Share

ตอนที่ 39

last update publish date: 2026-09-30 12:00:42

ยามอู่ (ประมาณ 12.00 น.) ณ ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้น ตำหนักเก้าชั้นฟ้า

ตึงงงงงงงงงงงงง!

เสียงกลองศึกทองสัมฤทธิ์เก้าใบดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดิน ลอยทะลุผ่านม่านเมฆาสีทองยามเที่ยงตรง!

ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้นสร้างขึ้นจากศิลาหยกขาวขนาดยักษ์ กว้างขวางนับพันจั้ง ล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์หินอ่อนที่คลาคล่ำไปด้วยเชื้อพระวงศ์ แม่ทัพ และยอดฝีมือจากร้อยแคว้นนับหมื่นคน! เหนือลานประลอง มี ‘ม่านค่ายกลกระจกสะท้อนภาพเวทมนตร์’ ขนาดยักษ์ลอยเด่นอยู่กลางเวหา ฉายภาพบรรยากาศจำลองสู่สายตาคนทั้งมหาทวีป

ณ ซุ้มเสวย VIP สูงสุด... มหาจักรพรรดิบูรพาทรงประทับเคียงข้างมะลิ โดยมีกองทัพทหารเกราะทองคำสิบล้านนายยืนอารักขาแน่นหนาชนิดที่แม้แต่มดยังแทรกผ่านไม่ได้!

เวินเชียนฟานในชุดเกราะศึกสีดำทมิฬ ยืนตระหง่านอยู่ข้างเก้าอี้ของมะลิ มือหนากุมด้ามกระบี่ประจำกาย แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองนางด้วยความทะนุถนอม

“ยอดดวงใจของข้า...” ชินอ๋องโน้มตัวลงกระซิบข้างหูนางอย่างอ่อนโยน “การประลองด่านแรกกำลังจะเริ่มขึ้น... ข้ากับเสด็จพ่อตาตกลงกันแล้ว เจ้าแค่นั่งกินขนมชมการประลองอยู่ในซุ้ม VIP นี้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องลงไปเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด ข้าจะลงไปคว้าชัยชนะอันดับหนึ่งมาเป็นสินสอดสู่ขอเจ้าด้วยมือข้าเอง”

มหาจักรพรรดิบูรพาพยักพระพักตร์สำทับ “ถูกต้องแล้วลูกรัก! ป่าอสูรบรรพกาลเต็มไปด้วยสัตว์ร้าย เจ้ามีสายเลือดมังกรบริสุทธิ์ นั่งกินผลไม้ทิพย์ดูเจ้าหนุ่มหน้ามึนลงไปเหนื่อยแทนเจ้าตรงนี้แหละลูก!”

มะลิในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัวรุ่นพอง 6 เท่า นั่งเคี้ยวเกาลัดคั่วแก้มตุ่ย พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย

“ตามสบายเลยค่ะท่านอ๋อง! สู้ๆ นะคะคุณพี่! นั่งดูเฉยๆ สบายใจจะตาย ใครจะอยากลงไปวิ่งให้เหงื่อออกกันล่ะคะ!”

ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง!

“ประกาศกติกาและของรางวัลชนะเลิศประจำด่านที่หนึ่ง!”

‘หัวหน้าราชทูตแห่งบูรพา’ ก้าวขึ้นสู่แท่นพิธีกลางลานประลอง คลี่ม้วนราชโองการทองคำแท้ ประกาศสุรเสียงก้องกังวานสะท้านฟ้าดินผ่านค่ายกลขยายเสียง!

“การประลองด่านแรกคือ ‘การล่าป้ายคะแนนในด่านค่ายกลป่าอสูรบรรพกาล’! ยอดฝีมือร้อยแคว้นจะต้องเอาชีวิตรอดและล่าป้ายอาคมกลับมา!”

ราชทูตเว้นจังหวะ ก่อนจะประกาศของรางวัลพิเศษที่มหาจักรพรรดิทรงนำออกมาจากคลังสมบัติสวรรค์ เพื่อเป็นรางวัลล่อใจแก่ผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่งประจำด่านแรก:

“และของรางวัลพิเศษสำหรับผู้คว้าชัยชนะอันดับหนึ่งในด่านแรกนี้ ได้แก่...”

“ข้อที่หนึ่ง... ‘กระทะทองคำมังกรแท้ทนไฟหมื่นปี’!”

กริบ...

ราชทูตประกาศสรรพคุณอย่างภาคภูมิใจ “มันคือศัสตราวุธและของวิเศษบรรพกาลที่สร้างขึ้นจากเกล็ดมังกรทองคำแท้! ทนทานต่อความร้อนหมื่นองศา! ทำอาหารไม่มีวันไหม้เกรียม! ผิวสัมผัสลื่นไหลทอดสิ่งใดก็ไม่ติดกระทะ! ซ้ำก้นกระทะยังเคลือบปราณเทวะสะท้อนคลื่นพลังทำลายล้างได้ทุกชนิดในใต้หล้า!”

“และข้อที่สอง... ‘ผลทิพย์สวรรค์รสหวานฉ่ำพันปี’ จำนวนหนึ่งเข่งใหญ่! ผลไม้หายากจากยอดเขาบรรพกาล รสชาติหวานฉ่ำ ละมุนลิ้น กัดเพียงคำเดียวน้ำหวานซ่านกระเพาะ กินแล้วเพิ่มพลังชีวิตอายุยืนหมื่นปี!”

กริบ...

พริบตาที่สิ้นเสียงประกาศของรางวัล!

วูบ!

ดวงตากลมโตของมะลิเบิกกว้าง ขยายโตเท่าไข่นกกระจอกเทศสองฟองซ้อน!

ประกายตาสีน้ำตาลสุกใสสว่างวาบ เปล่งแสงวิบวับเป็นรูปสัญลักษณ์ดอลลาร์ $\$100$ ผสมรูปกระทะทองคำผัดกับผลไม้ฟรีทันที! สัญญาณสมอง 5G ของสาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ปี 2026 ทำการถอดรหัสและประมวลผลด้วยความเร็วแสงระดับมหาจักรวาล!

(เชี่ยเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!)

มะลิตะโกนกรีดร้องในใจจนเซลล์สมองแทบระเบิดเป็นสายรุ้งเจ็ดสี!

(กระทะทองคำมังกรแท้ทอดอะไรก็ไม่ติดกระทะ ล้างง่าย แถมสะท้อนพลังได้เนี่ยนะ?! นี่มันคือสุดยอดกระทะในฝันของสายทำอาหารปี 2026 ชัดๆ ว้อยยยย! กระทะเหล็กใบเก่าของกูก็ก้นบุบไปแล้วเพราะฟาดหน้านักฆ่าซีเหลียงเมื่อคืนก่อน... แถมผลไม้ทิพย์รสหวานฉ่ำกินฟรียกเข่งหนึ่งร้อยลูก!)

มะลิกลืนน้ำลายลงคอดัง เอื๊อก! มือไม้สั่นระริกด้วยความละโมบสายกินระดับสิบริกเตอร์:

(ของรางวัลล่อซื้อระดับพรีเมียมขนาดนี้... จะให้กูนั่งกระดิกตีนเคี้ยวส้มรอให้คนอื่นชุบมือเปิบเอาไปได้ยังไงวะ! ถ้าท่านอ๋องแข่งคนเดียวแล้วเกิดสะดุดขาตัวเองแพ้ขึ้นมา กระทะทองคำของกูก็หลุดมือสิเว้ย! ไม่ได้การเด็ดขาด! งานนี้กูไม่รอแล้วโว้ย!)

หมับ!

มะลิผุดลุกพรวดขึ้นยืนบนเก้าอี้ทองคำ ก่อนจะยกฝ่ามือขวาตบลงบนโต๊ะเสวยทองคำแท้ดัง...

ปังงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!

จานผลไม้ ถ้วยน้ำแกงบัวหิมะ และแก้วสุราหยกกระดอนลอยขึ้นจากโต๊ะเกือบครึ่งคืบ!

มะลิเท้าสะเอว เชิดหน้าขึ้น ชี้นิ้วตรงไปยังปากทางเข้าค่ายกลป่าอสูร ประกาศลั่นซุ้ม VIP ด้วยน้ำเสียงมั่นหน้าเกินร้อยระดับร้อยยี่สิบเดซิเบล!

“เพื่อกระทะทองคำใบใหม่ไม่ติดกระทะ และผลไม้ฟรีพันปียกเข่ง! ด่านป่าอสูรนี้... ฉันจะลงไปฟาดเอาของรางวัลเองค่ะ!”

กริบ...

ทั่วทั้งซุ้มเสวย VIP เงียบสงัดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ!

มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาและชินอ๋องเวินเชียนฟาน ถึงกับยืนนิ่งค้าง ลมหายใจสะดุดกึก พระพักตร์และใบหน้าหล่อเหลาแข็งทื่อไปห้าวินาทีเต็มๆ!

และแล้ว... สมองระดับอัจฉริยะของพ่อตาและลูกเขย ก็เกิดอาการลัดวงจร Short-Circuit หมุนวนประมวลผลคำประกาศศักดาของนางไปไกลถึงเก้าสิบเก้าชั้นฟ้าทันที!

‘นางมิได้หวาดกลัวต่อภยันตรายในป่าอสูรบรรพกาลเลยแม้แต่น้อย...!’

มหาจักรพรรดิทรงยกพระหัตถ์ขึ้นทาบพระอุระ น้ำพระเนตรเอ่อล้นคลอเบ้าด้วยความตื้นตันใจสุดขีด พระวรกายสั่นสะท้านด้วยความภาคภูมิใจในสายเลือดมังกร!

‘สวรรค์ชั้นฟ้า... เซวียนหยวนเหมย ลูกรักของพ่อ! คำว่า ‘กระทะทองคำ’ ย่อมเป็นรหัสลับแห่งการหลอมรวมแผ่นดิน! และคำว่า ‘ผลไม้ฟรี’ ย่อมหมายถึงผลแห่งชัยชนะอันหอมหวาน! นางกำลังประกาศศักดาว่าจะก้าวลงสู่สมรภูมิ เคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมรบเพื่อเชิดชูเกียรติภูมิแห่งมหาจักรวรรดิบูรพาและต้าซิง! ช่างเป็นสตรีที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยวเหนือมนุษย์โดยแท้จริง!’

เวินเชียนฟานสบตานางด้วยแววตาคลั่งรักระดับล้างพิภพ ชินอ๋องกำหมัดแน่น หัวใจพองโตคับอก ‘ยอดดวงใจของข้า... เจ้ามิยอมให้ข้าต้องต่อสู้เพียงลำพัง เจ้าพร้อมจะเคียงข้างข้าเพื่อคว้าชัยชนะมาสู่พวกเรา! ข้าจะไม่มีวันขัดขวางจิตวิญญาณแห่งยอดขุนพลของเจ้าเด็ดขาด!’

มหาจักรพรรดิทรงพยักพระพักตร์ทั้งน้ำตา “ดี! ลูกพ่อ! ในเมื่อเจ้ามีจิตวิญญาณอันหาญกล้าถึงเพียงนี้... พ่ออนุญาตให้เจ้าลงสมรภูมิ! เยี่ยหาน... สั่งองครักษ์เงาคอยระวังความปลอดภัยอยู่ห่างๆ อย่าให้ใครมารบกวนการศึกของลูกข้า!”

มะลิ: “...หืม?” (ยืนกะพริบตาปริบๆ ลูบมือที่เจ็บจากการตบโต๊ะ)

(เอ้า... แค่บอกว่าจะลงไปเอากระทะทองคำกับผลไม้ฟรี ทำไมสองพ่อลูกเขยยืนร้องไห้ซึ้งใจปานส่งลูกไปออกรบกู้ชาติวะเนี่ย? เออ ช่างเหอะ รีบไปจองกระทะดีกว่า!)

ยามเว่ย (ประมาณ 13.30 น.) ณ ภายในค่ายกลป่าอสูรบรรพกาล (เขตป่าทึบโบราณ)

ครืนนนนน... โฮกกกกกกกกกกกกกก!

เสียงคำรามของฝูงสัตว์อสูรโบราณดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแนวป่า!

ภายในค่ายกลป่าอสูรบรรพกาล คือมิติมืดครึ้มที่เต็มไปด้วยต้นไม้โบราณยักษ์ขนาดสิบลำแขนโอบสูงเสียดฟ้า หมอกควันสีเทาลอยเรี่ยพื้นดิน เถาวัลย์หนามแหลมคมและบรรยากาศเย็นยะเยือกชวนขนหัวลุก

ผู้เข้าแข่งขันและยอดฝีมือจากร้อยแคว้นนับร้อยชีวิต ต่างพากันชักกระบี่และร่ายลมปราณ วิ่งหนีและต่อสู้กับฝูงหมาป่าโลกันตร์และอสรพิษเกล็ดเหล็กกันอย่างหัวซุกหัวซุน เลือดเนื้อสาดกระจาย ฝุ่นควันตลบอบอวลประหนึ่งนรกแตก!

ทว่า... ตัดภาพมาที่มุมมองของ ‘มะลิ’!

ร่างกลมพองในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัวรุ่นกระสอบเสบียง ขยายพอง 6 เท่า กำลังเดินกางขาเตาะแตะ ส่ายไปส่ายมาดุจเพนกวินยักษ์หลงป่า

สายตาของสาวออฟฟิศปี 2026 ไม่ได้มองหาป้ายคะแนน ไม่ได้มองหาสัตว์อสูร...

แต่นางกำลังเดินแหงนหน้า กวาดสายตามองหายอดไม้ด้วยความพิถีพิถัน!

“อืม... ตรงนี้แดดส่องไปหน่อย... ตรงโน้นก็มดเยอะ...” มะลิบ่นพึมพำ ทำจมูกฟุดฟิด “อ๊ะ! ใต้ต้นไทรโบราณตรงลานป่าไผ่นั่นร่มรื่นดีแฮะ! ลมพัดเย็นสบาย ใบไผ่บังแดดมิดชิด ทำเลทองสำหรับการปิกนิกยามบ่ายชัดๆ!”

มะลิเดินเตาะแตะเข้าไปหยุดยืนใต้ร่มไม้ใหญ่ ถอนหายใจยาวอย่างผ่อนคลาย

หมับ!

มะลิปลดกระเป๋าผ้าใบใหญ่ที่ซ่อนอยู่ข้างเอวใต้ชุดพองหนาออกมา...

สิ่งที่นางควักออกมาวางเรียงบนโขดหิน:

เตาถ่านพกพาขนาดเล็กเนื้อดินเผา (แอบจิ๊กมาจากห้องเครื่องวังบูรพาเมื่อเช้า)

ถ่านไม้ไร้ควันอย่างดีสองก้อน

และสิ่งสำคัญที่สุด... ห่อกระดาษไขขนาดมหึมาที่บรรจุ ‘ซี่โครงหมูหมักพริกหม่าล่าสูตรเข้มข้นพิเศษ’ ที่นางให้อาชูช่วยหมักพริกสิบเม็ดเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืน!

ฟู่... แชะ!

มะลิควักหินเหล็กไฟขึ้นมาจุดเตาถ่านอย่างเชี่ยวชาญ ควันสีขาวจางๆ เริ่มลอยขึ้น มะลิคีบชิ้น ‘ซี่โครงหมูหมักซอสสีแดงชาดชิ้นโตเนื้อติดมันเยิ้ม’ วางลงบนตะแกรงเหล็กดัง...

ซู่ซ่าาาาาาาาาาาาาา!

กลิ่นหอมกรุ่นของไขมันหมูที่หยดกระทบถ่านไฟ ผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศ พริกหม่าล่าชาลิ้น และกลิ่นกระเทียมพริกไทยดำ ลอยฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วแนวป่าไผ่ในทันที!

มะลินั่งยองๆ ใช้พัดขนนกโบกพัดเตาถ่านอย่างมีความสุข ฮัมเพลงเบาๆ “ปิ้งย่างบาร์บีคิวกลางป่าดงพงไพร... มีลมพัดเย็นๆ ชิลกว่านี้ไม่มีอีกแล้วโว้ยยยย!”

ทว่า... หลังพุ่มไม้ใหญ่ห่างออกไปห้าก้าว!

วิ้วววววววววววววว...!!

ควันสีดำมืดครึ้มพุ่งพรวดออกมาจากโคนต้นไม้! ร่างโปร่งแสงของ ‘ยมทูตหมายเลข 7’ ในชุดคลุมสีเทาเข้ม วาร์ปโผล่พรวดออกมาครึ่งตัว ใบหน้าขาวซีดยิ่งกว่ากระดาษเงินกระดาษทอง เหงื่อกาฬไหลทะลักท่วมตัวจนแทบจะช็อกตายคาป่า!

ยมทูตหมายเลข 7 ยกมือขึ้นกุมขมับสองข้าง กรีดร้องในหัวจนเส้นเลือดวิญญาณแทบแตกเป็นผุยผง!

(เชี่ยแล้ววววววววววววววววววววววววววววววววว!!)

ยมทูตหมายเลข 7 ร่ำไห้สะอึกสะอื้นในอก: (แม่หนูมะลิเอ๊ยยยยยยยยยยย! คนอื่นเขาเข้ามาในป่าอสูรบรรพกาลเพื่อวิ่งหนีตายและล่าคะแนน... แต่นี่เจ้าดันแบกเตาถ่านมานั่งปิ้งซี่โครงหมูหม่าล่ากินสบายใจเฉิบเนี่ยนะ?! กลิ่นเนื้อย่างฟุ้งไปสามลี้แปดลี้ขนาดนี้ ขืนสัตว์ร้ายในตำนานได้กลิ่นแล้วแห่กันมารุมฉีกร่างเจ้า... ข้าโดนท่านพญายมจับถลกหนังต้มในกระทะทองแดงแปดแสนล้านปีแน่ๆ!)

ด้วยความผวาสุดขีด ยมทูตหมายเลข 7 รีบสะบัดพัดเวทมนตร์นรก กาง ‘ม่านลวงตาและเกราะคุ้มกันวิญญาณโปร่งแสง’ ครอบคลุมรอบตัวมะลิไว้หนาเตอะทันทีเพื่อป้องกันลูกหลง!

ยามเว่ยแก่ๆ ณ ป่าไผ่ชั้นใน

ท่ามกลางกลิ่นหอมฉุยของซี่โครงหมูย่าง... กับดักฝ่ายร้ายก็เริ่มทำงาน!

บนยอดไม้สูง ‘ยอดกระบี่เทวะแห่งแดนประจิม’ และ ‘แม่ทัพใหญ่แคว้นซีเหลียง’ แอบซุ่มมองอยู่ด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ทั้งสองใช้ค่ายกลล่อให้เวินเชียนฟานแยกตัวไปติดพันกับฝูงอสูรอีกฟากหนึ่งของป่าเรียบร้อยแล้ว

“ผนึกค่ายกลชั้นในสุดถูกทำลายแล้ว...” ยอดกระบี่เทวะแสยะยิ้มเลือดเย็น “มันตื่นขึ้นมาแล้ว!”

ครืนนนนนนนนนนนน!! ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!

พริบตานั้นเอง! แผ่นดินทั่วทั้งป่าอสูรบรรพกาลพลันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นปานเกิดแผ่นดินไหวสิบริกเตอร์! ต้นไผ่และต้นไม้ยักษ์นับร้อยต้นหักโค่นสะบั้นลงดั่งต้นหญ้า!

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!

เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาทสะท้านภพสะเทือนสวรรค์ดังสนั่นหวั่นไหว แรงลมพายุพัดพาเอากลิ่นคาวเลือดและไอสังหารสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า!

แหวกดงไผ่พังทลายออกมา... ปรากฏร่างมหึมาขนาดเท่าบ้านสองชั้นของ “พยัคฆ์ทมิฬเก้าหาง”!

มันคือราชันสัตว์อสูรระดับตำนานบรรพกาลที่หลับใหลมาหมื่นปี! ลำตัวสีดำมะเมื่อมดุจนิลกาฬ กรงเล็บแหลมคมยาวดั่งดาบ เขี้ยวยาวโค้งสีขาวโพลน แววตาสีเลือดดุร้ายกระหายเนื้อ และหางยาวเก้าเส้นที่สะบัดฟาดอากาศจนเกิดเสียงฟ้าร้อง เปรี๊ยะๆ!

พยัคฆ์ทมิฬเก้าหางที่เพิ่งตื่นจากจำศีลหมื่นปี กำลังหิวโซจนไส้กิ่ว... และสิ่งที่ปลุกสัญชาตญาณความหิวของมัน คือ กลิ่นเนื้อย่างหอมฉุยเครื่องเทศ ที่ลอยเตะจมูกมันเข้าอย่างจัง!

ดวงตาสีเลือดของพยัคฆ์ยักษ์ตวัดขวับตรงมายังลานป่าไผ่... สายตาจับจ้องไปยังร่างกลมพองของมะลิที่กำลังนั่งยองๆ อยู่หน้าเตาถ่าน!

พยัคฆ์ยักษ์ย่อตัวลงต่ำ กรงเล็บตะกุยดินจนหินแหลกละเอียด ก่อนจะดีดตัวกระโจนพุ่งทะยานแหวกอากาศดั่งดาวตกทมิฬ อ้าปากกว้างเห็นเขี้ยวคมกริบ หมายจะงับหัวมะลิกลืนลงท้องในคำเดียว!

“ตายซะเถอะนังตัวดี!” ยอดกระบี่เทวะบนยอดไม้หัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 39

    ยามอู่ (ประมาณ 12.00 น.) ณ ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้น ตำหนักเก้าชั้นฟ้าตึงงงงงงงงงงงงง!เสียงกลองศึกทองสัมฤทธิ์เก้าใบดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดิน ลอยทะลุผ่านม่านเมฆาสีทองยามเที่ยงตรง!ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้นสร้างขึ้นจากศิลาหยกขาวขนาดยักษ์ กว้างขวางนับพันจั้ง ล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์หินอ่อนที่คลาคล่ำไปด้วยเชื้อพระวงศ์ แม่ทัพ และยอดฝีมือจากร้อยแคว้นนับหมื่นคน! เหนือลานประลอง มี ‘ม่านค่ายกลกระจกสะท้อนภาพเวทมนตร์’ ขนาดยักษ์ลอยเด่นอยู่กลางเวหา ฉายภาพบรรยากาศจำลองสู่สายตาคนทั้งมหาทวีปณ ซุ้มเสวย VIP สูงสุด... มหาจักรพรรดิบูรพาทรงประทับเคียงข้างมะลิ โดยมีกองทัพทหารเกราะทองคำสิบล้านนายยืนอารักขาแน่นหนาชนิดที่แม้แต่มดยังแทรกผ่านไม่ได้!เวินเชียนฟานในชุดเกราะศึกสีดำทมิฬ ยืนตระหง่านอยู่ข้างเก้าอี้ของมะลิ มือหนากุมด้ามกระบี่ประจำกาย แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองนางด้วยความทะนุถนอม“ยอดดวงใจของข้า...” ชินอ๋องโน้มตัวลงกระซิบข้างหูนางอย่างอ่อนโยน “การประลองด่านแรกกำลังจะเริ่มขึ้น... ข้ากับเสด็จพ่อตาตกลงกันแล้ว เจ้าแค่นั่

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 38

    ยามโหย่วค่ำๆ ณ แท่นบูชาศิลาเทวะ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้าท่ามกลางความเงียบกริบระดับจักรวาลหยุดหมุน และสายตาตกตะลึงค้างของยอดคนร้อยแคว้นนับหมื่นชีวิต...ฟึ่บ!‘เวินเชียนฟาน’ ยื่นมือหนาอันทรงพลังไปคว้าม้วนพระราชโองการทองคำแท้จากมือราชทูตต้าซิงที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นงันงกมาถือไว้ในมือ ชินอ๋องตวัดสายตาคมกริบดุจพญาอินทรี ก้าวสืบเท้าขึ้นบันไดหยกขาวอย่างสง่างาม ก่อนจะวาดท่อนแขนแกร่งเข้า ‘รวบร่างพองหนาหกเท่าของมะลิ’ เข้ามากอดแนบอกอย่างหวงแหนและแนบแน่นต่อหน้าพระพักตร์มหาจักรพรรดิบูรพา!หมับ!มะลิที่กำลังลูบพุงอิ่มกุ้ง สะดุ้งโหยงเบาๆ ใบหน้าจมหายเข้าไปในแผงอกกว้างอุ่นจัดกลิ่นไม้กฤษณา คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นมองพระเอกตาปริบๆชินอ๋องเชิดใบหน้าคมคายหล่อเหลาขึ้นสบสายตากับมหาจักรพรรดิแห่งบูรพาอย่างไม่หวั่นเกรง สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยรายงานหน้าตายด้วยความมั่นคงดุจขุนเขาไท่ซาน!“ทูลเสด็จพ่อตา...”เปรี๊ยะ!เหมือนมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกบาลของมหาจักรพรรดิแห่งบูรพา! พระพักตร์ของมหาจักรพรรดิกึ่งเหวอกึ่งช็อก พระขนง

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 37

    ยามโหย่วปลายๆ ณ แท่นบูชาศิลาเทวะ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนกริบ... ทั่วทั้งมหาทวีปตกอยู่ในความเงียบงันอันไร้ขอบเขต!กริ๊ง... กริ๊ง... วูบบบบบบบบบบ! ‘ป้ายหยกมังกรทองประจำพระองค์’ ที่มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงพกติดตัวไว้ตลอดสิบแปดปี พลันส่งเสียงกู่ร้องสั่นสะเทือน ตอบรับคลื่นพลังสายเลือดบริสุทธิ์ตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง!“ส... สายเลือดมังกรบรรพกาลเก้าเล็บบริสุทธิ์... เก้าชั้นฟ้า?!”มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงเบิกพระเนตรกว้างจนแทบหลุดจากเบ้า พระวรกายสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในชีวิต น้ำพระเนตรเอ่อล้นทะลักไหลพรากอาบสองปราง!พระองค์ก้าวลงจากบัลลังก์ทองคำด้วยพระบาทที่สั่นเทา ก่อนจะทรง ‘ทรุดพระชานุ (คุกเข่า) ลงต่อหน้าธารกำนัลร้อยแคว้น’ ด้วยพระทัยที่แตกสลายระคนตื้นตันใจสุดขีด!ตุบ! ตุบ! ตุบ!พริบตานั้นเอง! เชื้อพระวงศ์ แม่ทัพใหญ่ ยอดฝีมือจากร้อยแคว้นนับหมื่นคน รวมถึงทหารเกราะเงินทั่วทั้งตำหนัก... ต่างพากันเข่าอ่อน ทรุดลงหมอบกราบราบไปกับพื้นดิน ตัวสั่นสะท้านดุจใบไม้ต้องพายุต่อหน้าบารมีแห่ง

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 36

    ยามโหย่วปลายๆ (ประมาณ 18.00 น.) ณ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนความเงียบสงัดระดับป่าช้าโบราณเข้าปกคลุมทั่วทั้งโถงเสวยศิลาหยกขาว...เงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงเหงื่อกาฬของบรรดาแม่ทัพร้อยแคว้นหยดลงกระทบพื้นผ้าไหม!สายตานับหมื่นคู่จับจ้องไปยังโต๊ะเสวยของ ‘มหาจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิม’ ที่บัดนี้ทั้งโต๊ะหยก อาหารเลิศรส จานชามทองคำ และร่างของ ‘เซวียนหยวนหลิง’ (องค์หญิงสามแห่งแดนประจิม) ได้กลายสภาพเป็น ‘ก้อนน้ำแข็งยักษ์’ สีฟ้าครามขาวโพลนไปเรียบร้อยแล้ว! องค์หญิงผู้เย่อหยิ่งนั่งแข็งทื่อ ขนคิ้วและเส้นผมจับตัวเป็นเกล็ดหิมะ ปากสั่นงันงกพั่บๆๆๆ ดุจตุ๊กตาหิมะจำแลงคาเก้าอี้เสวย!ทั่วทั้งโถงจัดเลี้ยง... บรรดาเชื้อพระวงศ์และยอดฝีมือระดับแปดและเก้าชั้นฟ้าต่างลอบกลืนน้ำลายลงคอดัง เอื้อก!สมองของยอดคนร้อยแคว้นเริ่มเกิดการลัดวงจร Short-Circuit ระเบิดตูมตามระดับเก้าสิบเก้าชั้นฟ้าทันที!‘สวรรค์ชั้นฟ้า...!’ แม่ทัพใหญ่แห่งมหาอาณาจักรแดนใต้เหงื่อกาฬไหลพราก ขนหัวลุกชันชี้ฟ้า ‘นางถูกล

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 35

    ยามโหย่ว (ประมาณ 17.30 น.) ณ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนตึงงงงงงงงง!เสียงระฆังทองสัมฤทธิ์เก้าใบดังสะท้อนกังวานก้องไปทั่วทั้งตำหนักศิลาหยกขาวอันยิ่งใหญ่ตระการตา ลอยทะลุผ่านม่านเมฆาสีทองยามอาทิตย์อัสดง!โถงเสวยใหญ่แห่งตำหนักเก้าชั้นฟ้าถูกสร้างขึ้นจากศิลาหยกขาวแกะสลักลวดลายเมฆาและมังกรทอง เสาหินปิดทองคำแท้ตระหง่านเสียดฟ้านับร้อยต้น โต๊ะเสวยยาวเหยียดปูลาดด้วยผ้าไหมแพรพรรณสีแดงชาด เครื่องเคลือบปิดทองคำแท้จัดวางอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารหายากพันปีลอยตลบอบอวลประหนึ่งวิมานสวรรค์จุติทว่า... สิ่งที่สะกดสายตาทุกคู่ในโถงจัดเลี้ยง คือ ‘ผังที่นั่งแถวหน้าสุด’!ผลพวงจากการระเบิดคลื่นพลังสะท้อนกลับสยบยอดฝีมือหน้าประตูเมืองหยกขาวเมื่อบ่ายแก่ๆ... ส่งผลให้คณะทูตแห่งแคว้นต้าซิง ได้รับเกียรติสูงสุดให้นั่งใน "ตำแหน่งแถวหน้าสุดระดับ Super VIP" ติดกับแท่นเสวยของมหาจักรพรรดิแห่งบูรพาอย่างสง่างาม!เชื้อพระวงศ์ แม่ทัพใหญ่ และตัวแทนจากร้อยแคว้นที่นั่งอยู่แถวหลัง ต่างพากันมองตรงมายังโต๊ะเสวยของต้าซิงด้วยสายตาครั่นคร้ามยำเกรงระ

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 34

    ยามเว่ย (ประมาณ 14.00 น.) ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองหยกขาว มหานครเทียนหยวนครืนนนนนน... ตึง! ตึง!ล้อเหล็กของรถม้าพระราชทานเสริมเกราะทองคำแท้แห่งแคว้นต้าซิง บดขยี้ลงบนแผ่นศิลาหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ เสียงฝีเท้าม้าศึกเกราะทองคำนับร้อยนายก้าวเดินอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางสายลมหอบใหญ่ที่พัดพาเอากลิ่นอายความยิ่งใหญ่โอ่อ่าของศูนย์กลางมหาทวีปมาปะทะขบวนเสด็จเบื้องหน้าของพวกเขา... คือกำแพงศิลาหยกขาวสูงตระหง่านเสียดฟ้า ปราการธรรมชาติที่ตั้งตระหง่านแบ่งแยกศูนย์กลางโลก ธงทิวหลากสีสันปักตราสัญลักษณ์แห่ง ‘ร้อยแคว้น’ โบกสะบัดต้านลมหนาวอย่างอหังการทว่า บรรยากาศ ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองในยามนี้ กลับมิได้มีความรื่นเริงสมกับเป็นงานเทศกาลระดับมหาทวีปแม้แต่น้อย!ลานหินอ่อนกว้างใหญ่คลาคล่ำไปด้วยขบวนราชทูต แม่ทัพใหญ่ และเชื้อพระวงศ์จากแคว้นมหาอำนาจต่างๆ ที่เดินทางมาถึงก่อนหน้า ทว่าสายตานับพันคู่กลับจับจ้องมายังขบวนรถม้าต้าซิงเป็นจุดเดียว... ด้วยแววตาคมกริบ ระแวดระวัง และเปี่ยมไปด้วยเจตนาลองดี!“นั่นหรือ... ขบวนของพญามัจจุราชแห่งต้าซิง เวินเชียนฟาน?

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status