Share

เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ
เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ
Author: กากบาทเย่

บทที่ 1

Author: กากบาทเย่
“ข้าไม่แต่ง ให้นางไปแทนเถิด”

เสียงใสกังวาน ปลุกเซวียหว่านอี้ให้ตื่นจากภวังค์

สองวันที่ผ่านมานับตั้งแต่ได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ สติสัมปชัญญะของนางยังคงเลื่อนลอย จมดิ่งอยู่ในฝันร้ายของชาติก่อน และดิ้นรนอยู่ตลอดเวลา

“นั่นคือจวนเจิ้นกั๋วกงเชียวนะ เจ้าไม่แต่งกับแม่ทัพเย่ หรือเจ้าจะยังคิดรักษาสัญญาหมั้นหมายกับตระกูลฉู่จริง ๆ?”

ฮูหยินเซวียเจียงซื่อได้ยินดังนั้น ก็มองบุตรสาวอย่างไม่เห็นด้วย

ขันทีผู้ส่งราชโองการเพิ่งจากไป ในราชโองการระบุว่าพระราชทานสมรสให้แก่สตรีตระกูลเซวียเพื่อเป็นฮูหยินเจิ้นกั๋วกง

เจิ้นกั๋วกง เป็นบรรดาศักดิ์ขั้นหนึ่ง

ด้วยฐานะจวนรองเสนาบดีขั้นสามของตระกูลเซวีย เดิมทีมิได้มีคุณสมบัติเลย

ทว่ายามนี้ไม่เหมือนวันวาน

เจิ้นกั๋วกงเย่จั๋ว เมื่อปีก่อนได้นำทัพต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับหนานหยวน แม้จะขับไล่หนานหยวนได้สำเร็จ แต่ก็ถูกลอบทำร้ายจนถูกพิษประหลาด

ภายหลังแม้หมอเทวดาจะทุ่มเทรักษาอย่างเต็มที่ ทำได้เพียงขับพิษให้ไปรวมกันอยู่ที่ช่วงเอวลงไป จึงรักษาร่างเอาไว้ได้

ทว่าก็กลายเป็นคนพิการ ทั้งยังไม่สามารถมีทายาทได้

แม่ทัพหนุ่มผู้ขี่ม้าขาวถือหอกเงินซึ่งเคยเป็นที่หมายปองของเหล่าคุณหนูสูงศักดิ์ทั้งในที่แจ้งและที่ลับ บัดนี้กลับกลายเป็นบุรุษไร้ค่าที่ผู้คนรังเกียจ

ฮ่องเต้ทรงรู้สึกผิดต่อตระกูลเย่ จึงประสงค์จะเลือกสตรีผู้หนึ่งมาอยู่เป็นเพื่อนเขา

เหล่าตระกูลสูงศักดิ์ทั้งหลายต่างแอบเคลื่อนไหวเพื่อการนี้อยู่ไม่น้อย

ตระกูลเซวียไม่เคยคาดคิดว่าการสมรสครั้งนี้จะตกมาถึงพวกเขา

เซวียหมิงเฟยเลิกคิ้วมองฮูหยินเจียงตรงหน้า “ท่านแม่ สัญญาหมั้นหมายของข้ากับตระกูลฉู่เป็นท่านพ่อที่กำหนดไว้ ย่อมต้องรักษาสัญญา มิเช่นนั้นจะไม่ทำให้ท่านพ่อตกอยู่ในสถานะผู้ไร้สัจจะหรอกหรือเจ้าคะ?”

รองเสนาบดีเซวียซึ่งนั่งอยู่ที่นั่งหลักมองบุตรสาวอย่างยินดี แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม

เซวียหมิงเฟยกล่าวต่อ: “แม้ตระกูลฉู่จะตกอับ แต่ครั้งหนึ่งก็เคยเป็นตระกูลบัณฑิตที่สูงส่ง แม้จะตกต่ำถึงเพียงนี้ แต่รากฐานที่สั่งสมมาก็มิใช่ตระกูลธรรมดาทั่วไปจะเทียบได้”

“ข้าเป็นบุตรสาวที่ท่านพ่อและท่านแม่ทุ่มเทอบรมเลี้ยงดูมา ข้าเชื่อมั่นว่าตนเองมิได้ด้อยไปกว่าเหล่าคุณหนูสูงศักดิ์จากจวนอ๋องจวนโหว ด้วยความสามารถของข้า ประกอบกับการสนับสนุนของท่านพ่อท่านแม่ อีกทั้งคุณธรรมของคุณชายฉู่ การจะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง จะมีสิ่งใดยากกัน”

นางกล่าวถ้อยคำเหล่านั้นด้วยความแน่วแน่ เปี่ยมด้วยความมั่นใจ

ทว่าเซวียหว่านอี้ที่อยู่ด้านข้างกลับพอจะคาดเดาได้ว่า บางที พี่สาวสายตรงผู้นี้ อาจจะกลับมาเกิดใหม่เหมือนกัน

ชาติก่อน พี่สาวสายตรงผู้นี้ดูแคลนฉู่ยวน บุตรชายตระกูลฉู่ที่ตกอับ เมื่อเห็นราชโองการพระราชทานสมรส ก็ต้องการถอนหมั้น หมายจะเป็นฮูหยินกั๋วกงผู้สูงศักดิ์

เซวียหว่านอี้จึงกลายเป็นผู้ที่ต้อง “เก็บตก” สัญญาหมั้นของพี่สาวสายตรง

นางเป็นเพียงบุตรีอนุ ที่ไม่เป็นที่โปรดปรานในจวน การได้ออกไปจากตระกูลเซวียย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

หลังจากแต่งเข้าตระกูลฉู่ นางก็อุทิศตนดูแลแม่สามีที่ป่วยไข้ ปรนนิบัติสามีทั้งเรื่องอาหารการกินและความเป็นอยู่ หรือแม้กระทั่งต้องขบคิดว่าจะหาเงินเข้าบ้านอย่างไร จิตใจของนางถูกบั่นทอนและอ่อนล้าลงทุกวัน

หลังฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ เซวียหมิงเฟยก็เสียชีวิตอย่างกะทันหันในจวนเจิ้นกั๋วกง

นางไม่มีวันลืม คืนที่สามีของนางเมามายตลอดคืน พร่ำเพ้อเรียกชื่อของเซวียหมิงเฟยไม่หยุด

ฉู่ยวนเลือกฝ่ายได้อย่างแม่นยำ จึงได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของขุนนางฝ่ายบุ๋น กลายเป็นอัครมหาเสนาบดีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ นางเองก็ได้เป็นฮูหยินขั้นหนึ่งในวัยยี่สิบห้าปี

เซวียหว่านอี้ที่คิดว่าความทุกข์จะสิ้นสุดลงแล้ว กลับต้องดิ่งลงสู่นรกในคืนที่ได้รับตำแหน่งฮูหยินขั้นหนึ่ง

ฉู่ยวนโยนความผิดในการตายของเซวียหมิงเฟยมาที่นางทั้งหมด

เขาแค้นที่นางวางแผนใส่พวกเขาแค้นที่นางช่วงชิงการหมั้นหมายระหว่างเขากับเซวียหมิงเฟยไป

หลายปีต่อมา นางต้องนอนในคอกม้า กินข้าวบูด ราวกับสุนัขตัวหนึ่ง แม้แต่บ่าวรับใช้คนใดก็สามารถทุบตีด่าทอและหยามเกียรตินางได้

แม่สามีที่นางเคยปรนนิบัติอย่างสุดความสามารถ ไม่เคยเอ่ยปากพูดแทนนางแม้แต่คำเดียว

แม้แต่บุตรชายแท้ ๆ ก็ยังรังเกียจนางอย่างที่สุด

นางยังถูกตัวแทนที่ฉู่ยวนฝึกฝนมาอย่างดีตัดแขนขา ยัดใส่ในไห กลายเป็นมนุษย์หมู

ท้ายที่สุด เซวียหว่านอี้ก็สิ้นใจในคืนฤดูร้อนที่แสนอบอ้าว

แต่ไม่คิดเลยว่า นางจะได้รับโอกาสให้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง

นางหวงแหนชีวิตนี้หรือไม่?

เซวียหว่านอี้ครุ่นคิดอย่างเหม่อลอย

ครึ่งต่อครึ่งกระมัง

หากต้องแต่งให้ฉู่หยวนอีกครั้ง นางก็ไม่ต้องการชีวิตนี้แล้ว

นางจะลากแม่ลูกอกตัญญูใจคออำมหิตคู่นั้น ลงนรกไปด้วยกัน!

“พูดได้ดี สมกับเป็นบุตรีตระกูลเซวียของข้า”

รองเสนาบดีเซวียกล่าวชมเชยบุตรสาวอย่างมาก

พลางเหลือบมองบุตรีอนุที่นั่งนิ่งงันอยู่ด้านข้าง แววตาฉายแววไม่พอใจ

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ให้นางแต่งเข้าจวนกั๋วกงไปเถิด”

ฮูหยินเจียงมองเซวียหว่านอี้ด้วยสายตาเย็นชา ในใจย่อมไม่เต็มใจ

แม้ว่าแม่ทัพเย่ผู้นั้นจะมิอาจมีทายาทได้ ทั้งยังเป็นคนพิการขาทั้งสองข้าง ต้องอาศัยเก้าอี้เข็นในการเคลื่อนไหว แต่เขาก็คือเจิ้นกั๋วกง

เมื่อคิดว่าบุตรสาวที่นางอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดีต้องแต่งให้ผู้ตกอับ ในขณะที่บุตรสาวอนุผู้นี้กลับได้เป็นฮูหยินกั๋วกงที่อยู่เหนือกว่าบุตรสาวของตน นางจะยอมได้อย่างไร

“ท่านพี่...”

รองเสนาบดีเซวียย่อมรู้ว่าฮูหยินคิดสิ่งใด

จึงย้อนถาม: “ราชโองการมาถึงแล้ว ฮูหยินยังมีวิธีอื่นอีกหรือ?”

เจียงซื่อถึงกับจุกจนพูดไม่ออก ไม่มีวิธีอื่นแล้วจริง ๆ

ตระกูลเซวียมีบุตรีเพียงสองคน

หากมิให้เซวียหว่านอี้แต่งไป ก็คือการขัดราชโองการ ทั้งตระกูลเซวียจะต้องพินาศตามไปด้วย

แม้ในใจจะไม่ยินยอมเพียงใด แต่เมื่อเซวียหมิงเฟยเลือกฉู่ยวนแล้ว การสมรสครั้งนี้ จึงทำได้เพียงตกเป็นของเซวียหว่านอี้เท่านั้น

……

พอก้าวเข้าสู่ห้อง ก็เห็นสตรีนางหนึ่งผิวพรรณผุดผ่อง ใบหน้าสะสวยนั่งอยู่ในห้องโถง

ทันทีที่เห็นนาง ความเกลียดชังก็พลุ่งพล่านขึ้นในใจของเซวียหว่านอี้

อนุชิว อนุภรรยาเพียงคนเดียวของรองเสนาบดีเซวีย

และยังเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดในนามของนาง

เพียงเพราะหลายปีก่อน อนุชิวแอบสลับตัวนางกับเซวียหมิงเฟย ทำให้เซวียหว่านอี้ซึ่งควรจะเป็นบุตรีสายตรงแห่งจวนรองเสนาบดี กลับกลายเป็นบุตรีอนุที่ทุกคนมองข้าม

ชาติก่อน จวบจนกระทั่งสิ้นใจ นางถึงได้รู้เรื่องนี้จากปากของตัวแทนของนาง

เซวียหว่านอี้ตายและเกิดใหม่พร้อมกับความแค้นที่ท่วมท้น

ในเมื่อได้โอกาสเกิดใหม่ทั้งที ย่อมต้องมีแค้นชำระแค้น มีหนี้ต้องทวงคืน

คนที่เคยข่มเหงรังแกนางในชาติก่อน อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอด

มีเพียงเลือดและชีวิตของศัตรูเท่านั้น จึงจะดับไฟแค้นทั้งหมดของนางได้

“อนุมาได้อย่างไรเจ้าคะ”

นางเดินไปนั่งตรงข้ามอนุชิว เฝ่ยชุ่ย สาวใช้คนสนิทรินชาอุ่นให้นาง แล้วยืนอยู่ด้านหลังอย่างเงียบ ๆ

แววตาเย้ายวนของอนุชิวที่เหลือบมองเฝ่ยชุ่ย เต็มไปด้วยความดูแคลนและรังเกียจ

“คิดว่าได้แต่งเข้าจวนกั๋วกงแล้ว ก็มีสิทธิ์มาทำเมินเฉยต่อข้าหรือ?”

ตอนนั้น นางสามารถสลับบุตรสาวทั้งสองคนได้อย่างเงียบเชียบ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวเล็ดลอดออกไปแม้แต่น้อย

คงไม่คิดว่าแต่งเข้าจวนเจิ้นกั๋วกงแล้ว จะหลุดพ้นจากการควบคุมของนางหรอกกระมัง?

เซวียหว่านอี้มิใช่บุตรีอนุที่หวาดกลัวนางเหมือนในชาติก่อนอีกแล้ว

แม้นางจะตายอย่างน่าอนาถ แต่อย่างไรเสียนางก็ได้ติดตามฉู่ยวนในฐานะฮูหยินเจ้ากรมอยู่หลายปี

นางเคยเข้าออกวังหลวง และคบหากับเหล่าฮูหยินตระกูลสูงศักดิ์มากมาย

เพียงแค่อนุภรรยาคนหนึ่ง บัดนี้มิอาจทำให้นางรู้สึกหวาดกลัวได้

“เจิ้นกั๋วกงพิการขาทั้งสองข้าง ถูกกำหนดแล้วว่ามิอาจมีทายาทได้”

นางกล่าวอย่างสงบ รู้สึกว่าความยินดีในแววตาของอนุชิวนั้นช่างน่าขันสิ้นดี

ราวกับว่ายิ่งนางตกอับมากเท่าใด อนุชิวก็จะยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น

เซวียหว่านอี้กล่าวต่อ: “ตระกูลเช่นนี้ ต่อให้ยศศักดิ์สูงเพียงใด แต่งเข้าไปก็ไม่ต่างจากเป็นม่ายทั้งเป็น สู้ตายไปเสียยังจะดีกว่า”

อนุชิว: “...”

อยากตายงั้นรึ?

ยังมีเรื่องดีเช่นนี้ด้วยหรือ?

อนุชิวระงับความตื่นเต้นยินดีในใจไว้ แล้วหัวเราะเยาะกล่าวว่า “อยากตายใครจะห้ามเจ้าเล่า ข้างนอกมีบ่อมีสระ เจ้าก็ไปหาที่ตายเอาเองเถิด”

พูดจบ นางก็สะบัดผ้าเช็ดหน้าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมฟุ้ง บิดเอวเล็กเหมือนกิ่งหลิวเดินจากไป

หลังจากนางจากไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูป เสียงกรีดร้องก็ดังไปทั่วทั้งจวน

“คุณหนูรองตกน้ำ รีบมาช่วยเร็วเข้า...”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ   บทที่ 208

    อากาศเริ่มร้อนอบอ้าว คล้ายมีกลิ่นเหม็นเน่าจาง ๆ เจืออยู่ในสายลมวูบหนึ่งเซวียหมิงเยว่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง ใบหน้าเล็กขาวซีดไร้สีเลือด ข้างกายมีสาวใช้ผู้หนึ่งยืนอยู่ กำลังลงมือทายาให้นางความเจ็บปวดแล่นพล่านจนร่างกายนางสั่นเทา มิอาจสะกดกลั้น ความทรมานนี้ช่างแสนสาหัสยิ่งนักเมื่อทายาเสร็จสิ้น สาวใช้จึงช่วยจัดอาภรณ์ให้นางเรียบร้อย ก่อนจะผ่อนฝีเท้าเดินจากไปเงียบ ๆไม่นานนัก ชายหนุ่มผู้หนึ่งก็เดินสวนทางกับสาวใช้เข้ามาด้านในเซวียหมิงเยว่มองผ่านม่านน้ำตาและเหงื่อที่โซมกายไปยังบุรุษผู้มาใหม่ นางรู้สึกคาดไม่ถึง“คุณชายสาม...”เขาคืออดีตคู่หมั้นของนางบุรุษหนุ่มสืบเท้าเข้ามาใกล้ ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างตั่งเตียง ก้มมองนางจากมุมสูง แววตาฉายความรู้สึกอันลึกล้ำยากจะเอื้อนเอ่ย“นี่คือสิ่งที่เจ้าปรารถนากระนั้นหรือ?” น้ำเสียงของเขาราบเรียบทว่าหากฟังให้ดี กลับสัมผัสได้ถึงความอาลัยอาวรณ์และความเวทนาสงสารที่แฝงอยู่เดิมทีเซวียหมิงเยว่ก็มีรูปโฉมบอบบางน่าทะนุถนอมอยู่แล้ว ยามนี้เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน นางย่อมปรารถนาจะไขว่คว้าที่พึ่งตรงหน้า ท่าทางสั่นระริกนั้นประหนึ่งบุปผางามที่ถูกพายุฝนกระหน่ำซ

  • เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ   บทที่ 207

    ได้ยินมาว่าทั้งสองพำนักอยู่ที่ซางโจวตลอดทั้งปีส่วนองค์หญิงใหญ่ที่ถูกปฏิเสธการแต่งงานนั้น เล่ากันว่าตรอมใจจนล้มป่วย ผ่านไปไม่ทันถึงสองปีก็สิ้นพระชนม์ด้วยความทุกข์ระทม“พี่หญิงรู้ความตื้นลึกหนาบางก็ดีแล้วเจ้าค่ะ” เซวียหว่านอี้เอ่ย “หากประสบความยากลำบากอันใดที่ข้าพอจะช่วยได้ พี่หญิงมาหาข้าได้เสมอนะเจ้าคะ”เฉียนชิวสุ่ยหัวเราะเบา ๆ “ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงข้า วางใจเถิด สตรีที่ยอมเป็นอนุให้เขาได้ ความรู้และความทะเยอทะยานคงมิได้มีมากนัก ข้ารับมือไหว”วาจานี้นับว่าเป็นความจริงผู้ที่มีความทะเยอทะยานอยู่บ้าง สายตาย่อมต้องมองสูงกว่านั้นไฉนเลยจะลดตัวมาเกาะแกะกับคนตระกูลหลิวผู้นั้นความสามารถก็ไม่มี หน้าตาก็หาดีไม่ก็มีเพียงเฉียนชิวสุ่ยที่มิอาจเลือกได้เมื่อเทียบกับอีกสองตระกูล ตระกูลหลิวดูจะปกติกว่ามาก ทว่าก็เป็นเพียงการเลือกคนแคระที่สูงที่สุดในกลุ่มเท่านั้นหลังมื้อเที่ยงผ่านไปไม่นาน ฝนเม็ดเล็กก็โปรยปรายลงมาสหายทั้งสองเอนกายสนทนากันบนตั่งเหม่ยเหริน ก่อนจะลุกขึ้นนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างลายบุปผา“ตายจริง ตกอีกแล้วหรือ” เฉียนชิวสุ่ยเอ่ยขึ้น “ยามเข้าสู่คิมหันต์ ลมฟ้าอากาศช่างแปรปรวนยิ่งน

  • เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ   บทที่ 206

    ยามตั้งสำรับมื้อเที่ยง แม่นมก็อุ้มรั่วรั่วออกไปแล้วแม่นมผู้นี้เป็นแม่นมที่ตระกูลเฉียนส่งตัวมา อายุราวสามสิบปี เป็นคนสุขุมรอบคอบและใส่ใจยิ่งนักเมื่อทอดสายตามองอาหารตรงหน้าที่ล้วนมีแต่ของโปรดของตน เฉียนชิวสุ่ยก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจนอกจากท่านแม่แล้ว ก็เห็นจะมีแต่เซวียหว่านอี้ที่ใส่ใจนางมากที่สุดชาตินี้ได้คบหากับนาง นับว่าเป็นวาสนาของข้าโดยแท้“ไฉนจึงมีแต่ของที่ข้าชอบกิน แล้วเจ้าเล่า?” นางเอ่ยถามเจือรอยยิ้มเซวียหว่านอี้กล่าวว่า “พี่หญิงสามทานให้มากหน่อยเถิด ท่านมิได้มาเยือนบ่อยนัก ข้ามิได้ขัดสนอาหารมื้อนี้เสียหน่อย อีกอย่างท่านก็รู้ดีว่าข้านั้นมิใช่คนเลือกกิน”นางคีบเนื้อปลาส่งให้พลางเอ่ย “ของโปรดของพี่หญิง ข้าสั่งให้เฝ่ยชุ่ยไปซื้อมาจากภัตตาคารข้างนอก”ทั้งสองรับประทานไปพลางสนทนาไปพลาง ไม่นานหัวข้อการสนทนาก็วกมาถึงตระกูลหลิว“แม่สามีของท่านผู้นั้น เพียงแรกเห็นในวันแต่งงานของท่าน ข้าก็รู้สึกได้ว่ามิใช่คนที่จะคบหาด้วยง่าย ๆ แต่ก็อย่างที่เคยพูดไปเมื่อสองปีก่อน ในบรรดาตัวเลือกทั้งสามคน เขาก็นับว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว ตำแหน่งขุนนางต่ำต้อยย่อมมีข้อดีของมัน อย่างน้อยเพียงตระกูลเฉียนเอ่ย

  • เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ   บทที่ 205

    นางพยักหน้าแย้มยิ้ม “ถูกต้องแล้ว รบกวนพี่ชายช่วยไปเรียนให้ทราบ...”“มิต้องไปเรียนหรอกขอรับ” บ่าวเฝ้าประตูยิ้มกล่าว “ฮูหยินได้กำชับพวกข้าไว้แล้ว ฮูหยินเฉียน เชิญด้านในขอรับ”แม่นมและสาวใช้แหงนมองประตูจวนอันใหญ่โตโอ่อ่าเบื้องหน้า หวนนึกถึงตระกูลหลิว เมื่อนำมาเปรียบกันแล้วย่อมเห็นถึงความซอมซ่อจนมิอาจเทียบติดเมื่อเดินตามบ่าวเฝ้าประตูเข้าไป สาวใช้รุ่นเยาว์นางหนึ่งก็รีบก้าวเข้ามาหา“คุณหนูสาม”เฉียนชิวสุ่ยเห็นนาง รอยยิ้มก็สดใสขึ้นหลายส่วน เอ่ยปากปรามว่า “วิ่งช้าหน่อย ระวังจะหกล้มเอาได้”ผู้มาคือเจินจูนั่นเองนางวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามา ลมหายใจหอบกระชั้นเล็กน้อย เจินจูเอ่ยว่า “คุณหนูของบ่าวบ่นถึงอยู่หลายหนเจ้าค่ะ ยังเปรยว่าหากนับตามเวลา คุณหนูสามน่าจะมาถึงตั้งนานแล้ว”เฉียนชิวสุ่ยชอบใจที่เจินจูเรียกขานนางว่าคุณหนูสาม แม้ยามอยู่ในตระกูลฉียนนางจะใช้ชีวิตอย่างจืดจางไร้ตัวตน ทว่าอย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้อง ทั้งมิต้องหวาดระแวงว่าจะถูกผู้ใดกลั่นแกล้งรังแกนั่นคือช่วงเวลาที่นางมิอาจหวนกลับไปได้อีกคนทั้งหมดเดินตามเจินจูมุ่งหน้าไปยังเรือนชุ่ยเวย แม่นมและสาวใช้เดินตามติดแทบไม่ห่าง แม้แต่

  • เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ   บทที่ 204

    “ปฏิเสธไปเถิด”เซวียหว่านอี้วางเทียบเชิญหลายฉบับลงบนโต๊ะ พลางเอ่ยกับพ่อบ้านเย่ผิงว่า “ลุงผิง ฝากเรียนท่านพี่ด้วย ยามเที่ยงข้าจะเลี้ยงรับรองสหายสนิทที่เรือนชุ่ยเวย ต้องรบกวนให้ท่านพี่รับสำรับเพียงลำพังแล้ว”นางส่งคนไปเชื้อเชิญเฉียนชิวสุ่ยแล้วนับตั้งแต่บุตรสาวของอีกฝ่ายถือกำเนิด เซวียหว่านอี้ก็ยังมิได้ยลโฉมทารกน้อยเลยยามนี้ทารกน้อยอายุครบเดือนแล้ว ย่อมสามารถพาออกมาเปิดหูเปิดตาข้างนอกได้เย่ผิงยิ้มรับคำ “ขอรับฮูหยิน ต้องการให้บ่าวไพร่ไปซื้อหาอาหารรสเลิศจากภายนอกกลับมาหรือไม่ขอรับ?”“ข้าให้เฝ่ยชุ่ยไปจัดการแล้ว เมนูปลาจากภัตตาคารของเรา ก็จะจัดส่งไปให้ทางฝั่งท่านพี่ด้วยเช่นกัน”เป็นดังเช่นที่เซวียหมิงเฟยเคยกล่าวไว้ สหายสนิทที่แท้จริงของนาง เห็นจะมีเพียงเฉียนชิวสุ่ยผู้เดียวเท่านั้นแม้อีกฝ่ายจะมีอายุมากกว่านางหลายปี ทว่านิสัยใจคอกลับอ่อนโยนและจิตใจดีงามยิ่งนักน่าเสียดายที่คนทั้งสองต่างก็ออกเรือนกับบุรุษผิดคน……อีกด้านหนึ่ง เฉียนชิวสุ่ยสวมอาภรณ์ให้บุตรสาวดูมงคลยิ่ง ส่วนตัวนางเองก็ผลัดเปลี่ยนเป็นชุดสีเหลืองนวล ดูแล้วสดใสขึ้นไม่น้อยครั้นจัดแจงทุกอย่างเรียบร้อย บุรุษรูปร่างสันทัด

  • เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ   บทที่ 203

    “นายน้อย อีกไม่กี่วันหมอเทวดาฉีจะเดินทางมาถึงเมืองหลวงขอรับ” หัวหน้าองครักษ์กล่าว “เวลานี้พำนักอยู่ที่ชิงโจว”เย่อันได้ยินดังนั้น ก็กล่าวด้วยความตื่นเต้นยินดีว่า “หรือว่าหาหญ้าเกล็ดมังกรพบแล้ว?”หัวหน้าองครักษ์พยักหน้าอย่างหนักแน่น “พี่น้องที่ร่วมเดินทางทางฝั่งนั้นส่งข่าวกลับมา ว่าค้นพบในป่าลึกอันกว้างใหญ่ที่เฉียนโจวขอรับ เช่นนี้พิษในกายของนายน้อยก็จะขจัดออกไปได้กว่าครึ่งแล้วใช่หรือไม่?”หญ้าเกล็ดมังกร คือหญ้าที่มีลักษณะคล้ายเกล็ดของมังกรกระนั้นหรือ?หัวหน้าองครักษ์มิได้กระจ่างแจ้งในเรื่องนี้ และยิ่งไม่เคยพบเห็นมาก่อน แม้แต่ก่อนหน้าที่หมอเทวดาฉีจะเอ่ยถึง เขาก็มิเคยได้ยินมาก่อนกล่าวกันว่าเสาะหาได้ยากยิ่ง อีกทั้งสภาพแวดล้อมในการเจริญเติบโตนั้นแสนเข็ญ มักขึ้นในป่าทึบที่อับชื้นและอบอ้าว เติบโตท่ามกลางซากสิ่งปฏิกูล ดูดซับพิษร้ายจากซากผุพังเหล่านั้น จึงมีสรรพคุณในการถอนพิษที่รุนแรงยิ่งนัก ดังคำกล่าวที่ว่าใช้พิษต้านพิษเย่อันยิ้มกล่าวว่า “นี่เป็นกระบวนการที่ค่อนข้างยาวนาน จำเป็นต้องค่อย ๆ ขจัดออกไป หมอเทวดาฉีเคยกล่าวไว้ว่า อย่างน้อยต้องใช้เวลาถึงสองปี จึงจะสามารถขับพิษในกายออกได้จนหมดส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status