ายอดฝีมือร้อยแคว้นที่ก้าวเข้ามาต่างเริ่มมีอาการผิดปกติ!
“อ๊าคคคคคคคคค! อย่าเข้ามา! ปีศาจกระหายเลือด!” แม่ทัพแคว้นใต้กรีดร้องลั่น ทรุดตัวลงกอดเข่าตัวสั่นงันงก เมื่อมองเห็นภาพสะท้อนในกระจกกลายเป็นสัตว์ร้ายในวัยเด็ก
“อาจารย์... ข้าไม่ได้ตั้งใจฆ่าท่าน! อย่ายกโทษให้ข้า!” ยอดกระบี่อีกคนฟิวส์ขาด ควงดาบฟันอากาศมั่วซั่ว น้ำตาไหลพราก สติแตกไปทีละคน!
ในจังหวะนั้นเอง ค่ายกลกระจกเงาพลันส่องประกายแสงสีม่วงเข้ม ล้อมกรอบ ‘เวินเชียนฟาน’ และ ‘มะลิ’ เข้าสู่มิติลวงตาเฉพาะตัว!
วาบบบบบบบบ!
ภาพสะท้อนในกระจกเบื้องหน้าของเวินเชียนฟาน บิดเบี้ยวกลายเป็นภาพเมืองประหลาดที่มีตึกสูงระฟ้าเสียดฟ้าและแสงไฟนีออนสว่างไสว... เบื้องหน้าของเขาคือ ‘มะลิ’ ในชุดประหลาดกำลังถือกระเป๋าเดินทาง โบกมือลาเขาด้วยรอยยิ้มเย็นชา!
‘ลาก่อนค่ะท่านอ๋อง... ฉันจะกลับโลกปี 2026 ของฉันแล้ว ชาตินี้เราอย่าได้พบกันอีกเลย!’
“ไม่จริง...!”
ดวงตาคมกริบของพญามัจจุราชเบิกกว้าง เส้นเลือดในตาแดงก่ำ หัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้นเมื่อเห็นภาพยอดดวงใจกำลังจะทอดทิ้งเขาไปตลอดกาล! ความหวาดกลัวที่สุดในชีวิตของชินอ๋องคือการสูญเสียนาง!
ทว่า... พริบตาต่อมา เพลิงโทสะอันบ้าคลั่งก็เข้าแทนที่!
“หลอกลวง!!” เวินเชียนฟานคำรามลั่นดั่งฟ้าผ่า “ภาพลวงตาชั้นต่ำ! นางไม่มีวันทิ้งข้าไปไหนทั้งนั้น!”
ชิ้งงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!
ปราณกระบี่มัจจุราชสีดำทมิฬระเบิดตูมออกจากร่างของชินอ๋อง ดาบประจำกายตวัดฟาดฟันคลื่นดาบทำลายล้างเป็นวงกว้าง!
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!
กระจกเงามายาฝั่งของเวินเชียนฟานแตกละเอียดเป็นผุยผงในกระบวนท่าเดียว! ชินอ๋องหันขวับมามองมะลิทันทีด้วยความเป็นห่วงแทบคลั่ง “ซูเหมย! เจ้าเป็นอย่างไร...”
ทว่า... เสียงของชินอ๋องต้องสะดุดกึก เมื่อเห็นภาพสะท้อนในกระจกของ ‘มะลิ’!
ค่ายกลได้ดึงเอา ‘ภาพความกลัวสูงสุดจากก้นบึ้งหัวใจของสาวโสดปี 2026’ ออกมาฉายบนผิวกระจกเบื้องหน้านาง:
ภาพหน้าร้านบุฟเฟต์ปิ้งย่าง-ชาบูเจ้าประจำที่ห้างสรรพสินค้า ประตูปิดล็อกด้วยโซ่เส้นโต พร้อมป้ายไวนิลสีแดงเถือก: ‘ประกาศปิดปรับปรุงถาวรอย่างไม่มีกำหนด!’ ‘เนื้อวากิว A5 หมดเกลี้ยงสต็อก!’ ‘กุ้งแม่น้ำเผาและแซลมอนซาชิมิ ขาดตลาดทั่วโลก!’ ‘ชาตินี้... เจ้าจะไม่ได้กินบุฟเฟต์อีกต่อไปตลอดกาล!’
กริบ...
มะลิยืนนิ่งค้าง... ผลทิพย์สวรรค์ในมือร่วงหลุดตกลงพื้นดัง ตุบ...
ดวงตากลมโตของสาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์เบิกกว้างจนแทบหลุดจากเบ้า! ม่านตาขยาย เส้นเลือดในตาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ! สัญญาณสมอง 5G เกิดการช็อตฟีลระดับมหาประลัยกัลป์!
หนึ่งวินาทีผ่านไป... สองวินาทีผ่านไป...
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!
เส้นเลือดที่ขมับสองข้างของมะลิปูดโปนเต้นตุบๆ ดั่งภูเขาไฟระเบิด! เพลิงพิโรธแห่งความโมโหหิว (Hungry Rage) ปะทุพวยพุ่งออกจากร่างกลมพองจนหมอกควันสีม่วงรอบตัวแตกกระจาย!
“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!”
มะลิแหกปากกรีดร้องลั่นโลกมายาด้วยความดังระดับสองร้อยเดซิเบลจนแก้วหูคนทั้งหุบเขาแทบแตก!
“ฝันร้ายเฮงซวยบ้าบอคอแตกอะไรวะเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!”
มะลิชี้หน้าด่าป้ายร้านบุฟเฟต์ในกระจกอย่างบ้าคลั่ง สติสัมปชัญญะขาดผึง!
“ร้านโปรดกูจะปิดได้ยังไง! กุ้งดองซีอิ๊วกับแซลมอนซาชิมิกูยังไม่ได้แดกเลยนะเว้ยยยยย! ใครสั่งใครสอนให้ร้านบุฟเฟต์ปิดปรับปรุงถาวรวะไอ้เวรรรรรรรรร! หลอกกูเรื่องอะไรไม่หลอก... มึงมาหลอกว่าของกินหมดสต็อกเหรออออออออออออออออ!!”
ด้วยแรงโมโหหิวที่ทะลุจุดเดือด มะลิกระชาก ‘กระทะทองคำมังกรแท้’ ออกมาจากข้างเอว สองมือกำด้ามแน่น ย่อตัวลงต่ำแล้วเหวี่ยงฟาดก้นกระทะทองคำเข้าใส่กระจกเงาภาพลวงตาเบื้องหน้าสุดแรงเกิด!
เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!! เพล้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!
อานุภาพกระทะทองคำมังกรแท้ ผสานกับแรงเหวี่ยงของสตรีผู้โมโหหิวระดับทำลายล้างจักรวาล! แผ่นผลึกกระจกเงามายาหนาสามคืบ พลันแตกละเอียดเป็นเศษแก้วปลิวว่อนไปในอากาศ ม่านภาพลวงตาทั้งหมดสลายหายวับไปในพริบตาเดียว!
เวินเชียนฟานที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ถึงกับตาค้าง อ้าปากค้าง สมองลัดวงจร Short-Circuit ไปเรียบร้อย!
‘ยอดดวงใจของข้า...’ ชินอ๋องรำพึงในใจด้วยความสั่นสะท้านระคนเลื่อมใสสุดขีด ‘นางเผชิญหน้ากับความกลัวสูงสุด... ความกลัวที่ว่า ‘แซลมอนและกุ้งดอง’ สัตว์อสูรบรรพกาลในโลกของนางจะสูญพันธุ์! แต่นางกลับฟาดฟันทำลายมันด้วยจิตวิญญาณอันแกร่งกล้า! ช่างทรงพลังและงดงามยิ่งนัก!’
เวินเชียนฟานรีบก้าวเข้าไปกุมมือมะลิไว้ “ซูเหมย... เจ้าปลอดภัยแล้ว อย่าได้โกรธแค้นไปเลย ข้าอยู่นี่แล้ว!”
มะลิหอบแฮ่กๆ หันมามองชินอ๋อง “คุณพี่คะ! รีบไปข้างหน้าเถอะค่ะ หนูโมโหหิวจนไส้จะขาดแล้ว!”
ยามโหย่ว (ประมาณ 17.00 น.) ณ ลานประลองหยกขาวกลางเวหา ตำหนักเก้าชั้นฟ้าแสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทองเริ่มคล้อยต่ำลงแตะขอบฟ้า ลมหนาวยามพลบค่ำพัดกรรโชกผ่านลานประลองหยกขาวทรงกลมขนาดมหึมา ลานประลองแห่งนี้ลอยตระหง่านอยู่กลางเวหา ล้อมรอบด้วย ‘เสาเพลิงเวทมนตร์ขนาดมหึมาสี่ทิศ’ ที่พ่นเปลวไฟสีทองคำพวยพุ่งสูงเสียดฟ้าเพื่อเป็นม่านพลังกักกันสังเวียนรอบชิงชนะเลิศตึงงงงงงง! ตึงงงงงงง!เสียงรัวกลองศึกดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดิน โฆษกสนามก้าวขึ้นสู่แท่นลอยฟ้า ประกาศสุรเสียงก้องผ่านค่ายกลขยายเสียง“และบัดนี้... เข้าสู่การประลองรอบชิงชนะเลิศ! ศึกตะลุมบอน ‘Battle Royale สิบคนสุดท้ายบนลานหยกขาว’! กติกาเรียบง่าย... ผู้ที่ยืนหยัดอยู่บนลานประลองเป็นคนสุดท้าย จะเป็นผู้คว้าชัยชนะอันดับหนึ่งแห่งมหาทวีปไปครอง!!”บนลานหยกขาว... ยอดฝีมือแปดคนสุดท้ายที่เหลือรอดมาจากแคว้นซีเหลียง จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิม และมหาอาณาจักรแดนใต้ ต่างขยับแถวเข้ามาประกบวงล้อม สายตาแปดคู่จ้องเขม็งไปยัง ‘ชินอ๋องเวินเชียนฟาน’ และ ‘มะลิ&rsqu
ยามเซินแก่ๆ (ประมาณ 15.30 น.) ณ ลานกว้างใจกลางเขาวงกตกระจกเงา (ด่านศิลาเพลิงหมื่นลี้)เพล้งงงงง!เศษกระจกมายาบานสุดท้ายร่วงกราวลงสู่พื้นกลายเป็นผงประกายระยิบระยับ เวินเชียนฟานกระชับมือเรียวของมะลิไว้แน่น พลางก้าวทะยานพ้นดงกระจกมายาเข้าสู่ลานหินกว้างใหญ่ใจกลางหุบเขาทว่า ทันทีที่ก้าวพ้นม่านหมอก กลิ่นไอร้อนระอุปานปากปล่องภูเขาไฟพลันพุ่งปะทะร่างอย่างจัง!ฟู่... ฟู่...!พื้นลานหินเบื้องล่างที่ทอดยาวนับพันจั้งแดงฉานราวกับเหล็กเผาไฟ ความร้อนระอุจาก ‘ศิลาลาวาโลกันตร์เก้าชั้นฟ้า’ ที่แคว้นซีเหลียงแอบฝังไว้ใต้ดินถูกเร่งพลังงานขึ้นสิบเท่า จนอากาศบิดเบี้ยวคล้ายคลื่นน้ำเดือดพล่าน แผ่ไอความร้อนเฉียดหมื่นองศาพร้อมจะย่างสดทุกคนที่เหยียบย่างเข้ามา!“ระวัง!”ดวงตาคมกริบของเวินเชียนฟานวาวโรจน์ ชินอ๋องตวัดฝ่ามือเตรียมชัก ‘กระบี่มัจจุราช’ รวบรวมลมปราณเหมันต์พันปีหมายจะแช่แข็งปูทางข้ามลานเพลิงให้แก่ยอดดวงใจ“อย่านะคะคุณพี่! หยุดมือเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”มะลิตะโกนห้ามลั่นป่า สองมือรี
ยามเว่ยแก่ๆ ณ แท่นพิธีหน้าซุ้มประตูชัย ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้นตึงงงงงง! ตึงงงงงง! ปู๊นนนนน!เสียงรัวกลองชัยและแตรเขาสัตว์ดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านฟ้าดิน เสียงโห่ร้องสรรเสริญของฝูงชนเรือนแสนดังกระหึ่มประหนึ่งคลื่นซัดฝั่ง เมื่อสตรีร่างพองหนาหกเท่าในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัว เดินแบกกระทะเหล็กก้นบุบพาดบ่า นำหน้าพยัคฆ์ทมิฬเก้าหางที่เดินกระดิกหางดุ๊กดิ๊ก โดยมีบุรุษหนุ่มในชุดเกราะทมิฬเดินเคียงข้าง ก้าวขึ้นสู่แท่นพิธีรับรางวัลชนะเลิศประจำด่านแรกอย่างสง่างามบนแท่นหยกขาวสูงสุด มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงฉีกยิ้มกว้างจนพระกรรณแทบฉีก พระเนตรเอ่อล้นไปด้วยน้ำพระเนตรแห่งความปลาบปลื้มใจ พระองค์สาวพระบาทก้าวลงมาจากซุ้ม VIP ด้วยพระองค์เอง โดยมีหัวหน้าราชทูตเดินประคองถาดทองคำแท้ตามหลังมาติดๆ“ลูกรักของพ่อ!” มหาจักรพรรดิตรัสสุรเสียงดังก้อง “เจ้าแสดงเพลงกระทะสะท้านภพ สยบยอดกระบี่แดนประจิมจนฟันร่วงหมดปาก ช่างกู้หน้าและเชิดชูเกียรติภูมิแห่งบูรพาได้อย่างสะใจพ่อยิ่งนัก! นี่คือรางวัลแห่งชัยชนะอันดับหนึ่งของเจ้า!”หัวหน้าราชทูตคุกเข่ายกถาดขึ้นส
บนยอดไม้สูง ‘ยอดกระบี่เทวะแห่งแดนประจิม’ ที่ลอยตัวเหยียบปลายใบไผ่ ยืนกอดอกแสยะยิ้มเลือดเย็น นึกกระหยิ่มในใจว่าสตรีตรงหน้ากำลังสั่นสะท้านด้วยความกลัวตาย“หึๆๆ! สตรีไร้น้ำยา!” ยอดกระบี่เทวะตวาดเสียงเย้ยหยัน ก้องกังวานไปทั่วแนวป่า “เห็นความต่างชั้นของพลังยุทธ์แล้วหรือยัง! เจ้าบังอาจทำให้จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิมและศิษย์น้องสามของข้าต้องอับอายขายขี้หน้า คลื่นกระบี่เมื่อครู่แค่ทักทาย... แต่ดาบต่อไปนี้ ข้าจะบั่นหัวของเจ้าไปแขวนประจานหน้าค่ายกล!”มะลิค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ คอส่งเสียงลั่น กร๊อบ! ใบหน้าที่เคยยิ้มแป้นแล้น บัดนี้มืดมนดำทะมึนดั่งท้องฟ้าก่อนพายุสุริยะถล่มโลก!นางชี้นิ้วสั่นระริกขึ้นฟ้า ชี้หน้ายอดกระบี่เทวะตรงๆ แล้วแหกปากด่าลั่นป่าด้วยความดังระดับร้อยสี่สิบเดซิเบล!“มึงฟันอะไรไม่ฟัน... มึงมาฟันชามน้ำแข็งไสราดน้ำผึ้งป่าท็อปปิ้งบัวลอยหิมะของกู๊ววววววววววววว!!”ยอดกระบี่เทวะชะงักกึกไปเสี้ยววินาที: “...หะ? อะ... อันใดคือน้ำแข็งไส?”“ถ้วยนี้กูอุตส่าห์แอบจิ๊กมาจากห้อ
ทว่า... ตัดกลับมาที่หน้าเตาถ่าน!มะลิกำลังใช้ตะเกียบคีบ ‘ซี่โครงหมูหม่าล่าย่างชิ้นโต ฉ่ำน้ำมันร้อนๆ ซอสพริกหม่าล่าหยดติ๋งๆ’ ยกขึ้นมาจ่อริมฝีปาก อ้าปากกว้างจะงับคำโต...โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!เสียงคำรามดังสนั่นระดับร้อยห้าสิบเดซิเบล พร้อมกับเงาดำยักษ์ที่พุ่งแหวกอากาศลงมาบดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด!“วี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!”มะลิสะดุ้งโหยงตกใจสุดขีดจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง! ขวัญหนีดีฝ่อ สองมือกระตุกสั่นระริก!และด้วยความที่ฝ่ามือของมะลิมันเยิ้มเหนียวเหนอะหนะไปด้วยน้ำมันพริกหม่าล่าและไขมันซี่โครงหมู...ฟึ่บ! พรวด!ซี่โครงหมูหม่าล่าชิ้นโตเท่าท่อนแขน ดันลื่นหลุดจากคีบตะเกียบและมือของมะลิ ลอยละลิ่วพุ่งละล่องขึ้นฟ้าด้วยความเร็วสูง!ยมทูตหมายเลข 7 ที่ซุ่มอยู่หลังต้นไม้ เห็นเสือยักษ์อ้าปากกว้างกำลังจะงับหัวมะลิ ยมทูตสติแตกเหงื่อแตกพลั่กแทบช็อกตาย!(เชี่ยแล้วววววววววววววววววววววววววว!! แม่หนูมะลิกำลังจะโดนแดกหัว!)ด้วยความลนลานจนขาดสติ ยมทูตหมายเลข 7 ยกพัดเวทมนตร์นรกขึ้นสะบัดร่ายลมพาย
ยามอู่ (ประมาณ 12.00 น.) ณ ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้น ตำหนักเก้าชั้นฟ้าตึงงงงงงงงงงงงง!เสียงกลองศึกทองสัมฤทธิ์เก้าใบดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดิน ลอยทะลุผ่านม่านเมฆาสีทองยามเที่ยงตรง!ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้นสร้างขึ้นจากศิลาหยกขาวขนาดยักษ์ กว้างขวางนับพันจั้ง ล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์หินอ่อนที่คลาคล่ำไปด้วยเชื้อพระวงศ์ แม่ทัพ และยอดฝีมือจากร้อยแคว้นนับหมื่นคน! เหนือลานประลอง มี ‘ม่านค่ายกลกระจกสะท้อนภาพเวทมนตร์’ ขนาดยักษ์ลอยเด่นอยู่กลางเวหา ฉายภาพบรรยากาศจำลองสู่สายตาคนทั้งมหาทวีปณ ซุ้มเสวย VIP สูงสุด... มหาจักรพรรดิบูรพาทรงประทับเคียงข้างมะลิ โดยมีกองทัพทหารเกราะทองคำสิบล้านนายยืนอารักขาแน่นหนาชนิดที่แม้แต่มดยังแทรกผ่านไม่ได้!เวินเชียนฟานในชุดเกราะศึกสีดำทมิฬ ยืนตระหง่านอยู่ข้างเก้าอี้ของมะลิ มือหนากุมด้ามกระบี่ประจำกาย แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองนางด้วยความทะนุถนอม“ยอดดวงใจของข้า...” ชินอ๋องโน้มตัวลงกระซิบข้างหูนางอย่างอ่อนโยน “การประลองด่านแรกกำลังจะเริ่มขึ้น... ข้ากับเสด็จพ่อตาตกลงกันแล้ว เจ้าแค่นั่







