LOGINแสงอาทิตย์สาดส่อง เป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่ของทุกชีวิต จางเสี่ยวหนิงเมื่อคืนนี้เขาไม่ได้เอาเรื่องสองผัวเมียตระกูลอี้ที่ได้ขโมยเงินและใส่ร้ายเขา วันนี้เขาตั้งใจจะลงโทษสองผัวเมียตามที่ได้ลั่นวาจาไว้
แต่ดูเหมือนว่าป้าฉิงอี้ ไม่ยอมทำตามคำพูดเมื่อคืนนี้ว่าจะมากล่าวคำขอโทษที่หน้าประตูทุกวันเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน และจะต้องไปตัดฟืน กับหาบน้ำหนึ่งเดือนเช่นกัน "ท่านพี่! ป้าฉิงอี้ กับสามีอาวุโสอี้หลงซางไม่ยอมมาทำตามคำสั่งขอโทษตระกูลจางของเราเจ้าค่ะรอตั้งแต่เช้าจนถึงเวลานี้ก็ยังไม่เห็นหน้าเลยเจ้าค่ะท่านพี่" หนิงเอ๋อที่ไม่เห็นความจริงใจและสำนึกผิดของตระกูลอี้จึงกล่าวออกมาด้วยความโมโห "น้องหญิงไม่ต้องกังวล ข้าจะทำให้สองผัวเมียนั่นคลานเข่าเข้ามากราบขอขมาท่านพ่อของข้าและตระกูลจางของเราให้จงได้" จางเสี่ยวหนิงให้คำมั่นสัญญากับภรรยา ทางด้านครอบครัวของตระกูลอี้ อี้หลงซางสามีที่อายุมากของนางฉิงอี้ กำลังเดินวนไปวนมาเพราะไม่อยากลดศักดิ์ศรีไปหาบน้ำและคุกเข่าขอโทษตระกูลจาง ไหนจะต้องขึ้นไปตัดฟืนเพื่อนำมาให้ตระกูลจางเผาถ่านเป็นการไถ่โทษหนึ่งเดือน "ความผิดทั้งหมดมันก็เป็นเพราะเจ้า ความโง่เขลาของเจ้า! ข้าไม่ควรมีภรรยาเช่นเจ้าเลย" อี้หลงซางตัดพ้อต่อว่าภรรยาที่โง่เขลาอย่างฉิงอี้ "ท่านพี่จะโทษข้าผู้เดียวได้เช่นไร หากตอนนั้นท่านห้ามข้าอย่างสุดความสามารถ เหตุการณ์มันจะออกมาเป็นเช่นนี้หรือ" นางฉิงอี้ที่ยังคงไม่สำนึกผิด "เพราะเจ้าโง่เขลาเบาปัญญา แผนการของเจ้าทำให้ตระกูลอี้ของข้าแปดเปื้อน" อี้หลงซางรู้สึกโกรธภรรยามาก "งั้นเราก็ไม่ต้องไปคำนับ ขอขมาตระกูลจางให้เสียเวลา และก็ไม่ต้องไปตัดฟืนหรือหาบน้ำ ปล่อยมันไป! ถ้าเราไม่ทำซะอย่าง พวกหน้าหนาอย่างตระกูลจางจะมาทำอะไรพวกเราได้" นางฉิงอี้กล่าวอย่างยโสโอหัง "แต่เจ้าอย่าลืมว่าเมื่อคืนนี้มีชาวบ้านเห็นเหตุการณ์ตั้งเยอะแยะ ถ้าเราไม่ทำ มันอาจจะแจ้งทางการก็ได้" อี้หลงซางหันมาพูดกับภรรยาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "งั้นเอาอย่างนี้สิท่านพี่ เราแบ่งหัวมันที่ใกล้จะเน่าให้ชาวบ้านคนละหัวสองหัว เพื่อปิดปากไม่ให้ใครไปเป็นพยานให้ตระกูลจาง เท่านี้ทุกคนก็ไม่มีใครเข้าข้างตระกูลจางแล้ว ตอนนี้อาหารขาดแคลน มีแต่ผักแต่หญ้า หัวมันเช่นบ้านเราแทบจะหาไม่ได้แล้วนะท่านพี่" นางฉิงอี้กล่าวกับสามี "แต่มันต้องให้หลายเข่งมากเลยนะ แล้วเราจะกินอะไรกัน หากเจ้าเอาไปแจกจ่ายชาวบ้านจนหมด" สามีของนางฉิงอี้กล่าว "ท่านพี่อย่าลืมว่ามันใกล้จะเสียแล้ว ถ้าเราเอาไปแจกจ่าย นอกจากเราได้ใจชาวบ้าน เราก็ไม่ต้องทำลายข้าวของที่เสียพวกนี้ด้วย" นางฉิงอี้เสนอความคิด "ก็จริงอย่างที่เจ้าพูด งั้นก็ไปป่าวประกาศเรียกชาวบ้าน ใครก็ตามที่มาบ้านเราเมื่อคืนนี้ให้มารับหัวมันคนละสองสามหัว แลกกับการที่ไม่ไปเป็นพยานให้กับตระกูลจาง" สามีของนางเห็นด้วยจึงได้ให้ภรรยาไปบอกกับเหล่าแม่บ้านที่รู้จัก "ได้ท่านพี่ น้องจะจัดการทุกอย่างเอง" นางฉิงอี้ที่คิดมาอย่างรอบคอบแล้ว จึงได้ไปป่าวประกาศกับภรรยาของชาวบ้านคนอื่น ๆ ที่นางรู้จักและสนิทด้วย ว่าไม่ต้องมาเป็นพยานให้กับตระกูลจาง และนางก็ไม่อยากที่จะต้องมานั่งตัดฟืน อยากให้ทุกคนทำราวกับว่าไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น "นี่พวกเจ้าทั้งสอง เมื่อคืนนี้ข้าจำได้ว่าพวกเจ้าอยู่ในเหตุการณ์บ้านข้าด้วยใช่หรือไม่" ป้าฉิงอี้หันมาถามเพื่อนบ้านทั้งสองคน "ใช่ ข้าอยู่ในเหตุการณ์และก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดด้วย เหตุใดวันนี้เจ้าจึงไม่ไปคำนับคุกเข่าขอโทษตระกูลจางดังเช่นที่ลั่นคำเอาไว้" แม่บ้านทั้งสองหันมาถามป้าฉิงอี้ ป้าฉิงอี้จึงกระซิบกระซาบกับแม่บ้านทั้งสองถึงข้อเสนอดี ๆ ผ่านไปเพียงครู่เดียวแม่บ้านทั้งสองถึงกับทำตาโต "เจ้าจะตกลงทำตามข้อเสนอของข้าหรือไม่ หากตกลงก็ไปเอาหัวมันที่บ้านของข้า ตอนนี้มีอยู่สองสามเข่งจะแจกให้บ้านละสามหัวเลย หากเจ้าช่วยเหลือข้า" ป้าฉิงอี้ถามภรรยาของชาวบ้านสองคนนี้ที่เห็นเหตุการณ์ "ได้ ข้าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น พวกข้าไปเอาหัวมันที่บ้านเจ้าได้หรือยัง" แม่บ้านคนนึงพูด "ได้สิ ได้ ได้ เจ้าไม่รู้ไม่เห็นอะไร ดีมาก ดีมาก" ป้าฉิงอี้พูดอย่างมีความสุข ทางด้านจางเสี่ยวหนิงและหนิงเอ๋อภรรยาของเขาที่เฝ้าคอยการมาของสามีภรรยาตั้งแต่เช้าจนเกือบจะเที่ยงวัน ก็ไม่เห็นสองสามีภรรยามาทำตามที่ลั่นวาจาเอาไว้ "ท่านพี่! สองคนนั้นต้องมีแผนการร้ายอะไรแน่ ๆ เลยเจ้าค่ะ" หนิงเอ๋อกล่าวกับสามีของนาง ยังไม่ทันที่จางเสี่ยวหนิงจะพูดอะไร ป้าว่านชิงก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มองไปที่หนิงเอ๋อและจางเสี่ยวหนิงราวกับมีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องพูดเดี๋ยวนี้ "ป้าว่านชิง มีอะไรหรือเปล่า" หนิงเอ๋อรีบวิ่งเข้าไปประคองหญิงสูงอายุผู้นี้ "มีสิ! ก็นางฉิงอี้กับสามีของนาง กำลังจะแจกจ่ายหัวมันที่ใกล้จะเน่าแล้วให้กับชาวบ้าน ตอนนี้อาหารขาดแคลน ชาวบ้านเลือกที่จะเก็บกินทุกอย่างที่กินได้" "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับตระกูลของข้า" หนิงเอ๋อพูดอย่างไม่เข้าใจ "ก็ตระกูลอี้จะติดสินบนชาวบ้านพวกนั้น ที่เห็นเหตุการณ์เมื่อคืน ไม่ให้เป็นพยานให้เจ้า รวมถึงสองสามีจอมเจ้าเล่ห์นั้น จะไม่ทำตามคำที่สัญญาเมื่อคืนนี้" ป้าว่านชิงที่โมโหสองสามีภรรยาเจ้าเล่ห์ที่ทั้งขโมยไข่ไก่ของนางขโมยข้าวของของนางโดยหลอกใช้จางเสี่ยวหนิงเป็นเครื่องมือ จึงอยากจะเอาคืนให้สาสม จึงได้รีบมาแจ้งข่าวนี้แก่ตระกูลจาง "เจ้าเล่ห์จริง ๆ เลยสองผัวเมียคู่นี้ ท่านพี่จะจัดการเช่นไรเจ้าคะ" หนิงเอ๋อกล่าวอย่างเป็นกังวลและเดินไปหาสามีของตนเอง หนิงเอ๋อกลัวว่าตระกูลของสามีนางจะไม่ได้รับความยุติธรรม "ถ้าอย่างนั้นขอเวลาสักหน่อย เจ้าไปเอาชามารับรองป้าว่านชิงก่อนเถอะ" จางเสี่ยวหนิงกล่าวแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องนอนเพียงลำพังไม่ให้ผู้ใดเข้ามารบกวน....เช้าวันรุ่งขึ้นชาวบ้านเตรียมตัวที่จะนำไม้ไผ่ของเมื่อวานที่พากันไปตัดขนมาที่บ้านของจางเสี่ยวหมิงด้วยความกระตือรือร้น จางเสี่ยวหมิงสั่งให้ภรรยาของเขาหนิงเอ๋อนวดข้าวสาลีทำเป็นแป้งทอดกรอบแจกทุกคนที่มาทำงาน"ท่านพี่ไม่ต้องห่วงข้ากับลูก ๆ และว่านชิงรวมถึงท่านพ่อ จะคอยจัดการหุงหาอาหาร มีเมียของชาวบ้านคนอื่น ๆ มาช่วยด้วย" หนิงเอ๋อกล่าวเพราะกลัวว่าสามีจะเป็นห่วงตนและลูกมากเกินไป"ขอบใจเจ้ามาก ที่จัดการทุกอย่างภายในบ้านออกมาได้ดีเช่นนี้ หากข้าไม่มีเจ้า บ้านนี้ก็คงไม่เป็นบ้านอีกต่อไป" จางเสี่ยวหนิงจับมือของภรรยาแล้วกล่าวคำขอบคุณจากใจจริง"ขอบคุณท่านพี่มากกว่าเจ้าค่ะ ที่กลับตัวกลับใจเป็นคนดี ฟ้าดินคงเมตตาให้ตระกูลจางเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง" หนิงเอ๋อเงยหน้ามองสามีด้วยความภาคภูมิใจ"เจ้าทั้งสองมัวแต่พูดหยอกเย้ากันอยู่นั่นแหละปล่อยสามีของเจ้า รีบนำไข่ไก่ที่ได้ ไปขายที่ตลาดเสียทีเดี๋ยวตลาดจะวายหมด" ป้าว่านชิงกล่าว"งั้นเดี๋ยวค่าจะรีบเอาไข่ไก่นี้ ไปขายที่ตลาดแล้วเก็บเงินกลับมา เพื่อนำไปไถ่ถอนที่จักเถ้าแก่หวังนะ" จางเสี่ยวหนิงยิ้ม"อ้าวเสี่ยวหนิง เจ้าจะไปแล้วหรือ" สามีของนางเสี่ยวไป๋ที่มาทำงานแลกเงินทัก
ขณะที่บรรยากาศหน้าบ้านตึงเครียดถึงขีดสุด บรรดาภรรยาต่างมองสามีด้วยความคาดหวังว่าจะได้ยินคำว่า "โดนหลอก" ออกจากปากพวกเขา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้ทุกคนต้องเงียบกริบสามีของนางไป๋ เสียงดังกังวานและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น "นางไป๋! เจ้าหยุดเพ้อเจ้อได้แล้ว! พวกเรา พวกเราทุกคน ไม่ได้โดนหลอก!"เสียงประกาศนี้ดังก้องไปทั่วจนทุกคนที่หน้าประตูหยุดการซุบซิบ จ้องมองไปยังสามีของนางไป๋ด้วยความงุนงง นางไป๋เองก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจสามีของนางไป๋ "ในโกดังหลังบ้านของตระกูลจางนั้น... มีข้าวสาลีจริง! เป็นกระสอบขนาดใหญ่ วางเรียงรายแน่นขนัด! และยังมี ปลาทับทิมทองตัวโต ๆ อยู่ในกะละมัง! มากพอที่จะเลี้ยงดูพวกเราให้รอดพ้นจากความอดอยากได้หลายวัน!"สามีของนางไป๋กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่มีความหวังรวมถึงผู้ชายหลายคนที่เดินตามออกมาก็ต่างพากันฉีกยิ้มกว้างป้าฉิงอี้ รีบแทรกด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว "โกหก! เจ้าโดนจางเสี่ยวหนิงติดสินบนใช่ไหม! เจ้าพวกคนโง่เง่า! ข้าวสาลีมันจะมาจากไหนได้อีกในแผ่นดินที่แห้งแล้งเช่นนี้!"สามีของนางไป๋ ไม่สนใจป้าฉิงอี้ แต่หันไปพูดกับชาวบ้าน "หากพวกเ
เช้าวันรุ่งขึ้นพวกชาวบ้านผู้ชายและผู้หญิงก็ต่างพากันมาที่บ้านของจางเสี่ยวหนิง ทุกคนยังไม่ลงมือตัดไม้ไผ่เพราะไม่เชื่อข่าวลือที่กระจายมาว่าจะแจกข้าวสาลีและปลา "พวกเจ้าให้พวกข้ามา หลอกมาทำงานล่ะสิไม่ว่า" ป้าฉิงอี้ที่เสนอหน้ามาเป็นคนแรกก็เกณฑ์ชาวบ้านมาเพื่อจะด่าทอจางเสี่ยวหนิงเป็นพิเศษ"ใครเชิญคนตระกูลอี้มากัน ข้าไม่เคยเอ่ยปากเชิญพวกท่าน โทษของพวกท่านยังไม่ได้ชำระความระวังตัวให้ดีเถิด"หนิงเอ๋อกล่าว"ไหนล่ะปลา ไหนล่ะข้าวของพวกเจ้า" อี้ซางหลงสามีของนางฉิงอี้ก็กล่าวเสริมทัพขึ้นมา"ใช่ ๆ เจ้าจะหลอกพวกข้า ให้ทำงานให้ ฟรี ฟรีใช่ไหมล่ะ ข้าไม่น่าเสียเวลาเชื่อพวกเจ้าสองผัวเมียเลย" ชาวบ้านเริ่มวิตกกังวลและไม่อยากมาช่วยงานเพราะคิดว่าโดนหลอก"ซุ่ยซุ่ยก็ว่าอย่างนั้น ไม่เห็นมีข้าวของเครื่องใช้อะไรเลย แล้วพวกท่านจะมาหลอกใช้งานพวกข้าฟรี ฟรี อย่างนั้นหรือ" ซุ้ยซุ้ยหลานสาวของนาง ฉิงอี้กล่าวเสริมขึ้นมา"ใจเย็น ๆ พี่น้องทุกท่านหากพวกท่านไม่เชื่อเดี๋ยวไปที่หลังบ้านของข้า ข้าจะให้ทุกท่านได้ดูข้าวสาลีอและปลาจำนวนหนึ่ง ที่ข้าจับมาได้" จางเสี่ยวหนิง พูดออ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปผลผลิตในระบบก็ผลิตมากขึ้นเป็นเท่าตัว ข้าวสาลีที่ปลูกเอาไว้ก็ถูกเก็บแพ็คใส่กระสอบป่านเป็นอย่างดีในระบบทุกวันหมุนเวียนสลับกันปลูกกับหัวมันตอนนี้เขามีข้าวสาลีมากกว่า สามร้อยกระสอบ และหัวมันอีกสองร้อยกระสอบไข่ไก่สองร้อยฟอง แลกหนึ่งร้อยชั่ง จางเสี่ยวหนิง ก้าวออกจากบ้านด้วยความมุ่งมั่น เขามุ่งหน้าไปยังที่ดินที่ของตระกูลจางแม้จะติดจำนองจากเถ้าแก่หวังอยู่แต่ก็ยังไม่ได้ขาดยังเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนที่จะต้องชำระเงินทั้งหมด ซึ่งพื้นที่อยู่ด้านหลังบ้านของตระกูลจางชั่งเป็นทำเลที่ดีมากเพียงแค่เปิดประตูหลังบ้านไปก็ติดกับพื้นที่ทำมาหากิน ๆ แต่ชาวบ้านไม่มีวิชาความรู้ที่จะจัดการระบบน้ำและบำรุงดินเมื่อเขาคิดได้ดังนั้นวันนี้เขาจึงให้หนิงเอ๋อไปขอแรงชาวบ้านผู้ชายตัดไม้ไผ่ใหญ่จากทุกสารทิศเพื่อมาทำท่อประปาทำฝายกั้นน้ำและรองน้ำเอาไว้ใช้มายังบ้านของตนเอง"แล้วพวกเขา:จะยอมมาแต่โดยดีหรือเจ้าคะท่านพี่ ไม่มีผู้ใดอยากจะใช้แรงงานในเวลานี้แน่นอนเจ้าค่ะ" หนิงเอ๋อกลัวเหลือเกินว่าจะไม่มีใครมาช่วยตระกูลของเธอที่ยากจนใครอยากจะมาใช้แรงฟรีๆ"เจ้าไม่ต้องเป็นห
"ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง วันนี้เจ้าอยู่บ้านกับท่านพ่อและดูแลลูกให้ดี ข้าจะกลับมาพร้อมกับเงินที่จะไปไถ่ที่ดินและใช้หนี้เถ้าแก่หวัง" จางเสี่ยวหนิงหันมาพูดกับภรรยาเจ้าของร่าง"ท่านพี่ ท่านจะทำอะไรได้! บ้านของเราแม้แต่ข้าวจะกรอกหม้อก็ไม่มี บางบ้านไม่มีอาหารประทังชีวิต บางบ้านลูกน้อยต้องอดตาย พากันตายยกครอบครัวเพราะไม่มีอาหาร ข้ากลัวเหลือเกินว่าฤดูหนาวที่จะมาถึงนี้พวกเรา" หนิงเอ๋อไม่กล้าพูดต่อ"เจ้าไม่ต้องพูดต่อแล้ว ข้าเข้าใจทุกอย่าง ขอให้เจ้าเชื่อใจข้า ข้าจะทำให้พวกเราทุกคนสุขสบายและร่ำรวย ฤดูหนาวที่จะมาถึงพวกเราจะมีอาหารเพียงพอตลอดสามเดือน ข้าให้สัญญา แต่เจ้าช่วยพาพี่ไปดูที่บ้านเราที่ติดจำนองเถ้าแก่หวังได้หรือไม่" จางเสี่ยวหนิงพูดจบก็เดินออกจากบ้านไป"ท่านพี่จำอะไรไม่ได้เลยหรือเจ้าคะ? ว่าที่บ้านของเราอยู่ตรงไหน" หนิงเอ๋อรู้สึกแปลกใจกับการกระทำของสามี"ความจำบางส่วนของข้า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์โดนพวกอันธพาล โยนลงหน้าผาหลังหมู่บ้าน ก็หายไปบางส่วน" สิ่งที่เสี่ยวอ้าวไม่เคยบอกกับภรรยาเจ้าของร่างจางเสี่ยวหนิงเลยเขาก็เปิดเผยมาเล็กน้อย"หมายความว่าเช่นใดเจ้าคะ โยนลงหน้าผาท้ายหมู่บ้าน ท่า
เมื่อเขาเดินมาถึงห้องนอน เลี้ยวซ้ายมองขวา เขาจึงได้เปิดระบบขึ้นมาอีกครั้ง "ระบบ! ข้าขอดูผลการผลิตทั้งหมดในเวลานี้ ในระบบของข้ามีอะไรบ้าง""ระบบกำลังเริ่มประมวลผล เจ้านายกรุณารอสักครู่... -ไก่ยี่สิบตัวตอนนี้ออกไข่ทั้งหมด ห้าร้อยฟอง ท่านสามารถฟักให้เป็นตัวได้เพียงแค่อัพเกรดระบบไข่ไก่ -หมูตอนนี้ มีทั้งหมดสามสิบตัว แม่พันธุ์คลอดลูกออกมาครอกละสิบตัว ท่านต้องซื้อพื้นที่ในการขยายโรงเลี้ยงหมู -และวัวไถนา ที่ท่านยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อในตอนแรก หากวันนี้ตัดสินใจซื้อพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์จำนวนหนึ่งคู่ ระบบจะแถมพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ชั้นดีเป็นวัวนมที่ผลิตน้ำนมได้ทั้งปี-ตอนนี้ระบบอัพเดทเพิ่มเติมมีพื้นที่สำหรับเพาะปลูกพืชและเลี้ยงปลา มีพันธุ์ข้าวสารี,หัวมัน ท่านจะเลือกซื้อและปลูกสิ่งใดในพื้นที่รางวัลนี้มีหนึ่งไร่จางเสี่ยวหนิงที่ฟังระบบได้อัพเดท รายละเอียดทั้งหมดให้เขาได้ฟัง เขาถึงกับยิ้มไม่หุบเมื่อเห็นว่าอาหารที่เขาจะได้จัดเตรียมเอาไว้สำหรับฤดูหนาวที่จะมาถึงในอีกสองเดือน มันเพียงพอที่จะให้เขาอยู่ยาวไปถึงปีหน้าก็ยังได้"ระบบ! ฟักไข่ไก่เป็นตัวสองร้อยตัว และเก็บไข่เอาไว้ ข้าจะนำไปขายที่ตลาด ส่วนหมูขายแล







