เข้าสู่ระบบบุรุษเทพเงยหน้าขึ้นมองพรรณพฤกษาหลากสีสะท้อนแสงระยิบระยับ วิจิตรตระการตา ร่วงโรยจากต้นไม้ทิพย์ ไม่มีวันสิ้นสลายหากไม่ถูกทำลาย ยังเป็นถาวรนานบนเทวโลก มันเพียงร่วงหล่นเพื่อผลัดใบใหม่ เป็นสัญญาณบอกว่าท่านเทพจะเริ่มเข้าสู่การพักผ่อน
เทพอู่เฉินกำลังนึกถึงมารดาผู้ให้กำเนิด
ปีศาจอสรพิษผู้ทรงพลังมากที่สุดในทุกภพภูมิ มักจำแลงกายเป็นสตรีแสนงดงามอ่อนหวาน คอยก่อกวนผู้มีศีลให้มุ่งสู่ความหมกมุ่นในกามารมณ์ ครั้งหนึ่งนางถูกคุมขังอยู่ร่วมพันปี แหกคุกออกมาได้จึงออกอาละวาด สร้างความวุ่นวายไปทั้งเทวโลก ลงไปเข้าร่วมกองทัพบนโลกมนุษย์ ยุยงปั่นป่วนทั้งฝ่ายเจ้าเมืองและฮ่องเต้ให้ทำสงคราม นางเป็นเหตุชนวนของการทำให้บ้านเมืองเกิดสงครามครั้งใหญ่ การรบราฆ่าฟันกันโดยไร้เหตุผล เกิดความวุ่นวายยุ่งเหยิง ผู้คนล้มตายจำนวนมาก นางสังหารขุนนางผู้ตั้งตัวเป็นมือปราบมาร ชักชวนอสูรลงไปล่อลวงมนุษย์ด้วยกันกับนาง
วีรกรรมท่านแม่ เล่าไม่จบในวันเดียว มีแต่เรื่องร้ายกาจเหมือนกับว่านางทำทุกอย่างเพื่อระบายอารมณ์โกรธแค้นเพราะถูกกักขังในคุกใต้ดินมานาน
จะมีเรื่องดีเพียงเรื่องเดียว นางไม่เคยทำร้ายบุตรชายที่อุ้มครรภ์มาอย่างหวงแหน เป็นตรงกันข้ามเสียอีก หากผู้ใดมายุ่มย่ามวุ่นวายกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนมากจนเกินไป นางอาจปรากฏตัว
เผาผลาญทุกสิ่งสิ้น!
นี่เป็นเรื่องที่เขาจะไม่ลืมอย่างเด็ดขาด อู่เฉินหันไปพูดกับบ่าวคนสนิททั้งสอง
“เจ้านำความว่าข้าไม่ว่างรับแขกไปติดให้ทั่ว หวังว่าเรือนข้าจะไม่พังราบเป็นหน้ากองเหมือนคราวก่อน ทั้งอสูร ปีศาจ ทั้งท่านแม่อุตส่าห์มาเยี่ยมเยียน เผาต้นไม้ข้าเสียไม่เหลือสักต้นเดียว”
“ข้าน้อยซื่อหยูอี้ ด้วยเกียรติของตระกูลข้า รับปากท่านว่าจะดูแลทุกอย่างในเรือนนี้ให้เรียบร้อย ขอให้ท่านอู่เฉินวางใจ ไม่ต้องเป็นกังวล” บุรุษร่างเล็กที่สุดให้คำสัตย์ว่าจะปกป้องเรือนเทพเท่าชีวิต ประสานมือทั้งสองก้มศีรษะลงคำนับท่านเทพพร้อมกับพี่ชาย
“พวกข้าเอาอยู่ แม้แต่ต้นไม้ดอกไม้เหล่านี้พวกข้าก็จะคุ้มครองมัน รีบเข้าห้องจำศีลเถอะครับท่านอู่เฉิน เดี๋ยวจะไม่ทันการ”
“ขอบใจมาก ข้าไว้วางใจเจ้าสองพี่น้องมากที่สุด ข้าจะไปผลัดร่างใหม่ของข้าอย่างสบายใจละกัน”
ในสายตาอ่อนโยนลง เทพอู่เฉินหันหลังกลับไปทางเรือนไม้หลังใหญ่
“เรื่องอาเป้ย นางอยากออกมาสูดอากาศบ้างก็ปล่อยนาง นางประสงค์สิ่งใด หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงของพวกเจ้า ข้ารบกวนพวกเจ้าดูแลนางด้วย”
สองเทพงูมองหน้ากันเหลอหลา ด้วยเหตุว่างานยากอย่างใหญ่หลวง ยิ่งเสียกว่างานดูแลบ้านของเทพอู่เฉินคงจะเป็นงานดูแลนาง!
----------
เทพเจ้าแห่งท้องสมุทรผู้ดูแลสายน้ำบนโลกมนุษย์ และการเปลี่ยนแปลงของสายน้ำทุกแห่งหนบนเทวโลก เป็นที่รู้จักกันในนามเทพเจ้าสายน้ำแห่งทิศประจิม
ผู้เฒ่าอาวุโสปกครองเทวโลกชั้นน้ำภพภูมิบาดาล มานานนับเจ็ดพันปี ได้รับการยกย่องในนาม ‘ใต้เท้าจีกง’ ถึงแม้ว่าท่านจะเดินทางไปช่วยงานราชาแห่งสวรรค์ในเทวโลกชั้นฟ้า สถานที่แห่งอื่นบนเทวโลกในบางโอกาส อย่างไรเสียก็ต้องกลับมาปักหลักที่เรือนของท่าน
เรือนสี่ประสานแห่งนี้รายล้อมรอบด้วยน้ำใสสะอาด มีไอสีขาวมากมายลอยอยู่เหนือผืนน้ำ ห้วงนทีเย็นยะเยือกปกคลุมด้วยไอเย็นละลานตา ปทุมมาลย์หลากสีเบ่งบานอย่างสวยงาม บางส่วนแอบซ่อนอยู่ข้างใต้นั้น บางต้นสามารถนำมาใช้เป็นสมุนไพรรักษาอาการบาดเจ็บหรือประกอบอาหารก็ได้
ลำน้ำใสสะอาดไหลเวียนไปทั่วเรือน มวลน้ำเหล่านี้เย็นจัดในเหมันต์ฤดู จะกลับมาอุ่นอีกครั้งในฤดูกาลหน้า น้ำนิ่งไม่ขยับทว่าไหลลึกและเชี่ยวกราก หมู่มัจฉามีตัวเล็กถึงขนาดกลาง ทว่ามีพละกำลังมหาศาลกว่าปลาตัวใหญ่ในโลกมนุษย์เสียอีก
เทพแห่งท้องสมุทรส่วนใหญ่จะอยู่กันเป็นคู่ ใต้เท้าจีกงมีมเหสีเพียงหนึ่งเดียว มีบุตรชายเป็นเทพทั้งสองคือเทพเฟยหลิงและเทพฟางหรง แต่คณาญาติ มิตรสหาย เทพตระกูลสายน้ำนั้นมีมากมายหลายสาย
การปรากฏตัวของสตรีตามคำทำนายทำให้เหล่าทวยเทพร้อนใจจึงออกมาหารือกัน กระทั่งแขกไม่รับเชิญบุกรุกมาจากน่านฟ้า
อสูรปักษาบินโฉบมาบอกข่าวดี ส่งเสียงหัวเราะเย้ยหยันแล้วหายไปในก้อนเมฆา ยักษาและสัตว์อสูรลูกสมุนของมันกระทืบเท้าอันโอฬาร ประลองฝีมือกับบุตรชายคนโตของใต้เท้าจีกง
ทั้งสองสวมเสื้อผ้าอาภรณ์งดงาม ถักทอด้วยลวดลายของคลื่นทะเลและท้องนภา เป็นบุรุษร่างกำยำ แข็งแกร่ง ชำนาญทั้งเวทสายน้ำและวิชาตัวเบา ได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพเซียนฝีมือเก่งฉกาจไม่ต่างจากบิดาผู้มีอายุขัยร่วมหนึ่งหมื่นปี
น่าเสียดายนัก...
นอกจากเหล่าเทพแห่งสายน้ำจะได้รับข่าวอันไม่น่าภิรมย์เรื่องมนุษย์เครื่องสังเวย บรรดาปีศาจแค่มาทักทาย หาเรื่องก่อกวนใต้เท้าจีกงเสียมากกว่าต่อสู้จริงจัง ไม่ทันได้แพ้ราบคาบหรือหมดสภาพก็พากันหนีไปเสียแล้ว
อย่างปักษา ยักษา สัตว์อสูรสุนัขสามหัวอยู่ตระกูลจำพวกลมคงกลับไปฟื้นพลังที่เทวโลกชั้นฟ้าหรือนรกภูมิของตน น่าจะไม่เดินทางมาอีกสักพัก
เทวโลกในแต่ละชั้นไม่ใช่คิดจะมาก็มา หากมิใช่ถูกส่งมาโดยอำนาจแห่งราชาสวรรค์ ปีศาจผู้ทรงพลังเช่นเฟยอี๋และตนอื่นซึ่งมีไม่มากนัก ต้องรอเวลาประตูระหว่างภพภูมิเปิด ต่อให้เป็นเทพผู้ปกครองเทวโลกชั้นใหญ่ทั้งสาม
ชั้นฟ้า ชั้นดิน ชั้นน้ำ
ยังไม่ใช่เรื่องง่ายดาย ต้องใช้พลังเวทมหาศาลในการเดินทางข้ามภพภูมิเทวโลกแต่ละครั้ง ขนาดใต้เท้าจีกงเองไม่ใคร่จะเดินทางข้ามภพภูมิบ่อยครั้งหากว่าท่านไม่มีธุระจำเป็นต้องไปจริง ๆ
เทพเจ้าแห่งสายน้ำผู้ทรงคุณธรรม ไว้วางใจได้ เป็นที่รู้จักแม้แต่ปีศาจอสูรมักแอบไปขอความช่วยเหลือจากท่านอยู่หลายครา ไม่หนีว่าเป็นใต้เท้าจีกง มารดาอสรพิษจึงแอบไปพบใต้เท้าเพื่อฝากของสำคัญเอาไว้ เมื่อนางระแคะระคายเรื่องแผนการส่งนางไปยังโลกมนุษย์มาได้สักพักหนึ่งสองสามีภรรยาสบประสานสายตา ด้วยความรู้สึกล้ำลึก ใจนึกถึงนางเฟยอี๋ นึกถึงความรักของตนที่มีต่อบุตรชาย เหยาเหยาเองก็นึกถึงนาง“ข้าหวังว่าจะได้พบท่านย่า... หวังว่านางคงสบายดี...”“นางสบายดี ถึงลำบากอยู่สักเล็กน้อยเพราะวิบากกรรมของนาง ข้าเชื่อว่านางจะกลับมาพร้อมสติ พร้อมเป็นท่านย่าที่ดีของเจ้าแน่ ๆ ระหว่างนี้เราแค่ต้องรอ...” อาเป้ยปลอบประโลมบุตรชาย ส่งขนมหน้าตาน่ารักเป็นตุ๊กตาปั้นจากน้ำตาล ให้เขาเอาเข้าปาก แก้มกลมตุ่ยมีขนมซ่อนอยู่ทำให้นางอดไม่ได้ต้องหยิกมันเบา ๆ“เหยาเหยา... อยู่เที่ยวนรกภูมิกับท่านพ่อท่านแม่อีกสักพักดีไหม?”“ดีขอรับ หากไม่มีเรื่องด่วนอะไร”“เจ้าไม่กลับภพภูมิบาดาลก็ได้ จะกลับก็แล้วแต่เจ้า”“ได้ยังไงเล่าท่านพ่อ บรรดาเทพต่างว่าท่านละทิ้งหน้าที่ เอาแต่ทำตัวติดอยู่กับภรรยา เรื่องการดูแลสายน้ำ ดูแลความเรียบร้อยให้เป็นธุระของข้า
ขณะที่สองสามีภรรยายังคงอยู่ในนทีอันธการ พักฟื้นพลังซึ่งกลับคืนมา แม้การรักษาตัวยังไม่เรียบร้อยดี ในยามเหม่าอาเป้ยมีแรงลุกขึ้นมาถกเถียงกับสามีของนาง“ข้าทำอะไร ๆ ก็ไม่ถูกใจท่าน”“ข้าไม่ได้ว่าเจ้าเลยภริยาข้า เพียงแต่... ข้ามีความคิดว่าเหยาเหยา...” ปลายเสียงเงียบไป บนตั่งนอนในท่าทีสบาย ๆ ของเทพอู่เฉิน จับจ้องใบหน้าเง้างอน สอดปลายนิ้วเข้าไปในเส้นผมนุ่มสลวยอย่างออดอ้อน “เจ้าควรปรึกษาข้าเสียหน่อยเรื่องการตั้งชื่อลูก ควรตั้งให้ยิ่งใหญ่อลังการ แต่ข้าก็ไม่ได้ว่าภรรยาข้าเรื่องการตั้งชื่อให้บุตรชายอย่างตั้งใจว่าไม่ดี”“ชื่อของท่านยังเป็นชื่อง่าย ๆ อู่เฉิน”“ท่านแม่ของข้า... นางมีความคิดง่ายดาย นางอยากเผานางก็เผา นางตั้งชื่อให้ข้าเป็นชื่อง่าย ๆ”“ง่ายดายแต่มีความหมายน่าจดจำ ‘เทพอู่เฉิน’ ข้าเองจดจำท่านได้แต่แรกพบเห็น”“เจ้าจำข้าได้เพราะชื่อ...? ไม่ใช่เพราะข้ารูปงาม ที่เจ้าเคยชื่นชมข้า”อาเป้ยจะหัวเราะสามีก็ไม่กล้า เมื่อใบหน้างามปานหยกสลักดูจริงจังไม่ใช่เรื่องเล่น จนนางยอมรับกับเทพอู่เฉินว่าเพราะท่านรูปงาม ภายหลังนั้นก็เป็นความรู้สึกจากหัวใจของนางล้วน ๆ แถมนางยังนึกถึงมารดาอสรพิษ“ข้าว่าท่านแม่ออกจ
“ท่าน... อู่เฉิน” ดวงตาคู่สวยพร่าเลือนส่ายมองใบหน้าหล่อเหลาคมคาย สบมองนางด้วยแววตาอ่อนโยนล้ำลึกทว่าสามีของนาง... ไม่เหมือนเดิม! บนตั่งนอนสลักในนรกภูมิที่เฝ้าดูแลนางผู้หลับใหลไปหลายชั่วยาม นางไม่คาดคิดมาก่อนว่าสามีจะผลัดเกล็ดสีนิลจนไม่มีเหลือ พลังหยินมากมายในนรกภูมิเหลือกลิ่นอายเบาบางราวกับว่าไม่มีปีศาจพำนักอาศัยเส้นผมดำขลับ ยาวประสะโพกสอบบัดนี้กลายเป็นสีขาวโพลน คิ้วเข้มหนาที่เรียบขนานไปกับดวงตาคู่คม กลืนกลายเป็นสีเดียวกัน นัยน์ตาเข้มแข็งลึกลงไปนั้นกลับฉายแววเหนื่อยล้าอ่อนแรงชัดเจน“ไยเจ้าไม่เรียกข้าว่าสามีข้า เจ้าไม่รักข้าแล้วหรือเจ้าโกรธอะไรข้าอีก เป่าเป้ย...”“ท่าน... ทำไม ทำเช่นนี้...” เสียงสั่นเครือถามอย่างเอาความเสียให้ได้ ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอหยาดน้ำใส แววตาไร้เดียงสาของหญิงสาวยามนี้สงสารสามีจับหัวใจ นางกลัวว่านางอาจถูกทิ้งไว้ลำพังกับบุตรชายในเทวโลก หากไม่มีเทพอู่เฉิน นางก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไรเมื่อไม่ได้รับคำตอบใด ๆ จากริมฝีปากแห้งผากและซีดขาวของสามีนางจึงเริ่มตัดพ้อ“ท่านอย่าได้เสียสละสิ่งใดเพื่อข้า ชีวิตของท่านที่ท่านแม่ของท่านให้มา ท่านต้องรักษาไว้ให้ดีที่สุด
ผ่านไปสามราตรีกาล เหยาเหยาเติบโตขึ้นจากร่างเด็กสองขวบเป็นสี่ขวบกว่า ๆร่างกายของเขาเหมือนเด็กบนโลกมนุษย์ทุกประการ ทว่าสติปัญญา การใช้เวทเซียนเป็นเทพมังกรเต็มวัย มีพลังอันแข็งแกร่งเป็นอนันต์ มิรู้เหน็ดเหนื่อยเด็กน้อยสามารถเรียนรู้การใช้เวทเซียนได้โดยไม่จำเป็นต้องมีใครบอกสอน กระทั่งว่าการข้ามภพภูมิมาในคราแรก บิดาเลือกเส้นทางน้ำไว้ให้เขาเพื่อรักษาพลังระหว่างการเดินทาง มังกรสีดำสนิทสามารถโจนทะยานขึ้นท้องนภา นำพาเจ้าเหลียนเหลียนข้ามไปอีกภพภูมิหนึ่งพลังแห่งการฟื้นฟูรักษาของมังกรเหนียนตนนี้ไม่ผิดไปจากเทพฮ่าวหราน เพียงไม่ได้รับการยอมรับ กระทั่งราชาแห่งสวรรค์ปรากฏตัว ให้การต้อนรับเด็กน้อยทันทีที่ทราบว่าเขาจะเดินทางมาพร้อมกับพยัคฆ์อัคคีท่านผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้เดินทางมาลำพัง นำทหารองครักษ์ฝีมือยอดเยี่ยมติดตามมาด้วยถึงสี่ เทพชั้นสูงระดับองครักษ์ราชาแห่งสวรรค์เพียงหนึ่งอาจเท่ากับกำลังทหารหมื่นนายใต้เท้าจีกงรู้สึกเป็นกังวลหากท่านราชาแห่งสวรรค์มีเรื่องสำคัญซึ่งไม่ได้บอกกล่าว“ท่านพาเขาไป อย่างไรข้าก็ต้องเป็นผู้ไปส่งเขาให้ถึงหน้านรกภูมิ นทีอันธการ เพื่อไม่ให้ผิดใจกับเทพอู่เฉิน จะหาว่าข้าละเลยบุตรชาย
บนตั่งนอนสลักลายอสรพิษในนทีอันธการยามนี้เหลือเพียงท่านและนางตามลำพัง อาภรณ์สกปรกขาดวิ่นเปรอะเปื้อนโลหิตถูกเปลี่ยนใหม่เป็นชุดนอนเนื้อผ้าเบาบาง เทพอู่เฉินเกรงว่านางจะนอนไม่สบาย หาหมอนมาให้นางหนุนขาให้สูงขึ้น เรื่องอาหารและยาบำรุงให้เป็นธุระของสองบ่าวอสรพิษที่ลงมาเป็นครั้งคราวโซ่แห่งหยางบนท้องนภาซึ่งเชื่อมต่อกับทางเข้านทีอันธการตรงหุบเหว ถูกปลดเปลื้องออกในไม่กี่วันถัดมา จากที่ก่อนหน้านี้ราชาแห่งสวรรค์ปิดมันเอาไว้ด้วยตระหนักรู้เรื่องการให้กำเนิดเทพ หรือแม้กระทั่งปีศาจผู้ทรงพลัง เป็นที่จับตามองของทั้งเทพและปีศาจอสูร ท่านผู้ยิ่งใหญ่ทำเพื่อปกป้องหญิงสาวในยามที่นางอ่อนกำลังลง ไม่อาจรู้ว่าภายนอกนั้นมีศัตรูหรือไม่ ยังเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กซึ่งถือกำเนิดขึ้นมาไม่ว่าดีร้าย ออกไปจากนทีอันธการได้หากว่าท่านราชาแห่งสวรรค์ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะไม่เป็นปัญหาต่อเทวโลกเทพอู่เฉินเข้าใจเหตุผลของท่านเป็นอย่างดี มีความเชื่อว่าท่านคือราชาผู้ทรงธรรมหลายร้อยหลายพันปีมานี้ เทวโลกและนรกภูมิสงบสุขเพราะท่านจักรพรรดิเป็นผู้มีความคิด ไม่โปรดปรานการเข่นฆ่า ไม่ยึดติดกับสงครามและความเคียดแค้นต่อศัตรู แต่รู้จักการให้อภั
หญิงสาวในสภาพใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ ชายอาภรณ์สีดำซึ่งเคยงดงามบัดนี้ขาดวิ่นถึงหัวเข่า ทว่ายังปกปิดต้นขาเรียวขาวเอาไว้ ยามที่นางเดินกระย่องกระแย่ง จับจูงมือเด็กชายในอาภรณ์สง่างาม ผมดำขลับยาวประสะโพกน้อย ขนาดร่างกายก็เตี้ยกว่าหัวเข่าเสียอีก ขึ้นมาจากนทีอันธการเด็กน้อยเพิ่งออกมาดูโลกเป็นครั้งแรก เหลียวซ้ายแลขวาด้วยความอยากรู้อยากเห็น หลังจากที่เวทเกราะคุ้มกันสีทองแห่งสำนักเทียนหลงถูกปลดออกด้วยมือสั่นเทาของมารดา นางฝืนใช้เวทเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อพาบุตรชายออกมา“เหยาเหยา... โตไวอย่างที่ท่านเคยบอกกับข้า ไม่มีโอกาสได้อุ้มลูกชายยามเป็นทารก ข้าดันหมดสติไป...”“ลูกชาย... ข้าหรือ?”ดวงตาคู่คมเปล่งประกาย จับจ้องมองแววตาสั่นกลัวของเด็กชายตัวน้อยเทพอู่เฉินไม่เคยเกิดความรู้สึกประหลาดเช่นนี้ ทั้งตื้นตันจนแววตาเอ่อคลอ ตื่นเต้นจนมือสั่นเทาเต็มไปด้วยเหงื่อ กระทั่งเด็กน้อยยอมให้ท่านรวบร่างเล็ก ๆ เข้ามากอดเสียหน่อย ขยับริมฝีปากเล็กจิ๋วเรียกว่า ‘ท่านพ่อ’หลายชั่วยามที่เฝ้ารอทั้งมารดาและบุตรชายด้วยจิตใจร้อนรน เกรงว่าทั้งคู่จะได้รับอันตราย เลวร้ายที่สุดอาจไม่รอดชีวิตอย่างที่แม่เฒ่าอาวุโสได้ให้คำตักเตือนไว้ กล







