LOGIN“ไม่คิดเลยว่าทรวดทรงของเจ้าจะงดงามไม่แพ้เนลีเลยแม้แต่น้อย ข้าตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกเจ้า” จาซูกระซิบเสียงพร่า นัยน์ตาหื่นกระหายฉายชัดเมื่อพินิจเรือนร่างขาวนวลระหง ที่ปรากฏแก่สายตาท่ามกลางแสงสลัวของตะเกียงน้ำมัน
ทรวงอกอวบขนาดใหญ่เมื่อเปลือยเปล่าจากอาภรณ์ ช่างเย้ายวนยั่วใจเสียจนจาซูรู้สึกร้อนวาบไปทั้งตัว เขาใช้มือสากบีบคลึงสองเต้าอวบอย่างแรงโดยไม่สนว่าสาวน้อยจะเจ็บหรือไม่ ยิ่งเธอส่งเสียงร้องเขาก็ยิ่งเหมือนถูกกระตุ้น
ริมฝีปากหนาดูดดุนยอดปทุมถันสีชมพูเข้ม มือก็ยังคงบีบขยำอยู่อย่างนั้น แม้หญิงสาวจะพยายามดิ้นรนต่อต้าน แต่เพียงไม่นานเธอก็สิ้นฤทธิ์สิ้นแรง จาซูได้ทำทุกอย่างตามที่อยากจะทำ เพราะนาลินไม่มีแรงจะต่อสู้อีกแล้ว เขาปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอออกจนหมด สัมผัสลูบไล้เธอทั่วทั้งร่างกาย ไม่ว่าจะที่ลับที่แจ้ง ทั้งมือ ปาก ลิ้น ล้วนได้สำรวจไปจนทั่วตามใจปรารถนา
พั่บ พั่บ พั่บ
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นห้อง เคล้าคลอกับเสียงหอบของจาซู เขามองอกอวบของภรรยาที่เด้งขึ้นลงตามจังหวะการกระแทกกระทั้นของเขา มันยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในกายชายให้ลุกโชน ชายหนุ่มโน้มกายลงซุกไซ้ซอกคอขาวระหง ความสากระคายของไรหนวดเคราครูดไล้ไปตามผิวเนื้ออ่อนจนขึ้นรอยแดงจางๆ มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือศีรษะ ขณะที่อีกมือลูบไล้ไปตามบั้นเอวคอดกิ่ว
นาลินสะอื้นไห้จนตัวโยน ยามที่ฝ่ามือร้อนจัดนั้นเคล้นคลึงปัดป่ายผ่านปทุมถันคู่สวยอย่างถือสิทธิ์ สัมผัสหยาบกระด้างแต่ซ่านสยิวรุกคืบคุกคามไปทั่วทั้งร่างกายเธอเหมือนจะตีตราเป็นเจ้าของ ค่ำคืนอันยาวนานเริ่มต้นขึ้นด้วยความบอบช้ำ ท่วงทำนองอันเร่าร้อนแล่นพล่านสอดประสานไปกับเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของชายหนุ่มผู้คุมอำนาจ จาซูตักตวงความหวานจากเรือนร่างบอบบางอย่างย่ามใจ ทิ้งตราประทับแห่งความเป็นเจ้าของไว้ทุกตารางนิ้วบนผิวเนียน
ขณะที่นาลินทำได้เพียงปล่อยให้แรงราคะแสนป่าเถื่อนของจาซูกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า หยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลรินไม่ขาดสาย ความเจ็บปวดทางกายบดขยี้หัวใจจนแหลกลาญ ความสาวที่แสนหวงแหนถูกพรากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ จนกระทั่งสติอันพร่าเลือนดับวูบลงไปพร้อมกับเสียงสะอื้นแห่งความทรมาน
“คืนนี้เจ้าจะได้ร่วมหอกับพี่เพียงคนเดียวก่อน ดูท่าแล้วเจ้าคงรับมากกว่านี้ไม่ไหวแล้ว” จาซูกระซิบบอก ก่อนจะสวมเสื้อผ้าแล้วลุกออกไปดื่มเหล้ากับพวกพ้องข้างนอกบ้าน ทิ้งให้นาลินนอนจมกองน้ำตาอย่างไร้เรี่ยวแรงเพียงลำพัง
มือน้อยๆ ค่อยๆ เอื้อมหยิบเอาห่อผ้าเล็กๆ ที่ข้างในบรรจุผงรากไม้พิษเอาไว้ ทางออกสุดท้ายที่หญิงสาวเลือกเอาไว้ หากเจรจากับจาซูไม่สำเร็จ
“ชาตินี้เราคงมีวาสนาต่อกันเพียงเท่านี้” เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น ก่อนที่เธอจะกรอกผงรากไม้พิษใส่ปากไปจนหมดห่อ
เฮือก!
เพียงชั่วเคี้ยวหมากแหลก ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้ามาคือความแสบร้อนราวกับมีใครเอาถ่านไฟร้อนจัดมากรอกใส่ลำคอ ผงพิษแล่นพล่านลงสู่ทรวงอกและกลืนเข้าสู่กระเพาะอาหารอย่างบ้าคลั่ง นาลินเบิกตากว้าง ร่างกายบอบช้ำกระตุกเกร็งขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ มือบางทั้งสองข้างยกขึ้นกุมลำคอที่แห้งผากและระอุไหม้ มันทรมาน... ทรมานเสียจนเธอต้องล้มลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายบนพื้น ลมหายใจเริ่มติดขัดราวกับมีก้อนหินหนัก ๆ มาทับไว้ที่หน้าอก หัวใจเต้นรัวเร็วอย่างบ้าคลั่งก่อนจะเริ่มผ่อนจังหวะลงอย่างอ่อนแรง ของเหลวคาวข้นสีเข้มทะลักออกตามไรฟันและมุมปาก รสชาติขมฝาดของเลือดและพิษผสมกันจนชวนคลื่นไส้
ความเจ็บปวดทางกายแผ่ซ่านไปทั่วทุกเส้นประสาท ร่างกายสะบัดชักกระตุกซ้ำ ๆ ทว่าในความทรมานเจียนตายนั้น จิตใจของนาลินกลับรู้สึกถึงความปล่อยวาง ความเจ็บปวดที่กลางกายจากฝีมือของจาซูเริ่มชาหนึบ สิ่งเดียวที่เธอนึกถึงในวินาทีที่แสงสว่างในดวงตาเริ่มริบหรี่ลง คือกลิ่นอายความอบอุ่นของวาซาที่เธอจะไม่มีวันได้สัมผัสอีกแล้ว
แจมในร่างของนาลินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเพลียเล็กน้อย แต่ร่างกายกลับดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นกว่าวันแรกมาก วันนี้เธอตั้งใจจะออกไปเดินเล่นรอบ ๆ หมู่บ้านเพื่อสำรวจลู่ทางและดูสภาพแวดล้อมรอบตัวเสียหน่อย เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอก็อยู่แต่ในกระท่อมบำเรอความสุขให้ผัวทั้งสองคนจนแทบไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันหญิงสาวเดินเลาะไปตามทางเดินภายในหมู่บ้าน ชนเผ่านี้ตั้งรกรากอยู่กลางหุบเขา บ้านเรือนส่วนใหญ่สร้างจากไม้ไผ่และมุงหลังคาด้วยจากเหมือนกระท่อมของจาซู ผู้คนในเผ่าแต่งกายด้วยชุดผ้าฝ้ายสีเข้มและประดับด้วยลูกปัดหินผิวพรรณและความสะอาดสะอ้านของเธอนั้นดูดีกว่าผู้หญิงคนอื่นในเผ่ามาก ก็แน่ล่ะตอนนี้เธอไม่ได้ออกไปทำไร่ทำสวนให้ผิวเสียเหมือนคนอื่น มีหน้าที่นอนรอผัวกลับมาป้อนความสุขให้อย่างเดียว ผิวพรรณมันก็ต้องผุดผ่องเป็นธรรมดาระหว่างที่กำลังเดินดูโน่นดูนี่เพลินๆ เสียงฝีเท้ากระแทกกระทั้นก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าบูดบึ้งและดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น หญิงสาวคนนั้นคือ เนลีน้องสาวของนาลินนั่นเอง“อีนาลิน!” เนลีตวาดลั่นเสียงดังยังไม่ทันที่คนถูกเรียกจะได้
หลังจากคืนเข้าหอผ่านพ้นไปแล้ว แจมในร่างของนาลินก็เริ่มต้นใช้ชีวิตตามปกติในชนเผ่าโดยไม่มีท่าทีขัดขืนอีกเลย และเธอก็พบว่าชีวิตใหม่ในร่างนี้มันช่างสบายเสียจริงๆเพราะจารีตของตระกูลนี้กำหนดไว้ว่า สตรีที่เป็นเมียร่วมของสี่พี่น้อง ถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใสอย่างดีที่สุด ผัวทั้งสี่คนเอาอกเอาใจเธอดีมาก ทุกคนต่างขยันทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงเธอ พี่ใหญ่จาซูคอยคุมอำนาจดูแลความเรียบร้อย น้องๆ ทั้งสามคนของเขาขยันออกไปล่าสัตว์ หาเนื้อสัตว์ป่ามาทำอาหารให้เธอกินทุกวัน “นาลินทำอะไรไม่เป็นสักอย่างแบบนี้ พี่จาซูจะไม่อายคนอื่นหรือจ๊ะ” หญิงสาวนั่งเบียดสามีที่กำลังรับคมมีด อกกลมของเธอเบียดเสียดแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา จนจาซุขนลุกซ่านไปทั้งตัว“เจ้าจะต้องทำอะไรเล่า พวกพี่สี่คนคอยดูแลเข้าก็เพียงพอแล้ว”“กับข้าวนาลินก็ทำไม่ได้ ไปไร่ก็ร้อน ล่าสัตว์ยิ่งทำไม่เป็น นาลินไม่เห็นประโยชน์ของตัวเองเลยนี่จ๊ะ” หญิงสาวทำเสียงอ่อนเสียงหวานออดอ้อน จาซูวางมีดในมือลง แล้วหันไปโอบกอดเอวบางของเมียอย่างหวงแหน“เจ้าจะทำให้เหนื่อยทำไมกัน กับข้าวเลอต้าก็ทำอยู่แล้ว ไร่พวกพี่ทั้งสี่คนทำกันเองไหว เจ้าจะต
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก เพื่อตั้งสติแล้วเปลี่ยนท่าทาง เธอละทิ้งความเหวี่ยงวีนไปทันที ก่อนจะแสร้งทำเป็นยกมือกุมศีรษะพลางบีบน้ำตา แล้วมองชายตรงหน้าด้วยสายตาออดอ้อน“พี่...พี่จาซูเหรอจ๊ะ” เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยขึ้น จาซูชะงักไป คิ้วหนาขมวดเข้าหากันพยายามมองท่าทางแปลกไปของเมีย“ใช่สิ! เจ้าเป็นอะไรไป เหตุใดถึงได้โวยวายจำผัวตัวเองไม่ได้”“นาลินปวดหัวเหลือเกินจ่ะพี่ นาลินจำอะไรไม่ได้เลย มันตื้อไปหมด ในหัวมันว่างเปล่า...” หญิงสาวแสร้งทำเป็นจำความไม่ได้ ร่างบางสั่นเทา ทรวงอกอวบอัดขนาดใหญ่สะเทือนขึ้นลงตามจังหวะการสะอื้น ยิ่งเรียกสายตาของจาซูให้จับจ้องด้วยความรู้สึกร้อนวาบจาซูถอนหายใจยาว แล้วทรุดกายลงนั่งข้างเมีย มือหนาเอื้อมมาลูบเรือนผมนุ่มของภรรยา อย่างทะนุถนอม“ดูท่าเจ้าคงจะตกใจจนความจำเลอะเลือนไปหมด เจ้าจำอะไรไม่ได้เลยรึ” นาลินในร่างใหม่ส่ายหน้าเบา ๆ หยาดน้ำตาไหลร่วงอาบแก้มเนียน“จำไม่ได้เลยจ่ะพี่... นาลินเป็นใคร แล้วทำไมเราถึงมาอยู่ที่นี่ ครอบครัวของเรามีใครบ้าง พี่ช่วยบอกนาลินทีได้ไหมจ๊ะ” เมื่อเห็นเมียสาวสิ้นฤทธิ์และอยู่ในสภาพความจำเสื่อม จาซูจึงยอมใจอ่อน เขาพยุงร่างบางมาประคองไว้ในอ้อมกอด
“ที่นี่คือที่ไหน....”แจมพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง ทั่วทั้งร่างร้าวรานจนแทบขยับไม่ไหว สติของเธอยังคงหมุนคว้าง ภาพสุดท้ายในหัวคือเพนต์เฮาส์หรู เสี่ยวิชัยสาดกระสุนปืนรัวเข้าใส่กลางอกจนร่างพรุน แต่ทำไมตอนนี้เธอถึงยังไม่ตาย?เธอก้มมองตัวเองด้วยความตกใจ หน้าอกไม่มีแผลเหวอะหวะ ไม่มีรอยเลือด มีเพียงผิวเนื้อเนียนขาวที่มีรอยช้ำแดงตามข้อมือและข้อเท้า ทรวงอกอวบอัดขนาดใหญ่มีรอยบีบเค้นจนขึ้นสีช้ำ และชุดที่สวมอยู่ก็ไม่ใช่ชุดนอนไม่ได้นอน แต่เป็นเศษผ้าฝ้ายหยาบ ๆ สีเข้มที่ขาดวิ่นแจมกวาดสายตามองรอบห้อง แสงสลัวของตะเกียงน้ำมันส่องให้เห็นผนังไม้ไผ่และหลังคามุงจากเก่า ๆ กลิ่นสาบดิน กลิ่นเหล้าต้ม และกลิ่นคาวราคะที่ยังคละคลุ้งอยู่บนฟูกนอน โชยเข้าจมูกจนชวนคลื่นไส้ สภาพซอมซ่อแบบนี้ไม่มีทางอยู่ในกรุงเทพฯ แน่ ๆ“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย!” หญิงสาวสบถออกมาอย่างหัวเสีย แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับเป็นเสียงของเด็กสาวแรกรุ่น ไม่ใช่เสียงของเธอเลยสักนิดด้วยความตื่นตระหนก แจมพยุงร่างกายที่บอบช้ำตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากฟูก ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบก้าวไม่ออก แต่สัญชาตญาณบอกให้เธอต้องหนี หญิงสาวพาตัวเองที่มีเพียงผ้าผืนบา
“พี่จ๋า... ปล่อยแจมเถอะนะจ๊ะ แจมขอโทษ แจมผิดไปแล้ว...” แจมร้องบอกเสียงสั่น“เงินกูมันไม่พอซื้อความซื่อสัตย์ของมึงใช่ไหม มึงสวมเขาให้กูมานานแค่ไหนแล้วอีสารเลว”“พี่ชัย! พี่เองก็แอบเลี้ยงเด็กเอาไว้ไม่ใช่เหรอ ทำไมพี่ทำได้แล้วแจมจะซื้อผู้ชายมากินบ้าง ทำไมต้องโวยวาย”“มึงก็เอาเงินมึงซื้อสิ! เอาเงินกูไปซื้อ มันหยามกูเกินไป”“ก็ใครใช้ให้พี่ไม่มีน้ำยาเองล่ะ จับๆ คลำๆ ทั้งคืน มากวนให้อยากแล้วก็ทำให้ไม่ได้ อมก็แล้วอะไรก็แล้วก็ยังนิ่ง ฉันก็ต้องหาคนอื่นมาทำแทนน่ะสิ พี่คิดเหรอว่าอีเด็กคนอื่นของพี่จะไม่ทำแบบฉัน มันก็สวมเขาให้พี่กันหมดทุกคนนั่นแหละ” คำพูดหยาบโลนของเมียเด็กทำให้วิชัยโกรธจัด เขาปล่อยมือจากผมของเธอแล้วเอื้อมไปชักอาวุธปืนพกที่พกติดตัวออกมาทันทีแกร๊ก!เสียงขึ้นนกปืนดังลั่นห้อง เคล้าคลอกับเสียงหอบหายใจด้วยความโกรธของเสี่ยวิชัย เขามองอกอวบของภรรยาที่สั่นสะท้านตามจังหวะการหายใจรัวเร็ว มือเหี่ยวย่นเล็งกระบอกปืนตรงไปยังกลางทรวงอกเนียนขาวระหง แจมพยายามขยับตัวหนี แขนเรียวรวบผ้าห่มมาบังไว้เหนืออก“พี่ชัยฉันขอโทษ...” แจมสะอื้นไห้ด้วยความหวาดกลัวยามที่ปากกระบอกปืนเล็งตรงมาหาเธอ“กูรักมึงมาก กูก็เ
กลิ่นน้ำหอมราคาแพง กลิ่นบุหรี่นอก และกลิ่นแอลกอฮอล์เกรดพรีเมียม อบอวลอยู่ภายในห้องเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง เสียงเพลงจังหวะเร้าใจ จากลำโพงบลูทูธราคาหลักแสนดังก้องอยู่ภายในห้อง สลับกับเสียงหอบหายใจกระเส่าอย่างบ้าคลั่งของชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังเริงรักกันอยู่บนเตียงกว้าง กองธนบัตรปึกใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง เป็นเงินค่าตัวที่แลกกับความสุขในค่ำคืนนี้‘แจม’ หญิงสาววัยยี่สิบแปดปี ผู้มีใบหน้าสวยเฉี่ยว และเรือนร่างเซ็กซี่เย้ายวน ก็แน่ล่ะเธอทุ่มเงินตั้งมากมายเพื่อให้ได้ใบหน้าและรูปร่างนี้มาเธอกกำลังนอนทอดกายรับสัมผัสเร่าร้อนจากเทรนเนอร์หนุ่มรุ่นน้องหุ่นล่ำสัน ทั่วทั้งร่างของเธอร้อนรุ่มไปด้วยไฟราคะและความต้องการที่ไม่มีวันเติมเต็ม หยาดเหงื่อผุดซึมตามผิวเนียนละเอียด เนื้อตัวของเธอแดงเป็นจ้ำตาม rอยบีบของมือหนา เขาทั้งฟัดทั้งขย้ำเธออย่างรุนแรงตามคำร้องขอ“แรงกว่านี้อีกได้ไหม กระแทกแรงๆ เลยอาร์ท” เสียงหวานร้องกระเส่าเธอกกำลังเสพสมอยู่กับชายชู้... อาร์ทไม่ใช่สามีของเธอ สามีของเธอนั้นแก่คราวพ่อจนไม่สามารถมอบความสุขให้กับเธอได้อีกแล้ว ที่เธอแต่งงานกับเขาก็เพราะเงิน ความสุขบนเตียงนั้นเธอจึงต้องหากั







