로그인คืนนั้น ข่าวหม่าหยวนถูกจับไปถึงจ้าวเหิง เขารีบส่งข่าวออกนอกวัง ในจวนกุ้ย กุ้ยจงเหยาฟังแล้วนิ่งอยู
คืนนั้น ข่าวหม่าหยวนถูกจับไปถึงจ้าวเหิง เขารีบส่งข่าวออกนอกวัง ในจวนกุ้ย กุ้ยจงเหยาฟังแล้วนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง“หม่าหยวนถูกพบได้อย่างไร”“เริ่มจากตารางส่งของในบัญชีฝ่ายในขอรับ”“ใครพบ”คนรายงานลังเล “อันเฟยขอรับ”“อันเฟย?” ดวงตากุ้ยจงเหยาเย็นลง“ขอรับ แต่นางอาจไม่รู้ว่าหม่าหยวนเป็นคนของเรา เพราะเขาไม่ได้อยู่ในช่องทางเดียวกับนาง”กุ้ยจงเหยาเคาะนิ้วกับโต๊ะ นี่คือข้อดีของเครือข่ายที่แบ่งเป็นชั้น อันเฟยรู้จ้าวเหิงแต่ไม่ควรรู้คนทั้งหมดของเขา ดังนั้นการพบหม่าหยวนอาจเป็นเพียงการทำงานตามปกติจริง ๆ“จ้าวเหิงว่าอย่างไร”“อันเฟยยังส่งข่าวมาตามเดิมขอรับ ไม่มีท่าทีเปลี่ยนไป”กุ้ยจงเหยาเงียบก่อนกล่าว “เช่นนั้นอย่าแตะนาง”“ขอรับ”“ตัดเส้นทางของหม่าหยวนทั้งหมด”“ขอรับ”“ส่วนอันเฟย…”เขาหรี่ตา “ใช้ต่อ”ขณะเดียวกัน ภายในต
วันที่ยี่สิบเอ็ด หม่าหยวนเข้าไปตามปกติหลังจากนั้นประมาณหนึ่งเค่อ ขันทีอีกคนเข้าทางประตูหลัง ทั้งสองไม่ออกมาพร้อมกัน ชายคนที่สองออกก่อน หม่าหยวนออกตามหลังเกือบครึ่งชั่วยาม เฉินอวี้ไม่จับ เขาตามชายคนที่สอง ชายคนนั้นออกจากวังในวันเดียวกันโดยใช้ใบอนุญาตส่งของ และเข้าไปในโรงน้ำชาเล็กแห่งหนึ่งทางตะวันตกของเมืองคนที่รออยู่ในห้องชั้นสองเป็นพ่อค้าขายม้า พ่อค้าคนนั้นมีชื่อว่า เผิงฉี และเผิงฉีเคยส่งม้าให้กองทัพตะวันตกเมื่อหลายปีก่อน เฉินอวี้ตามต่อสองวันภายหลัง เขาพบว่าเผิงฉีไม่ได้พบกุ้ยจงเหยาโดยตรง แต่พบชายคนหนึ่งซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยฝ่ายเสบียงของหน่วยทหารภายใต้การบังคับบัญชาของกุ้ยจงเหยา เส้นทางยังไม่ถึงแม่ทัพแต่ใกล้พอแล้วหลินเวยฟังรายงานทั้งหมดในห้องด้านใน“หม่าหยวนส่งอะไรออกไป”“ยังไม่ทราบทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ แต่คนของกระหม่อมแอบตรวจช่องเก็บของหลังจากพวกเขาออกไป พบเศษกระดาษที่เผาไม่หมด”เฉินอวี้วางเศษกระดาษลงเหลือข้อความเพียงไม่กี่คำ ตรวจคลัง วันที่สิบสี่ ตำหนักตะวันออกหลิ
ขันทีเงียบไป เขาอยู่กับผู้เป็นนายมานานพอจะรู้ว่า นี่ต่างหากคือสิ่งที่อันตราย หลินเวยไม่ใช่คนที่จะกล่าวหาใครเพราะความรู้สึก แต่เมื่อใดที่นางเริ่มสนใจคนคนหนึ่งเป็นพิเศษ เมื่อนั้นรายละเอียดทุกอย่างจะถูกจดจำ“เราควรหยุดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”อันเฟยเงยหน้า “หยุดอะไร”“การติดต่อกับคนของกุ้ยจงเหยา”“ถ้าหยุดตอนนี้จะเกิดอะไรขึ้น”ขันทีคิด “แม่ทัพกุ้ยอาจสงสัย”“ไม่ใช่แค่เขา ฮองเฮาก็จะสงสัย” อันเฟยวางถ้วย“เหตุใดพ่ะย่ะค่ะ”นางยิ้มบาง ๆ “เพราะคนที่เคยทำงานได้ดีมาตลอด หากหลังจากถูกถามเพียงครั้งเดียวกลับเริ่มระวังตัวผิดปกติ เริ่มลดงาน เริ่มหลีกเลี่ยง เริ่มไม่ยอมแตะเรื่องสำคัญ…เท่ากับกำลังบอกนางว่าคำถามของนางแทงถูกจุด”ขันทีเริ่มเข้าใจ “ดังนั้นพระสนมจะทำเหมือนเดิม?”“ไม่ ข้าจะทำให้ดีกว่าเดิม” อันเฟยตอบชายตรงหน้าตกใจ “ดีกว่าเดิม?”“ใช่ เมื่อนางมองข้า ข้าก็จะให้สิ่งที่นางควรเห็น
อันเฟยเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยนี่เป็นข้อมูลที่ไม่ได้ประกาศทั่วไป หลินเวยจงใจพูด นางกำลังดูปฏิกิริยาเสิ่นอันหรานกลับเพียงพยักหน้า “เช่นนั้นต้องตรวจว่าปิ่นอยู่จริงหรือไม่เพคะ”“อยู่”“ใครเห็นว่านางหยิบ?”“เจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่ง”“หลังจากนั้นมีคนเห็นนางอีกหรือไม่”หลินเวยไม่ตอบอันเฟยชะงัก ก่อนยิ้มเล็กน้อย “หม่อมฉันถามมากเกินไปแล้วเพคะ”“ทำไมไม่ถามต่อ”“เพราะดูเหมือนฮองเฮาจะกำลังสืบอยู่”ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ ชิงหลัวแทบกลั้นหายใจ“เจ้ารู้ได้อย่างไร” หลินเวยกลับถามเรียบ ๆ“ถ้าไม่ได้สืบ พระองค์คงไม่รู้ว่านางกลับไปเอาปิ่น และคงไม่ถามหม่อมฉันละเอียดเช่นนี้เพคะ” คำตอบตรงเกินคาด“เจ้าคิดว่าข้าสงสัยเจ้า?”อันเฟยนิ่งไปจากนั้นวางถ้วยชาและลุกขึ้นคุกเข่า “หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ”“ข้าถามว่าเจ้าคิดหรือไม่”“คิดเพคะ”ชิงห
มีนางกำนัลคนหนึ่งจำได้ว่าตอนเกือบกลางยามซวีเหมือนได้ยินเสียงคนพูดใกล้ทางเดินหลังสำนักบัญชี แต่ฝนตกหนักจนฟังไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิง ขันทีเวรกลางคืนอีกคนเห็นเงาคนถือร่มเดินผ่านสวนด้านหลังสองคน แต่ไม่เห็นหน้าส่วนรอยฟกช้ำบนแขนของซูเยว่ หมอหลวงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกิดจากการถูกจับหรือกระแทกขอบบ่อ ไม่มีหลักฐานฆาตกรรมแต่ก็ไม่มีสิ่งใดยืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุอย่างแน่นอน เฉินอวี้จึงยังไม่หยุดและหลินเวยยังไม่บอกอันเฟยสามวันหลังพบศพซูเยว่ หลินเวยสั่งให้ห้องเครื่องเตรียมชาใหม่จากเจียงหนาน ไม่ได้จัดงานเลี้ยง ไม่ได้เรียกสนมคนอื่น มีเพียงชาสองถ้วยกับขนมสี่อย่างในศาลาเล็กด้านหลังตำหนักคุนหนิงชิงหลัวมองโต๊ะแล้วถาม “ฮองเฮาจะเชิญผู้ใดหรือเพคะ”“อันเฟย”“พระองค์จะถามเรื่องซูเยว่?” ชิงหลัวหยุดมือทันที“คุยเรื่องงานแล้วถามเรื่องซูเยว่ด้วย” หลินเวยตอบ“จะถามตรง ๆ หรือเพคะ”“ถ้าถามตรง นางก็รู้ว่าข้ากำลังสงสัย”“แต่พระองค์ไม่ได้สงสัยนางหรือเพคะ”&ldqu
ชิงหลัวชะงัก จริง การกลับไปเอาของชิ้นเล็กที่ลืมไว้เป็นพฤติกรรมของคนที่ยังคิดถึงวันพรุ่งนี้ ไม่ใช่หลักฐานเด็ดขาด แต่ก็ทำให้สมมติฐานฆ่าตัวตายอ่อนลงเย็นนั้น ข่าวการตายของซูเยว่แพร่ไปทั่วฝ่ายใน คนส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ ฝนตก พื้นลื่น บ่อเก่า หญิงสาวเดินคนเดียวตอนกลางคืน เหตุผลครบถ้วนจนไม่มีใครคิดไกลกว่านั้นอันเฟยก็ได้รับข่าวเช่นกัน นางกำลังตรวจรายการเบี้ยหวัดเมื่อสาวใช้เข้ามาบอก“พระสนมเพคะ ซูเยว่ที่สำนักบัญชีเสียชีวิตแล้วเพคะ”มือที่ถือพู่กันหยุด “ซูเยว่?”“เจ้าหน้าที่หญิงที่เคยคัดบัญชีของพวกเราเพคะ”อันเฟยเงยหน้า “ตายอย่างไร”“ตกบ่อน้ำเมื่อคืนเพคะ”“อุบัติเหตุ?”“ทุกคนพูดเช่นนั้นเพคะ”“น่าสงสาร” เสิ่นอันหรานเงียบไปเล็กน้อย นางวางพู่กัน “นางมีครอบครัวหรือไม่”“มีมารดากับพี่สาวเพคะ”“ส่งเงินช่วยตามระเบียบ”“พระสนมจะใช้เงินส่วนพระองค์หรือเพคะ”







