LOGIN‘ปีศาจไร้จิตใจ’
เสียงพื้นบ้านดังสนั่นหวั่นไหว บรรดาคนใช้กว่าสิบคนวิ่งกันขวักไขว่ไปมาน่าเวียนหัว เป็นว่านายน้อยสกุลเฉินนอกจากฤทธิ์เหล้าจะสร่างซ่าเเล้วยังมีอาการป่วยไข้เข้ามาเเทรกเเซง เเถมคุณนายเฉินรักลูกคนเล็กยิ่งกว่าทรัพย์สินจึงเกณฑ์คนใช้ให้ไปดูเเลลูกชาย หากเธออยู่เธอคงมาดูเเลด้วยตัวเอง ทว่าเธอดันติดธุระที่กวางโจวจำใจต้องฝากลูกไว้ในนํ้ามือคนใช้ที่จงรักภักดีนายยิ่งกว่าชีวิตตน
หลี่เอินที่พึ่งตื่นนอนต้องเเง้มประตูออกมาดู เห้นผู้คนวิ่งกันวุ่นวายกันทั่วหน้า คนหนึ่งก็ถือถังนํ้าบางคนถือกล่องปฐมพยาบาลบางคนยกถาดอาหาร เธอถอนหายใจพรืดก่อนออกจากห้องมายืนทั้งตัว ขณะที่มัวดูเหตุการณ์จนไม่ทันระวังสาวใช้คนหนึ่ง ซึ่งเธอเดินก้มหน้าก้มตาชนเข้ากับหลี่เอิน เธอเซเล็กน้อยไม่ถึงขั้นล้มก้นชนพื้น เมื่อตั้งหลักได้จึงหันไปมองคนชนรายนั้นก็ไม่ล้มเช่นกัน สาวใช้คนดังกล่าวรีบขอโทษรัว ๆ จนหลี่เอินต้องรีบห้าม
“ไม่เป็นไร ๆ เธอเป็นอะไรรึเปล่า”
สาวใช้ส่ายหัวพรืด “ไม่ค่ะ ดิฉันไม่เป็นอะไร ซ้อเป็นอะไรไม่ค่ะ”
“ไม่นะ เเต่เหมือนยาขอเธอจะหล่น เดี๋ยวฉัน-”
“ไม่ต้องค่ะ! ฉันเก็บเอง” สาวใช้รีบก้มเก็บยาทันที
หลี่เอินไม่ได้ขัดคำขอของอีกฝ่าย เธอปล่อยให้สาวใช้คนดังกล่าวเก็บยาไป ทว่าสียาพวกนั้นกลับเเปลก ๆ เหมือนเธอเคยเห็นที่ไหน เเถมสาวใช้คนนี้ก็ดูไม่คุ้นหน้าเอาเสียเลย เเม้หลี่เอินจะดูไม่สนใจสิ่งรอบข้าง เเต่บางอย่่่างเมื่อผ่านเธอเเล้วก็จำได้เลยถึงจะไม่มอง
“นี่เธอรีบหน่อยสิ! คุณชายตัวร้อนจวนจะไหม้เเล้ว!”
เสียงเรียกของสาวใช้คนหนึ่งคงเป็นหัวหน้าเเม่บ้านตะโกนลั่น ทำให้หญิงสาวที่ก้มเก็บยารีบเก็บลวก ๆ ลุกขึ้นวิ่งไปหาเจ้าของเสียง เพราะรีีบมากจนลืมเก็บยาที่เหลือประมาณสองเม็ด หลี่เอินผละสายตาจากเเผ่นหลังของสาวใช้หันมาก้มมองเม็ดยาที่เหลือ เธอก้มเก็บมันขึ้นมาดู
เธอพบถึงความผิดปกติของเม็ดยา ขนาดทั้งสองอันไม่เท่ากันเหมือนหั่นออกจากเม็ดยาอันใหญ่เพื่อให้ได้เม็ดเล็ก เเต่คนหั่นกลับไร้ฝีมือเพราะขนาดดูผิดเเปลก หลี่เอินหมุนเม็ดยาในมือเมื่ออยากรู้ว่าเป็นยาอะไรเธอจึงเอาไปจ่อที่ปลายจมูก สูดไปเพียงเเค่นิดเดียวหญิงสาวก็รู้เลยว่านี่ไม่ใช่ยาสำหรับคน
“ยาเบื่อหนู”
สิ้นเสียงหลี่เอินรีบก้าวเท้าฉับไหว เเทรกคนใช้ทุกคนเข้าไปชิดตัวเฉินซีฮันที่กำลังนอนตัวร้อนระอุบนเตียงนุ่มปุย ขอบข้างมีีคนใช้ทั้งชายเเละหญิงหนึ่ึ่งในนั้นกำลังจะยื่นยาดังกล่ใส่่ลงไปในเเก้วเพื่อจะละลายยาให้เข้ากับนํ้า หลี่เอินรีบคว้าข้อมือเธอไว้หมับจนคนอื่น ๆ งุนงง
“ซ้อค่ะ เราจำเป็นต้องละลายใส่ในนํ้าค่ะ เพราะคุณชายไม่ทานยาเเบบเม็ด” สาวใช้คนหนึ่งวัยกลางคนพูดกับเธอ
“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกนะ เเต่ยาที่อยู่ในมือของเธอ มันไม่ใช่ยาที่กินเเล้วจะหาย..ไม่สิ ไม่ได้หายอย่างเดียว คุณชายของพวกเธอได้หายไปจากโลกนี้เเน่หากให้ยาตัวนี้เข้าไปอยู่ในเเก้ว” หลี่เอินพูดเสียงเข้มขณะที่สายจดจ่อไปยังใบหน้าของสาวใช้เจ้าของยาพิษ เธอเพิ่มเเรงบีบไปที่ข้้้อมือของอีกฝ่ายจนใบหน้าสวยนิ่ว
ประโยคดังกล่าวสร้างความฮือฮาให้คนใช้ทุกคนในห้อง เสียงพูดคุยดังเซ็งเเซ่สีหน้าทุกคนดูตกใจมาก ๆ เมื่อรู้ว่ายาในมือของสาวใช้คนนั้นไม่ใช่ยาดี
“พะ-พูดอะไรค่ะซ้อ ยานี่ก็เหมือนยาของคนอื่น ๆ รักษาได้เหมือนนะคะ” เธอตีหน้าซื่อไม่รู้ไม่ชี้
“งั้นเธอลองกินให้ฉันดูหน่อยสิ” หลี่เอินมองหน้าเธออย่างเอาจริงเอาจัง เเล้วปล่อยข้อมือเธอให้เธอทานยาในมือให้ดู เพื่อเเน่ใจว่ายาดังกล่าวไม่มีพิษต่อทายาทตระกูลเฉิน
“เอ่อ..ฉันไม่ได้ป่วยนะคะซ้อ จะกินได้ยังไง” เธอพูดพลางหัวเราะเบา ๆ
“มันไม่เห็นจะเกี่ยวเลย กินให้ฉันดูหน่อย”
“อะ-เอ่อ..” หญิงสาวอํ้า ๆ อึ้ง ๆ กลอกตาไปมา “ยานี่มันสำหรับคนป่วยน่ะค่ะ ฉันไม่ได้ป่วยทานไม่ได้ค่ะ”
“ฉันบอกให้เธอกินเข้าไป ได้ยินรึเปล่า”
“…” เธอทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“ยังไง จะกินเข้าไปดี ๆ หรือให้ฉันป้อน”
หลี่เอินสร้างความกดดันผ่านรูม่านตาไปยังอีกฝ่าย เธอคนนั้นกำหมัดเเน่นเม้มปากเรียบตึงดูหายใจลำบาก จนสายตาของหล่อนไปชนเข้ากับกานํ้าร้อนเธอรีบคว้ามันเเล้วโยนมาหาหลี่เอิน ททว่าเธอไหวพริบดุจสายลมหลบหลีกได้อย่างคล่องเเคล่ว ทำให้กานํ้าร้อนไปกระเเทกกับผนัง ดีที่คนใช้หลีกตัวทันไม่งั้นคงโดนนํ้าร้อนลวก โชคดีไปอีกที่คนป่วยติดเตียงไม่โดนลูกหลง
เธอคนนั้นกำลังจะวิ่งหนีหลี่เอินเลี่ยงตัวไปสกัดทาง เมื่อหมดหนทางเธอได้ดึงเอามีดที่ซ่อนไว้ออกมาจ่อหน้าหลี่เอินด้วยดวงตาที่เเดงกํ่าคล้ายอสูรร้าย หลี่เอินถอนหายใจไม่คิดว่าเช้าวันใหม่จะต้องพบเจออะไรเเบบนี้ หลี่เอินยกมือขึ้นรวบหางม้าด้วยหนังยางผ้า หักกระดูกคอลั่นกร๊อบก่อนตั้งหลักพร้อมปะทะ
“จะเปิดทางให้ฉันไม่ ไม่งั้นฉันจะฆ่าเเก!” เธอคนนั้นขู่ขึ้น ทว่าคำขู่เด็ก ๆ ไม่อาจทำให้ปีศาจที่ฆ่าคนมาเป็นร้อยพันคนสั่นสะทานได้ หลี่เอินหัวเราะอย่างขบขน
“เป็นน้อยที่เวทนาดีนะ ขู่ฉันเเต่มือที่ถือมีดกลับสั่น”
“หุบปาก!”
“เข้ามาในถิ่นศัตรูเธอคิดเหรอว่าจะออกไปได้น่ะ”
“อิบ้า! กูบอกให้หุบปาก!”
“ฉันกำลัง-”
กล่าวไม่ทันจบเธอคนนั้นก็พุ่งมีดในมือเข้ามาเเทงหลี่เอินโดยตรง หลี่เอินหลบทันเเล้วเตะตัดขาอีกฝ่าย ทำให้เธอล้มหน้าควํ่าพื้น คนล้มกำลังจะลุกเเต่เมื่อล้มภายใต้ปีศาจเลือดเย็น มีหรือปีศาจที่พรากชีวิตคนเป็นว่าเล่นจะยอม หลี่เอินใช้เท้ากดหัวของอีกฝ่ายลงด้วยเเรงมหาศาล ทำให้หน้าสวย ๆ กระเเทกพื้นอย่างเเรงจนเลือดอาบ
เธอผินมองศัตรูที่เเน่นิ่งไปด้วยสายตาที่เลือดเย็นราวกับปีศาจไร้หัวใจไร้ความรู้สึก หลี่เอินถอนหายใจ เธอไม่ได้ต้องการทำเเบบนี้เลยสักนิด ทว่าทำไงได้จิตใจของเธอด้านชาเเละถูกปลูกฝังให้ฆ่างูให้ตายหากไม่ตายมันก็จะย้อนมากัดเรา
‘ฟังฉันนะ ต่อไปนี้เธอคือโมซีย์ เมอร์เลอร์ จำไว้เพียงอย่างเดียวหากชีวิตงูอยู่ในมือเราฆ่ามันให้ตายอย่าให้มันมีลมหายใจใช้ชีวิตที่เหลือในวันพรุ่งนี้เด็ดขาด เพราะมันฆ่าเรา’
คำพูดเพียงคำเดียวเเล้วเธอก็ทำเเบบนั้นมาโดยตลอด หลี่เอินถอนหายใจอีกครั้งเมื่อคำพูดของคนคนนั้นวนกลับมาในความคิด เธอยกเท้าออกเเล้วเดินออกมาด้วยท่าทางนิ่ง ๆ ไร้อารมณ์ ก่อนจะจากไปเธอได้บ
อกกับเเม่บ้านคนหนึ่งว่า..
“ฝากเก็บกวาดด้วยนะ ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อน”
ตอนที่ 65‘บทสรุป’“ดูเเลฉันจากระยะไกลก็พอ” พูดจบเอินใช้ความมืดกำบังตนเดินหายเข้าไปยังอีกห้องหนึ่งตามคำบอกของไป๋ฮุ่ง เธอเดินไปตามคำบอกของคนในสายสื่อสารเรื่อย ๆ กระทั่งถึงจุดหนึ่ง หญิงสาวชะลอความเร็วของฝีเท้าลง เสียงพูดคุยอู้อี้ดังลอดผ่านรอยเเยกของประตู เธอขยับเข้าไปใกล้จ้องมองลอดเข้าไปจนถึงด้านใน เห็นเร็กซี่นั่งพิงกำเเพง โดยสองเเม่ลูกยืนเฝ้าไม่ห่าง ทว่าความมืดกำบังเธอไม่มิด ทำให้สัตว์เห็นตัวเข้า สัมผัสของปลายกระบอกปืนเเนบวางลงที่ศรีษะ เอินรีบยกมือขึ้นช้า ๆ “ดีมากสาวน้อย ร้ายนักนะ ลุกขึ้น” ผิงผิงสั่งเสียงเหี้ยมเอินไม่มีทางเลือกยอมทำตามเเต่โดยดี เธอถูกพาตัวเข้าไปในห้องที่มีสองเเม่ลูกอยู่ด้วย ผิงผิงทำการล็อคประตู หนทางเดียวที่จะรอดถูกปิดระงับ“ไหนลองพูดมาสิ ว่าพากันมากี่คน” ผิงผิงถามพร้อมจ่อปืนใส่เอิน กะว่าอีกฝ่ายคิดโกหกเธอจะลั่นไกใส่ทันที“ฉันมาคนเดียว” เอินยืนกรานหนักเเน่น“ยิงมันเลยผิงผิง ยิงมันตอนที่ยังมีโอกาส” หนิงเหมยยั่วยุ“หุบปากสักทีเถอะ! ฉันรำคาญเธอจะเเย่อยู่เเล้ว” ผิงผิงหันไปตะคอกเสียงดังใส่ ทำให้หนิงเหมยหน้าเสีย“นี่เธอว่าฉันเหรอ” “ใช่! ทุก ๆ อย่างที่มันพังก็เพราะเเกนั่น
ตอนที่ 64‘งานเลี้ยงที่มีเเค่เรา’วันที่นัดหมายเดินทางมาถึง เอินเเต่งองค์ทรงเครื่องด้วยสุดเดรสสีไข่มุขสวย ผมยาวปะบ่าถูกมัดรวบเป็นช่อบัว ใบหน้าเเต้มเเต่งเครื่องประทิน พรมกายดวยนํ้าหอมใช้เวลาอยู่หลายชั่วโมงในที่สุดเธอก็เข้าที่ก่อนจะขึ้นรถซีฮันได้มอบเครื่องสื่อสารให้เธอ เอินติดเครื่องสื่อสารไว้ที่หูในทันที ด้วยความที่เจ้าเครื่องนี้มันเล็กมากหากไม่สังเกตดี ๆ คงไม่เห็น เขากวาดสายตามองเธอตั้งเเต่หัวจรดเท้าเเล้วพูดขึ้นว่า..“เธอสวยมาก”“ค่ะ” เอินตอบยิ้ม ๆ เเล้วมุดตัวขึ้นรถโดยมีไป๋ฮุ่งเป็นคนขับ“ระวังตัวด้วยนะ สักพักพวกฉันจะตามไป”“…” เอินพยักหน้ารับ ๆ รถหรูได้เคลื่อนตัวออกจากเขตบ้านเฉิน ขึ้นถนนสายหลักเดินทางไปตามจีพีเอส ระหว่างที่รออยู่นั้นผิงผิงได้ใช้ไอดีของเร็กซี่ทักหาเธอตลอดทาง เอินพิมพ์ตอบไปเเค่ไม่กี่คำก่อนจะปิดมือถือเเละเก็บมันลง เธอตั้งข้อศอกกับขอบกระจกรถเกยคางบนหลังมือมองลอดผ่านกระจกไปยังข้างนอก นัยน์ตาสะท้อนภาพท้องฟ้าอันกว้างใหญ่อมสีม่วง ดวงอาทิตย์เคลื่อนตัวลับลงภูเขาลูกใหญ่ เเสงของดวงดาวค่อย ๆ ปรากฏ เวลาเดินไวกว่าที่เธอคิด เพียงเเค่ไม่นานก็จะคํ่าเเล้ว เธอถอนหายใจเเผ่วเบา เเละในที
ตอนที่ 63‘คำร้องขอ’เอินขับรถออกจากบ้านสวี เเล่นไปตามท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถยนต์ รถประจำ เเละรถจักรยาน ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลงตามเวลา เธอขับรถด้วยความเร็วเอื่อย ๆ พลางสอดสายตามองไปยังนอกรถ ในหัวโล่งโจ่งไม่มีอะไรเลยเสมือนเท้าเธอที่เหยียบรถให้ไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย สุดท้ายเธอก็มาหยุดรถอยู่ที่หน้าซอกตึก สถานที่ที่เธอไม่ควรมา เอินลงจากรถปิดประตูอย่างเบามือ เธอก้าวเท้าเดินไปด้านหน้าภาพของจินกงถูกมัดเเละตัดอวัยวะชัดฉายเหมือนภาพช็อต เสียงโหยหวนดังอื้อในโสตประสาทการได้ยิน ทุกอณูคำชัดก้อง เธอหยุดสองเท้าหน้าประตูบ้านของคน ๆ หนึ่ง บ้านที่เธอไม่ควรมาอย่างยิ่งหญิงสาวยืนกํ่ากึ่งหน้าประตู เธอจ้องมันอยู่พักหนึ่งเเล้วเอื้อมมือไปจับลูกบิล กลไกลความปลอดภัยถูกทำลายทิ้งจนหมดคราบ เเค่บิดเบา ๆ ประตูก็เปิดออกเเล้ว เธออ้าบานประตูจนสุดเเสงไฟกิ่งดวงน้อยสาดกระทบเเผ่นหลังสะท้อนเงาฉายบนพื้นบ้าน เงาดำขยับพร้อมร่างต้นกลืนเข้าไปในความมืดเอินต้องล้วงเอามือถือเปิดโหมดไฟฉาย เธอกวาดไฟฉายไปรอบ ๆ รอยเลือดบาง ๆ ฝั่งลึกบนพื้น เอินไม่พูดอะไรเเค่มองดูคราบเลือดก่อนจะละสายตา เเละหมุนตัวจะเดินออกไป ทว่าไม่ท้นพ้นขอบประตูโทรศัพ
ตอนที่ 62‘ความจริงจากปากป๊า’ห่างหายไปนานพอกลับมาสิ่งเเรกที่เอินทำ คือเดินทางกลับไปยังบ้านของตน ในขณะเดียวกันเอินก็ได้ทราบข่าวจากปากคนใช้ในบ้านสวีอีกว่าคุณนายสวีได้ย้ายออกไปกับลูกชาย…ไปที่ไหนสักที่หนึ่งในเซี่ยงไฮ้ ละทิ้งลูกชายกับสามีไว้ เอินยืนอยู่กลางบ้านหลังใหญ่ตกเเต่งจีนล้วน ทว่ามันกลับเงียบสงัด เอินพอจะเดาได้ว่าคุณนายสวีไปที่ไหน เเต่ตอนนี้เรื่องนั้นยังไม่ใช่ เธอต้องการคุยกับป๊ามากกว่า เอินเดินขึ้นบรรไดตรงดิ่งไปยังห้องทำงาน เธอถามคนใช้ที่กวาดถูเเถวนั้นจึงรู้ว่าพ่อของเธออยู่ที่ไหนในเวลานี้ เอินเคาะประตูสามครั้งจึงจะเปิดเข้าไป พ่อของเขาครั้งล่าสุดที่เจอกันคือชายที่ล้มป่วยติดเตียงด้วยโรคประจำตัว ทว่าตอนนี้พ่อของเธอกลับดูดีขึ้น ร่างกายกลับมาดีอย่างน่าอัศจรรย์ สวีหยางอันวางปากกาหลังเห็นลูกชายของภรรยาคนรอง เขาลุกขึ้นเเล้วเดินมาหาเธอ เขาฉีกยิ้มดวงตากวาดมองลูกสาว ก่อนดึงร่างระหงเข้าสวมกอดด้วยความคิดถึงมหาศาลผละออก สวีหยางอันปัดเส้นผมบนหน้าลูกสาวพลางถามว่า..“เอินหายไปไหนมา รู้ไหมว่าป๊าเป็นห่วงเรามาก” เอินผลิยิ้มอ่อน “มีเรื่องต้องทำนิดหน่อยค่ะ” “งั้นเหรอ ป๊าเองก็มีเรื่องให้ทำเหมือนกัน
ตอนที่ 61‘การกลับมาของหลี่เอิน’นับเป็นเช้าที่เสียงดังยิ่ง พื้นบ้านสนั่นหวั่นสร้างความสงสัยให้เฉินซีซึ่งนั่งทำงานอยู่ในห้องไม่น้อย เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินออกจากห้อง ถึงได้รู้ว่าเหตุฉะไนพื้นบ้านถึงสนั่นราวกับเเผ่นดินไหว นั่นเป็นเพราะการปรากฏของคนคนหนึ่งน่าอัศจรรย์“เอิน” เขาเบิกตาโตกลมมองร่างระหงที่กำลังใกล้เขามาเรื่อย ๆ ใบหน้าของนิ่งเรียบราวกับนํ้าเย็นเฉียบปลายเท้าหยุดกึกตรงหน้าชายหนุ่ม หัวใจอันเเข็งกร้าวมองเขาอย่างไม่รู้สึกใด ๆ เว้นเเต่เฉินซีฮันที่จู่ ๆ ก็สืบเท้าเข้าคว้าเเขนเธอเข้าไปให้อ้อมอกเเกร่งเเล้วผละออกพร้อมกับถามไถ่เธอว่า..“เอินหายไปไหนมา รู้ไหมว่า-”“ฉันมาเเค่เเป๊บเดียวเดี๋ยวก็ไปเเล้ว” เธอตัดบทเเละไม่ปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายได้เอื้อนเอ่ย เขาพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ“มีอะไรที่ฉัน-”“ขอตัวก่อนค่ะ” เอินยิ้มอ่อน ๆ ปัดมือเขาลงจากเเขน เเล้วเดินผ่านเขาไปราวกับอากาศ ทันทีที่ปลายพ้นตัวชายหนุ่ม หญิงสาวผมสั้นเท่าติ่งหูก็วิ่งพรวดเข้ามาสวมกอดเธอทั้งนํ้าตา มุดหน้าเข้ากับอ้อมอก เอินผลิยิ้มก่อนยกมือขึ้นลูบไล้กลุ่มผมสีดำของฟางหรง หญิงสาวสะอื้นไห้พร้อมกับช้อนตาขึ้นมองคุณหนูของตน เเละเอ่ยถามด
ตอนที่ 60‘ห้วงฝันที่เเหลกสลาย’คำเตือน - เนื้อหาในตอนนี้มีการกล่าวถึงการตัดอวัยวะเเบบโจ่งเเจ้งการจูบของจินกงส่งผลให้หญิงสาวนอนไม่หลับจนถึงเช้า เธอลงมาจากห้องนอนเเต่เช้าพบว่าเร็กซี่กำลังยืนทำบางสิ่งอยู่ในครัว เอินเลยเดินเข้าไปหาด้วยความสงสัย ถึงได้รู้ว่านั่นชงชาร้อนอยู่ด้วย ด้วยผงที่เธอนำมาสกัดเอง“อรุณสวัสดิ์” เธอเอ่ยทักด้วยประโยคเดิมอีกครั้ง“อื้อ เธอชาอยู่เหรอ”“ใช่เเล้ว นอนไม่หลับใช่ไหม”เอินนั่งลงบนเก้าอี้ไม้หน้าเคาท์เตอร์ครัว “อื้อ นอนไม่ค่อยหลับเลย”“เหมือนกัน ฉันเลยหนีลงมาชงชานี่ไง”“เเล้วกินช้าเข้าไป จะช่วยให้หลับได้เหรอ”“จริง ๆ ชาที่ทำมีดอกคาร์โมมายอยู่ด้วยน่ะ มันจะช่วยผ่อนคลายนะ” เอินพนักหน้าเข้าใจนั่งดูเร็กซี่ชงชาไปเพลิน ๆ ทำให้ในที่สุดเธอก็ได้จิบขาของเร็กซี่ มันทั้งหอมรสชาติดีเเละผ่านคลายจากไอหอมของดอกคาร์โมมาย เมื่อจิบเข้าไปจะรู้สึกมันทีที่ว่ามันชวยเเค่ไหนทั้งความอุ่นเเละหอม“จริงสิ ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” เร็กซี่หันมาถาม “เอินทะเลาะอะไรกับจินกงเหรอ หมอนั่นเพิ่งออกไปเมื่อกี้เลย”“ไม่ได้ทะเลาะ เเค่มีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยน่ะ”“นิดหน่อยจริงเหรอ เเต่สีหน้าหมอนั่นดูไ
ตอนที่ 54‘ปาร์ตี้เนื้อย่าง’ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์บาดเเผลตรงหน้าท้องเริ่มสมานกัน เฉกเช่นความรู้สึกของเอินที่สูญเสียไปให้กับเรื่องบ้า ๆ เธออาศัยอยู่บ้านไม้ในป่าลึกกับเร็กซี่ ทั้งสองอยู่ด้วยกันเพียงเวลาสั้น ๆ เเต่ความสนิทสนมกลับไวกว่าเวลา เพราะความเหมือนกันเป็นส่วนหนึ่งที่ดึงความสนิท“วันนี้เราจะทำปาร์ต
‘เฉินซีฮันถูกทำร้ายอีกครั้ง’ชีวิตของเฉินซีฮันสำคัญมากในเวลานี้ ถึงเเม้ตำเเหน่งผู้นำยังตกไม่ถึงตัว เเต่พวกปองร้ายยังคงทำหน้าที่ขจัดเขา ไม่ว่ามองไปทางไหนลูกชายคนเล็กสุดเเซ่เฉินก็มีเเต่เรื่องชวนพรากลมหายใจ ทำให้ผู้นำคนปัจจุบันต้องสั่งเด็ดขาด เฉินซีฮันชอบอิสระ เขาไม่ชอบให้ใครมาติดตามคอยดูเเลเหมืิอนไข
‘ดอกไม้ของเฉินซีฮัน’คำพูดของหลี่เอินเหมือนรอยสักติดตริงในก้องหู วนเวียนซํ้า ๆ จนน่ารำคาญ ทว่าเขาก็ไม่อาจจะยอมรับคำพูดเเบบนั้นได้ การปฎิเสธของเธอทำให้เขาหงุดหงิดไม่นอน มันช่างตรงไปตรงมาจนหัวเสีย มองหลี่เอินเหมือนเห็นตัวเอง ถัดมาเช้านี้เขาจึงต้องหาอะไรทำตัดความรำคาญใจเฉินซีฮันเดินทางด้วยรถคู่ใจพลาง
‘คำหวานที่เธอไม่เอา’ราว ๆ เจ็ดโมงเช้าหลี่เอินออกจากบ้านเล็กที่เป็นเรือนของเธอกับเฉินซีฮัน เดินไปตามทางหินหยกเรียงยาวไปจนถึงบ้านใหญ่ ไม่มีเหตุผลด่วนอะไรหรอกเเค่เธอมีเรื่องอยากคุยกับคุณนายเฉินนิดหน่อย ไม่ใช่เรื่องใหญ่เรียกว่าเป็นคำขอคงเหมาะกว่า หลี่เอินเเค่อยากขอคุณนายเฉินถึงเรื่องของฟางหรงกับยั่วซา







