LOGINพนักงานซูฉีเห็นนางเดินกลับเข้ามาอีกครั้ง ก็ฉีกยิ้มแป้น
"ยินดีต้อนรับคุณลูกค้าครับ อยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า..ให้ผมช่วยมั้ยครับ" นางกังวลใจเล็กน้อย ว่าในร้านสะดวกซื้อนี้จะมียาหรืออะไรที่รักษาแผลบนอกของชายชุดดำผู้นั้นได้หรือไม่ แผลที่อกของเขานั้นทั้งใหญ่ทั้งลึก เกรงว่าต้องมีหมอศัลยแพทย์เก่งๆเท่านั้นที่จะมาเย็บแผลให้เขาได้ ไอ้ครั้นก่อนนางจะตายแล้วมาเกิดใหม่ในโลกนี้ นางก็เคยอ่านนิยายหรือดูหนังมาบ้างว่า สามารถเอาเข็มเย็บผ้ามาเย็บเนื้อคนเพื่อปิดปากแผลแล้วหยุดเลือดได้ แต่เรื่องนี้คงไม่เกิดขึ้นกับนางเป็นแน่ เพราะทักษะการใช้เข็มกับด้ายของนาง เรียกได้ว่า.. เป็นศูนย์ แทนที่นางจะเอาเข็มเย็บเนื้อของเขาเข้าหากัน อาจจะเป็นนางเอาเข็มทิ่มแทงเขาจนขาดใจตายก็เป็นได้ พนักงานซูฉีเห็นลูกค้ามีท่าทางกลัดกลุ้มใจ ก็เสนอคำแนะนำให้อย่างกระตือรือร้น "ดูเหมือนคุณลูกค้าอยากจะได้ยารักษาแผลสด ใช่มั้ยครับ" เหยาซูหนี่ว์พยักหน้ารับทันที แล้วเอ่ยปากถามว่า "มีหรือไม่" "มีครับ เชิญทางนี้เลย" พนักงานซูฉีพานางเดินเข้าไปด้านใน ที่มีเคาน์เตอร์สำหรับขายยา โดยมีกล่องยามากมายวางเรียงอยู่เต็มตู้ "คุณลูกค้าสนใจยากินหรือยาทาล่ะครับ" พนักงานซูฉีเดินเข้าไปยืนหลังเคาน์เตอร์ แล้วอธิบายสรรพคุณยาขนานต่างๆให้อย่างคล่องแคล่ว "กล่องสีขาวนี้สำหรับทาแผลสดนะครับ ช่วยฆ่าเชื้อโรคและทำให้แผลแห้งตกสะเก็ดเร็วขึ้น" "กล่องสีฟ้าเป็นยาทาแผลเป็นนะครับ รับรองไม่เกินหนึ่งเดือน แผลจะจางลงจนแทบมองไม่เห็นอีกเลยครับ" "ส่วนกล่องสีเขียวนี้.. " "เดี๋ยวก่อน..." เหยาซูหนี่ว์เอ่ยห้าม เมื่อดูแล้วจะไม่มียาที่นางต้องการ "คุณลูกค้าไม่สนใจหรือครับ นี่ยาดีๆทั้งนั้นเลยนะครับ" พนักงานซูฉีหน้าเหี่ยวลง ที่ทำการเสนอขายของไม่ได้ เลยหันกลับเข้าไปด้านหลังอีกครั้ง แล้วเอื้อมมือหยิบยาที่เป็นขวดแก้วเล็กๆลงมาวางตรงหน้าเหยาซูหนี่ว์ จนเกิดเสียงกระทบดัง กึ่ก ! "นี่คือยาสมานแผลขั้นเทพครับ กินเม็ดเดียว ไม่ว่าแผลจะสาหัสแค่ไหน ก็จะหายเป็นปลิดทิ้งในคืนเดียว" เหยาซูหนี่ว์มองขวดยาสีขาวเล็กๆตรงหน้าอย่างตื่นเต้น หรือนี่มันคือ..ยาผีบอก ? นางประคองขวดยาวิเศษขึ้นมา แล้วคิดในใจว่า ร้านค้าในห้วงมิติประหลาดนี้ ก็น่าจะต้องมีของดีเก็บเอาไว้อยู่บ้าง "เท่าไหร่" นางพร้อมจะให้ระบบหักเหรียญที่นางมีอยู่ในระบบได้ตอนนี้เลย ดูท่า.. บุรุษชุดดำรูปงามผู้นั้นจะรอดตายแล้ว ! "หนึ่งพันเหรียญครับ" เท่าไหร่นะ ! เหยาซูหนี่ว์แทบจะประคองขวดยาเอาไว้ไม่ไหว เมื่อได้ยินราคาค่าตัวของยาเพียงเม็ดเดียว "ละ ลดราคาหน่อยได้ไหม" นางต่อรองอย่างที่เคยทำทุกครั้งยามซื้อของทั่วไป อย่างไรก็ต้องถามดูก่อน เพราะนางมีเงินในระบบไม่ถึงห้าร้อยด้วยซ้ำ ถึงทางร้านยอมลดราคาลงให้ครึ่งนึง ก็ยังไม่พอที่จะซื้อได้อยู่ดี พนักงานซูฉีฉีกยิ้มกว้าง แล้วกล่าวตอบอย่างไม่มีรอมชอมว่า "ทางร้านมีเพียงขวดเดียวครับ ขายราคาหนึ่งพันเหรียญวันนี้วันเดียวเท่านั้น พรุ่งนี้จะเปลี่ยนป้ายราคาใหม่ ปรับขึ้นเป็นพันห้าแล้วครับ" ไอ้ร้านเส็งเคร็งหน้าเลือด ! เหยาซูหนี่ว์ก่นด่าในใจอย่างโมโห แต่พนักงานซูฉียังคงพูดคะยั้นคะยอต่อไป โดยไม่สนใจสีหน้าปั้นยากของนาง "หากคุณลูกค้าสนใจ ตอนนี้คือนาทีทองที่ต้องรีบคว้าเอาไว้เลยนะครับ หากมาซื้อพรุ่งนี้ ทางร้านคงขายราคาเดิมให้ไม่ได้แล้ว" ก็นางมีเงินไม่พอ จะเอาที่ไหนมาซื้อได้เล่า เหมือนพนักงานซูฉีจะอ่านใจนางออก จึงเอ่ยคำแนะนำออกมาว่า "หากคุณลูกค้ายังมีเงินไม่พอ ผมขอแนะนำเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆในการเพิ่มเงินเข้าระบบให้ดีมั้ยครับ" นางขมวดคิ้ว เมื่อพนักงานซูฉีชะโงกหน้าข้ามเคาน์เตอร์มา แล้วป้องปากพูดกระซิบว่า "ไหนๆ ผู้ชายคนนั้นก็บาดเจ็บใกล้จะตายอยู่แล้ว มิสู้คุณลูกค้าเอาดาบฟันเขาไปอีกซักแผลสองแผล ก็น่าจะสะสมเงินเข้าระบบได้ครบพอดี แล้วค่อยมาซื้อยาขวดนี้ไปรักษาเขาทีหลังก็ได้นะครับ" ห๋า ! นางเบิกตาโตจ้องพนักงานร้านที่ชื่อซูฉีอย่างแตกตื่น วิธีการชั่วช้าแบบนี้ เขาก็ยังกล้าแนะนำนางออกมาได้ พนักงานซูฉีหน้าเจื่อนลง ที่เห็นนางใช้สายตาตำหนิเขาอย่างโจ่งแจ้ง "ก็แล้วแต่คุณลูกค้าเลยครับ ผมแแค่อยากจะช่วยก็เท่านั้นเอง" นางถอนหายใจ แล้วเอ่ยบอกให้เขาเอาของเท่าที่นางพอจะมีเงินจ่ายได้มาให้ "ข้าขอผ้าพันแผล กับยาใส่แผลสดก็พอ" ส่วนยาผีบอกที่สุดจะวิเศษขวดนั้น นางมีเงินไม่พอที่จะซื้อจริงๆ แต่... จู่ๆนางก็นึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วรีบเอ่ยปากบอกสิ่งที่คิดออกไปทันที "เดี๋ยวก่อน.." "ครับ คุณลูกค้า" "เงินของข้าไม่พอ ถ้าอย่างนั้นข้าขอเอายาขวดนี้ไปก่อน แล้วค่อยมาผ่อนจ่ายที่หลังได้หรือไม่" "เอ่อ.. " พนักงานซูฉีทำท่าคิดเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มแย้มแล้วตอบกลับมาว่า "ทางร้านไม่เคยขายเชื่อมาก่อน แต่สำหรับคุณลูกค้า เราจะยกเว้นให้เป็นกรณีพิเศษก็แล้วกัน แต่..." เหยาซูหนี่ว์ยืดคอขึ้นรอฟังอย่างตั้งใจ "แต่ทางร้านอาจจะขอคิดค่าดอกเบี้ยเป็นรายวันกับคุณลูกค้าด้วยนะครับ" คิดดอกเบี้ย !? เป็นรายวัน ! นางพยักหน้าเข้าใจ แม้จะรู้ว่าดอกเบี้ยรายวันที่พนักงานซูฉีพูดนั้น ช่างเป็นการเอารัดเอาเปรียบจนเกินจะทน แต่นางไม่มีทางเลือก ถ้าชายผู้นั้นไม่ได้กินยาผีบอกเม็ดนี้เข้าไป ไม่เกินพระอาทิตย์ตกดินวันนี้ เขาจะต้องเลือดไหลออกมาจนหมดตัวแน่ แล้วสุดท้ายก็จะตายจริงๆอยู่ในจวนเก่าร้างของนาง "ตกลง" นางยอมรับเงื่อนไข แล้วกำขวดยาเอาไว้ในมือแน่น "ส่วนผ้าพันแผลกับยาทาแผลสด คุณลูกค้ายังจะรับอยู่อีกหรือเปล่าครับ" "เอาด้วย" นางพยักหน้า เมื่อพนักงานซูฉียื่นของที่นางต้องการให้ ในสมองของนางก็มียอดเงินขึ้นโชว์ให้ดู * - 700 เหรียญ * นางขมวดคิ้ว ค่ายาผีบอก ค่าผ้าพันแผลและค่ายาอีกกล่อง ก็สามารถทำให้นางเป็นหนี้ร้านค้าถึง 700 เหรียญแล้ว นางถอนหายใจอีกครั้งที่กลายเป็นคนหมดตัว แต่แล้ว.. นางก็ได้ยินพนักงานซูฉีกล่าวขอบคุณด้วยดวงตาเปล่งประกายสดชื่น ที่ขายของได้ยอดเงินเข้าร้าน "ขอบคุณ คุณลูกค้าที่มาอุดหนุนกับทางร้านนะครับ ตอนนี้ที่แผนกเบเกอรี่ มีแจกขนมปังฟรี คุณลูกค้าสามารถเข้าไปรับได้เลยนะครับ" แจกขนมปังฟรี ? เรื่องของฟรีทำให้นางหูกระดิกทันที พร้อมๆกับสองเท้าที่ก้าวเดินไปอย่างว่องไวตามความเคยชินจากโลกเก่า ถ้าถามว่า ของอะไรที่นางชอบที่สุด ก็ต้องตอบว่า.. ของฟรีน่ะสิ ********* แล้วหลังจากนี้ จะหาเงินไปใช้หนี้ร้านค้ายังไง ? เพราะทางร้านเขามีกฎ ต้องทำชั่วเท่านั้นถึงจะได้เงิน ทำบุญก็ต้องใช้เงิน แต่ทำบาป กลับได้เงินซะงั้น.. อิอิ By ไรริลแสงจันทร์สีเลือดด้านนอกพลันเปล่งประกายเจิดจ้า สาดแสงส่องลงอาบย้อมสองร่างเปลือยเปล่าที่กำลังดื่มด่ำอยู่ในรสเสน่หาเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นท่ามกลางความเย็นเยือกของเตียงหยกขาว เริ่มแผ่ขยายความร้อนระอุจนบรรยากาศรอบกายแทบจะหลอมละลายจอมปีศาจไม่ได้รีบร้อนทว่ากลับเต็มไปด้วยความโหยหา ฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียด ดึงรั้งร่างบางให้แนบชิดกับแผงอกแกร่งของเขาจนไร้ช่องว่าง สัมผัสจากผิวเนื้อเปลือยเปล่าที่เสียดสีกันสั่นคลอนสติอันเลือนรางของเทพธิดาน้อยจนนางครางแผ่วในลำคอ“หนี่เอ๋อ.. มองข้า”น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบสั่งอย่างเอาแต่ใจ ยามที่เขาถอนริมฝีปากออกชั่วครู่ ดวงตากลมโตที่ส่องประกายฉ่ำปรือดุจหยาดน้ำค้างช้อนขึ้นมองบุรุษใต้แสงจันทร์นัยน์ตาดุดันของเขาบัดนี้เข้มขึ้นจนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งเปลวไฟ ลุกโชนไปด้วยประกายไฟรักที่พร้อมจะแผดเผานางให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน“เหยียน.. เหยียนจวิ้น..”นางเรียกชื่อเขาเสียงสั่นเครือ ลมหายใจอุ่นๆของทั้งคู่รินรดผสานกันจนแยกไม่ออกจอมปีศาจยิ้มเยือนอย่างเสน่หา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาบดจูบเรียวปากอิ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างละโมบ ตักตวงความหวานล้ำอย่างไม่รู
หยาดน้ำตาเม็ดโตพลันร่วงเผาะลงมาอาบแก้มเนียน ฉายชัดถึงความรู้สึกสลดใจและอัปยศอดสูจนถึงที่สุดร่างเล็กสั่นสะท้านก่อนจะสะอื้นไห้ออกมาเสียงแผ่ว พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ละล่ำละลักเรียกชื่อบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว“เหยียนจวิ้น.. ข้าขอโทษ.. ”เมื่อได้เห็นน้ำตาที่ร่วงหล่นราวกระจกแก้วที่แตกสลายของนางฟ้าน้อย และรับรู้ได้ว่านางกำลังจะใจสลายเพราะคิดว่าตนเองถูกชายอื่นแตะต้อง หัวใจของจอมปีศาจที่เคยแกร่งดั่งหินผาก็พลันอ่อนยวบลงด้วยความสงสารและรู้สึกผิดในพริบตาความขี้เล่นร้ายกาจมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความอาทร เขารีบคลายพันธนาการที่ข้อมือของนางออกอย่างรวดเร็ว แล้วยื่นมือเข้าประคองใบหน้างามที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมาอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่านางจะแหลกสลายคามือสายตาคู่คมเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความโหยหาอันลึกซึ้งที่ปิดบังไว้ไม่มิด“หนี่เอ๋อ ฟังข้าก่อน..”“ข้าไม่ฟัง ปล่อยข้านะ !”นางตวาดลั่นด้วยความขยะแขยง สะบัดหน้าหนีจากการเกาะกุมพร้อมกับยกมือขึ้นร่ายเวทสร้างเกราะแสงเซียนสีทองสว่างวาบขึ้นมากั้นกลางระหว่างเขากับนางทันทีน้ำตาแห่งความอัปยศยังคงไหลรินไม่ขาดสาย น
แม้เหตุการณ์ระทึกในท้องพระโรง ที่นางถูกจอมราชาปิศาจจับตัวได้อีกครั้ง จะจบลงอย่างสันติแล้วแต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่ กลับเป็นภาพความร่ำรวยและบารมีอันมากล้นของวังทองคำที่ปรากฏเด่นชัดขึ้นในยามที่นางได้เดินสำรวจอย่างละเอียดวังทองคำของจอมราชาปิศาจนั้น ไม่ได้มืดทึมคร่ำครึหรือน่ากลัวอย่างที่เทพธิดาหนี่วาจินตนาการเอาไว้เลย แต่กลับโอ่อ่าตระการตาด้วยสถาปัตยกรรมทองคำแท้ที่สะท้อนแสงจันทราส่องประกายระยิบระยับจนแสบตาเสาค้ำยันตำหนักทุกต้นสลักเสลาลวดลายสัตว์อสูรโบราณ ประดับด้วยหยกและอัญมณีล้ำค่าที่ประเมินค่าไม่ได้ พื้นหินอ่อนสีดำสนิทถูกปูทับด้วยพรมขนสัตว์อสูรนุ่มละเอียดทุกย่างก้าวของนางจึงรายล้อมไปด้วยความหรูหราขั้นสุด ตราบเท่าที่อำนาจมืดและความมั่งคั่งของแดนปรโลกจะบันดาลให้ได้ทว่า ตลอดระเบียงทางเดินยาวกลับมีเสียงซุบซิบกระซิบกระซาบแว่วมาจากตามซอกกำแพงและมุมมืดให้นางได้ยินเบาๆ“พวกเจ้าดูนั่นเร็ว ! เทพธิดาจากสวรรค์องค์นั้นเดินเชิดหน้าชูคอราวกับเป็นเจ้าของวังคนใหม่เลยทีเดียวเชียวล่ะ !”เจี่ยกู่ ปีศาจกบรับใช้เอ่ยกระซิบ แววตาโปนๆของมันเบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกจากเบ้าขณะแอบมองผ่านรอยแยกของฉากกั้น มันพยายามจ
เทพธิดาหนี่วาได้แต่สบตาสีเลือดที่จับจ้องมาไม่วางตาพลางกัดฟันกรอด ในใจร่ำร้องตะโกนด้วยความเจ็บใจว่า‘ ข้าไม่ได้คิดถึงเจ้า ! '‘ ข้าแค่โดนความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองหลอกให้วิ่งมาตกอยู่ในมือเจ้าต่างหาก ! ’' ไอ้ปิศาจหลงตัวเองเอ๊ย ! ’ทว่านางรู้ดีว่าภายใต้สถานการณ์ที่ฝูงปิศาจล้อมหน้าล้อมหลังและพร้อมจะขย้ำนางให้ตายได้ทุกเมื่อ การด่าทอหรือการทำตัวอวดเก่ง มีแต่จะทำให้ตัวนางเองกลายเป็นอาหารของพวกปิศาจเร็วขึ้นดังนั้นถ้านางอยากจะเอาตัวให้รอด ก็ต้องใช้ประโยชน์จากความพึงพอใจที่เจ้าปิศาจตนนี้มีต่อนาง เอามาใช้เป็นเครื่องต่อรอง !ดวงตาสีงามระยับสั่นไหววูบหนึ่งอย่างชั่งใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายแวววาวอย่างมีจริต แล้วแสร้งทำเป็นถอนหายใจยาวนางฟ้าเช่นนาง.. จำต้องดึงเอาเคล็ดวิชานางจิ้งจอกระดับปรมาจารย์ออกมาใช้ปราบเจ้าปิศาจบ้าตัณหาตนนี้ให้อยู่หมัด ก่อนจะส่งยิ้มตาหวานเยิ้มไปประสานกับดวงตาสีเลือดคู่นั้นอย่างออดอ้อน“สมกับเป็นท่านจอมราชาผู้ปราดเปรื่อง.. และมีสายตาที่เฉียบแหลมยิ่งนักเจ้าค่ะ”เทพธิดาหนี่วาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานที่ปรุงแต่งจนนุ่มนวลระรื่นหู“ข้าน้อยอุตส่าห์ปกปิดกลิ่นอายเซียน ห่มเสื้อคลุมวิก
ความหวาดกลัวและรำคาญใจที่ถูกเจ้าปิศาจตามรังควานในยามนั้น ทำให้นางตัดสินใจหนีปัญหาด้วยการหนีลงไปจุติยังโลกมนุษย์เพื่อผ่านด่านเคราะห์ก่อนเวลาทันทีโดยคิดเข้าข้างตัวเองว่า พอกาลเวลาผ่านไป เจ้าปิศาจบ้าตนนี้คงจะเบื่อและเลิกสนใจนางไปเองนางยอมสละร่างเซียนชั่วคราว และลงไปเผชิญความทุกข์ยากในโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ดูซิว่าเจ้าปิศาจจะหานางเจออีกไหม !ที่คิดเอาไว้ว่า คงจะไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการถูกปิศาจเหยากวยตามตอแยแล้ว แต่ครั้นนางลงไปเกิดใหม่ยังโลกมนุษย์ ด่านเคราะห์ที่นางต้องประสบพบเจอกลับเป็น..ด่านรัก !นางได้พบรักกับชายผู้หนึ่ง.. แม้เริ่มต้นเขาจะทำให้นางหวาดกลัวจนต้องหนีให้ห่าง แต่พอนางรักเขา โชคชะตาก็ดันเข้ามาตัดบุพเพวาสนาของนางจนขาดสะบั้น ทำให้นางต้องพรากจากเขาทั้งน้ำตาเคราะห์กรรมที่เรียกว่าด่านรัก ยังคงทำให้นางปวดหัวใจมาจนถึงบัดนี้เมื่อนางสิ้นอายุขัยในโลกมนุษย์และผ่านด่านเคราะห์ได้สำเร็จ ดวงจิตเทพเซียนของนางก็ได้กลับมาจุติบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าอีกครั้งแต่.. นางยังไม่ทันจะได้สูดกลิ่นอายทิพย์ให้ชื่นใจเพื่อชดเชยความเหนื่อยยากจากด่านเคราะห์ที่ต้องเผขิญเลย มหาเทพซีรุ่ยเฉิงก็มีบัญชาส
สามวันสามคืนในกรงขังม่านหมอกช่างยาวนานราวกับนับร้อยปีสำหรับเทพธิดาหนี่วา..นางถูกกักขังไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหุบเขาปิศาจ รอบกายมีเพียงความมืดมิดและดวงตาสีเลือดคู่ลึกลับที่แวะเวียนมาจับจ้องนางฝ่าความสลัวรางแทบทุกชั่วยาม พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอที่คอยปั่นประสาทให้นางโมโหไม่ว่างเว้นนางไม่เคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเจ้าปิศาจตนนี้ ซึ่งมันจะซ่อนตัวตนเอาไว้หลังม่านหมอกหนาทึบสีดำอยู่ตลอดเวลานางจึงคิดว่า มันต้องเป็นปิศาจที่อัปลักษณ์ที่สุดจนไม่กล้าให้ใครเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของมัน และปิศาจที่น่าเกลียดที่สุดในโลกเบื้องล่างแห่งนี้ก็คือ ปิศาจเหยากวยข่ายอาคมของจอมปิศาจเหยากวยแน่นหนาจนนางไม่อาจใช้ปราณเซียนได้แม้แต่เศษเสี้ยว ทว่าเทพธิดาหนี่วาผู้มีปัญญาเป็นเลิศเช่นนางมีหรือจะยอมติดแหงกอยู่ที่นี่ตลอดไปในเมื่อใช้กำลังไม่ได้ นางก็ต้องใช้ ‘ เล่ห์กลร้อยเล่มเกวียน ’ เข้าสู้เพื่อเอาตัวรอดต่อให่้ปิศาจเจ้าเล่ห์ตนนี้จะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็อย่าได้ดูแคลนสติปัญญาของเทพธิดาแห่งแดนสวรรค์อย่างนางเชียว !ในวันแรกที่โดนจับมา เทพธิดาหนี่วาเกาะลูกกรงหมอกควันพลางเชิดหน้าขู่ฟ่อราวกับพยัคฆ์ที่เฝ้าหน้าประตูสวรรค







