Mag-log inยามโหย่ว (ประมาณ 17.00 น.) ณ ลานประลองหยกขาวกลางเวหา ตำหนักเก้าชั้นฟ้า
แสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทองเริ่มคล้อยต่ำลงแตะขอบฟ้า ลมหนาวยามพลบค่ำพัดกรรโชกผ่านลานประลองหยกขาวทรงกลมขนาดมหึมา ลานประลองแห่งนี้ลอยตระหง่านอยู่กลางเวหา ล้อมรอบด้วย ‘เสาเพลิงเวทมนตร์ขนาดมหึมาสี่ทิศ’ ที่พ่นเปลวไฟสีทองคำพวยพุ่งสูงเสียดฟ้าเพื่อเป็นม่านพลังกักกันสังเวียนรอบชิงชนะเลิศ
ตึงงงงงงง! ตึงงงงงงง!
เสียงรัวกลองศึกดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดิน โฆษกสนามก้าวขึ้นสู่แท่นลอยฟ้า ประกาศสุรเสียงก้องผ่านค่ายกลขยายเสียง
“และบัดนี้... เข้าสู่การประลองรอบชิงชนะเลิศ! ศึกตะลุมบอน ‘Battle Royale สิบคนสุดท้ายบนลานหยกขาว’! กติกาเรียบง่าย... ผู้ที่ยืนหยัดอยู่บนลานประลองเป็นคนสุดท้าย จะเป็นผู้คว้าชัยชนะอันดับหนึ่งแห่งมหาทวีปไปครอง!!”
บนลานหยกขาว... ยอดฝีมือแปดคนสุดท้ายที่เหลือรอดมาจากแคว้นซีเหลียง จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิม และมหาอาณาจักรแดนใต้ ต่างขยับแถวเข้ามาประกบวงล้อม สายตาแปดคู่จ้องเขม็งไปยัง ‘ชินอ๋องเวินเชียนฟาน’ และ ‘มะลิ’ ด้วยแววตาอำมหิตดุจฝูงหมาป่ากระหายเลือด
“ฮึๆๆ... ชินอ๋องเวินเชียนฟาน” แม่ทัพใหญ่แดนประจิมเค้นเสียงหัวเราะเหี้ยม พลางชักกระบี่ออกจากฝักดัง ชิ้ง! “พวกเจ้าสองคนครองอันดับหนึ่งมาตลอดสองด่าน... แต่ในศึกตะลุมบอนนี้ พวกเราทั้งแปดคนตกลงกันแล้วว่าจะร่วมมือกันกำจัดพวกเจ้าก่อน! สองรุมแปด... ข้าจะดูสิว่าพวกเจ้าจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไร!”
ทว่า...
ในขณะที่บรรยากาศรอบข้างตึงเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ...
มะลิที่ยืนกอดอกอยู่ในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัวรุ่นพองหนาหกเท่า กลับยืนทำจมูกฟุดฟิด ลมหนาวยามเย็นพัดมาปะทะร่างจนขนแขนลุกชัน สายตากลมโตของสาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ปี 2026 กวาดมอง ‘เสาเพลิงเวทมนตร์สี่ทิศ’ ที่ไฟลุกโชนสม่ำเสมอด้วยสายตาวิบวับเป็นประกายดั่งเจอขุมทรัพย์!
“โอ้โหคุณพี่ขา...” มะลิเอียงคอกระซิบ สะกิดแขนเสื้อเกราะของชินอ๋องเบาๆ “ลมหนาวยามเย็นพัดตึงๆ แถมมีเสาไฟหลวงแรงดันสูงล้อมรอบสี่ทิศขนาดนี้... นี่มันทำเลทองของการกินหม้อไฟร้อนๆ ชัดๆ เลยค่ะ!”
เวินเชียนฟาน: “...หืม? หม้อไฟ?”
“ใช่ค่ะ! หนาวๆ แบบนี้ ต้องซดน้ำซุปร้อนๆ ให้เหงื่อซึม!”
ไม่พูดพร่ำทำเพลง มะลิล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าซ่อนใต้กระโปรงพองหนา ควักเอา ‘หม้อไฟทองเหลืองโบราณสองช่อง’ ขนาดกะทัดรัด วางแปะลงบนแท่นหินใจกลางลานหยกขาวดัง ตึง!
ตามด้วยการควักก้อนซุปสำเร็จรูปสองก้อน: ช่องซ้ายหย่อน ‘ก้อนซุปหม่าล่าพริกสิบเม็ดเข้มข้น’ ช่องขวาหย่อน ‘ซุปกระดูกหมูผลทิพย์พันปีน้ำใส’ จากนั้นมะลิก็สะบัดมือดึงเอาไอความร้อนจากเสาเพลิงเวทมนตร์เข้ามาลนก้นหม้อทองเหลืองดัง...
ฟู่... ซู่ซ่าาาาาาาาาาาาา!!
เพียงไม่ถึงสามอึดใจ น้ำแกงสองช่องในหม้อไฟทองเหลืองก็เดือดพล่าน ส่งเสียงปุดๆ ควันสีขาวหอมฉุยของกระดูกหมูและควันสีแดงอมส้มเผ็ดร้อนของหม่าล่า พวยพุ่งตลบอบอวลไปทั่วลานหยกขาวทันที!
เหล่าแปดยอดฝีมือที่กำลังตั้งท่ากระบี่: “...!!” (ตาค้าง อ้าปากหวอ กระบี่ในมือแทบหลุด!)
“น... นังแพศยา!” ยอดกระบี่แคว้นซีเหลียงตวาดลั่น “เจ้าคิดว่าที่นี่คือห้องเครื่องรึไง! ถึงได้กล้าเอาหม้อน้ำแกงมาต้มกลางลานประลอง!”
เวินเชียนฟานชักกระบี่มัจจุราชออกจากฝักดัง ชิ้งงงงง! คลื่นลมปราณเหมันต์สีดำทมิฬระเบิดตูมสะกดข่มทั่วทั้งลาน ชินอ๋องก้าวมายืนตระหง่านบังหน้าหม้อไฟ แววตาคมกริบดุดันดุจพญามัจจุราชจ้องเขม็งศัตรูทั้งแปด
“เจ้าต้มน้ำแกงตามสบายเถิด ยอดดวงใจของข้า...” ชินอ๋องเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล ทว่าแฝงจิตสังหารสะท้านภพ “ตราบใดที่ข้ายังยืนอยู่ จะไม่มีผู้ใดก้าวล้ำเข้ามาทำลายมื้ออาหารของเจ้าได้แม้แต่ก้าวเดียว!”
มะลิยิ้มแป้น คีบเนื้อสไลด์เตรียมพร้อม “จัดไปค่ะคุณพี่! ทำงานแลกข้าวนะคะ!”
ตัดสลับไปที่... ซุ้มเสวย VIP สูงสุด ลานประลองยุทธศาสตร์
บนอัฒจันทร์ลอยฟ้าอันหรูหราเหนือมวลเมฆ...
‘อาชู’ สาวใช้ตัวน้อยนั่งหมดแรงอยู่ข้างพระเก้าอี้ของ ‘มหาจักรพรรดิแห่งบูรพา’ สองแขนของนางล้าจนแทบยกคีมเงินไม่ขึ้นหลังผ่านศึกป้อนเนื้อวัวย่างเตาหลวงมาตลอดบ่าย ขณะที่ ‘เจ้าส้ม’ หรือพยัคฆ์ทมิฬเก้าหางนอนกลิ้งพุงกระเพื่อมอย่างเกียจคร้าน เริ่มทำหน้าเอียนเนื้อย่างไร้รสชาติ
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง...
ฟุดฟิด... ฟุดฟิด!
จมูกยักษ์ของพยัคฆ์ทมิฬเก้าหางพลันกระตุกกึก!
กลิ่นน้ำซุปหม่าล่าพริกสิบเม็ดเดือดพล่าน ผสานกลิ่นซุปกระดูกหมูผลทิพย์พันปีที่ลอยอบอวลขึ้นมาจากลานหยกขาวเบื้องล่าง... พุ่งทะลวงเข้าสู่รูจมูกของสัตว์เทพหมื่นปีเข้าอย่างจัง!
ขวับ!
เจ้าส้มสะดุ้งตื่น หูตั้งชัน ตาเบิกกว้างเท่าน้ำเต้า! กลิ่นเนื้อต้มซุปหม่าล่าแทรกซึมเข้าสู่สมองจนน้ำลายไหลย้อยทะลักออกจากมุมปากพรากๆ ดุจสายน้ำตก! มันสะบัดหัว เมินเนื้อวัวย่างในคีมของอาชูไปโดยสิ้นเชิง!
“โฮกกกกกกกกกกกกกกก!! (เหมียววววววววววววว~!)”
เจ้าส้มดีดตัวสี่ขาขึ้นจากพรมขนสัตว์ สะบัดหางเก้าเส้นพุ่งทะยานดิ่งพสุธา กระโจนแหวกม่านอากาศลงมาจากซุ้ม VIP สูงเสียดฟ้า มุ่งตรงสู่ใจกลางลานหยกขาวทันที!
“ว้ายยยยยยยย! แมวยักษ์โดดตึกเจ้าค่ะ!” อาชูกรีดร้องลั่นซุ้ม VIP
ฟิ้วววววววววววววว— ตึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมม!!
แรงกระแทกจากการแลนดิ้งทำเอาลานหยกขาวสะเทือนเลื่อนลั่นปานแผ่นดินไหว! ฝุ่นหินตลบอบอวล!
เมื่อฝุ่นจางลง... ปรากฏร่างมหึมาขนาดเท่าบ้านสองชั้นของพยัคฆ์ทมิฬเก้าหาง กำลังทิ้งตัวลงนอนหมอบตาแป๋ว กระดิกหางเก้าเส้นดุ๊กดิ๊ก อ้าปากกว้างลิ้นห้อยอยู่ข้างหม้อไฟทองเหลืองของมะลิอย่างว่าง่าย!
มะลิหันไปลูบหัวยักษ์นุ่มฟู “อ้าว! ไอ้ต้าวส้ม ได้กลิ่นของกินก็โดดลงมาเลยนะแก! รอแป๊บนะลูก เดี๋ยวแม่ลวกเนื้อให้!”
“โฮก... ฟี้... (เหมียวววว~)” เจ้าส้มครางออดอ้อน เอาคางยักษ์เกยขอบโต๊ะชาบูตาละห้อย!
บนซุ้ม VIP สูงสุด... มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงตบโต๊ะทองคำดังสนั่น!
ปังงงงงงงงงงงงงงงงง!!
พระเนตรของมหาจักรพรรดิลุกโชนไปด้วยความภาคภูมิใจระดับ 99 ชั้นฟ้า พระองค์ทรงแหงนพระพักตร์หัวเราะร่าลั่นฟ้า น้ำพระเนตรคลอเบ้า!
“เห็นหรือไม่! พวกเจ้าเห็นหรือไม่!!” มหาจักรพรรดิตวาดลั่นโถง “เหมยเอ๋อร์ของข้าเรียกสัตว์เทพพิทักษ์บรรพกาลลงสนามตามกติกา! การวาง ‘หม้อหลอมโอสถสองช่อง’ คือการผสานพลังหยินหยางค้ำจุนฟ้าดิน! ช่องสีแดงคือเพลิงสุริยัน ช่องสีขาวคือวารีจันทรา ช่างเป็นค่ายกลหลอมโอสถที่ล้ำลึกสะท้านภพยิ่งนัก!”
อาชูที่นั่งกุมขมับอยู่ข้างพระเก้าอี้ ได้แต่พึมพำในใจทั้งน้ำตา: (คุณหนูสามเจ้าคะ... นั่นมันหม้อไฟชาบูกับแมวหิวโซชัดๆ เจ้าค่ะฝ่าบาท...)
ตัดกลับมาที่กลางลานหยกขาว...
“อย่ายอมแพ้! รุมสังหารพวกมันพร้อมกันเดี๋ยวนี้!”
ยอดฝีมือร้อยแคว้นทั้งแปดคนรวมพลังลมปราณ ตวัดกระบี่ หอก และแส้ พุ่งเข้าจู่โจมพร้อมกันจากทุกทิศทางหมายจะบดขยี้สองสามีภรรยาให้แหลกเป็นผุยผง!
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เวินเชียนฟานตวัดกระบี่มัจจุราช คลื่นลมปราณเหมันต์สีดำทมิฬหมุนวนเป็นพายุหมุน ฟาดฟันสกัดกั้นคมอาวุธของศัตรูอย่างเด็ดเดี่ยว รวดเร็ว และไร้ความปรานี! ชินอ๋องยืนปักหลักอยู่หน้าโต๊ะชาบูประหนึ่งปราการเหล็กกล้า ไม่ยอมถอยร่นแม้แต่ก้าวเดียว
ในขณะที่เบื้องหลัง...
มะลิใช้ตะเกียบทองคำคีบเนื้อสไลด์บาง 0.1 มม. จุ่มลงในช่องซุปหม่าล่า แกว่งไปมาสามวิ... หนึ่ง... สอง... สาม... เนื้อสุกนุ่มเด้งดึ๋ง มะลิจุ่มลงในถ้วยน้ำจิ้มงาบดผสมพริกเผา เป่าลม ฟู่ๆ
มะลิยื่นตะเกียบข้ามไหล่หนาของชินอ๋องไปจ่อริมฝีปากเขา: “คุณพี่ขา อ้าปากเร็วค่ะ! ซดซุปร้อนๆ กินเนื้อนุ่มๆ เติมคาร์บเติมโปรตีนก่อนค่ะ!”
เวินเชียนฟานที่กำลังตั้งรับคมหอก หันมาอ้าปากรับเนื้อสไลด์เข้าปากอย่างว่าง่าย!
เคี้ยว... กร้วม!
ความนุ่มละมุนลิ้นของเนื้อวัว รสชาติเผ็ดชาเข้มข้น และความหอมของงาบด แตกซ่านไปทั่วโพรงปาก ดวงตาคมกริบเชื่อมหวานขึ้นมาวูบหนึ่งท่ามกลางดงคมดาบ: “รสเลิศยิ่งนัก ยอดดวงใจของข้า”
พูดจบ ชินอ๋องก็หมุนตัวฟาดคลื่นกระบี่ตูมเดียว ซัดเอายอดฝีมือแคว้นใต้สองคนกระเด็นลอยละลิ่วตกเวทีไปทันที!
มะลิหันมาคีบเนื้อวัวชิ้นโตจากช่องซุปกระดูกหมูผลทิพย์ โยนเข้าปากเจ้าส้มดัง ง่ำ!
เจ้าส้มเคี้ยวแก้มตุ่ย ฟินจนหางเก้าเส้นพัดลมเย็นสบาย ปากมันเยิ้ม!
ในจังหวะนั้นเอง... ยอดกระบี่แคว้นซีเหลียงอาศัยจังหวะชุลมุน ใช้ท่าร่างล่องหน อ้อมมาทางด้านหลังของมะลิ เงื้อกระบี่หมายจะแทงทะลวงหลังคอนาง!
“ตายซะเถอะนังตัวดี!”
ทว่า... เงาร่างของยอดกระบี่ ดันพุ่งเข้ามาบดบังแสงไฟและกลิ่นเนื้อต้มของ ‘เจ้าส้ม’!
เจ้าส้มที่กำลังเคี้ยวเนื้ออย่างมีความสุข เกิดอาการรำคาญใจที่โดนแย่งซีนของกิน...
เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!
เจ้าส้มสะบัดหางเก้าเส้นดั่งแส้เหล็ก พร้อมฟาดอุ้งเท้าหน้าขนาดเท่ากระทะใบบัว ตบเข้าเต็มแสกหน้ายอดกระบี่ซีเหลียงดังสนั่น!
ผัวะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ!!
“อั่กกกกกกกกกกกกกกส์!!”
ร่างยอดกระบี่แคว้นซีเหลียงปลิวละลิ่วข้ามลานหยกขาว ตกกระแทกพื้นนอกสังเวียนหน้าคว่ำ สลบเหมือดคาที่เหมือนโดนแมวตบแมลงวัน!
คนทั้งสนามประลอง: “...!!” (ตาค้าง อ้าปากค้างจนกรามแทบหลุด!)
เมื่อการต่อสู้ดำเนินไป ยอดฝีมือที่เหลืออีกห้าคนเริ่มรวมค่ายกลปิดล้อมแน่นหนาขึ้น...
มะลิที่นั่งซดน้ำซุป รู้สึกว่ารสชาติหม่าล่าเริ่มจางลง นางจึงขมวดคิ้วมุ่น
“อ้าว... ซุปเริ่มจืดแล้วเหรอเนี่ย ไม่ได้การ ต้องเติมความแซ่บ!”
มะลิควักถุง “พริกหม่าล่าแห้งคั่วพริกสิบเม็ดและเมล็ดฮวาเจียวเข้มข้นพิเศษ” ออกมาจากกระเป๋า เทพรวดลงในช่องหม้อไฟทองเหลืองดัง...
ซู่ซ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!
น้ำซุปเดือดพล่านปุดๆ ไอความร้อนจากเสาเพลิงเวทมนตร์เผาผลาญพริกแห้งและเมล็ดฮวาเจียว จนก่อเกิดเป็น ‘กลุ่มควันสีแดงอมส้มเข้มข้น’ ส่งกลิ่นฉุนกึก แสบจมูก เผ็ดร้อนระดับทะลวงวิญญาณ ลอยตลบอบอวลฟุ้งกระจายไปทั่วลานประลอง!
และหลังเสาเพลิงเวทมนตร์ต้นที่สาม...
ฟิ้ววววววววววววว!
ร่างโปร่งแสงของ ‘ยมทูตหมายเลข 7’ ที่กำลังแอบซุ่มดูอยู่ ผวาจัดเมื่อเห็นกลุ่มควันพริกหม่าล่ากำลังจะลอยมาทางตน!
(เชี่ยแล้วววววว! ควันพริกสิบเม็ดฉุนขนาดนี้ ขืนลอยมาทางข้า วิญญาณข้าได้สำลักจามจนหลุดมิติแน่ๆ!)
ด้วยความกลัว ยมทูตหมายเลข 7 จึงยกพัดเวทมนตร์นรกขึ้นมา สะบัดสุดแรงเกิดร่ายลมพายุนรกปัดควันออกไป!
วูบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ!!
กระแสลมพายุนรกหอบเอากลุ่มควันพริกหม่าล่าเข้มข้น... พุ่งตรงดิ่งเข้าใส่ใบหน้าและรูจมูกของเหล่ายอดฝีมือทั้งห้าคนที่กำลังตั้งค่ายกลอยู่อย่างแม่นยำระดับ 4K!
ฟุ่บ! แค่กๆๆๆๆๆ!
“อ๊ากกกกกกกก! แค่กๆ! ฮัดเชิ่วววววววววววววววว!”
“แสบตาาาาาาาาาา! แสบรูจมูกจนกะโหลกจะระเบิดแล้ว!”
“อ่อก... ลิ้นข้าชา! ขากรรไกรข้าชาดิก! อาวุธพิษควันอันใดกันเนี่ยยยยยยยย!”
เหล่าห้ายอดฝีมือร้อยแคว้นถูกควันพริกหม่าล่ารมควันจนน้ำตาและน้ำมูกไหลพรากเป็นสายเลือด สำลักไอค่อกแค่ก จามไม่หยุดจนลมปราณในร่างแตกซ่าน มือไม้อ่อนแรงทิ้งกระบี่ลงพื้นอย่างไร้ทางสู้!
จังหวะนั้นเอง!
เวินเชียนฟานสบโอกาส ชินอ๋องรวบรวมลมปราณเหมันต์ ตวัดกระบี่มัจจุราชฟาดฟันคลื่นลมพายุหิมะลูกใหญ่ ซัดตูมเดียว!
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!
ร่างของยอดฝีมือทั้งห้าคนที่กำลังยืนจามน้ำมูกไหล ปลิวกระเด็นตกขอบลานหยกขาว ร่วงลงสู่พื้นเบื้องล่างไปพร้อมกันทั้งหมดในดาบเดียว!
ตึงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!
เสียงฆ้องชัยใบยักษ์ดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านฟ้าดิน ประกาศปิดฉากการประลองรอบชิงชนะเลิศอย่างเป็นทางการ!
กริบ...
ทั่วทั้งลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้นเงียบสงัดลงจนน่าขนลุก... ก่อนที่เสียงประกาศของโฆษกสนามจะดังกึกก้องผ่านค่ายกลขยายเสียงด้วยความเลื่อมใสสูงสุด!
“ผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่งแห่งงานประลองยอดคนร้อยแคว้น... ชินอ๋องเวินเชียนฟาน และองค์หญิงเก้าเซวียนหยวนเหมย!!”
เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!!
เสียงโห่ร้องสรรเสริญของคนเรือนแสนดังกึกก้องกัมปนาทปานแผ่นดินไหว! ธงทิวมหาจักรวรรดิบูรพาและแคว้นต้าซิงโบกสะบัดต้านลมหนาวอย่างเกรียงไกร กรรมการกลางต่างมโนสรรเสริญว่านี่คือ "ยุทธการรมควันโอสถศักดิ์สิทธิ์และการสยบศัตรูด้วยจิตวิญญาณแห่งหม้อหลอมเตาไฟ"
บนซุ้ม VIP สูงสุด... มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงกัดพระทนต์กรอด ทรงยกแขนเสื้อขึ้นซับหัวตาเบาๆ จำใจยอมรับความพ่ายแพ้ต่อความเก่งกาจและหน้ามึนของลูกเขยที่สามารถคว้าอันดับหนึ่งได้ครบทุกด่านตามเงื่อนไขสินสอด!
ทว่า... ท่ามกลางเสียงเฮกึกก้องฟ้าดินนั้นเอง!
ชิ้ง!
เวินเชียนฟานตวัดกระบี่เก็บเข้าฝัก ชินอ๋องหันกลับมาหามะลิที่กำลังยืนเคี้ยวลูกชิ้นหมูแก้มตุ่ย
ใบหน้าคมคายหล่อเหลาของพญามัจจุราชเปี่ยมล้นไปด้วยความรัก ความทะนุถนอม และความจริงจังที่สุดในชีวิต...
ฟึ่บ!
เวินเชียนฟานทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้ามะลิกลางลานหยกขาว! ต่อหน้าสายตาของคนนับแสนชีวิต และต่อหน้าพระพักตร์มหาจักรพรรดิแห่งบูรพา!
มือหนาอันอบอุ่นหยิบ ‘ป้ายหยกมังกรทมิฬประจำตระกูลเวิน’ (สัญลักษณ์สูงสุดที่กุมอำนาจกองทัพทั้งหมดและคลังสมบัติของวังชินอ๋อง) ออกมาจากอกเสื้อ ประคองส่งให้มะลิตรงหน้า
ชินอ๋องสบตานางด้วยแววตาหวานเชื่อม ละมุนละไม และลึกซึ้งดุจห้วงสมุทร:
“ซูเหมย... ข้านำชัยชนะอันดับหนึ่งมาเป็นสินสอดสู่ขอเจ้าตามสัญญาแล้ว บัดนี้ ข้าขอมอบป้ายหยกนี้และชีวิตทั้งหมดของข้าให้เจ้า... แต่งงานกับข้า และเป็นพระชายาเอกเพียงหนึ่งเดียวของข้าได้หรือไม่?”
บรรยากาศพลันหวานซึ้ง โรแมนติก และหยุดเวลาทุกลมหายใจของคนทั้งมหาทวีป... ทุกคนต่างรอคอยหยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจของกุลสตรี...
ทว่า... ในสมอง 5G ของมะลิ!
พอมะลิเห็น ‘ป้ายหยกมังกรทมิฬ’ ที่กุมคลังสมบัติของวังอ๋อง...
วูบ!
ดวงตากลมโตของนางเบิกกว้าง เปล่งประกายวาบเป็นรูปสัญลักษณ์ดอลลาร์ $\$100$ ผสมบัตร VIP กินฟรีตลอดชีพทันที!
(เชี่ยเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!) มะลิตะโกนกรีดร้องในใจจนเซลล์สมองแทบระเบิดเป็นสายรุ้ง! (ป้ายหยกคุมคลังสมบัติทั้งหมดของวังอ๋อง! นี่มันคือ ‘Black Card วงเงินไม่จำกัด กินฟรี ช้อปฟรี สองมหาทวีปตลอดชีพ’ ชัดๆ ว้อยยยยย! มีผัวหล่อ รวย สายเปย์ แถมยกสมบัติให้หมดตัวขนาดนี้ ใครปฏิเสธก็โง่ดักดานแล้ว!)
เอื๊อก!
มะลิกลืนลูกชิ้นลงคอดังลั่น ก่อนจะฉีกยิ้มแป้นฟันขาวจนแทบถึงรูหู ยื่นมือไปคว้าป้ายหยกมากอดแนบอกอย่างไว:
“ดีลค่ะคุณพี่! แต่งค่ะแต่ง! คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้วในสามโลก!”
เวินเชียนฟานหลุดยิ้มละมุน อ๋องหนุ่มลุกขึ้นดึงร่างกลมพองของมะลิเข้ามากอดแนบอกอย่างหวงแหนและแนบแน่น ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีกึกก้องสะท้านฟ้าดิน...
ยามโหย่ว (ประมาณ 17.00 น.) ณ ลานประลองหยกขาวกลางเวหา ตำหนักเก้าชั้นฟ้าแสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทองเริ่มคล้อยต่ำลงแตะขอบฟ้า ลมหนาวยามพลบค่ำพัดกรรโชกผ่านลานประลองหยกขาวทรงกลมขนาดมหึมา ลานประลองแห่งนี้ลอยตระหง่านอยู่กลางเวหา ล้อมรอบด้วย ‘เสาเพลิงเวทมนตร์ขนาดมหึมาสี่ทิศ’ ที่พ่นเปลวไฟสีทองคำพวยพุ่งสูงเสียดฟ้าเพื่อเป็นม่านพลังกักกันสังเวียนรอบชิงชนะเลิศตึงงงงงงง! ตึงงงงงงง!เสียงรัวกลองศึกดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดิน โฆษกสนามก้าวขึ้นสู่แท่นลอยฟ้า ประกาศสุรเสียงก้องผ่านค่ายกลขยายเสียง“และบัดนี้... เข้าสู่การประลองรอบชิงชนะเลิศ! ศึกตะลุมบอน ‘Battle Royale สิบคนสุดท้ายบนลานหยกขาว’! กติกาเรียบง่าย... ผู้ที่ยืนหยัดอยู่บนลานประลองเป็นคนสุดท้าย จะเป็นผู้คว้าชัยชนะอันดับหนึ่งแห่งมหาทวีปไปครอง!!”บนลานหยกขาว... ยอดฝีมือแปดคนสุดท้ายที่เหลือรอดมาจากแคว้นซีเหลียง จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิม และมหาอาณาจักรแดนใต้ ต่างขยับแถวเข้ามาประกบวงล้อม สายตาแปดคู่จ้องเขม็งไปยัง ‘ชินอ๋องเวินเชียนฟาน’ และ ‘มะลิ&rsqu
ยามเซินแก่ๆ (ประมาณ 15.30 น.) ณ ลานกว้างใจกลางเขาวงกตกระจกเงา (ด่านศิลาเพลิงหมื่นลี้)เพล้งงงงง!เศษกระจกมายาบานสุดท้ายร่วงกราวลงสู่พื้นกลายเป็นผงประกายระยิบระยับ เวินเชียนฟานกระชับมือเรียวของมะลิไว้แน่น พลางก้าวทะยานพ้นดงกระจกมายาเข้าสู่ลานหินกว้างใหญ่ใจกลางหุบเขาทว่า ทันทีที่ก้าวพ้นม่านหมอก กลิ่นไอร้อนระอุปานปากปล่องภูเขาไฟพลันพุ่งปะทะร่างอย่างจัง!ฟู่... ฟู่...!พื้นลานหินเบื้องล่างที่ทอดยาวนับพันจั้งแดงฉานราวกับเหล็กเผาไฟ ความร้อนระอุจาก ‘ศิลาลาวาโลกันตร์เก้าชั้นฟ้า’ ที่แคว้นซีเหลียงแอบฝังไว้ใต้ดินถูกเร่งพลังงานขึ้นสิบเท่า จนอากาศบิดเบี้ยวคล้ายคลื่นน้ำเดือดพล่าน แผ่ไอความร้อนเฉียดหมื่นองศาพร้อมจะย่างสดทุกคนที่เหยียบย่างเข้ามา!“ระวัง!”ดวงตาคมกริบของเวินเชียนฟานวาวโรจน์ ชินอ๋องตวัดฝ่ามือเตรียมชัก ‘กระบี่มัจจุราช’ รวบรวมลมปราณเหมันต์พันปีหมายจะแช่แข็งปูทางข้ามลานเพลิงให้แก่ยอดดวงใจ“อย่านะคะคุณพี่! หยุดมือเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”มะลิตะโกนห้ามลั่นป่า สองมือรี
ยามเว่ยแก่ๆ ณ แท่นพิธีหน้าซุ้มประตูชัย ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้นตึงงงงงง! ตึงงงงงง! ปู๊นนนนน!เสียงรัวกลองชัยและแตรเขาสัตว์ดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านฟ้าดิน เสียงโห่ร้องสรรเสริญของฝูงชนเรือนแสนดังกระหึ่มประหนึ่งคลื่นซัดฝั่ง เมื่อสตรีร่างพองหนาหกเท่าในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัว เดินแบกกระทะเหล็กก้นบุบพาดบ่า นำหน้าพยัคฆ์ทมิฬเก้าหางที่เดินกระดิกหางดุ๊กดิ๊ก โดยมีบุรุษหนุ่มในชุดเกราะทมิฬเดินเคียงข้าง ก้าวขึ้นสู่แท่นพิธีรับรางวัลชนะเลิศประจำด่านแรกอย่างสง่างามบนแท่นหยกขาวสูงสุด มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงฉีกยิ้มกว้างจนพระกรรณแทบฉีก พระเนตรเอ่อล้นไปด้วยน้ำพระเนตรแห่งความปลาบปลื้มใจ พระองค์สาวพระบาทก้าวลงมาจากซุ้ม VIP ด้วยพระองค์เอง โดยมีหัวหน้าราชทูตเดินประคองถาดทองคำแท้ตามหลังมาติดๆ“ลูกรักของพ่อ!” มหาจักรพรรดิตรัสสุรเสียงดังก้อง “เจ้าแสดงเพลงกระทะสะท้านภพ สยบยอดกระบี่แดนประจิมจนฟันร่วงหมดปาก ช่างกู้หน้าและเชิดชูเกียรติภูมิแห่งบูรพาได้อย่างสะใจพ่อยิ่งนัก! นี่คือรางวัลแห่งชัยชนะอันดับหนึ่งของเจ้า!”หัวหน้าราชทูตคุกเข่ายกถาดขึ้นส
บนยอดไม้สูง ‘ยอดกระบี่เทวะแห่งแดนประจิม’ ที่ลอยตัวเหยียบปลายใบไผ่ ยืนกอดอกแสยะยิ้มเลือดเย็น นึกกระหยิ่มในใจว่าสตรีตรงหน้ากำลังสั่นสะท้านด้วยความกลัวตาย“หึๆๆ! สตรีไร้น้ำยา!” ยอดกระบี่เทวะตวาดเสียงเย้ยหยัน ก้องกังวานไปทั่วแนวป่า “เห็นความต่างชั้นของพลังยุทธ์แล้วหรือยัง! เจ้าบังอาจทำให้จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิมและศิษย์น้องสามของข้าต้องอับอายขายขี้หน้า คลื่นกระบี่เมื่อครู่แค่ทักทาย... แต่ดาบต่อไปนี้ ข้าจะบั่นหัวของเจ้าไปแขวนประจานหน้าค่ายกล!”มะลิค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ คอส่งเสียงลั่น กร๊อบ! ใบหน้าที่เคยยิ้มแป้นแล้น บัดนี้มืดมนดำทะมึนดั่งท้องฟ้าก่อนพายุสุริยะถล่มโลก!นางชี้นิ้วสั่นระริกขึ้นฟ้า ชี้หน้ายอดกระบี่เทวะตรงๆ แล้วแหกปากด่าลั่นป่าด้วยความดังระดับร้อยสี่สิบเดซิเบล!“มึงฟันอะไรไม่ฟัน... มึงมาฟันชามน้ำแข็งไสราดน้ำผึ้งป่าท็อปปิ้งบัวลอยหิมะของกู๊ววววววววววววว!!”ยอดกระบี่เทวะชะงักกึกไปเสี้ยววินาที: “...หะ? อะ... อันใดคือน้ำแข็งไส?”“ถ้วยนี้กูอุตส่าห์แอบจิ๊กมาจากห้อ
ทว่า... ตัดกลับมาที่หน้าเตาถ่าน!มะลิกำลังใช้ตะเกียบคีบ ‘ซี่โครงหมูหม่าล่าย่างชิ้นโต ฉ่ำน้ำมันร้อนๆ ซอสพริกหม่าล่าหยดติ๋งๆ’ ยกขึ้นมาจ่อริมฝีปาก อ้าปากกว้างจะงับคำโต...โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!เสียงคำรามดังสนั่นระดับร้อยห้าสิบเดซิเบล พร้อมกับเงาดำยักษ์ที่พุ่งแหวกอากาศลงมาบดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด!“วี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!”มะลิสะดุ้งโหยงตกใจสุดขีดจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง! ขวัญหนีดีฝ่อ สองมือกระตุกสั่นระริก!และด้วยความที่ฝ่ามือของมะลิมันเยิ้มเหนียวเหนอะหนะไปด้วยน้ำมันพริกหม่าล่าและไขมันซี่โครงหมู...ฟึ่บ! พรวด!ซี่โครงหมูหม่าล่าชิ้นโตเท่าท่อนแขน ดันลื่นหลุดจากคีบตะเกียบและมือของมะลิ ลอยละลิ่วพุ่งละล่องขึ้นฟ้าด้วยความเร็วสูง!ยมทูตหมายเลข 7 ที่ซุ่มอยู่หลังต้นไม้ เห็นเสือยักษ์อ้าปากกว้างกำลังจะงับหัวมะลิ ยมทูตสติแตกเหงื่อแตกพลั่กแทบช็อกตาย!(เชี่ยแล้วววววววววววววววววววววววววว!! แม่หนูมะลิกำลังจะโดนแดกหัว!)ด้วยความลนลานจนขาดสติ ยมทูตหมายเลข 7 ยกพัดเวทมนตร์นรกขึ้นสะบัดร่ายลมพาย
ยามอู่ (ประมาณ 12.00 น.) ณ ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้น ตำหนักเก้าชั้นฟ้าตึงงงงงงงงงงงงง!เสียงกลองศึกทองสัมฤทธิ์เก้าใบดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดิน ลอยทะลุผ่านม่านเมฆาสีทองยามเที่ยงตรง!ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้นสร้างขึ้นจากศิลาหยกขาวขนาดยักษ์ กว้างขวางนับพันจั้ง ล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์หินอ่อนที่คลาคล่ำไปด้วยเชื้อพระวงศ์ แม่ทัพ และยอดฝีมือจากร้อยแคว้นนับหมื่นคน! เหนือลานประลอง มี ‘ม่านค่ายกลกระจกสะท้อนภาพเวทมนตร์’ ขนาดยักษ์ลอยเด่นอยู่กลางเวหา ฉายภาพบรรยากาศจำลองสู่สายตาคนทั้งมหาทวีปณ ซุ้มเสวย VIP สูงสุด... มหาจักรพรรดิบูรพาทรงประทับเคียงข้างมะลิ โดยมีกองทัพทหารเกราะทองคำสิบล้านนายยืนอารักขาแน่นหนาชนิดที่แม้แต่มดยังแทรกผ่านไม่ได้!เวินเชียนฟานในชุดเกราะศึกสีดำทมิฬ ยืนตระหง่านอยู่ข้างเก้าอี้ของมะลิ มือหนากุมด้ามกระบี่ประจำกาย แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองนางด้วยความทะนุถนอม“ยอดดวงใจของข้า...” ชินอ๋องโน้มตัวลงกระซิบข้างหูนางอย่างอ่อนโยน “การประลองด่านแรกกำลังจะเริ่มขึ้น... ข้ากับเสด็จพ่อตาตกลงกันแล้ว เจ้าแค่นั่







