LOGINหลินอ้ายถง ถึงจะเป็นพี่น้องกับหลินซูซินแต่ก็คนละแม่ตัวนางนั้นเกลียดผู้ที่ขึ้นชื่อว่าพี่สาวเป็นที่สุดเพราะนังซูซินมีใบหน้าที่สวยสง่าเพราะใบหน้าที่เหมือนท่านแม่ของมันจนเกินไปทำให้ท่านพ่อเกลียดชังใบหน้ามัน มีแต่ท่านย่าที่รักมันคนเดียวคอยดูแลให้ท้ายมันแต่เสียดายที่ตอนนี้ท่านไปสบายเสียแล้ว
"นังซูซินทำไมแกถึงไม่ทำกับข้าวก่อนออกไป ห๊ะ!!"
"อ้ายถงช่วงนี้พี่วุ่นวายมากงานการเรียงรายมากมายให้พี่ต้องทำเลยไม่มีเวลามาทำกับข้าว"
"นั่นมันเรื่องของแกปัญหาของแกไม่เกี่ยวกับข้าหากท่านพ่อรู้เรื่องนี้เข้าแกคงจะโดนลงโทษอีกครา"
"อย่านะอ้ายถง"ทุกครั้งที่อ้ายถงไม่พอใจก็จะนำเรื่องราวทั้งที่จริงและแต่งขึ้นมาไปฟ้องท่านพี่ทำให้ตัวนางนั้นโดนท่านพ่อลงโทษอยู่บ่อยครั้งทำให้ท่านพ่อรังเกียจในตัวนางเข้าไปอีก
ปีนี้นางเองอายุก็จะ 18 หนาวแล้วอีก 3 เดือน แต่ตัวนางเองนั้นยังไม่ได้ออกเรือนไปไหนไม่ใช่ตัวนางไม่อยากแต่งงานมีครอบครัวเพื่อจะออกไปจากที่นี่ แต่เพราะท่านแม่ที่นางเรียกในที่นี้คือแม่เลี้ยงชอบบอกว่านางคือตัวไม่เป็นมงคลอยู่ที่ไหนก็จะนำความฉิบหายเดือดร้อนมาให้ ทั้งท่านพ่อก็ยังโทษว่าที่ท่านแม่ลี่เหมยต้องตายเป็นเพราะคลอดนางจนท่านพ่อเกลียดนางที่เป็นลูกของท่านแท้ๆ
"นี่คืออะไรนังซูซินแกคิดว่ามันกินได้ไหม"
"ที่บ้านเรามีเพียงเท่านี้น้องกินรองท้องไปก่อนนะ"
"ข้าวต้มอะไรมีแต่น้ำขาว ๆ ข้าไม่กิน ท่านแม่ ท่านแม่"อ้ายถงปัดถ้วยข้าวต้มตกพื้นล้มลงมาใส่ที่เท้าของซูซินข้าวต้มที่พึ่งตักขึ้นมาจากในหม้อความร้อนไม่ต้องพูดถึงว่าร้อนเพียงใดเพราะในตอนนี้เท้าน้อยๆ เกิดสีแดงขึ้นจนน่ากลัว
"โอ๊ยๆ ร้อนๆ"
"นังโง่มายืนทำไมตรงนี้"อ้ายถงนางจงใจปัดถ้วยข้าวต้มให้หกใส่เท้าหลินซูซินเพราะหมั่นไส้ไม่ชอบหน้า ใบหน้าผู้พี่ที่ล่อลวงผู้ชายเฉกเช่นพี่ต้าหานคนที่นางนั้นแอบชอบ แต่พี่ต้าหานนั้นชอบนังซูซิน
"พี่…"
"โอ๊ยรำคาญจะไปไหนแกก็ไปๆ"
หลินซูซินรีบนำผ้าออกมาจากบ้านเพื่อที่จะไปลำธารเพื่อซักผ้าของทุกคนในบ้านนางเป็นคนซักทั้งหมดไม่ว่าจะทำอาหาร ทำงานบ้านทุกอย่างล้วนเป็นตัวนางที่ทำทั้งหมด
ที่ลำธารนั้นไม่ค่อยจะมีคนมากเท่าไหร่อาจจะเพราะนางนั้นมาสายแล้ววันนี้ฟางหรงนั้นไม่ได้มาซักผ้าที่ลำธารเหมือนอย่างเคยคงเพราะฟางหรงนางตามท่านลุงฟางเข้าป่าไปล่าสัตว์ ฟางหรงเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของนางในหมู่บ้านนี้ อุปนิสัยของฟางหรงนิสัยนางออกไปทางบุรุษมากกว่าอาจเพราะนางชอบการล่าสัตว์ ใช้คันธ์ธนู เหมือนบุรุษในหมู่บ้าน
"นังหนูซูซินฟางหรงนางหายไปไหนเสียล่ะปกติป้าจะเห็นมาซักผ้าด้วยกันบ่อย"
"ท่านป้าชุนผิงนี่เองวันนี้ฟางหรงนางน่าจะไปล่าสัตว์กับครอบครัวนางเจ้าค่ะฟางหรงนางชอบเจ้าค่ะท่านป้า"
ชุนผิงมองดูสตรีน้อยตรงหน้าที่มีรูปร่างผอมเพรียวบางเพราะต้องทำงานหนักตั้งแต่เด็กหลังจากที่แม่เฒ่าชูหรงจากไปก็ไม่มีใครอยู่คอยปกป้องนังหนูซูซินชีวิตช่างน่าสงสารเหลือเกินมีบิดาที่เกลียดชังตนเองไหนจะแม่เลี้ยงน้องสาวต่างมารดาที่เอารัดเอาเปรียบพี่สาวตนเองทุกอย่างงานบ้านทั้งหมดก็พากันยกให้นังหนูซูซินทำคนเดียวหมด
"อ่อ อย่างนั้นป้าไปก่อนนะ"
"เจ้าค่ะท่านป้า"
หลินซูซินที่ซักผ้าเสร็จแล้วนางกำลังจะลุกแต่ด้วยร่างกายที่เมื่อยล้าทำให้ตัวนางนั้นเซและได้พลัดตกลงในลำธารที่น้ำกำลังไหลเชี่ยวพาร่างนางไปจุดที่น้ำลึกตัวนางเองก็ว่ายนางไม่เป็น
"ชะ…ช่วย…ด้วย"
"ช่วยด้วยเจ้าค่ะ"หลินซูซินเอ่ยเสียงเรียกคนที่อยู่บริเวณโดยรอบให้ช่วยเหลือนางบวกกับสตินางนั้นเริ่มจะจางลงหรือว่าตัวนางจะใกล้ตายเสียแล้วรอข้าหน่อยท่านย่าท่านแม่ลี่เหมย
ชาวบ้านต่างยืนมองเพราะบริเวณโดยรอบมีแต่สตรีกับบุรุษที่ยังไม่ได้ออกเรือนหากลงไปช่วยคงได้แต่งเข้าสกุลหลินที่ไม่มีใครอยากเกี่ยวดองด้วย เพราะรู้อุปนิสัยครอบครัวนี้ดีว่ามีแต่หลินซูซินที่ทำงานทุกอย่างภายในบ้าน หลินห้านจินผู้เป็นพ่อก็มิได้สนใจลูกสาวคนโตที่โดนแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างมารดาโขกสับสารพัด เพียงเพราะโง่งมโทษบุตรสาวที่เกิดมาทำให้ภรรยารักต้องตายจากพลอยทำให้เกลียดชังบุตรสาวคนโตไปด้วย
ร่างน้อยๆ ที่กำลังจะจมลงเหมือนมีแรงฉุดรั้งให้ขึ้นมาแต่บัดนี้สติน้อยได้หมดสติลงโดยมีชาวบ้านต่างมามุงดูว่าตายหรืออยู่ โดยบุคคลที่มาช่วยร่างน้อยคือชายรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราเหมือนไม่ได้ตัดมานานทำให้ผู้พบเห็นเกิดอาการกลัวแต่เพียงบุคคลเท่านั้น บางคนถึงกับชินตาเสียแล้วถึงภายนอกจะดูน่ากลัวแต่หยางไห่ฉวนเป็นคนที่สู้งานทำงานทุกอย่างที่สุจริตเขาทำทุกอย่าง
"ตายหรือไม่อาไห่ฉวน" หนึ่งในกลุ่มชาวบ้านนั้นเอ่ยถามเพราะเห็นร่างน้อยแน่นิ่งไม่ขยับกายนิ่งติ่งเหมือนคนเสียใจ
"ยังนางน่าจะหมดสติเท่านั้น"
"นังหนูซูซินน่าสงสารเสียจริงมีใครไปบอกครอบครัวหลินหรือยังบุตรสาวตกน้ำตกท่า"
"ข้าเห็นมีคนวิ่งไปบอกแล้วเดี๋ยวก็คงจะมากัน"
หลินซูซินจ่ายค่าเช่าเกวียนไป 15 อีแปะ ระหว่างทางกลับบ้านนางเจอชาวบ้านมากมายที่มองมาที่เกวียนที่นางนั้นนั่งเข้ามาและข้าวของที่อยู่บนเกวียน ถึงนางจะหาอะไรปิดไว้แล้วแต่บางส่วนก็หาได้ปิดมิดไม่หยางไห่ฉวนขนของเข้าไปเก็บในบ้านนางเองก็รีบช่วยด้วยยิ่งมีชาวบ้านตาดีเป็นพันคอยแอบมองหาข่าวไปเล่าต่อ ๆ กันในวงนินทา หากหลินเย่ถงรู้ว่านางมีเงินซื้อของมากมายมีหวังอีกไม่นานนางคงจะมาบ้านหยางเป็นแน่หยางไห่หลิงเห็นลูกชายและลูกสะใภ้ซื้อของมามากมายในใจนางก็เกิดความสงสัย แต่ไม่กล้าถามเพราะละอายใจถ้าเป็นเงินของหลินซูซิน นางใช้เงินส่วนตัวซื้อของเข้าบ้านมากมาย แสดงให้เห็นว่าบ้านหยางนั้นยากจนมากเพียงใด ซึ่งมันก็คือความจริงที่เลี่ยงไม่ได้หยางไห่ฉวนนำของเข้าไปเก็บในห้องครัว เขาไม่เคยคิดว่าในห้องครัวจะแคบเท่าวันนี้ที่พื้นที่ในครัวต่างถูกใช้สอยทุกพื้นที่ข้าวของวางเรียงรายเต็มไปหมดจากที่ไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อวันนี้บ้านเขานั้นมีข้าวหุงกินได้หลายเดือน ไหนจะเครื่องปรุงที่บ้านไม่เคยซื้อน้ำตาลและเกลือเลย แต่วันนี้ที่บ้านเขานั้นมีต้องขอบคุณนางหลินซูซินภรรยาตัวน้อยหยางไ
พอขึ้นมานั่งบนเกวียนทำให้หลินซูซินนางอยากจะเดินเข้าเมืองเสียจริง ไม่เคยเห็นคนหรืออย่างไรดูยังกับเห็นของแปลกหยางไห่ฉวนเขารับรู้ถึงสายตาหลายคู่ที่มองมาที่เขาและหลินซูซิน แต่เขานั้นไม่ได้สนใจเพราะปกติคนพวกนี้ก็มองชาวบ้านทุกคนเพื่อจะหาหัวข้อสนทนาตามประสาชาวบ้านปากตลาดที่วัน ๆ เอาแต่จับกลุ่มพูดคุยเรื่องชาวบ้านอย่างเสีย ๆ หาย ๆ“นี่ซูซินพึ่งแต่งงานมาเป็นอย่างไรบ้างบ้านหยางดีหรือไม่” สาวใหญ่ที่แต่งงานแล้วเอ่ยถามด้วยความอย่างรู้“ท่านพ่อท่านแม่พี่ไห่ฉวนดูแลข้าดีมากเจ้าค่ะ” นางตอบกลับไปอย่างนุ่มนวลเพราะน้ำเสียงของท่านป้าท่านนี้ ถามเพราะแค่อยากรู้เท่านั้น ท่านป้าไม่ได้ถามอะไรต่อหยางไห่ฉวนที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดทางนางไม่ได้อายที่มีสามีน่ากลัวเช่นเขาบนเกวียนเมื่อครู่นางตอบกลับท่านป้าอย่างจริงใจ“พี่ไห่ฉวนเราไปโรงหมอกันก่อนดีกว่า” โรงหมอที่หยางไห่ฉวนพานางมานั้นเป็นทั้งที่รักษาคนไข้และร้านขายยาไปในตัว แต่แบ่งพื้นที่กันชัดเจน“คารวะท่านหมอเจ้าค่ะ” ที่นางรู้ว่าบุรุษมากอายุตรงหน้าคงจะเป็นหมอก็ตรงเครื่องแต่งกายที่บ่งบอกถึงอาชีพ“พวกเจ้าเป็นอะไรมาล่ะ”“คือว่าท่านพ่อท่านแม่สามีข้านั้นทานยาพวกนี้ แต่อากา
ในตอนเย็นเป็นหลินซูซินที่เป็นคนเข้าครัวดีหน่อยที่หยางไห่ฉวนกลับไปดูกับดักที่วางไว้ ได้ไก่ป่ามา 2 ตัว เขาจึงนำมาให้นางทำกับข้าวหลินซูซินนางนั้นยิ่งมั่นใจว่าที่นางทะลุมิติมานั้นตัวเองไม่ได้มีตัวช่วยใด ๆ เลยเพราะฉะนั้นต่อจากนี้นางคงจะต้องพึ่งพาตนเอง“พี่ไห่ฉวนมีเกลือหรือไม่” นางพลาดเสียแล้วเกลือนั้นราคาแพงชาวบ้านธรรมดานั้นไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่“ที่นี่ไม่เคยซื้อเกลือเพราะราคาแพง” หยางไห่ฉวนก็ตกใจที่นางถามหาเกลือที่บ้านหลินคงจะมีเกลือใช้ นางถึงถามหาเช่นนี้ ไม่ใช่ทุกบ้านที่จะมีเกลือใช้กันหากไม่ได้มีฐานะทางการเงินดีมากพอ“ข้าขอโทษเจ้าค่ะแล้วปกติพี่ใช้อะไรดับกลิ่นคาวพวกนี้เจ้าคะ”“ปกติข้ามีหน้าที่แค่นำพวกมันไปชำแหละต้องถามท่านแม่” หยางไห่ฉวนเดินออกไปตามท่านแม่เข้ามาในครัว“ท่านแม่เจ้าคะท่านใช้อะไรดับกลิ่นคาวไก่พวกนี้”“แม่ไม่รู้ว่าสมุนไพรนี้ชื่อว่าอะไรแต่มันสามารถดับกลิ่นคาวได้” หยางไห่หลิงเดินไปหยิบต้นสมุนไพรที่นางเก็บมาเมื่อสี่วันก่อน“ท่านแม่สิ่งนี้เรียกว่าต้นตะไคร้เจ้าค่ะช่วยดับกลิ่นคาวได้ดีแถมมีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิต แก้ไข้ ขับลม แก้ปวดท้อง และอีกมากมายเลยเจ้าค่ะท่านแม่ท่านเจอของดีเสีย
หลังจากที่ทานข้าวกันเสร็จหลินซูซินก็นั่งย่อยอยู่สักพัก แต่ด้วยร่างกายที่เหนื่อยล้ามานานจึงเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้“ตื่นแล้วก็ลุกมาล้างหน้าล้างตาเช็ดตัวซะท่านแม่เตรียมน้ำมาให้พรุ่งนี้เจ้าค่อยอาบข้าจะไปหาบน้ำมาเติมให้” ถึงบ้านเขานั้นจะไม่ได้รวย แต่ก็มีห้องน้ำ เพราะเพื่อความสะดวกสบายของท่านพ่อท่านแม่“ให้ข้าเช็ดตัวตอนนี้รึ”“แล้วแต่เจ้าข้าไม่ได้บังคับ”“พี่เช็ดตัวแล้วรึ”“อืม” หลินซูซินคิดในใจนางก็อดเห็นกล้ามหน้าท้องแน่น ๆ สิ โดยไม่รู้เลยว่าใบหน้านางได้แสดงออกทุกอย่างทางความคิดของตัวเอง“เจ้าช่วยหยุดคิดลามกกับข้าก่อนได้ไหม”พลันหลินซูซินได้สติตื่นจากความคิดลามกกับคนตรงหน้า “ข้าเปล่าพี่มั่วแล้ว ข้าไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ”“ข้าจะเชื่อก็ได้แม้ว่าหน้าเจ้ามันจะสื่อทุกอย่างก็ตาม”หลินซูซินที่เหมือนนางจะถูกด่าทางตรงเลย บุรุษผู้นี้ปากดีเสียจริงหากไม่ติดว่าร่างกายนี้อ่อนแรงร่างผอมเพรียว นางจะจับมาจูบให้ล้มเสียจริง“เสร็จแล้วก็มาทานข้าวที่บ้านข้านั้นไม่ได้มีอาหารดี ๆ เท่าไรเจ้าทานไปก่อนก็แล้วกัน พรุ่งนี้ข้าจะขึ้นเขาไปวางกับดักสัตว์”“ข้าทานได้ที่บ้านนั้นก็ทานไม่ต่างจากบ้านพี่เท่าไรนัก” เพราะหากว่าบ้านเ
หลินซูซินที่เดินตามร่างบุรุษใหญ่เงียบ ๆ ระหว่างทางไม่ได้มีบทสนทนาใด ๆ ใจนางก็อยากชวนคุย แต่อีกใจนางก็กลัวเขาอยู่นิด ๆระหว่างทางก็มีเสียงซุบซิบของชาวบ้านที่เดินตามทางบ้าง แต่นางไม่ได้สนใจ นางสนใจแต่แผ่นหลังที่ใหญ่และแน่นข้างหน้าต่างหาก“ที่บ้านข้ามีท่านพ่อท่านแม่ครอบครัวเรามีกันแค่สามคน” หยางไห่ฉวนเอ่ยพูดคุยกับหลินซูซินเป็นครั้งแรก“เอ่อ พี่ไห่ฉวนข้านั้นพอทราบมาบ้างท่านพ่อได้เอ่ยกับข้าก่อนที่จะมาเจ้าค่ะ” หลินซูซินตอบกลับไปอย่างเกร็ง ๆ“ที่บ้านข้านั้นไม่ได้มีที่ทางใดไม่มีงานใดให้เจ้าจะต้องทำ”“พี่ไม่ต้องห่วงข้าจะไม่มาอยู่บ้านพี่เฉย ๆ แน่ข้าจะช่วยงานในบ้านดูแลท่านพ่อท่านแม่ตอนที่พี่ไม่อยู่ได้ ข้าทำงานบ้านทำกับข้าวได้นะ” หลินซูซินเอ่ยอย่างตาโตหยางไห่ฉวนฟังสตรีด้านหลังเอ่ยกับเขาราวกับสนิทสนมไม่ได้มีความเกร็งเหมือนช่วงแรก ๆ ที่พูดคุยกัน“เจ้าคงรู้อยู่แล้วว่าท่านพ่อท่านแม่ร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรง”“เจ้าค่ะพี่ไห่ฉวน” หยางไห่ฉวนเขานั้นไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อ เพียงเดินเงียบ ๆ“ถึงแล้วบ้านข้าอาจจะเล็กกว่าบ้านเจ้าอยู่มากโข”“บ้านหลังใหญ่ใช่ว่าจะอยู่แล้วมีความสุขเสียหน่อย”“เข้าบ้านกันเถอะ” เป็นหยางไ
หยางไห่ฉวนเดินเข้ามาในบ้านหลินพร้อมหมูป่าตัวโตใหญ่ สร้างความตาโตให้กับหลินเย่ถงและหลินอ้ายถงเป็นอย่างมาก ต่างกับหลินห้านจินที่ไม่ได้มีความตื่นเต้นหรือตกใจอะไร เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายก็เป็นนายพรานที่เก่งกาจเช่นกัน“มาแล้วหรืออาไห่ฉวนอย่าถือสาอาเย่ถงกับอ้ายถงเลยนะทั้งสองคนก็พูดไปเรื่อยเปื่อย” หลินห้านจินรู้ว่าหยางไห่ฉวนได้ยินบทสนทนาของภรรยาและลูกสาวคนเล็ก“ข้าไม่ใส่ใจขอรับท่านลุงห้านจิน”“ท่านลุงอะไรกันต่อไปก็เรียกท่านพ่อเถอะ”สองคนแม่ลูกที่ถูกตอกกลับจากหยางไห่ฉวนอย่างคนกักขฬะ คนผู้นี้ก็เหมาะกับหลินซูซินดี บุรุษกักขฬะ อัปลักษณ์ น่ากลัว ป่าเถื่อนเช่นนี้มันดีจริงๆหลินซูซินที่ออกมาตามคำสั่งของผู้เป็นพ่อก็สบตาเข้ากับคนที่ช่วยเจ้าของร่างเดิมไว้ หยางไห่ฉวนคำหอมไม่ได้แปลกใจที่ใคร ๆ ก็กลัวบุรุษตรงหน้านางเองก็กลัวเหมือนกันหน้าโหดไม่ไหว“ท่านพ่อข้าต้องขออภัยที่ท่านพ่อท่านแม่ไม่สามารถมาร่วมในพิธีได้”“ไม่เป็นไรหยางไห่กับหยางไห่หลิงร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเจ้าอย่าคิดมากอาไห่ฉวน”“หลินซูซินมาหาพ่อ” คำหอมแปลกใจเป็นอย่างมากที่หลินห้านจินปฏิบัติกับนางเหมือนลูกรักซึ่งต่างจากเมื่อก่อนเป็นอย่







