로그인ปาโก้พานาลินเดินลัดเลาะไปตามชายป่า เส้นทางนี้เขามักจะไปเก็บผักป่าและผลไม้ป่าอยู่เป็นประจำ
“แน่ใจนะว่าพี่ชายเจ้าจะไม่ตามมา” นาลินโกรธจาซูมาก เรื่องที่เขาเข้าข้างเนลี ไม่ใช่เพราะเธอคิดพิสวาสอะไรเขาหรอก แต่เพราะมันทำให้เธอรู้สึกเสียหน้า และเสียอำนาจ
“ไม่ตามมาหรอก ท่านพี่ต้องรีบไปช่วยบ้านอาจูล้มหมู ที่ท่านพี่ตามมาเจอท่าน เพราะข้าเป็นคนวิ่งไปบอกเอง ว่าพี่นาลินตีกับเนลี”
“แล้วเราจะเดินไปอีกไกลไหม ข้าเริ่มเหนื่อยแล้วนะ” หญิงสาวเริ่มบ่น ถึงเธอจะอยากออกมาเดินยืดเส้นยืดสาย แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะเดินออกมาไกลขนาดนี้
“พี่นาลินบอกว่าอยากไปตรงที่ไม่มีคนไม่ใช่หรือ”
“ก็ใช่ แต่นี่มันก็ไกลมากแล้วนะ”
“อีกไม่ไกลแล้ว ตรงนั้นมีผลไม้ที่พี่จาซูชอบ ถ้าเราเก็บกลับไปด้วย เราจะได้ไม่ถูกตำหนิที่วันนี้ข้าพาพี่เข้าป่ามาตามลำพัง” นาลินกรอกตาอย่างหงุดหงิด แค่เข้าป่ามาสองคนก็ไม่ได้หรือไง
ไม่นานตามที่ปาโก้ว่า พวกเขาทั้งสองคนก็เดินมาถึงลำธารขนาดกลางที่ทอดผ่านป่าใหญ่ รอบๆ มีต้นไม้ที่มีผลอร่อยเป็นของชอบของจาซูขึ้นกระจายทั่วบริเวณ
“พี่นาลินนั่งพักก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าไปตักน้ำให้ แล้วข้าจะไปเก็บผลไม้กับผักแถวๆ นี้ก่อน” ปาโก้พูดก่อนจะเดินไปตักน้ำมาให้นาลิน แล้วรีบไปเก็บผลไม้
นาลินนั่งเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์ของป่าอยู่สักครู่ เธอก็คิดอะไรสนุกๆ ขึ้นมาได้ ‘ได้เข้าป่ามาอยู่กับหนุ่มน้อยกล้ามแน่นสองต่อสองทั้งที เรื่องอะไรจะมานั่งเล่นชมนกชมไม้’ เมื่อคิดได้อย่างนั้น เธอก็เริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากตัวจนหมด แล้วนั่งลงบนโขดหินก้อนใหญ่ รอให้ปาโก้กลับมาเจอ
“ข้าไม่ได้มาดูหลายวัน ผลไม้พวกนี้สุกเต็มหมดแล้ว...” ชายหนุ่มเดินกลับมา เมื่อเจอนาลินนั่งเปลือยล่อนจ้อนอยู่ก็ชะงักไปเล็กน้อยด้วยความตกใจ
“กลับมาช้าจังเลยนะ จนข้าหนาวหมดแล้ว” หญิงสาวพูดพลางลุกยืนขึ้นแล้วเดินตรงไปหาปาโก้ที่ยืนแข็งทื่ออยู่
“ทำไมท่านถึง....”
“อะไร? หมายถึงทำไมถึงแก้ผ้าแบบนี้น่ะเหรอ” เธอพูดพลางให้มือช้อนคางของปาโก้ให้เงยขึ้นจากพื้นดินมามองเธอ
“ข้าไม่กล้ามอง”
“ทำไม”
“ข้า...”
“ข้าบอกแล้วนี่ว่าข้ามีรางวัลจะให้เจ้า เจ้าทำดีเจ้าปกป้องข้า”
“ข้ากลัวว่าถ้าพี่จาซูรู้ แล้วพี่จาซูจะโกรธ”
“ก็อย่าให้เขารู้สิ” เมื่อเห็นว่าปาโก้จะหัวอ่อนเกินไป และถ้าเธอไม่รุกเอง เขาคงไม่กล้าเป็นฝ่ายเริ่มอย่างแน่นอน
นาลินเอื้อมมือไปโน้มศีรษะของเด็กหนุ่มลงมาประกบจูบ ริมฝีปากหนาของปาโก้ถูกนาลินบดขยี้อย่างเอาแต่ใจ สัมผัสแรกที่เขาได้ลิ้มรสจูบของสาวรุ่นพี่ มันเป็นสัมผัสที่เขาไม่เคยได้รับจากที่ไหนมาก่อน ความรู้สึกร้อนวูบทั้งร่างกายแผ่ซ่านและพุ่งลงสู่ใต้สะดือจนอวัยวะส่วนที่เป็นอาวุธประจำกายตั้งชันขึ้นทันที
“เป็นอย่างไร นี่เป็นจูบแรกหรือเปล่า” หญิงสาวถอนริมฝีปากออกแล้วเอ่ยถาม เธอมองปฏิกิริยาของเด็กหนุ่มตรงหน้า แล้วก็มั่นใจทันทีว่าเธอทำสำเร็จแล้ว
นาลินทำทีเป็นผละตัวออก เธออยากให้ปาโก้เป็นฝ่ายรุกบ้าง เธอชอบเวลาที่ถูกผู้ชายเข้าหาและทำท่าเหมือนว่าอยากจะได้เธอนักหนา และทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน ปาโก้รีบเดินตามมาคว้าแขนของเธอให้หันกลับไป เขาประกบริมฝีปากแล้วจูบนาลินอย่างไม่ประสานัก
หญิงสาวอาศัยจังหวะนั้นปลดเชือกกางเกงผ้าฝ้ายของชายหนุ่ม แล้วปล่อยให้กางเกงหล่นลงไปกองที่พื้น มือเรียวกำเข้าที่ท่อนเอ็นที่ในตอนนี้พองตัวเต็มที่ มันทั้งใหญ่และยาวเสียจนเธอกำแทบไม่มิด
“อื้ม....” หญิงสาวร้องครางเมื่อปาโก้เริ่มชอนไชลิ้นเข้ามาในโพรงปากของเธอ ‘นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าสัญชาตญาณ’
“เจ้าอยากทำอะไรอีกก็ทำเลยนะ วันนี้มีโอกาสแล้ว” นาลินบอกกับเด็กหนุ่ม โดยที่มือของเธอก็ยังคงสาวรูดอยู่ที่ท่อนเอ็นของเขา
“ข้าไม่เคย...ข้าไม่รู้ว่าต้อง...ทำอะไร” เด็กหนุ่มพูดอย่างขวยเขิน
“เจ้าเห็นอะไรมาบ้างแล้วล่ะ เจ้าเห็นพี่ชายของเจ้าทำอะไรข้า” ปาโก้คิดอยู่ครู่เดียวเขาก็เลือกที่จะจับเข้าที่หน้าอกอวบแสนยั่วยวนของนาลิน และบีบมันอย่างสนุกมือ นาลินโอบแขนเข้าที่คอของเด็กหนุ่มและบดเบียดอกกลมของตัวเองไปบนมัดกล้ามหน้าอกของเขา
ปาโก้อุ้มเธอขึ้นแล้วเดินไปที่โขดหินก้อนใหญ่ ที่พอจะนั่งระเริงรักกันได้ เขาวางเธอลงก่อนจะย่อตัวลงนั่ง นาลินรู้ทันทีว่าปาโก้ต้องการจะทำอะไร
“อยากชิมหรือ” เธอถามพลางอ้าขารับ ปาโก้นิ่งคิดอยู่สักครู่อย่างกล้าๆ กลัวๆ มือเรียวของหญิงสาวจึงเอื้อมไปประคองศีรษะของเด็กหนุ่มให้แนบชิดเนินเนื้อสาวของเธอ ปาโก้ค่อยๆ ดูดที่กลีบเนื้ออวบอูมทีละนิด เมื่อเริ่มคุ้นชินกับรสชาติก็เริ่มใช้ลิ้นละเลงเลีย
สัมผัสนุ่มนิ้มและเยิ้มยืดทำให้เขาตื่นเต้น มันคือสัมผัสที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน มันตื่นเต้นและรู้สึกเสียวยิ่งได้ยินเสียงครวญครางของนาลินร้องเรียกชื่อของเขา มันก็ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของเด็กหนุ่มให้กล้าทำทุกอย่างที่อยากทำ
หลังอาหารเช้า จาซูหยิบหอกกับตาข่ายเตรียมออกไปตรวจบ่วง เขาหันกลับมามองนาลินหลายครั้งเหมือนอยากพูดอะไร แต่สุดท้ายก็เดินออกจากบ้านไปคนเดียวนาลินรอจนเขาเดินพ้นแนวไร่ ก่อนหันไปหาผัวอีกสามคน“ต่อไปหากเนลีมาที่บ้าน พวกเจ้าไม่ต้องไล่นาง” มูก้าวางถ้วยลงทันที“เหตุใดเล่า”“หากนางอยากได้ข้าวก็ให้ยืม หากอยากได้ของก็ให้เอาไป หากเรียกหาจาซูก็ไม่ต้องห้าม”“แล้วจะปล่อยให้นางทำทุกอย่างหรือ” ปาโก้ถาม“ข้าไม่ได้บอกให้ปล่อยโดยไม่มอง พวกเจ้าต้องจำเอาไว้ว่าแต่ละครั้งนางมาตอนไหน มาขออะไร และเรียกหาผู้ใด” เลอต้านั่งลงข้างนาลิน“เจ้าต้องการดูว่านางขาดของจริง หรือเพียงหาข้ออ้างมาหาพี่ใหญ่”“ใช่ หากข้าห้ามนางทุกครั้ง นางก็จะบอกว่าข้าไม่ยอมให้เข้าใกล้ครอบครัว ทั้งยังเอาเรื่องนี้ไปทำให้คนอื่นสงสาร แต่ถ้าข้าไม่ห้าม นางจะต้องหาข้ออ้างใหม่มาเรื่อยๆ”“แล้วหากพี่ใหญ่ช่วยนางอีกเล่า” มูก้าถาม“ก็ปล่อยให้ช่วย”“พี่นาลินไม่โกรธหรือ”“โก
เลอต้ายกแขนออกจากตัวนาลินเมื่อนางขยับลุกขึ้นนั่ง เขามองแผ่นหลังของนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถาม"เมื่อคืนเจ้านอนไม่หลับหรือ""ข้าหลับ""แต่ข้าเห็นเจ้าลืมตาอยู่เกือบทั้งคืน" นาลินหันกลับมามองเขา"เจ้าคอยมองข้าทั้งคืนหรือ""ข้าเป็นห่วง" เลอต้าลุกขึ้นนั่งตาม"เมื่อวานเจ้าได้ยินเพียงประโยคที่พี่ใหญ่พูดถึงความรู้สึกของเจ้าจริงหรือ""ใช่ ข้าได้ยินเพียงตอนจาซูบอกว่าต้องคิดถึงความรู้สึกของข้าก่อน" ลอต้านิ่งไปเล็กน้อย"ประโยคเดียวก็ชัดเจนพอแล้ว หากเขาไม่คิดรับเนลี เหตุใดต้องเอาความรู้สึกของข้ามาเป็นเหตุผล""อาจมีเรื่องก่อนหน้านั้นที่เจ้าไม่ได้ยิน""เจ้าจะเข้าข้างพี่ชายหรือ""ข้าไม่ได้เข้าข้างพี่ใหญ่" เลอต้าตอบ"ข้าเพียงไม่อยากให้เจ้าตัดสินจากคำพูดเพียงประโยคเดียว แล้วกลับมาเสียใจภายหลัง""แต่ตอนข้าถาม เขาก็ตอบไม่ได้""เรื่องนั้นพี่ใหญ่ผิดเอง หากไม่คิดกับเนลีแล้วจริง เขาควรตอบเจ้าให้ชัดเจน" นาลินดึงผ้าขึ้นมาคลุมไหล่ ก่อนนั่งพิงผนัง"ข้าเคยคิดว่าหากข้าแสดงให้เขาเห็นว่าข้าไม่พอใจ เขาจะรู้ว่าควรหยุด แต่ยิ่งข้าพูด เขาก็ยิ่งมองว่าข้าคอยหาเรื่องเนลี""พี่ใหญ่ไม่ได้คิดว่าเจ้าหาเรื่องทุกครั้งหรอก""แต่ทุกคร
คำตอบนั้นทำให้นาลินนิ่งไป จาซูเพิ่งยืนยันสิ่งที่นางเข้าใจมาตลอดทางกลับบ้าน"เห็นหรือไม่ สุดท้ายก็เป็นเพราะมีข้าอยู่""นาลิน...""ถ้าไม่มีข้า ท่านก็คงรับนางกลับมา""พี่ไม่ได้พูดเช่นนั้น""แต่ทุกคำที่ท่านพูดหมายความแบบนั้น""พี่รักเจ้า""รักข้าหรือเลือกข้าเพราะแม่ของท่านต้องการกันแน่" จาซูขมวดคิ้ว"เหตุใดจึงเอาเรื่องแม่มาพูด""ตอนแรกท่านไม่ได้ต้องการข้า คนที่อยากให้ข้าเข้ามาอยู่ในครอบครัวคือแม่ของท่าน ท่านเพียงทำตามที่นางต้องการ""ตอนนั้นกับตอนนี้ไม่เหมือนกัน""ไม่เหมือนอย่างไร""ตอนแรกพี่ยอมรับว่าไม่ได้รักเจ้า แต่หลังจากอยู่ด้วยกัน พี่ก็เลือกเจ้าแล้ว""ท่านเลือกข้าเพราะไม่มีทางอื่น เนลีแต่งกับทามอกับบูรันไปแล้ว ส่วนข้าก็กลายเป็นเมียของพวกท่าน หากตอนนั้นเนลียังอยู่ ท่านอาจไม่เคยมองข้าด้วยซ้ำ""พี่ไม่เคยคิดแบบนั้น""เพราะท่านไม่เคยต้องเลือก""พี่เลือกเจ้าอยู่ทุกวัน""หากเลือกข้าจริง ท่านคงไม่ปล่อยให้เนลีเข้ามาทำลายครอบครัวเราถึงขนาดนี้" เลอต้าวางของในมือลง ก่อนขยับเข้ามาใกล้"พวกท่านใจเย็นก่อนเถอะ""ข้าใจเย็นอยู่" นาลินตอบโดยไม่หันไปมอง "ข้าเพียงอยากรู้ว่าผัวของข้ามีหัวใจเหลือให้หญิงอื่น
นาลินวางตะกร้าผักลงข้างทางก่อนกลับถึงบ้าน นางเดินเข้าไปโดยไม่พูดกับใคร จาซูซึ่งนั่งอยู่ตรงชานเรือนเงยหน้าขึ้นทันที"ผักของเจ้าอยู่ที่ไหน""ข้าทิ้งไปแล้ว""เกิดอะไรขึ้น""ข้ามีเรื่องอยากถามท่าน" จาซูวางมีดที่ใช้เหลาไม้ลง เลอต้า ปาโก้และมูก้าซึ่งกำลังทำงานอยู่ใกล้ๆ ต่างหันมามอง แต่นาลินไม่ได้สนใจ"หากไม่มีข้าอยู่ ท่านจะเลือกเนลีหรือไม่"จาซูชะงักไปทันที"เหตุใดจึงถามแบบนี้""ตอบมา""ไม่มีเจ้าหมายความว่าอย่างไร""ไม่มีข้าอยู่ในครอบครัวนี้ ไม่มีข้าคอยหึงหวง ไม่มีข้าขวางไม่ให้ท่านรับนางเป็นเมีย หากเป็นเช่นนั้น ท่านจะเลือกเนลีหรือไม่" จาซูมองหน้านางอยู่นานจนปาโก้กับมูก้าหันมองกัน แม้เป็นเวลาเพียงครู่เดียว แต่สำหรับนาลินกลับนานพอจะได้คำตอบแล้ว"ท่านต้องคิดนานขนาดนั้นเลยหรือ""พี่เพียงไม่เข้าใจว่าเจ้ากำลังพูดอะไร""ข้าถามชัดเจนแล้ว""แต่มันไม่มีวันเกิดขึ้น เจ้าก็อยู่ตรงนี้""เพราะข้ายังอยู่ ท่านจึงตอบไม่ได้สินะ""ไม่ใช่""แล้วเหตุใดไม่ตอบทันทีว่า ต่อให้ไม่มีข้า ท่านก็ไม่เลือกนาง""พี่ไม่ได้คิดจะรับเนลีเป็นเมีย""ข้าไม่ได้ถามว่าตอนนี้ท่านคิดหรือไม่ ข้าถามว่าหากไม่มีข้า ท่านจะเลือกนางหรือเปล่า"
"นาลินไม่เคยเป็นฝ่ายเลือกพวกพี่ตั้งแต่แรก นางถูกฉุดมา""แต่ตอนนี้นางก็รักพวกท่านทุกคนแล้วไม่ใช่หรือ" เนลีมองหน้าเขา "หากนางสามารถรักผัวสี่คนได้ ท่านก็สามารถรักเมียสองคนได้เหมือนกัน""พี่ไม่ได้คิดจะมีเมียเพิ่ม""หรือไม่กล้าเพราะกลัวพี่นาลิน" จาซูถอนหายใจ ก่อนลุกขึ้นยืน"กลับบ้านไปเถอะ พี่ไม่อยากคุยเรื่องนี้อีก" เนลีลุกตาม"ท่านยังไม่ได้ตอบข้าเลยว่าหากไม่มีพี่นาลิน ท่านจะเลือกข้าหรือไม่""คำถามนั้นไม่มีประโยชน์ นาลินเป็นเมียพี่ และนางอยู่ในครอบครัวนี้""ท่านไม่กล้าตอบเพราะคำตอบคือเลือกข้าใช่หรือไม่""พี่ไม่ได้พูดเช่นนั้น""แต่ท่านก็ไม่เคยพูดว่าไม่รักข้า" จาซูมองนางนิ่ง เขาอ้าปากเหมือนจะตอบ แต่สุดท้ายกลับพูดเพียงว่า"มันผ่านมานานแล้ว""นานแค่ไหนก็ไม่สำคัญ หากหัวใจของเรายังเหมือนเดิม""หัวใจของพี่ไม่ได้เหมือนเดิม""เช่นนั้นบอกมาสิว่าท่านไม่เหลือความรู้สึกให้ข้าแล้วแม้แต่น้อย และต่อให้ไม่มีพี่นาลิน ท่านก็ไม่มีวันรับข้าเป็นเมีย"จาซูเงียบไป คำพูดของน้องชายทั้งสามคนเมื่อวานดังขึ้นในหัว เขารู้ว่าควรปฏิเสธให้ชัดเจน แต่เมื่อเห็นเนลียืนรอคำตอบด้วยน้ำตาคลอ เขากลับไม่อาจพูดรุนแรงออกมาได้"ข้าไม่ต้
เนลีวางตะกร้าหัวมันลงข้างจาซู ขณะที่เขากำลังนั่งซ่อมรั้วอยู่ตรงขอบไร่ ชายหนุ่มเงยหน้ามองนาง ก่อนหันไปดูรอบๆ"เจ้ามาทำอะไรที่นี่""ข้าเห็นท่านทำงานอยู่คนเดียวจึงเอาหัวมันมาให้""พี่ไม่ต้องการ เจ้าเอากลับไปเถอะ""ข้าไม่ได้เอามาขอความช่วยเหลือ" เนลีนั่งลงบนท่อนไม้ใกล้ๆ "ท่านไม่ต้องกลัวว่าพี่นาลินจะโกรธ""ถ้ารู้ว่านางไม่พอใจ เจ้าก็ไม่ควรมาหาพี่ตามลำพัง""ข้าเพียงอยากพูดกับท่านให้รู้เรื่อง""มีอะไรก็พูดมา แล้วรีบกลับบ้านเจ้าไป""ท่านรังเกียจข้าถึงเพียงนั้นเลยหรือ""พี่ไม่ได้รังเกียจ แต่ไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิดอีก""หรือไม่อยากให้พี่นาลินเห็น" จาซูวางเชือกในมือลง แล้วหันไปมองเนลีตรงๆ"นาลินเป็นเมียพี่ พี่ย่อมต้องคิดถึงความรู้สึกของนาง""แล้วความรู้สึกของข้าเล่า""เจ้าไม่ควรถามพี่เช่นนี้""เหตุใดจะถามไม่ได้" เนลีขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม "ตอนที่ท่านรักข้า ท่านเคยบอกว่าจะไม่ยอมให้ผู้ใดฉุดข้าไปเป็นเมีย แต่สุดท้ายท่านกลับทำอะไรไม่ได้ ข้าต้องแต่งกับทามอกับบูรันและทนอยู่กับพวกเขาจนเกือบตาย""เรื่องมันผ่านไปแล้ว""สำหรับท่านอาจผ่านไปแล้ว แต่สำหรับข้ามันไม่เคยผ่าน""ตอนนี้เจ้าหลุดพ้นจากพวกเขาแล้ว ไ
“พูดแบบนี้หมายความว่าไง? พี่เชื่อมันงั้นรึ?” นาลินโวยขึ้นอย่างไม่พอใจ เมื่อจาซูหันมาถามเธอแบบนั้น“ข้าพูดตามที่เห็น” จาซูตอบอ้อมแอ้ม“อ๋อ...ก็ใช่น่ะสิ พี่กับมันเคยรักกันมาก่อน จะเข้าข้างกันก็คงไม่แปลกหรอก” นาลินพูดประชดประชัน“อย่ามาพูดแบบนี้นะนาลิน ข้าเห็นแบบไหน ข้าก็พูดแบบนั้น ดูสภาพเจ้ากับสภาพเน
แจมในร่างของนาลินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเพลียเล็กน้อย แต่ร่างกายกลับดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นกว่าวันแรกมาก วันนี้เธอตั้งใจจะออกไปเดินเล่นรอบ ๆ หมู่บ้านเพื่อสำรวจลู่ทางและดูสภาพแวดล้อมรอบตัวเสียหน่อย เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอก็อยู่แต่ในกระท่อมบำเรอความสุขให้ผัวทั้งสองคนจนแทบไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันห
หลังจากคืนเข้าหอผ่านพ้นไปแล้ว แจมในร่างของนาลินก็เริ่มต้นใช้ชีวิตตามปกติในชนเผ่าโดยไม่มีท่าทีขัดขืนอีกเลย และเธอก็พบว่าชีวิตใหม่ในร่างนี้มันช่างสบายเสียจริงๆเพราะจารีตของตระกูลนี้กำหนดไว้ว่า สตรีที่เป็นเมียร่วมของสี่พี่น้อง ถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใสอย่างดีที่สุด ผัวทั้งสี่คนเ
กลิ่นสาบดิน กลิ่นเหงื่อไคลชวนสะอิดสะเอียน และกลิ่นเหล้าต้ม อบอวลอยู่ภายในกระท่อมไม้ไผ่หลังย่อม เสียงเฉลิมฉลองอย่างบ้าคลั่งของพวกผู้ชายในชนเผ่าดังก้องอยู่ข้างนอก สลับกับเสียงหัวเราะรื่นเริงของผู้คนในครอบครัวฝ่ายเจ้าสาวที่เพิ่งจะนับเงินค่าน้ำนมเสร็จสิ้น... เงินค่าน้ำนมที่แลกกับตัวเธอ‘นาลิน’ เด็กสาวว







