ANMELDENชิงหลัวชะงัก จริง การกลับไปเอาของชิ้นเล็กที่ลืมไว้เป็นพฤติกรรมของคนที่ยังคิดถึงวันพรุ่งนี้ ไม่ใช่
อันเฟยเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยนี่เป็นข้อมูลที่ไม่ได้ประกาศทั่วไป หลินเวยจงใจพูด นางกำลังดูปฏิกิริยาเสิ่นอันหรานกลับเพียงพยักหน้า “เช่นนั้นต้องตรวจว่าปิ่นอยู่จริงหรือไม่เพคะ”“อยู่”“ใครเห็นว่านางหยิบ?”“เจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่ง”“หลังจากนั้นมีคนเห็นนางอีกหรือไม่”หลินเวยไม่ตอบอันเฟยชะงัก ก่อนยิ้มเล็กน้อย “หม่อมฉันถามมากเกินไปแล้วเพคะ”“ทำไมไม่ถามต่อ”“เพราะดูเหมือนฮองเฮาจะกำลังสืบอยู่”ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ ชิงหลัวแทบกลั้นหายใจ“เจ้ารู้ได้อย่างไร” หลินเวยกลับถามเรียบ ๆ“ถ้าไม่ได้สืบ พระองค์คงไม่รู้ว่านางกลับไปเอาปิ่น และคงไม่ถามหม่อมฉันละเอียดเช่นนี้เพคะ” คำตอบตรงเกินคาด“เจ้าคิดว่าข้าสงสัยเจ้า?”อันเฟยนิ่งไปจากนั้นวางถ้วยชาและลุกขึ้นคุกเข่า “หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ”“ข้าถามว่าเจ้าคิดหรือไม่”“คิดเพคะ”ชิงห
มีนางกำนัลคนหนึ่งจำได้ว่าตอนเกือบกลางยามซวีเหมือนได้ยินเสียงคนพูดใกล้ทางเดินหลังสำนักบัญชี แต่ฝนตกหนักจนฟังไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิง ขันทีเวรกลางคืนอีกคนเห็นเงาคนถือร่มเดินผ่านสวนด้านหลังสองคน แต่ไม่เห็นหน้าส่วนรอยฟกช้ำบนแขนของซูเยว่ หมอหลวงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกิดจากการถูกจับหรือกระแทกขอบบ่อ ไม่มีหลักฐานฆาตกรรมแต่ก็ไม่มีสิ่งใดยืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุอย่างแน่นอน เฉินอวี้จึงยังไม่หยุดและหลินเวยยังไม่บอกอันเฟยสามวันหลังพบศพซูเยว่ หลินเวยสั่งให้ห้องเครื่องเตรียมชาใหม่จากเจียงหนาน ไม่ได้จัดงานเลี้ยง ไม่ได้เรียกสนมคนอื่น มีเพียงชาสองถ้วยกับขนมสี่อย่างในศาลาเล็กด้านหลังตำหนักคุนหนิงชิงหลัวมองโต๊ะแล้วถาม “ฮองเฮาจะเชิญผู้ใดหรือเพคะ”“อันเฟย”“พระองค์จะถามเรื่องซูเยว่?” ชิงหลัวหยุดมือทันที“คุยเรื่องงานแล้วถามเรื่องซูเยว่ด้วย” หลินเวยตอบ“จะถามตรง ๆ หรือเพคะ”“ถ้าถามตรง นางก็รู้ว่าข้ากำลังสงสัย”“แต่พระองค์ไม่ได้สงสัยนางหรือเพคะ”&ldqu
ชิงหลัวชะงัก จริง การกลับไปเอาของชิ้นเล็กที่ลืมไว้เป็นพฤติกรรมของคนที่ยังคิดถึงวันพรุ่งนี้ ไม่ใช่หลักฐานเด็ดขาด แต่ก็ทำให้สมมติฐานฆ่าตัวตายอ่อนลงเย็นนั้น ข่าวการตายของซูเยว่แพร่ไปทั่วฝ่ายใน คนส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ ฝนตก พื้นลื่น บ่อเก่า หญิงสาวเดินคนเดียวตอนกลางคืน เหตุผลครบถ้วนจนไม่มีใครคิดไกลกว่านั้นอันเฟยก็ได้รับข่าวเช่นกัน นางกำลังตรวจรายการเบี้ยหวัดเมื่อสาวใช้เข้ามาบอก“พระสนมเพคะ ซูเยว่ที่สำนักบัญชีเสียชีวิตแล้วเพคะ”มือที่ถือพู่กันหยุด “ซูเยว่?”“เจ้าหน้าที่หญิงที่เคยคัดบัญชีของพวกเราเพคะ”อันเฟยเงยหน้า “ตายอย่างไร”“ตกบ่อน้ำเมื่อคืนเพคะ”“อุบัติเหตุ?”“ทุกคนพูดเช่นนั้นเพคะ”“น่าสงสาร” เสิ่นอันหรานเงียบไปเล็กน้อย นางวางพู่กัน “นางมีครอบครัวหรือไม่”“มีมารดากับพี่สาวเพคะ”“ส่งเงินช่วยตามระเบียบ”“พระสนมจะใช้เงินส่วนพระองค์หรือเพคะ”
บ่อน้ำเก่าแห่งนั้นไม่ได้ใช้สำหรับดื่มมาหลายปีแล้ว แต่ยังเก็บไว้สำหรับงานซักล้างและรดต้นไม้ ปากบ่อสูงเพียงระดับเข่า ขอบหินมีตะไคร่น้ำขึ้นเพราะฝนเมื่อคืนขันทีสองคนช่วยกันดึงร่างหญิงสาวขึ้นมาทันทีที่ใบหน้าซีดขาวปรากฏพ้นน้ำ คนผู้หนึ่งก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ“ซูเยว่!” ชื่อของนางทำให้ทุกคนรอบบ่อนิ่งงันซูเยว่คือเจ้าหน้าที่หญิงซึ่งมีหน้าที่คัดสำเนาบัญชีเบี้ยหวัดชุดที่ชิงหลัวเพิ่งพบความผิดพลาดเมื่อไม่กี่วันก่อน นางเป็นคนเดียวกับที่เคยยืนยันว่า หลังส่งบัญชีแล้วไม่ได้กลับไปแตะเอกสารอีกและเช้าวันนี้ นางกลายเป็นศพอยู่ในบ่อน้ำ ข่าวถูกส่งถึงตำหนักคุนหนิงในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามชิงหลัวเข้ามาอย่างรีบร้อน สีหน้าซีดผิดปกติ “ฮองเฮาเพคะ เกิดเรื่องแล้ว”หลินเวยวางพู่กัน “อะไร”“ซูเยว่ตายแล้วเพคะ”มือของหลินเวยหยุดทันที “ซูเยว่?”“เจ้าหน้าที่หญิงที่คัดบัญชีชุดนั้นเพคะ”หลินเวยลุกขึ้น “ตายอย่างไร”“ตกบ่อน้ำด้านหลังสำนักบัญชี ทุกคน
“มีร่องรอยหรือไม่” หลินเวยถาม“ตรงนี้หมึกเข้มกว่าบรรทัดอื่นเล็กน้อยพ่ะย่ะค่ะ”ชิงหลัวรีบมอง “หมายความว่าแก้จริง?”“มีความเป็นไปได้สูง”เฉินอวี้ตอบ “อาจใช้วิธีขูดผิวหมึกเดิมออกบางส่วนแล้วเขียนทับใหม่ คนที่ทำมือเบามาก”“แล้ววงหมึกของชิงหลัว?”“น่าจะใช้กระดาษชื้นแตะออกตอนหมึกยังไม่แห้งสนิท หรือใช้สารบางอย่างลดสี”หลินเวยมองสมุด “ทำได้เร็วแค่ไหน”“ถ้าชำนาญ ไม่ถึงหนึ่งเค่อพ่ะย่ะค่ะ”นั่นหมายความว่าคนทำไม่ต้องขโมยสมุดออกไป เพียงนั่งอยู่กับมันไม่กี่นาที“ตรวจว่าใครเข้าออกทั้งหมดและอย่าให้ข่าวออกไป”“รับพระบัญชา”ชิงหลัวลังเล “ฮองเฮาเพคะ เรื่องนี้ควรบอกอันเฟยหรือไม่”คำถามทำให้ห้องเงียบ บัญชีนี้อยู่ในความรับผิดชอบของอันเฟย ตามปกติควรแจ้งนางทันทีแต่ถ้ามีคนกำลังปกปิดอะไรอยู่ การบอกทุกคนเร็วเกินไปอาจทำให้ผู้ลงมือรู้ตัวหลินเวยคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ยังไม่
ชิงหลัวเริ่มจริงจังขึ้น สองจุดยังไม่มากแต่บัญชีของอันเฟยที่ผ่านมาแทบไม่เคยมีความผิดพลาดเช่นนี้ นางเรียกเจ้าหน้าที่บัญชีหญิงเข้ามา“เจ้าเป็นคนทำสำเนาเล่มนี้หรือไม่”“เพคะ”“ตรวจยอดก่อนส่งแล้ว?”“ตรวจแล้วเพคะ”“ใครตรวจต่อ”“พระสนมอันเฟยเพคะ หลังจากนั้นผู้ดูแลคลังลงชื่อ แล้วจึงส่งมาตำหนักคุนหนิง”“ระหว่างทางมีใครจับเอกสารหรือไม่”เจ้าหน้าที่คิด “น่าจะมีนางกำนัลนำมาส่งเพคะ แต่เอกสารอยู่ในกล่องปิดผนึก”ชิงหลัวพยักหน้า “เอาบัญชีต้นฉบับจากคลังมาให้ข้า”“เพคะ”ไม่นานต้นฉบับก็มาถึง ชิงหลัวเปิดหาเหอไฉเหริน ตัวเลขในต้นฉบับคือ สามตำลึงหกเฉียน ตรงกับใบประเมิน นางจึงกลับไปดูบัญชีสำเนาที่อยู่ตรงหน้า สามตำลึงแปดเฉียน“เขียนผิดตอนคัดลอก?” นางกำนัลเสนอชิงหลัวพยักหน้า เป็นไปได้ จากนั้นตรวจถ่าน ต้นฉบับระบุยอดคงเหลือห้ากระสอบ สำเนาระบุสี่ อีกครั้งเป็







