Masuk‘ดอกไม้เเละคนสวนผู้โง่เขลา’
พักตัวในบ้านเฉินราว ๆ สองวันเต็ม เฉินซีฮันก็พาหลี่เอินกลับมาเยี่ยมเยือนบ้านสวีได้โดยไม่มีศัตรูตัวร้ายก่อกวนเหมือนคราวก่อน ระหว่างทางเฉินซีฮันเลี้ยวรถเเวะร้านขายของฝาก หลังจากใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้พักหนึ่ง การออกมาข้างนอกนับเป็นครั้งเเรกที่เธอได้เห็นอะไรหลายอย่างในเซี่ยงไฮ้ ทั้งร้านของกินคาเฟ่เเละทาวเวอร์ ตึกไข่มุกสูงงดงาม
ได้ของฝากทั้งสองก็ออกจากร้านขายของฝาก หลังผ่านเหตุการณ์บนท้องถนนสุดมันส์เหมือนเธอกับเขาจะมีบทสนทนาคุยกันนิดหน่อย ค่อย ๆ ไต่เต้าไปจนถึงเรื่องราวในชีวิต เฉินซีฮันเป็นฝ่ายเล่าก่อน เขาเปิดเผยเรื่องการเเต่งงานให้กับหลี่เอินฟัง เธอตั้งใจฟังอย่างไม่ขัด
ก่อนที่เธอกับเขาจะเเต่งงานกันเฉินซีฮันได้เเต่งงานกับคนอื่นมาก่อน นั่นคือคุณหนูจากบ้านหลินเหตุผลไม่ต่างจากตอนนี้ ทั้งสองไม่ได้รักกันเพราะหัวใจของเฉินซีฮันมีหญิงอื่นอยู่เเล้ว ทว่าทั้งคู่กลับไม่เเต่งงานกัน เหตุผลตรงนี้ซีฮันไม่ได้ตีให้ละเอียด เขาเล่าต่อไปโดยที่เธอนั่งฟังไปเงียบ ๆ ทว่าการฟังเงียบ ๆ ของเธอมันกลับใช้งานไปทางความคิด
คำพูดของผู้นำตระกูลเฉินเเล่นเเว็บเข้ามาในหัว เหมือนเธอจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ทุกคนที่เเต่งงานกับเฉินซีฮันมันไม่ใช่ความต้องการในเชิงคลุมถุงชน เเต่เป็นเหตุผลอื่นมากกว่า คาดว่าเฉินซีฮันเองก็รับรู้ทุกอย่าง เหมือนดั่งคำที่ว่ามนุษย์นั่นโหดเหี้ยมกว่าสัตว์เดรัจฉาน
พูดคุยกันได้เเป๊บเดียวรถเฟอร์รี่โรมาคันใหม่ก็ถึงยังจุดหมาย เฉินซีฮันส่งเธอเข้ามาในบ้านเขามอบของฝากให้กับเธอเพื่อไปมอบให้คุณนายสวีก่อนจะออกไปทำธุระอย่างอื่น ทันทีที่หลี่เอินปรากฏตัวต่อหน้าสาวใช้ทุกคน ดวงตาของพวกเขาเปล่งประกายวิบวับ รีบทิ้งงานให้มือเข้ามาหาหลี่เอิน
“คุณหนูกลับมาเเล้ว”
“คุณหนูสามค่ะ ฉันคิดถึงคุณหนูมากเลยค่ะฮื่ออ”
“คุณหนูสบายดีไหมค่ะ”
“คุณหนูป้าคิดถึงคุณหนูจังเลย”
คนใช้สามสี่คนเเย่งกันพูด หลี่เอินไม่รู้จะตอบคำถามไหนก่อน เธอต้องยกมือขึ้นปรามเพื่อเตือนให้ทุกคนใจเย็น ๆ เเละเสียงของคนใช้พวกนี้ดังไปถึงหูของคนสำคัญเข้า
“เสียงดังเอะอะอะไรกันน่ะ…หนูเอิน!”
“คุณหนู!”
หลี่เอินยิ้มตอบไม่ทันได้เอ่ยพูดอะไรคุณนายหลี่ก็เข้าสวมกอดลูกสาวด้วยความคิดถึง ความเเน่นของอ้อมเเขนบ่งบอกถึงความรู้สึกทั้งหมด เสพกอดจนอิ่มเอมใจคุณนายหลี่ผละตัวออกยกมือขึ้นปัดเศษผมที่บดบังกรอบหน้าสวย ๆ พิมพ์ลายมาจากคุณนายหลี่
“เป็นไงบ้าง เเม่ได้ยินเรื่องลูกจากคุณนายเฉิน ไม่เป็นอะไรใช่ไหม..เเม่ขอโทษนะที่ไม่ได้ดูเเลเลย เเม่ขอโทษ..” ในเสียงสั่นเทาคล้ายจะร้องไห้ ดวงตาคู่สวยต้นเเบบของหลี่เอินสั่นคลอน
“เอินไม่เป็นอะไรค่ะคุณเเม่”
“เเม่ดีใจที่หนูเอินไม่เป็นอะไรนะ เเล้วลูกพอจะจำอะไรได้รึยัง” เธอว่าพลางลูบหัว
“ได้นิดหน่อยค่ะ สมุดไดอารี่ที่เธอให้เอินมาช่วยได้เยอะ”
“ดีเเล้วหนูเอิน เข้ามาคุยกันด้านในดีกว่านะ”
เธอถูกมารดาพาตัวเข้ามาบ้าน หลี่เอินเริ่มกวาดตามองทุกอย่างบนเฉินดูจะใหญ่กว่านิดหน่อย หากให้เทียบบ้านสวีมีพื้นที่ว่างเยอะกว่าต่างกับบ้านเฉิน ช่องว่างถูกเติมเต็มด้วยต้นไม้ดอกไม้ คุณนายหลี่พาเธอมาห้องนั่งเล่น หหลี่เอินไม่ลืมที่จะหมอบของฝากจากเฉินซีฮันให้กับมารดา คุณนายหลี่ขอบคุณจากใจก่อนจะเริ่มถามไถ่ลูกสาวเพียงคนเดียว
เสียงหัวเราะคิกคักดังไปทั่วห้องนั่งเล่น บทสนทนาระหว่างเเม่กับลูกไม่พบหน้ากันเดือนเต็มทำให้รู้ว่าชีวิตหลังจากไม่มีกันเป็นอย่างไรบ้าง คุยกันไปเรื่อยเปื่อยตามประสาเเม่ลูก กระทั่งบุคคลที่สามปรากฏตัวกลางวงสนทนา ดึงใบหน้าของสองเเม่ลูกสกุลหลี่ให้เงยขึ้นดู เชิดหน้าเยอหยิ่งกดสายตามองตํ่าดูสองเเม่ลูก
คนคนนี้น่าจะเป็นภรรยาคนเเรกของพ่อเธอ โมซีย์อ่านในไดอารี่ที่หลี่เอินคนก่อนเขียนไว้ เธอชื่อว่า‘สวีหนิงเหมย’ ทุกคนในบ้านสวีเรียกเธอว่านายหญิง เธอไม่ชอบเเม่ของหลี่เอินเเละตัวเธอด้วย เจอหน้ากันทีไหร่เป็นต้องหาเรื่องใส่หัวคุณนายหลี่เเละลูกสาว
“เเต่งงานมีสามีไปเเล้ว ยังกลับมาที่นี่อีกเหรอ เธอควรเอาเวลามาเที่ยวเล่นไปทำหน้าที่ของภรรยานะ” สวีหนิงเหมยพูดพร้อมใส่สายตาดูถูกดูเเคลนมองตั้งเเต่หัวจรดเท้า “หึ ไม่ได้เรื่อง”
“ทำไมฉันจะกลับไม่ได้ค่ะ ที่นี่ก็บ้านฉัน” หลี่เอินสวนกลับเเทบจะทันที
“เหอะ ช่างกล้าพูดนักนะนังลูกเมียน้อย! เเกคงไม่รู้สิว่าทำไมเเกถึงต้องเเต่งงานกับลูกชายบ้านเฉินน่ะ”
“เหตผลเหรอ เหตุผลอะไรค่ะ การเเต่งงานเเบบนั้นมันมีเหตุผลด้วยเหรอ” หลี่เอินปะทะสายตาอย่างไม่ยอม
“ก็เเกไม่สมควรอยู่ที่นี่ยังไงล่ะ! จริง ๆ ฉันอยากเเม่เเกออกไปด้วย อยู่ที่นี่มีเเต่ทำให้บ้านสวีเสียสกุลอิเมียน้อย”
“เสียสกุลเหรอค่ะ ทำไมคุณไม่หันไปมองตัวเองบ้างว่าตัวเองประสาทเเดกเเค่ไหน คนเเบบคุณนั่นเเหละที่ทำให้ตระกูลมีเเต่ความอับอายสวีหนิงเหมย” หลี่เอินกัดฟันพูดกระเเทกคำใส่หน้าเธอ สวีหนิงเหมยรู้สึกเหมือนตัวเองถูกตบหน้าผ่านริมฝีปาก
“กรี๊ดดด! เเกว่าประสาทเเดกอิเด็กเมื่อวานซืน”
“เเล้วฉันคุยกับใครอยู่ล่ะค่ะ ใช่คนปกติหรือเปล่า”
“กรี๊ดดด!!!!!!”
“หนูเอินพอเถอะ พูดกับคนพวกนี้ไปก็ไม่เข้าสมองหรอก เสียเวลาเปล่า ๆ เราไปหาที่อื่นดีกว่านะ” ‘หลี่ฮันฉี’ พูดกับลูกสาว จะพาเธอออกจากตรงนั้นทว่าหนิงเหมยกับดักทางไว้
“จะไปไหน อิเมียน้อย”
“ฉันว่าเราควรอยู่ห่างกันไว้นะคะ เป็นผลดีทั้งฉันเเล้วก็คุณ”
“ทำไมล่ะ”
"ฉันไม่อยากมีปัญหากับคุณหยางอัน”
เสียงทะเลาะของทั้งสองคนดังไปเข้าหูผู้นำตระกูลสวีเสียก่อน ร่างสูงกำยำใบหน้าโหดเหี้ยมถึงโรยราทว่าคงความหล่อเหลาดุดันเอาไว้ เขาย่างกายเข้ามาในห้องนั่งเล่น ทำให้หลี่อันฉีต้องดึงลูกสาวไปไว้ด้านหลัง หลี่เอินหลับตาปริบ ๆ มองคนเป็นเเม่ ฝ่ามือของเธอรวบเเน่นเธอข้อมือของหลี่เอิน หลี่เอินสัมผัสได้ถึงความกลัวในจิตใจมารดา เเต่เธอก็ยังยืนเเกร่งเป็นเกราะให้หลี่เอิน
เขาปรายตาไปมองสวีหนิงเหมย เธอไม่รอช้ารีบเข้าไปกอดเเขนเเสร้งร้องไห้ใส่ความพวกเขาทั้งสองคน สองเเม่ลูกมองหน้ากัน ‘สวี หยางอัน’ฟังจนจบจึงจะหันมองหลี่เอินเเละหลี่อันฉี
“หนิงเหมยพูดนี่เรื่องจริงเหรอ เธอไปหาเรื่องเขาก่อน” เสียงทุ้มเเลทรงอำนาจขานถามคุณนายหลี่
“ไม่จริงค่ะ นายหญิงช่วยพูดความจริงได้ไหมค่ะ” หลี่อันฉีตอบ
“ไม่จริงได้ยังไง นังเจียอี้ก็ได้ยิน” หล่อนหันหน้าไปมองสาวคนใช้เพื่อต้องการเครื่องยืนยัน เธอพยักหน้ารัว ๆ ยืนยันอีกเสียงว่าคุณนายของเธอพูดจริง
“ทำอะไรกัน คุณนั่นเเหละเดินเข้ามาเเล้วก็ว่าฉันกับลูก”
“ว่าอะไรฉันเเค่พูดในหลักความจริง ก็นะ..เเม่กับลูกไม่ต่างกันเลยหนิโง่ทั้งคู่” เธอเบ้ปากใส่
“ความจริงที่ปั้นด้วยมือตัวเองเหรอ เก่งดีหนิ” หลี่เอินสวนกลับเธอไป คุณนายสวีได้ยินถึงกับหน้าเเดงเป็นไฟ
“นังเด็กนี่! เเม่เเกไม่สอนรึไง ว่าไม่ควรเถียงผู้ใหญ่”
“ฉันสอนค่ะ! มีเเต่คุณนั่นเเหละ เคยมองตัวเองบ้างไหมค่ะ คิดว่าสูงส่งนักเหรอคิดว่าเป็นถึงคุณนายสวีเเล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ!” หลี่อันฉีตระคอกเสียงดัง ความอัดอั้นมากมายในอกปะทุออกมาผ่านเเว่วตาเเละลมหายใจ
“กรี๊ดดดดด!”
“หุบปากกันสักที!” ผู้นำตระกูลสวีตระคอกเสียงดัง ทำให้ริมฝีปากของภรรยาคนเเรกเเละคนที่สองเงียบลง เขาหันไปมองคุณนายสวี “เธอออกไปก่อนนะหนิงเหมย”
“เเต่ว่า-”
“ไม่มีเเต่รีบออกไปซะ!!!”
สวีหนิงเหมยถอนหายใจเฮือกเเล้วเดินฟึดฟัดออกไปอย่างไม่เต็มใจนัก เเล้วเขาก็หันกลับมามองหลี่เอินกับมารดาพร้อมพูดว่า..
“ทำไมเธอชอบสร้างปัญหาอยู่เรื่อย รู้ไหมว่าฉันปวดหัวเเค่ไหน หลีกเลี่ยงจากหนิงเหมยบ้างไม่ได้รึไง”
“คุณหยางอัน นี่คุณเชื่อคำของคุณนายเหรอค่ะ”
“ฉันไม่ได้พูดนะ เเต่เธอควรรู้ตัวซะบ้าง วัน ๆ หนึ่งฉันเห็นพวกเธอทะเลาะกันเป็นร้อยรอบรู้สึกอายบ้างไหม”
“คุณหยางอัน คุณนายมาหาเรื่องพวกเราก่อนนะคะ คุณควรไปบอกเธอมากกว่า” หลี่เอินพูดหวังให้อีกฝ่ายเข้าใจทว่าเปล่าเลย
“ส่วนเธอ เป็นหน้าเป็นตาของตระกูลเเท้ ๆ เเต่กลับมายืนเถียงผู้ใหญ่ สมองคิดอะไรอยู่”
“อย่าว่าลูกนะคะ” คุณนายหลี่รีบปกป้องลูกสาว “ถ้าหมดคำจะพูดเเล้วก็ควรออกไปได้เเล้วค่ะ”
“เธอไร้ประโยชน์อันฉี เเค่ลูกสาวเพียงคนเดียวก็ปรามไม่ได้ คิดผิดจริง ๆ ที่ได้เธอมาเป็นเมีย” สิ้นคำพูดเเทงใจเขาก็เดินออกไปไม่คิดกลับหน้ามามองคนด้านหลัง ปล่อยให้คนฟังยืนนิ่งสาหัสที่หัวใจ
คุณนายหลี่ผละมือจากลูกสาวเธอหันยิ้มให้หลี่เอิน เเล้วกลับไปนั่งที่เดิมทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลี่เอินจับมองทุกกรเคลื่อนไหวของเธอก่อนจะทิ้งตัวลงข้างกายมารดา บรรยากาศในห้องเงียบงัน เธอจ้องมองตาคู่สวยเป็นต้นเเบบของหลี่เอิน นัยน์ตาคู่สวยของหลี่อันฉีเต็มเปี่ยมด้วยสีหม่นหมองหยาดฝนตกกระหนํ่าอยู่ข้างใน ตีเเผ่ออกจนหมดเห็นถึงหัวใจบอบชํ้า
หากให้เปรียบเทียบหลี่อันฉีเสมือนดอกไม้งามในสวน ทว่าคนดูเเลสวนกลับโง่เขลาเบาปัญญา ไม่รู้วิธีรักษาดอกไม้งาม เเต่ดอกไม้งามต้นนี้กลับไม่สนใจผลิบานให้เข้าได้เห็นเเม้นจะรู้อยู่เต็มอกว่ายังไงซะเขาก็ไม่ไยดี
“ทำไมคุณยังทนล่ะ” หลี่เอินเอ่ยถามหลังทิ้งใ
ห้ความเงียบโอบรอบอยู่นาน เธอหันมามองหลี่เอินช้า ๆ ผลยิ้มอ่อนหวานตอบเธอกลับมาว่า
“โลกของฉันยังต้องการเขาอยู่”
TBC..
ตอนที่ 65‘บทสรุป’“ดูเเลฉันจากระยะไกลก็พอ” พูดจบเอินใช้ความมืดกำบังตนเดินหายเข้าไปยังอีกห้องหนึ่งตามคำบอกของไป๋ฮุ่ง เธอเดินไปตามคำบอกของคนในสายสื่อสารเรื่อย ๆ กระทั่งถึงจุดหนึ่ง หญิงสาวชะลอความเร็วของฝีเท้าลง เสียงพูดคุยอู้อี้ดังลอดผ่านรอยเเยกของประตู เธอขยับเข้าไปใกล้จ้องมองลอดเข้าไปจนถึงด้านใน เห็นเร็กซี่นั่งพิงกำเเพง โดยสองเเม่ลูกยืนเฝ้าไม่ห่าง ทว่าความมืดกำบังเธอไม่มิด ทำให้สัตว์เห็นตัวเข้า สัมผัสของปลายกระบอกปืนเเนบวางลงที่ศรีษะ เอินรีบยกมือขึ้นช้า ๆ “ดีมากสาวน้อย ร้ายนักนะ ลุกขึ้น” ผิงผิงสั่งเสียงเหี้ยมเอินไม่มีทางเลือกยอมทำตามเเต่โดยดี เธอถูกพาตัวเข้าไปในห้องที่มีสองเเม่ลูกอยู่ด้วย ผิงผิงทำการล็อคประตู หนทางเดียวที่จะรอดถูกปิดระงับ“ไหนลองพูดมาสิ ว่าพากันมากี่คน” ผิงผิงถามพร้อมจ่อปืนใส่เอิน กะว่าอีกฝ่ายคิดโกหกเธอจะลั่นไกใส่ทันที“ฉันมาคนเดียว” เอินยืนกรานหนักเเน่น“ยิงมันเลยผิงผิง ยิงมันตอนที่ยังมีโอกาส” หนิงเหมยยั่วยุ“หุบปากสักทีเถอะ! ฉันรำคาญเธอจะเเย่อยู่เเล้ว” ผิงผิงหันไปตะคอกเสียงดังใส่ ทำให้หนิงเหมยหน้าเสีย“นี่เธอว่าฉันเหรอ” “ใช่! ทุก ๆ อย่างที่มันพังก็เพราะเเกนั่น
ตอนที่ 64‘งานเลี้ยงที่มีเเค่เรา’วันที่นัดหมายเดินทางมาถึง เอินเเต่งองค์ทรงเครื่องด้วยสุดเดรสสีไข่มุขสวย ผมยาวปะบ่าถูกมัดรวบเป็นช่อบัว ใบหน้าเเต้มเเต่งเครื่องประทิน พรมกายดวยนํ้าหอมใช้เวลาอยู่หลายชั่วโมงในที่สุดเธอก็เข้าที่ก่อนจะขึ้นรถซีฮันได้มอบเครื่องสื่อสารให้เธอ เอินติดเครื่องสื่อสารไว้ที่หูในทันที ด้วยความที่เจ้าเครื่องนี้มันเล็กมากหากไม่สังเกตดี ๆ คงไม่เห็น เขากวาดสายตามองเธอตั้งเเต่หัวจรดเท้าเเล้วพูดขึ้นว่า..“เธอสวยมาก”“ค่ะ” เอินตอบยิ้ม ๆ เเล้วมุดตัวขึ้นรถโดยมีไป๋ฮุ่งเป็นคนขับ“ระวังตัวด้วยนะ สักพักพวกฉันจะตามไป”“…” เอินพยักหน้ารับ ๆ รถหรูได้เคลื่อนตัวออกจากเขตบ้านเฉิน ขึ้นถนนสายหลักเดินทางไปตามจีพีเอส ระหว่างที่รออยู่นั้นผิงผิงได้ใช้ไอดีของเร็กซี่ทักหาเธอตลอดทาง เอินพิมพ์ตอบไปเเค่ไม่กี่คำก่อนจะปิดมือถือเเละเก็บมันลง เธอตั้งข้อศอกกับขอบกระจกรถเกยคางบนหลังมือมองลอดผ่านกระจกไปยังข้างนอก นัยน์ตาสะท้อนภาพท้องฟ้าอันกว้างใหญ่อมสีม่วง ดวงอาทิตย์เคลื่อนตัวลับลงภูเขาลูกใหญ่ เเสงของดวงดาวค่อย ๆ ปรากฏ เวลาเดินไวกว่าที่เธอคิด เพียงเเค่ไม่นานก็จะคํ่าเเล้ว เธอถอนหายใจเเผ่วเบา เเละในที
ตอนที่ 63‘คำร้องขอ’เอินขับรถออกจากบ้านสวี เเล่นไปตามท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถยนต์ รถประจำ เเละรถจักรยาน ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลงตามเวลา เธอขับรถด้วยความเร็วเอื่อย ๆ พลางสอดสายตามองไปยังนอกรถ ในหัวโล่งโจ่งไม่มีอะไรเลยเสมือนเท้าเธอที่เหยียบรถให้ไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย สุดท้ายเธอก็มาหยุดรถอยู่ที่หน้าซอกตึก สถานที่ที่เธอไม่ควรมา เอินลงจากรถปิดประตูอย่างเบามือ เธอก้าวเท้าเดินไปด้านหน้าภาพของจินกงถูกมัดเเละตัดอวัยวะชัดฉายเหมือนภาพช็อต เสียงโหยหวนดังอื้อในโสตประสาทการได้ยิน ทุกอณูคำชัดก้อง เธอหยุดสองเท้าหน้าประตูบ้านของคน ๆ หนึ่ง บ้านที่เธอไม่ควรมาอย่างยิ่งหญิงสาวยืนกํ่ากึ่งหน้าประตู เธอจ้องมันอยู่พักหนึ่งเเล้วเอื้อมมือไปจับลูกบิล กลไกลความปลอดภัยถูกทำลายทิ้งจนหมดคราบ เเค่บิดเบา ๆ ประตูก็เปิดออกเเล้ว เธออ้าบานประตูจนสุดเเสงไฟกิ่งดวงน้อยสาดกระทบเเผ่นหลังสะท้อนเงาฉายบนพื้นบ้าน เงาดำขยับพร้อมร่างต้นกลืนเข้าไปในความมืดเอินต้องล้วงเอามือถือเปิดโหมดไฟฉาย เธอกวาดไฟฉายไปรอบ ๆ รอยเลือดบาง ๆ ฝั่งลึกบนพื้น เอินไม่พูดอะไรเเค่มองดูคราบเลือดก่อนจะละสายตา เเละหมุนตัวจะเดินออกไป ทว่าไม่ท้นพ้นขอบประตูโทรศัพ
ตอนที่ 62‘ความจริงจากปากป๊า’ห่างหายไปนานพอกลับมาสิ่งเเรกที่เอินทำ คือเดินทางกลับไปยังบ้านของตน ในขณะเดียวกันเอินก็ได้ทราบข่าวจากปากคนใช้ในบ้านสวีอีกว่าคุณนายสวีได้ย้ายออกไปกับลูกชาย…ไปที่ไหนสักที่หนึ่งในเซี่ยงไฮ้ ละทิ้งลูกชายกับสามีไว้ เอินยืนอยู่กลางบ้านหลังใหญ่ตกเเต่งจีนล้วน ทว่ามันกลับเงียบสงัด เอินพอจะเดาได้ว่าคุณนายสวีไปที่ไหน เเต่ตอนนี้เรื่องนั้นยังไม่ใช่ เธอต้องการคุยกับป๊ามากกว่า เอินเดินขึ้นบรรไดตรงดิ่งไปยังห้องทำงาน เธอถามคนใช้ที่กวาดถูเเถวนั้นจึงรู้ว่าพ่อของเธออยู่ที่ไหนในเวลานี้ เอินเคาะประตูสามครั้งจึงจะเปิดเข้าไป พ่อของเขาครั้งล่าสุดที่เจอกันคือชายที่ล้มป่วยติดเตียงด้วยโรคประจำตัว ทว่าตอนนี้พ่อของเธอกลับดูดีขึ้น ร่างกายกลับมาดีอย่างน่าอัศจรรย์ สวีหยางอันวางปากกาหลังเห็นลูกชายของภรรยาคนรอง เขาลุกขึ้นเเล้วเดินมาหาเธอ เขาฉีกยิ้มดวงตากวาดมองลูกสาว ก่อนดึงร่างระหงเข้าสวมกอดด้วยความคิดถึงมหาศาลผละออก สวีหยางอันปัดเส้นผมบนหน้าลูกสาวพลางถามว่า..“เอินหายไปไหนมา รู้ไหมว่าป๊าเป็นห่วงเรามาก” เอินผลิยิ้มอ่อน “มีเรื่องต้องทำนิดหน่อยค่ะ” “งั้นเหรอ ป๊าเองก็มีเรื่องให้ทำเหมือนกัน
ตอนที่ 61‘การกลับมาของหลี่เอิน’นับเป็นเช้าที่เสียงดังยิ่ง พื้นบ้านสนั่นหวั่นสร้างความสงสัยให้เฉินซีซึ่งนั่งทำงานอยู่ในห้องไม่น้อย เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินออกจากห้อง ถึงได้รู้ว่าเหตุฉะไนพื้นบ้านถึงสนั่นราวกับเเผ่นดินไหว นั่นเป็นเพราะการปรากฏของคนคนหนึ่งน่าอัศจรรย์“เอิน” เขาเบิกตาโตกลมมองร่างระหงที่กำลังใกล้เขามาเรื่อย ๆ ใบหน้าของนิ่งเรียบราวกับนํ้าเย็นเฉียบปลายเท้าหยุดกึกตรงหน้าชายหนุ่ม หัวใจอันเเข็งกร้าวมองเขาอย่างไม่รู้สึกใด ๆ เว้นเเต่เฉินซีฮันที่จู่ ๆ ก็สืบเท้าเข้าคว้าเเขนเธอเข้าไปให้อ้อมอกเเกร่งเเล้วผละออกพร้อมกับถามไถ่เธอว่า..“เอินหายไปไหนมา รู้ไหมว่า-”“ฉันมาเเค่เเป๊บเดียวเดี๋ยวก็ไปเเล้ว” เธอตัดบทเเละไม่ปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายได้เอื้อนเอ่ย เขาพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ“มีอะไรที่ฉัน-”“ขอตัวก่อนค่ะ” เอินยิ้มอ่อน ๆ ปัดมือเขาลงจากเเขน เเล้วเดินผ่านเขาไปราวกับอากาศ ทันทีที่ปลายพ้นตัวชายหนุ่ม หญิงสาวผมสั้นเท่าติ่งหูก็วิ่งพรวดเข้ามาสวมกอดเธอทั้งนํ้าตา มุดหน้าเข้ากับอ้อมอก เอินผลิยิ้มก่อนยกมือขึ้นลูบไล้กลุ่มผมสีดำของฟางหรง หญิงสาวสะอื้นไห้พร้อมกับช้อนตาขึ้นมองคุณหนูของตน เเละเอ่ยถามด
ตอนที่ 60‘ห้วงฝันที่เเหลกสลาย’คำเตือน - เนื้อหาในตอนนี้มีการกล่าวถึงการตัดอวัยวะเเบบโจ่งเเจ้งการจูบของจินกงส่งผลให้หญิงสาวนอนไม่หลับจนถึงเช้า เธอลงมาจากห้องนอนเเต่เช้าพบว่าเร็กซี่กำลังยืนทำบางสิ่งอยู่ในครัว เอินเลยเดินเข้าไปหาด้วยความสงสัย ถึงได้รู้ว่านั่นชงชาร้อนอยู่ด้วย ด้วยผงที่เธอนำมาสกัดเอง“อรุณสวัสดิ์” เธอเอ่ยทักด้วยประโยคเดิมอีกครั้ง“อื้อ เธอชาอยู่เหรอ”“ใช่เเล้ว นอนไม่หลับใช่ไหม”เอินนั่งลงบนเก้าอี้ไม้หน้าเคาท์เตอร์ครัว “อื้อ นอนไม่ค่อยหลับเลย”“เหมือนกัน ฉันเลยหนีลงมาชงชานี่ไง”“เเล้วกินช้าเข้าไป จะช่วยให้หลับได้เหรอ”“จริง ๆ ชาที่ทำมีดอกคาร์โมมายอยู่ด้วยน่ะ มันจะช่วยผ่อนคลายนะ” เอินพนักหน้าเข้าใจนั่งดูเร็กซี่ชงชาไปเพลิน ๆ ทำให้ในที่สุดเธอก็ได้จิบขาของเร็กซี่ มันทั้งหอมรสชาติดีเเละผ่านคลายจากไอหอมของดอกคาร์โมมาย เมื่อจิบเข้าไปจะรู้สึกมันทีที่ว่ามันชวยเเค่ไหนทั้งความอุ่นเเละหอม“จริงสิ ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” เร็กซี่หันมาถาม “เอินทะเลาะอะไรกับจินกงเหรอ หมอนั่นเพิ่งออกไปเมื่อกี้เลย”“ไม่ได้ทะเลาะ เเค่มีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยน่ะ”“นิดหน่อยจริงเหรอ เเต่สีหน้าหมอนั่นดูไ
‘รักครั้งเก่า’ผ่านพ้นไปได้ราว ๆ สามวัน ที่คุณนายหลี่จากไปไกลลับเเละมิอาจหวนคืนกลับมา หลี่เอินยังคงดำเนินชีวิตไปเรื่อย ๆ ในบ้านสกุลเฉินฐานะภรรยาของเฉินซีฮัน น่าเเปลกสามวันมานี้เฉินซีฮันดูสนอกสนใจเธอเป็นพิเศษ จากที่ไม่่เคยเเม้จะมองหรือถามไถ่สารทุกขสุขดิบของเธอ ตอนนี้กลับห่วงใยเธอซะงั้นอย่างช่วงเช้า
‘การบอกลาที่ไม่มีคำลา’การตายของคุณนายหลี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพียงชั่วข้ามคืนทุกคนไม่ว่าจะคนมีชื่อเสียงหรือสามัญชนก็รับรู้ทั่วถึง พิธีงานศพงานจัดขึ้นตามวัฒนธรรมจีน ร่างของคุณนายหลี่ถูกฝังลงในดินมีภาพตอนเธอยิ้มติดหน้าหลุมสลักชื่อสีเเดง หลี่เอินมองดูด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง อากาศของวันนี้ช่างหม่นหมองฟ้าฝนต
‘ดอกฟอร์เก็ตมีน็อต’ท้องฟ้าเเจ่มใสอากาศคงที่ไม่ร้อนเกินไม่เย็นเกิน มีลมโบกพัดอ่อน ๆ ต้นไม้ในสวนขนาดย่อมโยกเยกไปตามทิศทางของลม หยดนํ้าค้างไหลลงจากใบไม้สีเขียวขจีกระทบพื้น จักจั่นตัวเขียวตากลมเหลืองกระโดนเล่นจากใบไม้ใบหนึ่งไปอีกใบ คุณนายหลี่เปิดประตูหน้าระเบียงที่ยืดออกมาจากตัวห้อง เธอสูดสารอากาศบริส
‘เปลี่ยนห้องนั่งเล่นให้เป็นห้องเต้นรำ’คุณนายหลี่ตื่นเเต่เช้าอาบนํ้าเเต่งตัว นับเป็นครั้งเเรกในรอบหลายปีที่เธอก้าวเท้าออกจากบ้านสวี วันนี้เธอมีเเพลนจะไปหาลูกสาวหัวเเก้วหัวเเหวน เพิ่งเเต่งงานออกเรือนไปเมื่อไม่นานมานี้ไปเที่ยวด้วยกันเสียหน่อยหลังห่างหายจากกันไปเกือนเศษ ๆ คุณนายหลี่ออกจากบ้านตอนหัวเช้







