共有

เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ
เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ
作者: กากบาทเย่

บทที่ 1

作者: กากบาทเย่
“ข้าไม่แต่ง ให้นางไปแทนเถิด”

เสียงใสกังวาน ปลุกเซวียหว่านอี้ให้ตื่นจากภวังค์

สองวันที่ผ่านมานับตั้งแต่ได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ สติสัมปชัญญะของนางยังคงเลื่อนลอย จมดิ่งอยู่ในฝันร้ายของชาติก่อน และดิ้นรนอยู่ตลอดเวลา

“นั่นคือจวนเจิ้นกั๋วกงเชียวนะ เจ้าไม่แต่งกับแม่ทัพเย่ หรือเจ้าจะยังคิดรักษาสัญญาหมั้นหมายกับตระกูลฉู่จริง ๆ?”

ฮูหยินเซวียเจียงซื่อได้ยินดังนั้น ก็มองบุตรสาวอย่างไม่เห็นด้วย

ขันทีผู้ส่งราชโองการเพิ่งจากไป ในราชโองการระบุว่าพระราชทานสมรสให้แก่สตรีตระกูลเซวียเพื่อเป็นฮูหยินเจิ้นกั๋วกง

เจิ้นกั๋วกง เป็นบรรดาศักดิ์ขั้นหนึ่ง

ด้วยฐานะจวนรองเสนาบดีขั้นสามของตระกูลเซวีย เดิมทีมิได้มีคุณสมบัติเลย

ทว่ายามนี้ไม่เหมือนวันวาน

เจิ้นกั๋วกงเย่จั๋ว เมื่อปีก่อนได้นำทัพต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับหนานหยวน แม้จะขับไล่หนานหยวนได้สำเร็จ แต่ก็ถูกลอบทำร้ายจนถูกพิษประหลาด

ภายหลังแม้หมอเทวดาจะทุ่มเทรักษาอย่างเต็มที่ ทำได้เพียงขับพิษให้ไปรวมกันอยู่ที่ช่วงเอวลงไป จึงรักษาร่างเอาไว้ได้

ทว่าก็กลายเป็นคนพิการ ทั้งยังไม่สามารถมีทายาทได้

แม่ทัพหนุ่มผู้ขี่ม้าขาวถือหอกเงินซึ่งเคยเป็นที่หมายปองของเหล่าคุณหนูสูงศักดิ์ทั้งในที่แจ้งและที่ลับ บัดนี้กลับกลายเป็นบุรุษไร้ค่าที่ผู้คนรังเกียจ

ฮ่องเต้ทรงรู้สึกผิดต่อตระกูลเย่ จึงประสงค์จะเลือกสตรีผู้หนึ่งมาอยู่เป็นเพื่อนเขา

เหล่าตระกูลสูงศักดิ์ทั้งหลายต่างแอบเคลื่อนไหวเพื่อการนี้อยู่ไม่น้อย

ตระกูลเซวียไม่เคยคาดคิดว่าการสมรสครั้งนี้จะตกมาถึงพวกเขา

เซวียหมิงเฟยเลิกคิ้วมองฮูหยินเจียงตรงหน้า “ท่านแม่ สัญญาหมั้นหมายของข้ากับตระกูลฉู่เป็นท่านพ่อที่กำหนดไว้ ย่อมต้องรักษาสัญญา มิเช่นนั้นจะไม่ทำให้ท่านพ่อตกอยู่ในสถานะผู้ไร้สัจจะหรอกหรือเจ้าคะ?”

รองเสนาบดีเซวียซึ่งนั่งอยู่ที่นั่งหลักมองบุตรสาวอย่างยินดี แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม

เซวียหมิงเฟยกล่าวต่อ: “แม้ตระกูลฉู่จะตกอับ แต่ครั้งหนึ่งก็เคยเป็นตระกูลบัณฑิตที่สูงส่ง แม้จะตกต่ำถึงเพียงนี้ แต่รากฐานที่สั่งสมมาก็มิใช่ตระกูลธรรมดาทั่วไปจะเทียบได้”

“ข้าเป็นบุตรสาวที่ท่านพ่อและท่านแม่ทุ่มเทอบรมเลี้ยงดูมา ข้าเชื่อมั่นว่าตนเองมิได้ด้อยไปกว่าเหล่าคุณหนูสูงศักดิ์จากจวนอ๋องจวนโหว ด้วยความสามารถของข้า ประกอบกับการสนับสนุนของท่านพ่อท่านแม่ อีกทั้งคุณธรรมของคุณชายฉู่ การจะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง จะมีสิ่งใดยากกัน”

นางกล่าวถ้อยคำเหล่านั้นด้วยความแน่วแน่ เปี่ยมด้วยความมั่นใจ

ทว่าเซวียหว่านอี้ที่อยู่ด้านข้างกลับพอจะคาดเดาได้ว่า บางที พี่สาวสายตรงผู้นี้ อาจจะกลับมาเกิดใหม่เหมือนกัน

ชาติก่อน พี่สาวสายตรงผู้นี้ดูแคลนฉู่ยวน บุตรชายตระกูลฉู่ที่ตกอับ เมื่อเห็นราชโองการพระราชทานสมรส ก็ต้องการถอนหมั้น หมายจะเป็นฮูหยินกั๋วกงผู้สูงศักดิ์

เซวียหว่านอี้จึงกลายเป็นผู้ที่ต้อง “เก็บตก” สัญญาหมั้นของพี่สาวสายตรง

นางเป็นเพียงบุตรีอนุ ที่ไม่เป็นที่โปรดปรานในจวน การได้ออกไปจากตระกูลเซวียย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

หลังจากแต่งเข้าตระกูลฉู่ นางก็อุทิศตนดูแลแม่สามีที่ป่วยไข้ ปรนนิบัติสามีทั้งเรื่องอาหารการกินและความเป็นอยู่ หรือแม้กระทั่งต้องขบคิดว่าจะหาเงินเข้าบ้านอย่างไร จิตใจของนางถูกบั่นทอนและอ่อนล้าลงทุกวัน

หลังฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ เซวียหมิงเฟยก็เสียชีวิตอย่างกะทันหันในจวนเจิ้นกั๋วกง

นางไม่มีวันลืม คืนที่สามีของนางเมามายตลอดคืน พร่ำเพ้อเรียกชื่อของเซวียหมิงเฟยไม่หยุด

ฉู่ยวนเลือกฝ่ายได้อย่างแม่นยำ จึงได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของขุนนางฝ่ายบุ๋น กลายเป็นอัครมหาเสนาบดีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ นางเองก็ได้เป็นฮูหยินขั้นหนึ่งในวัยยี่สิบห้าปี

เซวียหว่านอี้ที่คิดว่าความทุกข์จะสิ้นสุดลงแล้ว กลับต้องดิ่งลงสู่นรกในคืนที่ได้รับตำแหน่งฮูหยินขั้นหนึ่ง

ฉู่ยวนโยนความผิดในการตายของเซวียหมิงเฟยมาที่นางทั้งหมด

เขาแค้นที่นางวางแผนใส่พวกเขาแค้นที่นางช่วงชิงการหมั้นหมายระหว่างเขากับเซวียหมิงเฟยไป

หลายปีต่อมา นางต้องนอนในคอกม้า กินข้าวบูด ราวกับสุนัขตัวหนึ่ง แม้แต่บ่าวรับใช้คนใดก็สามารถทุบตีด่าทอและหยามเกียรตินางได้

แม่สามีที่นางเคยปรนนิบัติอย่างสุดความสามารถ ไม่เคยเอ่ยปากพูดแทนนางแม้แต่คำเดียว

แม้แต่บุตรชายแท้ ๆ ก็ยังรังเกียจนางอย่างที่สุด

นางยังถูกตัวแทนที่ฉู่ยวนฝึกฝนมาอย่างดีตัดแขนขา ยัดใส่ในไห กลายเป็นมนุษย์หมู

ท้ายที่สุด เซวียหว่านอี้ก็สิ้นใจในคืนฤดูร้อนที่แสนอบอ้าว

แต่ไม่คิดเลยว่า นางจะได้รับโอกาสให้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง

นางหวงแหนชีวิตนี้หรือไม่?

เซวียหว่านอี้ครุ่นคิดอย่างเหม่อลอย

ครึ่งต่อครึ่งกระมัง

หากต้องแต่งให้ฉู่หยวนอีกครั้ง นางก็ไม่ต้องการชีวิตนี้แล้ว

นางจะลากแม่ลูกอกตัญญูใจคออำมหิตคู่นั้น ลงนรกไปด้วยกัน!

“พูดได้ดี สมกับเป็นบุตรีตระกูลเซวียของข้า”

รองเสนาบดีเซวียกล่าวชมเชยบุตรสาวอย่างมาก

พลางเหลือบมองบุตรีอนุที่นั่งนิ่งงันอยู่ด้านข้าง แววตาฉายแววไม่พอใจ

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ให้นางแต่งเข้าจวนกั๋วกงไปเถิด”

ฮูหยินเจียงมองเซวียหว่านอี้ด้วยสายตาเย็นชา ในใจย่อมไม่เต็มใจ

แม้ว่าแม่ทัพเย่ผู้นั้นจะมิอาจมีทายาทได้ ทั้งยังเป็นคนพิการขาทั้งสองข้าง ต้องอาศัยเก้าอี้เข็นในการเคลื่อนไหว แต่เขาก็คือเจิ้นกั๋วกง

เมื่อคิดว่าบุตรสาวที่นางอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดีต้องแต่งให้ผู้ตกอับ ในขณะที่บุตรสาวอนุผู้นี้กลับได้เป็นฮูหยินกั๋วกงที่อยู่เหนือกว่าบุตรสาวของตน นางจะยอมได้อย่างไร

“ท่านพี่...”

รองเสนาบดีเซวียย่อมรู้ว่าฮูหยินคิดสิ่งใด

จึงย้อนถาม: “ราชโองการมาถึงแล้ว ฮูหยินยังมีวิธีอื่นอีกหรือ?”

เจียงซื่อถึงกับจุกจนพูดไม่ออก ไม่มีวิธีอื่นแล้วจริง ๆ

ตระกูลเซวียมีบุตรีเพียงสองคน

หากมิให้เซวียหว่านอี้แต่งไป ก็คือการขัดราชโองการ ทั้งตระกูลเซวียจะต้องพินาศตามไปด้วย

แม้ในใจจะไม่ยินยอมเพียงใด แต่เมื่อเซวียหมิงเฟยเลือกฉู่ยวนแล้ว การสมรสครั้งนี้ จึงทำได้เพียงตกเป็นของเซวียหว่านอี้เท่านั้น

……

พอก้าวเข้าสู่ห้อง ก็เห็นสตรีนางหนึ่งผิวพรรณผุดผ่อง ใบหน้าสะสวยนั่งอยู่ในห้องโถง

ทันทีที่เห็นนาง ความเกลียดชังก็พลุ่งพล่านขึ้นในใจของเซวียหว่านอี้

อนุชิว อนุภรรยาเพียงคนเดียวของรองเสนาบดีเซวีย

และยังเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดในนามของนาง

เพียงเพราะหลายปีก่อน อนุชิวแอบสลับตัวนางกับเซวียหมิงเฟย ทำให้เซวียหว่านอี้ซึ่งควรจะเป็นบุตรีสายตรงแห่งจวนรองเสนาบดี กลับกลายเป็นบุตรีอนุที่ทุกคนมองข้าม

ชาติก่อน จวบจนกระทั่งสิ้นใจ นางถึงได้รู้เรื่องนี้จากปากของตัวแทนของนาง

เซวียหว่านอี้ตายและเกิดใหม่พร้อมกับความแค้นที่ท่วมท้น

ในเมื่อได้โอกาสเกิดใหม่ทั้งที ย่อมต้องมีแค้นชำระแค้น มีหนี้ต้องทวงคืน

คนที่เคยข่มเหงรังแกนางในชาติก่อน อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอด

มีเพียงเลือดและชีวิตของศัตรูเท่านั้น จึงจะดับไฟแค้นทั้งหมดของนางได้

“อนุมาได้อย่างไรเจ้าคะ”

นางเดินไปนั่งตรงข้ามอนุชิว เฝ่ยชุ่ย สาวใช้คนสนิทรินชาอุ่นให้นาง แล้วยืนอยู่ด้านหลังอย่างเงียบ ๆ

แววตาเย้ายวนของอนุชิวที่เหลือบมองเฝ่ยชุ่ย เต็มไปด้วยความดูแคลนและรังเกียจ

“คิดว่าได้แต่งเข้าจวนกั๋วกงแล้ว ก็มีสิทธิ์มาทำเมินเฉยต่อข้าหรือ?”

ตอนนั้น นางสามารถสลับบุตรสาวทั้งสองคนได้อย่างเงียบเชียบ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวเล็ดลอดออกไปแม้แต่น้อย

คงไม่คิดว่าแต่งเข้าจวนเจิ้นกั๋วกงแล้ว จะหลุดพ้นจากการควบคุมของนางหรอกกระมัง?

เซวียหว่านอี้มิใช่บุตรีอนุที่หวาดกลัวนางเหมือนในชาติก่อนอีกแล้ว

แม้นางจะตายอย่างน่าอนาถ แต่อย่างไรเสียนางก็ได้ติดตามฉู่ยวนในฐานะฮูหยินเจ้ากรมอยู่หลายปี

นางเคยเข้าออกวังหลวง และคบหากับเหล่าฮูหยินตระกูลสูงศักดิ์มากมาย

เพียงแค่อนุภรรยาคนหนึ่ง บัดนี้มิอาจทำให้นางรู้สึกหวาดกลัวได้

“เจิ้นกั๋วกงพิการขาทั้งสองข้าง ถูกกำหนดแล้วว่ามิอาจมีทายาทได้”

นางกล่าวอย่างสงบ รู้สึกว่าความยินดีในแววตาของอนุชิวนั้นช่างน่าขันสิ้นดี

ราวกับว่ายิ่งนางตกอับมากเท่าใด อนุชิวก็จะยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น

เซวียหว่านอี้กล่าวต่อ: “ตระกูลเช่นนี้ ต่อให้ยศศักดิ์สูงเพียงใด แต่งเข้าไปก็ไม่ต่างจากเป็นม่ายทั้งเป็น สู้ตายไปเสียยังจะดีกว่า”

อนุชิว: “...”

อยากตายงั้นรึ?

ยังมีเรื่องดีเช่นนี้ด้วยหรือ?

อนุชิวระงับความตื่นเต้นยินดีในใจไว้ แล้วหัวเราะเยาะกล่าวว่า “อยากตายใครจะห้ามเจ้าเล่า ข้างนอกมีบ่อมีสระ เจ้าก็ไปหาที่ตายเอาเองเถิด”

พูดจบ นางก็สะบัดผ้าเช็ดหน้าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมฟุ้ง บิดเอวเล็กเหมือนกิ่งหลิวเดินจากไป

หลังจากนางจากไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูป เสียงกรีดร้องก็ดังไปทั่วทั้งจวน

“คุณหนูรองตกน้ำ รีบมาช่วยเร็วเข้า...”

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ   บทที่ 653

    มองเห็นนางแต่ไกล ถิงอวิ๋นก็ร้องบอกเสียงดังว่า “ฮูหยิน คุณชายกำลังรอท่านอยู่ขอรับ”เซวียหว่านอี้ประหลาดใจยิ่งนัก นางรีบสาวเท้าเข้าไปหา มองไปยังรถม้าอีกคันที่จอดอยู่หน้าประตูจวน เย่จั๋วก็กำลังเลิกม่านขึ้นมองนางพอดี“ท่านพี่มาได้อย่างไรเจ้าคะ ข้าบอกท่านแล้วว่าไม่รู้จะกลับจวนยามใด รอนานเพียงไรแล้วหรือ?”นางไม่รอให้เย่จั๋วตอบคำ กลับหันไปเอ่ยกับฮูหยินเจียงว่า “ท่านแม่ ข้ากลับจวนก่อนนะเจ้าคะ ยามเดินทางกลับก็ระวังด้วย หากมีเวลาว่างข้าจะกลับไปเยี่ยมท่านอีก”ฮูหยินเจียงจะกล่าวอันใดได้ เจิ้นกั๋วกงมารับด้วยตนเองถึงเพียงนี้ ยังจะกล้าพูดพร่ำทำให้อีกฝ่ายต้องรอต่อไปได้หรือ?นางไม่อยากถูกคนผู้นี้หักหน้ากลางธารกำนัลหรอกนะ“ไปเถิด เหนื่อยมาจนป่านนี้แล้ว กลับไปก็รีบพักผ่อนเสีย” ฮูหยินเจียงยิ้มพลางโบกมือเซวียหว่านอี้ย่อกายอำลา แล้วหมุนตัวก้าวขึ้นรถม้าไปเมื่อเห็นนางนั่งเรียบร้อยดีแล้ว เย่จั๋วก็เอ่ยขึ้นว่า “นี่ล่วงเลยยามห้ามสัญจรมาเกือบชั่วยามครึ่งแล้ว โชคดีที่เป็นเมืองหลวง หากเป็นที่อื่นคงต้องค้างแรมอยู่ด้านนอกเป็นแน่”เป็นเช่นนั้นจริงดูท่าเขาคงจะรอมาเกือบสองชั่วยามแล้ว นับว่ายังอดทนนั่งรออยู่ไ

  • เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ   บทที่ 652

    “ยินดีด้วยเจ้าค่ะฮูหยินผู้เฒ่า เป็นคุณชายน้อยเจ้าค่ะ” หมอตำแยอุ้มทารกน้อยในห่อผ้าเดินออกมาจากด้านใน สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความปีติยินดียิ่งนักแม้ฮูหยินผู้เฒ่าหวังจะชิงชังเซวียหว่านอี้เพียงใด ทว่ากับหลานชายผู้นี้ นางย่อมดีใจอย่างแท้จริงนางผุดลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้น ซวนเซก้าวไปเบื้องหน้า “จริงหรือ?”“จริงแท้แน่นอนเจ้าค่ะ เป็นคุณชายน้อยที่สุขภาพแข็งแรงยิ่งนัก”ฮูหยินเจียงเองก็เบิกบานใจเช่นกัน นางชะโงกหน้ามองเด็กน้อยตามการเคลื่อนไหวของฮูหยินผู้เฒ่าหวังทารกแรกเกิดส่วนใหญ่มักมีผิวพรรณเหี่ยวย่น ดูคล้ายลูกลิงตัวน้อย ต้องรออีกสักสองวันจึงจะเปล่งปลั่งขึ้นแต่เด็กน้อยผู้นี้กลับมีผิวพรรณขาวสะอาดหมดจด ดูน่ารักน่าชังจนยากจะหาคำใดมาเปรียบ“เด็กคนนี้หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรายิ่งนัก” ฮูหยินเจียงยิ้มกล่าว “ยินดีกับฮูหยินแม่ดองด้วยนะเจ้าคะ”“ยินดีเช่นกัน ยินดีเช่นกัน นี่ก็เป็นหลานตาของฮูหยินแม่ดองมิใช่หรือ” ฮูหยินผู้เฒ่าหวังอาจมิได้เก่งกาจเรื่องการเข้าสังคมเฉกเช่นฮูหยินขุนนางทั่วไป ทว่านางก็มิได้โง่เขลาเสียทีเดียวก่อนหน้านี้นางอาจฟังน้ำเสียงดีร้ายของฮูหยินเจียงไม่ออก ทว่าครานี้ย่อมต่างออกไปหมอหล

  • เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ   บทที่ 651

    คาดไม่ถึงเลยว่าจะเจ็บปวดจนหลั่งน้ำตาออกมาจริง ๆ“ฮูหยิน น้ำแกงโสมเจ้าค่ะ” เจินจูเดินเข้ามา ในมือประคองชามน้ำแกงอุ่นร้อนแล้วส่งให้“ดื่มเสียสิ” เซวียหว่านอี้เอ่ย “ระหว่างทางที่มา ข้าแวะซื้อจากภัตตาคารอิ๋งเซียนมาให้เจ้า”“เหตุใดในภัตตาคารจึงมีน้ำแกงโสมขายด้วยเล่า” เซวียหมิงเฟยบ่นอุบอิบ นางประคองชามน้ำแกงขึ้นมาดื่มช้า ๆ เพื่อฟื้นฟูพละกำลัง ป้องกันมิให้หมดสติไปในยามคลอด“ท่านแม่ทัพรับประทานอาหารอยู่ที่นั่น ทางร้านจึงเคี่ยวให้เป็นพิเศษ” เซวียหว่านอี้เอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจนักด้านนอกแว่วเสียงความวุ่นวายดังขึ้นครู่หนึ่ง ไม่นานนักฮูหยินเจียงและฉินเยว่ชิงก็ก้าวเข้ามาจากด้านนอก“อาหว่าน?” เมื่อเห็นบุตรสาว แววตาของฮูหยินเจียงก็ทอประกาย “มาถึงเร็วกว่าพวกเราเสียอีก”เซวียหว่านอี้พยักหน้ารับ ก่อนจะขยับหลีกทางให้พวกนางฮูหยินเจียงก้าวเข้าไปหา เอ่ยกำชับเซวียหมิงเฟยถึงเรื่องการคลอดบุตรอย่างละเอียดถี่ถ้วน“ท่านพ่ออยู่ที่ศาลาว่าการ จึงมาไม่ได้” ฉินเยว่ชิงยืนอยู่ด้านข้างพลางเอ่ยกับเซวียหว่านอี้เมื่อได้ยินดังนั้น เซวียหว่านอี้เพียงพยักหน้ารับ นางมิได้ใส่ใจกับเรื่องนี้นัก ทว่าก็มิได้แสดงท่าทีอันใดอ

  • เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ   บทที่ 650

    ภายในห้องมีเพียงพวกเขาสองคน“ฮูหยิน ชาติก่อนเคยมีเรื่องเช่นนี้หรือไม่?”เซวียหว่านอี้ครุ่นคิด สำหรับนางแล้ว เรื่องราวในหนหลังนั้นช่างเนิ่นนานเกินไป“จำมิได้ อย่างน้อยข้าก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน”“เช่นนั้นก็คือไม่มี” เย่จั๋วกล่าวเซวียหว่านอี้ฉงนใจ “เหตุใดจึงไม่ใช่ข้าไม่เคยได้ยินเล่าเจ้าคะ?”“เรื่องนี้มิได้จงใจปิดบัง” เย่จั๋วกล่าว “หรงเจวี๋ยคือซื่อจื่อหนิงกั๋วกง มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองหลวง หากเขาเกิดเรื่อง แวดวงขุนนางย่อมมิอาจปิดข่าวได้มิด”ในคราแรก ความสัมพันธ์ระหว่างฉู่ยวนกับนางย่อมมิได้ย่ำแย่ หากเขากลับไปแล้วสนทนาเรื่องนี้กับนางก็ถือเป็นเรื่องปกติ ในเมื่อนางจำไม่ได้ เช่นนั้นก็แปลว่าไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้นวิถีของทั้งสองชาติภพแตกต่างกัน เย่จั๋วจึงมิได้รู้สึกแปลกใจอันใดโดยทั่วไปแล้วการตัดสินใจเพียงครั้งเดียว ย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนผู้หนึ่งไปได้ทั้งชีวิตยิ่งมิต้องเอ่ยถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากคนเป็น ๆ คนหนึ่ง ผลกระทบย่อมมีแต่จะยิ่งใหญ่กว่าเดิม“ซื่อจื่อหรงถูกลอบสังหารในเมืองหลวง ฝ่าบาทจะรับสั่งให้คนไปสืบสวนหรือไม่?” นางเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้“ย่อมต้องทำ” แววตาของเย่

  • เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ   บทที่ 649

    “นี่คืออาหารบำรุงโลหิต ซื่อจื่อลองชิมดูเถิด”เซวียหว่านอี้ชี้ไปยังอาหารสองจานนั้น “ท่านพี่ไม่ชอบอาหารบำรุง ข้าจึงไม่เคยทำมาก่อน”หรงเจวี๋ยพยักหน้า “ขอบใจมาก”ส่วนเย่จั๋วนั้น เมื่อมองดูอาหารเบื้องหน้า ล้วนยังคงเป็นสิ่งที่ตนชอบเช่นเคยฮูหยินของเขามิใช่คนเลือกกิน มิได้มีสิ่งใดที่รังเกียจ และมิได้มีสิ่งใดที่โปรดปรานเป็นพิเศษทว่า…ส่วนใหญ่ล้วนเป็นอาหารที่นางคิดค้นขึ้นหลังจากแต่งงานเข้ามา ในเมื่อทำเป็น ย่อมต้องเป็นของที่ชอบกินเป็นแน่“นี่คือ...” หรงเจวี๋ยมองดูแผ่นแป้งทอดสีเหลืองทองอร่าม ส่งกลิ่นหอมหวนยั่วน้ำลายที่อยู่เบื้องหน้า “รสชาติเป็นเช่นไรหรือ?”“ลองชิมดูสักคำก็รู้แล้ว” เย่จั๋วคีบขึ้นมาแผ่นหนึ่งเป็นคนแรกมื้อนี้ หรงเจวี๋ยถึงกับกินจนเหงื่อซึมแผ่นแป้งทอดกรอบนอกนุ่มใน หอมจนทำให้คนวางไม่ลง อีกทั้งปลาทอดตัวเล็กที่เนื้อแน่นเคี้ยวเพลิน ทอดจนกรอบนอกนุ่มใน กระทั่งก้างข้างในก็ยังเคี้ยวให้แหลกได้อย่างง่ายดายเนื้อแกะยำเย็นถือว่าใช้ได้ พ่อครัวในจวนก็ทำได้ไม่เลวนักคนสามคน อาหารหกอย่าง รสชาติของทุกจานล้วนดีเยี่ยม“อาหารบำรุงรสชาติดีทีเดียว เหตุใดเจ้าจึงไม่ยอมกินเล่า?” หรงเจวี๋ยกล่าว

  • เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ   บทที่ 648

    “อย่าคิดมากไปเลย”หรงเจวี๋ยจิบโจ๊กคำหนึ่ง รสชาติกลมกล่อมล้ำลึก ไม่รู้ว่าใส่สิ่งใดลงไปบ้าง“ข้าเพียงต้องการใช้คนผู้นั้นเป็นเหยื่อล่อปลา ได้ปรึกษาหารือกับท่านป้าก่อนลงมือแล้ว”เย่จั๋วเก็บงำท่าทีหยอกเย้า เอ่ยถามว่า “ล่อผู้ใดหรือ?”“ยามนี้ยังไม่แน่ชัด หากไม่ผิดคาดต้องเป็นองค์ชายพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง หรืออาจจะเป็น...”เขาชี้นิ้วขึ้นไปเบื้องบน “เจ้าย่อมรู้ วรยุทธ์ของข้านับว่าไม่เลว ในเมืองหลวงแห่งนี้ ผู้ที่เก่งกาจกว่าข้ามีเพียงหยิบมือ หากไม่รวมพวกหน่วยกล้าตายและองครักษ์เงาที่ยอมทิ้งชีวิตโดยไม่ไยดี”“นั่นก็จริง” เย่จั๋วพยักหน้า “ไม่ว่าจะมากหรือน้อย แต่ละจวนย่อมมีหน่วยกล้าตายและองครักษ์เงาอยู่บ้าง เป็นเพียงเรื่องของจำนวน ทว่าทุกคนล้วนเป็นยอดฝีมือสังหาร”ล้วนไม่มีข้อยกเว้นท้ายที่สุดแล้ว มิใช่ผู้ใดก็มีคุณสมบัติพอจะเป็นหน่วยกล้าตายและองครักษ์เงาได้ประการแรกต้องมีพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์เป็นเลิศ ประการรองลงมาต้องเป็นเด็กกำพร้า หากมีพรสวรรค์ดีแต่ฐานะธรรมดาสามัญ แม้มิใช่เด็กกำพร้าก็ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าคนเหล่านี้ล้วนต้องทำงานลับที่มิอาจเปิดเผยให้แก่ผู้เป็นนาย หากไร้ซึ่งฝีมืออันเก่งกาจ ย่อ

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status